แทคฮยองจี
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ช่วยใจดีกับเราด้วยนะคะ

น่านฟ้าล่ารัก 21

ชื่อตอน : น่านฟ้าล่ารัก 21

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2563 23:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านฟ้าล่ารัก 21
แบบอักษร

ผมตื่นเช้ามาด้วยอาการเวียนหัวและอ่อนเพลียต่างจากทุกวัน รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก หรือเพราะว่าช่วงหลายอาทิตย์ก่อนที่เอาแต่ทำงานมากจนเกินไปก็อาจจะทำให้ร่างกายล้าและไม่ไหว เลยเริ่มออกอาการประท้วงล่ะมั้ง ผมไม่ได้คิดอะไรนอกจากนั้น และเดินเข้าไปอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงานแต่ก็ไม่ลืมที่จะทำหน้าที่ของภรรยา นั่นคือการเตรียมชุดทำงานให้สามี และเดินไปที่ห้องข้างๆเตรียมชุดนักเรียนให้กับสกาย คิดไว้ว่าอาบน้ำแล้วจะไปปลุกลูกให้ไปอาบน้ำเพื่อเตรียมไปโรงเรียน เจ้าอ้วนน่ะตอนนี้เก่งขึ้นมา อาบน้ำถูสบู่เองได้แบบที่ผมไม่ต้องห่วงแล้ว แต่ก็บอกลูกเสมอว่าไม่ให้ล๊อกประตูห้องน้ำเผื่อเกิดอุบัติเหตุจะได้ช่วยกันทัน 

สายน้ำเย็นๆในตอนเช้าทำให้รู้สึกสดชื่นไม่น้อยหลังจากได้อาบน้ำถูสบู่หอมๆแล้วอาการเวียนหัวก็ดีขึ้นแต่ยังรู้สึกอ่อนเพลียอยู่ไม่น้อย ผมเดินเช็ดผมออกมาข้างนอกเห็นคุณน่านฟ้าเดินเปิดประตูเข้ามาในห้อง คงออกไปปลุกลูกแน่ๆ 

“พี่เป่าผมให้ไหม”

“ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมทำเอง คุณไปอาบน้ำเถอะ” 

“อืม ลูกตื่นแล้วนะกำลังอาบน้ำไปปลุกมาเมื่อกี้” 

"ขอบคุณครับ"

คุณน่านฟ้าสลับเข้าไปอาบน้ำบางส่วนผมที่แต่งตัวแล้วก็รีบเดินไปที่ห้องลูกเป็นแบบนี้ในทุกๆเช้าจนเป็นเรื่องที่เคยชิน แม้ว่าพ่อของคุณน่านฟ้าจะให้จ้างพี่เลี้ยงหรือคนดูแล แต่ผมก็คัดค้านกลัวว่าจะเจอพี่เลี้ยงเด็กใจโหดทำร้ายลูกตอนที่เราไม่เห็น ถ้าเป็นแบบนั้นผมต้องหัวใจสลายแน่ๆ แค่ลูกป่วยผมก็กังวลจนแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ 

ผมเข้ามาในห้องพบว่าเจ้าอ้วนกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ มีผ้าเช็ดตัวผืนพอดีตัวห่อตั้งแต่หน้าแกจนถึงข้อเท้า ผมจึงเจ้าไปหาลูกและช่วยเชาเช็ดตัวและใส่เสื้อผ้า

ปุ๊!

"ไม่เล่นครับ เดี๋ยวเสื้อหม่าม๊าเปื้อน" ผมบอกเมื่อเจ้าอ้วนเคาะกระป๋องแป้งเล่นเหมือนสนุกอะไรนักหนา 

เจ้าอ้วนน่ะชอบเล่นแป้งมากเวลาแต่งตัวคือชอบเคาะ ชอบเป่าทำชุดผมเลอะๆฝุ่นแป้งไปทำงานก็หลายครั้งแต่ผมชินแล้ว ผมไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้หรอก เพราะเดี๋ยวปัดๆมันก็ออกถ้าไม่ใช่เสื้อสีเข้มอะนะ แต่ตอนนี้ต้องเอาแป้งไปวางไกลๆมือเจ้าตัวซนคนนี้ก่อน

"เสร็จแล้วลงไปรอหม่าม๊ากับคุณพ่อที่โต๊ะอาหารนะครับ ลงบันไดระวังด้วยรู้ไหม"

ฟอด

ผมกดจมูกลงข้างแก้มย้วยๆของลูกชายไปฟอดใหญ่แล้วปล่อยให้เขาเดินลงไปข้างล่างเอง ส่วนตัวผมก็จัดการเก็บเสื้อผ้า เครื่องแต่งตัวของลูกให้เรียบร้อย ไม่อยากเพิ่มงานให้พวกแม่บ้านเขาอะไรทำได้ก็ทำไปก่อน 

อาหารเช้าวันนี้เป็นข้าวต้มกุ้งที่เจ้าอ้วนชอบกินไปตั้งสองชาม แถมวันนี้ยังมีผลไม้จัดใส่กล่องทัพเพอร์แวร์ให้ไปกินตอนกลางวันอีก เราสามคนออกจากบ้านพร้อมกัน โดยมีคุณน่านฟ้าเป็นคนขับและผมกับลูกนั่งที่เบาะหลังจัดการตรวจความเรียบร้อยให้ลูกก่อนที่จะถึงโรงเรียน เมื่อรถจอดลงที่หน้าโรงเรียน ผมช่วยจับกระเป๋าให้ลูกสะพายก่อนจะลงจากรถลงไปส่งให้ถึงมือคุณครูประจำชั้นทั้งยังฝากถุงผ้าที่บรรจุกล่องข้าวกลางวันของเจ้าอ้วนด้วย 

“ฝากด้วยนะครับคุณครู” 

“ได้” 

ผมลาคุณครูและหอมแก้มเจ้าอ้วนทั้งซ้ายขวาและรีบกลับไปที่รถซึ่งจอดรออยู่ ระยะทางระหว่างโรงเรียนสกายไปถึงบริษัทไม่ได้ไกลมากเท่าไหร่ แต่เพราะการจราจรในช่วงเช้าที่รถค่อนข้างติดทำให้เราทั้งสองมาถึงบริษัทก็เกือบแปดโมงครึ่งแล้ว 

“คุณแสงเหนือเลขาคนใหม่มาแล้วนะคะ” 

“จริงสิ ผมลืมไปเลย” ผมพูดอย่างนึกขึ้นมาได้ ตั้งแต่เธอคนนั้นออกไปผมก็ไม่มีเลขาหน้าห้องมาเกือบๆ 2 เดือนแล้ว “ได้คนแล้วใช่ไหมครับ” 

“ค่ะ ดิฉันรับเองแต่ถ้าคุณแสงเหนืออยากจะสัมภาษณ์อีกรอบก็ได้ค่ะ” 

“งั้นให้เข้ามาพบผมที่ห้องเลยนะครับ” 

“ได้ค่ะ” 

ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลแจ้งเรื่องเลขาใหม่ที่รับเข้ามาหลังจากที่ได้ประกาศไปเมื่อเดือนก่อน นี่ผมก็ทำงานคนเดียวจนลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองไม่มีเลขาช่วยงานมาสักแล้ว ผมเดินเข้าไปในห้องทำงานของตัวเองได้ไม่นานก็มีคนพาหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งเข้ามา 

“คุณแสงเหนือคะ นี่คุณนลิณีค่ะ” 

“ครับ สวัสดีครับเชิญนั่งก่อน” 

ผมบอกอย่างสุภาพ คุณนลิณียิ้มให้ผมเล็กน้อยและนั่งลงที่เก้าอี้ ผมบอกให้เธอรอสักครู่ระหว่างที่ผมกำลังอ่านเรซูเม่ของเธอ 

ประวัติคลีนมาก 

“พึ่งจบมาหรอครับ?” 

“ค่ะ พึ่งจบมาจากฝรั่งเศสดิฉันเรียนจบทางงานเลขานุการมาโดยตรง” 

“ไม่เคยทำงานหรอครับ” 

“ใช่ค่ะ พึ่งมาสมัครที่นี่ที่แรก” 

“ช่วยตอบคำถามผมเป็นฝรั่งเศสด้วยนะครับ” 

ประวัติการทำงานไม่มี มีแต่ใบปริญญาที่บอกว่าจมมาจากต่างประเทศ ผมไม่รู้หรอกนะว่าเธอใช้เส้นสายของใครในนี้เข้ามาหรือเข้ามาเพราะความสามารถแต่ถ้าประวัติการทำงานคลีนขนาดนี่ผมเองก็คงไม่ไว้ใจ เพราะตำแหน่งเลขาของผมไม่ใช่ตำแหน่งฝึกงานของพวกมือใหม่ ผมสอบสัมภาษณ์เธอเป็นภาษาฝรั่งเศสอยู่นานด้วยคำถามที่ค่อนข้างจะง่าย และเริ่มความยากขึ้นมันทำให้ผมเห็นว่าเธอไม่เหมาะที่จะทำงานที่นี่ และความสามารถไม่พอ 

“ขอบคุณมากครับ ไว้ผมจะให้คนติดต่อกลับไป” 

“...คะ” 

ผมคิดว่าเธอน่าจะรู้นะว่าไอ้ที่ผมบอกแบบนี้หมายความว่ายังไง เมื่อเธอกลับไปแล้วก็เรียกให้ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลเข้าพบและถามถึงความเป็นมาของเรื่องทั้งหมด ทราบว่าคนเมื่อสักครู่เป็นหลานสาวของกรรมการบริหารคนหนึ่งฝ่ายเข้ามา เธอเองก็เป็นลูกจ้างจะปฏิเสธก็ไม่ได้จึงต้องทำตาม 

“ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ผมเข้าใจ แต่ถ้ามีมาอีกพี่ให้ผมสัมภาษณ์เองก็ได้ครับ” 

“ได้ค่ะ” 

“เรื่องวันนี้ขอบคุณนะครับ” 

“ค่ะ” 

เมื่ออยู่คนเดียวผมก็เริ่มจัดการงานของตัวเองแต่นั่งทำได้ไม่นานก็เวียนหัวขึ้นมาอีกรอบทั้งยังรู้สึกตาลายมองเอกสารไม่จัดจนต้องลุกออกจากห้องเพื่อไปชงอะไรอุ่น ๆ มาดื่ม แต่พอยืนขึ้นทำไมผมถึงได้รู้สึกว่าโลกมันหมุนมากขนาดนี้ล่ะ รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังเดินอยู่บนพื้นที่โคลงเคลงยังไงก็ไม่รู้

"แสง!" 

ตุบ!

 

สิ่งแรกที่ผมลืมตาขึ้นมาเห็นคือเพดานสีขาวที่มีหลอดไฟฝังเป็นมุมสี่มุม เลื่อนสายตาไปมองที่ข้างๆเป็นกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวกลางกรุง ให้เดาห้องนี่คงเป็นห้องนอนที่อยู่ภายในห้องทำงานของผม แต่ทำไมผมถึงมานอนที่นี่ได้นั่นคือคำถาม แต่สงสัยได้ไม่นานคนตอบคำถามก็มา เมื่อใบหน้าคุ้นเคยหันมาสบตาเข้ากับผมพอดี

"คุณ"

"เป็นยังไงบ้าง" คุณน่านฟ้าเข้ามาประคองผมขึ้นนั่ง เขาจัดแจงเอาหมอนมารองที่ด้านหลังและส่งแก้วน้ำอุ่นมาให้จิบทั้งยังเอายาดมยัดใส่มือให้ "ทำไมอยู่ๆถึงเป็นลมล่ะ"

"ไม่รู้ครับ รู้สึกเพลียๆตั้งแต่เมื่อเช้า” 

ผมตอบและยกน้ำขึ้นจิบเล็กน้อย คุณน่านฟ้าขึ้นมานั่งด้วยกันบนเตียงใช้มืออังหน้าผากและแนบกับลำคอเหมือนวัดไข้ แต่ผมว่าตัวผมก็ปกตินะไม่ได้ร้อนเหมือนเป็นไข้ด้วย แต่ตอนที่ล้มลงไปโชคดีมากๆที่คุณน่านฟ้าเข้ามารับได้ทันไม่อย่างนั้นคงได้เจ็บตัวแน่ๆ

“ทำงานหนักไปหรือเปล่า” 

“อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ครับ” ผมยิ้มอ่อนๆและจิบน้ำอีกครั้ง 

“งั้นหนูนอนพักดีไหม ไม่ต้องทำงานแล้ว” 

ผมพยักหน้าเพราะนี่ก็ยังเวียนๆหัวอยู่ คุณน่านฟ้ารับแก้วน้ำไปวางแล้วช่วยประคองผมให้นอนลงอีกครั้ง ผมหลับตาลงอย่างอ่อนเพลียแต่ก็ไม่ได้หลับ ผมยังรับรู้ว่าข้างๆมีคุณน่านฟ้าคอยเฝ้าด้วยความเป็นห่วง มือใหญ่อุ่นๆข้างนั้นกำลังกุมมือผมที่วางทับอยู่บนผ้าห่ม แล้วผมก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง 

“ไม่ได้หลับหรอ?” 

“ป่าวครับ แต่พักสายตาน่ะ” ผมตอบ “แล้วนี่คุณไม่ทำงานหรอ มานั่งเฝ้าผมแบบนี้” 

“ก็ภรรยาไม่สบายจะพี่มีกะใจทำงานได้ยังไง” 

ก็คุณน่านฟ้าเขาเป็นแบบนี้ไงผมถึงรักเขาแบบไม่ต้องสงสัย ร่างสูงกระชับผ้าห่มให้ผมอีกครั้ง ก่อนจะลุกออกไปจากห้อง แต่ไม่นานก็กลับเข้ามาเหมือนเดิมและบอกว่าเก็บของข้างนอกแล้วกลับบ้านกัน ผมไม่ได้คัดค้านอะไร กลับบ้านก็ดีเหมือนกันจะได้นอนพักอย่างสบายใจ 

กลับมาถึงบ้านผมเปลี่ยนเป็นชุดลำลองสบายๆ นอนพักอยู่ข้างบนโดยข้างกายก็มีคุณน่านฟ้านั่งทำงานผ่านไอแพดอยู่ข้างๆ ผมขยับเข้าไปซุกตัวใกล้ๆเข้าทั้งยกแขนขึ้นกอดเอวของคนข้างๆ คุณน่าฟ้ามองลอดใต้แว่นสายตามามองหน้าผมและวางมือลงบนศีรษะของผมเบาๆ 

“มีอะไร” 

“อยากกอดเฉยๆครับ” ผมเงยหน้ามองเขาเล็กน้อยแล้วตอบ “ผมกวนหรอ?” 

“ไม่หรอก ทำงานเสร็จพอดี” 

เขาวางไอแพดไว้ที่โต๊ะเล็กๆข้างเตียงแล้วขยับตัวลงมานอนกอดผมเอาไว้ ผมขยับซุกเข้าหาอกและซอกคอของร่างสูงกลิ่นกายอ่อนๆที่มาจากคนข้างกายทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ผมกดจมูกลงบนไหล่หนาของสามีสูดกลิ่นหอมอ่อนๆที่มีความเฉพาะตัวจนเต็มปอด แขนก็กระชับโอบรอบเอวหนาไว้ 

“ทำไมวันนี้นัวเนียจัง” 

“ไม่รู้ครับ” ผมตอบเสียงอู้อี้กับซอกคอของเขา “แต่ได้กลิ่นคุณแล้วมันหายเหนื่อยยังไงไม่รู้ สดชื่นขึ้นด้วย” 

“งั้นก็กอดแน่ๆเลยดีไหม” 

“อือ”

ผมตอบรับด้วยการกอดรัดร่างสูงให้แน่นขึ้น คุณน่านฟ้าหัวเราะหึๆในลำคอแล้วกดจมูกลงกลางศีรษะของผมฟอดหนึ่งแล้วเอื้อมไปปิดไฟนอน อาการเวียนหัวและอ่อนเพลียอยู่กับผมมาเกือบสัปดาห์ เวลาที่ออกไปทำงานคุณน่านฟ้าก็จะมานั่งเฝ้าดูและคอมห้ามไม่ให้ทำงานหนักจนเกินไป จนอาการนั่นเริ่มหายไปและแทนที่ด้วยอาการคลื่นไส้ในตอนเช้าที่เป็นมาได้ประมาณ 3-4 วัน

โอ้กกกก

ผมลุกขึ้นมาอาเจียนตั้งแต่ตี 4 เพราะรู้สึกมวนๆท้อง ลำบากคุณน่านฟ้าที่นอนอยู่ข้างๆกันต้องตื่นขึ้นมาดูแลทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกันที่เขาตื่นขึ้นมาช่วยลูบหลัง ช่วยหาน้ำมาให้บ้วนปากและช่วยพยุงตัวผมออกจากห้องน้ำ เขาพาผมมานั่งที่เตียงโดยที่ตัวเองคุกเข่าอยู่บนพื้นระหว่างขอของผมด้วยสีหน้าที่เป็นห่วง

"ไปหาหมอไหม?"

ผมพยักหน้าผมเองก็สุดจะทนกับไอ้อาการแบบนี้เต็มทนแล้ว มันเหมือนตอนที่ผมตั้งท้องเจ้าอ้วนเลย ตอนนั้นก็เป็นแบบนี้ แต่หนักกว่านี้มาก หรือว่าผม...

"ท้อง?" ผมพึมพำคนเดียว

"หนูว่าอะไรนะ"

ผมมองหน้าคุณน่านฟ้าแล้วคว้ามือหนามาบีบเบาๆ "หรือว่าจะท้องครับ อาการมันเหมือน" ผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกแต่เท่าที่สังเกตอาการต่างๆแล้วมันก็เหมือนมากจริงๆ

"งั้นวันนี้เราไปตรวจกันเลยนะ ถ้าท้องก็ดีสิลูกจะได้มีเพื่อนเล่น"

"ครับ"

สีหน้าของคุณน่านฟ้าดูมีความสุขมากๆหลังจากที่ผมบอกไปแบบนั้น แต่ว่าถ้าเกิดว่าผลออกมาแล้วผมไม่ได้ท้องแบบที่คิดเขาจะเสียใจไหม ผมคว้ามือเขาเอาไว้ในตอนที่อีกคนลุกขึ้นกำลังจะเดินห่างออกไป คุณน่านฟ้าหันมายิ้มให้และกลับเข้ามายืนใกล้ๆผมอีกครั้งพร้อมถามเสียงนุ่ม ผมลังเลสักพักและจึงถามในสิ่งที่กังวลออกไป สิ่งที่ได้กลับมาหลังจากนั้นคือรอยยิ้มและฝ่ามืออุ่นที่ประคองแก้มทั้งสองข้างเอาไว้

"ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ถ้าไม่ใช่พี่ก็จะขยันทำอีกจนกว่าจะใช่" 

คำตอบจากร่างสูงทำให้ผมอมยิ้มน้อยๆและปล่อยให้เขาเดินห่างออกไป คุณน่านฟ้าหยิบผ้าเช็ดตัวและหันมายิ้มให้ผมอีกครั้งหนึ่งก่อนจะเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเตรียมไปทำงาน ผมนั่งสักครู่หนึ่งให้หายอาการเวียนหัวแล้วจึงไปจัดการเตรียมชุดให้เขาเหมือนปกติทุกวัน

 

 

 

หลังจากเข้าไปทำงานที่บริษัทแล้วตอนนี้ทั้งผมและคุณน่านฟ้าเราก็อยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง คุณน่านฟ้านัดกับคุณหมอที่รู้จักเอาไว้ซึ่งก็ไม่ใช่ใครเป็นหมอมุ่ยคนที่เคยดูแลผมตอนท้องสกายนั่นแหละ ตอนที่เข้าไปตรวจหมอมุ่ยก็ทักผมอย่างกันเองจนไอ้เห็นสายตาแอบหมั่นไส้จากคุณน่านฟ้าที่มองเพื่อนตัวเอง และเพราะเป็นคนกันเองเลยมีเรื่องให้คุยเยอะมาก จนถึงตอนที่หมอให้พยาบาลพาผมออกไปเก็บตัวอย่างปัสสาวะที่ห้องน้ำ คุณน่านฟ้าถึงกับเลิกคุยกับเพื่อนเพื่อที่จะตามผมไปที่ห้องน้ำ

"ได้รู้ผลเลยไหม"

"ได้เลย รอไม่นาน"

ระหว่างที่รอเขาก็คุยเรื่อยเปื่อยจนพยาบาลเดินมาแจ้งผลตรวจให้ทราบ หมอมุ่ยอ่านผลในเอกสารและส่งสายตากรุ้มกริ่มมาที่ผมกับคุณน่านฟ้าคนละทีแล้วยิ้มกว้างออกมา

"ยินดีกับลูกคนที่สองครับ"

ผมกับคุณน่านฟ้ายิ้มออกมาพร้อมกันและเป็นผมที่ร้องไห้น้ำตานองเพราะไม่คิดว่าเขาจะมาเร็วขนาดนี้ ร่างสูงดึงเข้าไปกอดไว้แนบอกพูดขอบคุณซ้ำๆ จนกระทั่งหมอมุ่ยกระแอมแล้วบอกให้แยกเพื่อฟังที่เขาจะพูด ซึ่งมันก็เรื่องเดิมๆนั่นแหละที่จะต้องตรวจโรคระหว่างตั้งครรภ์ และการดูแลตนเอง หมอมุ่ยบอกว่าผมท้องได้ประมาณ 8 สัปดาห์แล้วจึงให้ผมกรอกเอกสารฝากครรภ์ที่นี่เลยและเขาก็จะเป็นเจ้าของเคสให้ผมเองอีกด้วย นอกจากนี้ยังให้พยาบาลมาเจาะเลือดผมไปตรวจอีกด้วย

"งั้นไปอัลตราซาวน์ดูดีกว่าว่าตัวเท่าไหนแล้ว" หมอมุ่ยบอก

ผมเองก็พยักหน้าเห็นด้วย และเอ่ยชวนคุณน่านฟ้าไปด้วยกัน เขาน่ะตอนที่ท้องสกายก็ไม่เคยเห็นลูกตอนอยู่ในท้องเลยเห็นก็แต่รู้ถ่ายที่คุณหมอปริ้นให้เท่านั้น คราวนี้เขาจะได้เห็นภาพเจ้าตัวน้อยในท้องแบบเรียลไทม์

ภาพขาวดำบนจอแสดงภาพของสิ่งมีชีวิตในครรภ์ขนาดเท่าเมล็ดถั่วแดง ตา ปาก และจมูกเริ่มเห็นชัดเจนแล้ว หมอก็ชี้ๆไปบนจอแต่ก็ดูไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก แต่ผมก็มีความสุขที่ได้เห็นเขา ผมกับคุณน่านฟ้าจับมือกันแน่นมองภาพในจอนั้นโดยไม่มีคำพูดใด และสัมผัสอ่อนนุ่มจากริมฝีปากของว่าที่คุณพ่อที่ประทับลงบนหน้าผากของผม

"ขอบคุณนะครับแสงเหนือ ขอบคุณ"

"ผมก็ขอบคุณ" 

เราประสานสายตาที่สื่อความหมายถึงกันและกันก่อนที่จะถูกเรียกจากคุณหมอมุ่ยที่บอกว่าจะเขียนใบจ่ายยาบำรุงครรภ์ให้ แล้วไปรับยากลับบ้านได้ พร้อมกับภาพปริ้นอัลตราซาวน์หนึ่งใบที่มอบให้เป็นที่ระลึกและกล่าวคำยินดี

เมื่อออกมาจากโรงพยาบาลสิ่งแรกที่เราทั้งสองคนทำคือไม่ใช่ไปที่รถ แต่ผมกับร่างสูงข้างๆต่างต่อสายหาคนที่รัก นั่นคือพ่อกับแม่ ผมโทรบอกข่าวดีกับป๊าและม๊า พวกท่านดีใจมากและบอกว่าจะหาโอกาสมาเยี่ยม ส่วนคุณน่านฟ้าน่าจะโทรบอกพ่อของเขาได้ยินแค่ว่าให้จัดงานเลี้ยงฉลองรับขวัญหลานในเย็นนี้ ดูท่าแล้วคุณปู่น่าจะเห่อหลานพอๆกับลูกชายนั่นแหละ

 

 

TBC

ไม่ต้องรอหลานแล้วค๊า หลานมาแน้ว ตั้งชื่อหลานรอกันได้เลย

รบกวนตอนแบบสอบถามรวมเล่มด้วยนะคะ CLICK  เข้าไปตอบแบบสอบถามได้ที่ readawrite นะคะ 

ความคิดเห็น