ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12 : โชคชะตา

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 : โชคชะตา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2563 09:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 : โชคชะตา
แบบอักษร

โชคชะตา 

 

อัคคีมองร่างบอบบางของใครบางคนที่เขาพาเข้ามานอนบนเตียงนอนของตัวเอง ใบหน้าหวานที่ค่อนไปทางผู้หญิง ร่างกายก็เล็กบางต่ำกว่ามาตรฐานชายไทย อีกทั้งยังมีผิวขาวเนียนนุ่มที่เขาเคยได้สัมผัสและยามอุ้มมาเมื่อครู่ก็เป็นคำตอบที่ย้ำได้ดี นอกเหนือสิ่งอื่นใดคือการกระทำของตัวเองที่เหมือนไม่ใช่ตัวเอง อัคคีไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้เอาแต่นึกถึงใบหน้านี้อยู่ตลอด ไม่ว่าจะผ่านมาเป็นสัปดาห์หรือเดือนเขาก็ไม่สามารถที่จะลืมได้ 

และเขาคิดว่าเธอคงไม่รู้ว่าคนที่ฝากร่องรอยไว้บนร่างกายในคืนนั้น คืนแสนเร่าร้อนคือ เขาคนนี้ เพราะการเจอกันเมื่อยามค่ำคืน สายตาที่มองเขามันไม่เหมือนกับคนที่จะจดจำอะไรได้เลย 

"คุณอัคคีครับ" 

"อืม เดี๋ยวฉันออกไป" 

อัคคีตอบรับการ์ดที่เข้ามาเรียกถึงภายในห้อง ก่อนจะกระชับเสื้อสูทราคาแพงเดินตามหลังออกไปอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้คนที่นอนหลับไม่รู้สึกตัวได้พักผ่อนในค่ำคืนนี้อย่างสงบและเต็มอิ่ม 

"อื้อๆ! อ่อย! " หญิงสาวที่ถูกจับมัดตรงเก้าอี้ภายในห้องมืดๆ ที่มีแต่กลิ่นอับชื้นพยายามดิ้นให้หลุด ดวงตาตื่นตระหนกยามเห็นว่ามีใครเข้ามาภายในห้องเพิ่มอีกคน ดวงหน้าที่เรียบเฉย สายตาที่มองเธอมาอย่างแสนเย็นชาและอันตราย ทำเอาร่างกายหญิงสาวสั่นไปหมด เพราะเธอแน่ใจว่าไม่รู้จักกับคนพวกนี้ทำไมถึงได้จับตัวเธอมา 

"เปิดให้เธอได้พูด" 

"ครับ" 

อัคคีนั่งลงบนโซฟาที่เยื้องจากคนที่ถูกจับมัดตรงเก้าอี้อยู่กลางห้องลำพังคล้ายกับนักโทษที่กำลังถูกสอบสวน เมื่อริมฝีปากเป็นอิสระ หญิงสาวก็รีบพูดในสิ่งที่คิดออกมา 

"พวกคุณจับฉันมาทำไม ฉันจำได้ว่าไม่เคยมีเรื่องด้วย" นอกจากพวกตามหนี้กู้นอกระบบที่เป็นนักเลงป่าเถื่อน เธอก็ไม่รู้จักคนพวกนี้ ดูเหมือนผู้ดีแต่กลับอันตรายเกินกว่าเธอจะคาดคิด 

"อืม เราไม่รู้จักกัน" 

"งั้นก็รีบปล่อยฉันไปสิ! " ในเมื่อไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทำไมถึงยังไม่ยอมปล่อยตัวเธอไปอีก 

"แต่เด็กผู้ชายคนนั้น" 

"ไอ้น้ำหนึ่ง" ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อนึกไปถึงหลานชายตัวดี ที่ไม่สามารถจัดการได้ แต่นั่นยิ่งทำให้อัคคีหรี่ตาลง อารมณ์ไม่พอใจเริ่มตีตื้นขึ้นอีกระรอก 

"ใช่ ผู้ชายคนนั้น เธอคิดจะทำอะไร" 

"มันเป็นหลานชายของฉัน ฉันจะทำอะไรกับมันก็ได้" นอกจากดวงตาที่หรี่ลงแล้ว คำพูดที่แสนหยาบช้าที่หลุดมาจากริมฝีปากของหญิงวัยกลางคนทำเอาอัคคีเริ่มไม่สบอารมณ์ที่พูดเหมือนว่าชีวิตคนคนหนึ่งไม่มีค่า การ์ดที่เห็นว่าคุณอัคคีเริ่มไม่พอใจจึงเข้าไปใกล้ตัวหญิงสาวจับบีบใบหน้าของเธอให้ยกสูงขึ้น จนได้ยินเสียงร้องโอดครวญไม่หยุด 

"โอ๊ย ปล่อยฉันนะ" 

"ใครเป็นคนให้เธอทำเรื่องนี้" อัคคีไม่แม้จะปรายตามองหญิงสาวที่เอาแต่ร้องให้ปล่อย เขาอยากรู้ว่าสิ่งที่พวกมันต้องการคืออะไรถึงขนาดใช้คนมากมายมารุมล้อมจับผู้ชายเพียงคนเดียวที่ดูไม่สู้คน มันคงไม่ใช่เรื่องดี 

"ไม่มี ฉันทำคนเดียว" 

"อืม งั้นเธอคงอยากจะเป็นเหมือนสามคนนั้น" เขาเองก็เริ่มหมดความอดทนแล้วเหมือนกันที่ไม่ยอมรับ ยิ่งช่วงนี้อารมณ์ไม่คงที่ ชี้ไปยังชายฉกรรจ์สามคนที่นอนร้องโอดครวญอีกห้องที่อยู่ติดกันที่ถูกคนของเขาจัดการไปเพียงไม่ถึงชั่วโมงเท่านั้น และเหมือนเธอจะยังไม่ยอมตอบ เขาจึงลุกจากโซฟา ให้คำสั่งกับการ์ด 

"จัดการเธอ" 

"ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว ฉันบอกก็ได้! " แค่มือไม้ของชายชุดดำยกสูงขึ้น เธอก็หลับตาลงอย่างยอมแพ้ ยอมเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังจนหมดสิ้น คำสารภาพที่ทำให้อัคคีนิ่ง แต่เป็นความนิ่งที่กำลังก่อตัวพายุแสนรุนแรง 

. 

 

 

"ไอ้น้ำหนึ่ง แกมันโชคดีอีกแล้ว" แป้งที่คอยมองเหตุการณ์อยู่ไกลๆ ถึงกับอารมณ์ไม่ดีที่แผนการเกือบจะสำเร็จแล้ว หากไม่มีพวกบ้าที่ไหนก็ไม่รู้เข้ามาช่วยมัน แถมยังดูเหมือนพวกผู้ดีมีเงิน ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นทำไมรอบตัวมันมีแต่คนที่คอยปกป้องมัน ทั้งพี่เนตร พี่ทายและไอ้ผู้ชายคนนั้นที่โผล่มาจากไหนไม่รู้อีกคน 

"ไหนคนที่เธอบอกให้ฉันเจอ ทำไมไม่พามาอีก" ชายหนุ่มในชุดคลุมสีขาวเดินออกมาจากในห้องน้ำ ใบหน้าหล่อเหลาหรี่ตามองหญิงสาวที่นั่งกำมือแน่นตรงเก้าอี้ใหญ่เพียงลำพัง ยิ่งเห็นท่าทางเดือดดาลนั่นแล้วอยากจะจับเธอทุ้มลงบนเตียงมอบรสรักแสนร้อนแรงให้เสียแล้วสิ 

"ก็เกือบพามาได้แล้ว แต่มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาช่วยมัน" แป้งไม่แม้จะหันไปมองคนที่ยืนอยู่ทางข้างหลัง เมื่อไหร่เธอจะได้หลุดพ้นจากไอ้คนนี้สักที จะหนีก็หนีไม่ได้เพราะมันคอยจับตามองอยู่ตลอด นับวันร่างกายของเธอก็มีแต่ร่องรอยบาดแผลที่ไม่คิดจะยั้งมือ ทำเหมือนเธอเป็นแค่ที่รองรับอารมณ์ 

"ฉันว่าเธอก็แค่โกหกให้ฉันตายใจ แต่ฉันไม่หลงกลเธอหรอกที่รัก แต่จะบอกอะไรให้นะ ฉันเริ่มที่จะเบื่อเธอแล้วล่ะ" ร่างกายที่ถูกใช้งานบ่อยๆ ก็เริ่มสึกหรอไม่เหมือนเดิม แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินเข้าไปหาเธอเสียงโทรศัพท์ที่ดังเข้ามาขัดจังหวะทำให้เขาต้องปลีกตัวไปรับสายเพราะรายชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ 

"ไง อัคคี" 

แต่เหมือนการรับสายในครั้งนี้กลับเพิ่มความเดือดดาลภายในใจของชายหนุ่มให้สูงเพิ่มขึ้น 

"คนที่เธอจะพามาหาฉันคือผู้ชายสินะ" โรมันวางโทรศัพท์ลงก่อนจะเดินมาหาหญิงสาวที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ดวงตาที่ฉายแววทีเล่นทีจริงทุกครั้งเริ่มมืดดำลง ยามได้ยินคำตอบจากเรียวปากนั่น 

"ใช่ คนที่เป็นสินค้าที่ถูกสับเปลี่ยนตัวกับฉันในคืนนั้นไง เพราะมันเพราะมันทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้" 

"ฉันพอจะเข้าใจแล้ว แต่ว่าเธอพลาดไปหน่อย ที่ดันไปยุ่งกับคนของอัคคี" สินค้าไม่ได้ถูกสับเปลี่ยนตัว เพราะมันได้ถึงมือผู้รับแล้วต่างหาก แถมยังเป็นสินค้าที่ผู้รับคนนั้นชื่นชอบเสียด้วย 

"แกหมายความว่าไง" 

"ผู้ชายที่เธอไปไล่ตามจับมาประเคนให้ฉัน ฉันขอเตือนว่าอย่าไปยุ่งวุ่นวายอีก ฉันไม่อยากจะนึกเลยว่าหากเธอทำสำเร็จและฉันได้ลิ้มลองของต้องห้ามชิ้นนั้นเข้าไป เธอและฉันคงได้ไปเฝ้ายมบาลด้วยกันทั้งคู่แน่" 

"เขาฝากให้ฉันจัดการเธอด้วยนี่สิ เอาไงดีทีนี้" ถ้าไม่ชิงลงมือก่อน ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ตายดีแน่ เอาเป็นว่าเขาคนนี้จะช่วยสงเคราะห์ให้แล้วกันสำหรับที่ผ่านมาก็ช่วยให้เขาผ่อนคลายอารมณ์ไปมากทีเดียว 

"แกจะทำอะไร" แป้งรู้สึกหวั่นไปหมดยามจดจ้องมองดวงตาของชายหนุ่ม ที่บ่งบอกว่าอันตราย 

"ก็คงต้องพาไปอบรมสั่งสอนที่ไหนสักแห่งแล้วค่อยพากลับมาแล้วกัน" 

. 

 

 

แสงที่สาดส่องเข้ามากระทบร่างกายยามเช้า ทำให้ผมเริ่มรู้สึกตัวและพยายามเปิดเปลือกตามองไปรอบๆ ห้องเพราะกลิ่นอายที่ไม่คุ้นเคยอีกทั้งเตียงนุ่มเช่นนี้ไม่ใช่ห้องของผม ยามคิดไปถึงเรื่องเมื่อคืนวาน ดวงตากลมก็เปิดกว้างขึ้นมองไปรอบห้องอย่างลนลาน ว่าผมอยู่ที่ไหน ยิ่งเรียวแขนที่กอดก่ายร่างกายของผมในตอนนี้ยิ่งทำให้ผมค่อยๆ หันไปมองคนข้างกาย ในใจภาวนาว่าอย่าให้เกิดเรื่องไม่ดีเหมือนในคืนนั้นอีกเลย เพราะผมคงรู้สึกเจ็บปวดที่ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้เลย 

"คุณ..." ผมเคยเจอเขายามผมไปทำงานที่บาร์แห่งนั้นและเมื่อคืนเขาก็ได้ช่วยผมไว้ ใบหน้าที่หลับสนิทของชายหนุ่มทำให้ผมรีบสำรวจร่างกายตัวเองว่าไม่ได้ถูกทำอะไร ก่อนจะหันไปมองเขาอีกครั้ง ไม่รู้ทำไมว่าการที่ผมตื่นขึ้นมาเจอเขากลับทำให้ผมรู้สึกโล่งใจทั้งที่ผมควรจะตกใจมากกว่านี้ 

พยายามจับวงแขนของเขาออกจากร่างกายของผม แต่ว่าเหมือนจะไปปลุกให้เขาตื่น 

"ขอโทษครับ" ดวงตาที่เปิดขึ้นคู่นั้นทำให้ผมลนลานกว่าเดิม รีบขอโทษเขาที่ทำให้ตื่น เขาจึงลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ผมเองก็ขยับถอยห่างจากเขาเพราะผมไม่ได้รู้จักกับเขามากไปกว่าการพบหน้ากันเท่านั้น 

"ฉันเวียนหัว" 

"..." ผมมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ว่าทำไมถึงพูดเรื่องนี้กับผม 

"ขอฉันหลับอีกสักหน่อย" ถ้าเขาง่วงนอนผมก็จะไม่รบกวนเขาและออกไปจากที่นี่ แต่เขากลับดึงผมเข้าไปนอนภายในอ้อมกอดของเขา ใบหน้าของเขาที่อยู่ตรงลำคอของผม ทำให้ร่างกายผมแข็งทื่อไปหมด 

"คุณ.." แม้จะเป็นเพียงแค่การนอนกอดกัน แต่แบบนี้มันทำให้ผมทำตัวไม่ถูก 

"อัคคี" 

"คุณอัคคีปล่อยผมนะครับ ผมจะกลับห้อง" 

"เดี๋ยวไปส่ง" 

"แต่ว่า..." 

"ถือเป็นการตอบแทนเรื่องเมื่อคืน" น้ำเสียงของเขาดูไม่พอใจเล็กน้อยที่ผมพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนของเขา ผมจึงยอมหยุดดิ้น ปล่อยให้คนที่นอนหลับโดยมีผมอยู่ใกล้ๆ ได้พักผ่อน เวลาผ่านไปสักครู่หนึ่งผมก็เริ่มง่วงตามเขาไป กลิ่นกายของเขาทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ขยับเข้าไปชิดกับตัวเขา สูดกลิ่นที่ทำให้ผมรู้สึกดีพร้อมกับมือที่ลูบหน้าท้องของตัวเองเพื่อขับกล่อมเจ้าตัวเล็กที่เหมือนจะง่วงนอน 

ผมตื่นขึ้นมาอีกทีก็ยามที่ได้ยินเสียงน้ำไหลดังกระทบพื้นดังมากจากด้านในห้องน้ำ เปิดเปลือกตาขึ้นมาช้าๆ อย่างรู้สึกเต็มอิ่มกับการนอนหลับ ทั้งที่ผ่านมา ผมจะรู้สึกหลับไปเต็มอิ่มสักครั้งเพราะความกังวลหลายๆ อย่างในชีวิต กระทั่งเสียงคนที่เปิดประตูห้องน้ำออกมา ผมจึงหันใบหน้าไปมองเขาช้าๆ ชายหนุ่มที่สวมเพียงผ้าคลุมตัวบาง เส้นผมเปียกปอนแนบลู่ไปกับศีรษะทำให้ผมหน้าร้อนไปหมด ที่เสียมารยาทหันไปมองเขา รีบหันกลับไปทางเดิม 

"เธออยากอาบน้ำหรือเปล่า" 

"ไม่เป็นไรครับ ผมจะไปอาบที่ห้อง" 

"อืม" 

จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงเปิดประตูตู้เสื้อผ้า เขาคงกำลังเปลี่ยนชุด ผมก็นั่งรอเขาบนเตียงสักพักเขาก็บอกให้ผมเดินตามเขาลงไปชั้นล่าง บนโต๊ะอาหารที่ถูกจัดเสิร์ฟอย่างหรูหราทำเอาผมเกร็งไปหมด 

"ตามสบายนะ" 

"ครับ" 

ถึงจะบอกแบบนั้นผมก็ยังเกร็งเพราะผมวางตัวไม่ถูกกับการกินอาหารร่วมโต๊ะกับใคร ยิ่งมองไปรอบห้องที่มีหญิงสาวคล้ายกับคนรับใช้อย่างในทีวีที่ผมเคยดูในบ้านของคนรวยๆ แล้วยังผู้ชายที่สวมชุดดำทั้งตัวสองคน ทำให้ผมยิ่งกลัว 

"ออกไปกันก่อน" 

"ครับ/ค่ะ" เสียงของเขาทำให้พวกคนที่อยู่ร่วมห้องจากไปช้าๆ ตอนนี้จึงมีเพียงเราสองคนที่อยู่ภายในห้อง ผมรู้สึกขอบคุณเขาจากใจจริงที่ทำให้ผมไม่รู้สึกอึดอัดยามกินข้าวด้วยกันที่โต๊ะ 

 

 

+ + + + + + + + + + + + + + 

ความคิดเห็น