ลิตเติ้ลมักเกิ้ล / ตรงนู้นก็ไล่มาเล่นตรงนี้
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก EP.3 [ผมหวังดีกับคุณนะครับ]

ชื่อตอน : Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก EP.3 [ผมหวังดีกับคุณนะครับ]

คำค้น : แวมไพร์ , ไวท์กัปตัน , ปุณณ์โน่ , เงินออกัส , midnight society , midnight , society , vampire , lovesick , ผีดิบ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2559 19:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก EP.3 [ผมหวังดีกับคุณนะครับ]
แบบอักษร

 

Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก

 

PARTแรก เงิน+กัส / ตอนที่ 3 [ผมหวังดีกับคุณนะครับ]

 

...........................................................

 

คืนนั้นทั้งคืน ที่น้ำเงินพยายามเดินหาว่าเจ้านายของเขาหายไปไหนหลังจากวางโทรศัพท์  แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา ออกัสเตียนหายไปหลังจากที่เขาวิ่งเข้ามาภายในปราสาทอลาสเตอร์ไม่ถึงสิบนาที ไม่ได้อยู่ในห้องทำงาน ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องสนุ้กเกอร์ ห้องเปียโน ห้องน้ำ ห้องสเตอริโอ ห้องโฮมเธียเตอร์ และห้องอื่นๆ ที่ปราสาทเก่าแก่หลังนี้จะสามารถสร้างมันเอาไว้ภายในได้

 

เขาเก็บความสงสัยนั้นเอาไว้เกือบสามวัน และใช้ชีวิตนอนกลางวันตื่นกลางคืนเหมือนกับคนในบ้านอลาสเตอร์ได้อย่างไม่มีปัญหา งานที่ต้องเลี้ยงม้ายูนิคอร์นสองตัว ก็ผ่านไปอย่างราบรื่น อาจจะติดขัดนิดหน่อยตรงที่ยูนิคอร์นยังไม่คุ้นเคยกับเขา จึงส่งเสียงฟึดฟัดเหมือนไล่ให้เขาออกไปไกลๆ น้ำเงินยิ้มสู้เรื่อยมา แม้จะเป็นยิ้มที่ทั้งกล้าทั้งกลัวก็ตาม

.

 

วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่เขาเดินเข้าไปในป่าหลังปราสาท และถือถ้วยชาสีทองมาด้วยสองใบ โทรศัพท์ของเขาใช้การไม่ค่อยได้เลยหลังจากวันนั้น มันไม่ค่อยมีสัญญาณ จึงกลายเป็นเครื่อง MP3 ไปโดยอัตโนมัติ ตอนนี้มันมีประโยชน์เพียงแค่เอาไว้เปิดไฟฉาย และฟังเพลง ถ้าจะให้ทำประโยชน์อย่างอื่นล่ะก็ นกพิราบสื่อสารยังจะดีซะกว่าในตอนนี้

.

 

เที่ยงคืนสิบห้านาที...

สัตวแพทย์หนุ่มนั่งลงบนขอนไม้ท่อนเก่า รอเวลาตีหนึ่งที่ยูนิคอร์นจะมาถึง เขาไม่ได้พบหน้าเจ้านายมาสองสามวันแล้ว และไม่บังอาจกล้าขึ้นไปบนชั้นสาม ไม่ใช่เพราะกลัวคำสั่งของคนหน้าหวานคนนั้นหรอก แต่เขากลัวยามสองคนที่เฝ้าอยู่ตรงทางขึ้นบันไดมากกว่า

 

คนอะไร...หน้าดุจัง

.

 

.

 

 

 

 

#เสียงจากน้ำเงิน

 

ขนสีเงินเงาของม้ายูนิคอร์นสองตัว ทำให้ผมหลงใหลมันเอามากๆ มันสวยมากกว่าม้าทุกตัวที่ผมเคยเห็น แถวตัวเบ้อเร่อนึกว่าม้ายักษ์ซะอีก ถึงจะผ่านไปหลายวันแล้ว แต่ผมก็ยังไม่ชินกับพวกมันอยู่ดี ทุกครั้งที่เดินไปแปรงขนให้พวกมันทางด้านหลัง มันชอบทำท่าเหมือนจะดีดผมอยู่เรื่อย ชวนคุยอะไรก็ไม่คุย ไหนออกัสบอกว่ามันสื่อสารทางจิตได้ไง ผมไม่เห็นจะฟังมันรู้เรื่องเลย

โกหกนี่หว่า

“ตกลงพวกคุณไม่รู้จริงๆ เหรอ ว่าออกัสเขาหายไปไหนน่ะ”

“.....”

“ผมเดินหาเขามาหลายวันแล้ว จะถามว่าผมควรจะตัดขนให้พวกคุณได้หรือยัง แต่ก็หาไม่เจอ แล้วชาคาร์โมมายล์ในกระปุกก็จะหมดแล้วด้วย ถ้ายังหาเขาไม่เจออยู่แบบนี้ วันต่อๆ ไปผมจะชงอะไรให้พวกคุณกิน? อ๊ะ! หรือว่าผมควรจะพาพวกคุณไปขายดีนะ เงินคงดีมากทีเดียว หรือจะพาไปไว้ในพิพิธภัณฑ์ดี ผมเปิดกิจการเอง รวยอื้อเชียวล่ะ”

.

ตุ้บ!!!

.

ตัวฝั่งซ้ายร้องดังและยกสองขาหน้าเข้ามาถีบอั้กเข้ากลางหน้าอกผม ทำให้ผมล้มลงไปนอนจุกอยู่ที่พื้น

อั้ก!

...

พูดอะไรแทบไม่ออก

“ข ขอโทษครับ” เจ็บอย่าบอกใครเชียวล่ะคุณ

มันฮึดฮัดใส่ผมด้วยท่าทีไม่พอใจ ยูนิคอร์นสองตัวนี้พยศมาก และดูท่าทางจะมีนิสัยดุร้าย ผมไม่น่าไปแหย่พวกเขาอย่างนั้นเลย

.

กุบกับ...กุบกับ...

.

เสียงฝีเท้าย่างกรายเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น ฝีเท้าหนักๆ แต่ไม่ยักกะมีรอยเท้าเลยสักนิด ทำให้ผมเริ่มกลัว

ดวงตาของมันฉายแววความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน ร่างสูงทะมึนปานยักษ์วัดแจ้ง กำลังทอดเงาผ่านร่างของผมที่ตัวหดเหลือเท่ามด เตรียมตัวตายได้เลยน้ำเงิน สุริยวงศ์ หมดเวลาของนายแล้ว

ผมหลับตาปี๋ เตรียมรับความรู้สึกกีบเท้าม้าที่จะถีบผมกลางหัวอีกครั้งหนึ่ง

“ก่อนตายก็จำเอาไว้ด้วยว่า อย่าแหย่ยูนิคอร์นให้โมโหอีก”

.

เสียงคุณออกัส

ผมเงยหน้าขึ้นมองข้างหลังแทบจะทันที ไม่รู้ว่าเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เขายืนอยู่ไม่ไกลจากผม และกำลังทำให้เจ้าสองตัวนั้นอารมณ์เย็นลง ม้ายูนิคอร์นสองตัวนั้นไม่พอใจผมมาก และดูเหมือนว่าจะไม่ยอมให้ผมเข้าใกล้มันอีก

“ผมขอโทษแทนเขาด้วย เขาคงพูดเล่น ไม่ได้คิดจริงจังอะไร” ออกัสบอกและหยิบหญ้าอ่อนสีเขียวเรืองแสงให้พวกเขากิน ผมไม่รู้ว่าหญ้านั้นคือหญ้าชนิดไหน เพราะมันดูสวยและเหมือนจะเรืองแสงได้ในตอนกลางคืน ม้ายอมกิน แต่ก็ยังไม่วายทำท่าเหมือนจะวิ่งเข้ามาขย้ำผม

“กลับไปก่อน” เขาสั่ง

“ไม่ครับ” ผมตอบ

“ฉันบอกให้กลับไปก่อน!!!!!

“ไม่กลับครับ ผมกลัวผี”

“ไม่มีผีในโลกนี้!!

“ก็คุณไง ทำตัวยังกะผี หายไปหายมา หาก็ไม่เจอ พอนึกจะมาก็มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง คุณเป็นผีรึไงคุณออกัส”

“.....” เขาไม่ตอบผม แต่จูงยูนิคอร์นสองตัวไปที่ลำธาร และเริ่มวักน้ำใส่ตัวมัน

.

ทุกการกระทำ ด้วยสีหน้าว่างเปล่า

เขาอาบน้ำให้ และยืนคุยอะไรไปด้วย สีหน้านั้นหนักใจกับอะไรบางอย่าง แต่แววตาเฉยชา ผิวขาวเกือบซีดนั้น ถึงจะมองเห็นแค่แสงจันทร์ แต่ผมก็ยังรู้สึกว่าเขาขาวมากอยู่ดี

อยู่แต่ในบ้านก็งั้นแหละ ไม่ยอมออกมาโดนแดดซะบ้าง

.

คุณยูนิคอร์นเริ่มอารมณ์เย็นลง และยืนแกว่งหางเป็นปกติ ออกัสหยิบชาไปรินเพิ่มให้ในถ้วยทอง บางทีผมก็นึกสงสัย ว่าแค่ม้า (พิเศษ) สองตัว จำเป็นต้องเอาใจมันขนาดนั้นไหม หรือว่ามันมีความพิเศษหรือคุณสมบัติอลังการล้านโลกอย่างไร ทำไมถึงต้องจ้างผมในราคาที่แพงขนาดนี้

.

.

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ ผมดูพระจันทร์ไม่เป็น...

ชายร่างสูงโปร่งเดินกลับมาหาผม หลังจากที่ปล่อยยูนิคอร์นสองตัวนั้นกลับไปแล้ว

“มานี่!” ข้อมือเรียวนั้นคว้าหมับมาที่ศอกผม และกึ่งดึงกึ่งลากให้เดินตามหลังเขาไป แค่มือยังหล่อ นิ้วเรียวยาวแบบคนที่ไม่เคยทำงานหนัก แต่เอ๊ะ...

.

มือนั้นเปื้อนเลือด!

“คุณออกัส”

“อะไร” เขาขานรับ ทั้งๆ ที่ยังเดินลากผมกลับไปเรื่อยๆ ไม่ได้หยุด

“มือของคุณไปโดนอะไรมา มีคราบเลือดติดอยู่ที่นิ้วคุณ”

เสียงถอนหายใจดังขึ้น และตอบผมด้วยน้ำเสียงระอา “ฉันเคยบอกนายแล้วไม่ใช่เหรอ อย่าอยากรู้ ในสิ่งที่ไม่ควรรู้!

“แล้วเรื่องนี้ผมไม่ควรรู้เหรอ”

“ใช่”

“โอเค งั้นผมไม่รู้ก็ได้” ผมตอบด้วยน้ำเสียงเริงร่า

ประตูปราสาทถูกเปิดออก ทั้งๆ ที่ไม่มีคนยืนอยู่ตรงนั้นเลยสักคน เขาลากผมเข้าไปโยนลงบนโซฟาเล็กในห้องรับแขก และยืนมองหน้าผมด้วยสีหน้าโมโห (มั้ง)

“ฉันบอกนายแล้วใช่ไหม ว่าอย่าทำให้ยูนิคอร์นโกรธ ถ้าฉันไม่เดินไปเจอ นายอาจตายไปแล้วก็ได้”

“ขอบคุณครับ”

“ฉันไม่อยากได้ยินคำนั้น!!

“งั้น ขอโทษครับ”

“ไม่ต้อง!

“แต่ผมพูดไปแล้ว”

“งั้นวันหลังก็ไม่ต้องขอโทษฉันอีก แต่ช่วยทบทวนให้ดีๆ ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป เพราะมันหมายถึงชีวิตนาย รู้ไว้ซะ!!

“ครับ” ผมตอบสั้นๆ ด้วยใบหน้าสงบเสงี่ยม

...สงบเสงี่ยมเหรอ?

ไม่นะ...แววตาผมนี่โลดเต้นสุดๆ ห้องนี้แม่งโคตรสวยเลย อยู่มาตั้งหลายวันไม่ยักกะรู้ว่ามีห้องนี้อยู่ในปราสาทอลาสเตอร์ด้วย

“อย่างนั้น ผม...”

“.....”

“ขอทำแผลให้คุณได้ไหมครับ”

“ฉันไม่ใช่ม้า”

“ถึงผมจะเป็นสัตวแพทย์ แต่ผมก็ทำแผลคนได้นะคุณ”

“ฉันไม่ต้องการ” เขาทำท่าจะเดินหนี

.

หึ!

ผมลุกขึ้นพรวดและเดินไปดักหน้าเขาไว้ ออกัสรีบสะบัดผ้าคลุมให้ออกห่างจากตัวของผมโดยเร็ว และถามผมเสียงดังอย่างเอาเรื่อง

“น้ำเงิน สุริยวงศ์!!

“ครับ”

“ฉันจะหักเงินเดือนของนาย จากหนึ่งล้านบาทไทย เหลือเจ็ดแสนบาทไทย”

.

.

O_O!!!! หักสามแสน หักค่าไรอีกวะ

“ผมทำผิดอะไรครับ”

“นายขัดคำสั่งฉัน ทั้งเรื่องม้า และเรื่องส่วนตัว”

“งั้นหักไปเลยครับ แต่ขอผมทำแผลให้คุณก่อนละกัน ถึงเลือดจะหยุดไหลแล้ว แต่คุณก็ควรจะปิดแผล ไม่ให้เชื้อโรคในอากาศเข้าไปในร่างกายของคุณได้ โดยเฉพาะคนผิวซีดอย่างคุณ ผมว่าคุณเป็นโรคโลหิตจาง หรือไม่ ก็อาจจะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว คุณคงจะใกล้ตาย พอทำแผลเสร็จ ผมจะจ่ายยาบำรุงเลือดให้นะครับ” ผมตอบ

.

อาจดูเป็นคำตอบที่กวนตีนไปนิด แต่สีหน้าเขาแดงเถือกขึ้นมาด้วยความโมโหทันที

.

นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ

“น้ำเงิน!!!!!! ฉันไล่...”

“อย่าไล่ผมออกนะครับ คุณหาสัตวแพทย์เก่งๆ อย่างผมอีกไม่ได้แน่ๆ ค่าจ้างแบบนี้ สำหรับเลี้ยงม้ายูนิคอร์นมันถูกมากนะครับ แถมเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง การันตีฝีมือว่าผ่าตัดไม่เจ็บสักนิด เย็บเนียนไร้รอยแผลเป็น แถมทำแผลหายไวกว่าคนอื่นด้วย”

“หมอที่ไหนจะมาทำแผลหายไวกว่าคนอื่น มันก็หายเท่าๆ กันนั่นแหละ”

“งั้นก็ต้องให้ผมลองทำดูก่อน ว่าคุณจะหายไวจริงไหม รอแป๊บนะครับ” ผมดันตัวคนสูงกว่าลงไปนั่งที่โซฟา และรีบวิ่งกลับห้องตัวเองหากล่องปฐมพยาบาลอย่างรวดเร็ว

ผมรู้สึกว่าดวงตาของเขาเป็นสีแดงเวลาโกรธ ไม่รู้เป็นเพราะแสงสะท้อนจากสร้อยคอที่เขาสวมอยู่ หรือเพราะผมตาฝาดกันแน่

หรือเขาอาจใส่คอนแทคเลนส์???

“มาละฮะ อันดับแรก ล้างมือในอ่างน้ำอุ่นก่อนนะครับ ผมเตรียมมาให้แล้ว”

“.....” นิ่งสนิท

ผมรู้อยู่แล้ว ว่าออกัสเตียน อลาสเตอร์ต้องทำแบบนั้น

ดังนั้น ผมจึงต้องเอื้อมไปหยิบมือของเขาลงไปจุ่มในอ่างน้ำ และถูจนกว่าคราบเลือดจะออกหมดด้วยตัวเอง

“นี่เลือดงู ไม่ใช่เลือดของคุณ คุณไปทำอะไรมาครับ แล้วทำไมไปโผล่ที่ป่าตรงนั้นได้” จะยังไงผมก็ยังอยากรู้อยู่ดีนั่นแหละ แม้จะโดนห้ามมาเป็นสิบๆ ครั้งแล้วก็ตาม

“.....”

“คุณโดนงูกัด??” นี่แม่งรอยเขี้ยวงูนี่หว่า แถมปากแผลมีรอยไหม้ แสดงว่าเป็นงูพิษร้ายแรง

“คุณออกัสเตียน กรุณาบอกผม ว่าคุณเป็นอะไร! คุณโดนงูอะไรกัดมา พอจะทราบไหมครับ!” ผมถามอย่างลนลานเมื่อเห็นบาดแผลบนหลังมือนั้น และควานมือลงไปในกระเป๋าหาเซรุ่มแก้พิษงูเบื้องต้น ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นงูที่น่าจะพบในป่าลึก

“ไม่ต้องฉีดหรอก ฉันไม่เป็นไร อีกอย่าง งูพวกนั้นก็ทำอะไรฉันไม่ได้”

“จะบ้าเหรอคุณ!! งูกัดนะ ไม่ใช่ผมกัด จะได้ไม่เป็นอันตรายอะไรเลยน่ะ!

.

.

เขามองผมตาเขียวปั้ด!

.

.

“ลามปาม!

“ก็ผมพูดจริง แล้วง่วงบ้างไหม คุณปวดแผลรึเปล่า หายใจสะดวกดีไหม ผมว่าผมเปิดช่องทางการหายใจให้คุณก่อนดีกว่า กรุณาให้ผมแกะกระดุมเสื้อของคุณและเงยหน้าขึ้นด้วยครับ”

“ไม่ต้อง” เขาพูดเรียบๆ และดึงผ้าก๊อซในมือผมไปปิดแผลตัวเองจนเรียบร้อย

.

ไอ้นี่น่าจะพูดไม่รู้เรื่องว่ะ!

แผลเบ้อเร่อ ไม่ฉีดเดี๋ยวก็ตายหรอก

“ออกไปซะ ฉันจะทำงานแล้ว” แล้วเขาก็ยืนขึ้นเต็มความสูง

แผ่นหลังกว้างนั้นสงบนิ่ง ดูไม่เหมือนคนที่เพิ่งโดนงูกัดมาเลยสักนิด

“คุณออกัส”

“ฉันบอกให้ออกไป!

“ไม่ครับ ผมไม่ออก จนกว่าผมจะได้ฉีดเซรุ่มแก้พิษงูให้คุณก่อน”

“ไม่ต้องมาห่วงฉันหรอก”

“ไม่ห่วงได้ไง ผมยังไม่ได้เงินเดือนเดือนแรกเลย”

“โถ่เอ๊ย...” เสียงกัดฟันกรอดดังมาจากปากเขา

ปากงามได้รูปนั่นยืนสบถอะไรพึมพำกับตัวเอง และกระชากแขนผมเหวี่ยงออกมานอกห้อง (พร้อมกับกล่องพยาบาลของผมนั่นแหละ)

“อย่ามากวนใจฉันอีก! แล้วอย่าลืมในวันพระจันทร์เต็มดวงที่ใกล้จะถึง นำเลือดยูนิคอร์นสองหลอดมาให้ฉันด้วย!!!

.

.

ปังงง!

พร้อมกับปิดประตูใส่หน้าผม

“ไร้มารยาทที่สุด” ผมบ่นบ้าง และเดินกระแทกส้นเท้าแรงๆ กลับมานั่งในห้องนอนของตัวเอง

วันพรุ่งนี้ คงได้มีการเก็บศพนายจ้างกันล่ะคุณ!

.

.

“คนบ้าอะไรวะ โดนงูกัดแล้วยังจะอวดเก่งอีก!” น่าปล่อยให้ตายไหมล่ะ ผมถามจริง

“แล้วรูใหญ่ขนาดนั้น งูแม่งไม่ตัวเท่าเสาไฟฟ้ารึไงวะ เลือดนี่กรังมือมาเชียว ยังจะปากดีอยู่ได้ น่าจะฉีดยาพิษให้แม่งตาย แล้วขนสมบัติหนีไปให้หมดเลย!

“ฉันได้ยินนะ!

.

.

O___O!

ซ ซวยละมึง

.

ผมขนลุกซู่ แล้วรีบหันหลังไปมองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูทันที

ความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ของผมในวันนี้คือ ไม่ปิดประตู! จำไว้นะน้ำเงิน วันหลังจะนินทาใครให้ปิดประตู!!! จำไว้นะโว้ย

“ค คือผม...”

“ออกมานี่” นั่นไง กูว่าแล้ว

ดวงตาแข็งจ้องเพ่งมาที่ผมที่เดินมาหาเขาและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ “ผมหวังดีกับคุณนะครับ”

“ถือไอ้กล่องนั้นมาด้วย”

“คร้าบ” แอบร้องไห้ในใจได้ไหมวะ โดนไล่ออกสมใจแน่กู

.

ฮรื้อออ~~

.

เขาพาผมมาที่ห้องโฮมเธียร์เตอร์ เปิดหนังเรื่อง vampire twilight และยื่นมามาวางบนตัก “ทำแผลให้เสร็จ”

“อ อะไรนะฮะ?”

“หูหนวกรึไง”

.

.

ชิ!

คนบ้านนี้พูดห้วน ไร้หางเสียง ไม่มีมรรยาทจริงๆ เลย

“แอบด่าฉันในใจ ฉันหักเงินเดือนอีกนะ”

“แค่นี้ก็จะไม่พอกินแล้วครับ” ผมบ่น แล้วค่อยๆ ฉีดยาแก้พิษงูที่เขาบอกว่ามันคือ งูพิษเกล็ดเลื้อยลงไปให้ ผมประหลาดใจอยู่ เพราะปกติงูพิษเกล็ดเลื้อยนี้ เป็นงูที่อยู่ในวงศ์งูแมวเซา หรืองูชนิดเดียวกันกับงูหางกระดิ่ง เพียงแต่จะอยู่ในที่ร้อนชื้น ส่วนงูหางกระดิ่งอยู่ในพื้นที่แห้งแล้งทะเลทราย

และที่สำคัญ งูชนิดนี้ หากินในเวลากลางคืน และพิษของมันสามารถทำให้คนตายได้ภายในเวลาไม่กี่นาที

.

.

มันเป็นไปแทบไม่ได้เลย ที่ร่างกายของมนุษย์จะทนพิษงูชนิดร้ายแรง มายืนต่อล้อต่อเถียงกับผมเป็นชั่วโมงอยู่แบบนี้ได้

มันเป็นไปได้ยากมาก แต่มันก็เป็นไปแล้วจริงๆ

“เบาๆ หน่อยสิ ฉันเจ็บนะ”

“ครับ” ผมพยักหน้า

.

แหม...โดนกัดมาเป็นชั่วโมงเพิ่งจะมาทำเจ็บ ก่อนหน้านี้เห็นแข็งแรงแทบจะออกรบได้เลยนี่

“เป่าสิ”

“ครับ???”

“เป่า”

“เป่าอะไร”

“แผลฉันไง”

“เป่าทำไมครับ?”

“ก็เป่าแล้วแผลจะหายไวขึ้นไง ไม่เคยดูหนังเหรอ”

“เลอะเทอะ” ผมส่ายหัว

มีที่ไหนกัน เรื่องอะไรปัญญาอ่อนพรรค์นั้น

.

.

เครื่องมือถูกเรียงกลับเข้าไปในกล่องปฐมพยาบาลตามเดิมหลังจากที่ผมสามารถทำแผลให้เขาเสร็จเรียบร้อยโดยที่เขายังไม่ตาย แถมยังดูแข็งแรงเป็นปกติสุขดี

“จริงๆ แล้ว...” เขาพูด

.

ผมที่กำลังจะเดินออกจากห้อง หยุดชะงักกึก

“ฉันไม่ได้โดนงูกัดหรอก”

“หืม?”

“แผลนั่น ตะปูทิ่ม”

.

.

.

อะไรนะ!!

.

.

.

“แล้วคุณปล่อยให้ผมนั่งถามพิษงูคุณอยู่ตั้งนานเนี่ยนะ คุณออกัส!!!! นี่คุณสติดีรึเปล่า” ไอ้เหี้ย! มึงบ้าเหรอ แล้วเมื่อกี้ฉีดเซรุ่มแก้พิษงูเข้าไป เดี๋ยวก็ตายฟรีหรอก!

“ฉันก็แค่อยากรู้ ว่านายจะทำยังไง ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นกับฉัน”

“แต่แผลคุณมีรอยไหม้”

“ตะปูลนไฟมันก็ร้อนน่ะสิ”

.

.

กั๊ซซซซซ!!!

ไอ้ออกัส ไอ้ผีจีน ไอ้ตัวซีด! วันหลังกูจะฉีดยาพิษให้มึง กูจะฆ่ามึงให้ตายถ้ากูมีโอกาส!

.

“หึหึ” เขากลับหัวเราะ และนั่งดูหนังต่ออย่างสบายใจ

“ฉันจะได้วางใจ ว่านายจะไม่ทรยศฉัน”

“ตอนแรกผมก็ไม่คิดหรอก แต่ตอนนี้คิดแล้ว คิดหนักด้วย ผมจะวางแผนใส่ยาพิษในน้ำให้คุณดื่ม คอยดู!!!!

“งั้นดื่มแก้วนี้ก่อนเลย” เขายื่นแก้วไวน์ให้ผม

.

อารมณ์ ณ ตอนนั้น ผมโมโหจนคิดอะไรไม่ออกหรอกครับ คว้าแก้วได้ก็กระดกรวดเดียวเกือบหมดเพราะอารมณ์ถึงจุดเดือด

“หึ” แล้วเขาก็หัวเราะในลำคออีก “ถ้าแก้วนี้มียาพิษ นายนั่นแหละ ตายคนแรก”

.

.

เออ...

ใช่...

“แต่สำหรับเรา อลาสเตอร์ถือว่า การดื่มไวน์แก้วเดียวกัน เป็นการขอเชื่อมไมตรี ฉันจะรับไมตรีของนายไว้” เขาพูดจบ ก็จรดริมฝีปากลงไปที่ขอบแก้วบริเวณเดียวกันกับรอยปากของผม

.

และจิบไวน์ที่เหลือจนหมด

“กลับไปนอนได้”

.

.

แค่นี้?

“ใช่ แค่นี้แหละ”

ผมแทบจะเต้น ไม่ว่าผมจะคิดอะไรอยู่ในใจเขาก็รู้ไปหมด กล่องพยาบาลถูกคว้าจนหูจับแทบหัก และเดินตัวปลิวกลับเข้าห้องมาด้วยอุณหภูมิในร่างกายที่ร้อนผิดปกติ ผมว่าไอ้คุณออกัสเตียนนั่นมันต้องบ้า หรือต้องเป็นโรคประสาทอะไรสักอย่างแน่ๆ

.

ไม่งั้นมันไม่มีระบบความคิดอะไรประหลาดๆ อย่างนั้นหรอก

.

TRRR… TRRR..

“ฮัลโหลครับ” โทรศัพท์ก็เสือกมามีสัญญาณอะไรกันตอนนี้วะ

[เงินเหรอคะ เฟียร์นะคะเงิน]

“ครับ เอาไว้วันหลังผมติดต่อกลับนะเฟียร์ วันนี้ผมเหนื่อย สัญญาณไม่ค่อยดีด้วย”

[เงินคะ...]

ผมกดตัดสาย และทิ้งตัวลงกระแทกบนเตียงทันที

.

.

เสียงหัวเราะ ยังดังลอยออกมาจากห้องโฮมเธียร์เตอร์ และสาบานได้เลยว่า ผมโคตรเกลียดเสียงหัวเราะนั้นเลย

...ถึงแม้ไอ้คนที่หัวเราะแม่งจะโคตรมีเสน่ห์ก็ตาม

 

.......................................................

 

----- โปรดติดตามตอนต่อไป -----

 

.

เย้เฮ~~~comment กันค่ะ ผ่านมาสามตอนแล้ว คิดยังไงกับตัวละครไหนกันบ้าง ^^

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น