email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 29. ไม่ขอกลับไป

ชื่อตอน : ตอนที่ 29. ไม่ขอกลับไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 138

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2564 17:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29. ไม่ขอกลับไป
แบบอักษร

ตำหนักใหญ่

“ยังไม่กลับมาอีกอย่างนั้นหรือ?!”

“มีรายงานว่าองค์ชายและองครักษ์แทซันเดินทางไปยังทางใต้ของเมืองหลวง”

พระมเหสีลุกขึ้นจากพระแท่นด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว หลังจากตนได้สั่งให้คนติดตามองค์รัชทายาทไปอย่างลับๆ

“เจ้าลูกดื้อด้านคนนี้ เหตุใดจึงโง่เขลาเพียงแค่ผู้หญิงคนเดียว เจ้ากลับยอมขัดรับสั่งฝ่าบาท”

“ตอนนี้ทั่วทั้งพระราชวังเหล่าขุนนางต่างก็ตำหนิองค์ชายที่กระทำไม่เหมาะสม..!!”

“เรื่องนี้ข้าจะเกลี้ยกล่อมฝ่าบาทเอง อย่างไรเสียข้าก็มีส่วนทำให้องค์ชายเสื่อมเสีย เจ้าจงนำทหารติดตามองค์ชายและพาตัวเขากลับมา”

“กราบทูลพระมเหสี องค์ชายมีนิสัยมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว เกรงว่านี่อาจไม่ใช่วิธีที่ดีนักนอกจากองค์ชายจะไม่ยินยอม อาจเกิดการต่อต้านจนกลายเป็นเรื่องใหญ่”

“แล้วเจ้าคิดเห็นเช่นไร จะปล่อยให้ลูกชายของข้าใช้ชีวิตอยู่ในป่าเพื่อตามหาคนที่ตายไปแล้วอย่างนั้นหรือ?!”

“มิบังอาจ เพียงแต่กระหม่อมจะรับหน้าที่ติดตามองค์ชายร่วมตามหาไปพร้อมกัน แม้ว่ากระหม่อมรู้อยู่แก่ใจว่าตามหาเท่าไรก็ไม่เจอ”

“....!”

“ด้วยเหตุนี้พระมเหสีก็จะได้ความดีความชอบจากองค์ชายด้วยพะยะค่ะ”

“เจ้าจะแน่ใจได้ยังไง?”

“น้ำเชี่ยว อย่าเอาเรื่อไปขวาง แล้วท่านจะได้องค์ชายกลับมาในไม่ช้า”

“ดี งั้นรีบไป”

“กระหม่อมราชองครักษ์ อีแท รับพระบัญชา”

ราชองครักษ์อีแทคำนับแด่พระมเหสีด้วยท่าทางขึงขังก่อนจะก้าวถอยหลังออกจากตำหนักไป

“ยังไม่บรรทมอีกหรือเพคะองค์หญิง?”

“ข้านอนไม่หลับ จะออกไปเดินเล่นเสียหน่อย”

องค์หญิงโซรองในชุดนอนสีขาวนางเอื้อมมือไปหยิบผ้าคลุมจากชั้นวางมาคลุมไว้เตรียมจะเดินออกไปด้านนอกเพื่อผ่อนคลอยเสียหน่อย

“งั้นหม่อมฉัน....!”

“วอนฮี เจ้าไปพักผ่อนเถิด ข้าไปเพียงไม่นาน”

“แต่ว่า..”

“.....”

“เพคะองค์หญิง”

วอนฮีไม่กล้าจะขัดอะไรเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังขององค์หญิง นับแต่เกิดเรื่องขึ้นการหายตัวไปของคุณหนูคังอียูทำเอาทั่วทั้งพระราชวังเดือดร้อนไปหมด มิหนำซ้ำองค์ชายยังมาหายตัวไปอีก ทำให้องค์หญิงเป็นกังวลใจจนนอนไม่หลับอยู่หลายคืน

ช่วงเวลาในยามค่ำคืนช่างเงียบสงบ โซรองนั่งอยู่บนโต๊ะหมู่ข้างกับสระบัว สายตามองไปยังผิวน้ำที่กระเพื่อมเป็นจังหวะมีแสงกระทบจากดวงจันทร์ทำให้รู้สึกผ่อนคลายยิ่งนัก

“โถ่ กระโปรงของข้า รู้อย่างนี้ให้วอนฮีมาด้วยก็ดี”

เมื่อก้มมองยังด้านล่างชายกระโปรงบางส่วนก็จมอยู่ในโคลนจนเปื้อนไปหมดเสียแล้ว

ปึง!!

“....!!”

ใบหน้าขาวหันมองไปตามเสียงอีกฝากนึงของสระบัวเป็นพระตำหนักใหญ่ หากเพ่งมองดูดีๆแล้ว คนที่เพิ่งเดินออกมาจากตำหนักก็ดูคุ้นหูคุ้นตา

‘ราชองครักษ์ อีแท’ ในยามวิกาลเช่นนี้เหตุใดจึงเข้าเฝ้าเสด็จแม่เป็นการส่วนตัว

“หืม”

“.....”

ด้วยสายตาว่องไวราชองครักษ์ได้หยุดเดินเมื่อสังเกตเห็นใครบางคนต้องมองตนอยู่อีกฝั่งของสระบัว และเมื่อได้เห็นว่าเป็นองค์หญิงโซรอง เขาจึงก้มคำนับให้หนึ่งครั้งแล้วเดินไปอีกทาง

โซรองทำได้เพียงยืนนิ่งมองตามแผ่นหลังของราชองครักษ์ไปอย่างนึกสงสัย ทำไมหมู่นี่ข้าเจอหน้าองครักษ์ อีแท บ่อยเหลือเกิน ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับท่านพี่แน่ ข้าจะต้องหาเวลาเข้าเฝ้าเสด็จแม่เสียหน่อยแล้ว

ภายใต้แสงจันทร์สาดส่อง แซฮุนยืนอยู่ไม่ไกลจากบริเวณเต็นท์ของอียูนีก เฝ้ารอที่จะคุยกับนางให้รู้เรื่องเสียทีเพราะเวลาของเขาเองมีไม่มากนัก

“ท่านรู้ตั้งแต่เมื่อไร?”

คนตัวเล็กออกมาจากเต็นท์เดินมาหาแซฮุน ไม่อ้อมค้อมแม้แต่นิด ยิ่งทำให้เขาอมยิ้มขึ้นมา หึเด็ดเดี่ยวเสียจริง

“นางเป็นอย่างไรบ้าง?”

“หลับไปแล้ว ตอนนี้ท่านสามารถพูดได้ทุกสิ่งอย่าง”

“อันที่จริงข้าเองก็พอรู้เรื่องที่กำลังเกิดขึ้นในวังหลวงอยู่บ้าง ข้าเป็นแม่ทับประจำการอยู่หัวเมืองทางตอนใต้ก็จริง”

“.....”

“แต่ข้าก็ยังเป็นคนของพระราชา”

“!!! เมื่อรู้อย่างนั้นแล้ว ท่านจะทำอย่างไรกับข้า ส่งข้าให้แก่วังหลวงอย่างนั้นสิ”

“ถ้าจะว่ากันตามตรงก็ต้องเป็นเช่นนั้น”

“หึ ทั้งที่ท่านก็รู้ว่าข้าถูกลอบทำร้าย เหตุใดท่านยัง...”

“ในเมื่อท่านเองไม่มีความผิด ทำไมจึงต้องหนี นั่นคือสิ่งที่ข้าพยายามถามถึงสาเหตุ”

“.....”

อียูหลบหน้าเขาอีกครั้งอย่างไร้คำตอบ ไม่เพียงแต่จะถูกแซฮุนไล่ต้อน ข้าเองก็ยังไม่รู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าเพราะอะไรทำไมถึงมีคนอยากฆ่าข้า ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีความผิดแต่ตัวข้าเองก็ยังกลัวที่จะกลับไป

“อาจเป็นเพราะ มีใครบางคนไม่อยากให้ข้ากลับไป แม้ว่าจะกลับไปได้ พิธีคัดเลือกพระชายาได้เริ่มไปแล้วข้า...”

“......”

ใครจะอยากกลับไปกัน กลับไปแล้วข้าต้องทำตัวอย่างไร ข้าจะมองหน้าใครได้อีก หากต้องกลับไปอยู่ในตำแหน่งสนมที่ทนขมขื่นในทุกๆวัน สู้ให้ไม่กลับไปเสียยังดีกว่า

แซฮุนมองดูอียูที่เริ่มตัวสั่นเทาเล็กน้อยจึงได้รู้สึกว่าตนพูดจี้จุดนางเข้าเสียแล้ว

“เอาเถอะ เห็นแก่ที่ท่านผ่านความเป็นความตายมาอย่างไม่ยุติธรรม ทางเลือกนี้ข้าจะไม่บังคับให้ท่านต้องตัดสินใจใดๆ”

“....!”

“ข้าเองก็มีเรื่องที่ต้องกลับไปจัดการ พรุ่งนี้ข้าต้องเดินทางลงใต้ หากมีอะไรให้ข้าช่วยได้ข้าก็...”

“ข้าไปกับท่านได้หรือไม่?”

“.....!”

อียูพูดขึ้นตัดบทคนตัวสูงอย่างไม่คิดเยอะ แม่ทัพหนุ่มถึงขั้นหยุดใช้ความคิด มองออกไปยังทิวทัศน์ภายนอกพรางถอนหายใจ

“ข้ารู้ว่าข้าพูดจาเอาแต่ใจ แต่ข้าไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าเช่นนั้น”

“ท่านเป็นคุณหนูจากตระกูลขุนนาง หนทางจากนี้อันตราย ข้าไม่อาจระวังหลังให้กับท่านได้ตลอด”

“ข้าดูแลตัวเองได้!”

“.....”

“เจ้าไม่เชื่ออย่างนั้นหรือ?”

พูดจบร่างเล็กจึงเดินไปหยิบคันธนูและลูกธนูหนึ่งลูก อียูมองหน้าแม่ทับหนุ่มอย่างท้าทายก่อนจะยกคันธนูขึ้นเล็งเข้าไปในป่าทึบท่ามกลางความมืด แซฮุนมองไปยังร่างเล็กอย่างไม่คาดหวังแต่ก็ไม่ได้ขัดใจอะไร

ฟรึบ!! ฉึบ!!

เพียงไม่กี่อึดใจลูกธนูถูกปล่อยเข้าป่าไปอย่างงงๆ แซฮุนมองตามเข้าไปอย่างสงสัยว่าอียูนางต้องการจะทำอะไร นางยิงธนูเข้าป่ายามดึกโดยที่เขาเองก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเป็นเป้าได้เลย

“ถ้าเพียงแค่ยิงธนูเป็นใครๆก็ทำได้ นอกจากจะเปลืองลูกดอกแล้ว ท่านยังทำให้ข้างงเป็นไก่ได้ดีทีเดียว!”

“....”

อียูส่ายหัวต่อคำพูดของคนตัวสูงที่กำลังยืนกอดอกมองอย่างดูหมิ่นตน ก่อนจะพาตัวเองเดินเข้าไปในป่าตามหาลูกธนูที่ตนเพิ่งยิงออกไป

พรึบ!! ตุบ!!

“นี่พอจะพิสูจน์ได้หรือไม่ว่าลูกธนูของท่าน ไม่ได้เสียเปล่า”

“...!!!”

อียูกลับมาพร้อมกระต่ายตัวขนาดกลางมีลูกดอกปักคาอยู่ที่คอทะลุไปอีกฝั่ง ร่างเล็กยกเจ้ากระต่ายขึ้นยื่นให้แก่แซฮุนพรางกระตุกยิ้มเล็กๆอย่างผู้ชนะ

“ทะ ท่านเป็นใครกันแน่?!!!!”

“ไม่จำเป็นที่ท่านจะต้องปฏิบัติต่อข้าราวกับคุณหนูอย่างที่ข้าเป็นมา เพียงแค่ไม่ส่งข้ากลับไปก็เพียงพอแล้ว”

“ข้าไม่เคยคิดว่าคุณหนูอย่างท่านจะมีความสามารถเช่นนี้”

“ไม่ต้องชมมากนักหรอก หากมีธนูอยู่ในมือทหารที่ลักพาตัววันนั้น คงไม่ต้องถึงมือของท่าน”

“ว่าแต่...?”

“หืม?”

“ท่านมองเห็นจากตรงนี้ได้อย่างไร?”

“ไม่เห็น”

“เป็นไปไม่ได้!!!”

“เห! นี่ท่านไม่มองเลยหรือ ว่าตอนที่ยิงลูกดอกนั้นออกไป ข้ามองที่ปลายศร หรือมองที่ใบหน้าของท่าน?”

“..!!!”

ตุบ!!

อียูทำหน้ายู่ไม่พอใจก่อนจะยกร่างกระต่ายไร้วิญญาณชนเข้ากับแผงอกหนาภายใต้ชุดเกราะสีดำทมิฬนั้น

แซฮุนยื่นมือออกไปรับกระต่ายจากอียูมาถือไว้อย่างตกตะลึง ผู้หญิงคนนี้ประมาทไม่ได้เสียแล้วแม้ว่าเขาจะทำหน้าที่อยู่แนวหน้ากับกองทัพนับหมื่นคน ก็ยังไม่เคยพบเจอผู้ที่ยิงธนูได้แม่นยำในความมืดโดยที่ไม่มองเป้าหมาย

“สัญชาตญาณ ของง่ายๆที่ทุกคนย่อมมี เพียงแต่ข้าอาจจะมีมากกว่าบางคนที่เก่งแต่กวัดแกว่งดาบไปมาก็เท่านั้น”

อียูพูดด้วยใบหน้ายิ้มเยาะทับถมแม่ทัพหนุ่มพรางทำท่าฟันดาบไปมาต่อหน้าเขาอย่างอดล้อเลียนเขาไม่ได้ แซฮุนกลับหลุดขำออกมากับท่าทีของอียู

“ทั้งสองคน ทำอะไรกันอยู่หรือ?”

“...!!”

“...!”

เสียงใสของใครบางคนดังขึ้นจากทางด้านหลังทั้งสองจึงหันไปมองผู้มาใหม่ ยูมี หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มรูปร่างผอมบางที่พบกันเมื่อช่วงเช้าพร้อมกับจีซู นางเป็นผู้ร่วมเดินทางมากับแซฮุน

“ดึกดื่นเช่นนี้ เหตุใดเจ้ายังไม่นอน?”

“ข้าได้ยินเสียงคนคุยกันเลยออกมาดู มีเรื่องอะไรสนุกอย่างนั้นหรือ?”

ยูมีพูดพรางยิ้มอย่างสงสัย เพราะตนเองก็อยากร่วมวงด้วย

“ข้ายิงกระต่ายดะ...!!”

“ไม่มีอะไรหรอก เจ้ากลับไปนอนเถอะ ดึกมากแล้ว”

อียูยังไม่ทันพูดโอ้อวดถึงความเก่งกาจของตนจบ แซฮุนก็พูดขัดขึ้นมาเสียอย่างนั้น สีหน้าของยูมีแลดูเจือนลงอย่างเห็นได้ชัด

“....อืม งั้นข้า..”

“....”

ยูมีคำนับให้แก่แม่ทัพหนุ่มด้วยใบหน้าผิดหวัง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปทางเดิมโดยมีแซฮุนมองตามหลังจนลับสายตา ใบหน้านิ่งราวกับคนคิดไม่ตกฉายเด่นเสียจนอียูสังเกตุได้

“เฮ้ออ ท่านนี่ใจร้ายจริงๆ”

“....!!!!”

แม่ทัพหนุ่มหันขวับกลับมามองคนตัวเล็กที่จู่ๆก็พูดทำลายความเงียบลง

“ข้าทำอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือ?”

“นอกจากจับดาบอยู่แนวหน้าแล้ว ท่านนี่ช่างไม่รู้อะไรเอาเสียเลย”

“ดะ เดี๋ยว!!!”

“.....”

อียูตั้งใจพูดจากำกวมเพราะหวังจะแกล้งให้เขาได้ฉุกคิดอะไรได้สักนิดพร้อมกับเดินออกมาไม่สนใจแม้แต่เสียงเรียกที่ตามหลัง ระหว่างแซฮุนกับยูมี ข้าคิดว่ามีบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นแต่ก็ยังไม่ชัดเจนนัก ข้าเป็นหญิงเช่นเดียวกัน มองแค่แว๊ปเดี๋ยวก็รู้แล้วว่ายูมีคิดเช่นไรกับแซฮุน......

 

ความคิดเห็น