email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 30. เบาะแสและข่าวสาร

ชื่อตอน : ตอนที่ 30. เบาะแสและข่าวสาร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 74

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ย. 2563 11:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 30. เบาะแสและข่าวสาร
แบบอักษร

ท่ามกลางป่าเขามีเพียงทางเท้าที่ลัดเลาะไปกับแนวภูเขาสูง ซอลมินและแทซันกำบังเหียนบังคับม้าให้เดินไปตามทางแคบๆ อย่างระมัดระวัง

“องค์ชาย ท่านควรพักก่อน”

“ไปต่ออีกหน่อย”

“.....”

แทซันลอบมองใบหน้าครึ่งซีกของซอลมินฉายแววอิดโรยเล็กน้อย สำหรับตัวแทซันเองเขาคุ้นชินกับเดินทางทำภารกิจ ทั้งกลางแจ้งและในเงามืด แต่ซอลมิน เมื่อวานเขาได้พักเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ออกเดินทางต่อโดยไม่หยุดพักตลอดทั้งคืนจนถึงตอนนี้ ทำเอาองครักษ์หนุ่มอดที่จะกังวลไม่ได้

หมับ!!

เป็นแทซันที่ทนเห็นองค์ชายฝืนตัวเองไม่ไหวจึงเอื้อมมือไปจับบังเหียนม้าของซอลมินกระตุกให้ม้าหยุดเดิน ซอลมินไม่ได้โวยวายต่อเขาแต่กลับมองออกไปรอบๆ แล้วถอนหายใจ

“เจ้าทำอะไร?”

“ข้าไม่ได้พูดในฐานะองครักษ์ แต่พูดในฐานะเพื่อน ท่านต้องพัก”

“ข้าจะพักได้อย่างไร?....”

“.....”

สายตาอิดโรยหันขวับไปมองแทซันนิ่งๆ

“หนึ่งนาทีที่ข้าหยุดพัก นั่นคือหนึ่งนาทีที่อียูห่างออกไป.....ข้าไม่อาจปล่อยให้นางห่างออกไปได้อีก”

ประโยคหลังซอลมินพึมพำกับตัวเองพร้อมกับกระชากบังเหียนออกจากการจับกุมของแทซัน

“จะมีประโยชน์อะไร หากพบนางแล้วท่านไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอจะปกป้องใคร? ข้าเป็นองครักษ์ขององค์ชาย ข้าจะไม่ยอมให้ท่านต้องฝืนไปมากกว่านี้......แม้จะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม”

“เป็นหน้าที่ของเจ้า มิใช่หรือ? ที่จะต้องปกป้องข้าจนกว่าจะตาย”

ซอลมินเริ่มเสียงแข็งอย่างเหลืออดเพราะตนไม่ได้สนใจในความหวังดีขององครักษ์แต่ก็ยังคงนิ่งแล้วเริ่มหันมาจ้องหน้าแทซันอย่างช้าๆ

“ข้ามีหน้าที่ปกป้ององค์ชายยามที่มีภัยหรือแม้ยามที่ท่านต้องการคำปรึกษา ส่วน คังอียู”

แทซันเว้นไว้ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าบังเหี้ยนมาจากซอลมินอีกครั้ง อย่างไม่สนใจว่านี่เป็นการกระทำที่ไม่สมควรให้อภัยหรือไม่ก็ตาม

“.....!”

“องค์ชายทรงเก็บเรี่ยวแรงเอาไว้เพื่อปกป้องนางด้วยตนเองเถิด ข้าไม่อาจรับรองความปลอดภัยของนางได้หลังจากที่ท่านเจ็บป่วยเพราะนาง”

“.....”

น้ำเสียงทุ้มต่ำพร้อมสายตาที่บอกเป็นนัยๆ ว่าเขาไม่อ่อนข้อโดยเด็จขาดแม้เบื้องหน้าจะเป็นถคงองค์รัชทายาท

พรึบ!

แต่ก็ถือว่าได้ผลดีทีเดียวซอลมินยอมที่จะเอี้ยวร่างสูงของตนเองลงจากหลังม้าตามที่แทซันบอกแล้วตรงไปยังใต้ต้นใหม่ใหญ่พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งหลังพิงอย่างเหนื่อยล้า

แกร๊ก!!

พรึบ!!

“นั่นใคร?!”

ทั้งสองยังไม่ทันจะนั่งพักจนหายเหนื่อย เสียงฝีเท้าของม้าคาดว่าไม่ต่ำกว่าสิบตัวกำลังมุ่งตรงมาทางเรา แทซันชักดาบออกจากฝักเตรียมคุ้มกันซอลมินอย่างไม่หวาดหวั่น

เพียงไม่นานเสียงฝีเท้าที่ว่าก็ปรากฏขึ้นต่อสายตาของทั้งสอง เครื่องแบบสีดำนั้นดูคุ้นตาเมื่อเห็นว่าไม่ใช่โจรป่าอย่าที่คิดไว้ ทั้งซอลมินและแทซันจึงลดดาบลงลอบถอนหายใจ

ร่างสูงในชุดเกราะแข็งแกร่งกระโดดลงจากหลังม้าทันทีก่อนจะคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นพร้อมด้วยทหารที่ติดตามมาด้วยอีก12นาย ซอลมินยื่นนิ่งมองไปยังทหารรเหล่านั้นอย่างไม่วางตา

“กระหม่อมองครักษ์ อีแท ได้รับบัญชาจากพระมเหสีให้ร่วมเป็นกำลังออกตามหาพระชายาไปพร้อมกับองค์ชาย”

“......!”

“โปรดองค์ชายทรงอนุญาตให้กระหม่อมติดตามพระองค์ด้วยพะยะค่ะ”

ราชองครักษ์แจ้งความแก่องค์ชายด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจนทั้งซอลมินและแทซันหันมองกันราวกับไม่เชื่อหู หากบอกว่ามาเพื่อพาเขากลับไปจะน่าเชื่อเสียกว่า

“ไม่ได้นะ!!”

“ไม่ได้นะ!!!”

“....!!”

เสียงของทั้งจีซูและจีมินประสารกันอย่างพร้อมเพรียง อียูถึงขั้นทำหน้าแหยงพรางเอามือข้างหนึ่งขยี่หูตัวเอง

ทั้งสองจ้องมาที่นายของตนอย่างไม่คาดคิด หลังจากที่ได้ยินว่าอียูจะไม่กลับไปวังหลวง แต่จะร่วมเดินทางไปกับแม่ทัพแซฮุน เรื่องนี้ยังไงทั้งสองคงไม่ยอมแน่ง่ายๆแน่

“ทำไมกันหละ? เหตุใดคุณหนูถึงตัดสินใจอย่างนั้น?!”

“พวกเจ้าใจเย็นก่อนสิ..!”

“จะให้ใจเย็นได้อย่างไร ยังไม่ทันที่เราจะได้รับความเป็นธรรมจากเรื่องนี้ คุณหนูกลับเลือกที่จะหันหลังให้องค์ชายเสียอย่างนั้น แล้วองค์ชายจะทรงเสียพระทัยแค่ไหน คุณหนูช่างใจร้ายนัก”

“การที่กลับไป...ข้าคิดว่า....”

“องค์ชายซอลมินมองแต่เพียงคุณหนูมาตลอด แม้แต่เราสองคนยังรู้สึกได้ คุณหนูได้โปรดเชื่อในตัวองค์ชายสักครั้งได้หรือไม่?!”

“.....!”

ทั้งสองคนต่างก็ไม่เปิดโอกาศให้อียูได้อธิบายความคิดของตน ทำไมทั้งสองคนจึงต่อต้านตนถึงเพียงนี้ เราคิดอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือ นี่คือทางที่เราเลือกแต่ทำไมถึงรู้สึกว่ามันผิด ทำไมข้างในอกถึงได้รู้สึกขัดแย้งแบบนี้

“พวกเจ้าต้องการจะกลับไปยังวังหลวงหรือไม่? ข้าเตรียมการเอาไว้แล้ว แซฮุนยินดีที่จะส่งคนของเขาบางส่วนพาพวกเจ้าสองคนกลับไปอย่างปลอดภัย”

“ใครต้องการแบบนั้นกันหละคุนหนู?!!”

คนเจ็บรีบโผงผางขึ้นมาทันควัน ยิ่งได้ยินอียูพูดตัดสินใจแทนทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มแบบนั้นแล้วยิ่งทำให้หงุดหงิดใจเสียจนเผลอเสียงดังใส่อียูอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“คุณหนูหวาดกลัวสิ่งใด ถึงไม่ยอมกลับไปวังหลวง?”

“.....!!”

“อย่างน้อย ก็ต้องมีเหตุผลที่คุณหนูสามารถบอกให้พวกเราเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ ว่าทำไม....”

“หากกลับไป.....ข้าคงทนเห็นองค์ชายมีความสุขกับหญิงอื่นไม่ได้แน่”

“......!!!”

“.....!”

เมื่อได้ยินอย่างนั้น จีมินและจีซูก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออกกลายเป็นว่าใบหน้าที่เปื้อนยิ้มเมื่อครู่จางหายเหลือเพียงความเศร้าและหยาดน้ำตาที่กำลังทยอยไหลลงสองข้างแก้ม

“พวกเจ้าอย่าบังคับให้ข้ากลับไปอีกเลยนะ ฮึก!..”

“คุณหนู!”

“คุณหนูรู้ได้อย่างไรว่าองค์ชายได้เลือกพระชายาไปแล้ว?!”

“...!!”

น้ำเสียงแข็งเมื่อครู่กลับอ่อนโยนด้วยความห่วงใย จีมินเอื้อมมือมาจับมือเล็กที่กำลังสั่นเทาของอียูไปกุมไว้อย่างหลวมๆ

“เราสองคนไม่อาจสั่งให้คุณหนูทำอะไรได้ แต่ขอแค่คุณหนูโปรดเชื่อในตัวองค์ชายซอลมินในครั้งนี้ ข้าเชื่อว่าคุณหนูสำคัญต่อองค์ชายมาก”

“ฮึก!...”

“หากท่่านแซฮุนเป็นถึงแม่ทัพแผ่นดินทางใต้ ข้าเชื่อเขาอาจได้รับข่าวสารจากวังหลวงบ้าง ข้าไม่อยากให้คุณหนูพลาดสิ่งที่สำคัญไปจนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้”

“ถึงตอนนั้น แม้ว่าองค์รัชทายาทจะทรงเลือกหญิงอื่นเป็นพระชายาแล้วจริงๆ เราสองคนจะไม่คัดค้านอะไรคุณหนูอีก แม้ว่าท่านจะเดินทางลงใต้ ข้าทั้งสองคนก็จะตามไปรับใช้คุณหนู”

“จริงสิ ทำไมข้าถึงได้โง่เช่นนี้!”

เมื่อได้ยินจีมินพูดเช่นนั้นสองมือเล็กก็รีบปราดน้ำตาออกอย่างรวกๆ ก่อนจะโผเข้ากอดนางในรับใช้ทั้งสองคนแน่น

“ข้าจะไปถามแซฮุน อยางแน่นอน แต่ตอนนี้จีมินเจ้าต้องพักก่อน จีซูข้าฝากเจ้าดูแลจีมินด้วย”

“เจ้าค่ะ คุณหนู”

พรึบ!

อียูทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก็รีบหมุนตัววิ่งออกจากกระโจมไปอย่างรวดเร็ว ทำเอาทั้งสองคนมองหน้ากันนิ่งและยิ้มออกมาในที่สุด

ทางฝั่งแม่ทัพหนุ่มกำลังพูดคุยบางอย่างกับทหารอีกสามคนด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ทหารหนึ่งในนั้นมอบของบางสิ่งที่เก็บได้จากการราดตระเวนส่งให้แก่แซฮุน

“นี่อาจเป็นของโจรป่าที่ชาวบ้านพูดถึง”

แซฮุนพลิกมีดสั้นที่ทหารมอบให้ไปมาเพื่อตรวจดู เมื่อไม่นานมานี้เขาได้รับข่าวลือเรื่องโจรป่าบุกปล้นฆ่าหมู่บ้านเล็กๆ อย่างโหดร้ายทารุณและได้ทิ้งไว้เพียงอาวุธที่สลักสัญลักษณ์แปลกๆ ไว้เป็นเบาะแส

การกระทำเช่นนี้โหดเหี้ยมเกินกว่าจะปล่อยเอาไว้ได้แซฮุนตัดสินใจออกเดินทางแสร้งว่าเขาต้องการออกล่าสัตว์ ที่จริงแล้วก็เพื่อสืบหาการเคลื่อนไหวของกลุ่มโจรที่ว่า เขาใช้เวลาวนเวียนอยู่ในป่านานหลายสัปดาห์แต่ก็ไม่พบเบาะแสใดๆ จนกระทั่งวันนี้

“เจ้าพบมันที่ไหน?”

“อีกฝากหนึ่งของลำธาร มีกองไฟที่ยังอุ่นอยู่คาดว่าถูกดับลงก่อนที่เราจะไปเจอ”

“กองไฟไม่ได้มอดไปเอง สถานการณ์เช่นนี้ ข้าคิดว่าเราอาจตกเป็นเป้านิ่ง”

“......”

ได้ยินแบบนั้นคิ้วเข้มยิ่งขมวดเข้าหากันเป็นปมเพียงแค่ครู่เดียวก็เผยรอยยิ้มออกมาเสียอย่างนั้น ทหารสามนายมองแซฮุนที่ไม่พูดอะไรซักคำหลังจากได้ยินที่อีกคนพูดถึงสถานการณ์ในตอนนี้

“ท่านแม่ทัพ เราอาจต้องเร่งออกเดินทางให้เร็วขึ้นไม่เช่นนั้น....!”

“เป้านิ่ง อย่างนั้นหรือ?”

“หืม...!!?”

ทุกคนต่างก็มองหน้ากันอย่างงงๆ ว่าเหตุใดท่าทีแม่ทัพของพวกเขาจึงดูไร้ความกังวลเช่นนั้น หลังจากได้รู้ว่าตอนนี้เรากำลังถูกจับตามองและอาจถูกจู่โจมได้ตลอดเวลา

แซฮุนยื่นมีดสั้นเล่มนั้นคืนให้แก่ทหารที่นำมันมาให้เขาด้วยสีหน้าไม่ยินดียินร้าย

หลังจากที่ออกตามหากลุ่มโจรนี้มากว่าสัปดาห์เขากลับไม่พบเจอสิ่งใด แต่กลายเป็นว่าเขาไม่ต้องเสียแรงตามหาอีกต่อไป

“ให้ทุกคนเตรียมออกเดินทาง เราจะขึ้นเหนือไปอีกหน่อย”

“ท่านแม่ทัพ ตอนนี้เรามีหญิงที่มาจากวังหลวงที่ต้องคุ้มกัน ถ้าต้องปะทะกัน ข้าคิดว่ามันอันตรายหากจะต้องเผชิญหน้ากับโจรที่เราไม่รู้จำนวน”

ทหารอีกคนพูดขึ้นซึ่งเขาร่วมรบกันมามากมายหลายครั้งหลายคราเมื่อได้ยินคำสั่งที่ตรงกันข้ามกับแผนที่วางไว้จึงรู้ได้ท้นทีว่าแซฮุนคิดจะทำสิ่งใด

“แต่ข้าไม่คิดเช่นนั้น”

“......!!”

แซฮุนตอบกลับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มราวกับกำลังคิดถึงเรื่องสนุกๆ เลือดนักรบในกายของเขากำลังเอ่อล้นจนอดตื่นเต้นเสียไม่ได้

“ท่านแม่ทัพ ม้าเร็วที่ท่านให้กลับไปส่งข่าวให้แก่เจ้าเมือง เขากลับมาแล้ว”

“หืม...”

“สารจากท่านเจ้าเมืองถึงท่าน”

ทหารยื่นม้วนกระดาษสามีตราประทับที่ยังไม่ได้แกะให้แก่เขา แซฮุนรับมาไว้และพยักหน้าให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน

เมื่อไม่มีใครแล้วมือเรียวยาวจึงแกะม้วนกระดาษออกอย่างไม่รีบร้อน ท่านเจ้าเมืองแจ้งถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มโจรที่ยังไม่มีการคืบหน้าใดๆ ซึ่งก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรมากนัก เว้นแต่

ใจความถัดมาเขาถูกเรียกตัวกลับเพื่อเตรียมเดินทางไปยังวังหลวงด้วยกันเพราะมีประกาศให้ท่านเจ้าเมืองไปร่วมพิธีเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสองค์รัชทายาทได้แต่งตั้งพระชายาแล้ว

“แซฮุน!!!”

“.....”

เสียงเรียกของอียูแว่วมาแต่ไกล ร่างเล็กกำลังวิ่งตรงมายังเขา แต่แม่ทัพหนุ่มกลับไม่ได้สนใจหรือหันไปมองว่าเป็นใคร สายตายังคงจับจ้องแปลกใจกับชื่อของพระชายาที่อยู่ในกระดาษ

“แซฮุน ข้ามีเรื่องอยากจะถามท่าน”

ร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากกระดาษแล้วหันไปมองยังหญิงสาวที่เพิ่งวิ่งมาถึงด้วยใบหน้าเหนื่อยหอบ เขาเอาแต่จ้องหญิงสาวราวกับกำลังเห็นผีหรือสิ่งที่ตนไม่อยากเชื่อสายตา

“คัง อียู!!”

“ข้าตามหาท่านเสียทั่ว”

“นี่เจ้า........!”

ความคิดเห็น