Sawanya

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Art of Seduction บ่วงเสน่หา

ชื่อตอน : Art of Seduction บ่วงเสน่หา

คำค้น : เล่ห์เผด็จรัก , จอมรวินท์ , ปุริมปรัชญ์ , โรมานซ์ , 18

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 294

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2563 09:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Art of Seduction บ่วงเสน่หา
แบบอักษร

❤ ตอนที่ 8  

 

Art of Seduction บ่วงเสน่หา  

 

“หายไปไหนมาน่ะวินดี้? พวกเรารอเธอคนเดียวเลยนะเนี่ย!” เจ้าสาวคนสวยหยอกเย้าเพื่อนสนิทอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะเดินเข้ามาโอบไหล่เพื่อนที่เดินเข้ามาพร้อมกับพี่ชายของเธออย่างสนิทสนม “ขอบใจมากนะที่ช่วยดูแลงานให้ฉันตั้งแต่เช้า เธอคงเหนื่อยมากเลยใช่ไหมเนี่ยคนสวยของฉัน อุ๊ย! ไม่ใช่สิ! ต้องเป็นคนสวยของเดนนี่สินะ” แอนโทเนียจงใจเอ่ยขึ้นมาเมื่อสังเกตเห็นว่าเบรนน่าเตรียมจะเข้าไปประกบเฮย์เดนอีกแล้ว และมันก็ได้ผล เพราะเซเลบริตีสาวถึงกับชะงักกึกเลยทีเดียว

“พูดอะไรของเธอ” 

ใบหน้าหวานละมุนซึ่งเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อทำให้เฮย์เดนแทบจะล้มเลิกแผนการทั้งหมดแล้วแบกเธอขึ้นบ่าไปเสียเดี๋ยวนั้น แต่น้องสาวของเขาซึ่งดูจะเข้าใจดีว่าพี่ชายรู้สึกอย่างไรคงเกรงว่า ‘ชายผู้หิวโหย’ จะบ้าระห่ำขึ้นมาจริงๆ จึงรีบขัดขึ้นมาเสียก่อน 

“ใจเย็นเดนนี่!” แอนโทเนียเอนกายไปกระซิบปรามพี่ชายก่อนจะหันมาเอ่ยกับบรรดาญาติมิตรและเพื่อนฝูงที่สนิทสนมกันเป็นพิเศษ “เอาละค่ะทุกคน คนสำคัญของเรามากันครบแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาที่พวกเราจะมาสนุกกับอาฟเตอร์ปาร์ตีกันต่อแล้วนะคะ ไหนๆ ตอนนี้คุณแม่ของฉันกับคุณแม่ของคริสก็ยังอยู่ร่วมงานกับพวกเราด้วย ฉันเลยอยากเชิญคุณแม่ทั้งสองคน ให้เกียรติเป็นคนเปิดงานให้พวกเรา เชิญคุณแม่สามีของฉันก่อนเลยนะคะ” 

“แม่ยกให้เป็นหน้าที่ของคุณแม่เจ้าสาวดีกว่าค่ะ เชิญคุณพูดแทนฉันด้วยแล้วกันนะคะแอมเบอร์” คลอเดียโยนหน้าที่ให้กับมารดาของเจ้าสาวซึ่งมีทักษะในการสื่อสารดีกว่านางมากทันที 

“งั้นเชิญคุณนายแอมเบอร์เลยค่ะ” 

แอมเบอร์ยิ้มรับเมื่อลูกรักส่งหน้าที่ให้นางสานต่อ โดยปกติพวกผู้ใหญ่มักจะปล่อยให้งานอาฟเตอร์ปาร์ตีเป็นเรื่องของเด็กๆ มาสนุกสนานกันมากกว่า แต่สำหรับงานนี้ แขกส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นคนหนุ่มสาวที่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลแฮมป์ตันและตระกูลแม็คอัลลิสเตอร์จึงสนิทสนมกันเป็นพิเศษ นางเลยยอมทำตามที่ลูกสาวและลูกเขยขอร้องให้มาเป็นเกียรติเปิดงานให้ หญิงวัยกลางคนซึ่งยังดูเหมือนสาววัยสี่สิบต้นๆ มองดูญาติมิตรที่มากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วยิ้มออกมาด้วยความปลาบปลื้มใจ โดยเฉพาะเมื่อเห็นบุตรชายและสะใภ้ที่รักยืนเคียงข้างกันแบบนี้ 

“วันนี้เป็นวันดีที่ลูกสาวของแม่จะได้เริ่มต้นชีวิตครอบครัวกับคู่ชีวิต ซึ่งก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เป็นหนุ่มหล่อข้างบ้านของเราอย่างคริสนี่เอง ก่อนอื่นเลยแม่ต้องขอขอบคุณคลอเดีย คุณแม่ของคริสที่ให้เกียรติลูกสาวคนเดียวของแม่อย่างเต็มที่ แม้ว่าการจัดงานแต่งงานที่มีแขกมาร่วมงานมากมายขนาดนี้ในระยะเวลาที่ค่อนข้างกระชั้นชิดจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย” แอมเบอร์หันไปยิ้มกับคลอเดีย มารดาของคริสโตเฟอร์ ซึ่งอีกฝ่ายก็ส่งยิ้มกลับมาทันที เป็นเครื่องหมายว่าตนเองก็ยินดีกับการแต่งงานครั้งนี้มากเช่นกัน

 

“แม่ขอให้ลูกทั้งสองคนรักกันให้มากๆ และใช้ความรักนั้นเป็นเครื่องนำทางชีวิตคู่ไปตราบนานเท่านาน ต่อไปนี้คริสก็คือลูกชายของแม่ อีกคน ส่วนแอนนี่ก็เป็นลูกสาวของคลอเดียด้วยเช่นกัน ไม่ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แม่หวังว่าลูกทั้งสองคนจะจับมือกันเผชิญกับทุกเรื่องราวในชีวิตไปด้วยกันนะจ๊ะ เอาละ! พวกเรามาดื่มฉลองให้กับพวกเขากันเถอะ! เชียร์ส!” คุณนายใหญ่แห่งตระกูลแฮมป์ตันชูแก้วแชมเปญขึ้นเป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อหลายชั่วโมงก่อนมีพิธีฉลองอย่างเป็นทางการไปแล้ว

นวินดายกแก้วใสทรงสูงปากแคบคล้ายดอกทิวลิปซึ่งบรรจุแชมเปญสีทองอร่ามที่เต็มไปด้วยพรายฟองเล็กๆ อันบ่งบอกถึงคุณภาพชั้นยอด ของมันขึ้นจิบ และลิ้มรสของวินเทจแชมเปญซึ่งเฮย์เดนสั่งมาเป็นพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองให้กับวันสำคัญของน้องสาวคนเดียวของเขา รสชาติของมันไม่ได้ถูกปากเธอนัก ทั้งๆ ที่ทุกคนต่างก็ชื่นชมว่ามันเป็นแชมเปญรสเลิศ ที่หาได้ยากยิ่ง เนื่องจากเป็นวินเทจแชมเปญซึ่งผลิตจากองุ่นของปีนั้นๆ โดยไม่ได้ผสมน้ำไวน์จากองุ่นต่างปี เพื่อให้ออกมาเป็นแชมเปญที่รสชาติดีที่สุดเหมือนแชมเปญทั่วไป แต่สำหรับคนที่ไม่นิยมการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และไม่เคยลิ้มรสแชมเปญอย่างเธอ ยังไงก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคนเราจะดื่มน้ำขมๆ นี่เข้าไปเพื่ออะไร? ในเมื่อมันก็ไม่ได้อร่อยเลยสักนิด แถมยังมีสนนราคาแพงจับจิตอีกต่างหาก 

“ดูเหมือนวินดี้จะไม่เคยดื่มแชมเปญรึเปล่าคะ? โถ...หน้าตาเหยเกเชียว...” 

น้ำเสียงของเบรนน่าฟังดูห่วงใยเธอเหลือเกิน แต่จากประสบการณ์ของนวินดา ไม่จำเป็นต้องมองเข้าไปในดวงตาสีเขียวมรกตคู่นั้น หญิงสาวก็รู้ว่าอีกฝ่ายจงใจที่จะฉีกหน้าเธอต่อหน้าญาติๆ ของเฮย์เดน ก็เหมือนที่พยายามทำมาตลอดนั่นแหละ!

“อ๋อค่ะ เพิ่งเคยดื่มครั้งนี้เป็นครั้งแรก” นวินดาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็นปกติ ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร เพราะการที่คนเราไม่เคยดื่มแชมเปญมาก่อนก็ไม่ใช่เรื่องน่าอับอายและไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่าแต่อย่างใดด้วย 

“ตายจริง! ที่ประเทศไทยไม่มีแชมเปญเหรอคะ?” 

คำถามเชิงดูแคลนของเซเลบริตีสาวไม่ได้ทำให้บรรดาคนในครอบครัวทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวตกใจเท่าไร เพราะเบรนน่าก็เป็นคนที่พูดจาอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่มันก็ยังทำให้นวินดาละเหี่ยใจอยู่ดี 

แน่นอนว่าคนที่ทระนงในความเป็นพลเมืองชั้นหนึ่งของประเทศมหาอำนาจอย่างเบรนน่าไม่เคยคิดที่จะใส่ใจประเทศเล็กๆ ที่หล่อนมองว่าด้อยพัฒนาเหลือเกินอย่างประเทศไทยอยู่แล้ว สมัยก่อนตอนเธอแต่งงานกับเฮย์เดนครั้งแรก หล่อนยังเคยเอ่ยถึงความน่าเวทนาของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่ามีความเป็นอยู่ที่ยากลำบากจนน่าสงสาร ลักษณะเหมือนจะเข้าใจว่าที่เมืองไทยทุกคนยังขี่ช้าง ขี่ม้า ขี่ลา ขี่ล่อ เทียมเกวียน วัวควายไปเรียนหนังสือและทำงานกันอยู่เลยด้วยซ้ำดังนั้นเธอจึงไม่แปลกใจอะไรที่หล่อนจะเข้าใจว่าประเทศไทยไม่มีแชมเปญ เพราะคงจะจินตนาการถึงบ้านเกิดเมืองนอนของเธอเอาไว้อย่างแร้นแค้นเต็มที 

“ตายจริง! คุณไปอยู่ไหนมาน่ะบี? เมืองไทยเนี่ยนะจะไม่มีแชมเปญ?” แอนโทเนียหัวร่องอหายจนเจ้าบ่าวต้องสะกิดเตือน เพราะเกรงว่าเธอจะขำจนทำให้แขกผู้มาร่วมงานโกรธจนเส้นเลือดในสมองแตกตายไปเสียก่อน “อะไรที่บ้านเรามี ที่นั่นก็มีทุกอย่างนั่นแหละค่ะ สินค้าแบรนด์ดังๆ ของบ้านเรา หรือแม้แต่เซโฟร่าก็ไปเปิดที่นั่นแล้วนะคะ” เจ้าสาวคนสวยบอกด้วยน้ำเสียงขบขัน และยังอ้างอิงถึงร้านเครื่องสำอางชื่อดังจากฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงโด่งดังในสหรัฐอเมริกาและครองใจสาวๆ ทั่วโลกมาแล้ว เพราะรู้ดีว่าเบรนน่าคงจงใจพูดแบบนี้เพื่อกดนวินดาเอาไว้มากกว่าจะคิดว่าประเทศไทยไม่มีแชมเปญจริงๆ 

“เหรอคะ? แหม ฉันนึกว่าจะยังขี่ช้างไปทำงานกันอยู่ซะอีก” 

นั่นไง! นึกแล้วไม่มีผิด นวินดาไม่รู้ว่าจะโกรธหรือขำดีที่เบรนน่ายังคงดูแคลนเธอด้วยข้อมูลเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยายังเป็นราชธานีแบบนี้

“พระเจ้า! คุณทำฉันตกใจนะเนี่ย ฉันนึกว่าตั้งแต่มีอินเทอร์เน็ต คนเราก็ฉลาดรอบรู้ขึ้นมาก แต่ดูเหมือนคุณจะไม่ใช่ชาวเน็ตสินะคะ?” คำพูดที่ฟังดูกำกวม ไม่เชิงว่าจะเป็นการตำหนิหรือเป็นแค่คำถามลอยๆ ของแอนโทเนียทำเอานัยน์ตาสีเขียวลุกวาบอย่างโกรธจัด แต่ติดที่ว่าแขกทุกคนของทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต่างก็กำลังจับจ้องเธอเป็นตาเดียว เบรนน่าจึงได้แค่ข่มความขุ่นเคืองเอาไว้ในใจ 

เหอะ! รอให้เธอได้เป็นพี่สะใภ้ของนางเด็กปากดีนี่ก่อนเถอะ รับรองว่าจะจัดการมันเป็นคนแรกเลยละ! 

ความคิดเห็น