ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 : ความเปลี่ยนแปลงในชีวิต

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 : ความเปลี่ยนแปลงในชีวิต

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2563 13:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 : ความเปลี่ยนแปลงในชีวิต
แบบอักษร

 ความเปลี่ยนแปลงในชีวิต 

 

หลังจากที่พี่เนตรจัดการเรื่องที่แป้งใส่ร้ายผมว่าผมนั้นแย่งแฟนของเธอไป ชีวิตของผมก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง คนที่ต่อว่าผมต่างๆ นาๆ โดยที่ไม่ทราบถึงความจริง ก็พากันมาขอโทษผมเมื่อความจริงทุกอย่างได้เปิดเผยออกไปสู่สาธารณะ ผมเพียงยิ้มรับไม่ได้ถือโทษโกรธพวกเขาเพราะมันเป็นเพียงคำพูดที่ผมสามารถปล่อยผ่านมันไปได้ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทั้งที่เราต่างก็ไม่ได้รู้จักกันแต่ทำไมถึงได้พูดจาโหดร้ายใส่กันมากถึงเพียงนี้

 

Nanny อยู่กับ Namnung 

วันนี้แนนนี่ไม่ได้จะมาต่อว่า NN. นะคะ แต่ว่าจะมาเป็นตัวแทนของลูกเพจกล่าวขอประทานโทษ ที่ฟังความเท็จข้างเดียวจาก P. จนเกิดผลกระทบต่อชีวิตประจำวันมากมายกับคนที่ไม่ได้กระทำผิดอย่าง NN. กับ P'N. ที่ความจริงคือ P'N. แอบชอบ NN. เลยให้เพื่อนแบบ P. ช่วยเป็นแม่สื่อ แต่ใครจะไปคิดว่าแม่สื่อคิดไม่ซื่อหลอกลวงว่าผู้ชายเขาชอบตัวเอง 🙄 หลอกแม้กระทั้งซื้อของแพงจากผู้ชาย พูดดีเข้าตัว พูดร้ายให้กับเพื่อนที่แสนดี และนางยังมีเรื่องแย่ๆ ไม่หมดเพียงเท่านี้จากที่แนนนี่เห็นความจริงภายในคลิปที่มีผู้หวังดีส่งมา สงสัยจะเป็นสันดาน ใครอยากรู้ทักได้หลังไมค์ได้เลยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แนนนี่รู้สึกเสียใจมากและคิดว่าลูกเพจจะเข้าใจและยอมรับการกระทำผิดของตัวเอง  #SaveNN. #เกลียดนางP.

Ploy และ คนอื่นๆ อีก 7,009 คน ความคิดเห็น 3,244 รายการ 

 

Tay : น้องน้ำหนึ่งเป็นคนดี ไม่คิดทำอะไรต่ำๆ แบบนั้นหรอกครับ และวันนี้ความจริงก็ปรากฏแล้วหวังว่าทุกคนจะเข้าใจและยอมรับผิดชอบกับคำพูดของตัวเอง

 

Prince : ผมอยู่ห้องเดียวกันกับ NN. เขาเป็นคนน่ารักมากเลยครับ ผมเองก็ไม่เชื่อว่าจะทำ

 

Ploy : ขอโทษ ที่ว่าเธอไปมาก

 

King : โห ทำไมตอนนั้นฉันถึงได้ออกปกป้องคนแบบนี้ด้วย หน้ามืดตามัว

 

 ผมมองมันเหมือนเรื่องขำขันในชีวิตที่เรียบง่ายช่วงหนึ่ง และหลังจากนั้นเป็นต้นมาผมก็ได้ใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียวมาตลอด แม้จะมีหลายคนเข้ามาขอโทษและขอเป็นเพื่อนกับผมที่รู้สึกละอายกับการกระทำของตัวเอง

แต่ผมก็เลือกที่จะอยู่ตัวคนเดียวอย่างที่ตั้งใจไว้ และแป้งเองช่วงนี้ผมไม่ค่อยจะเห็นเธอปรากฏตัวที่ห้องเรียนหรือถึงจะมาเรียนก็ชอบใส่เสื้อแขนยาวปกปิดร่างกายตลอด กลายเป็นคนเก็บตัวเงียบ ใครถามอะไรก็เอาแต่เหวี่ยงเสียงดังไม่เหมือนกับเธอคนเดิมที่ผ่านมา คนข้างกายก็เริ่มที่จะถอยหนีเพราะรับกับการกระทำของเธอไม่ได้ โดยเฉพาะใบหน้าสวยดูไม่ผ่องใสเหมือนอย่างเมื่อก่อนทำให้ผมสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ แต่การกระทำของเธอที่ทำกับผมก็ทำให้ผมเลือกที่จะมองเมินผ่านไป

"กินข้าวกัน"

"ครับ พี่เนตร" ผมยิ้มให้กับผู้ชายที่ยืนรับผมตรงประตูทางออกของคณะเพื่อเดินไปด้วยกันที่โรงอาหาร แม้ว่าพี่เนตรจะชอบผมแต่การกระทำที่ให้เกียรติและอยู่ในจุดที่ทำให้ผมไม่รู้สึกอึดอัดยามอยู่ใกล้ แต่กลายเป็นความสบายใจอย่างกับคนในครอบครัว ทำให้ผมกับเขายังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ พี่เนตรพาผมนั่งลงตรงโต๊ะที่มีเพื่อนของพี่เขาสองสามคน แม้จะถูกว่าแซวบ้าง แต่ผมก็เพียงยิ้มรับเท่านั้น

"เย็นนี้ไปทำงานใช่ไหม"

"ครับ" ขาดงานมาหลายวันแล้ว หลังจากนี้ผมคงต้องขยันกว่าเดิม

"ยังไงก็ระวังตัวด้วยนะน้ำหนึ่ง อย่าคิดว่าเราเป็นผู้ชายแล้วจะไม่เกิดเรื่องกับตัวเอง" พี่เนตรพูดน้ำเสียงจริงจัง ผมเองก็เข้าใจในความเป็นห่วงของอีกฝ่ายเพราะผมก็ได้เจอเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายต่อตัวผมไปแล้วครั้งหนึ่ง

"ผมเข้าใจ แต่มันเป็นความจำเป็นนี่ครับ ถ้าผมไม่ทำ ผมก็ไม่มีเงิน" ผมยิ้มเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเครียด แต่เหมือนพี่เนตรจะดูเครียดกว่าเดิมเสียอีก

"พี่อยากช่วยเรา"

"แค่พี่ดีกับผมแบบนี้ ผมก็รู้สึกดีแล้วครับ" ตั้งแต่พ่อกับแม่เสียไปจนมาถึงตอนนี้นอกจากพี่ทายกับคนที่ทำงาน ก็มีพี่เนตรที่ดีกับผมมาตลอด แค่นี้ผมก็รู้สึกว่าชีวิตในทุกวันของผมก็ไม่ได้แย่จนเกินไป

"ไว้พี่คิดออกแล้วพี่จะบอก"

"ครับ" ผมตอบรับอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ ก่อนเราสองคนจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง จนเวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็น ผมก็กลับมาที่หอพักเพื่อเตรียมตัวไปทำงานที่บาร์เหมือนอย่างเคย กิจวัตรประจำวันของผมก็ผ่านพ้นไปอย่างสงบสุขจนกระทั่งล่วงเลยมาจนเกือบถึงสองเดือน สองเดือนที่ทำให้ผมรู้สึกว่าร่างกายของผมเปลี่ยนแปลงไป

"เราไม่ได้คิดไปเองว่ามันโต ตรงนี้ก็..." ผมมองร่างกายเปลือยเปล่าตัวเองผ่านกระจกห้องน้ำ วางมือลงบนหน้าท้องที่แบนราบเรียบ ทว่าก็มีเจ้าก้อนน้อยยื่นย้วยออกมา มันไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าเพราะมองเผินๆ ก็เหมือนกับว่ายังคงราบเรียบ แต่พอลูบผ่านลงไปมันกลับมีเนื้อนูนไม่ราบเรียบเหมือนอย่างปกติ

และนอกจากนี้แล้วหน้าอกแบนราบของผมมันก็รู้สึกเจ็บคัดตึงยามถูกเนื้อผ้าสัมผัส แม้จะไม่ได้รู้สึกเจ็บมาก แต่ความแปลกนี้ก็ทำให้ผมสงสัย แต่ก็พยายามมองข้ามผ่านเลยไปเพราะมันไม่ได้กระทบต่อชีวิตประจำวันของผม

"น้ำหนึ่ง"

"ครับ" เสียงของพี่ทายเรียกยามผมเดินทางมาทำงานที่บาร์อย่างปกติทุกวัน แต่ที่ไม่ปกติคือผมรู้สึกหน้ามืด เวียนหัว จนเกือบล้มลงไปนอนที่พื้น จนพี่ทายต้องพยุงผมไปนั่งตรงหลังร้านแล้วหยิบยาดมให้ผม

"เป็นอะไร" 

"ผมเวียนหัว"จู่ๆ ก็รู้สึกว่าขามันอ่อนแรง หน้ามืดช่วงหนึ่ง พอได้นั่งพักก็รู้สึกว่าอาการมันดีขึ้น

"หน้าเราซีดมาก เดี๋ยวพี่พาไปโรงพยาบาล"

"พี่ทาย ผมไม่อยากไปโรงพยาบาล" ผมรีบจับแขนพี่ทายที่กำลังช่วยผมพยุงตัวเพื่อลุกขึ้นยืน

"อย่าดื้อครับ เผื่อเราเป็นอะไรร้ายแรงจะได้ป้องกันได้ทัน"

"แต่ว่า..." ถึงยังไงผมก็ไม่อยากไปโรงพยาบาลอยู่ดี 

"ถ้าเรื่องเงินพี่ออกให้ก่อนครับ"

"ผมไม่อยากรบกวน" คำตอบของพี่ทายทำเอาดวงตาของผมหลุบต่ำมองเท้าตัวเอง เพราะมันเป็นเรื่องจริงอย่างที่อีกฝ่ายกล่าวมา ผมไม่อยากเสียเงินและการไปโรงพยาบาลแต่ละครั้งค่าใช้จ่ายย่อมสูง 

"แต่ถ้าน้ำหนึ่งไม่ไป มันจะเป็นการรบกวนทุกๆ คนรวมถึงพี่" ทว่าผมก็ยอมพ่ายแพ้ต่อสายตาจริงจังของพี่ทายยอมไปตรวจที่โรงพยาบาล

.

.

 

"เพราะแกคนเดียว ไอ้น้ำหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของฉันต้องมาพบเจอเรื่องแบบนี้" แป้งกัดริมฝีปากตัวเองจนได้เลือด มือที่กำมือแน่นเล็บจิกลงฝ่ามือจนเกิดแผลทางยาวไม่ได้ทำให้คนที่กำลังเครียดแค้นฝังลึกรู้สึกเจ็บ เพราะความเจ็บเพียงเท่านี้มันไม่เท่ากับความเจ็บที่เธอต้องได้รับเกือบทุกคืนวัน ความเจ็บปวดรวดร้าวจากผู้ชายคนนั้นที่เห็นเธอเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์

ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากจะกดมันให้จมดิน มันมีทางใดบ้างที่จะกดมันให้ต่ำลงกว่าตัวเอง จนได้ยินเสียงข้อความโทรศัพท์ดังเข้ามา ทำเอาหญิงสาวใบหน้าบิดเบี้ยวเมื่อสายตาเหลือบเห็นข้อความปรากฏภายในนั้น 

'ตอนเย็นมาหาฉันที่คอนโด'​ 

"กรี๊ดดดดดดด ไอ้เฮงซวย" ร้องเสียงดังลั่นพอๆ กับเขวี้ยงมือถือออกไปจนชนกับกระจกรถยนต์ดังปั๊กก่อนมือเรียวจะเปิดประตูลงจากรถแล้วปิดประตูตามเสียงดังเพื่อจะรีบเดินเข้าไปในคณะ ที่มีสายตาหลายคู่มักจะมองมาที่เธอ พร้อมกับคำซุบซิบนินทาว่าร้าย เธอเกลียดมัน สายตาที่มองมาทางเธออย่างดูถูกดูแคลน 

ตุ๊บ! 

"โอ้ย! อะไรอีกเนี่ย!" จู่ๆ ก็เดินชนกับใครเข้าอย่างจัง เสียงแหลมปี๊ดโวยวายทำเอาคนชนรีบยกมือไหว้อย่างกลัวๆ

"ขอโทษ ขอโทษ น้าไม่ได้ตั้งใจ" หญิงวัยกลางคนรีบพูดขอโทษที่เผลอซุ่มซ่ามชนกับใครเขาเข้า หน้าตาสละสลวยแบบนี้คงไม่พ้นเป็นลูกหลานคนมีเงิน เธอไม่อยากจะมีเรื่องด้วย

"วันนี้วันซวยอะไรอีก ยังจะมองหน้า จะไปไหนก็ไป" แค่มือที่ถูกตัวก็รู้สึกขยะแขยงเข้าไส้ ยังจะมามองหน้าเธออีก คนอะไรแต่งตัวซอมซ่อ สกปรก มือที่ถูกตัวเธอจะมีเชื้อโรคหรือเปล่าก็ไม่รู้

"หนู หนูจ๊ะ น้ามีอะไรอยากจะถามหน่อย" 

"ฉันไม่อยากคุยกับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างแก" แค่นี้ก็เสียเวลามามากพอแล้วที่จะเสวนากับคนแบบนี้ ปัดมือลงบนเสื้อแรงๆ ตำแหน่งที่ถูกโดนตัว ก่อนจะสาวเท้าเข้าคณะทว่าชื่อของใครบางคนที่ดังตามหลังกลับทำให้ขาที่ก้าวเดินชะงัก

"รู้จักน้ำหนึ่งไหมจ๊ะ หลานชายของน้าเรียนคณะนี้ น้ามาตามหาที่นี่แต่มหาลัยมันกว้างจนเดินหาไม่ถูก"

"น้ำหนึ่ง" ชื่อนี้ทำให้ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวไปหมด ทำไมมันถึงเอาแต่ตามหลอกหลอนเธอนัก หรือว่าคำสาปแช่งของเธอจะเป็นผลสักทีก่อนจะปลายตามองคนที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง ท่าทางแบบนี้คงไม่ได้มาเพราะเรื่องดีแน่ๆ สองมือจึงยกกอดอกแน่นพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก

"มีธุระอะไรละ ฉันว่าเราสองคนคงมีเรื่องที่จะพูดคุยกันยาว ยืนตรงนี้คงไม่สะดวก" 

"น้าชื่อพิมพ์เป็นน้าของน้ำหนึ่งมัน ตั้งแต่พ่อแม่มันเสียไป ก็มีน้าที่คอยดูแลมันมาตลอด แต่ดูที่มันตอบแทนน้าสิ ขโมยเงินของน้าไปหลายแสน ตอนนี้น้าเดือดร้อนมาก โทรมาก็ไม่รับสายน้า น้าถึงได้ขึ้นรถเพื่อมาหามันที่นี่ แค่ให้มันคืนเงินน้า น้าก็จะรีบกลับไป" พิมพ์ยกมือเช็ดน้ำตาที่ปริ่มๆ หางตายามเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับสาวสวยที่ยกจิบชาตรงหน้านิ่ง ต่างกับการกระทำที่เธอต่อว่าตัวเองเมื่อครู่ลิบลับ ทว่านั่นไม่ใช่ปัญหาเมื่อเธอรู้ได้ว่าผู้หญิงคนนี้จะต้องพาเธอไปพบน้ำหนึ่งได้ และเมื่อได้ในสิ่งที่เธอต้องการแล้ว เธอจะรีบกลับทันที

"ฉันอยากรู้เรื่องราวน้ำหนึ่งให้มากกว่านี้" แป้งวางชาที่ยกจิบลงบนจาน เรื่องที่ได้ยินเมื่อครู่ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ แต่เธออยากจะรู้เรื่องราวของอีกฝ่ายมากกว่านี้

"ทำไม" 

"แลกกับเงินสองหมื่น เธอจะตกลงไหม และหลังจากนั้นฉันจะพาเธอไปพบมัน และถ้าเธอทำตามคำสั่งของฉันได้อีก ฉันจะให้เธออีกสองหมื่น" แป้งหยิบเงินในกระเป๋าใบสวยวางไว้ตรงหน้าของหญิงสาวชาวบ้าน แน่นอนว่าคนที่อยากได้เงินรีบคว้ากอดในมือตาโต กิริยาท่าทางนั้นทำเอาเธอยิ้มขำที่อีกฝ่ายติดกับง่ายๆ แบบนี้

"สะ... สี่หมื่น ตกลง หนูให้น้าทำอะไร น้าจะทำให้หมดทุกอย่างเลยจ้ะ" พิมพ์นับเงินในมือด้วยอาการดีใจอย่างปิดไม่มิด ช่างโชคดีที่เจียดเงินเดินทางออกตามหาไอ้หลานชายเฮงซวยที่ปล่อยให้เธอถูกซ้อมที่ไม่สามารถหาเงินไปจ่ายหนี้เงินกู้ก้อนโตได้

"ดี เช่นนั้นแล้วพรุ่งนี้มาพบฉันที่นี่อีกครั้ง"

คราวนี้แหละ มันจะต้องทุกข์ทรมานเหมือนกับตายทั้งเป็นเหมือนกับเธอที่ได้รับอยู่ในตอนนี้

 

 

+ + + + + + + + + + + + + + 

ความคิดเห็น