facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 ชะตากรรมนำพา... เด็กหนุ่มนามว่า ซุน (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ชะตากรรมนำพา... เด็กหนุ่มนามว่า ซุน (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 812

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2563 06:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ชะตากรรมนำพา... เด็กหนุ่มนามว่า ซุน (2)
แบบอักษร

ตอนที่ 2

 

ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งปีก่อน... 

 

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! 

 

เสียงไม้หวายที่ฟาดลงบนแผ่นหลังดังแน่นถนัดหูไม่ขาดสาย... ผู้ใดย่างกรายมาในละแวก พอได้ยินเสียงนี้ก็ต่างพากันเดินหนี หวั่นใจลึก ๆ ว่าผู้ที่ถูกฟาดจะตกตายไปเพราะความเจ็บปวดหรือไม่... 

 

“อาจารย์เน้นย้ำกับเจ้าแล้วใช่หรือไม่!! ว่าห้ามเจ้าฝึกฝนอาคมและไสยเวทย์ใด ๆ อีก เหตุใดยังกล้าแอบไปสักยันต์ เบญจสารสัตว์ ไว้กลางแผ่นหลังเช่นนี้!! คำพูดของข้ามิได้เข้าไประคายหูเจ้าเลยงั้นหรือ... ซุน!!” 

 

ภิกษุชราท่าทีเดือดดาล พลางฟาดไม้หวายลงบนแผ่นหลังเด็กหนุ่มไม่ยั้งมือ... ใบหน้าของ ซุน นิ่วขมวด แต่ไม่มีแว่วเสียงใดหลุดผ่านลำคอแม้เพียงนิด ซึ่งหากเป็นคนทั่วไปคงแผดเสียงดังลั่นตั้งแต่หวายลงหลังครั้งแรก... 

 

“อาจารย์... หากจะโทษใยมิโทษตัวท่านเล่า?! ท่านสอนสั่งวิชาอาคมให้กับข้าตั้งแต่ยังเล็ก ซึ่งข้าเองก็ชื่นชอบศาสตร์เหล่านี้เป็นมั่น ตั้งใจจะให้แตกฉานเทียบเคียงอาจารย์... ทว่าจู่ ๆ ท่านกลับแปรเปลี่ยนไป!! นอกจากจะเลิกสอนสั่งข้าแล้ว ยังสั่งห้ามข้ามิให้ยุ่งเกี่ยวกับเส้นทางนี้ ไม่คิดว่าคำสั่งของท่าน มันจะเกินไปหน่อยหรือ? เหตุผลใด ๆ ท่านก็มิเคยสำแดงออกมาให้ฟัง!!” เด็กหนุ่มวัย 14 ปี กล่าวโต้ออกมา 

 

อาจารย์ผัน มือสั่นเทาคล้ายเป็นโทสะ... หากแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความสับสนและเจ็บปวด ก่อนที่จะโยนหวายในมือทิ้งไป... สายตาของ ซุน ยังจดจ้องมายัง อาจารย์ผัน ผู้ที่ชุบเลี้ยงตนตั้งแต่แบเบาะ ความหมายของสายตามิใช่โกรธเคืองอาจารย์ แต่เป็นความสงสัยใคร่รู้ต่อความจริง... 

 

ภิกษุชรา ถอนหายใจหนักหน่วง... 

“ที่อาจารย์ทำลงไป ก็เพราะต้องการให้เจ้าหลีกเลี่ยงชะตากรรมอันแสนโหดร้าย... ภาพนิมิตที่อาจารย์พบเห็นยามเข้าฌาน มันเกินกว่าที่อาจารย์จะกล่าวให้เจ้าแจ่มแจ้งเรื่องราว หากมันเป็นเวรกรรมที่มิอาจเปลี่ยนแปลงได้ อาจารย์ก็คงทำได้เพียงห้ามปรามเท่าที่จะทำได้...” 

 

ซุน ลุกพรวดขึ้นมาในทันที... 

“เวรกรรมงั้นหรือ... ชะตากรรมงั้นหรือ... ท่านรู้อยู่เต็มอกว่าข้าไม่เชื่อถือสิ่งเหล่านี้!! ใยท่านจึงยังอธิบายเรื่องราวให้กับข้าฟัง ด้วยสิ่งที่มิอาจพิสูจน์ได้เหล่านี้อีก?!” 

 

อาจารย์ผัน ยังแสดงท่าทีกระอักกระอ่วน ก่อนจะถอนหายใจ... 

“สุดแล้วแต่เจ้า... อาจารย์ไม่มีอะไรจะอธิบายให้เจ้าฟังมากไปกว่านั้น...” 

 

เด็กหนุ่ม ซึ่งกำลังแตะย่างวัยที่เริ่มต่อต้าน ไหนเลยจะทนรับฟังเหตุผลที่ไร้คำอธิบาย... 

“ได้!! เช่นนั้นข้าจะแสดงให้ท่านอาจารย์ได้เห็น...” 

 

ซุน ก้าวเดินลงเท้าแน่นหนักจากไป... 

 

ภิกษุชราถอนหายใจ... 

“มันคงไม่อาจหลีกเลี่ยงจริง ๆ งั้นสินะ... อย่างไรเสีย ที่นี่ก็มิใช่ที่ของเจ้า...” 

 

นับจากวันนั้น ซุน ก็ไม่ได้กลับไปยังที่วัดอีกเลย... ละทิ้งแม้แต่การเล่าเรียนชั้นมัธยม หันหน้าเข้าสู่เส้นทางไสยเวทย์อย่างเต็มตัว อาจเพราะความคึกคะนองในวันนั้น ผนวกกับทิฐิและความเด็ดเดียว จึงเลือกเดินทางผิด... 

 

ผ่านไปกว่าครึ่งปี ซุน เริ่มรู้สึกสลดเสียใจ กับสิ่งที่ได้แสดงออกไปกับอาจารย์ในวันนั้น... หากแต่ครั้นจะกลับไปตอนนี้ ย่อมทำให้เส้นทางตลอดครึ่งปีที่ผ่านมาเหลือเพียงความว่างเปล่า ขาดอีกเพียงจิตวิญญาณพยัคฆ์ตบะแก่กล้าแค่ตนเดียว รอยสัก เบญจสารสัตว์ ก็จะสมบูรณ์... 

 

ซุน จึงตัดสินใจมายัง ป่าแดง แห่งนี้เป็นสถานที่สุดท้าย... 

ก่อนจะกลับไปกราบขอขมาต่ออาจารย์ ด้วยความสำนึกผิด... 

 

................................................. 

 

ปัจจุบัน... 

 

“มันมาแล้ว...” ซุน กล่าวสั้น ๆ พลางหันมองไปยังความมืดมิดทิศใต้ลม... 

 

เงาร่างสัตว์ใหญ่ย่างก้าวเงียบกริบออกมาจากมุมมืด หากแต่ขนสีขาวลายพาดกลอนของมัน ทำให้มองเห็นได้เลือนรางยามราตรี ดวงตาของเสือร้ายเปล่งประกายดุจทับทิม มีเสียงขู่เบา ๆ คล้ายเสียงกรนผ่านลำคอตลอดเวลา... 

 

“กรรรรร...” 

 

พรานดำ และ ฮีโข่ ตัวสั่นสะท้านไม่หยุด เพียงอำนาจคุกคามที่ สมิงขาว แผ่ล้นออกมา ก็ทำให้สองเฒ่าขนคอลุกตั้ง... อีกทั้งการแผดเสียงคำรามดังกึกก้องทั่วป่าก่อนจะปรากฏตัว ยังเป็นสิ่งยืนยันว่า สมิงขาว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลอบโจมตี เชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าเหยื่อของมันไม่มีทางหลบหนีไปจากคมเขี้ยว!! 

 

“ดูเหมือนว่ามันกำลังโกรธพวกเราได้ที่เลย...” เด็กหนุ่ม กล่าวขึ้นพลางหรี่ตาแคบ 

 

“สมิงขาว เปี่ยมไปด้วยศักดิ์ศรีแห่งนักล่า... การที่เจ้าหยดเลือดตนเองทิ้งไว้ทั่วป่าเพื่อล่อลวงมัน ดูจะเป็นการไปกระตุ้นโทสะ และดูแคลนความภาคภูมิใจในฐานะนักล่าของมัน...” พรานดำ กล่าวขึ้น ยกชูปืนของตนส่องไปยัง สมิงขาว ตามสัญชาตญาณ... 

 

แต่ ซุน เลือกที่จะกดปลายปืนของ พรานดำ ลงอย่างช้า ๆ พลางส่ายหน้า... 

“ปืนของท่านยิงมันไม่เข้าหรอก... ทั้งยังเป็นการกระตุ้นโทสะมันเสียเปล่า ๆ อย่างน้อยหาก สมิงขาว เพ่งเล็งมาที่ข้าคนเดียว พวกท่านทั้งสองจะยังคงปลอดภัย...” 

 

พรานดำ ได้ยินเช่นนั้นก็ยอมลดปืนลงตามการชี้แนะ แต่ทว่า...การเตือนของ ซุน หยุดได้เพียงแค่ พรานดำ!! ฮีโข่ ซึ่งอยู่บนนั่งร้านคนละระดับกับ ซุน และ พรานดำ ไม่ทันได้ยินเสียงเตือน... ทำให้ชายชราเผลอลั่นไก ยิงลูกศรจากหน้าไม้ออกไปตามสัญชาตญาณ!! 

 

ลูกศร พุ่งแหวกอากาศกลืนไปในความมืด... ทว่า สมิงขาว กลับสามารถใช้กงเล็บปัดมันออกอย่างง่ายดาย สายตาเริ่มเขม็งมองมายังนั่งร้านของทั้งสามคน... 

 

“ฮีโข่!! ทำบ้าอะไรของเจ้า!!” พรานดำ ตวาดเสียงขึ้นทันที... 

“ขะ...ข้าขอโทษ” ฮีโข่ สีหน้าหวาดกลัวอย่างยิ่ง... 

 

ซุน เห็นท่าไม่ดีแล้ว หากลำพังตนเองยังพอเอาตัวรอดได้ แต่หาก สมิงขาว จ้องเล่นงานสองชายชราไปด้วย ซุน คงยากที่จะหาทางปกป้อง... 

 

สมิงขาว เริ่มเคลื่อนไหว!! ด้วยความที่ละแวกนี้เป็นเขตป่าทึบ มีเชิงดิน ก้อนหิน และต้นไม้สูงต่ำสลับไปมา เสือร้าย กระโจนจากตำแหน่งของตนขึ้นมายังก้อนหิน ก่อนจะดีดตัวมาต้นไม้ที่ต่ำเตี้ย โดดทะยานไต่กิ่งก้าน ไล่ระดับสูงขึ้นด้วยความคล่องตัว 

 

ความสูงจากพื้นดินจนถึงตัวนั่งร้านบนต้นไม้ มีมากถึง 5 เมตร... ทุกคนมั่นใจว่าสัตว์ร้ายต่าง ๆ คงยากที่จะขึ้นมาเล่นงาน... แต่พอได้เห็นการเคลื่อนไหวของสมิงขาวแล้ว มันทำให้รู้ว่าทุกคนนั้นคิดผิด!! ตบะที่แก่กล้าย่อมเพิ่มพูนปัญญาและความสามารถของ สมิงขาว มันมิใช่แค่เสือแก่สามัญ แต่เป็นเสือที่ฉลาดเฉลียว และเปี่ยมไปด้วยพละกำลังมหาศาล!! 

 

“หนี!! พวกท่านสองคนต้องหนีแล้ว ข้าจะหาทางต้านกำลังมันไว้ให้เอง...” เด็กหนุ่ม เค้นเสียงขึ้นอย่างจริงจัง... 

 

จากนั้น ซุน ก็เริ่มประกบมือทั้งสอง บริกรรมคาถา... 

“ด้วยอำนาจแห่ง เบญจสารสัตว์... ขออัญเชิญจิตวิญญาณแห่งพญาวานร...” 

 

ชั่วจังหวะนั้นเอง ค่อย ๆ ปรากฏเงาร่างของวานรตัวใหญ่ ผุดออกมาจากแผ่นหลังของเด็กหนุ่ม... เงาร่างที่โปร่งแสงนั้น ขู่คำรามออกมาเฉกเช่นสัตว์ป่าที่ดุร้าย มันคือจ่าฝูงพญาวานร ที่ ซุน เคยพิชิตได้ในป่าทางเหนือ มีตบะแก่กล้าถึง 150 ปี... 

 

“ทรงร่าง!!” 

 

สิ้นเสียงของเด็กหนุ่ม เงาร่างวานรก็เข้าสิงสู่ ผสานเข้ากับร่างของ ซุน จนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว!! บังเกิดท่าทีและบุคลิกของ ซุน ที่แปรเปลี่ยนไป ดวงตาแข็งกร้าวผิดมนุษย์ กระโดดโลดเต้นไม่หยุดนิ่ง หมุนควงมีดสั้นอาคมในมือผ่านร่องนิ้วทั้งห้าอย่างชำนาญ ก่อนจะกระโดดไปมาระหว่างกิ่งก้านอย่างคล่องตัว ผิดวิสัยและการเคลื่อนไหวของมนุษย์สามัญ... 

 

นี่คือพลังของรอยสัก เบญจสารสัตว์... ถึงแม้จะดึงเอาพลังความสามารถทางร่างกายของสัตว์ที่ตบะแก่กล้าออกมาใช้ แต่สติสัมปชัญญะของ ซุน ยังมีอยู่อย่างครบถ้วนในการควบคุมร่าง... ร่างสถิตวานร คือร่างที่เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วว่องไวมากที่สุด โดยเฉพาะภายในป่าเช่นนี้... 

 

ซุน มุ่งตรงเข้าหา สมิงขาว โดยไม่กริ่งเกรง!!  

เสือร้าย แสยะคมเขี้ยวสยายกงเล็บพุ่งเข้ามาเช่นกัน!! 

 

หนึ่งเป็นมนุษย์ หนึ่งเป็นพยัคฆ์ แต่กลับเลือกเผชิญหน้ากันบนยอดไม้!! 

 

แม้ว่าราตรีนี้จะมืดมิด หากแต่ดวงตาของ ซุน ยังคงมีประกายบางอย่างจากอาคม สัมผัสได้ในทุกการเคลื่อนไหวของ สมิงขาว อย่างแจ่มชัด การฝึกฝนตนเองมาโดยตลอด คือสิ่งที่ ซุน ไม่เคยขาดตกบกพร่อง… เด็กหนุ่ม หลบเลี่ยงกงเล็บที่ถากแก้มได้อย่างเฉียดฉิว ตวัดมีดอาคมยาว 1 ศอก ปาดเฉือนไปที่ขนสีขาวลาดพาดกลอน... 

 

“!!!!!!!!!” ซุน แสดงท่าทีตกตะลึงไม่น้อย 

“บ้าน่า... มีดอาคม ไม่อาจเฉือนผิวมันเข้างั้นหรือ!!” 

 

เด็กหนุ่ม ประเมินตบะ 300 ปีของ สมิงขาว ต่ำเกินไป... ที่ผ่านมา ซุน เคยพิชิตจิตวิญญาณสัตว์ตบะแก่กล้าทั้ง 4 ตนมาแล้วก็จริง หากแต่ทั้งหมดล้วนมีตบะต่ำกว่า 200 ปีทั้งสิ้น!! นี่จึงเป็นครั้งแรกสำหรับ ซุน ที่ต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่าในทุก ๆ ด้าน... 

 

สมิงขาว แสยะคมเขี้ยวหมายขย้ำ... ซุน อาศัยความคล่องตัวจาก ร่างสถิตวานร จับคว้าเถาวัลย์ ดึงร่างตนเองหลีกหนีจากระยะ ก่อนจะโดดลงสู่พื้นดินเบื้องหน้า จดจ้องไปยัง สมิงขาว ไม่วางตา... 

 

ด้านของชายชราต่างพากัน แอบซ่อนหลังกิ่งไม้ที่หนาทึบ มองหาจังหวะลงสู่พื้นแต่ก็ยังไม่พบเจอ เฝ้ามองการเผชิญหน้า ซุน ด้วยความหวาดหวั่น หากเด็กหนุ่มพลั้งพลาดไปล่ะก็ โอกาสที่ทั้งสองจะรอดชีวิตคงแทบไม่มี... 

 

สมิงขาว กระโจนลงมาจากความสูงร่วม 5 เมตรสู่พื้นดิน โดยที่ไม่มีความเสียหายใด ๆ บ่งบอกถึงความยืดหยุ่นและพลังกายที่เหนือชั้น... เสือร้าย จดจ้องมายังเด็กหนุ่มไม่วางตาเช่นกัน พลางเดินไปรอบ ๆ ด้วยแววตาที่กระหายต่อโลหิต... 

 

ซุน บริกรรมคาถาอีกครั้ง ก่อนจะเป่ามนตราลงไปยังมีดในมือ จนอักขระที่ใบมีดส่องสว่างเจิดจ้าขึ้น... ดวงตาของเด็กหนุ่ม ยังคงเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนตรากตรำฝึกฝนมา หมุนควงมีดอาคมอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหันชี้ปลายมีดไปยัง สมิงขาว... 

 

“แน่จริงก็เข้ามา!! 

 

แต่ทว่า... สมิงขาว หาได้โง่เขลา มันรู้ดีว่าการต่อสู้ระหว่างตนเองและเด็กหนุ่มเบื้องหน้า คงไม่แสดงผลโดยง่าย เสือร้าย จึงจดจ้องไปยังสองเฒ่าชราที่แอบซ่อน!! ก่อนมันจะคำรามแผดเสียงก้องดังไปทั่วป่า... 

 

บังเกิดสิ่งที่น่าตกใจก็คือ ทั้งที่เป็นกลางดึกสงัดเช่นนี้ แต่กลับมีฝูงสัตว์ปีกจำนวนมาก ทั้งนกและค้างคาว ราวกับพวกมันได้รับคำสั่งจาก สมิงขาว พุ่งตัวเข้าชนสองชายชราที่แอบซ่อนตัวบนยอดไม้ จนเสียหลักหล่นร่วงลงมา แน่นอนว่าร่างกายของทั้งสองที่วัยร่วม 60 ปีทั้งคู่ การตกลงมาโดยไม่ตั้งหลักจากความสูงหลายเมตรเช่นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลุกยืนได้ทันที!! 

 

สมิงขาว เผยมุมปากที่เชิดสูง ก่อนที่มันจะกระโจมหมายเล่นงานสองเฒ่าชรา!! ทุกคราที่ สมิงขาว สังหารและกัดกินผู้มีอาคม ตบะของมันจะแก่กล้ายิ่งขึ้น... พรานดำ และ ฮีโข่ แม้จะมีรัศมีอาคมที่อ่อนด้อยกว่า ซุน แต่ทั้งคู่ก็นับเป็นเหยื่อที่ล่าง่ายกว่า!! 

 

ซุน เบิกตากว้างขึ้นทันที... 

“สารเลว!!” 

 

สองเฒ่าชรา ที่ติดตาม ซุน มาด้วยความอยากรู้อยากเห็น... บัดนี้ทำได้เพียงนั่งจดจ้อง สมิงขาว ที่กระโจมเข้าหาพวกตน... ใบหน้าและแววตาของทั้งคู่ เสมือนคนที่ตายไปแล้วครึ่งทาง... 

 

ฉัวะ!! 

 

คมเขี้ยวพยัคฆ์ ฝังลงบนหัวไหล่จมหาย... มีเพียงโลหิตที่สาดกระเซ็นออกมารอบ ๆ ทว่าผู้ที่ถูก สมิงขาว ขย้ำนั้น หาได้เป็นสองเฒ่าชรา... แต่มันกลับเป็น ซุน ที่วิ่งเอาตัวเข้ามาขว้างทางพยัคฆ์เอาไว้ได้ทันท่วงที... 

 

เด็กหนุ่มแผดเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะฉายแววตามุ่งมั่น ปักมีดอาคมทิ่มเข้าที่ดวงตาของ สมิงขาว!! อย่างไรเสียดวงตาก็ไม่ใช่ตำแหน่งที่สามารถฝึกฝน ต่อให้แข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยตบะที่แก่กล้า ดวงตาก็ยังคงเป็นจุดอ่อนสำคัญ โลหิตของพยัคฆ์พวยพุ่งออกมา จนต้องร่นถอยไปตั้งหลัก... 

 

ทั้ง ซุน และ สมิงขาว ล้วนบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่!! 

 

“พะ...พวกท่านรีบหนีไป” ซุน กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง 

 

สองเฒ่าชราขาสั่นไม่หยุด แต่ก็ฝืนลุกยืนจนได้... 

“ซุน!! หนีไปด้วยกันเถอะ...” 

 

ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มที่อ่อนแรง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ  

“หากข้าหนีไปด้วย สมิงขาว จะตามกลิ่นเลือดไปและหาพวกเราจนเจอ... ดังนั้นพวกทั้งสองหนีไปเถอะ ทิ้งข้าไว้ที่นี่แหละ...” 

 

ทั้งสองเบิกตากว้างทันที สีหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยความลังเลใจ... ซุน มองออกว่าทั้งสองนั้นอยากจะหลบหนี แต่ก็ไม่อยากทิ้งตนไว้ที่นี่... 

“ขอฝากพวกท่านทั้งสองคน เป็นธุระกลับไปบอกกับอาจารย์ของข้าด้วย... ว่าข้านั้นเสียใจเป็นที่สุด เรื่องที่ข้าไม่มีโอกาสได้กลับไปขอขมาอาจารย์ด้วยตนเอง... ศิษย์สำนึกผิดแล้ว และเข้าใจถึงเจตนาของอาจารย์อย่างแจ่มแจ้ง น่าเสียดายที่ศิษย์ถลำลึกเกินไปจนมิอาจย้อนกลับ ขอให้ท่านอาจารย์ดูแลตนเองด้วย...” 

 

ซุน กล่าวขึ้นทั้งน้ำตา นึกถึงภาพของ อาจารย์ ที่ชุบเลี้ยงตนมาไม่ขาดสาย... 

 

“ต่อให้กลายเป็นผี พวกเราก็จะกลับไปบอกอาจารย์ผันให้จงได้!!” 

สองเฒ่าชรา ตอบรับคำมั่น ก่อนจะหันหลังและออกวิ่งเต็มกำลัง... 

 

ซุน เผยรอยยิ้มเจือจาง เมื่อเห็นทั้งสองหลบหนีไป... เด็กหนุ่มนั้นรู้ดี ว่าอาการบาดเจ็บของตนในเวลานี้สาหัสยิ่งนัก ต่อให้ติดตามทั้งสองคนไปด้วย ก็คงไม่สามารถรอดพ้นออกจากป่าแห่งนี้ได้... 

 

สายตาของเด็กหนุ่มจะแข็งกร้าวขึ้น จดจ้องมายัง สมิงขาว... 

“วันนี้ข้าจะยอมสละชีวิตตนเอง เพื่อสังหารเจ้า!!  

อย่างน้อยก็จะทำให้เจ้ามิอาจสังหารผู้ใดได้อีก!!” 

 

ไม่นานหลังจากนั้น... สมิงขาว ก็ได้ทอดร่างไร้วิญญาณแน่นิ่งไป โดยมี ซุน ที่ร่างอาบท่วมไปด้วยเลือดนั่งหลังพิงต้นไม้ สติของชายหนุ่มพร่าเลือนจนใกล้จะดับวูบเต็มที ไม่เหลือแม้แต่กำลังจะสะกดดวงวิญญาณ สมิงขาว ตามที่ตั้งใจ...  

 

ในตอนนั้นเอง... ก็ได้มีฝูงช้างโขลงใหญ่ นำโดย คชสารเผือก ที่มีงายืดยาวเป็นแนวหน้า นำพาโขลงเคลื่อนผ่านมา... สติของ ซุน ในเวลานั้น ดูคล้ายจะย่ำแย่ใกล้ตกตายเต็มที สิ่งที่เด็กหนุ่มได้เห็นนั้น จึงนับเป็นภาพที่ไม่น่าเชื่อถือนัก  

 

แต่ ซุน ได้เห็นว่าบนศีรษะของ คชสารเผือก ตนนี้กลับมีชายชราผิวหนังเหี่ยวย่นอายุราว ๆ 90 ปี นั่งอยู่... ชายชราผู้นี้ไม่ได้สวมอาภรณ์แม้แต่ชิ้นเดียว หากแต่ร่างกายที่เปล่าเปลือยนั้น มีหนวดเคราและเส้นผมสีขาวที่ยืดยาวปกคลุมจนถึงหัวเข่าแทนที่อาภรณ์ ลักษณะไม่ต่างอะไรกับ เฒ่าชีเปลือยประหลาดผู้หนึ่ง... 

 

“กล้ามากนะเจ้าเด็กน้อย ที่บังอาจสังหาร สมิงขาว ที่ข้าชุบเลี้ยงให้มันคอยเฝ้าปกป้องเขตแดนของข้า...” น้ำเสียงของเฒ่าชีเปลือยแหบแห้ง แสนเย่อหยิ่ง กล่าวราวกับว่า สมิงขาว เป็นสัตว์เลี้ยงของตน... 

 

“จะ...เจ้าเป็นใคร?!” น้ำเสียงของ ซุน อ่อนแรงเต็มที ใบหน้าและริมฝีปากซีดเซียว 

 

“ข้าคือ เจ้าป่าใหญ่ ที่นี่เป็นอาณาเขตที่ข้าปกครองมาหลายพันปีแล้ว... รู้หรือไม่ว่าข้าต้องลำบากเพียงใดกว่าจะชุบเลี้ยง เสือสมิงสักตัวมาใช้งานได้? แล้วดูเจ้าทำกับมันสิ!! หากไม่เห็นว่าเจ้ากำลังจะตายอยู่รอมร่อ... ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้น ๆ โทษฐานที่บังอาจเล่นงาน สมิงขาว ของข้า!!” เฒ่าชีเปลือย ดูจะไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง 

 

ซุน ฝืนอาการบาดเจ็บ ค่อย ๆ ลุกยืนด้วยขาที่สั่นเทา...  

ก่อนที่ชายหนุ่มจะยกมีดอาคมขึ้นมาอย่างห้าวหาญ... 

 

“ไหน ๆ ข้าก็จะตายอยู่แล้ว... แน่จริงก็เข้ามา!!” ซุน ในเวลานี้ดวงตาแทบจะมองไม่เห็นจากการเสียเลือด และบาดเจ็บสาหัส หากแต่จิตใจอันกล้าแกร่งของเด็กหนุ่มยังคงไม่สั่นคลอน... 

 

จังหวะนั้นเงาร่างของมังกรขนาดใหญ่ ค่อย ๆ ปรากฏทับซ้อนกับร่างของ ซุน ส่งผลให้ เฒ่าชีเปลือย จากที่เคยมีใบหน้าแสนเบื่อหน่าย บัดนี้ดวงตาของ เฒ่าชีเปลือย เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นตื่นเต้น เผลอลุกยืนขึ้นแม้จะยืนอยู่บนศีรษะของ คชสารเผือก...  

 

ซึ่งหากสังเกตดี ๆ แล้วล่ะก็ จะเห็นชัดว่าเฒ่าชีเปลือยมิได้หยัดยืน... หากแต่เฒ่าชีเปลือยกำลังลอยตัวอยู่เสียมากกว่า จากความที่มันเป็นเพียงร่างจิตวิญญาณ ไร้กายหยาบ... 

 

“เจ้าเด็กนี่!! เจ้าเด็กนี่อย่างไร คือคนที่ข้ารอคอยมานับพัน ๆ ปี!! เป็นมันแน่ ๆ เป็นมันแน่ ๆ” สีหน้าของ เฒ่าชีเปลือย เต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน... 

 

ซุน ในเวลานี้ไม่อาจมองเห็นสิ่งใดได้อีกแล้ว มันกำลังจะหมดสติ มันกำลังจะสิ้นลม... ร่างกายที่ยืนขาสั่นไหว ค่อย ๆ หล่นร่วงลงกองกับพื้น ลมหายใจโรยริน... 

 

เฒ่าชีเปลือย ลอยจากศีรษะ คชสารเผือก ตรงมายังร่างของเด็กหนุ่ม... ก่อนที่ เฒ่าชีเปลือย จะจับยกปลายคางของ ซุน เชิดขึ้นเอียงมองซ้ายขวาคล้ายเป็นการสำรวจ... จากนั้น เฒ่าชีเปลือย ก็ได้แผดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจ... 

 

“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ไม่ผิดแน่...เจ้านี่แหละ!! คือผู้ที่จะเป็น ชะตากรรมนำพา ให้ข้ากลับคืนสู่บัลลังก์ได้อีกครั้ง!!” 

 

.................................................... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว