แทคฮยองจี
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ช่วยใจดีกับเราด้วยนะคะ

น่านฟ้าล่ารัก 20

ชื่อตอน : น่านฟ้าล่ารัก 20

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2563 23:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านฟ้าล่ารัก 20
แบบอักษร

เกือบสองสัปดาห์แล้วที่คุณน่านฟ้าเทียวไปเทียวมาระหว่างบ้านกับบริษัท เพราะผมเลิกงานดึกดังนั้นในทุกวันที่เขาอยู่บ้านไม่มีไฟลต์บินไปต่างประเทศช่วงกลางคืนก็มักจะพาลูกมาเฝ้าที่ห้องทำงานบ่อยๆ วันนี้ก็เช่นกัน ในขณะที่เจ้าอ้วนนอนซุกกับอกของผมบนรถระหว่างทางกลับบ้าน ช่วงนี้ต้องลำบากพวกเขาทั้งสองคนแล้ว ขอแค่ผ่านช่วงนี้ไปได้และสามารถทำรายรับให้บริษัทเพิ่มขึ้นตามที่ผมรับปากเหล่ากรรมการบริหารได้ก็ไม่ต้องทำงานหนักขนาดนี้แล้ว 

“แสงเหนือ หนูดูซูบๆไปหรือเปล่า” 

“หรอครับ”

ผมไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองซูบลง ถ้าคุณน่านฟ้าไม่ทักก็คงจะไม่รู้ตัวจริง ๆช่วงนี้นี้ค่อนข้างเครียดทำให้กินข้าวได้น้อยลงและรู้สึกเบื่ออาหาร แม้ว่าจะเป็นอาหารที่ผมชอบก็ตาม เมื่อรถจอดติดไฟแดงคุณน่านฟ้าใส่เบรกมือและขยับเข้ามาใกล้พร้อมใช้สองมือประคองหน้าของผมไว้ และพูดเบาๆ

"หนูผอมไปมากเลยนะ" เขาพูดเสียงนุ่มแล้วจูบหน้าผากผมเบาๆก่อนที่จะกลับไปนั่งที่เบาะของตนเองดี ๆ เตรียมตัวออกรถเมื่อตัวเลขนับเวลาถอยหลังเหลือน้อยเต็มที

วันนี้รถค่อนข้างติดซึ่งไม่ได้ต่างจากวันอื่น ๆ เท่าไหร่หรอกผมว่า ตอนนี้เรากำลังมุ่งหน้ากลับบ้านในถนนที่รถวิ่งเต็มไปหมดจนแทบไม่เหลือช่องทางให้เปลี่ยนเลน แถมตอนนี้เจ้าอ้วนก็หลับปุ๋ยไปกับอกของผมแล้วเรียบร้อยทำให้น้ำหนักตัวทั้งหมดเทมาที่แขนของผมจนชาไปทั้งซีก 

อ้วนไปหรือเปล่าลูก

เมื่อรถจอดนิ่งที่หน้าบ้านคุณน่านฟ้าก็ต้องมาช่วยแงะเจ้าอ้วนออกไปจากแขนให้เพราะตอนนี้แขนผมมันชาไปหมดแล้วไร้เรี่ยวแรง คุณน่านฟ้าอุ้มเจ้าอ้วนพาดบ่ามือข้างหนึ่งถือกระเป๋าเอกสารและถุงผ้าใส่ปิ่นโต ส่วนผมก็เดินตัวเปล่าเข้าบ้าน 

คุณน่านฟ้ามาลูกไปส่งที่ห้องก่อนอยู่เฝ้าจนแน่ใจว่าสกายจะไม่ตื่นขึ้นมางอแงจึงกลับมาที่ห้องตัวเอง ผมกำลังยืนเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดทำงานออกจากตัวเพื่ออาบน้ำที่หน้ากระจกเห็นร่างสูงของเขาเดินเข้ามา และโอบกอดจากทางด้านหลัง เกยคางลงบนไหล่ไว้และหลับตากดจมูกไปมั่ว ๆ ตามแนวลำคอและไหล่ มือใหญ่สาละวนกับการปลดหัวเข็มขัดออกจากกางเกง จนผมต้องขยับมือไปแตะมือของเขาเบาๆ คุณน่านฟ้าไม่ยอมเอามือออกและยังพยายามจะปลดมันต่อไป ริมฝีปากร้อนเหมือนมาร์ชเมลโล่ย่างไฟพรมจูบไปถ้วนทั่วที่อณูผิวกายช่วงไหล่และลำคอ 

ผมเข้าใจเขาเพราะหลายวันมานี้เราไม่ได้สัมผัสกันและกันเลยไม่แปลกถ้าเข้าจะอยากเข้ามาคลอเคลียหรือทำอะไรมากกว่านั้น แต่มันต้องไม่ใช่ตอนที่ยังไม่อาบน้ำสิ ตัวผมถูกดันไปยืนจนตัวด้านหน้าแนบชิดกับกระจก มือใหญ่รั้งกางเกงผ้าสีดำที่ถูกปลดเข็มขัดออกไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ลงมารัดไว้ที่ใต้สะโพก มือใหญ่บีบนวดเนื้อแน่นหนั่นอย่างมันเขี้ยว ผมทาบมือและหน้าอกลงบนกระจกรับสัมผัสเย็นชืดจากผิวเงาสะท้อนภาพน่าอายนั้น แอ่นสะโพกตามที่เขาจับให้ทำ 

“ผมยังไม่อาบน้ำ” ผมเอี้ยวตัวกลับมาบอก

คุณน่านฟ้ากอดเอวผมไว้และซบหน้าลงที่แผ่นหลังเปลือยไร้เสื้อผ้าของผมอยู่สักพักก็ยอมปล่อยให้ผมเป็นอิสระจากแขนแข็ง ๆ ของเขา ผมขยับตัวขึ้นยืนหันกลับไปมองใบหน้าหล่อที่เริ่มมีริ้วรอยขึ้นมานิดหน่อยตามอายุแล้วก็อดที่จะยื่นมือขึ้นไปสัมผัสเบา ๆไม่ได้ สายตาของเขาทั้งสองคนประสานกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายหลบสายตาเร่าร้อนคู่นั่นไป

"พี่ถูหลังให้นะ"

"เอาสิครับ" ผมยิ้มตอบ 

เมื่อได้รับอนุญาตร่างของผมก็ถูกอุ้มขึ้นในวงแขนแกร่งในท่าเจ้าสาวและถูกพาเข้าไปในห้องน้ำ เขาวางผมลงบนพื้นที่ว่างตรงเคาน์เตอร์ แล้วจัดการกับเสื้อผ้าของตนเองอย่างรีบๆ ผมนั่งยันแขนลงบนพื้นข้าง ๆ ตัวมองสามีที่กำลังขะมักเขม้น,เขม้นขะมักกับการถอดเสื้อผ้าและก็ยกยิ้มขึ้นมา ไม่บ่อยนักที่เขาจะมีอาการงุ่นง่านแบบนี้ แต่มันก็น่ารักดี

"อุ้มหน่อยสิครับ ขี้เกียจเดิน" ผมบอกแล้วกางแขนออกรอให้ร่างสูงเข้ามาอุ้ม

คุณน่านฟ้ายิ้มบาง ๆ และเข้ามารวบเอวผมด้วยแขนเพียงข้างเดียว ตรงไปที่ยืนที่ใต้ฝักบัว เราทั้งคู่ร่างกายเปลือยเปล่าไม่มีแม้แต่อันเดอร์แวร์สวมติดตัว เมื่อเท้าผมเหยียบพื้นสายน้ำอุ่นกำลังดีก็รดลงมาบนตัวของเราทั้งคู่ คุณน่านฟ้าใช้มีลูบน้ำไปตามผิวกายของผม ผมเองก็ใช้มือเล็ก ๆ คู่นี้ลูบไล้ไปตามเรือนร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออย่างคนออกกำลังกายของสามี ผมชอบสัมผัสผิวของเขาเอามากๆ โดยเฉพาะช่วงไหล่และกระดูกไหปลาร้า มันทำให้เขาดูเซ็กซี่มาก ๆ จนเผลอกัดบ่อย ๆ เวลาที่มีอะไรกัน

"อื้อ" 

เสียงครางแผ่ว ๆ ออกมาจากลำคอเมื่อจมูกโด่งก้มลงมาซุกไซร้ที่แนวเส้นข้างลำคอและใบหู ผมขยับเข้าไปกอดโอบร่างหนาไว้ ปลายเท้าเขย่งขึ้นเล็กน้อยเพราะส่วนสูงที่ต่างกันไม่มาก วงแขนหนาโอบรอบเอวแล้วดึงผมเข้ามาใกล้จนเราแนบชิดกันไปทั้งตัวไม่มีแม้แต่ที่ว่างให้อากาศได้แทรกตัว 

เพราะสายน้ำอุ่น ๆ ที่รดลงมาบนตัวทำให้ผมร้อนหรือเพราะคนที่กำลังนัวเนียกันอยู่ก็ไม่รู้ ผมชอบเวลาที่เขาสัมผัสตัวมากๆ มันทั้งอ่อนโยนและก็เร่าร้อน ผมเองก็จะไม่ยอมแพ้ให้เขารุกตัวเองฝ่ายเดียวหรอกเพราะผมก็พรมจูบไปจนทั่วลำคอและไหล่ของเขาเช่นกัน มือใหญ่เค้นคลึงสะโพกผมเหมือนกำลังนวดแป้ง ปลายนิ้วไล่กดนวดไปตามจุดต่าง ๆ ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ผมไม่แน่ใจว่าเขากำลังนวดคลายเส้นให้ผมหรือเปล่า แต่นวดแบบนี้มันก็...

"สบายไหม" เสียงทุ้มกระซิบถามที่ข้างหู ผมเองที่กำลังรู้สึกผ่อนคลายกับการถูกนวดตรงจุดที่ปวดก็พยักหน้าขึ้นลง "พี่นวดให้ทั้งตัวเลยดีไหมครับ"

"รอบเดียวนะ" ผมกระซิบ

"อือ"

หลังจากนั้นไม่ต้องบรรยายอะไรให้มากความว่าเขาทำอะไรกับผมบ้างและสำหรับคุณน่านฟ้าคำว่ารอบเดียวไม่มีอยู่จริงและกว่าจะได้หลับได้นอนกันก็เกือบเช้า แต่ค่อนข้างโชคดีหน่อยที่เช้าวันต่อมานั้นเป็นหยุดทำให้ได้มีเวลานอนมากกว่าวันธรรมดาและผมเองก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่า เสาร์-อาทิตย์นี้จะอยู่บ้านกับลูกและสามีหาเวลาให้พวกเขาบ้างกลัวว่าจะห่างเหินกันไปเสียก่อน 

ความเคลื่อนไหวหยุกหยิกที่ข้าง ๆ ตัวทำให้ผมรู้สึกค่อนข้างรำคาญเพราะยังนอนไม่ค่อยเต็มอิ่ม แต่สัมผัสนุ่ม ๆ ที่ริมฝีปากทำให้ผมเปิดตาขึ้นมาดู และสบเข้ากับนัยน์ตา,นัยนากลมเหมือนเม็ดลำไยของเจ้าลูกชายที่ขึ้นมานั่งบนตัวของผมและทำท่าจะจุ๊บปากอีกรอบจนต้องพลิกร่างตัน ๆ นั้นให้ลงมานอนข้าง ๆ กัน

"นอนกับหม่าม๊าก่อน" ผมงึมงำและรั้งร่างของสายเข้ามากอด นี่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าอ้วนเข้ามาได้ยังไงหรือว่าคุณน่านฟ้าพามาก็ไม่ทราบ แต่ตอนนี้ขอนอนก่อนก็แล้วกัน

ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าในห้องไม่มีใครแล้วแถมอุณหภูมิของแสงแดดที่ส่งเข้ามาก็ค่อนข้างร้อน จนต้องหยิบมือถือกดดูเวลาแล้วก็ตาโตกับเลขบนหน้าจอ

เที่ยงครึ่ง

ผมนั่งสักพักก็เดินเข้าไปอาบน้ำอาบท่าแล้วลงไปข้างล่างก็ไม่เจอใครเลยนอกจากสกายที่นั่งกอดชามข้าว ดูทีวีอยู่ที่พื้นหน้าโซฟาตัวใหญ่ จึงเข้าไปหา

"กินอะไรครับลูก"

"ไก่ทอดครับ หม่าม๊ากินไหม" 

"กินเลยลูก" ผมบอกเมื่อเจ้าสกายตักข้าวที่คลุกกับไก่ทอดมาทางผม "แล้วคุณพ่อไปไหนครับ"

"ตื่นแล้วหรอ" 

เจ้าสกายชี้ไปทางที่ร่างสูงของคุณน่านฟ้าเดินออกมาพอดี ผมยิ้มให้แล้วรีบเดินเข้าไปรับ ไม่รู้ว่าเขาถือชามอะไรมาแต่น่าจะเป็นของกินแน่ๆ เพราะผมดันจมูกดีได้กลิ่นหอม ๆ ลอยมาด้วย และก็เป็นไปตามคาดว่าชามนั้นคือของกินเพราะด้านในเป็นแกงจืดสาหร่ายหมูทรงเครื่อง นี่คงตัดมาให้ลูกกินแน่ๆ แต่หม่าม๊าอย่างผมก็หิวนะนอนมาครึ่งวันแล้วยังไม่ได้กินอะไรเลย และเหมือนว่าคุณน่านฟ้าก็คงจะรู้ เข้าเดินเข้าไปบอกสกายว่าให้นั่งกินข้าวดี ๆ เดี๋ยวจะพาหม่าม๊าไปหาอะไรกินในครัวก่อน เจ้าสกายก็ว่าง่ายพยักหน้าเข้าใจแถมซดน้ำแกงในช้อนเสียงดังครั้งหนึ่งเหมือนเป็นการบอกว่าเขาสามารถกินเองได้ไม่ต้องห่วง

"พี่ให้คนคนอาหารเผื่อไว้ให้แล้วคิดว่าหนูตื่นมาน่าจะหิว"

"ก็หิวจริง ๆ ครับ"

"แล้วอาการเป็นยังไงบ้าง เจ็บหรือปวดตรงไหนไหม" 

คุณน่านฟ้าถามพร้อมกับใช้สายตามองสำรวจตามร่างกาย ผมยิ้มเล็กน้อยรู้สึกดีมาก ๆ ที่เขาเป็นห่วงกันและแสดงออกอย่างชัดเจนเสมอมา ่คุณน่านฟ้าไม่ใช่คนที่จะมีเซ็กส์รุนแรงหรือซาดิสม์อะไรทำนองนั้น ถือว่าโชคดีของผมแล้วล่ะเพราะถ้าเขามาแบบพวกซาดิสม์ผมคงรับไม่ไหวจริงๆ มันไม่ใช่ทุกคนที่จะรับความรุนแรงกับเรื่องบนเตียงได้ 

ร่างสูงเข้ามาช่วยผมที่ถืออาหารพร้อมเลิกคิ้วสูง ผมยิ้มและบอกว่าอยากออกไปนั่งทานกับลูกที่นั่งดูการ์ตูนอยู่ เขาพยักหน้าเข้าใจและช่วยผมยกอาหารออกไปนั่งที่พื้นข้าง ๆ ลูก มันคงให้ความรู้สึกแปลก ๆ ที่เจ้าของบ้านมานั่งกินข้าวบนพื้นหินแกรนิตแบบนี้แน่ ๆ แต่แล้วยังไงผมก็ไม่ใช่คนเรื่องมากอะไรขนาดนั้น คุณน่านฟ้าเองยังลงมานั่งด้วยเลย

"เรื่องเปี๊ยกที่บอกว่าจะมาฝึกงาน หนูทำเรื่องหรือยังเมื่อวานพี่เจอสองคนนั้นที่ห้างตอนซื้อขนมไปให้หนูน่ะ" 

"อ๋อ ผมส่งเรื่องไปที่บุคคลแล้วครับว่าให้เข้ามาฝึกงานตามกำหนดได้เลย"

"ถ้าผลงานฝึกงานดีจะให้ทำประจำเลยไหม" 

"ได้ก็ดีครับ ยังไงก็คนกันเอง" 

เรื่องของเด็กสองคนนั้นที่จะเข้ามาทำงานผมได้บอกพ่อคุณน่านฟ้าไปแล้วท่านก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะหลังจากที่ดูใบเกรด และเรซูเม่ของทั้งสองคน และยังให้ผมจัดการเองตามสมควรอีกอย่างเด็กสองคนนี้ก็มาฝึกสั้นๆเท่านั้นไม่นาน เปี๊ยกกับไฟเรียนปวช.มาก่อนทำให้เวลาไปเรียนมหาลัยเลยเรียนแค่ 2 ปีเท่านั้น

"แล้วตอนนี้งานของหนูเป็นยังไงไหวไหม?"

"ถ้าผมบอกว่าไม่ไหวคุณจะรีบลาออกมาช่วยหรอครับ"

"ก็คิดว่าอย่างนั้น" 

คุณน่านฟ้าทำหน้าทะเล้นหันมามอง อย่าบอกนะว่าเขาจะออกจากงานก่อนกำหนดที่เคยบอก แต่มันก็ดีแล้วผมจะได้ไม่ต้องมาสู้รบตบมือกับคนในบริษัทมาก คนพวกนั้นน่าจะเกรงใจคุณน่านฟ้าบ้างเพราะอย่างน้อย ๆ เขาก็เป็นลูกชายของเจ้าของบริษัทเชียวนะใครจะกล้าเขม่นเขา

"งั้นรีบลาออกมาเลยครับ อาทิตย์หน้าจะได้เข้าไปศึกษางานเลย ผมเองก็ทำไปแล้วบางส่วนพอให้คุณไปรับช่วงต่อได้ไม่ยาก"

"ไว้วันที่หนูพรีเซ็นต์รายได้บริษัทพี่จะเข้าไปดีไหม"

"ผมตื่นเต้นแน่ๆ"

"ภรรยาพี่เก่งอยู่แล้ว"

"หม่าม๊าเขิน" 

มัวแต่หยอกกันจนลืมไปว่าเจ้าลูกชายตัวกลมนั้นนั่งกินข้าวอยู่ข้าง ๆ ด้วย ผมกับคุณน่านฟ้าหันมองหน้ากันแล้วก็หัวเราะออกมา เจ้าอ้วนก็มองแบบงง ๆ ประมาณว่าหม่าม๊ากับคุณพ่อเป็นอะไรกัน เจ้าเด็กอ้วนของผม

 

 

 

ผ่านไปหลายวันในที่สุดก็ถึงวันที่ผมจะต้องนำเสนอผลประกอบการที่ผมรับปากกับกรรมการบริหารทุกคนว่าจะทำให้มันเพิ่มขึ้น ผมตื่นเต้นมาก แม้ว่ารู้อยู่แล้วถึงผลงานของตัวเองวันนี้ไม่ได้มีแค่คนพวกนั้นที่เข้ามาฟังแต่รวมถึงคุณพ่อของคุณน่านฟ้าและคุณน่านฟ้าด้วยทำให้ผมเกร็งอย่างมาก 

"ดื่มน้ำสักหน่อย" 

"ขอบคุณครับ" ผมรับน้ำดื่มมาจิบเล็กน้อยเท่านั้นไม่อยากให้ตัวเองตื่นเต้นจนปวดฉี่ระหว่างนำเสนอ

"ตื่นเต้นหรอ" 

"มากเลยครับ"

"ไม่ต้องตื่นเต้นหรอก พี่อยู่ตรงนี้คุณพ่อก็อยู่ท่านมาช่วยหนูอยู่แล้ว ใครจะว่าอะไรก็ช่างเขาหนูมีพี่กับคุณพ่ออยู่"

หลังจากพูดจบคุณน่านฟ้าก็กลับไปนั่งที่เดิมส่วนผมก็รีบดื่มน้ำและกลับไปนั่งที่ของตัวเองเหลือกัน เมื่อทุกคนเข้ามาในห้องประชุมครบแล้วก็เริ่มประชุมได้เริ่มจากเรื่องเบา ๆไปเรื่อย ๆ จนมาถึงเวลารายงานผลประกอบการตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาและแผนธุรกิจในอนาคตที่ผมกับคุณน่านฟ้าช่วยกันคิดตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

บนฉากฉายภาพสไลด์นำเสนอที่ตั้งใจทำเอามากๆ งัดเอาสกิลการทำสไลด์พรีเซ็นต์สมัยเรียนปี 4 ออกมาสู้ก็ว่าได้ ทั้งตารางและกราฟพยายามทำให้อ่านเข้าใจง่าย ซ้อมพูดอยู่กับคุณน่านฟ้าก็หลายครั้ง ช่วงแรก ๆ เนื้อหาไม่ค่อยมีอะไรมากเท่าไหร่เพราะเป็นการเกริ่นถึงปัญหาและปัจจัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในบริษัทที่หลาย ๆคนทราบหรือไม่ทราบก็แล้วแต่จนกระทั่งมาถึงหน้าที่เป็นรูปกราฟเส้นสองเส้นที่แตกต่างกัน เส้นหนึ่งที่เตี้ยกว่านั้นคือผลประกอบการของปีที่ผ่านมา อีกเส้นที่สูงกว่าคือผมประกอบการทั้งหมดของปีนี้ถึงไตรมาสล่าสุด ซึ่งจากกราฟเห็นได้ว่าในเดือนที่แล้วของปีนี้รายได้ลดลงจนเท่ากับปีที่แล้ว นับว่าเป็นสิ่งที่รับไม่ได้กับผลประกอบการที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และงานของผมก็เริ่มหลังจากจุดที่กราฟสองเส้นตัดกัน

ผมอธิบายถึงผลกำไรและรายจ่ายที่บริษัทต้องรับภาระตลอดเดือนที่ผ่านมารวมทั้งปัญหาที่มาจากปัจจัยภายนอกหลาย ๆ อย่าง ก่อนที่จะเกิดกราฟภาพต่อไปซึ่งเป็นกราฟแบบเดียวกันที่แสดงก่อนหน้า นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ต่างกันออกไปคือระยะห่างระหว่างกราฟทั้งสองเส้นนับจากจุดตัดเมื่อสักครู่เห็นได้ชัดว่าในเดือนนี้กราฟมีความชันขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและชันมากกว่าเดือนนี้ในปีที่แล้วก่อนที่ฉากฉายจะเปลี่ยนเป็นตัวเลขตัวใหญ่ที่ขึ้นว่า 22.5% นั่นคือรายได้ที่เติบโตขึ้นของเดือนนี้เดือนเดียว ผมกล่าวอะไรอีกสักเล็กน้อยและกล่าวขอบคุณทุกคนที่ตั้งใจฟัง 

เสียงปรบมือและการพยักหน้าอย่างยอมรับของกรรมการบริหารภายในห้องคือสิ่งที่ยืนยันแล้วว่าพวกเขายอมรับตัวผมและผลงานของผม แต่ก่อนจะปิดการประชุมคุณพ่อของคุณน่านฟ้าก็พูดเรื่องการเข้ามาบริหารงานต่อของคุณน่านฟ้าอีกเล็กน้อยและกล่าวปิดประชุม

"เก่งมาก"

"ขอบคุณครับคุณพ่อ คุณน่าน" ผมยิ้มให้คนทั้งสอง ตอนนี้สบายใจขึ้นมามากแล้วหลังจากทุ่มเทเวลาตลอดทั้งเดือนเพื่อทำกำไรให้กับบริษัท

"พี่บอกแล้วว่าหนูต้องทำได้"

ในตอนที่ยืนคุยกันอยู่ก็มีผู้อาวุโสหลายท่านเข้ามากล่าวชมและแสดงความยินดีด้วย ผมทำได้แค่ยิ้มรับและกล่าวขอบคุณทุกคนกลับไปเช่นกัน

"วันนี้ต้องฉลองแล้วนะ" คุณน่านฟ้าพูดขึ้นระหว่างที่เรากำลังเดินไปที่ลานจอดรถ "จริงไหมพ่อ ลูกสะใภ้พ่อเก่งขนาดนี้"

"ฉันจองร้านอาหารไว้แล้ว ไปเลยไหมล่ะนี่ก็เที่ยงแล้ว"

"ไปเลยพ่อ” 

 

 

 

ร้านอาหารไทยหรูในโรงแรมเป็นที่ที่เรามาท่านมื้อเที่ยงกัน อาหารวันนี้เป็นอาหารไทยแบบชาววังและเมนูส่วนใหญ่ก็เป็นของชอบผมเสียด้วย รู้สึกเกรงใจยังไงไม่รู้แต่พ่อคุณน่านฟ้าก็พูดออกมาอีกว่าวันนี้มาฉลองความสำเร็จให้ผมดังนั้นก็ต้องเอาใจผมเป็นพิเศษ อีกทั้งหลังจากนี้จะต้องเป็นพี่เลี้ยงดูแลคุณน่านฟ้าในช่วงศึกษางานในบริษัท 

เมื่อหลายวันก่อนคุณน่านฟ้ามาพร้อมกับข่าวการลาออกจากสายการบินแล้ว ผมเองก็ตกใจเหมือนกันเพราะคิดว่าน่าจะอีกหลายวันแต่ลาออกมาตอนนี้ก็ดีจะได้ช่วยกันทำงาน ตอนนี้บริษัทกำลังไปได้ดีทั้งความสัมพันธ์กับลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ที่เข้ามาเรื่อยๆ ทั้งในและต่างประเทศจากการที่ผมศึกษาตลาดของบริษัทนี้จะเป็นบริษัทต่างชาติที่อยู่แถบตะวันตกเสียมากกว่า ถ้าได้เขามาช่วยในตอนที่กำลังไปได้ดีแบบนี้ก็เยี่ยมไปเลย 

เมื่อกินข้าวกลางวันแล้วก็ถึงเวลาแยกย้ายแต่กลายเป็นว่าคุณน่านฟ้ามาอยู่ทำงานกับผมที่บริษัทส่วนพ่อเขาก็กลับบ้านไปคนเดียว ตอนเดินเข้ามาคนในบริษัทหลายคนมองมาที่เราอย่างสนใจ แต่ผมว่าไม่ได้มองผมหรอกเพราะเขาเห็นกันบ่อยแล้ว น่าจะเบื่อหน้าด้วยและ แต่คนร่างสูงหล่อ ๆ ข้าง ๆ เนี่ยพึ่งจะเข้ามาบริษัท ปกติเข้ามาก็ช่วงกลางคืนที่พนักงานกลับกันหมดแล้วมีครั้งนี้แหละที่มาแบบตอนที่เขาทำงานกันไม่แปลกใจเลยที่จะมีสาว ๆ มองกันจนคอเคล็ด แต่ก็แอบเสียใจแทนพวกเธอนะเพราะคนที่พวกเธอมองน่ะสามีผม 

 

TBC

น้องแสงเหนือของหม่ามี๊เก่งมากลูก ตอนนี้ก็คือบรรยายไรเยอะแยะ 55555 ตอนที่อธิบายกราฟงงมั้ย ถ้างงก็ข้ามไปเลยค่ะ 5555 ตอนนี้ยังไม่ได้แก้คำผิดเลย กดอัพมาจากมือถือเดี๋ยวดึกๆเข้ามาแก้อีกรอบ ฝากคอมเม้นกันด้วยนะคะ รดน้ำให้เราหน่อยหัวใจจะได้ชุ่มฉ่ำ

ความคิดเห็น