facebook-icon

มาร่วมค้นหาคำตอบของหัวใจไปพร้อม ๆ กับลลิตนะคะ...

.18. ถูกขัดจังหวะ [100%]

ชื่อตอน : .18. ถูกขัดจังหวะ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2563 18:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
.18. ถูกขัดจังหวะ [100%]
แบบอักษร

 

.18. ถูกขัดจังหวะ 

 

 

หน้าชา ตัวชา ทุกอย่างชาไปหมดแล้ว… พยายามข่มใจและความรู้สึกที่มีอยู่ ฉันมีสองทางเลือกคือเดินหนีและอยู่รอดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสองคนอีกไหม? 

พี่สมุทรเหมือนไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ เขากำลังหลับอยู่ ส่วนพี่เมย์เธอก้มลงไปใกล้จนใบหน้าของพวกเขาแทบแนบชิดกันอยู่แล้ว ถึงจะยังไม่ได้คบกันเป็นแฟน แต่ฉันก็หวงอยู่ดี 

“เฮ้ย!” 

“กรี๊ด!”  

เสียงตกใจดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงกรี๊ดของพี่เมย์ เพราะเธอถูกพี่สมุทรผลักออกไปซะเต็มแรง ฉันควรดีใจได้บ้างสินะ เพราะปฏิกิริยาของเขาไม่ได้ตอบสนองกับเหตุการณ์ตรงหน้าที่เจออยู่เลย 

“ลิต!” แย่จัง เหมือนฉันจะถูกเห็นเข้าซะแล้วสิ ฉันไม่ได้เดินหนีหรอก แค่ฝืนยิ้มให้กับเขา พี่สมุทรขยับตัวเพื่อจะลุกขึ้นมาหาฉัน แต่กลับถูกพี่เมย์ลุกตามมากอดจากด้านหลังเอาไว้ซะก่อน 

โคตรเป็นภาพที่ไม่อยากเห็นเลยจริง ๆ ทำไมฉันต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ด้วย 

“อย่าไปนะสมุทร เมย์ขอร้อง” 

“ปล่อย!” เหมือนฉันกำลังไปพรากทั้งคู่ออกจากกันยังไงก็ไม่รู้สิ ฉันมาก่อนหรือมาทีหลังกันแน่ “บอกให้ปล่อยไง” 

“พวกพี่คงอยากคุยกันสองคนมากกว่า งั้นลิตขอตัวก่อนดีกว่าค่ะ” ฉันทนเห็นภาพนี้ไม่ได้แล้วจริง ๆ ยอมถอยก่อนก็แล้วกัน 

“อึก… อย่าไปนะสมุทร” 

“โธ่โว้ย!” เสียงสบถของพี่สมุทรดังขึ้นมา พร้อมกับเสียงกรี๊ดที่ดังขึ้นมา ร่างกายของฉันขยับไม่ได้เพราะถูกสวมกอดจากด้านหลัง “อย่าทิ้งพี่” 

ใจโคตรบางกับคำพูดของเขา อ้อมกอดของพี่สมุทรแน่นมาก แน่นจนสองขาของฉันไม่มีเรี่ยวแรงจะขยับไปไหนเลย ฉันไม่ได้ตอบกลับอะไรเขา นอกจากขยับตัวเพื่อหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาแทน มือข้างหนึ่งยื่นไปจับมือพี่สมุทรเอาไว้จนแน่น สัมผัสได้ทันทีว่ามือเขากำลังสั่นอยู่ 

“ลิตจะอยู่ข้างพี่นะคะ” พูดพลางฉีกยิ้มกว้างให้กับเขาไปด้วย 

“ฉันคือคนที่คอยอยู่ข้าง ๆ นายมาโดยตลอด รับรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับนาย แต่ทำไมนายถึงตอบแทนกันแบบนี้” เสียงพี่เมย์ดังขึ้นมา เธอกำลังร้องไห้ แววตาเสียใจและผิดหวังมาก 

“เคยถามใช่มั้ยว่าทำไมถึงไม่เป็นเธอ คำตอบมันอยู่ที่ผู้หญิงคนนี้ และความรู้สึกที่มีต่อกัน ไม่ว่าจะก่อนหน้านี้หรือตอนนี้มันก็ยังเหมือนเดิม กูให้ได้แค่เพื่อนเท่านั้น” น้ำเสียงและแววตาของเขาดูจริงจังมาก แถมฝ่ามือที่จับอยู่กับมือของฉันยังกระชับเอาไว้จนแน่นอีกต่างหาก 

“ไม่จริง!” 

“คนที่กูรักไม่เคยเปลี่ยน มีแค่ลิตเท่านั้น… ถ้ายังหยุดความรู้สึกแค่เพื่อนไม่ได้ มึงกับกูก็ไม่ควรเจอกันอีก” พี่สมุทรรั้งฉันให้เดินออกมาจากห้องทันทีที่พูดจบ เขาลากฉันมาที่ลิฟต์โดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ  

ฉันเงียบ เขาเงียบ พวกเราต่างเงียบใส่กันจนเดินออกมาจากคอนโด ถูกลากต่อมาที่สวนข้าง ๆ จนมือถูกปล่อยออกพร้อมกับร่างสูงของผู้ชายตรงหน้าที่หันกลับมามอง 

“เหตุการณ์ก่อนหน้านี้คงทำให้ความรู้สึกของลิตที่มีต่อพี่ลดน้อยลงไปใช่ไหม” ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงถามแบบนี้ แต่ความรู้สึกจริง ๆ ของฉันไม่มีทางลดน้อยลงได้หรอก 

“พี่ตั้งใจให้เธอจูบหรือเปล่า” 

“ถ้าพี่บอกว่าหลับ ลิตจะเชื่อไหม” โคตรหมั่นไส้กับคำตอบของเขาเลย “ที่พี่ไม่ได้ทำอะไรเด็ดขาดกับเมย์ เพราะก่อนหน้านี้มีแค่เธอที่คอยอยู่ข้าง ๆ และเข้าใจพี่ ไม่ต่างไปจากไอ้วิน เมยค์คือเพื่อนที่ดีคนหนึ่งของพี่ ถ้าตัดเรื่องความรู้สึกของเธอออกไปได้ก็คงจะดี พี่ไม่ได้อยากเสียเพื่อน แต่ถ้ามันจะทำให้เรามีปัญหากันในอนาคต พี่ก็ต้องเลือก” 

“เป็นเพราะลิตอีกแล้ว” 

“ไม่ใช่เพราะลิตหรอก ถึงลิตไม่ก้าวเข้ามา เมย์ก็ยังทำตัวเกินเพื่อนอยู่ตลอด แต่เพราะก่อนหน้านี้มันเป็นผลดีกับพี่ แต่การกระทำของพี่กลับทำให้เธอคิดไปไกลกว่าที่ควรจะเป็น มันเลยกลายเป็นปัญหาในตอนนี้ พี่ขอโทษ” 

“ขอโทษอีกแล้ว” ฉันพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม มือข้างหนึ่งยื่นไปจับมือของพี่สมุทรเอาไว้ด้วย “ถ้าลิตเป็นคนที่พี่เชื่อใจจริง ๆ พี่พอจะบอกลิตได้ไหมว่าก่อนหน้านี้ พี่เจออะไรมาบ้าง” 

พี่สมุทรไม่ได้พูดอะไรออกมาในทันที นอกจากยิ้มให้ฉัน มืออีกข้างหนึ่งของเขายกขึ้นมากุมมือของฉันเอาไว้ด้วย 

“ลิตรอพี่อีกนิดได้ไหม? พี่อยากเคลียร์ทุกอย่างให้มันเรียบร้อย อยากเป็นคนที่ดีพร้อมจะยืนอยู่ข้าง ๆ ลิต” ฉันไม่รู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องไหนบ้าง แต่ไหน ๆ ก็รอเขามาตลอดแล้วนี่ รออีกหน่อยคงไม่เป็นอะไรหรอก 

“มันจะจบใช่มั้ยคะ” 

“ครับ” 

“โอเค ถ้างั้นพวกเราห่างกันก่อนละกัน มือก็ห้ามจับ” ฉันพูดพลางรั้งมือของตัวเองให้หลุดจากมือของเขา 

“ลิต!” พี่สมุทรถึงกับหน้าเหวอไปเลย แต่ฉันพูดจริง ๆ นะ “อย่าทำแบบนี้” 

“แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ พี่ทิ้งลิตไปตั้งกี่ปี ปล่อยให้ลิตอยู่กับความเข้าใจผิดมาตั้งหลายปี โทษแค่นี้ยังน้อยไป” 

“ใจ…” 

“ลองพูดว่าใจร้ายสิ ลิตตบปากแตกจริง ๆ ด้วย” ไม่พูดแทรกอย่างเดียวหรอก ฉันยกมือขึ้นด้วย พี่สมุทรถอยหลังหนีแทบไม่ทัน 

“ไม่คิดว่าจะดุขนาดนี้” 

“ยังจะพูดอีก!” 

“พี่ขอแก้ตัวหน่อย… พี่ไม่ได้ทิ้งลิตนะ ก็ยังวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ แค่ไม่ได้ออกมาให้เห็นก็เท่านั้นเองและที่สำคัญ ยังรักเหมือนเดิมครับ” 

โอ๊ย! กล้าเล่น แต่ฉันกลับไม่กล้าเขินออกนอกหน้า กลัวเขาได้ใจ เลยเลือกจะอมยิ้มอยู่ในใจแทน 

“ชิ!” 

“ลิตก็รักพี่ใช่มั้ย ไม่งั้นจะยอมอดทนรอตั้งหลายปีไหวได้ยังไง” 

“รอเพื่อจะตบพี่มากกว่า” หมั่นไส้เขา ซีเรียสขนาดนี้ยังพูดเป็นเล่นได้อีก ถึงพี่สมุทรจะยิ้ม แต่แววตาของเขากลับไม่ใช่แบบนั้นเลยจริง ๆ “พี่สมุทร ลิตรู้ว่าพี่ไม่โอเคในหลาย ๆ เรื่อง บางเรื่องพี่ไม่จำเป็นต้องแคร์ลิตมากก็ได้ เพราะบางครั้งเพื่อนก็สำคัญ” 

“แต่ถ้าเพื่อนล้ำเส้นมากจนเกินไป เราก็ต้องเตือนสติไม่ใช่เหรอ” 

“ก็ใช่ แต่พี่เมย์เป็นผู้หญิงนะคะ” 

“ไม่หึง?” 

“หึงสิ!” อุ๊ย! เผลอหลุดปากอีกแล้ว “ยิ้มอะไรเนี่ย” 

“เปล๊า!” ปฏิเสธเสียงสูงเชียว “แล้ววันนี้พี่ยังจะได้กินข้าวกับลิตอีกไหม?” 

“ได้ค่ะ” 

“งั้นไปกันเลยไหมครับ” พูดพลางยื่นฝ่ามือมาตรงหน้า แต่กลับถูกฉันตีมือซะเต็มแรง ดึงกลับแทบไม่ทัน “เจ็บนะครับ” 

“ไม่ให้จับค่ะ แล้วก็ไม่ไปข้างนอกด้วย จะกลับไปกินที่ห้อง” คนตรงหน้ากำลังจะบ่น แต่ฉันกลับยื่นปลายนิ้วชี้ไปตรงหน้า เขาเลยต้องเงียบแทน 

สุดท้ายความตั้งใจของฉันก็พังเพราะเรื่องยุ่ง ๆ ที่ยังคงคาราคาซังอยู่ระหว่างพี่สมุทรกับพี่เมย์ ซึ่งฉันอาจจะเป็นคนที่เข้ามาแทรกกลางระหว่างความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนก็ได้ 

 

อาหารมื้อแรกของวัน ฉันพาเขาเข้ามาในห้องเพราะกลัวว่าห้องของเขาใครอีกคนจะยังไม่ได้กลับไป แถมเมนูง่าย ๆ ที่ฉันทำให้ ยังทำให้คนตรงหน้าตกใจอีกต่างหาก เพราะมันง่ายมาก 

“ไข่ต้ม” 

“ใช่ค่ะ เดี๋ยวลิตปลอกเปลือกไข่ให้ด้วยเลย” ฉันตอบกลับยิ้ม ๆ ยื่นมือไปหยิบไข่ต้มมาปลอกเปลือกให้เขาด้วย 

“ทำไม่เป็น ทำไมไม่บอกพี่ล่ะครับ” 

“แล้วไข่ต้มลิตมันไม่ดีตรงไหน ถ้ามันจืดพี่ก็แค่ใส่ซอสปรุงรส อยากได้เค็มแค่ไหนก็ใส่ไปเลยค่ะ” ฉันทำเป็น แต่ไม่อร่อย และอีกอย่างคืออยากแกล้งเขาด้วยแหละ เลยเลือกจะทำไข่ต้มให้ นี่ดีกว่ามาม่าตั้งเยอะนะ 

“โอเค ๆ พี่ไม่พูดแล้วก็ได้ครับ” 

“รีบ ๆ กินเลย จะได้แยกย้าย”  

พี่สมุทรบ่นอุบอิบ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะเจอสายตาพิฆาตของฉันจ้องอยู่ ข้าวไข่ต้มก็โอเคนะ อย่างน้อย ๆ ฉันก็หุงข้าวเป็นแหละ ต้องขอบคุณพ่อธีร์ที่สอนให้ ส่วนเรื่องรสชาติอาหาร ขอทำกินเองคนเดียวน่าจะดีที่สุด 

“ลิต พี่…” 

“อิ่มแล้วก็กลับไปค่ะ” 

“พี่ยังไม่อิ่มเลย” ตีหน้าซื่อ ทำตาใสใส่ฉันเชียว “พี่ขอเติมอีกจานได้ไหมครับ” พูดพลางฉีกยิ้มกว้าง แถมยังยื่นจานข้าวของเขามาตรงหน้าฉันอีก 

“มีแค่ข้าวแล้วค่ะ ส่วนไข่ต้มหมดแล้ว” 

“ข้าวคลุกซอสพี่ก็กิน” 

“พี่สมุทร!” เริ่มโมโห เพราะเขาชอบทำเป็นเล่นอยู่เรื่อยเลย 

“โอเค ๆ พี่ยอมแล้ว” ต้องให้ทำหน้าโหดใส่ตลอดเลย “รอพี่ก่อนได้ไหม? สัญญาว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย” 

“ลิตรอพี่มานานแล้ว รออีกนิดคงไม่เป็นอะไรหรอก ถ้าพี่มั่นใจว่ามันจะจบดี โดยไม่มีเรื่องยุ่งยากตามมาทีหลัง” 

“ขอบคุณที่ยอมรอพี่ ขอบคุณที่ยังคงยืนอยู่ข้าง ๆ กัน ในขณะที่…” 

“เพราะลิตรักพี่ ลิตถึงยอมรอ มันไม่ง่ายหรอกที่คนคนหนึ่งจะรักใครสักคนจนยอมรอได้ถึงขนาดนี้” 

“เหมือนที่ไอ้อินรอลิต…” 

“เอ่อ…” ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว “แต่ลิตกับพี่อินเคลียร์กันจบแล้ว มีแต่พี่นั่นแหละ” 

“พี่จบ แต่ผู้หญิงไม่จบไง” เรื่องแบบนี้มันตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอก แต่ถ้าตบแล้วมืออีกข้างไม่ยอมยกขึ้น เราก็ไม่ควรพยายามอีกไม่ใช่เหรอ “พี่เป็นผู้ชาย ถึงมันจะยอมถอย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเลิกรู้สึก” 

“แต่ลิตคิดกับเขาแค่พี่ชาย” 

“พี่รู้ ก็เหมือนที่พี่คิดกับเมย์แค่เพื่อน” 

“เฮ้อ!” 

“ไม่ต้องมาถอนหายใจเลย” พี่สมุทรว่าพลางยื่นปลายนิ้วของเขามาดันหน้าผากของฉันไปด้วย “งั้นพี่กลับก่อนนะ อย่าเกเรล่ะ” 

“ลิตเหรอจะเกเร” พี่สมุทรไม่ได้พูดอะไรนอกจากยิ้มให้ฉัน ก่อนจะลุกเดินออกไปจากห้อง ฉันแค่นั่งมองแผ่นหลังของเขาอยู่เท่านั้น จนประตูห้องปิดลง “เฮ้อ! ลิตหวังว่ามันจะจบนะ เพราะถ้ามันไม่จบ ลิตก็ไม่ยอมเสียพี่ไปเหมือนกัน” 

 

หลังจากพี่สมุทรกลับออกไป ฉันก็ต้องเก็บห้องต่อ พอเรียบร้อยก็เดินกลับมานั่งที่โซฟา หยิบรีโมตขึ้นมากดเปิดทีวี หยิบโทรศัพท์มากดเล่น ตั้งแต่วันนั้นที่ฉันปฏิเสธพี่อินไป เขาก็หายไปเลย ครั้งล่าสุดที่คุยไลน์กันก็เป็นประโยคบอกฝันดี ฉันอยากคุยกับเขานะ อยากให้ทุกอย่างเป็นเหมือนเมื่อก่อน แต่ถ้ามันทำให้พี่อินต้องเจ็บ ฉันก็คงทำได้แค่อยู่เฉย ๆ และรอให้เขาพร้อมติดต่อมาเองแทน 

RRRRR 

นั่งคิดอะไรเพลิน ๆ จนเสียงโทรศัพท์ร้องดังขึ้นมา ถึงกับขมวดคิ้วเพราะเบอร์ปลายสายที่ติดต่อเข้ามานี่แหละ 

“สวัสดีค่ะ” 

(ส้มโทรมากวนหรือเปล่า) 

“เปล่าเลย ว่าแต่หายไปไหนมาเนี่ย” 

(ช่วงนี้ส้มยุ่ง ๆ น่ะ เลยไม่ได้โทรหาลิต คืนนี้ว่างหรือเปล่า ส้มอยากไปเที่ยวสักหน่อย หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมาหลายวัน) 

“คืนนี้เหรอ? ได้สิ” ช่วงนี้ไม่ได้เจอเพื่อนเลย ถือว่าไปเปิดหูเปิดตาหน่อยละกัน “แล้วใครไปบ้างล่ะ” 

(เดี๋ยวส้มลองโทรชวนก่อน สถานที่จะบอกอีกทีนะ) 

“โอเค ไว้เจอกัน” 

วางสายจากส้ม นั่งเล่นโทรศัพท์ต่อ ฉันก็ไม่ใช่คนเพื่อนเยอะสักเท่าไหร่ ที่มีอยู่ก็บอกไม่ได้เต็มร้อยว่าจริงใจมากแค่ไหน แต่สำหรับส้มโอ เธอยังอยู่ในระดับที่โอเค คงเพราะพวกเราเรียนด้วยกันมาตลอดละมั้ง 

เอาเถอะ ไหน ๆ พี่สมุทรก็ต้องไปเคลียร์ปัญหาของตัวเองอยู่แล้วนี่ งั้นฉันขอไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาหน่อยก็แล้วกัน มันอาจจะดีกว่านั่งเงียบ ๆ อยู่คนเดียวในห้องละมั้ง 

 

* 

 

[สมุทร] 

ผมควรจะเริ่มแก้ตัวจากตรงไหนก่อนดี… เอาหลังจากที่แยกกับลิตละกัน เพราะตอนนั้นผมก็เผลอหลับต่อ โดยไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าในห้องมีใครอีกคนอยู่ด้วย ผมไม่เคยให้กุญแจหรือคีการ์ดห้องกับใครนอกจากลิต ยกเว้นว่าเธอขอมาจากพนักงานข้างล่าง คงเพราะผมให้สิทธิ์ในการเข้าออกเธอมากจนเกินไป เธอถึงไม่มีความเกรงใจกันเลย 

ส่วนภาพที่ลิตเห็น เมย์ยังไม่ได้จูบผมหรอก แค่เกือบเท่านั้น เรื่องคาราคาซังระหว่างผมกับเมย์มันมีมานานแล้ว ช่วงแรก ๆ ที่เธอเริ่มหวงผมมากเกินจำเป็น ผมยอมรับว่าไม่ได้อะไรเพราะมันเป็นการดีที่เธอจะสลัดผู้หญิงคนอื่น ๆ ออกไปจากชีวิตผมได้ แต่พอลิตกลับเข้ามา มันเลยกลายเป็นเรื่องยุ่งยากและเมย์มักจะพูดขู่ผมอยู่เสมอ ผมก็ไม่รู้ว่าเมย์ไปเผลอได้ยินมาจากตอนไหนเรื่องที่ผมกับน้องชายเคยสลับตัวกัน จนกลายเป็นเรื่องยุ่ง ๆ มาจนถึงทุกวันนี้ 

เมื่อก่อนผมอาจจะแคร์ เพราะลิตยังไม่รู้ความจริง แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว เธอรู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้วและเหมือนจะรู้มาสักพักแล้วด้วย ผมเลยไม่อยากแคร์อะไรอีก อยากตัดปัญหาให้มันจบ ๆ ไปมากกว่า 

ช่วงเย็น ผมตัดสินใจที่จะไปคุยกับเมย์ให้เข้าใจ แต่ผมไม่รู้ว่าเมย์จะกลับมาที่บ้านของเธอหรือเปล่า ตอนนี้แค่อยากมาเคลียร์ปัญหาให้จบ ๆ ไปสักที นานมากแล้วที่ผมไม่ได้มาบ้านของเธอ ผมจอดรถเอาไว้ด้านหน้าก่อนจะเดินเข้าไป 

“อ้าวสมุทร มาหาเมย์เหรอ” แม่ของเมย์เดินออกมาจากบ้านพอดี พร้อมกับคำทักทายของท่าน 

“สวัสดีครับ” 

“ทะเลาะกันหรือเปล่าลูก แม่เห็นตอนเมย์กลับมาก็วิ่งร้องไห้ขึ้นไปบนห้องน่ะ” ผมคิดว่าผู้ใหญ่มองออกนะ แต่เพราะการแสดงออกของผมไม่ได้มากไปกว่าเพื่อน เลยไม่มีใครคิดจะถามถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเมย์สักเท่าไหร่ 

“นิดหน่อยครับ” 

“เดี๋ยวแม่ขึ้นไปตามให้ละกัน เข้าไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่นก่อนก็ได้” 

“ผมขอไปรอที่สวนละกันครับ” 

“จ้ะ” แม่ยิ้มให้ผมก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน  

ผมเดินออกมารอที่สวนข้าง ๆ บ้านแทน ยืนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนแผ่นหลังถูกสวมกอดเอาไว้จนแน่น หยาดน้ำตาของคนด้านหลังสัมผัสเข้ากับเสื้อของผมทันที แต่การที่ผมปล่อยให้เมย์ยืนกอดอยู่แบบนี้ในบ้านของเธอ คงไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่นัก 

“อย่าทำแบบนี้อีก” ผมว่าพลางขยับตัวเลี่ยงออกมา 

“อึก… เมย์ขอโทษ แต่เมย์รักสมุทรจริง ๆ นะ รักมานานแล้วด้วย” สำหรับผม เมย์เป็นเพื่อนที่ดีมาก ๆ ความห่วงใยของเธอ รอยยิ้มของเธอ ทำให้ผมมีความสุข แต่มันแค่ฐานะเพื่อนเท่านั้น 

“รู้… แต่มันไม่มีทางรู้สึกตามไปด้วยได้หรอกนะ ที่มาพูดด้วยวันนี้เพราะไม่อยากให้มีปัญหาตามมาทีหลังอีก ถ้ายังทำตัวเป็นแค่เพื่อนไม่ได้ พวกเราไม่ควรเจอกัน จนกว่าเมย์จะโอเค” 

“เมย์ไม่มีทางโอเคหรอกนะ” 

“งั้นก็เลิกคบกันไปเลย” 

“สมุทรจะเลิกคบกับเมย์เพราะผู้หญิงคนนั้นเหรอ? ทั้ง ๆ ที่เมย์คอยอยู่เคียงข้างสมุทรมาตลอด จะเห็นแก่ตัวไปหรือเปล่า” จากใบหน้าเปื้อนหยาดน้ำตา เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นไม่พอใจ แววตาก็ดูน่ากลัว สำหรับผมเมย์เธอร้ายได้มากกว่าที่เห็นอีกครับ ไม่งั้นเธอคงไม่จัดการผู้หญิงที่เข้ามายุ่งวุ่นวายกับผมได้ภายในวันเดียวหรอก 

“ขอโทษที่ต้องพูดความจริง ลิตมาก่อน… และมาก่อนทุกความรู้สึก” 

“สมุทร!” เมย์เรียกชื่อผมเสียงดังมาก แววตาของเธอกำลังเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกน่ากลัว “แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นรู้ว่าสมุทรโกหกเธอมาโดยตลอดล่ะ” 

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนกูอาจจะแคร์ แต่ตอนนี้ไม่อีกแล้ว” 

“สมุทรไม่เคยมีตัวตนในสายตาของใคร นอกจากเมย์ เพราะฉะนั้น…” 

“หุบปาก!” ผมรีบพูดแทรกขึ้นมา เพราะคำว่าไม่มีตัวตนนี่แหละ ที่ทำให้ผมรู้สึกกลัวมาโดยตลอด “เมื่อก่อนกูยอมรับว่ากลัวกับคำนี้มาก แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกแล้ว เลิกพูดว่ากูไม่มีตัวตนสักที เพราะถ้าไม่มี… กูคงตายไปนานแล้ว ที่มาเคลียร์ด้วยเพราะไม่อยากให้มีปัญหาอย่างก่อนหน้านี้เกิดขึ้นอีก แต่ถ้ามึงยังไม่เข้าใจและดื้อด้านไม่เลิก ถ้าลิตเป็นอะไรไป อย่าหาว่ากูไม่เตือนละกัน” 

“เมย์ไม่ยอมหรอกนะ” 

“กูก็ไม่ยอมเหมือนกัน!” 

กรี๊ด! 

ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ เมย์ถึงได้กรี๊ดออกมา แต่เสียงกรี๊ดของเธอกลับทำให้พ่อกับแม่เมย์วิ่งออกมาดู สีหน้าของพวกท่านดูตกใจมาก 

“สมุทรทำอะไรเมย์น่ะ” คำถามของแม่ยังคงเป็นน้ำเสียงปกติ แต่สีหน้าของพ่อเมย์กลับไม่ใช่เลย 

“ผมแค่พูดความจริง แต่เมย์รับไม่ได้” 

“อึก… ไม่จริงนะคะ” 

“ออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้” พ่อเมย์พูดพลางชี้ปลายนิ้วของท่านไปทางประตูรั้วเพื่อให้ผมออกไป 

“ไหน ๆ ผมก็อยากเคลียร์ให้มันจบแล้ว ถ้างั้นผมขอพูดต่อหน้าท่านทั้งสองคนด้วยก็แล้วกัน เรื่องระหว่างผมกับเมย์ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่ามิตรภาพระหว่างเพื่อน แต่ถ้าเมย์ยังไม่ยอมรับความจริงส่วนนี้แล้วเลือกจะทำร้ายคนที่ผมรัก ผมก็ไม่ไว้หน้าเหมือนกัน ผมลาละครับ” 

“กรี๊ด!” 

“เมย์พอแล้วลูก” 

ผมรีบเดินออกมาจากบ้านของเมย์ ขับรถที่จอดอยู่ด้านหน้ากลับเข้าไปหายายที่บ้านแทน ไหน ๆ ก็มาแล้ว แวะหาท่านสักหน่อยก็แล้วกัน ผมไม่ได้ทิ้งให้ยายอยู่คนเดียว เพราะยังมีป้าคอยดูแลอยู่ด้วย อยากจะพาท่านไปอยู่ด้วยกันที่คอนโด แต่ยายกลับไม่ยอมเพราะท่านไม่ค่อยชอบความวุ่นวายสักเท่าไหร่ 

หมับ! 

ฟอดดดด 

“คิดถึงยายจังเลยครับ” 

“เจ้าเด็กคนนี้นี่” ตอนนี้ครอบครัวสำหรับผมคงมีแค่ยายเป็นหลัก เพราะท่านคือคนเดียวที่ไม่เคยลืมว่าตัวตนจริง ๆ ของผมคือใคร “แล้วนี่ไปไงมาไงล่ะ” 

“มีเรื่องนิดหน่อยครับ เลยกลับมาเคลียร์” 

“เฮ้อ! หลานยายนี่หล่อจริง ๆ” ยายพูดพลางส่ายหัวไปมา ตอนนี้ท่านอายุมากแล้ว ร่างกายก็ไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน แต่ไม่ยอมอยู่เฉย ๆ ขอแค่ได้ออกแรงทำอะไรบ้าง ยายก็พอใจแล้วครับ 

“ต่อไปหลานชายของยายคงมีความสุขจริง ๆ แล้วนะครับ” 

“เอ็งยิ้มเหรอ” ผมก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองทำหน้ายังไง สงสัยคงยิ้มมากไปละมั้ง ยายเลยถามขึ้นมา “ปกติเอ็งไม่ค่อยยิ้มนี่” 

“ยายไม่ดีใจเหรอครับ” 

“ดีใจสิ… เพราะยายอยากให้เอ็งยิ้มกว้าง ๆ มานานแล้ว แล้วเมื่อไหร่จะพาแม่หนูคนนั้นมาหายายบ้างล่ะ” เรื่องลิตผมเล่าให้ยายฟัง และบอกกับท่านมาตลอด แต่ไม่เคยได้เจอตัวจริงสักที เหตุผลคงเพราะผมไม่อยากให้ลิตรู้ความจริงเรื่องที่ผมโกหกเธอนั่นแหละ แต่ตอนนี้ไม่ต้องกลัวอีกแล้วครับ 

“เร็ว ๆ นี่แหละครับ” 

“ยายจะรอนะ แค่ก ๆ” 

“ยายไม่สบายเหรอครับ” 

“สบายดี ก็คนแก่แหละ เอ็งไม่ต้องห่วงยายหรอก” ผมไม่ค่อยอยากจะเชื่อท่านสักเท่าไหร่ เพราะยายเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่งพอ ๆ กับผมนั่นแหละครับ มีเรื่องอะไรไม่ค่อยบอกใครหรอก 

“อ้าวสมุทร มาพอดีเลย ป้ามีเรื่องจะคุยด้วยอยู่พอดี” 

“สวัสดีครับป้า” 

“เอ็งจะคุยอะไรกับหลานอีก” 

“ก็เรื่องที่มีคนมาหาไง ฉันก็ไม่อยากปิดหรอกแม่ อีกเดี๋ยวสมุทรก็ต้องเจออยู่ดี” ป้ากับยายคุยกันในเรื่องที่ผมไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ แต่สีหน้าของพวกท่านกลับดูเป็นกังวลกันมาก 

“ใครมาหาผมเหรอป้า” 

“ก็…” 

“ข้าหิวแล้ว เอ็งจะมาตามไปกินข้าวไม่ใช่เหรอ” ยายพูดแทรกขึ้นมาซะก่อน ป้าเลยไม่ได้พูดออกมาจนจบประโยค 

“แม่นี่จริง ๆ เลย จะขัดฉันทำไม” 

“มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ เอ็งก็อย่าไปพูดถึงนักเลย ไป ๆ ข้าหิวแล้ว เอ็งก็อยู่กินข้าวกับยายก่อนนะสมุทร” 

“ครับ” ผมเงยหน้าขึ้นไปมองป้าเล็กน้อย ท่านเลยทำได้เพียงส่ายหัวแทนคำตอบ เรื่องที่ป้าอยากบอกผมก็ต้องเก็บเอาไว้ก่อนแทน 

แต่ถ้าให้ผมเดา คงเป็นคนที่ผมไม่อยากเจอมากที่สุดในชีวิตอีกนั่นแหละ คนที่ผมแทบลืมไปด้วยซ้ำ ว่าเขายังมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้หรือเปล่า 

 

 

 

_________________________________________________ 

นี่กลัวคนอ่านเบื่อมาก ๆ เพราะนิยายเอสแต่ละเรื่อง แทรกหลายเรื่องราวมาก ๆ แต่ละจุดก็ไม่ค่อยยาวหรอก 

ผู้หญิงแบบชะนีเมย์ อาจจะยังมีอยู่ก็ได้ ประเภทที่ไม่ยอมรับความจริง ควรจะทำตัวให้เหมือนพี่อินบ้างนะ 555555555555 

ใครรอฉากฟิน นี่ใกล้จะถึงแล้วนะ แต่ไม่รู้จะต้องเริ่มยังไง ก๊ากกกกกกกกกกกก 

ขอบคุณค่ะ 

ความคิดเห็น