Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 22

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 22

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 711

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ส.ค. 2563 02:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 22
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 22 

 

ตอนนี้ผมนั่งอยู่บนรถของพี่ดินมีพี่ดินเป็นคนขับและผมที่นั่งหน้าข้างคนขับส่วนพี่เฟิร์นคนข้างๆ ผมสั่งให้เธอไปนั่งตรงเบาะด้านหลังแม้จะไม่พอใจมากแค่ไหนพี่เฟิร์นก็ไม่สามารถพูดอะไรได้เพราะท่าทางกับน้ำเสียงของพี่ดินนั้นบ่งบอกชัดเจนว่าพี่เขายื่นคำขาด 

แต่ว่าเรื่องมันไม่ได้จบอยู่แค่นั้นนะสิครับเพราะตอนนี้ผมไม่ได้นั่งอย่างสงบเลยเพราะพี่เฟิร์นที่นั่งอยู่ด้านหลังเอาเท้ามาถีบตรงเบาะด้านหลังผม 

ผมพยายามจะนั่งนิ่งๆ ไม่เอนหลังไปพิงเบาะและไม่สนใจว่าพี่เฟิร์นกำลังเพิ่มแรงถีบมากขึ้นเรื่อยๆ 

“เป็นอะไร?” เสียงทุ้มๆ ของคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถเอ่ยถามผม 

“เปล่าครับ” ผมตอบแค่นั้นก่อนจะนั่งตัวตรง 

“แล้วทำไมนั่งแบบนั้นเดี๋ยวก็ปวดหลัง พิงลงไปแล้วนั่งดีๆ” พี่เขาสั่งเสียงดุ 

“ผมโอเคน่า พี่ขับรถไปเถอะไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอกผมชอบนั่งแบบนี้” 

“ฝุ่น!” ผมหันไปมองเมื่อเสียงพี่ดินเริ่มดุมากกว่าเดิม “เดี๋ยวรถเบรกกะทันหันจะเจ็บตัวเอานั่งดีๆ” พี่เขาว่าแล้วมองหน้าผมนิ่ง ผมไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ดินต้องเป็นแบบนี้ด้วยถ้าพี่เขาไม่ห่วงไม่สนใจว่าจะทำให้ผมคิดจนเลยเถิดก็น่าจะแคร์พี่เฟิร์นบ้าง 

ผมเบือนหน้าหนีจากสายตาที่ผมอ่านไม่ออกก่อนจะถอนหายใจแล้วเอนตัวพิงเบาะ มาว่ากันตามตรงเลยนะ ผมก็งงว่าผมจะเจ็บตัวได้ยังไงในเมื่อผมเองก็คาดเข็ดขัดนิรภัยอยู่แทนที่จะเป็นห่วงผมหันไปสนใจคนที่ตัวเองพามาเถอะ! 

พี่เฟิร์นจากที่ผมเห็นตอนแรกว่าสวยเหมือนนางฟ้าตอนนี้เธอจะกลายร่างเป็นนางมารเล็บแดงมาขย้ำคอผมอยู่แล้ว เบาะด้านหลังนี่ทั้งถีบทั้งยันทั้งเท้าทั้งเข่านี่มาหมดผมว่าถ้าเธอไม่กลัวว่าพี่ดินจะโกรธเธอคงกระชากหัวผมไปทึ้งแล้วแหละ 

“ส่งผมแค่นี้ก็พอครับ เดี๋ยวผมกลับเองพี่ไปส่งพี่เฟิร์นเถอะ” ผมบอกเมื่อเห็นว่าข้างหน้ารถค่อนข้างติดนี่เรายังไม่พ้นเขตหน้าห้างเลยนะครับ 

เอ่อ เหมือนว่าพี่เฟิร์นเธอจะพอใจในคำพูดของผมนะเพราะว่าตอนนี้เลิกถีบแล้ว 

“ไม่ต้อง!” พี่ดินว่าเสียงเข้มแต่ไม่ได้หันมามองผมหรือมองใครเพราะพี่เขามองถนนเบื้องหน้าที่คราคร่ำไปด้วยรถ ทั้งรถเล็กทั้งรถใหญ่จอดต่อเรียงกันไปขบวนยาวที่เห็นแล้วต้องอยากถอนหายใจออกมาแรงๆ รถติดขนาดนี้เมื่อไหร่จะถึงบ้านล่ะครับและถ้าผมไม่รีบลงจากรถไปซะตอนนี้รับรองได้เลยว่าผมต้องหมดความอดทนแน่ 

“ทำไมล่ะดิน ก็ในเมื่อน้องเขาอยากกลับเองดินจะไปบังคับน้องเขาทำไมจอดให้น้องเขาลงซะก็หมดเรื่องเราจะได้ไปต่อกัน…”  

“เดี๋ยวดินไปส่งเฟิร์นก่อนแล้วค่อยไปส่งฝุ่น” พี่ดินพูดตัดบทพี่เฟิร์นเสียงนิ่งทั้งๆ ที่เธอไม่น่าจะพูดครบจบประโยคเพราะผมมั่นใจว่ามันต้องมีต่อแน่ๆ 

“ดิน จะทิ้งเฟิร์นไว้แบบนี้ไม่ได้นะ!” พี่เฟิร์นว่าออกมาอย่างโมโหพร้อมกับที่เธอขยับมานั่งตรงกลางเบาะ พอผมหันไปมองเธอก็ตวัดตาดุๆ นั่งมามองผมอย่างโกรธเคือง 

“เอาไว้ดินโทรหานะ” พี่ดินว่าออกมาง่ายๆ ไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าตอนนี้พี่เฟิร์นมีสีหน้าแบบไหนแล้วแค่อึดใจเดียวพี่เฟิร์นก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ปนโกรธ 

“งั้นดินก็จอดให้เฟิร์นลงป้ายรถเมล์ข้างหน้าก็แล้วกันเดี๋ยวเฟิร์นนั่งแท็กซี่กลับเอง” น้ำเสียงที่กระแทกแดกดันนั่นทำให้ผมรู้สึกสงสารพี่เฟิร์นเหมือนกันนะครับ 

“ตามใจเฟิร์นก็แล้วกัน” พี่ดินว่าแค่นั้นก่อนจะตบไฟเลี้ยวไปเข้าเลนส์ซ้าย 

หลังจากที่พี่เฟิร์นลงไปจากรถแล้วพี่ดินก็ขับรถมาส่งผมที่บ้านและระหว่างทางผมไม่ได้คุยอะไรกับพี่ดินและพี่เขาก็ไม่ได้คุยอะไรกับผมเหมือนกัน เรานั่งกันมาเงียบๆ ไม่มีเสียงเพลง ไม่มีเสียงอะไรนอกจากเสียงแตรถข้างนอกที่คันอื่นๆ บีบเตือนกัน 

ผมอยู่บนรถกับพี่ดินนานพอสมควรและก่อนที่ผมจะอึดอัดตายพี่ดินก็ขับรถมาจอดอยู่หน้าบ้านผมแล้ว ผมปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัวพร้อมกับบอกลาพี่ดินและเตรียมเปิดประตูลงจากรถแต่ว่าประตูรถมันล็อคผมไม่สามารถเปิดมันเองได้นอกจากพี่ดินจะเป็นคนปลดล็อค 

“คุยกันก่อน” พี่เขาว่าให้ผมได้หันไปมอง  

“ผมไม่มีอะไรจะคุยกับพี่” ผมตอบพร้อมกับมองหน้าพี่ดินอยู่อย่างนั้นและพี่เขาเองก็มองผมด้วยสีหน้านิ่งๆ  

“พี่กับเฟิร์น เรา…” เหมือนพี่เขาอยากจะอธิบายแต่ผมคิดว่าผมไม่อยากจะฟังสิ่งที่เขาพูดอีกแล้วนะ 

“ผมรู้ครับว่าพี่สองคนคุยกันอยู่” ผมว่าแล้วสูดหายใจลึก “แต่ผมไม่รู้วะ ว่าพี่มาทำแบบนี้กับผมทำไม”  

“ก็พี่ชอบฝุ่นไง”  

“…” ผมไม่รู้ว่าทำไมพี่ดินถึงได้ชอบพูดชอบทำอะไรง่ายๆ แบบนี้ 

“พี่ชอบฝุ่น พี่…”  

“แล้วก็ชอบคนอื่นด้วยใช่มั้ยครับ” ผมพูดแทรกในขณะที่พี่เขายังพูดไม่จบ 

“ไม่เอาน่าฝุ่น อย่าเป็นแบบนี้สิครับ” เมื่อเห็นผมพูดใส่อารมณ์พี่เขาก็อ่อนลงพร้อมกับเอื้อมมือมาจับมือผม ผมไม่ได้ดึงมือออกปล่อยให้พี่เขาจับไว้อย่างนั้น 

“…ผมว่าพี่กลับไปเถอะ ขอบคุณนะครับที่มาส่ง” ผมนิ่งไปสักพักก่อนพูดคำนี้ออกมา บอกลาแล้วก็ขอบคุณไปตามมารยาท ถ้าเหตุการณ์มันดีกว่านี้ผมคงจะดีใจที่พี่ดินมาส่งและคงอยากชวนพี่เขาเข้าไปทานขนมทานน้ำ ทานกาแฟสักแก้ว แต่วันนี้ผมทำแบบนั้นไม่ได้จริงๆ 

เช้านี้ผมตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่หัวเมื่อคืนผมแทบจะไม่ได้นอนเลยเพราะพี่ดินเอาแต่โทรมาถึงแม้ผมจะปิดเสียงไปแล้วแต่โทรศัพท์มันก็ยังสั่นอยู่ดี เมื่อวานผมไล่พี่ดินกลับสั่งให้พี่เขาปลดล็อคประตูรถและเดินเข้าบ้าน พี่ดินยังไม่ได้เคลื่อนรถออกไป เขาอยู่จอดนิ่งอยู่อย่างนั้นนานนับสิบนาทีก่อนที่พี่เขาจะขับรถออกไปและพอตกดึกก็โทรศัพท์มากวนผม ผมไม่อยากรับแล้วก็ไม่อยากบล็อกเบอร์หรือปิดเครื่องเพราะผมยังอยากมีเขาอยู่ในชีวิต ผมตัดขาดจากเขาไม่ได้ 

วันนี้ผมเลยเอ๋อทั้งวันจนกระทั่งไอ้ลูกหินมันโทรมา 

ผมถูกไอ้ลูกหินล่อลวงผมมาบ้านมัน มันหลอกผมว่ามันไม่สบายปวดท้องหนักมาก! ขอย้ำคำว่า หนักมาก! มันทำเสียงกระเส่ากระหืดกระหอบเหมือนคนใกล้ตาย มันบอกผมว่าที่บ้านมันพ่อแม่มันไม่อยู่ คนขับรถก็พาพ่อกับแม่มันไปทำธุระ ป้าแม่บ้านก็ออกไปจ่ายตลาด ที่บ้านมีมันอยู่แค่คนเดียวและมันไม่อยากไปหาหมอ แถมมันยังบอกอีกว่าถ้าผมไม่ไปช่วยดูแลมันก็ให้ปาแป้งน้องสาวผมไปดูแลมันแทนแล้วคิดว่าคนอย่างผมจะยอมให้น้องสาวผมไปบ้านมันเหรอครับ ไม่มีทาง! 

ตอนนี้ผมเลยมายืนอยู่หน้าบ้านมันนี่แหละ โทรหามันแล้วมันก็บอกให้ผมเปิดประตูเข้าไปได้เลย 

“ไอ้หินมึงเป็นยังไงบ้าง…วะ” อ้าว ไหนมันบอกผมว่ามันอยู่บ้านคนเดียวไง  

“ฝุ่น! มึงฟังกูก่อนนะ” ไอ้หินรั้งผมไว้เมื่อผมก้าวเท้าถอยหลังและกำลังจะหันหลังเดินออกมาจากบ้านมัน  

“ไหนมึงบอกอยู่คนเดียว” ผมถามเสียงขุ่นตาจ้องหน้าไอ้หินอย่างเอาเรื่อง ผมไม่ได้มองพี่ดินเพราะไม่คิดอยากจะมอง ตอนนี้ไม่อยากเห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ 

“กู…คือกูขอโทษ” ไอ้หินว่าเสียงอ่อยนั่นมันทำให้ผมนึกขึ้นมาได้ว่ามันปวดท้องอยู่ไม่ใช่เหรอ ปวดหนักมากแล้วยืนไหวได้ยังไง 

“นี่มึงโกหกกูว่าปวดท้องใช่มั้ย หลอกให้กูเป็นห่วงสนุกนักเหรอ! มึงรู้มั้ยว่ากูต้องเร่งพี่แท็กซี่ให้เขารีบขับรถมาบ้านมึงจนเขาจะไล่กูลงจากรถอยู่แล้ว” ผมว่าเสียงสั่นขอบตาผมมันเริ่มร้อนขึ้นเหมือนกำลังจะร้องไห้ 

“กูขอโทษ แต่ว่าพี่ดินเขาอยากคุยกับมึง” ไอ้หินว่าก่อนหันไปมองพี่ดินแล้วหันกลับมามองผม “มึงสองคนคุยกันดีๆ นะ กูขึ้นไปรอบนห้องนะ” 

“ฝุ่นครับ” พี่ดินเรียกผมขณะที่ผมยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไอ้ลูกหินวิ่งแจ้นขึ้นห้องไปแล้ว 

“ผมไม่มีอะไรจะคุยกับพี่” ผมตอบพร้อมกับหันไปมองพี่ดินซึ่งๆ หน้า 

“พี่ขอโทษ”  

“ขอโทษผมเรื่องอะไร พี่ไม่ได้ทำอะไรผิด” 

“ขอโทษที่คุยกับคนอื่น ทั้งๆ ที่พี่เป็นฝ่ายเดินเข้าหาฝุ่นตลอด” พี่เขาว่าเสียงอ่อน มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนพี่เขากำลังจะถอยห่างจากผม แต่เป็นแบบนั้นก็ดีเหมือนกันผมจะได้เลิกรักเขาสักที 

“…ผมว่าเรามาจบเรื่องนี้ก็ดีเหมือนกัน” ผมยืนเงียบๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา พี่ดินมองผมพร้อมขมวดคิ้ว “เราเลิกติดต่อกันเถอะ”  

“…” พี่ดินไม่ตอบเอาแต่มองหน้าผมนิ่ง ผมเห็นว่าดวงตาพี่เขาสั่นแต่มันก็แค่ครู่เดียวเท่านั้น 

“ผมคืนมันให้พี่” ผมว่าแล้วถอดสร้อยข้อมือที่พี่ดินให้มาเมื่อไม่กี่วันก่อนแล้วส่งคืน  

“ไม่ฝุ่นไม่ พี่ให้ฝุ่นแล้วมันเป็นของฝุ่น”  

“เอาคืนไปเถอะครับ ผมไม่อยากรับของใครมาฟรีๆ เพราะผมคงไม่มีอะไรให้พี่หรอก เก็บพี่เขาให้ผู้หญิงของพี่เถอะ” ผมพูดยิ้มๆ พร้อมกับยัดมันใส่มือพี่ดินก่อนจะรีบเดินออกมาเพราะน้ำตาของผมมันกำลังจะไหล 

กี่ครั้งแล้วนะพี่ผมต้องร้องไห้ให้คนคนนี้ 

กี่ครั้งแล้วที่ผมต้องเจ็บเพราะคนคนนี้ 

“ฝุ่น…ฝุ่น ไม่เอา อย่าทำแบบนี้”  

“พี่ดิน ปล่อยผม!” ผมถูกพี่ดินกอดจากด้านหลังแน่น แน่นชนิดที่ว่าผมได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงของพี่ดิน  

พี่ดินวิ่งตามผมออกมาก่อนจะคว้าตัวผมเข้าไปกอด ผมตกใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทั้งขาทั้งแขนมันไม่ขยับตามสมองของผมเลยแต่ทำกลับทำตามหัวใจของผม หัวใจที่ไม่รักดีของผมเองมันสั่งให้ผมยืนนิ่งๆ ให้พี่ดินกอดอยู่อย่างนั้น 

ผมต้องเจ็บอีกกี่ครั้งพี่ดินถึงจะเลิกเล่นกับความรู้สึกผม ผมไม่รู้หรอกว่าเมื่อไหร่ผมจะเลิกรักผู้ชายคนนี้ได้ แต่ผมรู้ว่ามันต้องมีสักวัน 

ความคิดเห็น