facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

26.ทางออกของหัวใจ

ชื่อตอน : 26.ทางออกของหัวใจ

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.4k

ความคิดเห็น : 196

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ส.ค. 2563 02:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
26.ทางออกของหัวใจ
แบบอักษร

26.ทางออกของหัวใจ 

  

               แก้วเจ้าจอมวิ่งกระหืดกระหอบลงจากรถในทันทีเมื่อมาถึงตึกร้างแห่งหนึ่งย่านชานเมืองโดยมีนคินทร์วิ่งตาม แล้วเมื่อทั้งสองคนจะเข้าไปในตึกร้างดังกล่าวก็ได้มีชายชุดดำปกปิดใบหน้าจำนวนสามคนเข้ามาขวางทางเอาไว้ให้สองพี่น้องรู้สึกหงุดหงิดใจยิ่งนัก 

               “โธ่พี่! ให้พวกผมเข้าไปเถอะนะ เรามาหาพ่อ น่านะพี่ชาย ให้เราเข้าไปข้างในกันเถอะ คนกันเองทั้งนั้น” นคินทร์พยายามจะฝ่าชายชุดดำเข้าไปข้างในแต่ก็ถูกชายทั้งสามคนนี้ขวางเอาไว้ตลอด 

               “เข้าไปหาพ่ออะไร มาทางไหนก็กลับไปทางนั้น ที่นี่ไม่ใช่ที่วิ่งเล่นของเด็ก” 

               “เด็กอะไรพี่ นี่ผมเองนะ รูปหล่อๆ แบบนี้น่ะมีอยู่คนเดียวเท่านั้นแหละ ผมเป็นลูกชายคนเล็กของรอง...” 

               “นาวิก เงียบ!” แก้วเจ้าจอมรีบเข้ามาปิดปากน้องชายเอาไว้เมื่อนคินทร์กำลังจะบอกว่าตนเป็นลูกของใคร คืนนี้บรรดาพ่อๆ ของเธอมาทำปฏิบัติการลับ เมื่อเป็นปฏิบัติการลับจึงไม่ควรที่จะเปิดเผยชื่อของใครออกมา ดังนั้นเธอจึงเป็นคนหันมาพูดกับทางเจ้าหน้าที่เองเพราะเจ้าหน้าที่เหล่านี้ล้วนแต่เป็นลูกน้องของรองคีรินทร์ทั้งนั้น 

               “ไปบอกคนข้างในให้ได้มั้ยคะว่าลูกนางไม้กับลูกแรดน้อยมา” 

               “ลูกแรดน้อยอีกละ” นคินทร์บ่น เขาอยากได้ฉายาพ่อฉลาดดุมากกว่า เพราะเป็นลูกคนเล็กที่แม่ชอบโอ๋ พ่อของเขาก็เลยเรียกเขาว่าลูกแรดน้อย ทีนี้เหล่าพี่ๆ น้องๆ ก็เลยพากันเรียกตาม 

               “จะลูกนางไม้หรือลูกแรดน้อยก็เข้าไปข้างในไม่ได้ทั้งนั้นครับ ท่านสั่งมา” 

               “วะ!!! ทำไมต้องทำให้เรื่องเล็กๆ เป็นเรื่องใหญ่ด้วย แค่ขอเข้าไปข้างในมันจะอะไรนักหนา ทำอย่างกับคนไม่รู้จักกันมาก่อนงั้นแหละ หนอย...ปิดหน้าปิดตาแล้วคิดว่าฉันจะจำจ่า จ่าแล้วก็จ่าไม่ได้หรอ จะให้เข้าไปดีๆ หรือจะต้องวางมวยกันก่อน!!!” 

               “เจ๊โหดๆ ใจเย็นๆ ก่อน” คราวนี้กลับเป็นนคินทร์เสียเองที่ต้องรีบเข้ามาดึงตัวพี่สาวหนี ถึงจะคุ้นเคยกันดีกับนายทหารทั้งสามตรงหน้า แต่นายทหารทั้งสามคนก็เป็นทหารจากหน่วยรบพิเศษนะ เดี๋ยวก็ถูกจับหักแขนหักขากันหรอก แล้วระหว่างที่แก้วเจ้าจอมกำลังโวยวายอยู่นั้น ผู้หมวดศิขรินทร์ที่เดินออกมาดูความเรียบร้อยหน้าตึกพอดีเลยเห็นว่าตอนนี้แก้วเจ้าจอมกำลังจะกลายร่างเป็นยัยโหดกินหัวทหารข้างนอกแล้ว 

               “พี่รีคอน ทางนี้พี่ทางนี้ มาช่วยจับเจ๊โหดหน่อย ขาดยาอาการคลุ้งคลั่งเริ่มออกมาแล้ว” นคินทร์ล็อกแขนของแก้วเจ้าจอมเอาไว้แน่นเมื่อเห็นเธอทำท่าจะกระโจนเข้าใส่นายทหารทั้งสามจนผู้หมวดศิขรินต้องรีบเข้ามาหาแล้วโบกมือให้ทหารทั้งสามนายกลับไปตรวจตรารอบๆ ตึกร้างต่อ 

               “ไนเปอร์ ใจเย็นๆ ก่อน” ผู้หมวดหนุ่มรีบเข้ามาช่วยน้องชายหิ้วปีกแก้วเจ้าจอมเอาไว้ คาดว่าเธอน่าจะรู้ข่าวที่พวกเขาจับตัวสารวัตรคมกฤชเอาไว้ได้แล้วจึงรีบตามมาที่นี่ 

               “ไหนรีคอน ไอ้สารวัตรเลวนั่นมันอยู่ไหนไนเปอร์จะไปกระทืบมัน!” 

               “พี่บอกให้ใจเย็นๆ ไง” ผู้หมวดศิขรินว่าอีก เข้าใจอารมณ์โกรธของเธอดี แก้วเจ้าจอมเป็นคนใจร้อนเหมือนกับผู้เป็นพ่อ ถ้าไม่พอใจอะไรเป็นได้ฟาดฟันแบบไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้นแน่ 

               “ตอนนี้พวกคุณพ่อกำลังสอบสวนมันอยู่ ถ้าอยากเข้าไปก็ต้องใจเย็นๆ อย่าวู่วามเข้าใจมั้ย” 

               “ก็ไนเปอร์แค้นมันนี่” 

               “ก็กำลังจะแก้แค้นให้อยู่นี่ไง” คนเป็นพี่ว่าอย่างเหนื่อยใจกับคนดื้อก่อนจะจูงมือเธอให้เดินตามเข้าไปด้านในโดยมีนคินทร์เดินตาม ซึ่งพอเข้ามาด้านในตึกร้างแก้วเจ้าจอมก็เห็นว่าตามมุมมืดในตึกมีลูกน้องของรองคีรินทร์แอบซ่อนกายอยู่ในเพื่อดูแลความปลอดภัยและกันไม่ให้มีคนนอกเข้ามาที่นี่ 

               จนเมื่อขึ้นมาที่ชั้นสามของตึกร้าง แก้วเจ้าจอมก็เห็นเหล่าพ่อๆ คุณอาและพี่ชายของเธออยู่ที่นี่อย่างพร้อมหน้า และทุกคนก็กำลังล้อมใครคนหนึ่งเอาไว้อยู่ ซึ่งใครคนนั้นก็คือสารวัตรคมกริชผู้มีสภาพที่ดูแทบไม่ได้ ไม่รู้ว่าโดนอะไรต่อมิอะไรมาบ้าง เลือดท่วมไปทั้งตัวเลย เห็นแล้วแทนที่จะกลัวแต่แก้วเจ้าจอมกลับสะใจอย่างสุดๆ  

               “แก้ว มาทำอะไรที่นี่” ผู้กองพนาที่อยู่ใกล้เธอที่สุดรีบเข้ามาหาอย่างลืมตัว ที่มือของเขาฉ่ำไปด้วยเลือดทั้งๆ ที่ไร้บาดแผล แก้วเจ้าจอมเลยเลิกคิ้วขึ้นมองเขา อย่าบอกนะว่าเขาซ้อมสารวัตรคมกฤชจนเลือดของมันติดมือมา  

               “นั่นสิ มาที่นี่ทำไม พ่อบอกแล้วไงว่าให้อยู่บ้าน” รองคีรินทร์ที่มีผ้าปิดบังใบหน้าอยู่เดินเข้ามาขวางผู้กองพนาเอาไว้แล้วเปลี่ยนเรื่อง ก่อนที่ใครจะพากันสงสัยในความสนิทกันของลูกสาวและลูกเขย “นาวิก พาพี่เขามาที่นี่ทำไม” 

               “ก็เจ๊โหดขู่จะฆ่าผมนี่ครับพ่อ ไม่พามาได้ยังไงผมยังเรียนไม่จบนะ เมียก็ยังไม่ได้มีกับเขา เกิดเจ๊โหดพลั้งมือไปพ่อจะกำพร้าลูกชายสุดหล่ออย่างผมไปนะ” พอว่าจบ ผู้หมวดศิขรินก็ทุบศีรษะน้องชายตัวเองเข้าให้ แม่ให้ท้ายจนเคยตัวก็เลยชอบกวนประสาทพ่ออยู่บ่อยๆ  

               “อย่าว่าน้องเลยค่ะ ไนเปอร์บังคับน้องมาเอง” 

               “ใช่ๆ ผมถูกบังคับ ผมถูกรังแกก่อน” นคินทร์รีบวิ่งไปหาผู้กองกวินทร์ผู้เป็นลูกพี่ของตนในทันที ไม่กล้าอยู่ใกล้แก้วเจ้าจอมแล้ว รองคีรินทร์เลยถอนหายใจออกมาให้กับความใจร้อนวู่วามของลูกสาวที่ได้นิสัยนี้มาจากพ่อบังเกิดเกล้า แล้วแทนที่ ผบ.กรันณ์จะดุลูก ที่ลูกออกมาจากบ้านค่ำๆ มืดๆ แบบนี้เขากลับเดินเข้ามาหาแก้วเจ้าจอมแล้วจูงมือเธอเข้าไปหาสารวัตรคมกฤชที่เพิ่งถูกซ้อมในทันที 

               “พ่อจับมันมาให้แล้ว อยากหวดมันซักหมัดมั้ย” ผบ.กรันณ์ถามลูกสาว ทหารนายหนึ่งที่เป็นลูกน้องของรองคีรินทร์จึงกระชากผมสารวัตรคมกฤชขึ้นเพื่อให้มันหันมามองทางแก้วเจ้าจอม เธอจึงเดินเข้าไปหามันอย่างช้าๆ ท่าทีวู่วามเมื่อก่อนหน้าเปลี่ยนมาเป็นนิ่งเฉยและเย็นชา สายตาแน่วแน่ไม่ได้มีความหวาดกลัวแต่อย่างใด มีดพกคมกริบในมือของเธอถูกชักออกมาก่อนจะนั่งลงบนส้นเท้าตรงหน้าสารวัตรคมกฤชที่หมดฤทธิ์แล้ว แก้วเจ้าจอมมองอีกฝ่ายด้วยความชิงชังและรังเกียจ ไม่คิดว่าข้าราชการที่ประชาชนให้ความไว้วางใจจะกล้าทำชั่วได้ถึงขนาดนี้ 

               “แกจำฉันได้มั้ย” แก้วเจ้าจอมใช้ปลายมีดในมือเชยคางสารวัตรคมกฤชขึ้น สีหน้าของเธอดูเลือดเย็นผิดกับเมื่อครั้งที่เป็นแก้วเจ้าจอมคนที่ผู้กองพนาเคยรู้จัก เธอเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน แล้วบรรดาพ่อ ลุง คุณอาทั้งหลายแล้วก็พี่ชายน้องชายของเธอกลับไม่มีใครรู้สึกแปลกใจกับท่าทีของเธอเลย ราวกับว่าพวกเขาคุ้นชินแล้วที่เธอเป็นแบบนี้ ดูได้จากที่ ผบ.กรันณ์เป็นคนจูงมือเธอมาแล้วถามว่าเธออยากซัดสารวัตรคมกฤชซักหมัดมั้ยนี่สิ บ้านนี้สอนลูกหลานได้น่ากลัวมาก 

               สารวัตรคมกฤชพยายามลืมตาที่ปูดบวมมองแก้วเจ้าจอมอย่างเจ็บใจ เขาตามล่าผู้หญิงคนนี้มาตั้งสามเดือนแต่ก็พลาดมาโดยตลอด ไม่คิดว่าวันนี้พอได้เจอเธอแล้ว แต่เขาก็ไม่อาจจะแตะต้องเธอได้เมื่อเธอมีเหล่าทหารตำรวจฝีมือดีคอยคุ้มกัน 

               “เจ็บใจมั้ยที่ฉันยังอยู่ที่นี่” แก้วเจ้าจอมแสยะยิ้มถาม “เจ็บใจรึเปล่าที่พวกแกไม่มีปัญญาทำอะไรฉันได้...ไอ้แมงดา โชคดีของแกที่ฉันเป็นหมอ ฉันเลยฆ่าคนที่ไม่มีทางสู้อย่างแกไม่ได้ แต่ถึงฆ่าไม่ได้ก็...” แล้วแก้วเจ้าจอมก็หันไปทางอริน 

               “เอายามามั้ย” 

               “ไม่พลาดอยู่แล้ว” อรินว่าแล้วเดินเข้าไปหาแก้วเจ้าจอมพร้อมกับเข็มฉีดยาซึ่งทุกคนในที่นี้ไม่มีใครรู้เลยว่ายาที่ว่านี้เป็นยาอะไร “จัดการมันเลยครับ เมื่อกี้ตอนสอบปากคำมันไม่ยอมปริปากบอกพวกเราเลยว่านายของมันเป็นใคร” 

               “มันไม่บอกหรอก ซ้อมมัน เดี๋ยวมันก็หายดี แต่ถ้าใช้ไอ้นี่...ยังไงมันก็ต้องบอก” 

               “ยาอะไรน่ะยัยโหด” ผู้การนทีถามหลานสาว สงสัยว่าจะมียาอะไรที่จะช่วยทำให้ผู้ร้ายปากแข็งยอมรับสารภาพบ้าง 

               “ยาลดฮอร์โมนค่ะคุณอา” เธอตอบแล้วชูเข็มฉีดยาให้สารวัตรคมกฤชดู “พวกผู้ชายที่ห้าวๆ คึกคะนอง บ้าพลังแล้วก็มีอารมณ์ทางเพศบ่อยๆ เป็นพวกที่มีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในร่างกายเยอะ พอเยอะมากๆ จนยากจะควบคุมก็จะขาดความยับยั้งชั่งใจ หาทางออกไม่ได้ก็จะไปลงกับผู้หญิงอย่างไม่สนใจว่าเขาจะเต็มใจรึเปล่า เหมือนอย่างที่ไอ้แมงดานี่ทำ อ้อ! ไม่ขอเรียกว่าสารวัตรนะ เพราะถ้าทำเลวได้ขนาดนี้แกมันก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกต่อไปแล้ว อย่ามาทำให้อาชีพอันทรงเกียรติของฉันต้องแปดเปื้อน” มีดเล่มสวยตบเข้าที่หน้าของสารวัตรคมกฤชอย่างเย้ยหยัน แม้จะเจ็บใจที่ถูกเด็กคราวลูกอย่างแก้วเจ้าจอมหยาม แต่ที่เจ็บใจไปกว่านั้นก็คือการทำอะไรเธอไม่ได้นี่แหละ อีนังเด็กเวร! คิดว่าบารมีพ่อกับปู่มึงจะคุ้มกะลาหัวไปได้ตลอดหรอ ไว้กูหนีไปได้ก่อนเถอะกูไม่ปล่อยมึงแน่! สารวัตรคมกฤชยากที่จะสำนึกผิดได้ง่ายๆ 

               “ในเมื่อฮอร์โมนเพศชายของแกมันเยอะกว่าชาวบ้านเขา ในฐานะที่ฉันเป็นหมอฉันก็ยินดีจะรักษาให้โดยการ...ปรับฮอร์โมนเพศชายของแกให้มันลดลง...กว่าคนทั่วไป” 

               “ยังไง” ผู้กองกวินทร์ถาม หรือว่า...ไอ้ยาในเข็มนั่นจะเป็น... 

               “ก็ฉีดยาลดฮอร์โมนให้มันไง” เธอตอบ “ยานี่จะทำให้มันหยุดบ้าพลัง ซึม หงอย ความต้องการทางเพศลดลง ขนาดเล็กลงและ...ไม่แข็งตัว หึ! ทีนี้มันก็ไม่ห้าวแล้วล่ะ มีใครในที่นี้สนใจจะลองซักเข็มมั้ยล่ะคะ” พอถูกถามกลับ เหล่าพ่อๆ อาๆ ทุกคนก็พากันถอยหลังไปคนละก้าว โดยเฉพาะผู้กองกวินทร์ 

               “จะบ้าหรอยัยโหด เป็นผู้ชายมีไอ้นั่น แต่ถ้าไอ้นั่นมันใช้งานไม่ได้ก็เท่ากับตายทั้งเป็นเลยนะ” 

               “เพราะแบบนี้ไงในหลายๆ ประเทศถึงได้ใช้ยาชนิดนี้ในการลงโทษนักโทษคดีข่มขืนแทนการประหาร ไนเปอร์คิดว่าคนอย่างมันสมควรโดน ตอนที่ทุกคนเข้าไปจับกุมมัน ไนเปอร์รู้มาว่ามันก็กำลังรังแกเด็กคนหนึ่งอยู่ไม่ใช่หรอ ถ้าเด็กคนนั้นเป็นลูกหลานของพวกเราเอง พวกเราจะรับได้มั้ย” 

               ทุกคนพากันเงียบกริบเมื่อได้ยินเธอว่าแบบนี้ ถ้ายาในเข็มนี้มันสามารถทำได้อย่างที่เธอว่า ก็เท่ากับการลงโทษในครั้งนี้สารวัตรคมกฤชได้ตายทั้งเป็นแน่...ความต้องการทางเพศลดลง ขนาดเล็กลงและไม่แข็งตัว แค่คิดก็ปวดใจแล้ว 

               “งั้นเราลองมาสอบสวนมันอีกรอบดีมั้ยครับ ถ้าคราวนี้มันไม่ยอมเปิดปากพูดอะไรอีกเราค่อยใช้ยาตัวนี้กับมัน” 

               “ฉีดเลยไม่ได้หรอผู้กอง” แก้วเจ้าจอมถามขึ้นเมื่อผู้กองพนาเสนอ และไม่ถามเปล่าแต่เธอยังถือยาเข็มนั้นเดินเข้าไปหาเขาด้วยทำเอาผู้กองหนุ่มแทบจะก้าวถอยจากเธอไม่ทัน เกิดเข็มฉีดยามันจิ้มเข้าเนื้อเขาล่ะก็ เธอจะมาโทษว่าเขาไม่แซ่บเหมือนเดิมไม่ได้นะ 

               “สวบสวนมันก่อน หานายตัวจริงของมันได้แล้วค่อยว่ากัน” พอเขาว่าแบบนี้แก้วเจ้าจอมก็ชักสีหน้าใส่เขาด้วยความไม่พอใจแล้วตวัดสายตากลับมาทางสารวัตรคมกฤชอีกครั้ง 

               “ก็ได้ ให้ทุกคนสอบสวนมันก่อนก็ได้ เผื่อมันอยากจะให้ไนเปอร์ช่วยฉีดยาเข็มนี้ให้กับเจ้านายของมันด้วยอีกคน” เธอบอกแล้วก็ยื่นเข็มฉีดยาคืนให้อรินก่อนจะปล่อยให้เหล่าพ่อๆ อาๆ และพี่ชายของเธอจัดการสอบสวนสารวัตรคมกฤชอีกครั้ง...ในแบบของพวกเขา 

               แก้วเจ้าจอมชินแล้วกับภาพความรุนแรงตรงหน้า เมื่อการสอบสวนคนร้ายมาพร้อมกับความแค้นที่สารวัตรคมกฤชได้ทำเอาไว้กับเธอและหญิงสาวคนอื่นๆ รองคีรินทร์ยื่นแขนมาโอบไหล่เธอไว้ขณะดูการสอบสวนที่สารวัตรคมกฤชไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาเลย พอเขาไม่ยอมพูดอะไรออกมาหรือตอบไม่ตรงคำถามก็จะถูกลูกน้องของรองคีรินทร์จัดการทรมานเพื่อเค้นหาความจริง ซึ่งวิธีการทรมานต่างๆ ผบ.กรันณ์ผู้เป็นพ่อของเธอจะเป็นคนสั่งเองว่าจะให้ทรมานแบบไหน ซึ่งแต่ละวิธีก็ล้วนแต่ทำให้สารวัตรคมกฤชได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส และทุกครั้งที่สารวัตรคมกฤชพูดถึงเธอ อาฆาตเธอ ผู้กองพนาก็จะเป็นคนเข้าไปซ้อมสารวัตรคมกฤชเองอย่างโกรธแค้น นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มือของเขามีคราบเลือดของสารวัตรคมกฤชติดอยู่ 

               “สงสัยแค้นแทนเมีย” รองคีรินทร์ว่าเบาๆ กับเธอเมื่อเห็นผู้กองพนาเล่นงานสารวัตรคมกฤชอย่างหนักหน่วง แก้วเจ้าจอมก็เลยเบือนหน้าหนีและพยายามควบคุมไม่ให้ตัวเองเผลอยิ้มออกมา เขาเคยพูดกับเธอเสมอว่าหากจับได้ว่าใครที่ตามทำร้ายเธออยู่แบบนี้ เขาจะจัดการสั่งสอนมันให้เอง และเขาก็ทำตามที่พูดจริงๆ 

               ในเรื่องการสืบหาสถานที่ที่มีการส่งหญิงสาวไปขายบริการนั้นสามารถสืบได้ไม่ยากเพราะผู้กองกรินทร์กับผู้กองกวินทร์ได้ข้อมูลในส่วนนี้บ้างแล้วจากที่พักกบดานของสารวัตรคมกฤช และบางส่วนมาจากการสอบสวนลูกน้องของสารวัตรคมกฤชที่ตอนนี้ถูกจับส่งเข้าห้องขังแล้ว หญิงสาวทุกคนที่ถูกทำร้ายและคุมขังก็ได้รับความช่วยเหลือ ตอนนี้จึงมีเพียงแค่สารวัตรคมกฤชเท่านั้นที่ถูกพาตัวมาจัดการเพื่อเค้นเอาชื่อนายใหญ่ของมันที่นี่ 

               “ถ้านายกูรู้ว่าพวกมึงจับตัวกูมา นายกูไม่ปล่อยพวกมึงเอาไว้แน่!!!” 

               “นายมึงจะไม่เอามึงไว้ต่างหากล่ะ คิดว่านายมึงยังจะไว้ใจมึงได้อีกหรอ” ผู้กองกรินทร์ว่า หลังจากที่เข้ามาช่วยผู้กองพนาเล่นงานสารวัตรคมกฤชจนอีกฝ่ายทรุดลงไปกับพื้นยืนแทบไม่ขึ้น “บอกพวกกูมาดีกว่าว่านายมึงเป็นใคร แล้วพวกกูจะไว้ชีวิตมึง” 

               “...” 

               “หรือว่า...อยากจะเป็นหมัน” ผู้กองกวินทร์พยักหน้าไปทางอรินที่ยังถือเข็มฉีดยาขู่อยู่ เพราะสารวัตรคมกฤชดูจะกลัวเข็มฉีดยาที่ว่านี้ที่สุดตามนิสัยบ้ากามของมัน 

               “ไอ้นิสัยบ้าพลัง ห้าวเกินคนแล้วก็ชอบจับผู้หญิงกินเนี่ยพ่อว่าพ่อของเรามันก็เป็นนะ แต่ดีหน่อยที่มันจับเมียมันกินแค่คนเดียว” รองคีรินทร์ว่าขำๆ พลางพยักหน้าไปทางน้องเขยของตัวเอง ท่าทางฮอร์โมนเพศชายของมันจะเยอะจนล้นเหมือนกับที่ลูกมันว่า แก่ขนาดนี้แล้วยังหลงเมียไม่เลิก 

               “แหมพ่อ ไปว่าคุณอานี่ไม่ได้ดูตัวเองเลยนะ พ่อเองก็หลงแม่จนผมกับพี่รีคอนจะปิดบ้านประท้วงขอแม่คืนจากพ่อแล้วนะรู้มั้ย” นคินทร์ที่เป็นเด็กที่สุดในที่นี้ถูกกันไม่ให้เข้ามายุ่งกับเรื่องพวกนี้ด้วย แต่ก็ยังอดออกความคิดเห็นไม่ได้ ก่อนที่สายตาของเขาจะหันไปมองยังผู้กองกวินทร์อย่างชื่นชม เพราะสำหรับนคินทร์แล้ว พี่ชายคนนี้คือทุกๆ อย่างสำหรับเขาและเขาก็อยากเป็นคนเก่งเหมือนกับพี่ชายคนนี้ด้วย 

               “ถ้ามันยังปากแข็งไม่เลิก พวกเราไปสืบกันต่อเองก็ได้ว่าใครเป็นนายมัน ตอนนี้เราก็ได้ข้อมูลมาเยอะพอควรแล้ว สืบต่อได้ไม่ยากหรอก ในเมื่อมันไม่มีประโยชน์แล้วงั้นก็ทำให้มันหมดประโยชน์ไปซะ” รองคีรินทร์ว่าแล้วหันไปทางอริน เขาจึงเตรียมเข็มฉีดยาออกมาอีกครั้ง รอฟังคำนี้มานานแล้ว สารเลวหน้าตัวเมียมันก็ต้องโดนแบบนี้แหละ ที่สำคัญนี่คือการแก้แค้นให้พี่ไนเปอร์ของเขา อรินไม่ปล่อยสารวัตรคมกฤชไปแน่ 

               “นะ...นี่พวกมึงจะเอาจริงหรอ จะ...จะฉีดยาให้กูจริงๆ หรอ” สารวัตรคมกฤชไม่กลัวการถูกซ้อมและการทรมาน แต่กลัวที่สุดก็คือการทำให้สูญเสียความเป็นชาย แม้ว่านายของเขาจะไม่ได้มีอำนาจมากมายเทียบเท่ากับท่านนายพลปภพ แต่ก็มีอำนาจมากพอที่จะสั่งใครต่อใครได้ เรื่องพวกนี้มันมีผลกระทบต่อตัวเจ้านายของเขาเป็นอย่างมาก แม้ว่าเบื้องหลังนายของเขาจะจัดหาหญิงสาวหน้าตาดีส่งไปบำเรอลูกค้ามากมายจากต่างแดน แต่เบื้องหน้าเจ้านายเขากลับเป็น สส. อนาคตไกลที่ใครๆ ต่างก็เคารพนับถือ ภาพลักษณ์ที่สร้างมาดีตลอดจะมาพังเอาตอนนี้ไม่ได้ เพราะอีนังเด็กเวรนี่คนเดียวเลย ถ้ามันไม่เข้ามาแส่เรื่องของเขา เขาก็คงไม่ต้องเล่นงานมันจนมันต้องให้พ่อให้ปู่ของมันมาจัดการเขา 

               “ก็มึงมันไร้ประโยชน์แล้วนี่” ผบ.กรันณ์ว่า แต่ก็อย่างที่รองคีรินทร์บอกนั่นแหละ จากหลักฐานต่างๆ ที่ค้นได้จากที่กบดานของมัน เขาก็พอจะเดาได้แล้วว่าใครบงการมัน ที่เค้นถามจากมันก็แค่อยากได้ความมั่นใจเพิ่มก็เท่านั้น แต่ถ้ามันจะไม่ยอมบอก เขาก็สืบเรื่องนี้ได้อยู่แล้ว 

               “ถ้าพวกมึงฉีดยาให้กู พวกมึงก็ไม่มีวันรู้หรอกว่ากูทำงานให้ใคร กูจะไม่บอกอะไรพวกมึงทั้งนั้น!!!” สิ้นคำของสารวัตรคมกฤช ทุกๆ คนก็พากันหัวเราะเยาะเขาขึ้น 

               “ถ้ามึงไม่บอก...พวกกูจะไปถามท่าน สส. เจ้านายผู้แสนดีของมึงเองก็ได้ว่าได้ใช้ให้มึงมาทำงานอะไรให้รึเปล่า ถ้าข่าวเรื่องนี้แพร่ออกไปอนาคตเจ้านายมึงดับแน่ๆ อ้อ! แล้วพวกกูจะบอกเจ้านายมึงด้วยนะว่าข้อมูลทุกอย่างที่พวกกูได้น่ะ มึงบอกพวกกูเอง ทีนี้...ต่อให้พวกกูไม่ฆ่ามึง นายมึงก็ไม่เอามึงไว้ ฮ่าๆๆ” ผบ.กรันณ์หัวเราะอย่างสะใจเมื่อแก้วเจ้าจอมเดินเข้ามาหา วันนี้เขาได้ทรมานมันแก้แค้นให้ลูกเขาก็สะใจแล้ว แต่จะสะใจมากขึ้นไปอีกถ้าได้ทำให้มันหายซ่า ในขณะที่สารวัตรคมกฤชเริ่มใจไม่ดีแล้ว ผบ.กรันณ์พูดเหมือนรู้แล้วเลยว่าเขาทำงานให้ใคร ถ้าพวกมันรู้แล้วต่อให้เขาจะบอกหรือไม่บอกอะไรพวกมัน พวกมันก็เล่นงานเขาอยู่ดี ไอ้คนตระกูลนี้มันรักพวกพ้องมาก แล้วถ้าใครไปแตะต้องลูกหลานของพวกมันล่ะก็ พวกมันจะกัดไม่ปล่อยทันที 

               “ยะ...อย่านะ อย่าทำกู...” สารวัตรคมกฤชพยายามจะคลานหนี แต่ก็ถูกนายทหารคนหนึ่งเหยียบกลางหลังกดตัวของเขาลงไปกับพื้นเมื่อรินเดินเข้าไปหา  

               “ผมจะฉีดยาให้มันเอง มันกล้าดีมาทำร้ายคนที่ผมรัก ผมจะแก้แค้นมัน” แก้วเจ้าจอมเข้าใจดีในความรักความห่วงใยที่น้องชายมีให้จึงพยักหน้ารับให้อรินเป็นคนจัดการมันแทนเธอ รอยยิ้มเหี้ยมๆ ของอรินจึงแสยะให้สารวัตรคมกฤชอย่างเยาะเย้ย 

               “โดนตัวนี้เข้าไป ถังเช่ากับไวอากร้าก็ช่วยอะไรมึงไม่ได้แล้วล่ะ บอกลาความบ้ากามของมึงซะ” 

               “หนอย...มึง...” สารวัตรคมกฤชมองอรินด้วยความเคียดแค้นอีกคน เขาจะจำหน้ามันเอาไว้ ถ้าเขารอดไปได้เขาจะกลับมาเล่นงานมันด้วยอีกคน “มึงเป็นหมอ มึงทำแบบนี้กับกูไม่ได้!” 

               “ก็เพราะว่ากูเป็นหมอนี่แหละ พอมึงป่วยกูเลยต้องรักษา แต่...อดทนหน่อยนะ พอดีกูเป็นหมอที่มือหนักไปหน่อย” 

               ฉึก!!! 

               อรินตั้งใจแทงเข็มฉีดยาใส่สารวัตรคมกฤชแรงๆ แล้วฉีดยาให้ด้วยความสะใจ ไม่เพียงสะใจที่ได้แก้แค้นให้แก้วเจ้าจอม แต่ยังสะใจที่ต่อไปมันจะไปทำชั่วกับผู้หญิงคนไหนอีกไม่ได้แล้ว ตอนที่ผู้กองพนาพาเด็กหญิงคนหนึ่งมาให้เขาช่วยดูแลก่อนหน้านี้เพราะเด็กคนนั้นถูกไอ้สารวัตรเลวนี่ทำร้าย แม้ว่าเด็กคนนั้นจะไม่ใช่คนที่เขารู้จักแต่เขาก็อดรู้สึกหดหู่ไม่ได้ มันไม่สมควรมีผู้หญิงคนไหนที่ต้องโชคร้ายแบบนี้อีกแล้ว 

               “เรียบร้อยแล้วครับทุกคน” เมื่อฉีดยาเสร็จสารวัตรคมกฤชก็ถึงกับช็อกไปในทันที ท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคนมันทำให้เขาแค้นใจอย่างหนักโดยเฉพาะแก้วเจ้าจอม อีนังเด็กเวร เพราะมึง เพราะมึงคนเดียว!!! 

               แม้ว่าจะมีการฉีดยาลดฮอร์โมนทำให้สารวัตรคมกฤชเสื่อมสมรรถภาพทางเพศไปแต่การแก้แค้นก็ยังไม่ได้หมดแค่นี้เมื่อความแค้นของทุกคนยังไม่จางหายไปไหน งานนี้สารวัตรคมกฤชต้องได้รับบทเรียนอีกยาวๆ แต่รองคีรินทร์ก็ไม่ได้อยากให้แก้วเจ้าจอมต้องมาทนดูอะไรกับเรื่องพวกนี้จึงจะให้เธอกลับบ้านไปก่อน 

               “พ่อภู แต่ไนเปอร์ยังไม่อยากกลับนะ” แก้วเจ้าจอมยังอยากจะดูทุกคนซ้อมสารวัตรคมกฤชต่อ แต่รองคีรินทร์ก็ลากเธอออกมาแล้ว 

               “ไม่ได้ นี่มันเรื่องของผู้ใหญ่ พวกพ่อจะจัดการกันเอง ไนเปอร์กลับไปอยู่เป็นเพื่อนพวกแม่ๆ ที่บ้านเถอะ พานาวิกกลับไปด้วย พรุ่งนี้ก็ต้องกลับเข้าโรงเรียนนายเรือแล้ว” 

               “ใช่ๆ พี่ไนเปอร์กลับไปเตรียมยาแก้เมาเรือให้ผมด้วยนะ เดี๋ยวต้องขึ้นเรือออกฝึกในทะเลอีกแล้ว เป็นทหารเรือ แต่เมาเรือมันเท่หรอกนะพี่” นคินทร์ทำหน้าอ้อนพี่สาว แก้วเจ้าจอมล่ะเอ็นดูในความเมาเรือเก่งของนคินทร์เสียเหลือเกิน 

               “ผู้กอง ช่วยไปส่งสองคนพี่น้องที่บ้านหน่อยได้มั้ย นี่ก็ดึกแล้วผมไม่อยากให้ขับรถกลับบ้านกันเอง” รองคีรินทร์หันมาทางผู้กองพนาที่กำลังเช็ดเลือดของสารวัตรคมกฤชออกจากมือตัวเองอยู่ นคินทร์จึงได้หันมาทางผู้กองหนุ่มอีกคน 

               “ส่งผมที่บ้านก่อนนะพี่ ผมต้องไปเก็บของเตรียมกลับโรงเรียนพรุ่งนี้ ส่งผมก่อนแล้วพี่ค่อยไปส่งเจ๊โหดทีหลัง” 

               “อ้าว!” แก้วเจ้าจอมร้องออกมา แบบนี้ก็ไม่เท่ากับว่าเธอต้องอยู่กับผู้กองพนาสองต่อสองหรอ “ให้อรินไปกับไนเปอร์ด้วยสิพ่อภู” 

               “ไม่ได้ อรินต้องอยู่เช็คอาการไอ้สารเลวนั่น พ่อยังไม่อยากให้มันตาย พ่ออยากทรมานมันก่อน รีบๆ พาน้องกลับบ้านเถอะ ให้ผู้กองเขาไปส่งด้วยพ่อจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง” 

               “พ่อภู” แก้วเจ้าจอมมองตาผู้เป็นพ่ออย่างรู้ทัน รองคีรินทร์จึงแอบยิ้มให้เธอผ่านผ้าปกปิดใบหน้าแล้วจึงเดินกลับไปดูการทรมานสารวัตรคมกฤชต่อ หนอย...คิดว่าเธอดูไม่ออกหรอว่าพ่อของเธอกำลังหาทางให้เธอได้อยู่กับผู้กองพนา ยิ่งนคินทร์ขอกลับบ้านตัวเองก่อน จะไม่กลับไปหาแม่ตัวเองที่รออยู่บ้านของเธอแบบนี้ยิ่งเข้าทางเข้าไปใหญ่ 

               “เชิญครับ” ผู้กองพนาผายมือเชิญด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ถ้าส่งนคินทร์แล้วเขาก็จะได้มีเวลาคุยกับเธอสองต่อสองอีกครั้ง แก้วเจ้าจอมที่ไม่มีทางเลือกอะไรแล้วสุดท้ายก็เลยต้องยอมกลับแต่โดยดี แค่ได้เห็นสารวัตรคมกฤชถูกจัดการหนักแบบนี้เธอก็หายแค้นแล้วล่ะ 

                 

 

 

               ตลอดเวลาที่อยู่บนรถแก้วเจ้าจอมก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไรมากเมื่อนคินทร์ชวนผู้กองพนาคุยมาตลอดทาง ทั้งถามเรื่องนั้นเรื่องนี้กับเขาไปเรื่อย และท่าทางจะคุยกันถูกคอเสียด้วย นี่นอกจากเขาจะได้พ่อภูของเธอไปเป็นพวกแล้ว เขาก็ยังได้น้องชายของเธอไปเป็นพวกด้วยอีกคนหรอ แล้วพอเขารู้ว่านคินทร์เรียนอยู่โรงเรียนนายร้อยทหารเรือแต่ก็เมาเรือเก่งมากเขายังแนะนำวิธีแก้เมาเรือดีๆ ให้นคินทร์อีก แค่นั้นยังไม่พอยังมีการขอเบอร์ แลกไลน์กันอีกด้วย เฮ้ย! นี่จะไปสนิทอะไรกันนักหนาล่ะเนี่ย 

               “นาวิกเขาเป็นเด็กคุยสนุกดีนะ” ผู้กองพนาว่าเมื่อกลับมาขึ้นรถหลังจากที่มาส่งนคินทร์ที่บ้าน แล้วนคินทร์ชวนให้เขาเข้าไปล้างไม้ล้างมือ ล้างคราบเลือดสารวัตรคมกฤชออกจากตัว 

               “ถามจริง นอกจากพ่อภูของฉันกับนาวิก ผู้กองยังจะเอาใครไปเป็นพวกของผู้กองอีก” แก้วเจ้าจอมกอดอกมองหน้าเขาขณะที่เขากำลังขับรถออกไปจากบ้านของรองคีรินทร์ 

               “ก็...นอกจากพ่อภูของแก้วกับนาวิกก็มี...พี่ซีลของแก้ว คุณอาคณินแล้วก็...คุณปู่” 

               “เพื่อ!!!” 

               “ไว้ตีสนิททุกคนได้แล้วพี่จะมาขอแก้วแต่งงาน” ผู้กองพนาหันมายิ้มให้เธอก่อนจะมองถนนต่อ “ได้ลูกสาวเขามาเป็นเมียแล้ว จะทิ้งขว้างได้ยังไง” 

               “ถามฉันซักนิดรึยัง” 

               “ถามแล้ว และแก้วก็ตอบตกลงแล้ว จำไม่ได้หรอ” 

               “จำไม่ได้” 

               “ไม่เป็นไร...พี่จำเอาไว้ให้แก้วแล้ว” รอยยิ้มของเขาดูขมขื่นอย่างเห็นได้ชัด แล้วจากนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจาก...ขับรถออกนอกเส้นทางที่จะกลับบ้านของเธอจนแก้วเจ้าจอมต้องหันมามองเขาอีก เขาจะทำอะไรของเขากันแน่ 

               “ผู้กอง...” 

               “พรุ่งนี้พี่จะกลับฐานแล้วนะ ไหนๆ ก็มีโอกาสแล้วพี่ขออยู่กับแก้วนานๆ หน่อยได้มั้ย ไม่แน่ว่านี่อาจเป็นคืนสุดท้ายที่เราได้อยู่ด้วยกันก็ได้ คดีค้ามนุษย์ท่านรองกับท่าน ผบ. คุณพ่อของแก้วพวกท่านจะจัดการเอง พี่คิดว่าคดีน่าจะจบลงด้วยดีเพราะคุณปู่ของแก้วมีอำนาจมาก พี่ไม่มีอะไรต้องห่วงอะไรทางนี้แล้วล่ะ เพราะงั้นพี่จะกลับไปตามล่าตัวชารีฟกับกาเซ็มต่อ ไม่รู้ว่าป่านนี้พวกมันไปกบดานอยู่ที่ไหน แต่แก้วมาอยู่ที่กรุงเทพฯ หรือจะกลับไปทำงานที่แม่สอดก็ดีเหมือนกัน ชารีฟมันขู่จะทำร้ายแก้ว ถ้าแก้วอยู่ห่างจากพื้นที่สามจังหวัด แก้วก็จะได้ปลอดภัยและพี่ก็จะได้หมดห่วง” ผู้กองพนาขับรถเข้ามาจอดอยู่ที่ด้านหน้าสวนสนุกกลางคืนแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขาถอดชุดเครื่องแบบที่ใส่ขณะออกปฏิบัติการออกเหลือเอาไว้แค่กางเกงกับเสื้อยืดสีดำของหน่วยตำรวจพลร่มเท่านั้น แก้วเจ้าจอมได้แต่มองสวนสนุกตรงหน้าสลับกันกับเขา ไม่รู้ว่าเขาเอาอารมณ์ไหนจะมาชวนเธอเที่ยวสวนสนุกตอนตีหนึ่งแบบนี้ ถึงแม้ว่าสวนสนุกมันจะเปิดทั้งคืนยันเช้าก็เถอะ แล้วเพิ่งจะไปไล่ล่าจับคนร้ายมา เสร็จภารกิจปุ๊บก็หนีเที่ยวปั๊บเลยนะ 

               “แก่แล้วนะผู้กอง นึกยังไงอยากเที่ยวสวนสนุกตอนนี้” 

               “อยากนั่งชิงช้าสวรรค์” เขาชี้เข้าไปในสวนสนุกที่มีชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ตั้งเอาไว้อยู่และประดับด้วยไฟสีสวยราวกับดวงดาวยามค่ำคืน “นับตั้งแต่ที่พ่อกับแม่พี่เสียไป พี่ก็ไม่เคยได้นั่งชิงช้าสวรรค์อีกเลย แก้วนั่งกับพี่นะ เรียนหลักสูตรส่งทางอากาศ กระโดดร่มมาบ่อยแล้ว ไม่น่าจะกลัวความสูงนี่ใช่มั้ย” 

               “แน่นอน” เธอว่าแล้วเดินลงจากรถ เขาคงรู้หมดแล้วว่าเธอเรียนอะไรมาบ้าง ผ่านหลักสูตรไหนมาถึงได้รู้ไปหมดถึงเรื่องความสามารถของเธอ 

               แม้จะดึกดื่นมากแล้วแต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่สวนสนุกแห่งนี้อยู่ ซึ่งเป็นสวนสนุกจากต่างประเทศ จะเข้ามาเปิดให้เที่ยวเล่นแค่เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นก่อนจะย้ายไปยังประเทศอื่นๆ ต่อ แก้วเจ้าจอมไม่ได้สนใจเครื่องหวาดเสียวอื่นๆ ที่น่าลองเข้าไปสัมผัส แต่ที่เธอสนใจจริงๆ ก็คือชิงช้าสวรรค์ตามที่ผู้กองพนาว่า ซึ่งพอซื้อบัตรมาได้แล้วเขาก็รีบพาเธอขึ้นไปนั่งบนชิงช้าทันที ด้วยเพราะดึกมากแล้วคนเลยไม่เยอะจึงไม่ต้องต่อคิวนาน ภายในกระเช้าชิงช้าเป็นแบบติดแอร์และนั่งได้ถึงสี่คน แต่พอขึ้นมากันสองคนกระเช้าชิงช้าจึงดูกว้างขวางเป็นพิเศษ 

               แม้ชิงช้าจะค่อยๆ หมุนอย่างช้าๆ แต่หัวใจของแก้วเจ้าจอมก็เต้นโครมคราม ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความสูง หากแต่เป็นตื่นเต้นที่ต้องอยู่กับเขาสองต่อสองแบบนี้และกลัวว่าเขาจะรู้ความจริงเรื่องที่เธอพยายามจะลืมเขา 

               “พี่มีของมาคืนให้แก้ว” ผู้กองพนาว่าขึ้นหลังจากที่เงียบไปสักพักก่อนที่เขาจะยื่นมีดพกของเขาให้เธอ “เอาไว้ป้องกันตัวเวลาที่ไม่มีพี่อยู่ด้วยนะ พรุ่งนี้พี่อาจจะไปแต่เช้าจนไม่ได้ลาแก้ว พี่ขอลาแก้วตอนนี้เลยก็แล้วกัน” 

               แก้วเจ้าจอมรับเอามีดพกมาจากเขา มีดพกเล่มนี้เธอไม่เคยเก็บไว้ให้ห่างกายเลย 

               “งานทางใต้มันหนักมาก พี่อาจไม่ได้มาเยี่ยมแก้วบ่อยๆ หรือหากโชคร้ายถูกโจรผู้ร้ายที่นู่นฆ่าตายก่อน...แก้วอย่าลืมพี่นะ...อ้อ! ไม่สิ แก้วลืมพี่แล้วนี่เนาะ” เขายังคงยิ้มอย่างขมขื่นต่อไปแล้วแกล้งทำเป็นมองวิวแม่น้ำเจ้าพระยาเบื้องล่างเพื่อเก็บกลั้นไม่ให้น้ำตาที่คลอออกมาไหลริน จากนั้นก็ยื่นโทรศัพท์มือถือของเขาให้กับเธออีก 

               “ในนี้มีภาพของเราตอนอยู่ที่ฐานเยอะมาก ทั้งภาพแล้วก็คลิปต่างๆ พี่ให้แก้วเก็บเอาไว้นะ จะเก็บเอาไว้หรือจะลบทิ้งก็ได้ตามใจแก้ว พี่ไม่ได้สำรองไฟล์เอาไว้หรอก พี่แค่ปริ๊นภาพคู่ของเราเอาไว้แค่ภาพสองภาพเท่านั้น เอาไว้ดูเวลาที่พี่คิดถึงแก้ว” แก้วเจ้าจอมรับเอาโทรศัพท์มือถือของเขามากดดูภาพตามที่เขาว่า ซึ่งทุกภาพล้วนแต่เป็นภาพคู่ของเขากับเธอทั้งหมด มันเป็นภาพที่เธอถ่ายเซลฟีเอง ทั้งภาพที่เป็นภาพกอดจูบกันก็มีหรือแม้แต่คลิป มันเป็นเธอเองที่เป็นคนถ่ายเอาไว้ทั้งหมด จะโทษเขาก็ไม่ได้ โดยเฉพาะคลิปๆ หนึ่ง มันเป็นคลิปตอนที่เธอนอนอยู่บนเตียงกับเขาในสภาพเปลือยกายที่มีเพียงแค่ผ้าห่มเท่านั้นคลุมร่าง ในคลิปเธอพูดใส่กล้องว่า... 

               ‘คลิปนี้ถ่ายไว้เพื่อเตือนความจำของตัวเอง แก้ว...ถ้าเธอได้ดูคลิปนี้ ไม่ว่าเธอจะจำเหตุการณ์ทุกอย่างได้หรือไม่แต่ฉันอยากให้เธอรู้เอาไว้ว่าเธอเป็นเมียของพี่พนา เธอต้องห้ามลืมเขานะ พี่พนาไม่มีใครอีกแล้วนอกจากเธอ เธอต้องอยู่เป็นกำลังใจให้เขา อย่าทิ้งพี่เขาไปเด็ดขาด เธอรักพี่พนามากนะ เธอรักเขามากเพราะฉะนั้นเธอต้องห้ามลืมสามีของตัวเอง ถ้าเธอลืมเขาแล้วทิ้งเขาไป นั่นคือการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของเธอ’ ในคลิปเธอเป็นคนพูดแบบนี้เอง เธอจำได้ แล้วพอเธอพูดเสร็จเธอก็หันไปกอดจูบกับผู้กองพนาก่อนที่จะ...พลอดรักกันบนเตียง แก้วเจ้าจอมรีบปิดคลิปเอาไว้เพียงเท่านี้แล้วก็จัดการลบคลิปทุกคลิปออกไปเพราะมันล้วนแต่เป็นคลิปตอนที่เธอกับเขาพลอดรักกันเสียส่วนใหญ่ แต่ก็ยังคงเหลือภาพถ่ายที่ไม่น่าเกลียดมากเอาไว้แล้วจึงส่งโทรศัพท์คืนให้เขา 

               “ผู้กองเก็บเอาไว้เถอะ” เธอพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นเครือ ยังจำได้ดีว่าที่ตนอัดคลิปนั้นเอาไว้ก็เพื่อเตือนความจำของตัวเองทั้งหมด เป็นเธอเองที่ขาดเขาไม่ได้จนต้องขอเขาว่า หากเธอลืมเขา ก็ให้เขาช่วยตามหาเธอ มาเตือนความจำให้เธอแล้วพาเธอกลับไปอยู่กับเขา แต่ว่าตอนนี้... 

               “ฉัน...ฉันขอโทษนะผู้กอง ตอนนั้นฉันความจำเสื่อม ฉันจำอะไรไม่ได้ ฉันไม่รู้ตัวว่าเผลอทำอะไรลงไป แต่ว่า...เรื่องระหว่างเรา ผู้กองช่วยลืมมันไปให้หมดได้มั้ย” สิ้นคำพูดของเธอผู้กองพนาก็เงยหน้าขึ้นมองเธอในทันที เขารู้สึกหน้ามืดตามัวไปหมด หายใจก็แทบจะติดขัด เริ่มมองภาพทุกอย่างเลือนลางเมื่อหยดน้ำตาร่วงลงมาอย่างไม่รู้ตัว ปากคอของเขาแห้งผากเกินกว่าที่จะเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาได้ 

               “ฉันรู้ว่ามันอาจทำให้ผู้กองเจ็บ แต่ว่า...ฉันไม่อยากทำให้คุณปู่คุณย่า คุณพ่อแล้วก็คุณแม่เสียใจ ฉันคือความภูมิใจของทุกคนในบ้าน ฉันไม่อยากทำให้ทุกคนต้องผิดหวังในตัวฉัน ฉันอาจจะเห็นแก่ตัวกับผู้กอง แต่ฉันก็ไม่อยากทำให้ชื่อเสียงของสุวรรณเวชต้องด่างพร้อยเพียงเพราะฉันหายตัวไปนานถึงสามเดือนแล้ว...” 

               “แล้วพลาดมีสามีเป็นคนไม่มีหัวนอนใช่มั้ย” ผู้กองพนาถามเสียงแผ่ว เจ็บจนชาไปหมดทั้งหัวใจ “...มันคือความผิดพลาดใช่มั้ย มีเพียงแค่พี่คนเดียวใช่มั้ยที่คิดไปเองว่ามันคือความรัก” 

               “ฉันขอโทษ...” 

               “มันคือการบอกเลิกใช่มั้ย...” 

               “ผู้กอง...ฉันขอโทษ ผู้กองช่วยลืม...” 

               “ไม่ พี่ลืมไม่ได้” ผู้กองพนารีบเช็ดน้ำตาออกแล้วมองหน้าเธอ “พี่จะไม่ลืมแก้วถึงแก้วจะลืมพี่ เราหนีความจริงไปไม่ได้ แก้วจะยังเป็นเมียรักของพี่ตลอดไป แก้วอยากจะลืมพี่ก็ลืมไป แต่พี่จะไม่มีวันลืมแก้วเด็ดขาด พี่มันต่ำต้อยไม่คู่ควรกับลูกสาวนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ไม่มีอะไรคู่ควรกับหลานสาวขององคมนตรีของประเทศ แม้ว่าครอบครัวของแก้วจะดีกับพี่แต่ก็ไม่มีใครอยากได้พี่ไปเป็นสมาชิกในครอบครัวด้วย ถ้าแก้วกลัวว่าทุกคนจะรู้เรื่องของเรา พี่ยินดีจะเก็บเรื่องของเราเอาไว้เป็นความลับให้ แต่พี่ขอร้อง...อย่าบอกให้พี่ลืมแก้วเลยนะ อย่าทรมานหัวใจของพี่ แค่นี้พี่ก็เจ็บจนหมดแรงจะสู้ต่อแล้ว” 

               “...ฉันขอโทษ ฉันไม่เคยมองว่าผู้กองต่ำต้อยเลยนะ ฉัน...” 

               “ถ้าแก้วกลัวว่าการมีพี่เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตของแก้วแล้วมันจะทำให้ครอบครัวของแก้วต้องเสียหาย...ก็ได้ พี่สัญญาว่าต่อไปนี้พี่จะไม่มากวนใจแก้ว จะไม่มาให้แก้วเห็นหน้าอีก พี่รับปากว่าพี่จะหายไปจากชีวิตของแก้วตามที่แก้วต้องการ แต่พี่จะขอจดจำแก้วเอาไว้ พี่จะเก็บแก้วเอาไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจพี่ หากเจอหน้ากันอีกพี่ก็จะทำเป็นไม่รู้จักแก้วมาก่อน ตอนนี้แก้วลืมพี่ไปแล้ว ต่อให้พี่จะขอร้องอ้อนวอนแก้วยังไงแก้วก็คงไม่มีทางจำความรักของเราได้ แต่ถ้าวันไหนที่แก้วเกิดจำพี่ได้...พี่อยากให้แก้วรู้ว่าพี่ยังรอแก้วอยู่เสมอ ถ้าแก้วจำพี่ได้ ถ้าแก้วจำความรักของเราได้แล้ว...แก้วกลับไปหาพี่นะ กลับไปหาพี่ พี่จะรอแก้วกลับไปหา นานแค่ไหนพี่ก็จะรอ รอทั้งชีวิตพี่ก็รอได้” 

               “ฉันขอโทษ ขอโทษจริงๆ” แก้วเจ้าจอมเองก็ร้องไห้ปานใจจะขาดก่อนที่จะโผเข้ามากอดเขา เธอเสียใจและเกลียดตัวเองเหลือเกิน เธอทำลายหัวใจของคนที่เธอรัก เธอเหยียบย่ำหัวใจของเขาจนแหลกสลายทั้งๆ ที่เธอไม่ได้ลืมเขา เธอยังจำเขาได้และจำความรักของเธอกับเขาได้ทุกอย่าง เธอไม่อยากให้เขาก้มหน้ายอมรับในสิ่งที่เธอขอ เธอยากให้เขาด่าเธอ ต่อว่าเธอที่เธอทิ้งเขา ด่าเธอสิ ด่าเธอไม่ใช่มาบอกว่าจะรอเธอกลับไปหาทั้งๆ ที่เขาก็รู้ดีว่าเธอคงกลับไปหาเขาไม่ได้ พี่พนา...พี่พนาของแก้ว...แก้วขอโทษ พี่จ๋าอย่าร้องไห้เลยนะ อย่าร้องไห้ให้กับผู้หญิงคนนี้ พี่จ๋าลืมแก้วไปเถอะนะ แก้วไม่อยากเห็นพี่เจ็บปวดแบบนี้ ได้โปรด...ลืมแก้วไปเถอะ 

               “ขอโทษ...” แก้วเจ้าจอมพูดได้เพียงเท่านี้เมื่อผู้กองพนากอดเธอเอาไว้แน่นแนบอกของเขาและมันคงเป็นการกอดกันครั้งสุดท้ายในชีวิตแล้ว เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกนอกจากกอดเธอเอาไว้เช่นนี้ มือแกร่งที่กอดเธอเอาไว้สั่นเทาจนเธอรู้สึกได้ นานๆ ครั้งเขาจะพูดออกมาอย่างเลื่อนลอยว่า พี่รักแก้ว แก้วกลับมาหาพี่นะ น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาเหมือนคนหมดแรงและสั่นเครือจนเธอใจหาย หัวใจของเขาคงจะกำลังเจ็บปวด แล้วนักรบที่หัวใจถูกทำลายแบบนี้จะออกรบได้อย่างไรกัน พรุ่งนี้เขาต้องลงใต้ไปต่อสู้กับโจรผู้ร้าย ต้องไล่ล่าชารีฟกับกาเซ็ม ถ้าเรื่องของเธอมันทำให้เขาพลาดท่าคนร้ายล่ะ...ถ้าเขาเกิดเป็นอะไรขึ้นมาเธอคงให้อภัยตัวเองไม่ได้ไปตลอดชีวิต... 

  

 

สามเดือนต่อมา 

 

 

               นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาผู้กองพนาก็มีท่าทีเปลี่ยนไป เขากลับมาเป็นคนไม่ค่อยพูดอีกครั้ง ไม่สุงสิงกับใคร ไม่ยอมมาเจอผู้หมวดมาริษาอีก พอเสร็จจากงานก็มักจะไปเก็บตัวอยู่คนเดียวที่ป่าหิ่งห้อย ปรึกษาปัญหาหัวใจกับขวดเหล้ามากกว่าดาบดำรงจนผู้หมวดเผ่าเทพกับผู้หมวดศิวะทุกข์ใจตามเขา สงสารเขาก็สงสารแต่จะให้ทำอย่างไรได้ แก้วเจ้าจอมไม่ใช้คุณแก้วคนเดิมของพวกเขา แต่เธอกลับเป็นร้อยตำรวจโทหญิงแพทย์หญิงแก้วเจ้าจอม สุวรรณเวช ลูกหลานคนใหญ่คนโตที่พวกเขายากจะเข้าถึง ยิ่งตอนนี้รองคีรินทร์พ่อบุญธรรมของเธอได้เลื่อนตำแหน่งจากรองแม่ทัพมาเป็นแม่ทัพภาคที่ 3 แล้ว อำนาจบารมีของครอบครัวเธอก็ยิ่งใหญ่มากขึ้น ผู้กองพนาของพวกเขากลับมาเป็นผู้เป็นคนได้อีกครั้งก็ตอนที่ได้ข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีค้ามนุษย์ว่า ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือหญิงสาวที่ถูกจับไปบังคับค้าบริการที่ต่างประเทศกลับมาเมืองไทยได้แล้ว โดยมีแก้วเจ้าจอมเป็นคนไปพาหญิงสาวเหล่านั้นกลับบ้านเกิดตามที่เธอเคยได้ให้สัญญากับทุกคนว่าหากเธอรอดไปได้ เธอจะช่วยหญิงสาวเหล่านั้นกลับมา ตอนนี้เธอได้ทำตามสัญญาแล้วหลังจากที่สืบเสาะตามหาหญิงสาวทุกคนอยู่นานจนหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายต่างก็ยกย่องให้เธอเป็นวีรสตรีในเหตุการณ์นี้ ส่วนสารวัตรคมกฤชหลังจากที่ถูกทรมานอย่างหนักสุดท้ายก็ยอมปริปากออกมาว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังตน จากการให้ปากคำของสารวัตรคมกฤชนำไปสู่การจับกุมตัว สส.พศุตม์ สส.อนาคตไกลว่ามีส่วนรู้เห็นในคดีค้ามนุษย์จนเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ แม้ว่า สส.พศุตม์จะพยายามใช้เงินในการแก้ปัญหาแต่อำนาจเงินของเขาก็ยังน้อยไปกว่าอำนาจของท่านนายพลปภพที่ต้องการจะจัดการกับเขาให้ได้จน สส.พศุตม์ต้องรีบหาทางหลบหนี พร้อมกันนั้นยังได้พยายามฆ่าสารวัตรคมกฤชที่ได้ประกันตัวออกมาเพราะให้การที่เป็นประโยชน์ต่อคดี ทำให้สารวัตรคมกฤชต้องหลบหนีการไล่ล่าของ สส.พศุตม์จนแทบเอาชีวิตไม่รอด ส่วนเหล่าเจ้าหน้าที่ที่เคยร่วมมือกับสารวัตรคมกฤชและ สส.พศุตม์ก็ถูกเด้ง บ้างก็ถูกไล่ออกจากราชการกันเป็นทิวแถว คดีนี้ทำให้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าไม่มีใครจะสามารถต่อสู้กับอำนาจของครอบครัวสุวรรณเวชไปได้ คงถึงคราวเคราะห์ของพวกคนร้ายที่บังอาจมาแตะต้องแก้วตาดวงใจของคนตระกูลนี้แล้วจริงๆ 

               “ไม่น่าเชื่อนะครับว่า สส.พศุตม์จะอยู่เบื้องหลังทุกอย่าง ผมเองก็หลงชื่นชม นึกว่าเป็นคนดีซะอีก” ผู้หมวดศิวะพูดกับผู้กองพนาขณะอ่านข่าวนี้จากหนังสือพิมพ์ ก่อนจะส่งไปให้ผู้หมวดเผ่าเทพอ่านต่อ 

               “แต่ก็หลบหนีไปได้นี่ ตอนนี้เห็นว่านายพศุตม์กับสารวัตรคมกฤชกำลังไล่ล่าฆ่ากันเองเพราะแค้นใจกันอยู่ ก็ไม่รู้ว่าพวกมันจะแว้งกลับมาเล่นงานคุณแก้วอีกมั้ย แต่จะว่าไปอำนาจของครอบครัวสุวรรณเวชนี่ก็น่ากลัวเหมือนกันนะครับผู้กอง แต่ดีหน่อยที่ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวข้าราชการที่ดี มีอำนาจไว้คุ้มครองและปกป้องประชาชนตาดำๆ” 

               “นั่นสิ ถ้าได้คนดีๆ อย่างผู้กองไปเป็นเขย เป็นสมาชิกของบ้านด้วย ครอบครัวนี้ก็จะมีคนดีเพิ่มมาอีกคนนะครับ” ผู้หมวดทั้งสองอยากจะให้ผู้กองพนาได้ยิ้มบ้าง แต่ผู้กองหนุ่มกลับเอาแต่มองภาพของแก้วเจ้าจอมด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ สามเดือนแล้วนับแต่วันที่จากกันกับเธอและถูกเธอบอกเลิกกลางอากาศ แม้ว่าครอบครัวของเธอจะชวนเขาไปกินข้าวด้วยกัน ไปเจอกันบ้างแต่เขาก็ปฏิเสธตลอดและเอาเรื่องงานมาอ้าง ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากไป เขาอยากไปหาแก้วเจ้าจอมใจแทบขาด แต่เพราะเขารับปากกับเธอเอาไว้แล้วว่าจะไม่ไปให้เธอเห็นหน้าอีก เขาจึงต้องทนข่มใจเอาไว้ ผู้หมวดทั้งสองเห็นผู้กองพนากลับมาซึมอีกครั้งแล้วจึงได้พากันเปลี่ยนเรื่องพูดมาพูดเรื่องอื่นแทน 

               “จริงสิ อาทิตย์หน้าที่จะมีกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาประจำการเพิ่มที่ฐานของเรา ผู้กองตรวจดูรายชื่อแล้วยังครับเห็นว่ามีสามสิบนายได้ ต่อไปฐานของเราคงครึกครื้นน่าดู มีคนมาเพิ่มอีกเยอะ” 

               “เตรียมที่พักไว้เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย” ผู้กองพนาหันมาถาม มีแค่เรื่องงานเท่านั้นที่ผู้กองพนาจะยอมเปิดปากพูดกับพวกเขา 

               “เรื่องที่พักเรียบร้อยแล้วครับ เพราะได้รับการสนับสนุนจากท่านนายพลปภพด้วย ทางเราก็เลยได้อาวุธใหม่ๆ มาใช้แทนของเดิมที่เป็นของเก่าเก็บ งานนี้ไม่ว่าคนร้ายหน้าไหนเราก็พร้อมสู้ครับ” ผู้หมวดเผ่าเทพชูปืนจู่โจม M4A1 กระบอกใหม่ให้ผู้กองของเขาดู ผู้กองพนาจึงแค่ปรายหางตามามองเท่านั้น 

               “แล้วเรื่องกิจกรรมรับน้องใหม่เข้าสู่ฐานล่ะครับผู้กอง เอาโหดแค่ไหนดี” ผู้หมวดศิวะถามบ้าง เพราะกิจกรรมการรับน้องใหม่ประจำฐานมักเป็นกิจกรรมที่โหด มันและฮาสุดๆ เพื่อหล่อหลอมความเป็นหนึ่งเดียวกันของเจ้าหน้าที่ทุกคนในฐานแห่งนี้ 

               “เรื่องนี้แล้วแต่หมวดสองคนจะจัดการละกัน เอาให้มันพอดีนั่นแหละ” ผู้กองพนาเก็บภาพของแก้วเจ้าจอมใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อตรงอกข้างซ้ายก่อนที่จะลุกขึ้นยืน “ออกเวรแล้วผมขอตัวก่อนนะ ถ้ามีเรื่องฉุกเฉินอะไรไปตามผมที่ป่าหิ่งห้อยแล้วกัน” ว่าแล้วผู้กองพนาก็เดินเข้าป่าไปอย่างไม่สนใจแม้แต่ผู้หมวดมาริษาที่เพิ่งขับรถเข้ามาที่ฐานของเขา แม้ว่าผู้หมวดสาวจะตะโกนเรียกอย่างไรแต่ผู้กองพนาก็ทำเหมือนกับจะไม่ได้ยิน เขาเดินผ่านหน้าบ้านพักของตัวเองไป เด็ดช่อดอกแก้วเจ้าจอมติดมือไปด้วยและหายเงียบไปเสียดื้อๆ ซึ่งเป็นภาพคุ้นตาของผู้หมวดเผ่าเทพกับผู้หมวดศิวะ สงสารผู้กองของตนก็สงสาร แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ขนาดผู้กองของพวกเขาขอร้องให้แก้วเจ้าจอมกลับมาหา เธอยังไม่มาเลย แล้วพวกเขาจะไปขอร้องแก้วเจ้าจอมได้อย่างไร 

                 

 

 

               ในเวลาเดียวกันของภาคตะวันตกของไทย แก้วเจ้าจอมถือช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่เดินเข้ามาในวัดเล็กๆ แห่งหนึ่งในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก วันนี้เธอเพิ่งเดินทางออกมาจากฐานของตัวเองเพราะพ่อภูของเธอเรียกเจอและนัดกันเอาไว้ที่วัดแห่งนี้ และวันนี้ยังเป็นวันครบรอบการจากไปของใครบางคนด้วย แก้วเจ้าจอมจึงเอาช่อดอกกุหลาบสีขาวมาให้เขา เธอเดินมาหยุดนิ่งอยู่ที่หน้าเจดีย์ใส่กระดูกเล็กๆ สีขาวข้างโบสถ์ก่อนจะค่อยๆ นั่งลงแล้วใช้มือกวาดเศษใบไม้แห้งออกไปจากฐานเจดีย์ทั้งสี่ด้าน จากนั้นก็ปักดอกกุหลาบสีขาวใส่แจกันพร้อมกับจุดธูปไหว้ ดวงตาคู่สวยแต่หมองเศร้ามองมายังภาพถ่ายของชายผมยาวหน้าตาดีแต่แววตาดุที่ติดอยู่ด้านหน้าเจดีย์ใส่กระดูกของเขา 

               “วันนี้ไนเปอร์มาเยี่ยมคุณลุงแสนดาแล้ว ไม่เจอกันนานเลยคุณลุงคิดถึงไนเปอร์มั้ยคะ” แก้วเจ้าจอมยิ้มให้กับภาพถ่ายของเขา คุณลุงแสนดาคนนี้ อดีตเคยเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ตามแถบลุ่มแม่น้ำเมยฝั่งพม่า ในสายตาของคนอื่น แสนดาอาจเป็นพ่อค้ายาเสพติดผู้ชั่วร้าย แต่สำหรับครอบครัวเธอ...เขาคือคนที่ช่วยชีวิตแม่ของเธอเอาไว้ แม้ว่าเขาจะเป็นคนเลวแต่เขาก็มีหัวใจรักที่มั่นคงต่อราชาวดีแม่ของแก้วเจ้าจอม ความรักของเขายิ่งใหญ่ แม้ไม่ได้ครอบครองแต่เขาก็คอยตามปกป้องราชาวดีจนตัวตาย ราชาวดีระลึกถึงเขาในฐานะของพี่ชายผู้แสนดีและสอนให้ลูกๆ ทุกคนเคารพรักแสนดาเสมือนลุงแท้ๆ ทุกๆ ครั้งที่ออกจากฐานมาที่ตัวเมืองแม่สอด แก้วเจ้าจอมก็มักจะแวะมาไหว้คุณลุงแสนดาคนนี้เสมอ แม้จะไม่เคยเจอกันแต่เธอก็รู้สึกได้ว่าคุณลุงยังอยู่ข้างๆ เธอนี่แหละ 

               “ตอนที่แม่แก้มไม่รับรักคุณลุง คุณลุงเจ็บปวดมากมั้ยคะ ถึงแม่แก้มจะไม่รับรักคุณลุงแต่คุณลุงก็ยังรักแม่แก้ม ยอมปกป้องแม่แก้มจนตัวเองตาย...ความรักมันทำให้คนเรายอมทำเพื่อคนอื่นได้มากขนาดนี้เลยหรอคะ...บางที ไนเปอร์คิดว่าตัวเองได้เจอกับความรักแบบนี้แล้วนะคะ มีใครคนหนึ่งเขารักไนเปอร์มาก รักมากเหมือนกับที่คุณลุงรักแม่แก้ม แต่ว่า...ไนเปอร์ก็เลือกที่จะทิ้งเขามา ไนเปอร์ไม่รู้ว่าป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้าง ไนเปอร์ไม่ได้ข่าวของเขาเลย ไนเปอร์คิดว่าพอยิ่งห่างกับเขาเดี๋ยวไนเปอร์ก็จะลืมเขาได้ แต่ความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นเลย ยิ่งไนเปอร์ห่างเขาไนเปอร์ก็ยิ่งเจ็บ ยิ่งทรมาน ไนเปอร์คิดถึงแต่เขา เป็นห่วงเขา อยากกอดเขาใจแทบขาดแต่ไนเปอร์ก็ทำไม่ได้ คุณลุงขา ไนเปอร์ทำแบบนี้มันถูกแล้วรึเปล่า ไนเปอร์ควรทำยังไงดี ไนเปอร์คิดว่าตัวเองทำถูกแล้วที่เลือกครอบครัวจึงทิ้งเขามา ถ้าสิ่งที่ไนเปอร์ทำมันถูกต้องแล้ว แล้วทำไมผลของการทำถูกมันถึงเจ็บปวดแบบนี้ล่ะคะ” 

               “ไนเปอร์ควรทำยังไงดี...ไนเปอร์คิดถึงพี่พนา...” 

               “ถ้าคิดถึงก็กลับไปหาเขาสิ” เสียงที่ตอบขึ้นมาทำให้แก้วเจ้าจอมสะดุ้ง เสียงที่ตอบเธอไม่ใช่คุณลุงแสนดาที่เธอกำลังพูดด้วย หากแต่เป็นพ่อภูของเธอ หรือแม่ทัพภาคที่ 3 คนใหม่ที่เพิ่งได้ตำแหน่งมา 

               “พ่อภู...” แก้วเจ้าจอมรีบลุกขึ้นแล้วปาดน้ำตาออกก่อนจะยกมือขึ้นวันทยาหัตถ์คำความเคารพผู้เป็นพ่อตามธรรมเนียน แม่ทัพภาคคนใหม่จึงได้เดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับยื่นซองอะไรบางอย่างให้ 

               “ซองขาว...ไล่ออกหรอคะพ่อภู” แก้วเจ้าจอมพลิกซองกระดาษในมือไปมาก่อนจะเข้าไปกอดป้าหมอเอื้อยของตนที่เพิ่งเดินตามมา “ป้าหมอเอื้อยดูสิคะ พ่อภูได้เป็นแม่ทัพภาคแล้วก็ใช้อำนาจมายื่นซองขาวให้ไนเปอร์” 

               “เดี๋ยวป้าสั่งซ่อมแม่ทัพภาคให้ดีมั้ยลูก ดันพื้นซักห้าสิบทีเป็นยังไง” 

               “น้อยๆ หน่อยคุณป้าคุณหลาน ซองขาวไล่ออกที่ไหน เปิดอ่านข้างในก่อนสิ” พลโทคีรินทร์ว่า แก้วเจ้าจอมจึงลองเปิดซองอ่านดู เอกสารที่มีลายเซ็นของแม่ทัพภาคเซ็นกำกับแบบนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใช้เส้นสายล้วนๆ เธอเป็นตำรวจ พ่อภูของเธอเป็นทหาร คนละหน่วยงานกัน แต่เอกสารนี่กลับมีลายเซ็นทั้งของพ่อเธอและผู้บังคับบัญชาของเธอแล้วแบบนี้จะให้เธอคิดยังไง ถึงนี่จะไม่ใช่หนังสือไล่ออกแต่ความหมายของมันก็ไม่ต่างกับไล่ออกหรอก 

               “หนังสือสั่งย้าย!!! พ่อภูจะย้ายไนเปอร์หรอคะ” 

               “ใช่” 

               “ทำไมล่ะคะ” 

               “ทำผิด โทษฐานวันๆ เอาแต่คิดถึงผัวจนไม่เป็นอันทำงานทำการเลยต้องย้าย...ลงใต้” พอได้ยินแบบนี้แก้วเจ้าจอมที่ยังไม่ได้อ่านรายละเอียดในเอกสารเลยหลิ่วตามองผู้เป็นพ่ออย่างไม่ไว้ใจ 

               “อย่าบอกนะคะว่า...” 

               “อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ที่นั่นมีฐานปฏิบัติการของตำรวจพลร่มอยู่และที่ฐานก็ไม่มีหมอ ฐานตำรวจที่นั่นอยู่ห่างจากโรงพยาบาลมาก โจรผู้ร้ายก็เยอะถ้าเจ้าหน้าที่เป็นอะไรขึ้นมาเดี๋ยวพวกเขาจะแย่เอาเพราะงั้นพ่อเลยต้องหาหมอลงไปประจำการที่นั่น อ้อ! ได้ข่าวว่าที่นั่นมีตำรวจนายหนึ่งกำลังบาดเจ็บอยู่ ถูกเมียทิ้งจนอกหักน่ะ เป็นหมอไม่ใช่หรอ น่าจะรักษาอาการนี้ได้นะ”  

               “พ่อภู...” หัวใจของแก้วเจ้าจอมเต้นโครมครามอย่างคาดไม่ถึง น้ำตาปริ่มด้วยความดีใจแต่ก็ต้องพยายามเก็บซ่อนเอาไว้จนรองคีรินทร์ต้องเดินเข้ามากอดเธอ และทันทีที่รองคีรินทร์กอดเธอ เธอก็ร้องไห้ออกมาอย่างสะอึกสะอื้นด้วยความคับแน่นใจเพราะต้องเก็บซ่อนความรู้สึกของตัวเองมาโดยตลอด 

               “เลิกทรมานหัวใจของตัวเองได้แล้วลูก การมีความรักมันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเลย ใครๆ ก็มีความรักได้ มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าเราไม่มีความรักแล้วเราก็เป็นทุกข์อยู่แบบนี้ ผู้กองเขาเป็นคนดี คุณปู่เองก็ชอบเขา ไนเปอร์ตามใจไอ้รัน เอาใจมันมามากพอแล้ว มันถึงเวลาที่ไนเปอร์จะต้องทำตามหัวใจของตัวเองซักทีนะลูก พ่อรู้ว่าพ่อไม่ควรส่งเสริมลูกให้ไปหาผู้ชายก่อน แต่พ่อทนเห็นไนเปอร์ทุกข์ใจแบบนี้ไม่ได้ สำหรับพ่อ เกียรติยศและศักดิ์ศรีใดๆ ก็ไม่ได้มีค่าเท่ากับความสุขของลูกสาวพ่อเลยนะ ไนเปอร์อยากทำอะไรก็ทำเถอะ ออกมานอกกรอบได้แล้ว แล้วถ้าไอ้รันมันว่าอะไรก็มาบอกพ่อ เดี๋ยวพ่อจะจัดการมันให้เอง” 

               “แต่ว่า...” 

               “ไม่มีแต่ ถ้าเป็นเด็กดีทำเพื่อคนอื่นแล้วต้องเจ็บอยู่คนเดียวแบบนี้ ไนเปอร์ก็เป็นเด็กดื้อเถอะลูก ไอ้รันมันภูมิใจในตัวไนเปอร์ก็จริง แต่มันเคยรู้บ้างรึเปล่าว่ามันกำลังทำร้ายลูกรักของมันอย่างไม่รู้ตัว นี่เป็นทางเดียวที่พ่อจะช่วยไนเปอร์ได้ อีกอย่าง...แม่แก้มก็อยู่ที่ปัตตานี เวลาไนเปอร์คิดถึงแม่ก็จะได้ไปหาแม่แก้มง่ายๆ ไงลูก เวลาไนเปอร์ว่างจากงาน ไนเปอร์จะไปเยี่ยมแม่แก้มกับไอ้รันตอนไหนก็ได้ ไหนจะอยู่ใกล้ๆ กับคุณอานที คุณอาธารา คุณอาเอกี้ คุณอาเดม่อนแล้วก็คุณอาอานัสกับคุณอาพริ้มอีก ญาติพี่น้องเยอะขนาดนี้อบอุ่นแน่นอน ไปยะลาเถอะลูก พวกพ่อเลี้ยงลูกได้แต่ตัว ส่วนหัวใจ...ไนเปอร์ต้องเป็นคนสั่งหัวใจของตัวเอง ไม่ใช่ให้ไอ้รันมาสั่ง” แก้วเจ้าจอมยิ่งกอดผู้เป็นพ่อแน่น ดีใจที่เธอมีพ่อภูอยู่เคียงข้างแบบนี้ ตอนนี้หัวใจของเธอเริ่มเป็นอิสระมากขึ้นแล้ว เธอจะลองทำตามที่พ่อภูว่า เธอจะก้าวออกจากกรอบที่ผู้เป็นพ่อบังเกิดเกล้าเคยตีกรอบครอบเธอเอาไว้ เธอจะลองทำตามสิ่งที่หัวใจของเธอต้องการเป็นครั้งแรก และถ้ามีใครว่าอะไรเธอก็แค่...พูดความจริงออกมาว่าเธออยากอยู่กับคนที่เธอรัก... 

               “ขอบคุณนะคะพ่อภู ขอบคุณนะคะที่เข้าใจไนเปอร์” 

               “พ่อเป็นพ่อของไนเปอร์ พ่อก็ต้องเข้าใจไนเปอร์ที่สุดสิลูก” 

               “แล้วป้าหมอเอื้อยล่ะคะ” แก้วเจ้าจอมหันไปถามผู้เป็นป้าคนสวยของตน ป้าหมอเอื้อยของเธอจึงรับเอาเธอมากอดบ้าง 

               “ถึงแม้ว่าป้าจะเชียร์อรินมาโดยตลอดก็เถอะ แต่เพื่อไนเปอร์ ป้าเคารพการตัดสินใจของไนเปอร์เสมอ ป้ารักไนเปอร์มากนะลูก” ป้าหมอเอื้อยหอมแก้มเธอแรงๆ แล้วจึงกอดเธออีกอย่างโอ๋เอาใจก่อนที่จะถูกพลโทคีรินทร์กอดเอาไว้อีกทั้งสองคน แก้วเจ้าจอมจึงหันมาทางเจดีย์ใส่กระดูกของแสนดาอีกครั้ง 

               ตอนนี้ไนเปอร์ได้ทางออกของหัวใจแล้วนะคะคุณลุง คุณลุงเอาใจช่วยไนเปอร์ด้วยนะคะ... 

  

 

************************************************************** 

แหมมมม จะกลับไปหาพี่พนา ทำพี่เขาเจ็บขนาดนั้นแกกลับไปหาเขาเมื่อไหร่ เขาเอาคืนแก กินหัวแกแน่ๆ ไนเปอร์ ไรท์ไม่ช่วยเด้อ เวลาพี่พนาโหดแทบไม่ต่างจากพ่อรันเลย คอยดูสิ แกโดนซ่อมโหดแน่ แฮ่!!! 

*********************************** 

เขียนเสร็จนานแล้วแต่เพิ่งมาลงนะคะ เปิดเทอมแล้ว การบ้านเยอะค่ะ จุ๊บๆ รอต่อต่อไปจ้า 

ความคิดเห็น