junepopo

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER 20:Nothing on you (NC 20+) NEW UP

ชื่อตอน : CHAPTER 20:Nothing on you (NC 20+) NEW UP

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.1k

ความคิดเห็น : 82

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2561 21:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 20:Nothing on you (NC 20+) NEW UP
แบบอักษร

CHAPTER 20:Nothing on you (NC 20+)



หลายปีก่อน

ตรงปลายสะพานไม้ที่ทอดไปในบึงซึ่งพื้นน้ำจับต้องกับแสงอาทิตย์สะท้อนระยิบระยับราวกับอัญมณีเลอค่า ขับให้บ่าวสาวที่อยู่ใต้ซุ้มดอกกุหลาบสีขาวดูโดดเด่นสวยงามราวกับภาพฝันในนิยาย ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังผูกพันธะด้วยคำกล่าวสาบานรัก รักที่จะเป็นนิจนิรันด์

“นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว”ชายหนุ่มในชุดสูทสีน้ำตาลอ่อน เอียงตัวไปกระซิบถามเพื่อนรักที่กำลังยืนอยู่ในท่าสำรวมฝั่งเดียวกับเจ้าบ่าว ชานนท์ยักคิ้วให้เพื่อนทีนึง ก่อนจะส่งยิ้มให้กับเพื่อนเจ้าสาวที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ดูเหมือนว่าพวกเธอเหล่านั้นจะให้ความสนใจในตัวเขาไม่น้อย

“ต้องมาสิ งานแต่งเพื่อนรักทั้งที”ชานนท์ตอบกลับ

พิธีสาบานรักจบลงเมื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวแลกจุมพิตระหว่างกัน กลีบดอกไม้ถูกโปรยขึ้นฟ้าตามด้วยเสียงบรรเลงเปียโน งานแต่งที่ถูกเนรมิตขึ้นในสวนเต็มไปด้วยบรรยากาศชื่นมื่น แขกที่มาร่วมงานต่างร่วมอวยพรให้กับความรักของคู่บ่าวสาว ทุกคนลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับภาพความประทับใจตรงหน้า เจ้าสาวซับน้ำตาตัวเอง ในขณะที่พิธีกรกล่าวถึงช่วงเวลาสำคัญของสาวโสดทั้งหลาย ตามธรรมเนียมที่เจ้าสาวจะต้องโยนช่อดอกไม้เพื่อเป็นการส่งต่อความสุข ว่ากันว่าใครรับช่อดอกไม้ได้ จะเป็นหญิงสาวผู้โชคดีรายถัดไปที่จะได้เข้าสู่ประตูวิวาห์ ดังนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเลย ที่สาวโสดน้อยใหญ่ต่างกรูเรียงหน้าเข้ามารอรับช่อดอกไม้จากเจ้าสาว บรรดาชายหนุ่มถอยครูดเปิดทางให้สาวๆ เจ้าบ่าวรวมถึงเพื่อนเจ้าบ่าวต่างร้องเชียร์ให้เจ้าสาวโยนช่อดอกไม้

“ออกมายืนห่างๆดีกว่าถ้ายังไม่อยากโดนเหยียบตายก่อนเข้าหอ”ชานนท์ดึงตัวเจ้าบ่าวออกมายืนห่างไกลจากโซนอันตรายที่เต็มไปด้วยส้นสูง เพื่อนเจ้าบ่าวคนอื่นๆก็ถอยเข้าไปรวมกลุ่มกัน

“นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว”เจ้าบ่าวทำเสียงตัดพ้อ นั่นเพราะก่อนหน้านี้ชานนท์บอกว่าเขาไม่สามารถมาร่วมงานแต่งของเพื่อนสนิทได้

“เจอหน้า ก็พูดแบบนี้ทุกคนเลย ไม่มาได้ไงละ เพื่อนจะมีเมียทั้งที”ชานนท์ชกไหล่เพื่อนรักเบาๆ เขาศึกษาธุรกิจการโรงแรมอยู่ต่างประเทศและทำงานหาประสบการณ์ต่อทันทีที่เรียนจบ ทำให้ไม่ค่อยได้เจอเพื่อนเก่าคนสนิทมากนัก นี่เป็นครั้งแรกในรอบสี่ปีที่เขากลับมายังประเทศไทย เพื่อมาร่วมงานแต่งงานของเพื่อนรักคนสนิทที่เรียนจบมาจากสถาบันเดียวกัน

“ว่าแต่มึงเหอะ เมื่อไหร่จะพาสาวมาเปิดตัว คนที่เห็นแว่บๆที่เมลเบิร์นนะ ตัวจริงป่าววะ”เพื่อนอีกคนเอ่ยถาม ชานนท์ไม่ตอบอะไรได้แต่ทำหน้าเฉย

“ซุกนี่หว่า”

“เอาเป็นว่าแต่งเมื่อไหร่ ร่อนการ์ดมาหาพวกกู โอเคมั้ย”

“เออ”ชานนท์ตอบสั้นๆ ก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับเจ้าสาวที่กำลังจะโยนช่อดอกไม้ในมือ

“เอาละค้า สาวๆทั้งหลายเตรียมตัวให้ดี เจ้าสาวจะโยนช่อดอกไม้แล้ว”พิธีกรสาวในงานร้องบอกอย่างตื่นเต้น บรรดาสาวโสดต่างตั้งท่ารอรับช่อดอกไม้ด้วยความมุ่งมั่น บางคนถึงกับถอดรองเท้าส้นสูงเพื่อจะได้กระโดดรับได้อย่างสะดวก

“นับหนึ่งถึงสามแล้วโยนนะค้า”

“1”

……

“2”

และ……..

“รอด้วยค้า!!!!!!”

เสียงเล็กๆที่ดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้ชานนท์ต้องหันไปมอง เด็กสาวในชุดนักเรียนคอนแวนกำลังวิ่งตรงมายังเขา เส้นผมสีดำขลับเป็นลอนที่ผูกรวบไว้ด้วยริบบิ้นสีขาวแกว่งไกวยามก้าวเท้าวิ่ง ใบหน้าขาวอมชมพูสอดรับกับริมฝีปากแดงสดจิ้มลิ้ม และดวงตากลมโตที่ไม่อาจทำให้ชานนท์ละสายตาได้ ราวกับเวลาหยุดหมุน มีเพียงเด็กสาวเท่านั้นที่เคลื่อนไหว ร่างเล็กวิ่งแทรกเบียดตัวผ่านชานนท์และกลุ่มเพื่อน พุ่งตรงไปยังกลุ่มคนที่ยื่นมือเตรียมไขว่คว้าช่อดอกไม้ของเจ้าสาว

……

3!!!

ช่อบูเก้กุหลาบขาวลอยคว้างอยู่กลางอากาศ บรรดาหญิงสาวที่หมายปองชูมือขึ้นกลางอากาศเพื่อไขว้คว้า แต่ทว่าช่อดอกกุหลาบลอยละลิ่วผ่านเลยไปด้านหลัง เด็กสาวที่เพิ่งวิ่งเข้ามาเป็นคนสุดท้ายหยุดชะงัก แล้วถอยหลังอย่างรวดเร็วหมายจะคว้าช่อกุหลาบนั้น

“วะ ว้ายยยย”

“โอ้ยยยยยย”

เพราะสายตามัวแต่จับจ้องอยู่แต่ช่อดอกไม้ที่ลอยอยู่บนอากาศ ทำให้ถอยหลังแล้วไปชนเข้ากับคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเข้าเต็มๆ ชานนท์โดนชนจนล้มแผ่หลาไปบนพื้นหญ้า ลำตัวหนักอึ้งเพราะมีร่างของใครบางคนทาบทับอยู่บนตัวเขา เสียงกรีดร้องอย่างตกใจจากกลุ่มคนดังขึ้น

“โอ้ย”หลับตาปี๋เพราะคิดว่าต้องล้มเอาหน้ากระแทกพื้นหญ้า แต่กลับกลายเป็นว่าไม่รู้สึกเจ็บปวด ใบหน้าแนบไปกับแผงอกที่ยกตัวกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหายใจ

“ขะ ขอโทษคะ”ระล่ำระลักขอโทษขอโพยใครก็ตามที่เธอเผลอชนแล้วล้มทับเข้า เด็กสาวทำท่าจะยันตัวลุกขึ้นจากร่างหนา แต่ผมที่แผ่สยายเพราะริบบิ้นหลุดร่วงไปตอนกระโดดรับช่อดอกไม้ ยุ่งเหยิงพันตูเกี่ยวเข้ากับเข็มกลัดบนหน้าอกของคนใต้ร่าง ชานนท์ที่รู้สึกจุกหน่อยๆลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือดวงหน้าหวานสวยที่เต็มไปด้วยความแตกตื่น

“ขอโทษคะ”เอ่ยขอโทษ ทำเสียงเหมือนจะร้องไห้ ชานนท์มองเด็กสาวบนร่างนิ่ง เขาจ้องมองราวกับเธอเป็นภาพแห่งความฝัน จนกระทั่งเธอพยายามจะยันตัวลุกจากเขาพร้อมทั้งใช้มือแกะผมที่เกี่ยวอยู่กลับเข็มกลัดตรงหน้าอกของเขา ชานนท์ถึงรู้สึกตัว

“เป็นอะไรรึเปล่า เจ็บตรงไหนมั้ย”เอ่ยถามด้วยความห่วงใย แต่ดูเหมือนเด็กสาวจะวุ่นอยู่กับการดึงผมให้ออกจากเข็มกลัดของเขา

“แกะแบบนั้นเดี๋ยวมันยิ่งพันเข้าไปอีก”ชานนท์เอ่ยเสียงเบาเหมือนจงใจให้ได้ยินกันเพียงสองคน เขาหลงลืมไปแล้วว่ากำลังถูกห้อมล้อมด้วยคนในงานที่ยืนมุงดูสถานการณ์ ชานนท์ค่อยๆยันตัวลุกขึ้น ก่อนจะถอดเข็มกลัดออกจากเสื้อ บรรจงแกะเสนผมที่พันรอบเข็มกลัดพลางจ้องมองใบหน้าเด็กสาวที่เห่อแดงด้วยความเขินอายเพราะตกอยู่ท่ามกลางสายตาผู้คน

“เรียบร้อย”ชานนท์เอ่ยขึ้น เมื่อแกะเส้นผมของเธอออกจากเข็มกลัดสำเร็จ เด็กสาวรีบยันตัวลุกขึ้น ก่อนจะโค้งขอโทษหลายๆครั้งติดกัน

“ขอโทษจริงๆคะ ขอโทษอีกครั้งนะคะ”พูดแค่นั้นแล้วก็วิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็วราวกับถูกสายลมหอบไปต่อหน้าต่อตา

“เฮ้ ดะ เดี๋ยวสิ”ชานนท์ลุกขึ้นยืนยื่นมือไปจะคว้าแขนเล็ก แต่เธอรวดเร็วมาก ชั่วครู่เดียวก็หายลับไปกับตา ยังไม่ทันได้ถามไถ่ว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหน ชื่อเสียงเรียงนามอะไร

“เป็นไงบ้างไอ้นนท์ โดนชนล้มไปกองเลย”เพื่อนเข้ามาสำรวจพร้อมถามไถ่อาการ ชานนท์ส่ายหน้าบ่งบอกว่าเขาไม่เป็นอะไร

“เด็กนั่นใครวะ”ชานนท์เอ่ยถามคนที่ยืนล้อมเขาอยู่ ด้วยหวังว่าจะมีใครพอรู้จักบ้าง

“ไม่รู้จักวะ ทำไม ชนแล้วหนีมึงจะเรียกประกันมาเคลมเหรอ”

“สวยน่ารักซะด้วย” เพื่อนฝูงออกปากแซวทันที เพราะดูชานนท์จะให้ความสนใจไม่น้อย

“แกรู้จักป่าว เป็นญาติแกหรือญาติเจ้าสาวมั้ย”ชานนท์หันไปถามเจ้าบ่าว

“ไม่รู้วะ ไม่คุ้นหน้าเลย เพิ่งเห็นเนี่ยแหละ ถ้ามึงอยากรู้มากก็ลองเดินวนหาในงานดูสิ”

“อืม จริง”ชานนท์ตบไหล่เพื่อน แล้วผละออกไปจากกลุ่มทันที เขาเดินไปทั่วบริเวณสอดส่ายสายตาหาเด็กสาวในชุดนักเรียน ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากเจออยากรู้จัก รู้แต่เพียงดวงตากลมโตนั่นสะกดเขาจนอยู่หมัด แววตาที่มองช่างให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

“หายไปไหนแล้วเนี่ย ไวชิบ”พึมพำกับตัวเอง เมื่อมองไปทางไหนก็ไร้เงาเด็กสาว หรือเธอจะมีเวทย์มนสามารถหายตัวไปได้

“น้องครับ เดี๋ยวครับ”ร้องเรียกบริกรหญิงที่ถือแก้วแชมเปญผ่านไปมา บริกรหยุดตามเสียงร้องเรียก

“รับแชมเปญหรือคะท่าน”

“เปล่าครับ ผมแค่จะถามว่า พอจะเห็นเด็กผู้หญิงอายุประมาณสิบห้าสิบหก สวมชุดนักเรียนอยู่ในงานบ้างรึเปล่าครับ”บริกรหญิงทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะทำท่าเหมือนนึกได้

“อ๋อ คงเป็นเด็กที่มาส่งดอกไม้คะ พอดีออแกไนซ์ที่จัดงานต้องการดอกไม้เพิ่มก็เลยสั่งร้านดอกไม้ให้มาส่ง ก่อนงานเริ่มก็มีรถมาจอดแล้วน้องผู้หญิงชุดนักเรียนก็ช่วยขนดอกไม้ลงมากับผู้หญิงอีกคน แต่น่าจะกลับไปแล้วนะคะ”บริกรบอกข้อมูลที่พอจะรู้ คาดเดาว่าเด็กสาวชุดนักเรียนทีชายหนุ่มถามหาคงเป็นเด็กคนเดียวกันกับที่มาส่งดอกไม้ เพราะเธอไม่เห็นเด็กผู้หญิงสวมชุดนักเรียนนอกเหนือจากนี้

“พอจะรู้มั้ยครับว่าออแกไนซ์สั่งดอกไม้จากร้านไหน”

“อันนี้ต้องถามคนสั่งคะ”

“พอจะช่วยผมได้มั้ย”ชานนท์ดึงธนบัตรใบสีเทาออกมาจากกระเป๋า บริกรหญิงพยักหน้าตอบรับอย่างรวดเร็ว หายไปไม่ถึงห้านาทีก็กลับมาพร้อมนามบัตรแล้วส่งให้ชานนท์

“นี่คะ นามบัตรร้านดอกไม้”

“ขอบคุณครับ”ชานนท์รับนามบัตรมา ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าเด็กสาวคนนั้น

ร้านดอกไม้ ดอเตอร์ฟลาวเวอร์

“แล้วเจอกันนะ ยัยเด็กส่งดอกไม้”

ชานนท์พึมพำกับนามบัตรนั้น

ก้อกๆๆๆ

เสียงเคาะประตูดึงชานนท์ออกมาจากห้วงความคิด เขากำลังนึกถึงครั้งแรกที่เจอ ณฉัตร มันเป็นภาพจำที่ติดอยู่ในสมองในส่วนความทรงจำที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้บุนวมโซฟาตัวหรูให้การต้อนรับท่านประธานแห่งอาณาจักรปรีชาเวชย์ ที่กำลังเดินผ่านพ้นประตูห้องรับรองเข้ามาด้วยสีหน้าที่บ่งบอกชัดเจนว่าไม่ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญอย่างเขา

“เชิญคะท่าน”เลขาส่วนตัวของอลันผายมือเชื้อเชิญเข้ามาภายในห้องรับรองที่มีชานนท์อยู่ในนั้น ก่อนจะปิดประตูห้องแล้วปล่อยเสือสองตัวอยู่กันตามลำพัง

“สวัสดีครับคุณอลัน”

“คุณมีธุระอะไรกับผมไม่ทราบ ผมจำไม่ได้สักนิดว่าเรามีอะไรต้องหารือกัน”อลันเอ่ยขึ้นอย่างเฉยชา ชานนท์ยกยิ้มมุมปากเบาๆ

“ผมจะถือว่าเป็นคำทักทายละกัน”

“มีเรื่องอะไรก็พูดมา ผมไม่มีเวลาให้กับเรื่องไร้สาระมากนัก”

“แล้วถ้าเป็นเรื่องของณฉัตรละ นั่นเป็นหนึ่งในเรื่องไร้สาระของคุณหรือเปล่า คุณอลัน”ชานนท์มองอลันนิ่งตอนที่ตั้งคำถาม อลันหรี่ดวงตาคู่คมจ้องมองกลับอย่างไม่เกรงกลัวต่อสายตานั้น รู้ดีอยู่แก่ใจว่าการที่ชานนท์ถ่อมาถึงที่นี่มันจะเป็นเรื่องอื่นไปได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่เรื่องของยัยเด็กตาบอดคนนั้น

“มันคงจะใช่ เพราะผมไม่เห็นความสำคัญอะไรที่จะต้องมาใส่ใจเรื่องเด็กคนนั้น”

“แต่ณฉัตรคือเรื่องสำคัญของผม เพราะฉะนั้นผมถึงมาที่นี่ มายืนอยู่ตรงหน้าคุณ แม้จะไม่ได้รับการเชื้อเชิญก็ตาม”ชานนท์ไม่รอช้า เขารู้ว่าอลันรู้ดีว่าเขามาที่นี่ทำไม และเขาเองก็จะไม่อ้อมค้อมและปกปิดตัวตนอีกต่อไป

“คนสำคัญของคุณแต่ไม่ใช่คนสำคัญของผม แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมมิทราบ”

“เพราะคนสำคัญของผม อยู่ภายใต้การปกครองของคุณไงครับคุณอลัน และก็ดูเหมือนว่าคุณจะทำตัวเข้มงวดกับคนสำคัญของผม ทั้งที่เธอไม่ได้สำคัญอะไรกับคุณเสียด้วยซ้ำ”

“ผมก็แค่ทำหน้าที่ผู้ปกครอง ซึ่งผมมีอำนาจสิทธิ์ขาดในตัวเด็กคนนั้นแต่เพียงผู้เดียว ณฉัตรจะสำคัญหรือไม่สำคัญมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับที่ผมต้องดูแลเธอ”อลันย้ำอย่างชัดถ้อยชัดคำ บ่งบอกให้ชานนท์รู้ว่าเขาไม่ควรก้าวก่าย เพราะไม่ว่าณฉัตรจะมีความหมายต่อเขาในแง่ไหน แต่คนที่มีสิทธิ์ขาดในตัวเธอก็เป็นเขาอยู่ดี

“ในฐานะผู้ปกครอง คุณไม่คิดหรือว่ามันออกจะเกินหน้าที่ไป”

“คุณกำลังจะพูดอะไรกันแน่คุณชานนท์”อลันถามด้วยน้ำเสียงกดต่ำ ชานนท์แสยะยิ้ม

“สัตว์จำพวกมีพิษ มักจะดุร้ายและเฝ้าระวังไข่ของมันอย่างหวงแหน ปกป้องอันตรายจากสัตว์อื่นด้วยชีวิต แต่สุดท้ายแล้วมันเองนั่นแหละที่แว้งกลับไปฉกกินไข่นั่นเสียเอง”ตรงไปมาตรงมาเสียจนไม่ต้องตีความก็รู้ว่าชานนท์หมายถึงอะไร ผู้ชายด้วยกันทำไมจะดูไม่ออกว่าท่าทางคำพูดคำจาการแสดงออกของอลันมันบ่งบอกเจตนาอะไร ทั้งที่เหตุการณ์เมื่อหกปีก่อนทำให้นายแพทย์ใหญ่จงเกลียดจงชังณฉัตร ราวกับต้องการจะเห็นเธอหมดลมหายใจไปตรงหน้า หากเขายึดตัวเธอแล้วอ้างสิทธิ์ของการเป็นผู้ปกครองเพื่อแก้แค้นให้กับเรื่องราวในอดีตก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก แต่ถ้าเป็นไปเพื่อยึดครองเด็กที่เขาแสนเกลียดไว้เพื่อบำบัดความใคร่หรือเสมือนตัวแทนใครนั่นย่อมสร้างความเจ็บปวดมากกว่านัก และชานนท์รู้ว่าเขาไม่มีทางให้ณฉัตรอยู่ในจุดนั้น

“รู้อะไรมั้ยคุณชานนท์ ไอ้สถานะหรือความสัมพันธ์เก่าๆที่มันไม่มีผลกับปัจจุบัน มันตัดสิทธิ์คุณให้หลุดจากวงโคจรของเด็กคนนั้นไปตั้งนานแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณสักนิด”อลันพูดด้วยสีหน้าจริงจัง บ่งบอกให้ชานนท์รู้ว่าไม่มีทางมาก้าวก่ายเรื่องระหว่างเขากับณัตรได้

“คุณรู้ได้ยังไงว่าระหว่างผมกับเธอ เราจบความสัมพันธ์กันไปแล้ว”

“เชื่อผมเถอะ ถึงคุณไม่อยากจบแต่เด็กคนนั้นต้องอยากจบกับคุณแน่ๆ”อลันบอกอย่างมั่นใจ เพราะเขานี่แหละจะเป็นคนทำให้ณัตรยอมจบความสัมพันธ์บ้าบอนี่เอง

“คุณอลัน คุณยังรักเฌอร์มาลย์อยู่จนกระทั่งถึงตอนนี้มั้ย”คำถามของชานนท์เหมือนยาชาที่ฉีดเข้าสู่สมองแล้วออกฤทธิ์รุนแรงชาวาบทันที เงียบไปราวกับใครมาหยุดเข็มนาฬิกา

“ผมไม่จำเป็นต้องตอบคำถาม”

“ถ้าคุณยังรักภรรยาคุณอยู่ ก็มั่นใจได้เลยว่าณฉัตรก็ยังรู้สึกกับผมไม่ต่างกัน คุณก็รู้ดี กฎของเวลามันใช้เพื่อลืมได้บางอย่างเท่านั้น แต่กับสิ่งที่มีความหมายต่อคุณ ไม่ว่าจะแง่ไหน คุณจะไม่มีทางลืม มันจะตามติดอยู่ในความคิด ความทรงจำของคุณราวกับเป็นเงา คุณไม่อาจทดแทนสิ่งหนึ่งด้วยอีกสิ่งหนึ่ง เชื่อผมเถอะ”ชายสองคนมองหน้ากัน น่าแปลกที่ต่างคนต่างล่วงรู้ความคิดของอีกคนหนึ่งราวกับไปนั่งอยู่ในใจ อลันรู้ดีว่าชานนท์เข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างและเขากลับมาด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียวคือณฉัตร เช่นเดียวกับที่ชานนท์รู้ดีว่า อลันจะไม่มีทางปล่อยณฉัตรไป ไม่ว่าจะเป็นไปด้วยเหตุผลใด

“ผมมาวันนี้เพื่อที่จะบอกว่าผมมาเอาของๆผมคืน ผมไม่กลัวว่ากำลังเผชิญกับอะไร ไม่สนด้วยว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าณฉัตรยังอยากที่จะยืนเคียงข้างผม ผมจะเอาคนสำคัญของผมคืน”

“ถ้าสำคัญขนาดนั้น ก็มาเอาไปสิ มาเอาไปจากมือผมเลย ถ้าคุณมีปัญญา”

โครมมมม!!

รูปปั้นหยกรวมถึงแจกันดอกไม้แสนแพงถูกกวาดลงไปกองกับพื้นแตกกระจัดกระจาย หลังจากชานนท์ออกไปจากห้องรับรองได้เพียงชั่วครู่ เลขาส่วนตัวของประธานใหญ่แห่งปรีชาเวชย์รีบเปิดประตูห้องเข้าไปทันที เมื่อเห็นข้าวของแตกกระจายถึงกับเอามือทาบอกด้วยความตกใจ

“มีอะไรรึเปล่าคะท่าน”

“เรียกแม่บ้านมาเก็บกวาดห้องด้วย ผมจะอยู่ในห้องทำงานห้ามใครรบกวน”สั่งเสียงเข้มแล้วเดินออกไปจากห้อง ภายในจิตใจของอลันเต็มไปด้วยความรูสึกหลากหลาย ร่างสูงก้าวเท้าเร็วๆไปยังห้องทำงาน ผลักประตูห้องทำงานเข้าไป ต้นเหตุของความรู้สึกมากมายที่ประทุอยู่ในตัวเขากำลังทอดร่างเอนนอนไปบนโซฟาตัวนุ่ม เปลือกตาที่ปิดสนิทและลมหายใจที่ผ่อนช้าๆเป็นจังหวะสม่ำเสมอบ่งบอกให้รู้ว่าณฉัตรกำลังดำดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา เห็นทีแรก อยากเขย่าตัวแรงๆหรือกระชากให้ลุกขึ้น แต่พอจะทำอย่างนั้นคนที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราวไถแก้มที่แนบไปกับโซฟาเบาๆพร้อมห่อตัวคล้ายกับจะหาไออุ่น อลันยืนจ้องมองคนที่หลับใหลดูไร้พิษสงอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่ภาพในอดีตจะผุดซ้อนซ้อนขึ้นมาแล้วพาย้อนกลับไปเมื่อหกปีก่อน

6ปีก่อน

“ฉัตร ฉัตร! จะไปไหนกลับมานะ”ร่างบางคว้าแขนน้องสาว ดึงรั้งอ้อนวอนไม่ให้จากไป ณฉัตรเหวี่ยงตัวออกจากการเกาะกุม กระชับเป้บนไหล่แน่น ก่อนจะใช้ดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองพี่สาว

“ฉัตรจะไม่อยู่ที่นี่อีก ฉัตรไม่อยากอยู่กับพี่”น้องสาวที่เคยอ่อนหวานน่ารักแผดเสียงใส่จนหน้าชา เฌอร์มาลย์ตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความเสียใจ

“ฉัตรจะไปไหน พี่ไม่ให้ไปนะ”

“พี่จะสนทำไมว่าหนูจะไปซุกหัวนอนตรงไหน แค่ไปให้พ้นหน้าพี่ก็น่าจะพอไม่ใช่เหรอ”น้ำตาร่วงเผลาะอาบแก้มใส เด็กสาวปาดน้ำตาตัวเองลวกๆ เบือนหน้าหนีภาพตรงหน้า การที่เห็นเฌอร์มาลย์ร้องไห้ก็ทำให้หัวใจเธอเจ็บปวดไม่แพ้กัน

“พี่ไม่ให้ไปหาชานนท์นะ เข้าใจมั้ย ห้ามไปเจอเค้า”

“ทำไมกันเฌอร์ ทำไมต้องขัดขวางเค้ากับพี่นนท์ แค่คำโกหกของพี่มันก็ทำร้ายเค้ามากแล้วนะ”

“พี่ไม่ได้โกหก ชานนท์กำลังจะแต่งงานกับลูกสาวเจ้าของโรงแรมใหญ่”

“เค้าไม่เชื่อ เฌอร์โกหก พี่นนท์ยกเลิกงานแต่งไปแล้ว เค้ามีฉัตรคนเดียว” ณฉัตร ยืนกรานหนักแน่น เธอกับชานนท์สานสัมพันธ์กันมาหลายเดือน จนกระทั่งวันที่เฌอร์มาลย์เจอชานนท์ พี่สาวของเธอยื่นคำขาดให้เธอเลิกคบหากับชานนท์โดยยกเรื่องที่ชานนท์กำลังคบหาดูใจอยู่กับผู้หญิงอีกคนขึ้นมา แต่ชานนท์ยืนยันหนักแน่นว่าเขาจบความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนั้นไปแล้ว

“ผู้หญิงคนนั้นจะไม่มีวันเลิกรา เชื่อพี่สิฉัตร อย่าเข้าใกล้ชานนท์ ได้โปรด”เฌอร์มาลย์อ้อนวอนน้องสาว แต่ณฉัตรไม่ข้าใจสักนิด เธอคิดว่าตัวเองโตพอที่จะตัดสินใจเรื่องความสัมพันธ์ของตัวเอง

“ถ้ามีใครมาบอกให้พี่เลิกกับคุณอลันตอนนี้พี่จะทำรึเปล่า”ณฉัตรถามย้อนกลับ

“มันไม่เหมือนกันนะฉัตร”

“เหมือนสิ เฌอร์ก็รักคนของเฌอร์ เค้าก็รักคนของเค้า ให้เค้าเลือกของเค้าเองเถอะนะ”ณฉัตรบอกแค่นั้นก่อนจะวิ่งออกไป เฌอร์มาลย์วิ่งตามพลางร้องเรียกน้องสาว สวนกับอลันที่เดินเข้ามา ร่างสูงคว้าแขนภรรยาไว้ทันที

“เฌอร์ เกิดอะไรขึ้น”ถามอย่างตกใจเมื่อเห็นภรรยาร้องไห้น้ำตาท่วม

“แอล ไปตามฉัตรกลับมาที เด็กคนนั้นจะหนีออกจากบ้าน”เฌอร์มาลย์เขย่าแขนอ้อนวอนสามี อลันยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนพวงแก้มภรรยาอย่างแผ่วเบาพลางปลอบใจ

“ไม่ร้องไห้นะครับคนดี รออยู่นี่นะผมจะไปตามณฉัตรกลับมาเอง”อลันบอกให้สบายใจ ก่อนจะผละตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ณฉัตรเพิ่งวิ่งสวนเขาออกไปเมื่อชั่วครู่ น่าจะยังไปไหนได้ไม่ไกล

เด็กสาวกระชับเป้บนหลังตัวเองแน่น วิ่งออกมาจากบ้านทั้งที่มีเงินติดตัวอยู่เล็กน้อยอีกทั้งไม่มีจุดมุ่งหมายว่าจะไปที่ใด ร่างเล็กยืนมองทางแยกตรงปากซอยชั่งใจว่าจะไปซ้ายหรือขวา เธอเป็นเด็กนักเรียนประจำ ไม่รู้จักบ้านเพื่อนฝูงเท่าไหร่นัก และในสถานการณ์ตอนนี้ยิ่งไม่กล้าไปพบชานนท์ จริงอยู่ที่มั่นใจว่าเขาจะไม่โกหกเธอเรื่องที่กำลังจะแต่งงาน แต่ลึกๆในใจแล้วก็หวาดหวั่นไม่น้อย เพราะฉะนั้นจึงไม่อยากไปหาเขาทั้งที่ความรู้สึกตัวเองยังครึ่งๆกลางๆ

“ทำไงดีละทีนี้”พึมพำกับตัวเอง รู้สึกหวาดกลัว แต่ก็ไม่อยากกลับไปหาเฌอร์มาลย์ พี่สาวของเธอมีเหตุผลที่ดีเสมอให้กับทุกๆเรื่อง ยกเว้นเรื่องเดียว การคบหากับชานนท์เป็นเรื่องต้องห้าม และเฌอร์มาลย์ไม่มีเหตุผลที่ดีพอสำหรับข้อห้ามนั้น

ปื้นนนนนนนนนนน

เสียงแตรรถสปอร์ตดังสนั่น พร้อมกับแสงไฟหน้าที่สาดใส่มายังร่างเล็ก ณฉัตรหรี่ตาหลบหนีแสงไฟทันที รถจอดนิ่ง ร่างสูงลงมาจากรถ เมื่อเห็นว่าเป็นใคร คนตัวเล็กเตรียมสาวเท้าก้าวหนีทันที แต่อลันว่องไวกว่ามาก เขาก้าวเพียงสองสามก้าวก็ถึงตัวณฉัตร ยื่นมือออกไปคว้าเป้ที่สะพายอยู่บนหลังแล้วดึงไว้สุดแรง

“จะไปไหนห๊ะ ยัยตัวยุ่ง”

“ปล่อยนะคะ คุณอลัน”ณฉัตรดิ้นรนจะให้หลุด อลันปล่อยเป้แล้วคว้าหมับเข้าที่แขนของเด็กสาว แล้วลากพาขึ้นรถ ณฉัตรดิ้นสุดฤทธิ์ก้มลงไปงับแขนจนอลันต้องปล่อยมือ

“โอ้ยยยย ยัยเด็กนี่”ลูบแขนตัวเอง ณฉัตรออกวิ่งสุดตัวแต่อลันรวดเร็วกว่ามาก เขาวิ่งไปทันถึงตัวณฉัตร คว้าร่างไว้แล้วกยกร่างเล็กบอบบางขึ้นพาดบ่า

“ใจแตกจะหนีตามผู้ชาย ไม่สงสารพี่สาวตัวเองบ้างรึไง”

“ปล่อยนะคุณอลัน ปล่อยยยยยยยย”

เพี้ยะๆๆๆๆๆๆ

“โอ้ยยยยย”

ฝ่ามือหยาบฟาดเข้าเต็มแรงเข้าไปตรงบั้นท้ายของเด็กสาว ณฉัตรร้องลั่นเกิดมาจนโตขนาดนี้ยังไม่เคยถูกใครนอกจากครูที่โรงเรียนตี

“ถ้าเธอดิ้นอีก ดื้อด้านอีก ฉันจะตีเธอให้ขาลายเลย”

“ใจร้าย!”

“ใจแตก!”

อลันสวนกลับทันควัน เด็กสาวเบะปากน้ำตาร่วง พี่เขยของเธอไม่ชอบขี้หน้าเธอมาตลอด เขามักมองเธอด้วยสายตาไม่พึงพอใจ และหลีกเลี่ยงการสนทนาด้วย ไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้นักหนา

“รักมากขนาดนั้นเลยเหรอ แฟนเธอนะ”ถามขึ้นเมื่ออยู่กันตามลำพังในรถ อลันเหลือบมองคนที่ทำหน้าบึ้งอยู่ข้างๆ

“รู้รึเปล่า ว่าเธอกำลังทำให้ครอบครัวคนอื่นแตกแยก”

“ครอบครัวของใครแตกแยก”ณฉัตรถามขึ้นทันทีเพราะรู้สึกว่าอลันกล่าวโทษเธอรุนแรงเกินไป

“แฟนของเธอกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับหุ้นส่วนทางธุรกิจ คิดจริงๆเหรอว่าจะมีใครจริงจังกับเด็กกะโปโลอย่างเธอ อย่างดีก็แค่หลอกฟันแล้วทิ้ง”คำพูดของเขาช่างทำร้ายจิตใจกันเสียเหลือเกิน นี่นะเหรอผู้ชายที่พี่สาวของเธอหลงรักจนสุดหัวใจ

“พี่นนท์บอกว่าจะยกเลิกงานแต่ง”

“อ่านนิทานก่อนนอนมากไปรึเปล่า อย่าโง่ไปหน่อยเลย ตัดใจซะแล้วก็เลิกทำให้พี่สาวเธอทุกข์ใจซะที”

“มีแต่คนกลัวว่าเฌอร์มาลย์จะทุกข์ใจจะเสียใจ แต่ไม่เคยมีใครถามถึงความรู้สึกฉันเลย”ณฉัตรตัดพ้ออย่างน้อยใจ อลันเหลือบไปมองเสี้ยวหน้าที่ปริ่มไปด้วยน้ำตา เขารู้สึกเหมือนกำลังมองเฌอร์มาลย์ไม่มีผิด

“มีแต่พี่นนท์คนเดียวเท่านั้นแหละ ที่เห็นว่าฉันสำคัญ คนเดียวเท่านั้น”

…………………………….




Rrrr Rrrrrrrrrrr Rrrrrrrrrrrrrrr

เสียงสมาร์ทโฟนดังขึ้น ความคิดของอลันเหมือนถูกกดปิดสวิตซ์ทันที เขาถอยออกมาจากร่างบางที่นอนอยู่บนโซฟา ณฉัตรสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียง รีบยันตัวลุกขึ้นเมื่อรูว่าไม่ได้อยู่ตามลำพังในห้อง เธอมารออลันตั้งแต่ก่อนเที่ยงจนไม่รู้ว่าตอนนี้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ รู้แต่เผลอหลับไป อลันกดรับสาย แค่ได้ยินคำทักทายคำแรกก็จดจำได้ดีว่าเป็นใคร

“ฮัลโหลคะท่านประธาน พอจะมีเวลาว่างให้เพื่อนเก่าบ้างมั้ยคะ”

“ก็ต้องดูก่อนครับว่าเพื่อนเก่าอยากให้ทำอะไร”อลันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่อย่างคนคุ้นเคย แต่สายตาคู่คมยังคงจับจ้องไปยังหญิงสาวที่นั่งตัวลีบอยู่บนโซฟา

“ดินเนอร์สักมื้อเป็นไงคะ”

“นี่ยังบ่ายอยู่เลยครับ”

“งั้นขอไปรอที่ห้องทำงานแล้วกันคะ รบกวนมากไปมั้ย”เสียงหวานเอ่ยถาม อลันมองณฉัตรนิ่ง ผู้หญิงอีกคนยังอยู่ในห้องในขณะที่ผู้หญิงอีกคนกำลังจะมา

“เกรซอยู่ไหนแล้วครับตอนนี้”

“หน้าห้องท่านประธานคะกำลังโดนเลขาหน้าห้องแสกนอยู่”ปลายสายส่งยิ้มหวานฉ่ำให้เลขาหน้าห้อง

“ท่านประธานสะดวกจะให้พบรึเปล่าคะ”หยอดเสียงหวาน อลันชั่งใจก่อนจะบอกคนปลายสาย

“เชิญเลยครับ ผมยินดีต้อนรับ” อลันกดวางสาย แล้วยกหูต่อสายภายในไปยังหน้าห้องทำงาน บอกให้เลขาอนุญาตให้เกรซเข้ามาได้

“คุณอลันมีแขกเหรอคะ งั้นฉัตรกลับก่อนดีกว่าคะ”ณฉัตรคลำหาไม้เท้าตัวเอง แล้วลุกขึ้นยืน เสียงเคาะประตูดังขึ้น ร่างระหงส์เยื้องย่างผ่านประตูเข้ามา เกรซ ถอดแว่นกันแดดแบรนด์หรูออก ชะงักฝีเท้าเพราะไม่คาดคิดว่าจะมีคนอื่นอยู่ในห้องนอกเหนือจากอลัน

“คุณมีแขกเหรอคะ งั้นฉันไม่รบกวนดีกว่า”เกรซทำท่าจะถอยหลังกลับแต่ถูกอลันร้องเรียกไว้

“เกรซ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวณฉัตรจะกลับแล้ว”อลันบอกเสียงเรียบ คนตัวเล็กยืนตัวลีบรู้สึกเธออยู่ผิดที่ผิดทางและประดักประเดิดเสียเต็มที

“ดิฉันกำลังจะออกไปแล้วคะ เชิญแขกคุณอลันเถอะคะ”ณฉัตรบอก พลางประคองตัวเองไว้ไม่ให้ล้ม เมื่อดวงตามองไม่เห็นอีกทั้งยังเจ็บเท้าการเคลื่อนไหวร่างกายจึงเต็มไปด้วยความยากลำบาก เกรซจำณฉัตรได้ทันที คราวก่อนที่เธอไปค้างที่คฤหาสน์ปรีชาไวยกิจ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้องหนังสือ รวมถึงท่าทีแปลกๆของอลันที่มีต่อน้องสาวของภรรยาผู้ล่วงลับยังคงค้างคาอยู่ในใจ

“จะไปไหน มองไม่เห็นขาก็เจ็บ อยากเจ็บตัวเพิ่มขึ้นรึไง”อลันคว้าแขนเล็กแล้วยื้อไม่ให้เดินต่อ ณฉัตรหันรีหันขวางเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรดี ไปต่อก็ไม่ได้ออกไปก็ไม่ได้แล้วเธอควรอยู่ตรงไหนกัน

“ฉัตรไปรอข้างนอกดีกว่าคะ”

“รอนี่แหละ เดี๋ยวจะให้คนที่บ้านมารับ ฉันกับเพื่อนจะออกไปข้างนอก”อลันกดไหล่บางให้นั่งลงบนโซฟา ณฉัตรจำใจต้องนั่งกลับลงไปที่เดิมอีกครั้ง

“เกรซ เราออกไปข้างนอกดีกว่า วันนี้ผมเคลียร์งานเสร็จแล้ว”อลันหันไปบอกเกรซ

“ถ้าคุณไม่มีงานแล้ว ทำไมไม่ไปส่งเธอที่บ้านละคะ อย่าปล่อยให้เธอรอที่นี่คนเดียวเลย”เกรซออกความคิดเห็น

“ไม่เป็นไรคะ ฉัตรรอที่นี่ได้ เชิญคุณอลันกับแขกเลยคะ อย่าลำบากเลย”

“ไม่ลำบากคะ นะคะแอล เราไปส่งเธอก่อน แล้วจะไปไหนค่อยว่ากัน”อลันมองผู้หญิงสองคนสลับไปมา

“ถ้าเกรซสะดวกยังไงก็ได้”

“งั้นไปกันคะ เดี๋ยวเกรซช่วยประคอง”ร่างระหงส์ก้าวฉับๆไปยังณฉัตรแล้วช่วยประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้น

“ขอบคุณมากคะ ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้ลำบาก”

“ไม่ต้องเกรงใจคะ เรื่องเล็กน้อย”เกรซระบายรอยยิ้มสดใส พลางเหลือบมองหน้าอลัน นายแพทย์ใหญ่ดูเก็บซ่อนอารมณ์บางอย่างไว้ แต่มีหรือจะหลบซ่อนพ้นสายตาผู้หญิงแสนฉลาดอย่างเกรซ เพียงแค่เห็นน้องภรรยาเดินกะเผลกซวนเซเจียนล้มเขาก็แทบพุ่งเข้ามารับเธอ ในใจคงเต้นเร่าๆอยากยกร่างเล็กขึ้นไปอุ้มเสียเองเต็มที

“เอารถเกรซไปดีกว่าคะ เพราะแอลขับสปอร์ตมา มีแค่สองที่นั่งเอง ทิ้งรถแอลไว้ที่นี่แหละ” เกรซกดรีโมทเปิดรถตัวเองทันทีที่มาถึงลานจอดรถ พร้อมกับเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารแล้วดันร่างณฉัตรเข้าไปนั่งตรงเบาะหลัง

“กุญแจคะแอล เป็นคนขับรถให้สาวๆนั่งวันนึงนะ”เกรซบอกอย่างร่าเริง อลันอดคิดไม่ได้ว่าผู้หญิงตรงหน้ากำลังสนุกกับสถานการณ์ในตอนนี้ ในขณะที่ผู้หญิงอีกคนเอาแต่เงียบและแสดงสีหน้าเรียบเฉยเสียจนเขาไม่อาจล่วงรู้ความคิด

ระหว่างทางเกรซเป็นคนเดียวที่ชวนคุยสัพเพเหระ ในขณะที่ณฉัตรถามคำตอบคำ เสียงหัวร่อต่อกระซิกยามที่อลันพูดคุยกับเกรซอย่างถูกคอทำให้ณฉัตรรู้สึกว่าเธอคือส่วนเกินโดยสมบูรณ์แบบ คนตัวเล็กจึงทำทีเป็นหลับตาให้เหมือนคนกำลังหลับใหล จะได้ไม่รู้สึกอึดอัดมากนัก แม้ดวงตาจะมืดบอดแต่หูที่ยังใช้การได้ดีก็ยังได้ยินบทสนทนาเป็นระยะ พลันให้นึกถึงเสียงบทรักเร่าร้อนในเช้าวันนั้นในห้องสือ แค่คิดก็รู้สึกแปลกประหลาด ใช้เวลาเพียงไม่นานก็เดินทางถึงคฤหาสน์ เกรซกุลีกุจอรีบไปช่วยประคองณฉัตร

“ผมเองดีกว่า ณฉัตรเดินไม่ค่อยถนัด เดี๋ยวจะพากันล้มทั้งสองคน”อลันดึงร่างบางเข้ามาประคองเสียเอง เกรซอมยิ้มน้อยๆ หัวหน้าแม่บ้านรีบออกมาต้อนรับ พร้อมกับเปาที่หอบกระถางต้นไม้พะรุงพะรังไปยังเรือนกระจก

“กลับมาซะบ่ายเลย ป้าว่าจะโทรไปถามคุณอลันว่าต้องการให้ไปรับหนูฉัตรหรือเปล่าอยู่พอดี”หัวหน้าแม่บ้านเอ่ยขึ้น

“ฝากดูแลณฉัตรด้วยครับ ผมจะออกไปข้างนอก เปาอย่าลืมให้ณฉัตรทานข้าวทานยาด้วยนะ”อลันหันไปสั่งเด็กรับใช้

“เดี๋ยวเปาเอากระถางพวกนี้ไปไว้ที่เรือนกระจกก่อนคะ พอดีกระถางไฮเดรนเยียด้านหน้ามันล้มแตก ต้องเปลี่ยนกระถางใหม่คะ”

“มีต้นอื่นเสียหายมั้ยคะ”ณฉัตรถามด้วยความเป็นกังวล สองสามวันมานี้เธอแทบจะไม่ได้ดูแลต้นไม้ในเรือนกระจกเลย

“ไม่มีคะ ต้นอื่นอยู่ดีปลอดภัย”

“ที่นี่มีเรือนกระจกด้วยเหรอจ้ะ”เกรซถามเปาด้วยเสียงตื่นเต้น

“มีคะ เรือนกระจกใหญ่มาก มีดอกไม้ต้นไม้หลายชนิดเลยคะ หนูฉัตรเป็นคนดูแลแล้วก็มีคนสวนกับพวกหนูช่วยกันดูคะ”เปาตอบ เกรซส่งสายตาเป็นประกายให้ อลันทันที

“แอลคะ เกรซอยากดูดอกไม้ในเรือนกระจก เราเปลี่ยนแผนกันนะคะ”เกรซออดอ้อนเสียงหวาน อลันเหลือบมองณฉัตร เจ้าของผู้แท้จริงของเรือนกระจกไม่ใช่เขาแต่เป็นคนที่คอยดูแลต้นไม้ดอกไม้อย่างทะนุถนอมต่างหาก

“เอาอย่างนั้นเหรอ”

“เอาอย่างนี้ละคะ”

“ถ้าอย่างนั้นผมจะให้คนจัดชุดน้ำชาในเรือนกระจกแล้วกัน จะได้รองท้องก่อนดินเนอร์”อลันหันไปสั่งแม่บ้านให้จัดเตรียมชุดน้ำชาแบบอังกฤษ

“คุณณฉัตรไปดื่มชาในเรือนกระจกด้วยกันนะคะ เกรซอยากรู้ว่าคุณดูแลดอกไม้พวกนั้นยังไง ไปคะ เดี๋ยวเกรซประคอง”เกรซปรี่เข้าไปประคองณฉัตรทันที อลันทำท่าจะคัดค้าน แต่สาวหม้ายทรงเสน่ห์ไหวไหล่เบาๆส่งสัญญาณว่าเธอต้องการเอาณฉัตรไปด้วยให้ได้ อลันจึงปล่อยเลยตามเลย

“ฉัตรไม่รบกวนพวกคุณดีกว่าคะ”

“เกรซสิคะรบกวน แต่เกรซชอบดอกไม้มากเลยคะ อยากหาเพื่อนคุย”

“อะ เอ่อ”

“แอล อนุญาตแล้ว คุณณฉัตรไม่ต้องกังวลคะ”

จนแล้วจนรอดณฉัตรก็ถูกต้อนจนหาทางปฏิเสธไม่ได้ ทั้งสามเดินเข้าไปในเรือนกระจก แค่ถึงด้านหน้าเกรซก็ส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้น

“ว้าว! มันใหญ่มากเลยคะ แล้วดอกไม้ก็สวยมาก”

“ด้านหน้าเป็นพุ่มไฮเดรนเยียคะ แล้วก็มีพวกดอกไม้เลื้อย”ณฉัตรให้ข้อมูลกับเกรซ

“ไอ้พุ่มไม้เลื้อยสีขาวดอกเล็กๆนั่นเรียกว่าต้นอะไรคะ สวยมากเลย”

“ลัดดาวัลย์คะ คุณท่านชอบพุ่มไม้เลื้อยนี่มาก”พุ่มลัดดาวัลย์คือไม้เลื้อยอันเป็นที่โปรดปรานของอานนท์

“เข้าไปข้างในดีกว่า อากาศด้านนอกมันร้อน”อลันตัดบทเพราะถ้าปล่อยให้ยืนอยู่ตรงนี้ มีหวังคนร่างกายอ่อนแอได้เป็นลมแดดล้มพับไปอีกแน่ เขาเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าณฉัตรยังไม่ได้ทานมื้อเที่ยง ทันทีที่เข้าไปในเรือนกระจก อุณหภูมิโดยรอบลดต่ำลงทันที อากาศบริสุทธิ์เย็นสบาย ภายในเรือนกระจกเต็มไปด้วยดอกไม้หลากชนิดที่กำลังบานสะพรั่ง ทั้งที่ปลูกลงดินและอยู่ในกระถาง เกรซตะลึงงันกับความสวยงาม แหงนหน้าขึ้นสัมผัสกระถางกล้วยไม้ที่แขนอยู่เป็นโซน อีกด้านของเรือนกระจกเป็นชั้นลอย กระถางที่แขวนห้อยลงมามีดอกไม้หลากสีสันแข่งกันบานอย่างสวยงาม

“โอ้โหหห นี่ปลูกขายเลยรึเปล่าคะ เยอะแยะไปหมดเลย”เกรซรู้สึกเหมือนหลงเข้ามาในดินแดนมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยดอกไม้

“ที่แขวนเรียงๆกันอยู่นั่นดอกบิโกเนียรึเปล่าคะแอล”เกรซชี้ไปยังไม้แขวนในกระถางกลีบดอกซ้อนหลายชั้นสีดอกสดใส โดยส่วนมากมีสีส้มสลับชมพูและเหลืองอ่อน อลันขมวดคิ้ว จะว่าตามจริงเขาไม่แทบไม่รูจักดอกอะไรเลย ถ้าลองผ่าเปิดท้องแล้วชี้ไปยังอวัยวะแล้วตั้งคำถามว่านั่นคืออะไร มันคงตอบได้ง่ายกว่า

“ไม่รู้สิ”

“ถ้ากลีบดอกซ้อนใบหนาที่แขวนอยู่คือบีโกเนียถูกแล้วคะ ส่วนถัดไปก็พิทูเนีย กลีบดอกจะบางชั้นเดียวแต่เป็นพันธ์ไม้แขวนเหมือนกัน ส่วนที่อยู่บนตะแกรงในกระถางเล็กๆคือกลอกซีเนีย มันจะคล้ายๆกันคะคุณเกรซ”ณฉัตรอธิบาย เธอจดจำได้ดีว่าโซนไหนปลูกต้นอะไร แม้ดวงตาจะมองไม่เห็นแต่พอจะเดาลักษณะที่เกรซเอ่ยถามออก

“ว้าว คุณณฉัตรสุดยอดไปเลย เก่งจังคะที่รู้จักดอกไม้เยอะแยะ”เกรซเอ่ยชื่นชม

“ก็ถนัดอยู่แค่นี้ละคะ”

“ว่าแต่เกรซชอบดอกอะไรที่สุด เผื่อในเรือนกระจกมีจะได้พาไปดู”อลันเอ่ยถามแทรกขึ้น

“เกรซชอบกุหลาบคะ กุหลาบสีขาว”เกรซบอกพลางกวาดสายตามองหา

“ผมไม่ยักกะเคยเห็นดอกกุหลาบสีขาวในเรือนกระจก เห็นมีแต่สีแดง ทำไมเธอถึงไม่ปลูกดอกกุหลาบสีขาวละณฉัตร”อลันเอ่ยถามจับจ้องไปยังร่างบางที่ยืนนิ่งเงียบ

“ในเรือนกระจกนี่ มีดอกไม้สีขาวมากพอแล้วคะ”ณฉัตรตอบสั้นๆ อลันเองก็เพิ่งสังเกตว่าในเรือนกระจกไม่มีดอกกุหลาบสีขาวเลยแม้แต่ดอกเดียว ทั้งที่มีกุหลาบหลากสีหลากสายพันธุ์อยู่ในเรือนกระจกนี้

“ฉันเพิ่งสังเกตว่าในเรือนกระจกไม่มีดอกกุหลาบสีขาวเลย ทำไมกันคะ”เกรซรู้ว่าต้องมีสิ่งผิดปกติ ณฉัตรบอกว่าไม่ปลูกกุหลาบสีขาวเพราะมันมีดอกไม้สีขาวมากเพียงพอแล้ว นั่นเป็นข้ออ้างที่ดูไม่เข้าที

“คุณรู้มั้ยคะคุณอลันว่าเฌอร์ชอบดอกอะไร”

“เธอ!”อลันเรียกณฉัตรด้วยเสียงอันดังทำให้เกรซถึงกับสะดุ้ง จู่ๆณฉัตรก็เอ่ยถึงพี่สาวตัวเองขึ้นมาด้วยการเอ่ยถามอลัน

“เธอจะถามคำถามที่รู้คำตอบดีไปทำไม”ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่ชอบให้ณฉัตรเอ่ยถึงเฌอร์มาลย์หรือดอกไม้ที่เธอชอบ ความรู้สึกปวดแปลบประหลาดรังแต่จะเกิดขึ้นเสมอเมื่อณฉัตรเอ่ยถึงภรรยาและดอกไม้ที่เธอแสนรัก

“แล้วคุณรู้รึเปล่าคะว่าเธอไม่ชอบดอกอะไร”เหมือนเป็นการท้าทายกันเมื่อณฉัตรยังคงถามต่อ อลันบดกรามแน่น

“อยากบอกอะไรกันแน่”

“ก็กำลังตอบคำถามของคุณเกรซอยู่ไงคะ”ณฉัตรตอบด้วยเสียงเบาหวิว

“เรือนกระจกนี้เป็นของเฌอร์มาลย์ มันจะมีเพียงแค่ดอกไม้ที่เฌอร์มาลย์รักและมันจะไม่มีดอกไม้ที่เฌอร์มาลย์เกลียด”

ณฉัตรไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ คำตอบของเธอสร้างบรรยากาศชวนอึดอัด  การที่มีผู้หญิงคนอื่นเข้ามาภายในเรือนกระจกแล้วเอ่ยถามถึงดอกไม้ที่เฌอร์มาลย์ไม่ต้องการแม้จะเห็น มันทำให้ณฉัตรรู้สึกเจ็บปวดอยู่ลึกๆอย่างไม่มีสาเหตุ เฌอร์มาลย์เกลียดดอกกุหลาบสีขาวด้วยเหตุผลเดียวกันกับที่ณฉัตรรักมัน เพราะมันดอกไม้ที่ทำให้นึกถึงแม่ แม่ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

“ฉัตรรู้สึกว่าจะปวดแผลขึ้นมานิดหน่อยคะ สงสัยคงเดินมากไป ต้องขอตัวก่อนนะคะ”ณฉัตรหันหลังกลับแล้วใช้ไม้เท้าคนตาบอดคลำทางไปตามทางเดิน เปารีบวิ่งเข้ามาประคอง อลันมองตามร่างบางด้วยความรู้สึกกรุ่นโกรธ เขาอยากจะจัดการกับยัยเด็กนิสัยไม่ดีเสียตั้งแต่ตอนนี้ ติดอยู่ที่เกรซยังอยู่ด้วย

“ฉันไม่รู้มาก่อนเลยคะ ว่าเรือนกระจกนี่เป็นของภรรยาคุณ”เกรซเอ่ยเสียงเบาเหมือนรู้สึกผิด

“มันไม่ได้เป็นสถานที่ต้องห้ามอะไรหรอก ใครๆก็เข้ามาได้”

“แต่ใครๆที่ว่า คงไม่ใช่คู่ควงของคุณแน่ ฉันคงทำให้เด็กคนนั้นรู้สึกไม่พอใจ ฉันเองก็คิดน้อยไป ลืมไปเสียสนิทว่าเธอคือน้องสาวของภรรยาคุณ”

“ไม่ต้องรู้สึกแย่หรอก”อลันบอกให้สบายใจ

“เห้อ วันนี้ฉันว่าฉันขอตัวก่อนดีกว่า เอาไว้คราวหลังไปดินเนอร์ที่หรูๆด้วยกัน”

“เกรซไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้หรอก ผมอยากอยู่กับคุณ”

“แน่ใจนะคะว่าอยากอยู่กับฉัน”เกรซดักทาง ทำท่าเอียงคอถาม อลันปั้นหน้านิ่งจนหม้ายสาวอดขำไม่ได้

“เอาไว้วันอื่นดีกว่าคะ คุณติดฉันมื้อนึง คราวหน้าก็ชดใช้ให้สาสมละกัน”เกรซ เบียดตัวแล้วใช้มือสัมผัสแผงอกร่างหนาอย่างแผ่วเบาก่อนจะผละตัวออกห่าง

“บายคะแอล เจอกันเร็วๆนี้”เกรซโบกมือลาน้อยๆ แล้วเดินออกจากเรือนกระจกไป ทิ้งระยะห่างชั่วครู่ อลันก็ตามติดไปอีกคน

เปาประคองณฉัตรขึ้นมาบนห้อง หญิงสาวมีท่าทีเหม่อลอยเหมือนมีอะไรให้คิดอยู่ในใจ เปาสังเกตเห็นท่าทีก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้

“หนูฉัตร หนูฉัตรจ้ะ”เปาเรียกณฉัตรซ้ำสองด้วยเสียงอันดัง หญิงสาวถึงรู้สึกตัว ณฉัตรสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันตามเสียงเรียก

“พี่เปามีไรเหรอคะ”

“หนูฉัตรเป็นไรรึเปล่า ท่าทางเหม่อๆ”เปาถามในขณะที่เอาผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าออกมาเตรียมให้ณฉัตร เพื่อจะได้ให้เธออาบน้ำและเตรียมรับประทานอาหารเย็น

“มีอะไรให้คิดนิดหน่อยนะคะ”

“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจบอกพี่ได้นะจ้ะ แม้พี่จะเรียนมาน้อยแต่ถ้ามีอะไรที่พอจะช่วยทำให้หนูฉัตรสบายใจได้พี่ยินดีนะ”เปาเอื้อมมือไปกอบกุมมือบางไว้ ณฉัตร กุมมือนั้นแน่นหนาเพื่อแสดงถึงความเชื่อใจและขอบคุณสำหรับความหวังดีที่เปามีให้

“ฉัตรขอบคุณพี่เปามากคะที่เป็นห่วงและคอยดูแลฉัตร ฉัตรยังโอเคดีคะ พี่เปาไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”ณฉัตรบอกให้เปาสบายใจ แม้ภายในจิตใจจะเต็มไปด้วยความว้าวุ่น แต่เรื่องที่สร้างความสับสนวิตกกังวลให้เธอเป็นเรื่องที่ยากจะอธิบายให้ใครรู้ได้

“ถ้าหนูไม่เป็นไรพี่ก็ดีใจ มาเถอะอาบน้ำดีกว่า ตัวเหนียวเชียว”

“พี่เปาไปดูแลแขกคุณอลันเถอะคะ ฉัตรช่วยเหลือตัวเองได้”

“รู้สึกว่าแขกคุณอลันจะกลับไปแล้วคะ สงสัยจะเป็นคุณผู้หญิงคนใหม่ของคุณ อลันซะละมั้ง ไม่เคยเห็นพาใครมาที่คฤหาสถ์นอกจากคุณคนนี้”เปาตั้งข้อสังเกต ซึ่งณฉัตรเองก็คิดไม่ต่างกัน แม้จะรู้ดีว่าสองคนนั้นมีความสัมพันธ์ในแบบไหน แต่ลึกๆแล้วความรู้สึกหน่วงๆภายในใจยังคงวนเวียนอย่างน่าแปลกประหลาด

“กลับไปแล้วเหรอคะ ทำไมกลับไปเร็วจัง”คงเป็นเพราะคำพูดที่เธอแสดงออกไปในเรือนกระจกเมื่อกล่าวถึงเฌอร์มาลย์ อาจทำให้เกรซรู้สึกไม่ดี ณฉัตรรู้สึกโทษตัวเอง เธอไม่รู้ตัวว่าพูดแบบนั้นออกไปได้ยังไง แต่การเห็นผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่พี่สาวของตนอยู่ในเรือนกระจกนั้นโดยมีอลันเคียงข้าง มันขับให้ความรู้สึกไม่พึงพอใจออกมาเด่นชัดเสียจนควบคุมอารมณ์และคำพูดคำจาของตัวเองไม่ได้

“ไม่รู้เหมือนกันคะ เพิ่งจัดชุดน้ำชาเสร็จยังไม่ทันได้ดื่มเลย ก็ต้องเก็บโต้ะอีกแล้ว”

“งั้นพี่เปาไปช่วยป้านุ่นดีกว่าคะ เดี๋ยวฉัตรจะอาบน้ำ แค่ช่วยเอาพลาสติกหุ้มแผลที่เท้าก็พอ ที่เหลือฉัตรช่วยตัวเองได้”

“เอางั้นเหรอคะ ไม่ลำบากเหรอ”

“พี่เปาก็รู้ว่าฉัตรเก่ง”ณฉัตรฉีกยิ้มกว้าง เปาพยักหน้าตอบรับ

“เอางี้ดีกว่า เดี๋ยวพี่ช่วยอาบน้ำ เสร็จแล้วหนูฉัตรแต่งตัวเองแล้วกัน พี่จะได้ลงปช่วยป้านุ่นกับคนอื่นทำอาหารเย็น”

“เอางั้นก็ได้คะ”

เปาประคองณฉัตรออกมาจากห้องน้ำ หญิงสาวอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ ห่อผมที่เปียกด้วยผ้าขนหนู ณฉัตรนั่งลงบนเตียง เปาแกะผ้าที่พันอยู่บนศีรษะออก พร้อมขยี้เช็ดผมที่เพิ่งผ่านการสระมาหมาดๆให้แก่ณฉัตร

“พี่เช็ดผมให้ก่อนดีกว่า ไม่มีไดรซ์ซะด้วย อย่านอนทั้งผมเปียกเลยเดี๋ยวจะไม่สบาย”เปาเช็ดผมอย่างนิ่มนวล ณฉัตรเอาผ้าขนหนูผืนเล็กซับหน้าตัวเองเบาๆ

“กี่โมงแล้วคะพี่เปา”

“เกือบห้าโมงแล้วคะ”

“เย็นขนาดนี้แล้ว พี่เปาไปช่วยในครัวเถอะคะ เดี๋ยวจะไม่ทันตั้งโต๊ะ ฉัตรช่วยเหลือตัวเองได้คะ”ณฉัตรรู้สึกเกรงใจเปาเป็นที่สุด เธอไม่ได้อยู่ในฐานะเจ้านาย ไม่จำเป็นเลยที่เปาต้องมาดูแลรับใช้เป็นพิเศษ

“หนูฉัตรช่วยตัวเองได้แน่นะคะ”เปาถามย้ำให้แน่ใจ

“ได้แน่นอนคะ สบายมากไม่ต้องห่วง”ณฉัตรบอกด้วยเสียงหนักแน่นเป็นการยืนยันให้เปาสบายใจ

“งั้นพี่ลงไปช่วยในครัวก่อน เสื้อผ้าหนูฉัตรพี่วางไว้ตรงนี้นะคะ”เปาดึงมือณฉัตรมาสัมผัสกับเสื้อผ้าที่จัดเตรียมวางไว้ให้บนเตียง

“เดี๋ยวสักหกโมงพี่จะเอาอาหารเย็นมาเสิร์ฟนะคะ หนูฉัตรจะได้ทานยา”

“ขอบคุณมากคะพี่เปา”

เปาลุกขึ้นจากเตียงแล้วออกไปนอกห้อง  ณฉัตรเช็ดผมตัวเองต่อ เพราะผมยาวเป็นลอนและค่อนขางดกหนาจึงต้องใช้เวลาเช็ดนานพอสมควร เสียงปิดประตูดังไม่ทันถึงห้านาที เสียงลูกบิดเปิดประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง มีใครบางคนเข้ามาภายในห้อง

“พี่เปามีอะไรรึเปล่าคะ”ณฉัตรร้องถามเพราะคิดว่าคนที่เข้ามาภายในห้องเป็นเปา หากแต่เสียงฝีเท้าและการเคลื่อนไหว บ่งบอกณฉัตรว่าเป็นคนอื่น หญิงสาวดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงทันที แล้วถอยไปสองสามก้าวเหมือนหวาดระแวง

“นั่นใครคะ”

“ระมัดระวังตัวซะจริงนะ ประตูก็ไม่ได้ล็อก”เสียงทุ้มเอ่ยอย่างประชดประชัน คนที่เข้ามาภายในห้องคืออลันนั่นเอง ณฉัตรกระชับเสื้อคลุมอาบน้ำตัวเองอย่างมิดชิด เพราะอยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะสมจะพบปะพูดคุยกับใครตอนนี้

“คุณอลันมีธุระอะไรกับฉัตรคะ”

“เข้ามาในห้องนี้ฉันต้องมีธุระด้วยเหรอ ทุกห้องทุกตารางนิ้วในคฤหาสถ์หลังนี้ฉันมีสิทธิ์จะไปไหนมาไหนก็ได้”

“แต่ตอนนี้มันเป็นห้องของฉันแล้วคะ เพราะคุณอลันอนุญาตให้อยู่ได้ แล้วห้องนอนก็เป็นที่ส่วนตัวคะ”ตอบโต้อย่างทันควัน นั่นก็เพราะรู้สึกรำคาญคนชอบวางอำนาจบาจใหญ่และยกเรื่องเป็นเจ้าของบ้านมากดขี่เธอเสมอ จริงอยู่ที่เขาเป็นเจ้าของทุกอย่างในปรีชาไชยกิจ แต่ใช่ว่าจะละเมิดสิทธิผู้อื่นได้เสียเมื่อไหร่

“อ้อ เดี๋ยวนี้รู้จักตอบโต้แล้วเหรอ ฉันว่าฉันต้องสอนมารยาทเธอแล้วก็เรื่องบางให้เธอทำความเข้าใจเสียใหม่”ร่างหนาย่างสามขุมเข้าไปหาคนตัวเล็กที่ค่อยๆถอยร่นไปจนเกือบชิดติดฝาผนัง อลันเข้าติดประชิดตัวณฉัตรอย่างรวดเร็ว หญิงสาวรู้ดีว่าภัยอันตรายมาถึงตัวอีกครั้ง

“ขอฉัตรแต่งตัวก่อนได้มั้ยคะ แล้วเราค่อยคุยกัน”ณฉัตรได้ยินเสียงอลันหัวเราะในลำคอเบาๆเหมือนเยาะเย้ย

“ไม่ต้องมาทำท่าทางหวาดกลัวหรือรักนวลสงวนตัวอะไรทั้งนั้น ในเรือนกระจกนั่นฉันยังเห็นเธอใจกล้าปากดีกับแขกของฉันอยู่เลย”อลันตวาดเสียงดังลั่น คาดคิดไว้แล้วว่าเขาต้องย้อนมาเล่นงานเธอเรื่องนี้ แต่ไม่คิดว่าจะรวดเร็วขนาดนี้คิดว่าอลันจะออกไปเสพสุขกับเกรซเสียอีก

“ทำไมห๊ะ เป็นบ้าอะไรถึงกล้าพูดแบบนั้นกับแขกของฉัน สมใจแล้วสิที่ได้ไล่เกรซไป”อลันกระชากแขนเล็กแล้วบีบแน่นจนแทบหัก ณฉัตรกัดริมฝีปากอดกลั้นกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น

“ก็คุณถามฉัตรว่าทำไมถึงไม่มีกุหลาบสีขาวในเรือนกระจก ฉัตรก็ตอบว่าเป็นเพราะเฌอร์เกลียดดอกไม้นั่น มันผิดด้วยเหรอคะ”ณฉัตรบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่นเครือ แต่อลันกลับใช้อีกมือบีบแขนอีกข้างของเธออย่างสุดแรง มันเจ็บจนแทบน้ำตาร่วง

“ทำไมฉันจะไม่รู้ณฉัตรว่าเธอต้องการอะไรจากคำตอบนั้น”อลันยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ลมหายใจกรุ่นรดปลายจมูก

“ทำไม หรือหวงแทนพี่สาว”คำถามนั้นทำให้ณฉัตรถึงกับสะอึก อลันรั้งเอวบางเข้ามาในอ้อมกอด จ้องมองดวงหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความประหวั่นพรั่นพรึงจนเก็บซ่อนไม่มิดพลางแสยะยิ้มเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

“หรือว่า…หึงผู้หญิงคนนั้น”ใบหน้าที่อยู่ใกล้แค่ปลายจมูกเห่อแดงเปลี่ยนสีทันทีทันใด ณฉัตรส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน

“หึงแทนพี่สาวหรือหึงแทนตัวเอง”

“ไม่ได้หึงคะ”

“โกหก”

“ไม่ได้โกหกคะ”ตอบด้วยเสียงพร่า ปากคอสั่นไปหมด

“เธอมีสิทธิ์อะไรมาหึงฉันกับผู้หญิงคนอื่นไม่ทราบ”ไล่ต้อนต่อไป อันที่จริงเขารู้สึกพอใจอยู่ลึกๆที่ณฉัตรรู้สึกแบบนั้น แม้ยัยตัวดีจะยืนกรานหนักแน่น แต่เขามองปฏิกิริยาท่าทางออกจนหมดเปลือก คะแนนจิตวิทยาของเขาดีเยี่ยมเป็นที่หนึ่งในคลาส เรื่องอ่านสีหน้าความคิดคนไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย

“เราเป็นอะไรกันหึ เธอถึงกล้าหึงฉัน”ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแนบชิดจนกัน ณฉัตรเบี่ยงตัวหลบทันที พยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอด แต่อลันรวบรัดร่างไว้อย่างแน่นหนา เขาไม่ยอมปล่อยให้ลูกกวางตัวน้อยที่กำลังแตกตื่นหนีไปได้หรอก

“ตอบสิ เงียบทำไม”

“ตอบไปก็ไม่เชื่อไม่มีอะไรจะพูดคะ คุณอลันปล่อยสิคะ”พยายามดิ้นรนให้หลุดจากอ้อมกอด แต่อลันกลับกระชับแน่นกว่าเดิม

“หรือว่าไอ้ที่เราทำๆกันอยู่มันทำให้เธอคิดไปไกล”จ้องลึกเข้าไปในดวงตาบอดสนิทที่ไร้แวว คนตัวเล็กกัดริมฝีปากแน่นเหมือนพยายามสะกดกลั้นบางอย่าง

“เธอหวังอะไรอยู่ณฉัตร”

“หวังว่าสักวันคุณจะปล่อยฉันไป หวังว่าคุณจะเลิกทำแบบนี้กับฉัน”ณฉัตรตอบด้วยเสียงพร่าสั่น กลั้นน้ำตาไว้จนแทบไม่อยู่ ภายในใจหนักอึ้งไปด้วยมวลความรู้สึกมากมายที่รังแต่จะทับถมให้เธอรู้สึกทานทนกับทุกอย่างไม่ไหว อลันบดกรามนูนเป็นสันเมื่อนึกถึงคำพูดของชานนท์ ผู้ชายคนนั้นบอกว่าต้องการของของเขาคืนและผู้หญิงที่ยืนตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดกำลังอ้อนวอนให้เขาปล่อยเธอไป มันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อตอนนี้สิ่งที่ชานนท์ต้องการมันคือของของเขา ของเขาคนเดียว

“นั้นก็เลิกหวังได้เลย ทั้งเธอเองแล้วก็ไอ้เวรชานนท์นั่น เพราะเธอไม่มีวันเป็นอิสระ”

“อื้ออออออออ”

สิ่งที่ตามมาจากหลังจบประโยคนั้นคือริมฝีปากหยักร้อนที่ทาบทับสนิทลงบนกลีบปากบาง อลันดันร่างเล็กเข้าไปจนชิดติดผนังเย็นเฉียบของห้อง ตรึงร่าง ณฉัตรไว้ด้วยพละกำลังที่มีมากกว่า สองมือแกร่งแข็งแรงจับใบหน้าเรียวเล็กล้อมกรอบไว้ไม่ให้เบี่ยงหนี แล้วจู่โจมหญิงสาวด้วยริมฝีปากที่เต็มไปด้วยแรงปราถนา เรียวลิ้นยาวฉกวูบเข้าไปในโพรงปากเหมือนอสรพิษร้ายที่กลั่นพิษร้ายแรงพ่นออกมาจนทำให้เรียวปากชาดิก เป็นอัมพาตยินยอมให้แทรกซึมเข้ามากวาดต้อนทุกอย่างไปจนหมดสิ้น ณฉัตรเผยอริมฝีปากออกเพื่อผ่อนลมหายใจ เธอไม่ประสีประสาเรื่องจูบมากนัก แต่จากประสบการณ์และบทเรียนที่อลันมอบให้ ทำให้รู้ว่าในอีกไม่นานเธอจะต้องขาดอากาศหายใจ เพราะถ้าเธอไม่ช่วยเหลือตัวเองคงรู้สึกเหมือนขาดอากาศราวกับถูกกดจมอยู่ในน้ำ รสสัมผัสที่เริ่มต้นด้วยความจาบจ้วงรุนแรงค่อยๆผ่อนปลน เพียงแค่สัมผัสตรงริมฝีปากก็ลากจูงให้ร่างกายอ่อนระทดระทวยเป็นขี้ผึ้งโดนเปลวไฟ ด้วยเพราะรู้ดีว่าจะไม่มีทางหลบหลีกจากเงื้อมมือของเขา ณฉัตรจึงยินยอมให้อลันฉกจูบปล้นความหอมหวานไปจากเธออย่างโดยง่าย ดูเหมือนว่าคนตัวโตจะยิ่งได้ใจ เขากระชับมือบีบใบหน้าเรียวเล็กให้มั่นคงกว่าเดิม แล้วสอดลิ้นเข้าไปลึกล้ำราวกับต้องการสูบกลืนลมหายใจให้เหือดหายไป

แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก

กดจูบเน้นๆแล้วกัดริมฝีปากล่างย้ำๆซ้ำๆอีกสองสามครั้งถึงจำใจผละออกมา ดวงตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าแดงเห่อที่เส้นผมเปียกหมาดระไล้อยู่ตามใบหน้า ทรวงอกที่มีเพียงผ้าคลุมอาบน้ำสีชมพูห่อหุ้มกระเพิ่มขึ้นลงล่อตาล่อใจ

“อ๊ะ”

ร่างบางสะท้านเยือกเมื่อฝ่ามือร้อน แหวกแทรกเสื้อคลุมอาบน้ำเข้ามาสัมผัสกับเนินอกที่เปลือยเปล่า ร่างกายหนาร้อนเบียดชิดไปกับร่างเล็ก มือกระด้างข้างหนึ่งกางตะปบบีบขยำเต้าทรวงเต่งตึงเบาๆอีกมือเลื่อนต่ำลงแล้วแหวกผ่านชุดเสื้อคลุมไปลูบไล้ด้านในของเรียวขาอ่อน อลันเป็นศัลยแพทย์ที่ถนัดการใช้มือทั้งสองข้าง ไม่ว่าจะใช้ไปเพื่อการผ่าตัดหรือประเล้าประโลมก็ให้ผลดีเยี่ยมไม่ต่างกัน

“เธอสวยมากรู้มั้ย”กระซิบใส่หูเสียงแผ่วเต็มไปด้วยความต้องการอย่างเต็มเปี่ยม ก้มลงซกไซร้ซอกคอระหงส์ สัมผัสกับหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนร่างกายเย็นชื้นและเส้นผมเปียก ลากหนวดสากไปตามไหปลาร้าวกไปยังแอ่งชีพจร กดจูบดูดเม้มจนทำให้ร่างบางสั่นสะท้าน

“อื้ออออ”เสียงหวานครางในลำคอ เมื่อยอดถันถูกบี้คลึงปลุกปั่นให้แข็งชูชันสลับกับบีบคลายหนักเบาเป็นระยะ เรียวขาแนบชิดติดกันเพราะมือซุกซนเอาแต่ลูบไล้วนไปมาขึ้นลง

“อะ อ๊า”สะดุ้งจิกปลายเท้าข้างที่บาดเจ็บอย่างลืมตัวเพราะนิ้วร้ายคืบคลานเข้าไปกรีดกรายกลีบกุหลาบงาม สัมผัสแค่ส่วนปลายนิ้วก็เกี่ยวพาความรู้สึกวูบวาบในช่องท้องให้ว้าวุ่นไปหมด นิ้วร้ายหยอกล้อสะกิดติ่งเกสรที่สั่นระริกด้วยความกระสัน น้ำหวานมากมายไหลเยิ้มทะลักออกมาจากใจกลางกลีบดอก ยิ่งคว้านลึกเท่าไร ยิ่งฉ่ำเยิ้มจนเปรอะเปื้อนไปทั่ว นิ้วเรียวทั้งสองสอดลึกเข้าไปยังใจกลางกลีบดอกโยกนิ้วขึ้นลงสลับกับเข้าออก ทำให้คนถูกรุกล้ำเผลอไผลขยับช่วงตัวตามเป็นจังหวะ

“อ๊ะ อ๊า อ๊า”ณฉัตรเหมือนต้องมนต์สะกด อยากจะฝืนและสกัดกั้นความรู้สึกไม่ให้แสดงออก แต่มีหรือผู้หญิงไม่ประสีประสาอย่างเธอจะต้านทานวายร้ายผู้ช่ำชองในบทรักอย่างอลันได้ แม้แต่การสะกดกลั้นเสียงครวญครางให้เงียบที่สุดยังทำได้ยาก มิหนำซ้ำยังเบียดกายเข้าหาทุกครั้งที่เขาสอดนิ้วถลำลึกและดึงออก

“คะ คุณอลันขา ไม่ได้นะคะ เดี๋ยวมีคนเข้ามาเห็น”ร้องห้ามเสียงสั่น ทั้งที่พอเขาดึงนิ้วเข้าออกก็โยกตัวตามเป็นจังหวะ

“ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอก”อลันกระซิบบอกเสียงพร่า ตอนนี้เลื่อนใบหน้าลงไปดูดดึงยอดอก ร่างบางแอ่นตัวสะท้านตอบรับการสัมผัสทันที น้ำเสียงเล็กๆร้องครางในลำคอปลุกปั่นอารมณ์เขาให้กระเจิดกระเจิงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

“ดะ เดี๋ยวพี่เปาจะเข้ามานะคะ”บอกด้วยความหวาดหวั่น ณฉัตรไม่อยากให้ใครรับรู้เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับอลัน เพราะรู้ว่ามันจะนำพามาซึ่งอะไร

“ช่างมันสิ ใครจะเห็นก็เห็น ฉันจะรักเมียของฉัน มันผิดรึไง”เขาโยนสถานะเมียให้เธออีกครั้ง มันเกิดขึ้นเฉพาะเวลาที่ต้องการเสพสุขกับร่างกายของเธอเท่านั้น รู้สึกเจ็บปวดลึกร้าวไปถึงกระดูกดำ

“ไม่คะ อย่าเลยนะคะ คุณอลันขา”เสียงหวานอ้อนวอน จนคนฟังแทบทรุดลงไปกองตรงแทบเท้า อลลันเงยหน้าแล้วเชยคางณฉัตรให้หันมาสบตาเขา ทั้งๆที่รูว่าเธอมองไม่เห็น ริมฝีปากบางสีชมพูเม้มเรียบจนเป็นเส้นตรง ดวงหน้าหวานเว้าวอนอย่างน่าสงสาร

“ฉันต้องการเธอณฉัตร และเธอก็ต้องการฉัน”

มีเพียงเสียงลมหายใจระหว่างกัน ณฉัตรไม่อาจปฏิเสธความจริงนั้นได้ สัมพันธ์สวาทระหว่างเธอและเขาไม่ว่าจะเริ่มด้วยความเต็มใจหรือไม่ ท้ายที่สุดก็ต้องยอมรับว่าเคลิบเคลิ้มและตกอยู่ในบ่วงนั้นอยู่ร่ำไป

ปมเชือกชุดคลุมอาบน้ำถูกกระตุกออก ชุดคลุมค่อยๆร่วงหล่นลงบนพื้น ร่างกายเปลือยเปล่าเนียนละเอียดผุดผ่องจับต้องกับแสงไฟสลัวภายในห้อง ความงามที่บานสะพรั่งอยู่ตรงหน้ามิอาจทำให้อลันละสายตาได้ เขาไม่เคยพึงพอใจอะไรเท่านี้มาก่อน ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าคนตรงหน้าจะแสดงสีหน้าหวาดหวั่นหรือทุกข์ใจมากแค่ไหน เขาเห็นเพียงเรือนร่างที่สวยงามราวกับเทพปั้นแต่ง และเขาต้องการครอบครองเสียเดี๋ยวนี้ อลันยกร่างบางขึ้นอุ้มแล้วบรรจงวางบนเตียงอย่างแผ่วเบา จ้องมองเรือนร่างงามที่หายใจระทดระทวยจนแทบละลายคาเตียงด้วยสายตาเร่าร้อน รีบเร่งปลดเปลื้องเสื้อผ้าตัวเองออกจากร่าง แล้วตามลงไปคร่อมร่างคนบนเตียงไว้ ลูบไล้เส้นผมเปียกชื้นที่แผ่สยายบนเตียงเบาๆ ก่อนจะก้มลงมอบจุมพิตอันดูดดื่ม หวานลึกล้ำทว่าหนักหน่วง

“อืมมมม”คราวนี้เป็นการป้อนจูบไม่ใช่การปล้นกันเหมือนก่อนหน้า คนไม่ประสาจำใจต้องเผยอริมฝีปากต้อนรับเรียวลิ้นอุ่นอีกคราว ถูกต้อนจูบจนต้องแลกลิ้นตอบ สองมือหยาบละไล้ไปตามทรวดทรงส่วนเว้าโค้ง สัมผัสผิวกายเนียนละเอียดนุ่มลื่นอย่างลุ่มหลง ก่อนจะปลดปล่อยลมหายใจให้เป็นอิสระอีกครั้ง คนบนร่างไล่พรมจูบแก้มใสสองข้าง เรื่อยลงมาไซ้ซอกคอ ป้วนเปี้ยนวนเวียนกับการสร้างร่องรอยอยู่บนคระหงส์ จากนั้นลื่นไถลริมฝีปากนุ่มลื่น ฝังลงไปตรงซอกระหว่างอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมางับปลายถัน ดูดกลืนเม็ดทับทิมสีชมพูเข้าไปในโพรงปาก เป็นผลให้คนใต้ร่างสะดุ้งยกเด้งเรือนร่างขึ้นมาจากเตียงทันที

“ซี้ดดด อ่า”เสียงหวานครวญครางแผ่วเบา หวาดกลัวเหลือเกินว่าจะมีใครเข้ามาเห็น แต่มาไกลเกินกว่าจะร้องห้ามทั้งเขาและเธอให้หยุดการกระทำนี้เสีย เสียงดูดดึงยอดอกดังจ้วบจ้าบอย่างน่าอับอาย แต่ร่างกายกลับตอบสนองอย่างดีเยี่ยม เรือนกายคนทั้งสองเบียดเข้าหากัน จากที่รู้สึกเย็นชื้นก็ถูกปลุกปั่นราวกับน้ำที่ตั้งอยู่บนกองฟืนที่กำลังโหมกระหน่ำ อีกไม่ช้าไม่นานคงเดือนพล่าน อลันประคองเต้าทรวงไว้ในมือจนล้น ดูดกลืนอย่างตะกละตระกรามราวกับอดอยากหิวโซ นวดเคล้นห้าอกรุนแรงขึ้นตามอารมณ์ดิบเถื่อน ณฉัตรดิ้นพล่านไปมาจนผ้าปูที่นอนยับยู่ อยากจะจิกยันปลายเท้าเพื่อระบายความเสียวกระสัน แต่ก็รู้สึกปวดแปล้บตรงแผลป็นระยะ จึงทำได้แค่บิดเร่าร่างกายส่วนบน ง่วนอยู่เป็นนานสองนานกับสองเต้าสล้าง ในที่สุดก็ผละออกมาแล้วไล่ริมฝีปาก้อนพรมจูบไปเรื่อง อลันจับเรียวขาข้างหนึ่งพาดบ่าแล้วจูบซับไปตามปลีน่อง นั่นสร้างความเสียวสะท้านวูบวาบไปทั่วร่าง

“คุณอลันขา”เสียงเรียกชื่อเว้าวอนเสียจนเขารู้ดีว่าคนตัวเล็กต้องการอะไร นิ้วเรียวสอดเข้าไปสำรวจกลีบกุหลาบงามอีกครั้ง มันฉ่ำเยิ้มชื้นแฉะไปทั่วปลายนิ้ว อลันรู้ดีว่าหญิงสาวพรั่งพร้อมสำหรับทุกสิ่ง และตัวตนของเขาที่ผงาดรอท่าตั้งแต่ได้สัมผัสลูบไล้ก็จวนเจียนคลั่งเต็มที สองมือแหวกเรียวขาออกให้กว้าง แทรกลำตัวเข้าไปอยู่ระหว่างกลาง จับแกนกายที่ผงาดแข็งเป็นลำมาจดจ่อตรงกลีบกุหลาบสีหวาน ใช้ส่วนปลายแตะวนลิ้มลองชิมน้ำหวานจากเกสร แค่สัมผัสผะแผ่วคนตัวเล็กก็ยกสะโพกลอยด้วยความเสียวกระสัน

“นิดเดียวนะคนดี ฉันจะอ่อนโยนกับเธอ”ปลอบประโลมด้วยสุ้มเสียงอ่อนหวาน ก่อนจะสอดแกนร้อนเข้าไปในใจกลางกลีบดอก ณฉัตรถดสะโพกหนีทันทีเพราะกลัวว่าความใหญ่โตของเขาจะทำร่างกายเธอฉีกขาดเป็นชิ้นส่วน แต่คนตัวโตว่องไวเสมอ เข้ารั้งสะโพกไว้แล้วจับกดแกนกลางพรวดเข้าไปรวดเดียว นำมาซึ่งความปวดจุกเสียดแน่นไปหมด เกร็งขืนไปทั่วท้องและรู้สึกหายใจไม่ออก

“อวู้วววววววว”เป่าปากระบายลมหายใจ ไม่มีแม้แต่ครั้วเดียวที่ร่วมรักกับเด็กคนนี้แล้วเขาจะผ่านเข้าไปในตัวเธอได้อย่างง่ายได้ กลีบดอกบอบบางแต่กลับรัดรึงแกนกายของเขาจนแน่นขนัดไปหมด

“อ่าสสส เธอรัดฉันแน่นเหลือเกินยัยตัวเล็ก”เขารู้สึกราวกับณฉัตรย่อส่วนตัวเองได้ เนินเนื้ออวบอูมของเธอบีบรัดเขาจนเสียวกระสันไปถึงขั้วหัวใจ อลัยจัดท่าทางยกขาสองข้างขึ้นพาดบ่า จับปลายเท้าไว้ ผ่อนลมหายใจเข้าออกติดกันสองสามครั้วก่อนจะเริ่มขยับแกนกายช้าๆ

“อ๊า อ๊า”ทั้งเสียวทั้งแน่นอึดอัดในคราเดียวกัน อลันโยกสะโพกแกร่งเข้าออก ดันตัวตนเข้าไปจนลึกสุด แล้วดึงออกสลับไปมา ร่างบางแทบโผตามแกนกายที่ขยับเป็นจังหวะอย่างลงตัว

“คุณอลันขา อืออออ ฉัตร อือออ”เสียงครางอืออา บ้างร้องเรียกชื่ออลันสลับกันไปทำให้รู้ว่าคนตัวเล็กเสียวกระสนมากมายขนาดไหน ร่างกายส่วนบนบิดเร่า ทรวงอกกระเพิ่มขึ้นลงไปมา เป็นภาพที่ชวนมอง อลันเพิ่มแรงห่มซัดสะโพกกระแทกเข้ากระแทกออก ร่างอรชรบิดเร่าแทบจะแดดิ้นขาดใจตายคาเตียง

“ดีมั้ย ณฉัตร แรงอีกมั้ย”ถามเสียงพร่า ในขณะที่แกนกายกำลังทำหน้าที่ขับเคลื่อนอย่างสุดกำลัง

“ซี้ดดดดดดด อ่าส์ สะเสียว อื้ออออ”น้ำตาหยดแหมะลงบนพวงแก้มเพราะเสียวกระสันเสียจนคิดว่าจะขาดใจตายลงในวินาทีนี้

“ซี้ดดด ซี้ดดดดดดด ดีเหลือเกินสาวน้อย”อลันพร่ำเพ้อ นั่นเพราะคนใต้ร่างตอบสนองด้วยการร่อนส่ายสะโพกเติมเต็มความซ่านเสียวขึ้นไปอีกทวีคูณ ใบหน้าเรียวเหยเกส่ายไปมา พลางเด้งสวนเรือนร่างยามที่อลันกระแทกตัวตนเข้ามาจนสุดทาง รฉัตรรู้สึกสมองพร่าเบลอ และความต้องการบางอย่างเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดเร่งเร้าให้อลันถ่าถาชมตัวตนเข้าใส่โดยหลงลืมไปว่ามันเคยสร้างความเจ็บปวดให้เธอเพียงไหน ยวงเนื้อที่ฉ่ำแสบร้อนและลุกไหม้ไปในคราเดียวกัน

“คุณอลันขา ระเร้วอีก อ๊า”เป็นครั้งแรกี่เร่งเร้าให้เขาสาดใส่ความต้องการมาในตัวเธอโดยลืมความอับอาย อลันรัวสะโพกถี่ยิบ วอยเข้าออกอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ร่างบางดีดดิ้นส่ายไปมาเหมือนควบคุมตัวเองไม่อยู่ อลันรู้ว่าทุกอย่างใกล้ถึงจุดระเบิด

“พร้อมกันนะเด็กดี ซี้ดดดดดดดดด”

“อ๊า อร้างงงงงงงงงง”

อีกไม่กี่วินาทีต่อมา ร่างกายทั้งสองแทบระเบิดเป็นจุณ อลันปลดปล่อยลาวาขาวขุ่นฉีดพุ่งเข้าในในโพรงเนื้อ ร่างกายณฉัตรสั่นเทิ้มหวีดเสียงหลงลืมทุกอย่าง โผคว้ากอดร่างอลันแนบแน่น ร่างกายเปลือยเปล่าเบียดแนบชิด แล้วทั้งสองก็ไม่ได้ยินเสียงอื่นใด นอกจากเสียงหอบโยนของลมหายใจที่สอดคล้องกับจังหวะหัวใจที่เต้นกระหน่ำ

…………………………………….

“คุณอลันออกไปได้แล้วคะ”เอ่ยด้วยเสียงทื่อในขณะที่กำลังสวมสวมทับชุดคลุมอาบน้ำ ร่างท่อนบนเปลือยเปล่าหยัดตัวลุกขึ้นจากเตียงแล้วจ้องมองคนตรงหน้าอย่างอารมณ์ดี

“ทำเสียงเข้มเชียว เมื่อกี้ยังทำเสียงเพราะๆอยู่เลย”กระเซ้าเย้าแหย่ทำให้คนตัวเล็กใบหน้าเป็นสีแดงจัดด้วยความเขินอาย

“คุณอลันได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็ออกไปสิคะ”เอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อน้อยใจ ทำสีหน้าบึ้งตึง อลันทำเสียงขัดใจในลำคอ ก่อนจะยื่นมือออกไปคว้าแขนแล้วดึงร่างเล็กลงมานั่งซ้อนทับบนตักเขา ตามด้วยการรวบกอดแล้วอาคางเกยไหล่ไว้

“ใช้งานกันจนเหนื่อยแล้วก็มาไล่เนี่ยนะใจร้ายจัง”ทำเสียงออดอ้อนแบบที่ไม่คุ้นชิน ณฉัตรไม่เข้าใจผู้ชายที่อารมณ์แปรปรวนอยู่ตลอดเวลาอย่างอลันสักนิด ประเดี๋ยวเขาก็ออดอ้อนทำดีประเดี๋ยวผีร้ายก็เข้าสิงทำลายล้างทุกอย่าง เธอไม่รู้วิธีการที่จะรับมือกับเขา

“เดี๋ยวพี่เปาจะเข้ามาแล้วคะคุณอลันคงไม่อยากให้ใครรู้ใช่มั้ยคะว่าเข้ามาในห้องนี้ทำไม”

“เปาไม่เข้ามาหรอก”อลันบอก ณฉัตรขมวดคิ้วเป็นปมอย่างสงสัย

“รู้ได้ไงคะ”

“เพราะฉันสั่งห้ามใครขึ้นมาบนนี้จนกว่าจะถึงเวลาตั้งโต้ะ แล้วถ้าฉันไม่ลงไปก็ห้ามใครมาเรียก”เป็นอย่างนี้นี่เอง เขามันร้ายกาจเสียจริง

“ที่ให้มาอยู่บนตึกไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะลำบาก แต่เพราะจะได้ฉวยโอกาสทำแบบนี้ได้สะดวกสินะคะ”ในที่สุดก็เข้าใจจุดประสงค์ เก็บเธอไว้ใกล้ๆอต้องการเมื่อไหร่ก็จะได้สนองตอบทันท่วงที

“ไม่เกี่ยวหรอก ไม่ว่าจะรังของเธอบนตึกหรือว่าที่ไหน ถ้าฉันต้องการเธอ ฉันก็ต้องได้”แม้จะรู้ว่าคำพูดนั้นจะกรีดเฉือนจิตใจของคนฟังสักแค่ไหน แต่อลันก็ไม่สนอะไรมากนัก ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจ ณฉัตรก็เป็นของของเขาอยู่ดี คนตัวเล็กนิ่งเงียบไปเพราะจนด้วยคำพูดทุกอย่าง แน่ชัดแล้วว่าสถานะของเธอก็แค่เครื่องระบายความใคร่ของเขา ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

“เหมือนตอนนี้ ถ้าฉันต้องการเธออีก เธอก็ห้ามฉันไม่ได้”กดจูบไปบนเรือนผมชื้นสูดกลิ่นหอมจากแชมพู แล้วซุกไซร้ตรงพวงแก้มใส

“ผมเปียกอยู่เลย เดี๋ยวไม่สบาย ฉันจะเช็ดผมให้”คว้าผ้าขนหนูที่หล่นอยู่บนเตียงแล้วเริ่มเช็ดปลายผมอย่างทะนุถนอม ผมหยักเป็นลอนตามธรรมชาตินุ่มลื่นน่าสัมผัส อลันอมยิ้มน้อยๆเขาไม่ได้ทำแบบนี้ใครมานานเท่าไรแล้วนะ นานมากนับตั้งแต่เฌอร์มาลย์จากไป

นับตั้งแต่เฌอร์มาลย์จากไป***….***

มือที่สมผัสปลายผมหยุดนิ่ง ความรู้สึกปวดแปลบแบบที่ทำให้แทบหยุดลมหายใจเข้ามาแทรกอาการเหมือนตอนที่ร่างกายขาดเลือดไปเลี้ยงหัวใจอย่างเฉียบพลัน มันเจ็บแปล้บชาวาบไปทั้งแผงอกด้านซ้าย แค่นึกถึงเฌอร์มาลย์ แค่ได้เห็นผู้หญิงที่เหมือนกันราวกับเงาของเฌอร์มาลย์เขาก็แทบตาย

“แต่งตัวซะ จะให้เปายกอาหารมาให้”ยกร่างให้ลุกขึ้นแล้วลุกตาม ณฉัตรปรับสีหน้าตัวเองไม่ถูกไม่รู้ว่าอลันเป็นอะไรไปอีก

“พรุ่งนี้ให้หมี่พาไปล้างแผลแล้วกัน ฉันมีประชุมทั้งวัน”บอกแค่นั้นก่อนจะพาตัวออกไปจากห้อง ทิ้งณฉัตรไว้กับความงุนงงและเรื่องราวที่ยากจะเข้าใจ

ร้านอาหารหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา

“คุณอาหมอนำข้อเสนอนี้ไปยื่นกับบอร์ดบริหาร ผมเชื่อว่ามันต้องผ่านการอนุมัติแน่”ชานนท์เลื่อนซองเอกสารสีน้ำตาลยื่นให้ศาสตารจารย์ดอกเตอร์นายแพทย์วรัญ รองประธานผู้ดูแลมูลนิธิแสงวันใหม่ เขาเป็นคนเดียวที่รู้จักตัวตนของชานนท์ และให้ความช่วยเหลือชานนท์เรื่องณฉัตรมาตลอด รวมถึงเป็นแพทย์เจ้าของไข้ของเธอด้วย

“เงินจำนวนมากที่คุณเสนอให้จัดตั้งโครงการพิเศษ ผมเองไม่ขัดข้อง เพราะเล็งเห็นถึงประโยชน์ และคิดว่ากรรมการในมูลนิธิก็คงคิดแบบเดียวกัน ยกเว้น..”นายแพทย์วรัญเว้นวรรคไปชั่วครู่ ก่อนจะเป็นชานนท์ที่เอ่ยขึ้น

“เขาปฏิเสธเรื่องนี้ไม่ได้แน่ มีคนบริจาคเงินให้มูลนิธิฟรีๆแถมยังคิดแคมเปญที่เป็นประโยชน์ต่อภาพลักษณ์โรงพยาบาล ผมไม่คิดว่าเขาจะตัดสินใจโดยใช้ความอคติเป็นที่ตั้งหรอก”ชานนท์ชี้ให้เห็นถึงข้อได้เปรียบ นายแพทย์วรัญถอนหายใจยาว

“งบโฆษณาให้มูลนิธิแล้วก็โรงพยาบาลฟรีๆ แค่แลกกับเงื่อนไขบางประการแค่นั้น”

“คุณทำทั้งหมดนี่ เพื่อแลกกับการได้อยู่ใกล้เด็กคนนั้นเพียงชั่วครู่ แค่นี้เองเหรอ”นายแพทย์วรัญถามย้ำ เขารู้ว่าคนที่อยู่ในบทสนทนามีความสำคัญต่อชานนท์ แต่แค่ไม่คาดคิดว่าจะสำคัญมากขนาดนี้

“ผมทำได้มากกว่านี้อีก เพื่อแลกกับการได้เธอคืนมา คุณอาหมอแค่ช่วยดำเนินการเรื่องนี้ให้ผม ผมรบกวนแค่นั้น”

“ผมไม่รู้หรอกว่าความสัมพันธ์ของพวกคุณเป็นยังไง แต่ที่แน่ๆระหว่างคุณกับหมออลันมันคงเป็นในแง่ความบาดหมาง และผมจะขอบอกคุณว่า อลัน ปรีชาไวยกิจเป็นบุคคลที่ไม่ควรต่อกรด้วย”

“งั้นคุณอาก็ควรเตือนผมให้เร็วกว่านี้ เพราะตอนนี้ผมประกาศศึกกับเขาเรียบร้อยแล้ว และแน่นอน ผมไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆเหมือนกัน”ชานนท์ตอบด้วยเสียงอันหนักแน่น



.................................................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น