ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 : สัมผัสที่ตราตรึง

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 : สัมผัสที่ตราตรึง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ม.ค. 2564 11:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 : สัมผัสที่ตราตรึง
แบบอักษร

Chapter 8 

  

"คุณอัคคีคะ คุณฟาโรห์มาขอเข้าพบในช่วงบ่าย" 

เสียงของเกวเลขาคนสนิทเข้ามารายงานภายในห้อง ทำให้ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาในวัยยี่สิบแปดปีได้สติ หลังเอาแต่คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา สัมผัสตราตรึงในคืนนั้นมันช่างหอมหวาน เร่าร้อนและทำให้เขาคนนี้พึงพอใจเป็นอย่างมาก จนเก็บมาคิดฝันหลายต่อหลายครั้งทีเดียว อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

"อืม บอกให้ไปรอฉันที่ห้องรับแขก" อัคคีเหล่มองตารางเวลางานทางด้านขวามือที่ต้องจัดการภายในวันนี้ทั้งหมด ช่วงเช้ามีประชุมบอร์ดผู้บริหาร ส่วนตารางช่วงบ่ายนั้นไม่ได้มีธุระสำคัญที่ต้องทำ จึงพยักหน้ายอมให้อีกฝ่ายเข้าพบ

"ค่ะ" เกวรับคำก่อนจะเดินออกจากห้องไปเพื่อติดต่อกลับไปหาคุณฟาโรห์ เพื่อนคนสนิทของคุณอัคคีให้มาเข้าพบ

+++ 

 

หลังจากการประชุมเสร็จในช่วงเช้า ชายหนุ่มในร่างสูงโปร่งก็เดินไปยังห้องรับแขกสถานที่นัดพบกับคนสนิททันที ซึ่งภายในห้องได้มีผู้ชายร่างบาง ใบหน้าติดหวานเล็กน้อยในชุดแสนจะธรรมดานอนกินลูกองุ่นบนโซฟาอย่างกับว่าสถานที่ตรงนี้คือห้องนอนในบ้านพักตากอากาศสุดหรู ทำเอาอัคคีถ่ายถอนหายใจออกมากับท่าทางไร้มารยาทของเพื่อนคนนี้

"มาแล้วเหรอเพื่อน ให้ฉันรอจนเบื่อ"

"แล้วมีอะไร" อัคคีนั่งลงตรงข้ามกับชายหนุ่มที่เอาแต่บ่นว่าเบื่อ แต่ปลายนิ้วมือก็ยังคงกดเล่นเกมโทรศัพท์มือถือไม่หยุดพร้อมกับทานองุ่นร่วมไปด้วย 

"นายนี่ช่างเย็นชาเสียจริง ฉันจะมาหานายต้องมีธุระด้วยหรือไง" ฟาโรห์ยอมหยุดเล่นเกมในมือถือแล้ว และลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิบนโซฟา แน่นอนว่าอัคคีพยายามที่จะมองผ่านกิริยาไร้มารยาทในครั้งที่สอง มุ่งโฟกัสเรื่องที่อีกฝ่ายถึงกับโทรมานัดหมาย

"ฟาโรห์" เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่เงียบ อัคคีจึงเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเข้มอีกครั้ง

"โอเค เข้าเรื่องเลยแล้วกัน พอดีฉันรู้สึกว่าช่วงนี้เจ้าโรมันดูแปลกไป ตั้งแต่ที่นายให้มันไปรับของขวัญสุดวิเศษในคืนนั้นแทน หลังจากนั้นมามันก็ทำตัวมีความลับกับเพื่อนกับฝูง หรือว่ามันติดผู้หญิงวะ" น้ำเสียงติดหงุดหงิดของอัคคีทำให้ฟาโรห์ยอมยกมือพ่ายแพ้และเข้าสู่โหมดจริงจัง ซึ่งหัวข้อสนทนาก็ไม่พ้นเรื่องสินค้าประมูลในตลาดมืดที่มาตรฐานไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ตั้งแต่แรก แน่นอนว่าฟาโรห์ไม่ยอมรับสินค้าไม่มีมาตรฐานและยอมจ่ายให้เพียงยี่สิบเปอร์เซ็นต์จากราคาที่ประมูลได้ทั้งหมด ทั้งที่ใจจริงก็อยากจะเรียกร้องค่าเสียหายมากกว่ายอมเสียเงินหากผู้ชายที่เข้าไปในจุดนั้นคืออัคคี

แต่เรื่องมันก็กลับกันอีกว่าเป็นเจ้าโรมันที่ไปแทน ซึ่งรายนั้นมันไม่ได้สนใจเรื่องมาตรฐานใด ๆ ขอแค่เพียงรับความซาดิสม์ของมันได้และถูกใจ มันก็เอาหมด

ตอนที่ได้ยินว่าคนของทางตลาดมืดถูกสับเปลี่ยนตัว เขาคนนี้ก็ใจหายใจคว่ำหมด จากจะมอบของขวัญสุดพิเศษ สุดล้ำค่าให้เป็นของขวัญวันเกิดของเพื่อนสนิท อาจจะกลายเป็นคืนวันที่ตนอาจจะไม่ได้อยู่ร่วมโลกนี้แล้วก็เป็นได้ เพราะใครต่างก็รู้ดีว่าอัคคีไม่ชอบกินของสกปรก ยิ่งคนที่เคยผ่านมือชายอื่นมาแล้ว อัคคียิ่งไม่แตะต้อง เขาถึงได้ยอมเสียเงินมหาศาลเพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเพื่อนคนนี้ให้มันได้ปลดปล่อยอารมณ์อย่างผู้ชายคนอื่นบ้าง ไม่ใช่วัน ๆ เอาแต่ทำงานกับยอมไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์เป็นบางครั้งบางคราวเฉพาะตอนที่ถูกชวน ซึ่งคำตอบรับน้อยเสียยิ่งกว่าคำปฏิเสธเสียอีก ช่างน่าน้อยใจที่ตนมีค่าน้อยกว่าเจ้ากระดาษเอสี่แผ่นบาง ๆ นั่น!

"ที่มาพบฉันถึงที่นี่คือเรื่องนี้?" อัคคีถึงกับเลิกคิ้วสูง เมื่อเข้าสู่เนื้อหาของบทสนทนา 

"ก็เออน่ะสิ ฉันจริงจังนะ อยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร" ฟาโรห์ถึงกับกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ยามนึกถึงท่าทีการจากลากันเมื่อเช้า เจ้าโรมันถึงกับมาขอยืมรถเขาออกไปด้านนอก หากไม่ใช่ออกไปรับหญิงแล้วมันจะไปที่ไหนได้ สายสืบของเขาที่แอบตามอีกฝ่ายไปก็โทรกลับมาว่าคลาดสายตาเสียแล้ว สมแล้วที่เป็นมัน เรื่องชั่ว ๆ นี่ถนัดนัก!

"ไร้สาระ ฉันจะกลับไปทำงานแล้ว" อัคคีลุกจากที่นั่งเพื่อจะกลับไปทำงานที่ห้อง การมาครั้งนี้ช่างเสียเวลานัก หากรู้ก่อนหน้า เขาคงไม่ยอมออกมาพบเจอ 

"เฮ้ อัคคีเย็นนี้เจอกันร้านเดิมนะ" ท่าทีแสนเย็นชาของเพื่อนสนิททำเอาฟาโรห์รีบตะโกนตามหลังไป พลันในใจก็ลุ้นคำตอบยิ่งกว่าการประกาศหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ว่าจะปรับอัตราลดต่ำลงหรือสูงขึ้น ลุ้นเสียจนเขาคนนี้นั่งไม่ติดโซฟาแล้ว

ส่วนคนที่ถูกถามถึงกับหยุดฝีเท้าลง กำลังจะตอบปฏิเสธกลับไปแทบไม่ต้องคิด แต่พอนึกถึงเรื่องนั้นขึ้นมาได้ จึงยอมที่จะตอบรับแทน

"อืม เจอกันตอนเย็น"

"ทำไมวันนี้ยอมตกลงง่ายจังวะ" ฟาโรห์ที่ทำใจล่วงหน้าไว้แล้วถึงกับรู้สึกมึนงงกับคำตอบของเจ้าชายผู้เย็นชา แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้ต่อว่าทำไมวันนี้ถึงยอมรับโดยง่าย แค่อัคคีบอกว่าจะไปด้วยต่อให้ปิดร้านเลี้ยงเขาก็ยอมจ่าย

+++ 

 

วันนี้หลังเลิกงานในช่วงเย็น อัคคีก็ขับรถกลับไปที่บ้านเพื่ออาบน้ำแต่งตัวไปยังบาร์แห่งนั้นที่คล้ายจะเป็นร้านประจำของพวกเขาไปเสียแล้วสำหรับการนัดพบเจอกัน

แน่นอนว่าเมื่อชายหนุ่มเดินทางไปถึงจุดนัดหมายและได้ก้าวขาเข้าไปด้านในร้าน ทั้งรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาเจือกลิ่นอายแสนเย็นชาฉบับเจ้าชายผู้เรียบนิ่ง เคร่งขรึม ก็ทำเอาสาวสวย หนุ่มน้อยใหญ่มองตามกันเป็นพรวนและอยากจะเข้าไปสานสัมพันธ์ ทว่าก็เพียงได้แค่คิดเมื่อการ์ดผู้ติดตามประกบทั้งซ้ายขวา ทำเอาพวกเธอไม่สามารถที่จะเข้าใกล้ชายหนุ่มในระยะประชิดตัวได้เลย

"เฮ้ ทางนี้เพื่อน" และเสียงดังของฟาโรห์ก็ทำเอาคนที่กำลังกวาดสายตามองหาโต๊ะนั่งพยายามเฉไฉในท่าทางที่ดูเหมือนเด็กชายตัวน้อยในร่างผู้ชายตัวโตโบกมือไปมาพร้อมกับเสียงตะโกนดังลั่น ช่างน่าขายหน้าเสียจริง

"ฉันเข้าใจอารมณ์เจ้าอัคคีเลยว่ะ ที่มีเพื่อนไม่รู้จักโตแบบนาย" โรมันที่นั่งอยู่ด้านข้างถึงกับยกยิ้มมุมปาก กระดกแอลกอฮอล์รสดีราคาแสนแพงลงไปในลำคออึกใหญ่ แน่นอนว่าคำพูดของชายหนุ่มทำเอาฟาโรห์ถึงกับลดมือลงแล้วหันมาต่อว่าคนข้างกายแทน

"นายมีสิทธิ์อะไรมาว่าคนอื่น ไอ้คนซาดิสม์" 

"แล้วรสนิยมของฉันมันไปหนักหัวนายหรือไง แต่จะว่าไปแล้ว ทั้งที่ยังไม่เคยลองจะมาตัดสินฉันได้อย่างไร"

"เชิญนายไปทำกับพวกผู้หญิงของนายเถอะ จะว่าไปช่วงนี้นายปิดบังอะไรพวกฉันอยู่วะ บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ" เมื่อเห็นว่าอัคคีนั่งลงบนโซฟาแล้ว ฟาโรห์ก็เริ่มคาดคั้นคำตอบจากคนข้างกายต่อ หากเขาถามออกไปตรง ๆ อย่างไรเจ้าโรมันก็ไม่ยอมตอบหรอก ต้องให้อัคคีอยู่ด้วยมันถึงจะยอมพูดออกมา

"ผู้หญิงในคืนนั้นที่ฉันไปแทนเจ้าอัคคีนั่นแหละ เอามาแก้ขัดช่วงที่ยังอยู่ที่นี่" โรมันยอมตอบออกไปตามจริง เพราะมันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องปิดบังใครอยู่แล้ว และหลังจากนั้นก็เป็นบทสนทนาระหว่างฟาโรห์กับโรมันเสียส่วนใหญ่ ส่วนคนที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงข้ามกัน ใบหน้าที่ดูเฉยชาก็เอาแต่กวาดสายตาไปมาภายในร้านอย่างกับกำลังมองหาใครสักคน มือหนายกจิบแอลกอฮอล์รสดีบ้างเป็นบางครั้ง รับบรรยากาศภายในร้านที่คลอเสียงดนตรีไม่หนักจนเกินไป 

"อัคคีนายดูเพื่อนนาย!"

"หึ เด็กว่ะ ฉันแค่แหย่กลับถึงกับฟ้องเจ้าอัคคี" ก็ถูกอีกฝ่ายเอาแต่ถามนู่นถามนี่ไม่หยุด โรมันก็แค่แกล้งดึงเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวนั่นขึ้นจนเห็นเอวบาง ๆ ก็เท่านั้นเอง 

"หึ่ย ฉันไม่นั่งกับนายแล้ว" ฟาโรห์ย้ายตัวเองไปนั่งกับอัคคีแทน เจ้าแก้มขาวพองลมเล็กน้อยยามที่ถูกอีกฝ่ายแกล้ง ยิ่งแสดงอาการออกมาเช่นนี้ โรมันยิ่งหัวเราะไม่หยุดเพราะเขาชอบเห็นท่าทางหงุดหงิดของฟาโรห์เป็นที่สุด

"นายมองอะไรอะ" ฟาโรห์ไม่สนใจโรมันแล้วเมื่อได้คำตอบที่ตนสงสัย แต่หันมาสนใจเพื่อนคนนี้แทน ท่าทางของอัคคีที่ดูเหมือนกับกำลังมองหาใครสักคนอยู่นั้นทำเอาฟาโรห์หรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างจับผิด

ท่าทางเช่นนี้ไม่ผิดแน่!

"ฮั่นแน่ นายกำลังแอบชอบใครอยู่หรือเปล่า" ถ้าใช่นี่คือยิ่งกว่าได้รับมรดกพันล้าน เรื่องของโรมันว่าอยากรู้แล้ว ของอัคคีมันยิ่งกว่าอยากรู้เสียอีก

"เปล่า" อัคคีเคลื่อนสายตามาจับจ้องคนข้างกายที่มองตนตาโตแสดงความอยากรู้อยากเห็นชัดเจนแทน ก่อนมันจะเลื่อนไปหยุดตรงแก้วทรงสูงที่ตั้งอยู่ตรงหน้า ยกจิบอย่างไม่สนใจเสียงร้องที่อยู่ข้างกายตัวเองตอนนี้

"พวกนายนี่ชอบมีความลับกับเพื่อนฝูง ถ้าฉันไม่เค้นถามจะรู้ไหมว่าเป็นอะไร" ฟาโรห์ยอมยกธงขาวกับการเค้นคำตอบจากอัคคี ก่อนจะหันมาสนใจแอลกอฮอล์ตรงหน้าบ้างแล้ว 

"อย่าหนัก ฉันไม่อยากหิ้วคนเมากลับ"

"ทำไม ก็มีคนขับรถอยู่แล้วและฉันไม่เมาง่าย ๆ หรอก" 

"ดื้อจังว่ะ"

"ฉันไม่ใช่เด็ก!"

เสียงของเพื่อนสนิททั้งสองคนไม่ได้ทำให้อัคคีรู้สึกสนใจอีกต่อไป เพราะสายตาของชายหนุ่มก็ยังคงเอาแต่กวาดมองไปมารอบร้าน นี่เขากำลังหวังอะไรอยู่ ยิ่งไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง ข้างในอกมันร้อนรุ่มอย่างประหลาด จนเผลอแสดงอาการหงุดหงิดออกมาหลายครั้งทีเดียว

กระทั่งนาฬิกาบ่งบอกเวลาห้าทุ่มเขาก็ขอตัวเพื่อนทั้งสองคนกลับ แน่นอนว่าสภาพของฟาโรห์ที่เป็นอยู่ทำเอาอัคคีถึงกับส่ายหน้าไปมา

"ไม่เคยจะระวังตัว นายจะกลับแล้ว?" โรมันที่เห็นอัคคีลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก็ยอมที่จะวางแก้วในมือลง

"อืม ฝากดูแลมันด้วย" อัคคีเพียงชายตามองคนที่นอนเลื้อยอยู่บนโซฟาพร้อมกับกอดขวดแอลกอฮอล์ในมือไม่ปล่อย ทั้งที่ดื่มไม่แข็งก็ยังปล่อยตัวแบบนี้ตลอด

"เฮ้อ ทั้งที่นายควรจะบอกให้ฉันถอยห่างจากมัน"

"นายดูแลมันได้ดีที่สุด พอ ๆ กับตัวอันตรายที่สุดเช่นกัน ฉันเชื่อใจนาย" อัคคีสบตากับโรมันที่เงยมองเช่นกัน ทั้งสองมองตากันอยู่อย่างนั้นก่อนจะเป็นโรมันที่ยอมพ่ายแพ้

"เพราะแบบนี้ไง ฉันถึงรู้สึกหงุดหงิดฉิบหาย" โรมันเพียงโบกมือไล่และรับปากว่าจะดูแลคนที่บอกว่าตัวเองไม่เมาง่าย ๆ ให้กลับบ้านอย่างปลอดภัยแทน

ยามอัคคีแยกตัวออกมาจนเดินผ่านพ้นประตูร้าน ใครบางคนที่เดินออกมาอีกฝั่งพร้อมกันนั้นทำให้ชายหนุ่มที่เผลอหันไปมองหยุดชะงัก คนคนนั้นเขาจำมันได้ดี ผู้ชายที่อยู่กับเขาในคืนแสนเร่าร้อนและทำให้เขาคนนี้รู้สึกแปลกไป

"ผมกลับแล้วนะครับพี่ทาย"

"เดินทางกลับปลอดภัยนะน้ำหนึ่ง"

เสียงติดนุ่มของคนตัวบางที่ตอบรับชายหนุ่มอีกคนที่เดินออกมาด้วยกัน ทำเอาอัคคีหรี่ตาลงเล็กน้อยมองชายคนนั้นที่กำลังส่งยิ้มให้กับเจ้าของชื่อน้ำหนึ่ง ก่อนความสนใจทั้งหมดของเขาจะพุ่งไปยังคนตัวบางอีกครั้ง และเพราะตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ตอนนี้คือที่ลับตาผู้คนอยู่สักหน่อยจึงไม่ได้เป็นที่สังเกตนัก

"คุณอัคคีกลับเลยไหมครับ"

"อืม" ชายหนุ่มเพียงพยักหน้าลงยามเห็นว่าคนคนนั้นกำลังเดินจากไป และเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าตนต้องการอะไร จนกระทั่งขาเรียวก้าวขึ้นแท็กซี่ที่อยู่ทางด้านหน้า คำสั่งที่บอกว่าจะ ‘กลับบ้าน’ ก็เหมือนจะผิดไปกว่าที่คิด

"ตามแท็กซี่คันนั้นไป"

"ครับ" การ์ดทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมคุณอัคคีถึงออกคำสั่งเช่นนี้ แต่ก็ยอมขับรถตามรถแท็กซี่คันหน้านั้นไป จนกระทั่งมันจอดลงแถวห้องพักแห่งหนึ่งใกล้กับมหาวิทยาลัย อัคคีก็บอกให้การ์ดทั้งสองคนจอดห่าง ๆ จนเห็นว่าคนตัวบางลงจากรถแท็กซี่แล้วและกำลังเดินขึ้นห้องพักจนลับสายตา

"กลับบ้านได้แล้ว"

"ครับ"

ความคิดเห็น