ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2563 12:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1
แบบอักษร

พ่อเลี้ยงหนุ่ม วัยสามสิบสี่ปี รูปร่างสูงใหญ่แลดูองอาจผึ่งผาย ใบหน้าภายใต้หนวดเคราที่ถึงแม้จะแต่งไว้อย่างดี แต่ก็ยังดูดุดัน น่าเกรงขาม สายคมดุกำลังเขม้นมอง จับจ้องไปที่ ใบหน้าอ่อนใสอมชมพูพวงแก้มอิ่มเลอะคราบน้ำตาที่คงเพิ่งจะเหือดแห้งไปก่อนที่เขามาถึงไม่นานนี่เอง ความหวาดกลัวจู่โจมเข้าเกาะกุมหัวใจของสาวน้อยนาม รมิดา ดวงตากลมโตหลุบมองพื้นไม่กล้าสบประสานสายตาคมคู่นั้นที่แลดูดุดันเหลือเกินในความคิดของสาวน้อยที่มีผู้ปกป้องมาทั้งชีวิต แพขนตางอนยาวยังมีหยาดหยดน้ำตาเกาะให้เห็นเป็นพยานของความเศร้าโศกเสียใจ ริมฝีปากแดงระเรื่อถูกเจ้าตัวกัดเม้มไว้แน่นราวกับกำลังข่ม กลั้นอะไรบางอย่างไว้สุดความสามารถ 

“เงยหน้ามาคุยกันดี ๆ” พ่อเลี้ยงอาชาสั่งด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง แฝงไปด้วยอำนาจที่เหนือกว่าหลายชั้นนัก ใบหน้าเรียบเฉย มีเพียงแววตาที่มีความหงุดหงิดรำคาญเจือปนอยู่ ถึงแม้เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจดุ แต่กระนั้นก็ทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งโหยง เงยหน้าขึ้นมาเผยให้เห็นดวงตาแดงช้ำ สั่นระริก 

สาวน้อยทำได้แค่ เงยหน้าขึ้นสบประสานสายตากับผู้ชายตรงหน้าเพียงแวบเดียวก็ต้องเสมองต่ำลงมา ราวกับเกรงจะมอดไหม้หากยังขืนมองตาเขาแม้อีกวินาทีเดียว...หล่อนไม่กล้าสู้สายตาสีสนิมนั่นหรอก และด้วยความสูงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตรของหล่อน ทำให้เธอเตี้ยกว่าคนตรงหน้าราวยี่สิบเซนติเมตรเห็นจะได้ นั่นยิ่งทำให้สาวน้อยเหมือนโดนข่มขวัญสั่นประสาท สติบินหายไม่เป็นตัวของตัวเอง 

พ่อเลี้ยงหนุ่ม ถอนหายใจออกมาหนัก ๆ อะไรที่ตั้งใจไว้เป็นอันเปลี่ยนใจ เอาไว้ค่อยคุยกันวันหลังก็แล้วกัน ขืนดันทุรังคุยวันนี้ ยัยเด็กน้อยนี่อาจช็อคตายไปซะก่อน เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แถมยังต้องเสียเวลามานั่งทำศพให้แม่ตัวดีนี่อีก 

“ขะ...คุณ..จะให้หนูไปด้วยกันวันนี้เลยหรือคะ” สาวน้อยกำพร้ารวบรวมความกล้า ถามออกไปเสียงสั่น หล่อนถูกเลี้ยงมาโดยลุงกับป้าถึงแม้ไม่ร่ำรวยนัก แต่ท่านทั้งสองก็เลี้ยงดูมาอย่างดี ดูแลทะนุถนอมดั่งไข่ในหิน ไปรับส่งที่โรงเรียนทุกวันไม่เคยได้ขาด ไม่เปิดโอกาสให้หล่อนได้ออกนอกลู่นอกทางได้เลย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย คนหัวอ่อนอย่างหล่อนกลับรู้สึกปลอดภัยดีเสียอีก  

แต่แล้วจู่ ๆ ทั้งคู่ก็หายไปจากบ้านเมื่อเช้านี้ มีเพียงจดหมายสั่งให้หล่อนไปอยู่กับพ่อเลี้ยงอาชา โดยมีคำสั่งต่อท้ายอีกยืดยาว เท่าที่จำได้ หล่อนต้องไปเป็นเมียของเขา แลกกับหนี้ของลุงกับป้า ทันทีที่เห็นจดหมายเมื่อเช้า หล่อนถึงกับเข่าอ่อน ร้องไห้ปริ่มว่าจะขาดใจ เหมือนจู่ ๆ โลกของหล่อนก็หกคะม่ำคว่ำคะเมนลงมา ไม่ทันได้ตั้งตัว ความอ้างว้าง ความกลัวแล่นเข้าเกาะกุมหัวใจดวงน้อย ตั้งแต่บัดนั้น จนกระทั่งตอนนี้ ที่ดูเหมือนมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  

“ใช่ พร้อมหรือยัง รมิดา” ชายหนุ่มเพิ่งจะรู้ชื่อของหล่อนจากจดหมายที่สองผัวเมียนั่นแจ้งบอกไว้ นอกจากบ้านหลังนี้ ที่ราคาไม่พอกับหนี้สินที่ทั้งคู่กู้จากบิดาของเขาไปแล้ว ก็มีเด็กสาวนี่แหละ ที่คนพวกนั้นยัดเยียดให้มาเป็นของแถม เพื่อแลกกับการยกเลิกหนี้สินต่อกันทั้งหมด....เขาไม่ได้ต้องการแบบนี้สักนิด ไม่พอก็ไม่พอสิ...ทำไมต้องส่งยัยเด็กนี่มาเป็นภาระด้วย มันน่าโมโหนัก 

“ค่ะ หล่อนเหลือบมองกระเป๋าเสื้อผ้าใบเดียว ที่มีเสื้อผ้าไม่กี่ชุดกับเอกสารสำคัญ โดยเฉพาะเอกสารที่แสดงว่าหล่อนจบมัธยมศึกษาปีที่หก ที่เพิ่งได้รับมาหมาด ๆ หล่อนวาด หวังว่าจะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย แต่แล้วทุกอย่างก็ดับวูบ ชีวิตต่อจากนี้ จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป  

“งั้นก็ตามมา” พ่อเลี้ยงอาชาก้าวยาว ๆ ออกไปไม่รอช้า ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น เริ่มจะซ่อนความหงุดหงิดโมโหไว้ไม่มิด.....เขาไม่นิยมกินเด็กพอ ๆ กับไม่พร้อมที่จะดูแลเด็กนั่นแหละ.....ไม่เข้าใจว่าลุงกับป้าของหล่อนทำแบบนี้ได้ยังไง เด็กสาวดูใสซื่อ บริสุทธิ์ไร้เดียงสาเหลือเกิน........เขายังไม่รู้จะจัดการกับแม่ตุ๊กตาตัวน้อย ที่ได้มาอย่างกะทันหันยังไงดี แต่ก็คงต้องรับเอาตัวไปด้วยกันก่อน ขืนปล่อยไว้ที่นี่คนเดียว หล่อนคงไม่รอดปากเหยี่ยวปากกาไปได้......... 

สาวน้อย เดินตามคนรูปร่างสูงสง่ามาอย่างหงอย ๆ ไม่กล้าซักถามอะไรทั้งนั้น ยอมรับในชะตากรรมของตัวเอง โดยมีนายชัยลูกน้องหน้าดุของเขา อายุอานามก็น่าจะไม่น้อยกว่าคนเป็นนายเท่าไหร่ เอากระเป๋าไปขึ้นรถให้เรียบร้อยแล้ว 

“ขึ้นไปสิ” อาชาสั่ง เมื่อลูกน้องของเขา เปิดประตูรถทางด้านหลังให้ และเมื่อหล่อนขึ้นนั่งเรียบร้อย เขาก็ตามเข้ามา ก่อนจะสั่งให้คนของเขาออกรถ  

ภายในรถปกคลุมไปด้วยความเงียบที่แทบจะได้ยินเสียงหายใจกันเลยทีเดียว ความอึดอัดแผ่ปกคลุมห้องโดยสาร จะดีอยู่หน่อยก็ตรงกลิ่นหอม ๆ ของผู้ชายข้าง ๆ ที่ทำให้สาวน้อยเผลอสูดเข้าไปหลายครั้ง พอรู้ตัวจึงได้หันมองเสี้ยวหน้าของคนข้าง ๆ ที่นั่งนิ่งตัวตรง.....เขาคงไม่รู้หรอกมั้ง....แก้มสาวแดงปลั่งขึ้นทันตาเห็นเมื่อรู้ว่าตัวเองทำเรื่องน่าอายในยามหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าเขาคงไม่รู้ไม่เห็น เพราะภายใต้แว่นกันแดดสีดำที่เขาสวมอยู่ดูนิ่งสงบมาก แต่ก็ยิ่งทำให้หน้าตาที่เต็มไปด้วยหนวดเครา ดูน่าเกรงขามเหมือนพวกมาเฟียไม่มีผิด รมิดาไม่กล้าซักถามอะไรให้กวนใจแม้แต่หายใจยังต้องค่อย ๆ จึงได้แต่นั่งสงบปากสงบคำทำตัวให้ลีบเล็กที่สุดกลัวเขาจะรำคาญแล้วจับหล่อนเหวี่ยงออกไปนอกรถ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจุดหมายปลายทางคือที่ไหน........... 

“รมิดา ถึงบ้านแล้ว” อาชาเขย่าแขนเด็กสาวที่นอนหนุนตักเขามาตลอดทาง...เพราะนึกเวทนาหรอกนะ เห็นหลับคอพับคออ่อนจึงได้จับให้นอนหนุนตักสบาย ๆ สาบานว่าไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ  

“อื้อ...ขออีกแป๊บนึงค่ะ” เสียงอู้อี้ งัวเงียต่อรอง แล้วมุดหน้าไถลลงซุกตักกว้างจน เจ้าของตักถึงกับเกร็งกล้ามเนื้อขึ้นโดยอัตโนมัติ....ยัยเด็กบ้าเอ้ย..เดี๋ยวเถอะ หาเรื่องเจ็บตัวแท้ ๆ พ่อเลี้ยงกัดฟันกรอด ข่มความรู้สึกบางอย่างที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ 

ความคิดเห็น