Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 35 100% จบบริบูรณ์

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 35 100% จบบริบูรณ์

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.3k

ความคิดเห็น : 58

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2563 01:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 35 100% จบบริบูรณ์
แบบอักษร

 

 

พี่ชายเพื่อน 35 

 

 

 

เวลาก็ล่วงเลยผ่านมาหลายปี จนโมเดลโตจนเข้าเรียนมัธยมต้นและกลายเป็นคนที่ถูกจับจ้องและมีคนชื่นชมกับความเก่งกาจที่เกินกว่าอายุแถมยังมีหนุ่มรุ่นพี่มาแวะขายขนมจีบหลายคนแต่ก็ต้องหายไปทุกรายเพราะรุ่งเช้าคนเหล่านั้นมีใบหน้าที่ช้ำเล็กน้อยและไม่กล้ามาวอแวกับโมเดลอีกซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่มีใครเดาสาเหตุที่เกิดขึ้นได้ 

 

“ติณ! อย่ามาแย่งขนมพี่นะ” โมเดลที่นั่งในห้องนั่งเล่นขณะดูซีรีย์ในจอโทรทัศน์ที่ตนเองเปิดไว้ในช่วงวันหยุดและขนมเค้กร้านดังแสนอร่อยที่ให้คุณแม่ซื้อมาให้เมื่อวานที่ตอนนี้ถูกวางอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟาแต่การกินขนมที่แสนอร่อยในช่วงเวลายามสายในวันนี้ก็ต้องถูกทำลายลงเพราะน้องชายตัวแสบที่นิสัยไม่ดีมาแย่งเอาจานขนมเค้กของตนเองไปกินอย่างหน้าตาเฉย 

 

“อะไร คุณแม่ให้แบ่งกัน อย่ามาทำตัวเป็นหมูขี้หวงหน่อยเลย” เด็กน้อยแก่แดดที่อายุไม่ถึงสิบขวบเอ่ยขึ้น จากในวันวานที่ยังเป็นเพียงติณน้อยก็กลายเป็นเด็กชายติณ ลูกชายจอมแก่แดดและแสบสันไม่แพ้ใครของเขมินท์และเตชิต ซึ่งใครๆก็ต่างบอกว่าติณนั้นเป็นพ่อในวัยเด็ก ติณก็ไม่เห็นจะแปลกใจตรงไหนก็ตนเองนั้นเป็นลูกคุณพ่อลูกคุณแม่ไม่เหมือนพ่อจะให้เหมือนใคร 

 

“จะฟ้องแม่ พูดจาไม่น่ารัก” 

 

“ตัวเองน่ารักตายแหละ อ้วนเป็นหมูเพราะกินแต่ขนม คุณแม่บอกว่าให้กินได้วันละชิ้นขนมเค้กอ่ะ แต่นี่ตัวเองกินเป็นปอนด์อยู่คนเดียวเลย” 

 

“ก็มันของพี่ คุณแม่ซื้อมาให้พี่” 

 

“น้องโม๊ะไม่ดื้อกับพี่ติณนะครับ เดี๋ยวพี่ติณฟ้องคุณแม่นะ” 

 

“ไอ้เอเลี่ยน ฉันเป็นพี่นาย อย่ามาเรียกฉันน้องนะ!!!!!” และแล้วก็เกิดศึกขนาดย่อมขึ้น นับวันที่ยิ่งโตโมเดลก็มีนิสัยอดทนน้อยลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะน้องชายที่ชอบกวนประสาทถึงแม้อยู่หน้าคนอื่นโมเดลจะมีนิสัยนิ่งๆก็ตาม แต่อยู่บ้านเมื่อไรกลายเป็นเด็กหัวร้อนง่ายเพราะถูกน้องชายยั่วโมโหทุกที 

 

“พูดคำหยาบ โดนหักค่าขนมแน่ไอ้หมู” และเมื่อประโยคนี้จบลงโมเดลก็จัดการปาหมอนอิงใส่หน้าน้องชายที่กำลังกินเค้กจนเค้กหกใส่หน้าจนเลอะเทอะ แต่เพราะติณคือลูกพ่อ พ่อที่แปลว่าอย่าไปยอมใครแม้แต่พี่ชายก็จัดการปาหมอนอิงกลับและถึงแม้ตนเองจะเด็กกว่าหลายปีแต่เพราะชอบเล่นกีฬาทำให้ตัวสูงเกือบเท่าๆพี่ชายที่เตี้ยกว่าคนในวัยเดียวกัน ทำให้การศึกของสองพี่น้องในครั้งนี้มีความสูสีเป็นที่สุด 

 

แต่แล้วการศึกสงครามของสองพี่น้องในครั้งนี้ก็ต้องจบลงเมื่อเขมินท์ที่ตอนนี้กลับมาถึงบ้านพอดีหลังออกไปเจอลูกค้าที่ตนเองนั้นเอาเวลาว่างๆรับงานจากบริษัทพี่บอสมาทำก็ต้องกุมขมับเมื่อเห็นสภาพห้องนั่งเล่นที่เกิดขึ้น 

 

“ช่วยกันเก็บกวาดด้วยตนเองเดี๋ยวนี้เลยนะครับ อย่าคิดว่าจะให้แม่บ้านเก็บแทนใครทำคนนั้นก็ต้องเก็บ อย่าให้คนอื่นมารับผิดชอบในส่วนที่ไม่ได้ทำ” พอคุณแม่ที่พูดด้วยน้ำเสียงดุๆออกมาแบบนั้น สองพี่น้องก็ต้องรีบช่วยกันเก็บของและหวังว่าคุณพ่อจะรีบกลับบ้านไวๆ เพราะถ้าคุณพ่อกลับมาโมเดลและติณก็ไม่ต้องมาเก็บกวาดเช็ดถูเองแบบนี้แน่นอน เพราะคุณพ่อสอนลับหลังคุณแม่เสมอว่าเรารวยเรื่องแบบนี้จ้างคนมาแล้วจะทำเองทำไม แตกต่างจากคุณแม่ที่ชอบให้หัดทำเองเพื่อโตขึ้นไปจะได้ไม่ลำบาก อะไรที่ทำเองได้ก็ต้องหัดทำ 

 

คุณแม่นี่ดุเสมอต้นเสมอปลายเลย! 

 

หลังจากที่ทั้งสองเก็บกวาดเสร็จก็นอนแผ่กับพื้นจนหมดสภาพทายาทของตระกูลดังเพราะต้องเอาหมอนอิงไปโยนลงเครื่องซักแม้ในใจอยากจะโยนทิ้งถังขยะไปเลยก็ตามแถมยังต้องมาเช็ดคราบเค้กที่เลอะกระจายไปทั่วอีก เหนื่อยจนร่างกายเมื่อยล้าและก็คิดในใจว่าจะไม่ทำอีกแล้วครับคุณแม่!  

 

เขมินท์ที่เห็นสภาพลูกๆแบบนั้นก็เดินไปคั้นน้ำสมสดๆที่แช่เย็นไว้มาให้เด็กๆดื่มเผื่อจะได้สดชื่นขึ้นบ้าง เพราะยังไงตอนนี้คุณสามีไปต่างประเทศอีกหลายวันกว่าจะกลับ คุณแม่เองก็ไปเที่ยวกับเพื่อนๆที่ต่างจังหวัด ทำให้ตอนนี้มีเพียงตนเองและลูกๆเท่านั้นที่อยู่บ้าน ถ้าเด็กๆไร้เรี่ยวแรงบ้านนี้คงเงียบเหงาไม่น้อย เพราะฉะนั้นหลังจากดุแล้วคงต้องเอาใจหน่อย 

 

“คุณแม่ครับ โมเดลอยากกินหมูย่างเกาหลี พาไปกินหน่อยนะครับ” โมเดลเข้าไปกอดไปอ้อนให้คุณแม่พาไปกินของที่ตนเองอยากกินแต่ก็โดนน้องชายขัดขึ้นเสียก่อน 

 

“ไม่เอานะครับ ของอ้วนๆไขมันเยอะแบบนั้นติณไม่ชอบ เราไปกินโอมากาเสะกันดีกว่านะครับ ติณอยากกินโอโทโร่ นะครับครุณแม่ คุณพ่อก็สัญญากับติณไว้ด้วยว่าจะพาไปกิน” เขมินท์มองเด็กๆทั้งสองที่กอดแขนคนข้างของตนเองอยู่อย่างอ่อนใจ ไม่รู้จะตามใจใครดี โมเดลหนะกินง่ายอยู่ง่ายกว่าลูกชายคนเล็กที่ได้นิสัยของสามีมาหมด เพราะติณน้อยของตนเองนั้นกินยากและสิ่งที่ชอบกินก็มีกมีแต่ของที่มีราคาสูงตามที่พ่อของตนเองพาไปกินทำให้เวลาเขมินท์จะพาลูกๆไปกินอะไรแบบไร้คุณสามีเลยต้องคิดหนักไม่น้อยเพราะกลัวคนใดคนหนึ่งน้อยใจ 

 

“ติณสัญญากับคุณพ่อแล้วรอกินกับคุณพ่อดีกว่านะครับ ถ้าอยากกินจริงๆคุณแม่จะสั่งให้มาส่งบ้านดีมั้ย วันนี้เราไปกินหมูย่างกับพี่เค้าก่อน” 

 

“ก็ได้ครับ ติณจะยอมให้เด็กอ้วนๆแถวนี้ให้ได้กินก็ก็ได้” 

 

“แม่ครับ น้องว่าโมเดลอีกแล้ว” 

 

“ไม่เอาครับเด็กๆ ไม่ทะเลาะกัน ไปอาบน้ำเตรียมตัวครับ จะได้ออกไปกินกัน แม่ก็จะไปเปลี่ยนชุดเหมือนกัน” 

 

“ครับผม/ครับบบบบ” เด็กๆสองคนรับคำก็รีบขึ้นห้องไปอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็วเพราะใช้แรงงานไปเยอะก็เริ่มที่จะหิวขึ้นมา ส่วนเขมินท์เองก็กลับขึ้นมาบนห้องก็แค่เปลี่ยนชุดให้ดูสบายขึ้นก่อนจะกดส่งข้อความให้สามีรู้ว่าตนเองจะพาเด็กๆออกไปกินหมูย่างเกาหลีซึ่งคนอย่างพี่เตที่ไม่ชอบอาหารแบบนี้นั้นก็เลยโทรกลับมาบ่นเลยทันที 

 

/พาลูกไปกินอย่างอื่นดีกว่ามั้ยครับ หมูย่างเกาหลีพวกนี้ทั้งไขมันเยอะและเสี่ยงมะเร็งด้วย/ 

 

“นานๆทีครับ อีกอย่างเด็กๆก็อยากกินด้วย” 

 

/เฮ้อ… ก็ได้ครับ ถ้ายังไงกินเสร็จแล้วโทรบอกพี่ด้วยนะครับ อยากคุยกับลูกๆ เด็กๆไม่โทรหาพี่เลย ไม่รู้ว่าลืมหน้าพ่อแล้วหรือยัง/ เตชิตบ่นออกมาอย่างน้อยใจจนเขมินท์รู้สึกขำเบาๆ ยิ่งแก่ยิ่งน้อยใจ สามีของตนเองเนี่ย! 

 

“ครับๆ คุณพ่อก็ไปทำงานได้แล้วนะครับ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จเขมจะให้ลูกๆโทรหา” 

 

/ขับรถดีๆนะครับ เอาคันใหญ่ที่พี่ซื้อให้ไปยังไงความปลอดภัยก็ดีกว่าโฟลค์คันเล็กๆที่เขมชอบ/ 

 

“ครับๆ ไปทำงานได้แล้วครับ ตอนนี้ลูกก็มาเคาะประตูเรียกเขมแล้วด้วยเหมือนกัน” 

 

/ครับ กินข้าวให้อร่อยนะครับ/ 

 

“พี่เตด้วยครับอย่าลืมทานข้าว”  

 

เมื่อกดวางสายแล้วเขมินท์ก็รีบหยิบกุญแจรถคันที่สามีบอกให้ขับออกติดมือออกมาหาเด็กๆที่ตอนนี้ทำท่าทางหิวโหยเหมือนคนไม่ได้กินอะไรและยิ่งรู้ว่าคุณแม่จะเอารถคันใหม่ที่คุณพ่อซื้อให้ขับออกไปในวันนี้ติณยิ่งชอบไปใหญ่ เลยบอกให้พี่ชายไปนั่งเบาะหลังส่วนตนเองนั้นจะนั่งกับคุณแม่ข้างหน้าเอง ซึ่งโมเดลก็ไม่มีปัญหาเรื่องนี้อยู่แล้วเพราะไม่ชอบอะไรแบบนี้ ต่างจากน้องชายที่ชอบเรื่องรถมากและมีความใฝ่ฝันที่มักจะบอกทุกคนในบ้านเสมอว่าจะเอาเงินของคุณพ่อไปซื้อรถมาจอดเล่นเมื่อบรรลุนิติภาวะแล้ว ซึ่งโมเดลคิดว่ามันไร้สาระจริงๆเลยน้องชายของโมเดลเนี่ย! 

 

แทนที่จะเอาเงินไปซื้อรถ เอาไปซื้อโรงงานขนมยังดีกว่าอีก เฮ้อ…. 

 

 

 

.................................40%................................ 

 

 

กว่าจะเดินทางมาถึงร้านหมูย่างเกาหลีร้านดังที่เด็กๆมากินประจำก็กินเวลาเกือบชั่วโมง เนื่องจากวันนี้รถติดมากจนทำให้เด็กๆทั้งสองหมดแรงและหมดสภาพจนต้องไถลตัวไปกับเบาะรถ แต่โชคดีที่ในกระเป๋าของเขมินท์มักจะมีขนมชิ้นเล็กๆที่พกไว้ให้ลูกๆไว้กินรองท้องยามหิวเช่นในตอนนี้ ทำให้เด็กๆทั้งสองคนไม่หิวจนไปแทะเบาะรถเหมือนตอนที่ยังเด็กกว่านี้ 

 

“ถึงสักที โมเดลตาลายไปหมดแล้วครับ”  

 

“ไม่ถึงชั่วโมงสักหน่อยครับ โอเวอร์จริงๆเลยนะเรา” เขมินท์บอกออกมาก่อนจะกดล็อกรถและพาเด็กๆเข้าไปนั่งในร้านและเมื่อได้เข้ามานั่งแล้ว เด็กๆทั้งสองคนก็จัดการสั่งอาหารด้วยตนเองตามในเมนูที่มี ส่วนตัวของเขมินท์นั้นก็แค่คอยปรามว่าไม่ให้เด็กๆสั่งเยอะจนเกินไปเพราะกลัวจะกินไม่หมดและเหลือทิ้ง 

 

“กินแต่หมูสามชั้น พุงเลยยื่นแบบนี้ไง” ติณบ่นพี่ชายที่เอาแต่สั่งหมูสามชั้นมาจนเต็มโต๊ะจนแทบไม่มีที่วางเนื้อวัวของตนเองอย่างเบื่อหน่าย  

 

กินมันเข้าไปของอ้วนๆเนี่ย ไขมันเลยเป็นชั้นๆแบบนี้ไง! 

 

“คุณแม่ครับ น้องว่าโมเดลอีกแล้ว” 

 

“ก็มันจริงนี่ครับ คุณแม่ดูสิครับ พุงยื่นจนจะติดกระดุมไม่ได้แบบนี้ หมูชัดๆ” 

 

“ไม่เอาครับ ไม่ว่ากันนะครับ สั่งอะไรมาก็ต้องกินให้หมด ไม่หมดเดี๋ยวแม่จะลดค่าขนมเป็นการลงโทษแทนที่สั่งมากินทิ้งกินขว้าง รับผิดชอบในส่วนที่ตนเองสั่งมาก็พอ” 

 

“ติณกินหมดอยู่แล้ว” 

 

“พี่ก็กินหมดหรอก” สองพี่น้องเกทับกันอย่างไม่มีใครยอมใครจนกระทั่งอาหารอาหารมาวางเต็มโต๊ะ เขมินท์เลยรีบจัดการย่างเนื้อหมูและเนื้อวัวให้เด็กๆได้กิน ซึ่งระหว่างรอเนื้อนั้น ตนเองก็รู้สึกได้ว่าสายตาของลูกๆนั้นจ้องมองเนื้อในเตาเหมือนลูกสุนัขตัวน้อยๆผู้หิวโหยจนดูไปดูมาก็น่าเวทนาไม่น้อย ถ้าคุณสามีได้มาเห็นสายตาลูกๆแบบนี้คงได้พาลูกๆไปซื้อของปลอบใจที่เด็กๆปล่อยตัวเองหิวโซจนเหมือนลูกสุนัขผู้หิวโหยเป็นแน่ 

 

หลังจากที่ติณกินในส่วนของตนเองเสร็จแล้วก็นั่งจ้องมองพี่ชายเขมือบหมูย่างตรงหน้าด้วยแววตาเอือมระอาสุดๆ ที่พี่ชายตนเองกินหมูที่สั่งมาจนหมดทั้งๆที่มันมากเกินกว่าคนปกติจะกินหมดได้ เพราะขนาดที่สั่งมานั้นมันเท่ากับกินสามคน! 

 

“แม่ครับ รอบนี้ได้พาไปหาหมออีกแน่ๆเลย พี่เค้าจะท้องผูกแล้วร้องลั่นบ้านอีกแน่ๆ” ติณบอกกับผู้เป็นแม่อย่างเอือมๆ เขมินท์ที่ได้ยินลูกชายคนเล็กบอกแบบนั้นก็เหมือนจะมองเห็นอนาคตความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะบ่อยครั้งที่โมเดลแอบกินขนมหรืออาหารปิ้งย่างไม่บอกใครในบ้านก็จะเกิดอาการท้องผูกจนอึไม่ออกจนร้องไห้เพราะปวดท้อง สุดท้ายก็ต้องพาไปโรงพยาบาลเพื่อทำการดีท็อกลำไส้ คุณหมอเลยแนะนำว่าควรจะให้เด็กๆกินโปรไปโอติกหลังตื่นนอนก่อนอาหารมื้อเช้าเพื่อที่จะได้มีจุลินทรีย์ที่ดีในร่างกายเพิ่มขึ้นและยังช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายด้วย ซึ่งหลังจากที่ได้ฟังคุณหมอแนะนำแล้วนั้น เขมินท์ก็ศึกษาโปรไบโอติกไว้หลากหลายยี่ห้อก่อนจะซื้อให้ลูกๆกิน หลังจากนั้นโมเดลเลยไม่ค่อยมีปัญหาขับถ่ายเหมือนเดิม  

 

แต่ถึงจะให้กินโปรไบโอติกแต่ตนเองก็ไม่ลืมสลัดช่วงเช้าและช่วงเย็นในมื้ออาหารสำหรับเด็กๆอยู่ดี เพราะยังไงการได้ไฟเบอร์จากผักโดยตรงนั้นย่อมดีกว่าอาหารเสริมอยู่แล้ว 

 

“เอิ๊กกกก อิ่มจัง” โมเดลที่จัดการเนื้อหมูตรงหน้าเสร็จจนหมดก็เรอตบท้ายออกมาเบาๆ น้องชายที่น่ารักก็แสนรู้ใจพี่ชายเพราะหลังจากที่โมเดลกินอิ่มแล้ว ติณก็จัดการหยิบเอาขวดน้ำเปล่าเล็กๆของคุณแม่มาเทอีโนใส่ก่อนจะเขย่าไว้ให้โมเดลกินแก้ท้องอืดตอนนั่งรถกลับบ้าน 

 

“อย่าเรอแบบนี้สิครับ เกรงใจคนรอบข้างนะครับโมเดล” 

 

“ก็โมเดลลืมตัวนี่ครับ” 

 

“วันหลังอย่าทำอีกนะครับ เกรงใจคนอื่นแต่ตอนนี้อิ่มแล้วก็ไปรอแม่ที่รถครับ แม่จะเคลียร์ค่าอาหารก่อน อ๋อ แล้วโทรหาคุณพ่อด้วยนะครับเด็กๆ คุณพ่อเค้าบ่นคิดถึง” 

 

“ครับผม/ครับบบบบ” ติณและโมเดลรับคำก่อนติณจะเอากุญแจรถของคุณแม่มาถือไว้เองส่วนพี่ชายก็เอาโทรศัพท์กดโทรหาคุณพ่อและพอคุณพ่อรับพี่ชายของติณก็ส่งเสียงอ้อนหงิงๆเหมือนลูกแมวไม่หย่านมไปตลอดทางเดินกลับไปรถ 

 

ชอบอ้อนพ่อตลอดแหละ กลัวไม่ได้ของฝากอย่างช็อกโกแล็ตแบรนด์โปรดของตัวเองล่ะสิ 

 

เหอะ! หมูนี่มันหมูจริงๆเลย! 

 

 

หลังจากที่อยู่กันสามคนแม่ลูกมาหลายวัน วันนี้เขมินท์ก็ไปรับเด็กๆจากที่โรงเรียนก่อนจะพาไปสนามบินเพื่อรอรับคุณสามีที่บินกลับมาถึงไทยในช่วงหกโมงเย็น และเมื่อมาถึงภายในสนามบินเขมินท์และลูกๆก็ถูกต้อนรับอย่างดีและถูกพาไปนั่งให้ห้องทำงานของสามีที่มีอยู่ภายในสนามบิน ติณน้อยและโมเดลที่พอมาถึงห้องทำงานของคุณพ่อก็ขอไปดูเครื่องบินผ่านกระจกใสระหว่างรอคุณพ่อของตนเองและพอหกโมงสิบห้านาที ห้องทำงานก็ถูกเปิดออกพร้อมร่างสูงของคุณพ่อที่รักที่กลับมาถึงแล้ว 

 

“คุณพ่อ โมเดลคิดถึงครับบบบบ” 

 

“ติณก็คิดถึงแต่ไม่กอดหรอก ติณโตแล้ว” เตชิตที่ได้ยินแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหยิกแก้มลูกชายคนเล็กด้วยความหมั่นเขี้วก่อนจะกอดเจ้าลูกชายคนโตที่พุ่งเข้ามากอดและยังมีนิสัยขี้อ้อนเสมอต้นเสมอปลายอย่างคิดถึง 

 

“ของฝากครับ ของฝากโมเดลอยู่ไหนเหรอครับ” 

 

“พ่อให้คนเอาไปไว้ให้ที่รถแล้วครับ สรุปที่คิดถึงพ่อนี่คือคิดถึงของฝากมากกว่าสินะเด็กดื้อ” 

 

“งื้อออ โมเดลก็คิดถึงคุณพ่อที่สุดเหมือนกัน อย่างอนเลยนะครับ” 

 

“ไม่งอนหรอกครับ ไปครับไปขึ้นรถเดี๋ยวพ่อจะปลุกคุณแม่ก่อน” 

 

“จะแอบอ้อนคุณแม่ก็บอกเถอะ ติณล่ะเบื่อจริงๆเลย พ่อไม่โตสักที” 

 

“ไม่น่ารักเลย ห้ามล้อคุณพ่อสิ มากับพี่เลย!” โมเดลที่เป็นลูกรักของคุณพ่อก็จัดการลากน้องชายให้ตามตนเองออกมาโดยทิ้งให้คุณพ่อได้อ้อนคุณแม่สมใจโดยไม่มีน้องชายคอยขัดขวาง เพราะถึงเจ้าเอเลี่ยนน้อยจะเติบโตขึ้นมากแต่ก็ยังขี้หวงเหมือนเดิม  

 

อยู่ในบ้านก็หวงแม่กับพ่อ อยู่นอกบ้านก็หวงพี่กับคนอื่น ช่างเป็นเด็กที่เอาแต่ใจเสมอต้นเสมอปลายดีจริงๆเลย! 

 

หลังจากที่เด็กๆออกจากห้องไปแล้ว เตชิตก็ทำการจุ๊บเข้าที่ริมฝีปากคุณภรรยาอย่างคิดถึง วันหลังตนเองจะหอบเอาเมียสุดที่รักไปด้วยเพราะการนอนคนเดียวหลายคืนท่ามกลางอากาศหนาวๆมันช่างน่าเบื่อสิ้นดี 

 

“อืมมมม กลับมาแล้วเหรอครับ” เขมินท์ที่เผลอหลับไปเพียงชั่วครู่ก็รู้สึกตัวขึ้นมาเมื่อมีอะไรมาคอเคลียตนเองอยู่และพอลืมตาก็เห็นว่าเป็นสามีที่กำลังส่งยิ้มละมุนมาให้ก่อนที่สามีจะกดจูบลงมาอีกครั้งและครั้งนี้เขมินท์ก็เปิดรับสัมผัสและตอบกลับคืนด้วยความคิดถึงเช่นเดียวกัน 

 

“กลับมาแล้วครับ” 

 

“ยินดีต้อนรับกลับครับ” 

 

“ขอบคุณครับคุณภรรยา” เมื่อจบคำพูดทั้งสองคนก็สบตากันสักพักก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆก่อนที่ทั้งคู่จะจูบกันอีกครั้ง และเมื่อสัมผัสกันจนหายคิดถึงเตชิตก็จับมือภรรยาให้ลุกขึ้นและเดินกลับไปหาลูกๆที่ตอนนี้คงไปรออยู่ที่รถนานแล้ว 

 

และระหว่างทางกลับบ้านก็เป็นช่วงเวลาที่รถติดพอดี เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนจะกลับจากทำงานเพื่อพักผ่อน แต่ถึงแบบนั้นมันก็ไม่ได้น่าเบื่อเท่าที่ควรเพราะเตชิตมีทั้งภรรยาและลูกๆนั่งด้วย  

 

เด็กๆที่คุณพ่อไม่ได้สนใจตนเองก็ส่งซิกให้กันทางสายตาและก็ไม่ลืมสะกิดคุณแม่ให้ทำตามที่ตนเองได้ตกลงไว้ก่อนที่คุณพ่อจะกลับมาวันนี้เพื่อที่จะได้ทำตามแผนการที่ตนเองและน้องชายคิดไว้เมื่อหลายวันก่อน 

 

“พี่เตเหนื่อยมั้ยครับ ให้เขมขับแทนมั้ย” 

 

“ไม่เป็นไรครับ พี่อยากให้เขมกับลูกๆนั่งสบายๆ” 

 

“ว่าแต่วันนี้เป็นวันดีจริงๆนะครับ อากาศก็ดี พี่เตคิดแบบนั้นมั้ย” เขมที่ไม่รู้จะชวนสามีคุยเรื่องอะไรก็พูดออกมาเรื่อยๆ แต่เตชิตที่ได้ยินคำพูดของภรรยาบอกแบบนั้นก็หัวเราะขึ้นเบาๆทันที 

 

“วันดีอะไรกันครับ รถติดแถมฝนก็ยังจะตก ถ้าเป็นวันดีจริงก็คงเป็นเพราะพี่กลับมาเจอเขมกับลูกนี่แหละ” 

 

“คุณพ่อลืมจริงๆด้วย” โมเดลที่ได้ยินคุณพ่อพูดแบบนั้นตนเองเลยเผลอพูดออกมาเสียงดังจนเตชิตต้องมองกระจกหลังเพื่อสบตากับลูกชายว่าตนเองลืมอะไร แต่กลับพบว่าโมเดลทำหน้าตาตกใจแถมติณน้อยยังมุดลงข้างล่างทำอะไรอีกไม่รู้กับพื้นรถ  

 

เป็นอะไรกันนะ ทั้งลูกและเมียของเตชิตวันนี้ 

 

“พ่อลืมอะไรครับโมเดล” 

 

“ก็ลืมวันเกิดหนะสิครับ สุขสันต์วันเกิดครับปีนี้คุณพ่อแก่ขึ้นอีกปีแล้ว แก่แล้วก็เลิกอ้อนแม่ได้แล้วติณอ้อนได้คนเดียว” ติณที่ก้มหน้าไปจุดเทียนกับเค้กก้อนเล็กที่ตนเองและพี่ชายช่วยกันเอาเงินเก็บอันน้อยนิดมาซื้อมาขึ้นมาเซอร์ไพรส์คุณพ่อพร้อมคำอวยพร พี่ชายเองก็กอดคอคุณพ่อผ่านเบาะคนขับก่อนจะหอมแก้มคุณพ่อไปฟอดใหญ่ คุณแม่เองก็ยิ้มๆไม่พูดอะไรนอกจากเอ่ยสุขสันต์วันเกิดคุณพ่อเช่นเดียวกัน 

 

“จริงสิ วันนี้วันเกิดพ่อนี่นา” 

 

“แก่แล้วนะครับ ถึงหลงๆลืมๆแบบนี้” เขมินท์เย้าสามีเล่น ตนเองก็เกือบจะเล่นตามบทที่เตี้ยมกับลูกชายไม่ทันจนทำอะไรที่ดูน่าตลกออกไป รู้สึกเขินจริงๆเลย 

 

“แก่แล้วก็อย่าทิ้งพี่นะครับ ไม่งั้นพี่คงได้นอนร้องไห้ให้ลูกๆปลอบแน่ๆ” 

 

“ไม่ทิ้งหรอกครับ รักมานาน ขนาดร้ายๆยังรักจนทิ้งไม่ลงเลย ตอนนี้เป็นคนดีแล้วเขมจะทิ้งพี่เตได้ยังไง” 

 

“ขอบคุณครับภรรยาที่รักที่รักพี่ พี่ก็รักเขมมากนะครับ” สองสามีภรรยาที่มัวแต่สวีตกันจนลืมลูกที่ถือเค้กรอจนติณต้องร้องบอกพ่อให้เป่าเค้กก่อนที่จะไฟเขียว 

 

“คุณพ่อเลิกอ้อนคุณแม่แล้วเป่าเค้กเถอะครับ จะไฟเขียวแล้ว” 

 

“ฮะๆ ขอบคุณมากครับเด็กๆที่ซื้อเค้กให้พ่อ” เมื่อลูกชายบอกแบบนั้นเตชิตก็รีบเป่าเค้กทันทีและไม่ลืมเอ่ยขอบคุณลูกๆด้วยเช่นเดียวกันที่ซื้อเค้กมาเซอร์ไพรส์ตนเองแบบนี้ 

 

“อิอิ เงินของโมเดลกับติณหมดกระปุกเลยครับ ถ้าคุณพ่อชอบก็เอาเงินมาหยอดไว้สำหรับค่าเค้กปีหน้านะครับ โมเดลกับติณจะได้ซื้อให้อีก” โมเดลบอกก่อนจะเอาช้อนมาตักเค้กกินโดยที่ต้องป้อนน้องชายที่เป็นคนถือเค้กไปด้วยตลอดทาง 

 

“ตัวก็แค่นี้เจ้าเล่ห์กันจริงๆเลย” 

 

“ก็ลูกพี่เตนี่ครับ นิสัยเลยเหมือนพี่เตไปหมดทั้งสองคนแบบนี้” 

 

“ลูกของเราสิครับ เพราะพี่รักเขมมาก ลูกๆที่เหมือนพี่ก็เลยรักเขมมากๆเหมือนกัน” 

 

“ครับ เขมก็รักทั้งพี่เตและลูกๆมากเหมือนกัน” 

 

คำบอกรักของทั้งคู่ได้ทำให้ลูกๆที่เป็นพยานรับรู้ด้วยและเมื่อเด็กๆโตขึ้นก็มักจะคอยหยกเรื่องรักของคุณพ่อคุณแม่ขึ้นมาหยอกล้อเสมอไม่ว่าบุพการีทั้งคู่จะมีอายุมากขึ้นเท่าไรก็ตาม เพราะสำหรับสายตาของโมเดลและติณนั้น ครอบครัวของเราในตอนนี้มันสมบูรณ์ที่สุดแล้ว ไม่ว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไรโมเดลและติณก็เชื่อว่าคุณพ่อจะเป็นเด็กดีของคุณแม่ตลอดไป………………. 

 

 

 

จบบริบูรณ์… 

............................................................................ 

จบแล้วค่ะ จบแบบง่ายๆ เพราะเราแต่งเรื่องนี้เพราะอยากได้สื่อถึงเรื่องครอบครัวว่าที่่ภรรยาของตัวแสบบ้านหัสบดินทร์ 

ซึ่งหลังจากนี้จะมีลงตอนพิเศษให้ประมาณสองตอนหรืออาจจะมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับความขยันของมายด์ Y Y เพราะช่วงนี้เริ่มทำทีสิสจบแล้ว ไม่มีเวลานอนเลย T T  

และสำหรับโดเนทที่มีนักอ่านโดเนทให้มายด์ต้องขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ และคอมเม้นท์และนักอ่านทุกท่านที่ติดตามผลงาน ซึ่งมายด์อาจจะไม่น่ารักบ้างเป็นบางเวลา อัพก็ช้าแต่ก็ยังอยู่ด้วยกันจนจบไปอีกเรื่อง ขอบคุณมากจริงๆค่ะ และช่วงเดือนหน้าจะมีเปิดจอง เก็บเงินรอได้เลยค่ะ > 

ปล. ถ้าหากติดตามจนถึงตอนจบได้และไม่ชอบต้องขอโทษด้วยค่ะ เนื้อเรื่องมันอาจจะไม่ถูกศีลธรรมนัก แต่ขอร้องอย่าเม้นท์อะไรที่มันบั่นทอนจิตใจคนแต่งลยค่ะ แค่คุณปิดการอ่านแล้วจากไปเงียบๆโดยไม่ทำร้ายจิตใจกันจะเป็นพระคุณมาก เพราะบางครั้งเราท้อกับคอมเม้นท์แรงๆจริงๆ อยากให้นึกถึงใจเค้าใจเรากันบ้างนะคะ  

ความคิดเห็น