ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 : ความจริงที่แสนเจ็บปวด

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 : ความจริงที่แสนเจ็บปวด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2563 13:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 : ความจริงที่แสนเจ็บปวด
แบบอักษร

ความจริงที่แสนเจ็บปวด 

 

เมื่อวานที่ผมกลับมาถึงห้อง ผมก็เผลอหลับไปด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า มันไม่เพียงแค่ร่างกายแต่รวมถึงไปถึงจิตใจของผมที่รู้สึกไม่ต่างกัน

กระทั่งเช้าวันนี้ วันที่ผมจะต้องลุกจากเตียงนอนเพื่อไปเรียนที่มหาลัย ความรู้สึกหนักอึ้งของร่างกายทำให้ผมไม่สามารถจะลุกขึ้นนั่งได้เลย จนต้องยกมือจับหน้าผากของตัวเอง ความร้อนที่แผดออกมาจากร่างกายร่วมกับความรู้สึกปวดศีรษะก็พอจะทำให้เข้าใจว่าตนนั้นเป็นอะไร

ผมกำลังไม่สบาย

ผมพยายามลุกจากเตียงนอนอีกครั้งเพื่อพาตัวเองไปยังตู้เสื้อผ้าที่มีกล่องยาซ่อนอยู่ภายในนั้น ผมไล่สายตาอ่านฉลากยาแล้วหยิบเจ้าซองพารามาถือไว้ ก่อนจะพาตัวเองไปที่ที่วางเหยือกน้ำกับแก้ว ทุกอย่างมันเป็นไปอย่างเชื่องช้าแสนทุลักทุเล แต่ผมก็เคยชินกับมันแล้ว ตั้งแต่ที่พ่อกับแม่เสียไป ผมก็ต้องพึ่งพาตัวเองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

และวันนี้ทั้งวันผมก็แทบไม่มีอะไรตกถึงท้อง แต่ก็ต้องขอบคุณร่างกายตัวเองที่ฟื้นตัวได้ไว อาการปวดหัว ตัวร้อนจึงทุเลาลงในช่วงเย็น แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่สามารถที่จะไปทำงานพิเศษที่บาร์ได้ด้วยสภาพแบบนี้

"ทำไมเราต้องมาเจออะไรแบบนี้" ช่วงที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ผมก็พยายามบอกตัวเองว่าอย่าคิดมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วและพัดผ่านออกไป ผมควรใส่ใจกับปัจจุบันและอนาคตเหมือนอย่างที่เคยพูดกับตัวเองมาโดยตลอด

"สู้ๆ น้ำหนึ่ง มันก็เป็นเพียงแค่เรื่องแย่ๆ ที่ผ่านเข้ามาเท่านั้น" บอกตัวเองพร้อมกับฝืนยิ้มมองร่างกายผ่านหน้ากระจกในห้องน้ำหลังจากลุกขึ้นมาบนเตียงนอนเพื่อล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น รอยช้ำแดงยังคงมีให้เห็นประปรายตามร่างกาย โดยเฉพาะช่วงลำคอที่ดูเด่นที่สุด แต่ก็ยังดีกว่าเมื่อวานที่แทบไม่หลงเหลือที่ว่างเว้นบนร่างกายที่ไม่ถูกกระทำ

"ขอโทษอีกครั้งนะครับ พี่ทายที่ผมต้องหยุดงานอีกแล้ว"

(ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่บอกพี่บีมให้ เราอย่าคิดมาก)

"ขอบคุณครับ"

ผมว่าอย่างเกรงใจที่ต้องขอลาหยุดงาน ในเดือนนี้ผมลาหยุดงานพอๆ กับไปทำงาน ช่วงใกล้สิ้นเดือนผมคงต้องขยันเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าหอพัก ยิ่งคิดผมก็อยากจะทำงานให้มากกว่านี้ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีที่ไม่กระทบกับการเรียนและงานที่บาร์

.

 

อาการไม่สบายในเช้านี้ของผมทุเลาลงแล้ว ผมจึงเตรียมตัวเพื่อเดินทางไปยังมหาลัย ช่วงที่เดินเข้าคณะ สายตาของใครต่อใครก็จับจ้องมาทางผม มันเป็นเรื่องปกติที่ช่วงนี้ผมจะกลายเป็นบุคคลที่ถูกจับตามอง ผมจึงพยายามมองข้ามมันไปเพื่อจะเข้าไปนั่งที่ของตัวเอง

"วันนี้แป้งก็ไม่มาเรียนงั้นเหรอ ฉันรู้สึกเป็นห่วงจัง"

"เมื่อวานฉันโทรไปหา เสียงที่ตอบกลับมาดูอาการหนักไม่น้อย"

"ไปทำอะไรมา ถึงได้ไม่สบายหนัก"

เสียงของหนิงกับชมพู่ที่พูดกันตรงโต๊ะที่อยู่ตรงข้ามกับผม ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกสนใจชื่อของคนที่อยู่ในบทสนทนาเพราะเธอคนนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องในชีวิตของผมอีกต่อไปแล้ว พยายามตั้งสมาธิตั้งใจเรียนกับอาจารย์ที่เข้ามาสอนในห้อง จนกระทั่งหลังเลิกเรียน ช่วงที่ผมกำลังจะเดินกลับห้องพัก ใครบางคนที่คุ้นเคยยืนอยู่ที่หน้าคณะพุ่งตรงเข้ามาจับแขนผม ทำให้ผมมองเธอตาโต

เพราะสภาพของเธอตอนนี้ไม่เหมือนอย่างแป้งที่ผมเคยรู้จัก ตรงแขน ตรงขาที่โผล่พ้นเสื้อออกมามีรอยพาดแดงเป็นทางยาวหลายจุด ตรงแก้มข้างขวาก็มีรอยช้ำตรงมุมปากเหมือนถูกตบลงที่หน้า ตรงเข่าทั้งสองข้างก็ช้ำมีรอยกรีดสองสามแห่งเหมือนถูกของมีคม

"เพราะแกคนเดียวน้ำหนึ่งที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ เพราะแก! " เสียงแหลมแผดดังลั่นหน้าคณะ ผมเลิ่กลั่ก เพราะคนที่เดินผ่านไปมามองมาทางเราทั้งสองคนอย่างอยากรู้อยากเห็น แป้งเหมือนคนที่ไม่มีสติจับแขนผมกระชากไปมาจนผมเริ่มเจ็บบริเวรต้นแขนที่เธอจับบีบแรงๆ

"แป้งใจเย็นๆ เราทำไม เราไปทำอะไรให้เธอ" เธอเอาแต่ด่าว่าผม ว่าเพราะผม ผมไม่เข้าใจจนกระทั่งเธอพูดบางสิ่งบางอย่างออกมา มันทำให้ร่างกายของผมแข็งทื่อไปหมด

"เรื่องคืนวันเกิด แกไปอยู่ที่ไหน ทำไมถึงไม่เข้าไปอยู่ในห้องที่ฉันจัดเตรียมไว้ให้ ทำไมแกถึงได้โชคดีนัก ทั้งที่แกไม่มีอะไรดีสักอย่าง ทำไมต้องเป็นฉันที่ซวยรับเคราะห์แทนแกด้วย! "

"เธอทำอะไรเรา"

"อีหน้าโง่ ฉันก็ใส่ยาให้แกไงละ แกจะได้เชื่องๆ แล้วเป็นสินค้าให้กับฉันเพื่อแลกกับเงิน" คำพูดที่เธอพูดออกมาโดยไร้สตินั้นทำให้ผมรู้สึกเจ็บไปหมด ที่ถูกคนที่ผมเรียกว่า เพื่อน ทำกับผมแบบนี้ จนกระทั่งฝ่ามือของเธอยกขึ้นเพื่อจะตบลงบนใบหน้าของผม ผมจึงผลักเธอจนล้มลงไปที่พื้นอย่างแรงเพราะยังไงผมก็ได้เปรียบเพราะผมเป็นผู้ชาย

ตุ๊บ!

"โอ๊ย! แก น้ำหนึ่ง แกทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง! " เธอหันใบหน้ามาสบตากับผมอย่างเครียดแค้น เพราะตลอดเวลาที่ผมอยู่กับเธอผมยอมเธอมาตลอด แต่วันนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว ผมจะไม่ยอมให้เธอทำลายชีวิตของผมไปมากกว่านี้

"สิ่งที่เธอทำกับเรายังน้อยกว่าที่เราทำเธอเสียอีก อย่ามายุ่งกับเรา"

"ทำไม คนอย่างแกจะทำอะไรฉันได้ แค่เรื่องที่ฉันปล่อยข่าวไปว่าแกแย่งแฟนของฉัน แกยังทำอะไรฉันไม่ได้เลย น้ำหนึ่ง คนมีเงินเท่านั้นถึงจะถูกยอมรับ คนดีๆ ก็แค่ถูกใช้เป็นเบี้ยล่างของคนมีเงินเท่านั้น" คำพูดและรอยยิ้มเหยียดหยามที่ปรากฏบนมุมปากของแป้ง ทำให้ผมกำหมัดแน่น สิ่งที่เธอพูดมาทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องที่จะผิด เพราะผมมันจน ผมมันไม่มีเงินถึงได้ถูกสายตาของคนภายนอกที่มองมาที่ตัวผมมองผมผิดไปจากความจริงทั้งหมด

ทั้งที่ผมก็เพียงต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบเท่านั้น ทำไมคำขอของผมถึงไม่เคยจะเป็นจริงสักที

"เท่านี้ก็รู้แล้วสินะ ว่าใครจะชนะ"

"ใช่ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าใครจะชนะ"

"พี่เนตร" ทั้งผมทั้งแป้งมองไปยังบุคคลที่สามที่เข้ามายืนข้างกันกับผม ใบหน้าของพี่เนตรดูนิ่งกว่าทุกครั้งที่ผมเคยเจอ ชายหนุ่มที่มีบรรยากาศอบอุ่นตลอดเวลา ทว่าตอนนี้กลับดูเยือกเย็นจนผมยังแอบหวั่นกลัว

"ยอมพูดความจริงออกมาแล้วสินะแป้ง พี่ไม่คิดเลยว่าเราจะเป็นคนใจดำ อำมหิตแบบนี้ ทำร้ายคนที่เรียกเธอว่าเพื่อนมาตลอดได้ยังไง ขนาดพี่ที่ทนฟังมาตั้งแต่ต้นยังรู้สึกเกลียดเธอ"

"พี่เนตร แป้ง..." สายตาของแป้งดูหวั่นกลัวชายหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้างผมไม่น้อย น้ำเสียงของเธอจึงดูอ่อนลงกว่าเมื่อครู่ที่คุยกับผมนัก

"แป้งทำไม จะแก้ตัวอะไรอีกก็ไปคุยที่โรงพัก ข้อหาค้ามนุษย์คงรู้สินะว่าเธอจะต้องเจอกับอะไร แต่พี่ว่ามันคงจะง่ายไปหากเธอโดนจับ ผู้ชายคนนั้นบอกกับพี่มาว่าต้องการตัวเธออีกเพราะชอบร่างกายของเธอ" สายตาของพี่เนตรที่จ้องมองแป้งและรอยยิ้มมุมปากมันไม่ใช่รอยยิ้มที่ดีนัก

"พี่เนตร พี่จะทำแบบนี้กับแป้งไม่ได้นะ! "

"ไปลบพวกข้อความเท็จที่เธอสร้างมาทั้งหมดก่อนภายในวันพรุ่งนี้ หากพี่ยังเห็นว่ายังมีข้อความหลงเหลืออยู่ คลิปที่เธอกับชายคนนั้นจะถูกปล่อยออกไปทันที"

"แป้งไม่เชื่อว่าพี่จะมี..." แป้งพยายามควบคุมเสียงที่กำลังสั่นให้ปกติที่สุด

"โรงแรมที่เธอใช้ทำอะไรต่ำๆ เป็นโรงแรมของลุงพี่ ต้องให้พี่พูดทั้งหมดหรือเปล่าว่าหลังจากที่เธอเข้าไปในห้องนั้นเธอต้องโดนแซ่ และโซ่ที่มัดตรง... แล้วไหนจะอุปกรณ์"

"กรี๊ดดดดดดดดดด พอได้แล้ว แป้งยอมแล้ว อย่าทำอะไรแบบนั้นนะคะพี่เนตร แป้งขอโทษ ฮือ แป้งผิดไปแล้ว" พี่เนตรไม่ทันได้พูดออกมาทั้งหมด แป้งก็เข้ามากอดขาของพี่เนตรขอความเห็นใจพร้อมทั้งน้ำตา ผมยังคงตามชายหนุ่มไม่ทันว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่รู้ว่าสิ่งที่แป้งถูกกระทำมันหนักหนามากทีเดียว

"คนที่เธอควรขอโทษคือน้ำหนึ่งไม่ใช่พี่ แต่ต้องเป็นตอนที่เธอสำนึกผิดได้แล้วจริงๆ อย่าคิดทำอะไรบ้าๆ อีกครั้งหน้าพี่ไม่ยอมปล่อยเธอไปเหมือนกับครั้งนี้แน่ เห็นแก่ที่เราเคยรู้จักกันมา" จากนั้นพี่เนตรก็พาผมเดินไปที่รถของอีกฝ่ายที่จอดอยู่อีกฝั่ง ตอนที่อยู่บนรถพี่เนตรเอาแต่เงียบ บรรยากาศรอบตัวผมมันดูอึดอัดไปหมดพลอยทำให้ผมไม่กล้าถามอีกฝ่ายเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

"ตกใจหรือเปล่ากับเรื่องที่ได้รู้" และแล้วพี่เนตรก็พูดขึ้นมาตอนที่รถมาจอดที่หน้าหอพักของผม น้ำเสียงของเขากลับมาอบอุ่น อ่อนโยนเป็นพี่เนตรคนเดิมอีกครั้ง

"ครับ ผมไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนทำ" ทั้งเรื่องที่ผมเป็นข่าวกับพี่เนตรและเรื่องที่ผมถูกแป้งกระทำในงานวันเกิด ผมไม่คิดว่าเธอจะทำร้ายผมได้มากขนาดนี้ ต่อจากนี้ไปผมคงไม่กล้าที่จะเชื่อใจใครได้อีกแล้ว

"พี่ให้นักสืบช่วยสืบเรื่องที่เกิดขึ้น ก็พบว่าครอบครัวของแป้งเป็นหนี้ก้อนโตเพราะพ่อของแป้งติดการพนัน และเธอไม่ยอมรับว่าครอบครัวเธอกำลังล้มละลายจึงพยายามหาเงินในทางที่ผิดเพื่อปรนเปรอชีวิตที่สุขสบายเหมือนอย่างที่ผ่านมา และธุรกิจที่ทำเงินได้ดีที่สุดคือการค้ามนุษย์ แต่พี่เองก็ไม่รู้ว่าทำไมเป้าหมายของแป้งถึงมาเป็นน้ำหนึ่งได้ แต่พี่จะไม่ยอมให้เราต้องเจออะไรแบบนั้นอีก" พี่เนตรหันใบหน้ามาสบตากับผม แววตาที่รู้สึกเจ็บปวดระคนรู้สึกผิดทำให้ผมได้แต่หลบสายตาของเขาไปอีกทาง เพราะผมรู้ว่าพี่เนตรชอบผมแต่ผมไม่สามารถรู้สึกกับอีกฝ่ายในเชิงแบบนั้นได้จริงๆ และผมเองก็เพิ่งถูกผู้ชายกระทำเรื่องแบบนั้นมา มันกลายเป็นแผลใจขนาดใหญ่ของผมไปแล้วในตอนนี้

"ขอโทษนะครับพี่เนตรและขอบคุณสิ่งที่พี่ทำเพื่อผม"

"น้ำหนึ่งไม่ผิด เรื่องหัวใจมันห้ามกันไม่ได้ แต่ถ้าหากวันใดวันหนึ่ง น้ำหนึ่งไม่มีใคร น้ำหนึ่งยังมีพี่ พี่คนนี้อยู่เสมอนะครับ" พี่เนตรยื่นมือจับโยกศีรษะของผมไปมาสองสามทีไม่ให้ผมคิดมาก ผมจึงยิ้มให้พี่เนตรอีกครั้งสำหรับทุกๆ อย่างที่ทำให้กับคนอย่างผมตลอดมา

"เดี๋ยวน้ำหนึ่ง เอานี่ไปพี่ว่าน้ำหนึ่งต้องใช้มัน" ก่อนผมจะลงจากรถพี่เนตรก็ยื่นถุงอะไรบางอย่างให้ผม ผมจึงรับมาเปิดดูก็เป็นขวดครีมสีเนื้อ และเพราะใบหน้าของผมที่แสดงออกถึงความสงสัย พี่เนตรจึงชี้ตรงลำคอผมถึงเข้าใจด้วยใบหน้าที่ขึ้นริ้วแดงด้วยความเขินอาย

ที่ถูกคนในคณะมองมาเพราะสิ่งที่อยู่บนลำคอของผมหรือเปล่า

.

 

"เจอตัวสักที คิดว่าจะหนีคนอย่างฉันพ้นหรือไง" ชายหนุ่มในชุดสีดำนั่งอยู่บนรถคันหรู สายตามองตรงไปยังผู้หญิงที่เดินออกมาจากรถที่จอดอยู่ตรงหน้าคณะมหาลัยวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ช่วงที่เธอคนนั้นเดินเข้าไปด้านในเขาเพียงมองตามไปนิ่งๆ จนกระทั่งเธอเดินกลับมาที่รถอีกครั้ง เขาก็ลงจากรถเพื่อกระชากแขนของเธอจนกระแทกเข้าที่อกตัวเองแรงๆ

"คุณ! "

"หึ ดีใจที่เห็นฉันขนาดนั้นเลยเหรอที่รัก" ดวงตาตื่นตระหนกของหญิงสาวยิ่งทำให้ชายหนุ่มลูกครึ่งยุโรปยิ้มหยันมองเหยื่อตัวน้อยอันน่ารักของตัวเอง ทั้งเสียงและร่างกายที่ถูกเขาทรมานในคืนนั้นมันช่างน่าอภิรมณ์จนต้องตามหาเธออีกครั้ง

"ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ อย่ามายุ่งกับฉันอีก! " แป้งทั้งผลักทั้งพยายามสะบัดตัวเองออกจากอ้อมแขนบ้าๆ นี่แต่เหมือนว่าเธอนั้นจะไม่สามารถสลัดชายหนุ่มที่ตัวโตกว่าเธอออกไปได้ ความเจ็บปวดในคืนนั้นเธอยังจำได้ดี ชายคนนี้ทั้งอันตรายและน่ากลัว หากเธอไม่สลบไปเขาคงไม่หยุดการทรมานร่างกายของเธอต่อ

"ไม่ยุ่งคงไม่ได้ เพราะเธอทำให้ฉันคนนี้ติดใจ แต่ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะหากว่าฉันเบื่อเธอเมื่อไหร่ เธอถึงจะได้รับอิสระแน่นอน เพราะฉันเองก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงแบบเธอเช่นกัน" ก็แค่ของเล่นฆ่าเวลาก่อนที่เขาคนนี้จะบินกลับไปอิตาลีในเดือนหน้าหลังจากคุยธุรกิจที่นี่เรียบร้อยดีก็เท่านั้น

 

 

+ + + + + + + + + + + + + + 

ความคิดเห็น