แทคฮยองจี
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ช่วยใจดีกับเราด้วยนะคะ

น่านฟ้าล่ารัก 22

ชื่อตอน : น่านฟ้าล่ารัก 22

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ส.ค. 2563 18:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านฟ้าล่ารัก 22
แบบอักษร

 

ตั้งแต่ที่รู้ตัวว่าท้องลูกคนที่สองก็เหมือนกับว่าผมจะถูกคุณน่านฟ้าแย่งทำงานทุกอย่างจนหมด ทุกวันนี้สิ่งเดียวที่ผมทำเวลาไปบริษัทคือการเซ็นเอกสาร คือเซ็นจริงๆ เขาจะเป็นคนอ่านและสรุปให้ผมฟังเพื่อตัดสินใจว่าจะเซ็นหรือไม่เซ็น ตอนนี้คุณน่านฟ้าเลยย้ายโต๊ะทำงานเข้ามานั่งห้องเดียวกับผม และทุก ๆ วันในตอนบ่ายเป็นต้นไปผมจะถูกไล่ให้ไปนอน หรือพักผ่อนจากงาน ทั้งยังมีของกินบำรุงมากมายที่เขาเห่อซื้อมาด้วย แม้ว่าผมจะบอกว่ามันเยอะไปแล้วแต่คุณน่านฟ้าก็เหมือนจะไม่ฟังกันเท่าไหร่ โดยเขาบอกว่ามันตื่นเต้นมาที่รู้ว่าตัวเองจะเป็นพ่อคน และที่สำคัญเขาบอกว่าอยากดูแลผมชดเชยที่ตอนท้องสกายเขาไม่ได้ดูแลนั่นแหละผมถึงใจอ่อน และไม่ห้ามให้เขาอีก 

 

“ซี๊ด~~” ผมซูดปากเมื่อกัดมะดันดองเข้าไปคำโต มันเปรี้ยวเหยี่ยวราดมาก ถูกใจผมจริงๆ 

 

ช่วงนี้ผมกินของดองบ่อยมากรู้ว่ามันไม่ค่อยดีถ้ากินเยอะเกินไปแต่ถ้าไม่กินก็จะเปรี้ยวปากแถมบางครั้งก็อาเจียนแพ้ท้องอีก เลยต้องกินบ้างนิดหน่อย 

 

“เปรี้ยวไหม” 

 

“ซี๊ดด...เปรี้ยวตาปิดเลยครับ” 

 

ผมตอบและใช้ไม้จิ้มไปจ่อที่ปากของร่างสูงเขาก็งับไปชิ้นหนึ่งเต็มก่อนที่จะทำหน้าเหยเกเพราะความเปรี้ยวและรีบคายออกใส่กระดาษ ผมได้แต่นั่งหัวเราะและรินน้ำส่งให้ดื่มล้างปาก 

 

“เปรี้ยวขนาดนี้กินไปได้ยังไง” 

 

“อร่อยออกนะครับ เอาอีกไหม” ผมแกล้งจิ้มเอาอีกชิ้นไปจ่อปากของเขา คุณน่านฟ้าถึงกับส่ายหน้าปฏิเสธ 

 

ในช่วงบ่ายแบบนี้เป็นช่วงที่งานค่อนข้างน้อยถ้าไม่สำคัญจริง ๆ ก็ไม่ค่อยมีใครเข้ามาในห้องทำงานของผมนัก เว้นก็แต่ผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่เข้ามาแจ้งเรื่องเลขาที่รับมาใหม่อีกคน รอบนี้เป็นคุณผู้ชายอายุใกล้ ๆ เคียงกับผม ประสบการณ์ค่อนข้างดี ทำงานที่บริษัททั้งในและต่างประเทศ เคยเป็นเลขาให้กับคนระดับผู้บริหาร ผมเลยให้เขาทดลองงานก่อน 3 เดือน แต่ผมก็อยากได้รับเขาไว้ทำงานนั่นแหละแต่ถ้าข้ามขั้นตอนเดี๋ยวจะมีปัญหากันทีหลัง โดยเฉพาะเรื่องซุบซิบในหมู่พนักงาน 

 

เมื่ออาทิตย์ก่อนผมปรับผังการทำงานใหม่โดยบ่นเสียส่วนมาก เพราะผมไล่คนออกไปตั้ง 1 ใน 4 โดยให้เหตุผลว่าต้องการลดจำนวนพนักงาน ซึ่งคนที่ผมเอาออกส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายขายเสียมากกว่า บางคนอยู่มานานไม่มีผลงาน ทั้งยังยอดขายไม่เพิ่มจ้างไปก็เปลืองเงิน เอาเงินไปจ้างคนที่เขามีไฟพร้อมทำงานดีกว่า แต่ผมก็ให้เงินชดเชยและค่าตอบแทนตามที่เขาสมควรจะได้นั่นแหละ ทำให้ตอนนี้ทุกคนในบริษัทตั้งใจทำงานมากขึ้นไม่ได้ทำแบบเช้าชามเย็นชามอีกต่ออีก ทั้งยังปรับฐานเงินเดือนให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น และเพิ่มสวัสดิการที่พนักงานควรจะได้รับ แม้ว่าจะทำให้กำไรของบริษัทลดลงแต่ผมเชื่อว่าถ้าพวกเขาทำงานให้เราด้วยความเต็มใจไม่นานกำไรที่หายไปเดี๋ยวก็ได้กลับมา และผมคิดกับคุณน่านฟ้าไว้ว่าจะทำให้บริษัทของเราเป็นบริษัทในฝันของนักศึกษาจบใหม่ 

 

นึกถึงเรื่องนักศึกษาตอนนี้ผมให้ส่งหนังสือตอบรับกลับไปที่มหาลัยของเปี๊ยกแล้วว่ารับทั้งสองคนเข้าทำงาน ส่วนเรื่องตำแหน่งที่ขอฝึกผมไม่ได้บอกไปต้องรอวันที่มารายงานตัวก่อนว่ามีคนจากมหาลัยอื่น ๆ ขอทำตำแหน่งนี้มากแค่ไหน ก็คงให้คนที่จัดการเกี่ยวกับนักศึกษาฝึกงานเขาจัดการไป ซึ่งทุก ๆ ปีบริษัทจะมีนักศึกษาขอฝึกงานเยอะมากในแต่ละแผนกเพราะที่นี่ให้ค่าตอบแทนสูงทั้งยังมีข้าวฟรีให้อีกด้วย ทั้งยังมีโอกาสได้บรรจุเป็นพนักงานประจำสำหรับคนที่มาขอฝึกตั้งแต่ 3-4 เดือนขึ้นไป 

 

“แสงเหนือ ใกล้เวลาลูกเลิกเรียนแล้วพี่ไปรับลูกก่อนนะ"

 

"ให้คนขับรถไปรับก็ได้นี่ครับ"

 

"พี่ไปรีบเองวันนี้ไปกินข้าวข้างนอกกัน"

 

"ตามใจครับ"

 

ไม่รู้ว่าเขานึกยังไงถึงอยากทานข้าวนอกบ้านแบบนี้ก็เท่ากับให้พ่อของเขากินข้าวคนเดียวไม่ใช่หรือไง ผมเลยโทรไปบอกท่านว่าจะไปกินข้าวข้างนอกกับคุณน่านฟ้า และถือโอกาสชวนมาทานข้าวด้วยกันแต่ก็คำตอบว่าท่านจะไปกินเลี้ยงสมาคมให้พวกเราไปกินกันเลย ก็ถึงว่าทำไมคุณน่านฟ้าชวนออกไปกินข้าวข้างนอก 

 

เมื่อคุณสามีที่นั่งทำงานแทนไม่อยู่แล้วก็ต้องลุกมานั่งประจำที่โต๊ะของตัวเองเผื่อว่ามีคนมาติดต่องาน แต่ไม่นานก็มีคนเปิดประตูเข้ามาเป็นเจ้าอ้วนกับคุณน่านฟ้าที่เดินสะพายเป้ใบเล็กของลูกชายเดินตามเข้ามาด้วย 

 

ตุบ! 

 

"หม่าม๊า" เจ้าอ้วนวิ่งมาล้มลงที่ตักของผมไม่แรงมากนักแล้วก็เอาหูมาแนบที่หน้าท้อง "น้อง น้อง พี่ชายกลับมาแล้วนะ" 

 

"กลับมาก็คุยกับน้องเลย สวัสดีหม่าม๊าหรือยัง" ร่างสูงท้วงขึ้น เจ้าสกายก็ขยับยืนแล้วยกมือไหว้

 

"หม่าม๊าครับ น้องคิดถึงหนูไหม"

 

"อืม??" ผมทำท่าคิด "หนูลองถามน้องดูดีไหมครับ"

 

"ดีครับ!"

 

เจ้าอ้วนกอดเอวผมแล้วเอาหน้าแนบไว้อย่างนั้นไม่รู้ว่าตั้งใจฟังน้องบอกคิดถึงหรือกำลังทำอะไร แต่ที่แน่ ๆ ผมไม่สามารถขยับตัวได้เลย เจ้าอ้วนคุยกับน้องสักพักก็เดินออกไปหาพ่อของเขาที่นั่งอยู่ตรงโซฟารับแขกใกล้ๆ

 

"คุณพ่อ หนูหิวแล้ว" สกายยกมือขึ้นลูบพุงน้อย ๆ ของตัวเองประกอบคำพูดสงสัยไปเรียนแบบมาจากในการ์ตูนที่ชอบดูแน่ๆ

 

"กินขนมก่อนนะครับคุณพ่อยังทำงานไม่เสร็จ"

 

"ได้ครับ เอามาให้หม่าม๊ากับน้องด้วยได้ไหม" เจ้าสกายถามแล้วชี้ ๆ มาทางผมที่นั่งอยู่ 

 

"ไปถามหม่าม๊าซิว่าเอาไหม"

 

ผมที่นั่งฟังพวกเขาอยู่ตลอดก็ได้แต่ยิ้มมองลูกชายตัวกลมวิ่งกลับมาถามว่าเอาขนมไหม น้องหิวหรือเปล่าพี่ชายหิวแล้วนะ สกายน่ะเห่อน้องมาก ๆ บอกว่าดีใจที่จะมีเพื่อนเล่นแต่ก็เสียใจที่ต้องรออีกตั้ง 9 เดือนกว่าน้องจะออกมาเล่นด้วยได้ และช่วงหลัง ๆ พี่ชายอย่างเขาก็เหมือนว่าจะรู้ความมากขึ้นด้วย สงสัยกำลังพยายามทำตัวเป็นพี่ชายที่ดีอยู่แน่ๆ แต่ดีแล้วครับที่เขาเป็นแบบนี้จะได้ไม่ต้องมากังวลว่าสกายจะน้อยใจหรือเปล่าเวลาที่ผมไม่มีเวลาให้ช่วงที่ต้องเลี้ยงตัวน้อยอีกคน 

 

เมื่อรู้ว่าผมไม่กินเจ้าสกายก็เดินออกไป สงสัยไปขอขนมกับสาว ๆ ที่ห้องชงกาแฟอีกตามเคย  สกายชอบกินคุกกี้ข้าวโอ๊ตกับน้ำหวานสีแดงมาก เคยบอกไปหลายรอบแล้วว่าอย่ากินมากมันไม่ดีต่อสุขภาพ ทำให้ฟันผุ และเป็นโรคอ้วน แรก ๆ ก็เหมือนจะเข้าใจแต่ช่วงหลังคงลืมเพราะรู้สึกว่าจะน้ำหนักขึ้นอีกแล้ว 

 

โถ่เอ๊ย เจ้าอ้วนของหม่าม๊า 

 

“อย่าทำน้ำหกใส่เสื้อนะครับ มันซักยากสงสารพี่แม่บ้านรู้ไหม” 

 

“ครับผม” 

 

ผมนั่งทำงานอยู่ต่ออีกหน่อยพอถึงเวลาเราสามคนก็ไปที่ร้านอาหารในห้างใกล้ ๆ แถวนั้นทานมื้อเย็นวันนี้เจ้าอ้วนกินข้าวเยอะอีกแล้ว ไม่รู้จะทำยังไงเป็นห่วงกลัวเป็นโรคอ้วน แต่ถ้าห้ามไม่ให้กินก็สงสัยลูกกำลังอร่อยกับมื้ออาหาร 

 

“ผมว่าจะให้ลูกเรียนว่ายน้ำ” 

 

“ทำไมล่ะ” 

 

“ก็ดูแกสิครับ กลัวแกอ้วนเกินไปน่ะ” ผมบอกแต่มือก็ยังหั่นเนื้อสเต๊กในจานให้ลูกอยู่ 

 

“ดีเหมือนกัน แต่ต้องถามลูกก่อน” 

 

“ดีเหมือนกันครับ ถามแกก่อนก็ดี” 

 

“สกาย” ผมเรียกเจ้าลูกชายที่กำลังใช้ส้อมจิ้มเนื้อเข้าปากเคี้ยวจนแก้มตุ่ย 

 

“ครับ” 

 

“อยากเรียนว่ายน้ำไหมลูก” 

 

“เรียนครับ กังฟูเพื่อนหนูก็เรียนบอกว่าคุณครูใจดีมากๆ สนุกเพื่อนเยอะ” 

 

อย่างน้อย ๆ สกายก็ไม่ปฏิเสธแถมยังเหมือนจะอยากเรียนด้วย แบบนี้ก็ดีแต่เดี๋ยวคงจะได้ต้องไปถามแม่น้องกังฟูก่อนว่าพาลูกไปเรียนที่ไหนอย่างน้อยๆเจ้าอ้วนจะได้มีเพื่อน 

 

หลังจากทานมื้อเย็นแล้วก็มุ่งกลับบ้านเลยไม่ได้แวะที่ไหนต่อ เจ้าอ้วนก็รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วมานั่งออเซาะคุยกันน้องที่อายุครรภ์แค่ 3 เดือน ส่วนคุณน่านฟ้านั่งเล่นเกมในไอแพดอยู่ข้าง ๆ กัน 

 

“น้อง เมื่อไหร่น้องจะออกมาเล่นกับพี่ชายครับ” 

 

“น้องยังเล็กอยู่เลยครับลูก” ผมบอกแล้วขยับหยิบภาพอัลตราซาวด์ที่ติดไว้ในไดอารี่พัฒนาการของเจ้าตัวน้อยให้สกายดู “นี่ไงครับ หนูเห็นน้องไหมลูก” 

 

“น้องตัวเล็ก น่ารัก” เจ้าสกายแหงนหน้ามองผมที่นั่งเอนหลังแล้วยิ้มกว้าง 

 

“น่ารักแบบพี่สกายใช่ไหมครับ” 

 

ผมถามเจ้าอ้วนก็ยิ้มเขินนอนบิดไปมา เจ้าลูกหมาเอ้ยยย พอเขินเสร็จก็คลานมานอนแทรกตรงกลางระหว่างผมกับคุณน่านฟ้าเอาหน้าซุกหมอนเตรียมจะนอน คุณน่านฟ้าวางไอแพดในมือแล้วขยับดึงผ้าห่มคลุมตัวให้สกาย 

 

“ห้ามดิ้นโดนท้องหม่าม๊าเข้าใจไหมครับ” 

 

“ครับ” สกายยิ้มแล้วขยับกอดเอวผม 

 

“เอาหมอกันไว้ไหม” 

 

“ให้ลูกหลับค่อยกั้นครับ” ผมลูบหัวเจ้าอ้วนเบาๆ 

 

ไม่นานก็หลับสนิทคุณน่านฟ้าค่อยจับสกายที่กอดผมเป็นลูกลิงออกแล้วแทนที่ด้วยหมอนข้างใบเล็กที่ไปหยิบมาจากห้องของลูกกั้นระหว่างผมกับสกาย ผมเองก็ง่วงแล้วเลยขยับตัวลงนอนใช้แขนข้างหนึ่งกอดเจ้าอ้วนเอาไว้ คุณน่านฟ้าเดินอ้อมมาฝั่งผมกดจมูกลงข้าง ๆ แก้มก่อนไปปิดไฟนอน 

 

 

 

เช้านี้สกายไปโรงเรียนโดยคนขับรถไปส่งให้เพราะผมแพ้ท้องหนักมากจนน่าเป็นห่วง คุณน่านฟ้าเลยต้องอยู่ดูแลผม ตอนแรกเจ้าอ้วนไม่ยอมไปเรียนงอแงอยากอยู่กับน้องเป็นห่วงหม่าม๊าทำยังไงก็จะไม่ไปทั้งผมทั้งคุณน่านฟ้าพูดยังไงก็ไม่ไป กว่าจะเข้าใจกันว่าต้องไปโรงเรียนก็ทำเอาเหนื่อย 

 

“ส่งคุณหนูเรียบร้อยแล้วครับ” 

 

“ขอบคุณลุงมากนะครับ” 

 

“ครับผม ไม่เป็นไรครับ” 

 

รู้ว่าลูกถึงโรงเรียนอย่างปลอดภัยแล้วก็รู้สึกโล่งอก ผมเดินถือจานผลไม้รสเปรี้ยวออกมาจากครัวไปนั่งที่หน้าทีวีกดเลื่อนช่องหาอะไรดูไปเรื่อยเปื่อยจนเจอช่องที่ฉายละครตั้งใจว่าจะดูระหว่างที่ไม่มีอะไรทำ แต่ยังไม่ทันได้ดูคุณน่านฟ้าก็มาแย่ไปเปิดดูช่องอื่น

 

"ผมจะดูอะคุณ"

 

"มันไม่ดี ละครน้ำเน่า"

 

"แล้วสารคดีสัตว์โลกมันดีต่อลูกหรอ?" ผมถามอย่างฉุน ๆ รู้สึกว่าช่วงนี้จะอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ สงสัยเป็นช่วงฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง

 

"ก็ดีกว่าละครตบตีกันแย่งผู้ชายไม่สร้างสรรค์สักนิด"

 

"ละครสะท้อนสังคมไงคุณนี่ไม่เข้าใจเลย"

 

"ก็ดูแต่ละครแบบนี้กันมันถึงได้มีแต่อาชญากรรมเต็มไปหมด ทำไมไม่ลองดูละครนำสังคมดูบ้าง" 

 

ผมว่าเราจะคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ แล้วทำไมคุณน่านฟ้าจะต้องมาห้ามไม่ให้ผมดูด้วยก็แค่ละครทำไมต้องจริงจังขนาดนี้อะงง แต่ก่อนที่ผมจะหันไปบ่นคนข้าง ๆบนจอก็ฉายซีรีส์เกาหลีแนวสืบสวนสอบสวนเรื่องหนึ่งขึ้นมา

 

"อันนี้คือดีต่อลูก?" ผมเลิกคิ้วถาม

 

"เอาไปเลือกเองว่าจะดูอะไร" 

 

ผมรับมือถือที่เปิดแอพดูละครเชื่อมกับทีวีไว้ เลือกหาหนังที่อยากดูสุดท้ายก็เลือกซีรีส์จีนย้อนยุคกำลังภายในเรื่องหนึ่ง เนื้อเรื่องออกแนวคอมเมดี้ไม่เครียดมากเป็นข้อยุติของเราทั้งสองคน ก็อย่างวลีที่ว่าสามีภรรยาก็เหมือนลิ้นกับฟันมีกระทบกระทั่งกันบ้างแต่ก็อยู่ด้วยกันได้ ร่างสูงข้าง ๆ ยกแขนขึ้นโอบรอบไหล่ของผม ส่วนผมก็เอยตัวไปนอนซบกับไหล่ของเขา รู้สึกตัวอีกทีก็คือตอนที่ตื่นขึ้นมาแล้วรู้ว่าตัวเองไม่ได้นั่งดูทีวี

 

"ห้าว..." ผมเปิดปากหาวและบิดตัวไปมามองรอบ ๆ ห้องไม่มีใคร พอหยิบมือถือมาดูนาฬิกาก็พบว่าบ่ายกว่า ๆ แล้ว 

 

"ตื่นแล้วหรอ?"

 

"ครับ" 

 

"หิวหรือยัง ลงไปกินข้าวดีไหมพี่ให้ตั้งโต๊ะรอแล้ว"

 

"ไปครับ" ผมตอบตกลง และนั่งอ้าแขนรอให้เขาเข้ามาอุ้ม “อุ้มหน่อยไม่อยากเดิน” 

 

“อ้อนเก่ง” 

 

ฮึบ! 

 

ถึงจะบอกแบบนั้นแต่เขาก็เข้ามาอุ้มผมอยู่ดี ร่างสูงอุ้มผมเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าก่อนจะพาไปลงไปกินข้าวที่แม่บ้านเตรียมไว้ให้ ดีหน่อยที่ตอนกลางวันกินข้าวได้มากไม่เหมือนเมื่อเช้าที่เอาแต่อาเจียนกินอะไรก็ไม่ได้ 

 

“น้ำส้มค่ะคุณแสง” 

 

“ขอบคุณครับ” 

 

“ตอนเย็นคุณแสงอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมคะ” 

 

"แล้วแต่จะทำเลยครับ"

 

ป้าแม่บ้านยิ้มให้ก่อนที่จะขอตัวไปทำอย่างอื่น ส่วนผมหลังจากกินข้าวแล้วก็คงต้องเดินเล่นเสียหน่อยดังนั้นแก้วน้ำส้มที่ยกมาจึงถูกวางไว้ที่เดิน ส่วนตัวผมนั่นเดินออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้าน วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสแถมแดดยังร้อนมากอีกด้วย ออกไปไหนใกล้ร่มไม้ก็ตัวแทบเกรียม ผมจึงเลือดที่จะยืนอยู่ใต้ต้นลีลาวดีต้นใหญ่ที่สวนหลังบ้าน ยืนดูคนในบ้านทำงานทั้งล้างรถ ตัดต้นไม้ อยู่แถวหน้าบ้านไกลๆนู้น

 

"มาทำอะไรตรงนี้ครับ ร้อนจะตาย"

 

"ออกมาสูดอากาศครับเบื่อในบ้านแล้ว"

 

"พี่ไปเอาเสื้อมาปูตรงนี้ได้ไหมจะได้นั่งด้วย ถือว่าปิกนิกในบ้านไง" ร่างสูงเสนอ

 

ผมเองที่ไม่ได้มีเวลาพักผ่อนแบบนี้ก็คิดว่าดีเหมือนกันเลยพยักหน้าไป ผมและคุณน่านฟ้าเข้ามาในบ้านเตรียมอาหาร ของกินเล่นสำหรับปิกนิกกัน โดยมีคุณน่านฟ้าหาเสื้อและร่มสนามไปกางบังแดดในทิศทางที่คิดว่าพระอาทิตย์จะส่องแสงมาถึงที่นั่งของเรา ส่วนผมก็ทำของกินเล่นง่าย ๆ อย่างเฟรนช์ฟรายส์ กับผลไม้ใส่จานออกมาพร้อมแม่บ้านอีกหนึ่งคนที่ถือถังน้ำแข็งและเครื่องดื่มมาด้วย คุณน่านฟ้ากลับเข้าไปในบ้านและออกมาพร้อมหมอนใบเล็กกับผ้าห่มผืนไม่หนามาสำหรับคลุมตัว ทั้งยังมีตะกร้าใส่พวกมือถือกับไอแพดออกมาด้วย

 

"เดี๋ยวต่อปลั๊กออกมาให้ด้วยนะ"

 

"ได้ค่ะคุณน่าน"

 

 

 

 

 

ตลอดทั้งบ่ายเราสองคนก็นั่งเล่นนอนเล่นอยู่ที่ใต้ต้นลีลาวดีไม่ได้ไปไหน คุณน่านฟ้านั่งทำงานของตัวเองที่ได้รับมาทางอีกเมลส่วนผมก็หลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่ข้าง ๆ ตามอาการคนท้องมีบางครั้งที่รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้อาเจียนออกมา ช่วงหลัง ๆ เลยได้แต่นอนดมยาดมไม่กล้าลุกขึ้นกลัวจะเวียนหัวและคลื่นไส้อีก

 

"ใกล้เวลาลูกเรียนหรือยังครับ"

 

"ใกล้แล้ว มีอะไร"

 

"ไปรับลูกกันครับ ผมอยากไปรับแกเอง"

 

คุณน่านฟ้าพยักหน้าและช่วยพยุงผมลุกขึ้นก่อนจะบอกให้แม่บ้านช่วยเก็บของตรงนี้ แล้วเราก็ขึ้นไปเตรียมตัวเพื่อออกไปรับลูกด้วยกัน และเพราะมาเร็วกว่าเวลาโรงเรียนเลิกผมกับคุณน่านฟ้าเลยแวะเข้าไปรอที่คาเฟ่ใกล้ ๆ ให้พอจอดรถได้ 

 

"ห้ามสั่งกาแฟนะ"

 

"รู้แล้วครับ" ผมยิ้มจนตาปิดเมื่อคุณน่านฟ้าเอ่ยปากห้าม ผมเองก็เกือบจะสั่งไปเหมือนกันเพราะลืมว่าในท้องมีตัวน้อยอยู่ด้วย "งั้นเอาสตรอว์เบอร์รีโยเกิร์ตปั่นครับ"

 

"สั่งไว้ให้ลูกเดี๋ยวก็คงเลิกแล้ว"

 

ผมพยักหน้าและสั่งของกินไว้ให้ลูกด้วย เจ้าอ้วนเลิกเรียนมาจะต้องหิวแน่ ๆเมื่อสั่งไปแล้วคุณน่านฟ้าก็บอกว่าจะลุกไปรับลูกเพราะเริ่มเห็นพ่อแม่คนอื่น ๆ เดินจูงแขนลูกออกมาบ้างแล้ว ผมนั่งรออยู่คนเดียวในร้านมองนู้นมองนี่ไม่ได้สนใจอะไรจนกระทั่งมีคนเข้ามาทัก

 

"พี่แสงใช่ไหมครับ"

 

"อ้าว เปี๊ยกกับไฟมาได้ไงเนี่ย" ผมทักขึ้นด้วยความแปลกใจไม่คิดว่าจะเจอทั้งสองคนที่นี่

 

"จะอะไรล่ะพี่ ก็ไอ้เตี้ยนี่มันอยากกินนมปั่นร้านนี้ไงเลยต้องพามา"

 

ไฟเป็นคนตอบน้ำเสียงติดจะทำเสียงเซ็งด้วยซ้ำ ผมก็ได้แต่แอบขำกับทั้งสองคนไม่เคยมีครั้งไหนที่จะไม่ตีกันเลย แต่ถึงจะตีกันยังไงก็ยังเห็นรักกันดีแถมไฟก็ยังตามใจเปี๊ยกมากๆ ผมเห็นว่าเด็กทั้งสองไม่ได้มีธุระไปไหนเลยชวนนั่งกินขนมด้วยกันทั้งสองคนก็ไม่ได้ปฏิเสธถึงยังไงก็คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น 

 

"น้าเปี๊ยก!!!" เสียงแปดหลอดแบบที่ชาวบ้านได้ยินจะต้องหันมาด่าของเจ้าตัวอ้วนดังขึ้นที่หน้าประตูร้านทันทีที่เห็นว่าผมนั่งอยู่กับใคร 

 

ตุบ!

 

"สวัสดีครับคุณน้าก่อน"

 

"สวัสดีครับน้าเปี๊ยก สวัสดีครับน้าไฟ สวัสดีค๊าบหม่าม๊า" 

 

เจ้าอ้วนยกมือไหว้ทุกคนและเข้าไปนั่งเบียดเปี๊ยกกับไฟด้วยความคิดถึง ผมเองก็มองออกมาว่าเด็กสองคนนี้ก็คงคิดถึงสกายเหมือนกัน ก็เมื่อก่อนสองคนนี้เทียวไปรับไปส่งแถมอยู่เป็นเพื่อนสกายบ่อยๆ 

 

"พี่แสงกำลังจะมีน้องอีกหรอจ๊ะ" 

 

"ใช่ นี่ก็สามเดือนแล้ว"

 

"คราวนี้ผู้หญิงผู้ชายครับ" ไฟถาม แล้วก็โดนเปี๊ยกตีไปหนึ่งทีและบอกว่าอายุครรภ์ยังน้อยอยู่ไม่สามารถดูเพศได้ไฟเองก็ดูจะสนใจตั้งใจฟังเอามากๆ

 

"แล้วเราสองคนไม่คิดอยากมีบ้างหรอ?" คุณน่านฟ้าถามแบบนี้ก็มีคนเขินแน่ๆ ไฟมองหน้าคุณน่านฟ้าเล็กน้อยและยกยิ้มหันกลับไปมองคนข้าง ๆ ที่ก้มหน้าเล่นกับเจ้าอ้วนทำเป็นไม่สนใจ

 

"คงต้องไปรับมาเลี้ยงแหละพี่ แต่เอาจริง ๆ ผมกับมันก็ยังเรียนอยู่คงรอให้เรียนจบหรือพร้อมกว่านี้ก่อน"

 

ไฟดูเป็นผู้ใหญ่มากเมื่อพูดเรื่องจริงจัง คุณน่านฟ้าเองก็ตั้งใจฟังทั้งยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำธุรกิจเพราะเจ้าไฟเองก็มีผับเป็นของตัวเองที่ทางบ้านให้ลองบริหารงานดู แล้วก็พูดเรื่องของการมาฝึกงานของทั้งสองคนซึ่งได้ความว่าได้รับเอกสารแล้วกำลังหาที่พักใกล้ ๆ บริษัทผมเลยแนะนำไปก่อนทั้งสองคนจะขอตัวบอกว่าอยากไปดูหอที่ผมบอก

 

 

 

 

 

TBC

 

เนี่ยใกล้จบแล้วก็เลยขยันอัพหน่อย 5555 และแอบมาสปอยตอนพิเศษในเล่มด้วยว่ามีตอนของไฟกับเปี๊ยกแบบแซ่บๆ

เม้นเป็นกำลังในการเบ่งน้องคนที่สองด้วยนะก๊ะ -3-

 

 

 

ความคิดเห็น