ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ส.ค. 2563 08:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1
แบบอักษร

หญิงสาวชาวกรุง รูปร่างโปร่งบางแบกเป้ใบใหญ่ แต่งกายทะมัดทะแมง ย่ำเท้าที่ห่อหุ้มด้วยรองเท้าผ้าใบกลางเก่ากลางใหม่ เดินมาตามถนนลูกรัง จุดหมายคือไร่อนาวิน ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากถนนเส้นหลักราว ๆ ห้าหกกิโลเมตร แถบอำเภอชายแดนทางด้านตะวันตกของประเทศไทย ยังดีที่แดดร่มลมตก แต่กระไอความร้อนที่สะสมบนพื้นผิวถนนมาทั้งวัน ก็เล่นเอาเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ซึมเกาะตามไรผมที่ล้อมรอบวงหน้าเรียว แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา 

ความจริง เจ้าสัวดนัย ย้ำนักย้ำหนาให้โทรหาคนที่ไร่ นั่นก็คือทายาทคนเดียวของท่าน ให้ส่งรถมารับ แต่เพราะเกวลิน อยากจะยืดเวลาออกไปสักนิด ถึงแม้จะตัดสินใจแน่วแน่ที่จะทำงานนี้ แต่ลึก ๆ ก็ยังหวั่นไหว ไม่ค่อยมั่นใจนัก บางทีการเดินใช้ความคิดเงียบ ๆ คนเดียวสักห้าหกกิโล อาจจะทำให้หล่อนรวบรวมสติอันกระเจิดกระเจิงกลับมาได้

หญิงสาวเดินมาเรื่อย ๆ ไม่ได้รีบร้อนกระทั่งมองเห็นป้ายชื่อตัวโต ไร่อนาวิน หล่อนดีใจราวกับเจอโอเอซีสกลางทะเลทราย เพราะตอนนี้ลำคอแห้งผาก อยากจะดื่มน้ำสักสามลิตรถ้าเป็นไปได้ รั้วลวดหนามถี่ ๆ ที่ทอดยาวตลอดแนว หล่อนประมาณไม่ถูกหรอกว่าเนื้อที่เท่าไหร่ รู้แต่ว่ากว้างมาก หญิงสาวสอดส่ายสายตา มองหาใครสักคนที่จะมาเปิดประตูรั้วให้ แต่ก็ไม่มี มองเข้าไปมีแต่ต้นไม้ แล้วก็ต้นไม้ ตัวบ้านคงจะแอบซ่อนอยู่ใน ความร่มรื่นเป็นแน่ จึงมองจากจุดนี้ไม่เห็น

เกวลินลองผลักบานประตูรั้วไม้หนาหนักเผื่อจะเปิดเข้าไปเองได้ แต่ก็ไร้ผล จึงถอยออกมายืนพิจารณา กวาดตามองหากริ่ง เผื่อจะมีแต่ก็ไม่พบ เกวลิน ยู่หน้าใส่ ใจนึกไปถึงผู้เป็นเจ้าของไร่ ช่างเข้าถึงยากเย็น.....เฮอะ.... คงเหลือทางสุดท้าย

เอาวะ...ปีนก็ได้ มาถึงขั้นนี้แล้ว...หญิงสาวลืมคิดเรื่องโทรศัพท์ไปเสียสนิท หล่อนไม่รอช้า ไม่ต้องวางมาดนางพญา รีบโยนเป้ใบใหญ่ข้ามรั้วไปก่อน และตรงเข้าใช้ทักษะสมัยเด็กวัยซนที่ชอบแอบบิดาไปปีนป่ายเล่นราวกับเด็กผู้ชาย แถมยังตั้งตัวเป็นหัวหน้าแก๊งค์อีกต่างหาก แถวบ้านจึงมีแต่เด็กเรียกลูกพี่ ไม่นึกว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ได้ในตอนนี้

“...ตุ๊บ....” หญิงสาวกระโดดลงมายืนในไร่ได้อย่างสวยงาม สมกับเป็นหัวหน้าแก๊งค์

“...โฮ่ง....โฮ่ง.....โฮ่ง”

“เฮ้ย...ไม่นะ” แค่เสียงโฮ่งแรก ก็ทำเอาสาวเจ้า ปีนกลับขึ้นไปเกาะหนึบอยู่บนประตูรั้วเกือบขั้นสุด สายตาล่อกแล่ก มองหาเจ้าของเสียงอย่างหวาด ๆ เพียงไม่นานก็มีเด็กหนุ่มอายุราวสิบห้าสิบหก วิ่งกระหืดกระหอบออกมาในมือจับโซ่เส้นใหญ่ ที่เกาะติดกับปลอกคอเจ้าหมาร่างยักษ์สีดำทะมึน

“พี่สาวครับ ลงมาเถอะครับ” เด็กหนุ่มตะโกนบอก กลั้นหัวเราะเต็มที่ เขามาทันได้เห็นภาพหญิงสาววิ่งกลับไปปีนแผงประตูรั้ว มันเป็นภาพที่น่าทึ่งมาก ไม่กลัวจริงคงทำไม่ได้ 

“ไม่เด็ดขาด เอาเจ้านั่นกลับไปก่อน” เกวลินส่ายหน้าหวือ เกาะแผงประตูรั้วไว้แน่น ตะโกนบอกเด็กหนุ่มที่มาใหม่

“เจ้าสำลีมันไม่กัดใครหรอกครับ”

“ห๊า....ชื่อสำลี มันไม่กัดแน่นะ” เกวลินไม่ค่อยไว้ใจ ขนาดชื่อ เจ้าของมันยังตั้งไว้ลวงโลกได้ลงคอ......ตัวดำเป็นถ่าน แต่ดันชื่อสำลี.....

“ครับ เจ้านายให้ผมมาเชิญพี่สาวเข้าไปในบ้านครับ” เด็กหนุ่มส่งยิ้มเป็นมิตรมาให้ รวมทั้งเจ้าสำลีที่นั่งหอบลิ้นห้อยยาวออกมาจากปากใหญ่ นี่ถ้าทำอะไรไม่ถูกใจ ไอ้เจ้าสำลีมันคงงับหัวหล่อนเข้าไปได้ทั้งหัวแน่เลย.....บรื๋ออออ.......

 

พอดูจนแน่ใจ เกวลินจึงกระโดดลงมาอีกครั้ง ก้มลงหยิบเป้ขึ้นมาปัด ๆ ฝุ่นออกเล็กน้อย ก่อนจะคล้องเข้ากับหัวไหล่ และเดินตามเด็กหนุ่มเข้าไปภายในไร่

“พ่อสำลีสุดหล่อ เกว มาดีนะจ๊ะ...เป็นเพื่อนกันนะ” หญิงสาวรีบผูกมิตรกับเจ้าร่างยักษ์เป็นอันดับแรก

“โฮ่ง....” เกวลินสะดุ้ง เจ้าหมายักษ์กระดิกหางไปมา จึงเหมาเอาว่าเจ้าสำลีตอบรับหล่อนแล้ว

“น้องชื่ออะไรจ๊ะ” เกวลินตั้งใจผูกมิตรกับรายต่อไป เห็นเด็กหนุ่มท่าทางซื่อ ๆ หน้าตาออกจะขาวซีด

“ครกครับ”

“ขอบใจมากนะนายครกสุดหล่อ ฉันชื่อเกวลิน เรียกพี่เกว ก็ได้จ่ะ”

“ครับพี่เกว” นายครกยิ้มกว้างนึกชอบท่าทางลุย ๆ ห่าม ๆ ของพี่สาวคนนี้ดูโคตรเท่ห์เลยว่ะ.... ไม่น่ารำคาญเหมือนพวกสาว ๆ ที่เคยแวะเวียนมาหาเจ้านายบ่อย ๆ 

 

นายครกเดินนำพี่สาวร่วมโลก มาที่บ้านไม้ชั้นเดียว ยกพื้นสูง ขนาดกะทัดรัด แต่ดูน่าสบาย ระเบียงหน้าบ้านเปิดโล่ง มีโต๊ะเก้าอี้ จัดวางไว้เรียบร้อย เด็กหนุ่มพาเจ้าสำลีเข้าไปอยู่ในกรงใหญ่ด้านล่างเรียบร้อย จึงกลับมาบริการแขกคนสำคัญ

“พี่เกว รอตรงนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวคุณวินก็มา” นายครก ยกเหยือกน้ำเย็นเจี๊ยบพร้อมแก้วใบเล็กมาวางไว้ให้ บนโต๊ะไม้ริมระเบียง หญิงสาวจึงตามไปนั่งลง ไม่ต้องรอให้ใครเชิญ

“อ้าว แล้วครกจะไปไหนเหรอจ๊ะ” เกวลินถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินไปทางบันได

“กลับบ้านครับ” 

“ไม่ได้พักที่นี่เหรอจ๊ะ”

“เปล่าครับ บ้านนี้นายอยู่คนเดียว ผมไปก่อนนะครับ” พูดจบก็เดินลงจากบ้านไป คว้าจักรยานปั่น ออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่อยู่ให้ซักถามอีก หญิงสาวได้แต่มองตามเด็กหนุ่มไป เสียดายนึกว่าจะมีเพื่อนคุย

 

อนาวินจับจ้องอิริยาบท หญิงสาวผู้มาเยือนตั้งแต่เห็นหล่อนยืนเก้ ๆ กัง ๆ ที่หน้ารั้วผ่านกล้องวงจรปิดคุณภาพสูง ที่ติดตั้งแอบซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ชายหนุ่มรู้ทันทีว่าเจ้าหล่อนคือคนที่พ่อเขาส่งมา แต่ไม่คิดว่าคุณเธอจะห้าวได้ขนาดนี้ จากความหงุดหงิดที่คุยกับบิดาเมื่อเช้านี้ เพิ่มเติมคือความขบขัน ตั้งแต่เห็นเจ้าหล่อนจ้ำอ้าวขึ้นไปเกาะอยู่บนรั้วเมื่อได้ยินเสียงเจ้า สำลี....นี่หรือวะ...สะใภ้ตระกูลวงศ์วิริยะกุล พ่อเขาต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ ๆ หรือเครียดจนเพี้ยนไปแล้ว ถึงได้เลือกยัยโก๊ะ มายัดเยียดให้เป็นเจ้าสาวของเขา

 

ระหว่างนั่งรอเจ้าของบ้านไม้สไตล์คันทรี ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้ร่มรื่น เน้นระเบียงบ้านกว้างกลมกลืนกับธรรมชาติในแบบที่เกวลินชอบ หล่อนเติบโตมาในบ้านสวนเมืองนนท์อยู่กับธรรมชาติมาตั้งแต่เด็ก ถึงแม้จะต้องพักอยู่ที่คอนโดบ้างตั้งแต่เรียนจบ และ เข้าทำงานกับบริษัทในเครือของตระกูลวิริยะกุล โดยไม่รู้สักนิดว่าคุณลุงดนัย ผู้ใหญ่ใจดี เพื่อนสนิทของบิดาที่หล่อนมีโอกาสได้พบเจอบ่อย ๆ ในวัยเด็กนั้น คือท่านประธานใหญ่ของอาณาจักรแห่งนั้น

 

“สวัสดีค่ะ...เอ่อ..คุณอนาวินใช่ไหมคะ ดิฉันเกวลินค่ะ” หญิงสาวคิดอะไรเพลิน ๆ จึงไม่ได้รับรู้การมาของใครอีกคน ต่อเมื่อหันมาเห็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ อายุเขาน่ะเหรอห่างจากหล่อนสิบปี หล่อนจำได้แม่นเพราะคุณลุงดนัยบอกว่ากำลังดี ใบหน้าคมเข้มเรียบเฉยแลดูดุดัน หนวดเครารกครึ้ม ผิวพรรณไม่ได้ขาวจัดเหมือนในรูป แม้จะคล้ำแดดไปสักนิด แต่นั่นยิ่งทำให้ดูมีเสน่ห์แบบดิบๆ เถื่อน ๆ .....หัวใจกระหน่ำเต้นแรง..ห้ามไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ทันทีที่สบสายตาคู่คม ในขณะที่เขายืนกอดอก มองมานิ่ง ๆ

รสนิยมของหล่อนอาจจะไม่ค่อยเหมือนใคร......สาวที่เคยประกาศตัวขอเป็นโสดตลอดชีวิตอย่างเกวลิน กรี๊ดเขาในใจทันทีที่เห็นชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี ตอนที่คุณลุงดนัยให้ดูรูปของเขาก็รู้ว่าหล่อ ตอนนั้นเขาหน้าตาหล่อเหลา เกลี้ยงเกลา ผิวขาว แต่ก็ไม่ได้รู้สึกปลื้มปริ่มเท่านี้ แต่สิ่งที่แสดงออกคือหญิงสาวกระพุ่มมือไหว้อย่างงดงาม ถึงแม้จะเกิดอาการประหม่าไม่น้อย ความมั่นใจก่อนออกเดินทางเป็นอันหดหายไปเกือบหมด

อนาวินไม่แม้แต่จะรับไหว้ตามมารยาท ได้แต่ตีหน้าเคร่ง จ้องมองมา สายตาคมกล้าของเขา มองสำรวจหญิงสาวหน้าตาค่อนข้างมอมแมมอย่างคนไม่ใคร่จะใส่ใจดูแลตัวเอง เส้นผมยาวติดฝุ่นจาง ๆ ถูกรวบไว้ง่าย ๆ จะมีดีหน่อยก็ตรง ดวงตากลมโตแม้ไม่หวานซึ้งแต่ก็ดูมีชีวิตชีวา รูปร่างเพรียวบาง หล่อนสวมกางเกงยีนส์สีซีด เสื้อยืดสีขาวทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตสีดำขมุกขมัว ชายหนุ่มพิจารณาหญิงสาวตรงหน้าราวกับเครื่องสแกนจับผิดก็ไม่ปาน

“เอ่อ...บังเอิญ มีปัญหาจากการเดินทางนิดหน่อยค่ะ...เลยมีสภาพ..เป็นแบบนี้” หญิงสาวมองข้ามความไร้มารยาทของอีกฝ่าย ยิ้มแหย ๆ รู้ตัวว่าสารรูปของหล่อนตอนนี้ดูไม่จืด เยินแค่ไหน ถามใจเธอดู.... ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะหล่อนเองยืนยันกับคุณลุงดนัย ว่าจะเดินทางมาด้วยตัวเอง แต่สุดท้าย....เฮ้อ.....อย่างที่เห็น....เจ้าบ่าวของหล่อนคงจะประทับใจน่าดู…….

“จะเริ่มงานเลยใช่ไหม” คำพูดแรกที่ออกจากปากชายหนุ่ม เขาถาม ราวกับคุย เรื่องธรรมดาทั่ว ๆ ไป เรื่องลมฟ้าอากาศ

“อะ...อะไรนะคะ” เกวลิน ตกใจตาโตเท่าไข่ห่าน เรื่องที่คุณลุงดนัยกับบิดาของหล่อนขอร้องให้ทำ ว่าแปลกแล้ว พอเจอกับลูกชายของท่านยิ่งแปลกประหลาดพิลึกกึกกือไปกันใหญ่ รู้อยู่เต็มอกว่างานนั้นคืออะไร แต่มันเร็วไปปะ...มาถึงก็จะจับกดทำลูกเลย.....พ่อคู๊ณ...สงสัยจะอดอยากปากแห้ง..เกวลินค่อนแคะเขาในใจ....ไหนว่าเบื่อผู้หญิงไงเล่า.... แล้วนี่อะไร....ตอบ!.....เกวลินไม่ได้พูดออกไป ได้แต่เข่นเขี้ยวในใจ

“ก็เธอรับงานตำแหน่งเจ้าสาวของฉัน เพื่อผลิตทายาทของตระกูล วงศ์วิริยะกุล ไม่ใช่รึ อย่ามาทำเป็นไร้เดียงสา รับค่าจ้างมาเท่าไหร่ มาทำให้คุ้ม” ชายหนุ่มว่าเสียงห้วนจัด

เอาแล้วไง เริ่มแผลงฤทธิ์ เรตติ้งที่ให้เมื่อแรกเจอตกฮวบ

ความคิดเห็น