facebook-icon

มาร่วมค้นหาคำตอบของหัวใจไปพร้อม ๆ กับลลิตนะคะ...

.17. เริ่มเรียนรู้กันใหม่ [100%]

ชื่อตอน : .17. เริ่มเรียนรู้กันใหม่ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2563 09:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
.17. เริ่มเรียนรู้กันใหม่ [100%]
แบบอักษร

.17. เริ่มเรียนรู้กันใหม่ 

 

 

เรื่องระหว่างฉันกับพี่สมุทรถือว่าเคลียร์ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก ฉันยังไม่ไว้ใจเขาซะทีเดียว เพราะตอนนี้พวกเราต้องเรียนรู้กันใหม่ แถมคนตรงหน้ายังบอกว่าจะจีบฉันอีกต่างหาก 

“หิวไหม” 

“หิวค่ะ” 

“แล้วนี่มารถอะไร” 

“ขับรถมาค่ะ แต่ฝากเอาไว้ข้างหน้า” พี่สมุทรพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะลุกไปเก็บของ ฉันนั่งมองอยู่ครู่หนึ่งจนเขาเก็บเสร็จเรียบร้อย หันมามองทางฉันพลางยื่นฝ่ามือมาตรงหน้า 

“พี่ขอจับมือนะ” ฉันไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดยังไง แต่สำหรับฉันมันเขินทุกครั้งที่เขาพยายามทำอะไรสักอย่างแล้วขออนุญาตก่อน แต่บางเรื่องก็มีข้อยกเว้นอยู่นะ นอกจากจะไม่ขอ ยังทำให้ตกใจเล่นอีกต่างหาก 

ฉันไม่ได้ตอบกลับพี่สมุทร แต่กลับยื่นมือข้างหนึ่งไปตรงหน้าเขา 

“อ๋อ พี่เหมือนลืมอะไรบางอย่างไป” ฉันขมวดคิ้วสงสัยทันที ก่อนจะเห็นว่าเขาถอดเสื้อแจ็กเก็ตที่ใส่อยู่ออก แถมยังขยับเข้ามาใกล้ ๆ ฉันเพื่อให้เสื้อตัวที่ถืออยู่ให้อีกต่างหาก “พี่หวงครับ” 

โอ๊ย! อยากจะบ้าตายกับผู้ชายคนนี้ ชอบทำให้ฉันเขินอยู่ตลอดเวลา 

“ลิตหายใจไม่ออกค่ะ” เขินได้ไม่นานเลยจริง ๆ เพราะเขารูดซิปเสื้อขึ้นสูงมาก “รูดลงอีกหน่อยไม่ได้เหรอคะ” 

“หรือพี่จะเพิ่มรอยที่คอด้วย” 

“พูดเป็นเล่น” ฉันว่าพลางถอยหลังหนี แต่พี่สมุทรกลับยื่นแขนข้างหนึ่งมาคว้าเอวเอาไว้ซะก่อน “อย่าทำอะไรบ้า ๆ นะคะ” 

“ถ้าคราวหลังลิตยังแต่งตัวแบบนี้อีก พี่สาบานเลย แม้แต่คอก็ไม่เหลือให้โชว์” นึกสยองกับคำขู่ของเขา แต่ฉันก็เชื่อนะว่าพี่สมุทรทำจริง เลยไม่ได้ตอบกลับอะไรเขานอกจากยิ้มแหย ๆ ออกไปให้แทน 

พอจัดการกับฉันเสร็จเรียบร้อย พี่สมุทรก็จับมือ ปิดไฟในห้องทำงานของเขา ก่อนจะพาเดินออกจากห้อง แต่ทว่า… 

“แหม! หายเข้าไปนานสองนาน เดินออกมาอีกทีจับมือกันซะแล้ว” เสียงแซวของพี่วินค่ะ แถมยังยิ้มออกมาอีกต่างหาก เป็นรอยยิ้มที่หันไปมองทางพี่สมุทรมากกว่าฉันซะอีก 

“หรือมึงอยากให้กูทำหน้าเหมือนเดิม” 

“โอ้ว! สมุทรเพื่อนรัก มึงในนโหมดมืดมน กูและคนอื่น ๆ ในร้านไม่อยากเจอบ่อย ๆ หรอกนะครับ” พี่วินดูตกใจเชียว สงสัยเขาจะมืดมนมาก ๆ จนทุกคนพากันกลัวแน่นอน “แต่จะว่าไป กูดีใจนะที่ได้เรียกชื่อเล่นจริง ๆ ของมึงต่อหน้าน้องมันตาน่ะ” 

ความเงียบเกิดขึ้น จนฉันต้องหันไปมองหน้าคนข้าง ๆ ซึ่งเขาเองก็หันมามองอยู่ก่อนแล้ว เมื่อก่อนทุกคนคงเก็บกดกันมากสินะ เพราะดูเหมือนทุกคนจะไม่อยากเรียกพี่สมุทรว่าพี่เขื่อนสักเท่าไหร่ 

“อืม” 

“อย่าพูดเรื่องซีเรียสกันดีกว่าค่ะ นี่ปิดร้านหรือยังคะ ลิตกับพี่สมุทรกำลังจะออกไปหาอะไรกินกัน พวกพี่จะไปด้วยกันไหม” ฉันรีบชวนเปลี่ยนเรื่องทันที เพราะดูเหมือนทุกคนจะพากันเงียบไปหมด 

“ไปครับ” 

“อะแฮ่ม” เสียงกระแอมของพี่วินดังขึ้นมา ในขณะที่พี่ ๆ อีกสามคนรีบตอบตกลงคำชวนของฉัน 

“มันไม่ทันตั้งแต่ลิตชวนพวกมึงแล้วแหละ” พี่สมุทรพูดขึ้นมา จนทุกคนพากันยิ้ม ไม่เว้นแม้แต่ฉัน 

 

สรุปพวกเราก็ออกไปหาอะไรกินกันแถวร้านสักนี่แหละ แต่ออกไปหน้าปากซอยหน่อยนึง จะมีร้านบะหมี่เกี๊ยวเปิดขายอยู่ ฉันคือผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มผู้ชายห้าคน ถูกพี่วินกับพี่สมุทรนั่งขนาบข้าง ส่วนอีกฝั่งจะเป็นพี่ไป๋ พี่นิคและพี่ไนท์ 

“จะรับอะไรกันดีครับ” เสียงพี่วินถามขึ้นมาเพราะเขาถือกระดาษกับปากกาอยู่ 

“ของพวกผมเหมือนเดิมนะพี่” สงสัยทุกคนจะมานั่งกินที่นี่กันบ่อย ๆ และคนทำหน้าที่จดใส่กระดาษคงเป็นพี่วิน 

“มึงล่ะ” 

“อะไรก็ได้” ฉันหันไปมองหน้าเขาพลางขมวดคิ้วทันที 

“อะไรก็ได้เขาไม่มีขายนะคะ” คำถามของฉันพาให้ทุกคนหัวเราะออกมาทันที แต่ไม่เสียงดังมากเพราะพี่สมุทรทำหน้าเข้มอยู่ “เดี๋ยวลิตสั่งให้ก็แล้วกันค่ะ” 

“มันเรื่องเยอะนะ” พี่วินพูดขึ้น 

“เยอะก็ต้องกินค่ะ” ฉันตอบกลับเสียงหนักแน่น “หมี่เหลือง ใส่ทุกอย่างค่ะ” 

“แต่…” 

“เออ!” เหมือนพี่วินอยากจะพูดอะไร แต่พี่สมุทรพูดแทรกขึ้นมาซะก่อน เขาเลยยอมพยักหน้าเออออไปด้วย 

พี่วินลุกเอากระดาษไปให้ลุงคนขายก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับแก้วน้ำแข็งที่ต้องบริการตัวเอง นั่งรอกันจนบะหมี่ที่สั่งเริ่มทยอยมาเสิร์ฟ ถ้วยของพี่สมุทรกับฉันคือจัดเต็มมาก 

“มีอะไรกันหรือเปล่าคะ” ฉันมองหน้าพี่ ๆ พร้อมคำถาม เพราะทุกคนเหมือนอยากจะพูดอะไร แต่ก็ไม่ยอมพูดออกมา 

“เปล่าครับ รีบกินกันเถอะ จะได้รีบกลับไปพักผ่อน” พี่วินว่าขึ้น ทุกคนเลยพากันกิน แต่คนข้าง ๆ ฉันดูไม่ค่อยอยากจะกินสักเท่าไหร่ 

“พี่ไม่ชอบเหรอ” 

“เปล่าครับ” 

“แต่ลิตไม่เห็นพี่กินเลย” 

“ไอ้สมุทรมันไม่ชอบกินผักใบเขียวน่ะครับ” 

“ไอ้วิน!” ถึงกับอมยิ้มเลยทีเดียว ว่าแล้วทำไมเมื่อกี้พี่วินเหมือนอยากจะพูดอะไร แต่ก็ไม่ได้พูด 

“แล้วทำไมไม่บอกล่ะคะ เดี๋ยวลิตกินแทนเอง” ฉันว่าก่อนจะยื่นช้อนและตะเกียบของตัวเองไปในถ้วยของพี่สมุทรเพื่อตักผักออกมา “คราวนี้ก็กินได้แล้วนะ” 

“ขอบคุณครับ” เป็นอีกเรื่องราวที่ฉันได้รับรู้เกี่ยวกับเขาสินะ มันเลยทำให้ฉันพลอยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข 

บะหมี่มื้อนี้อร่อยมาก แถมยังได้กินฟรีอีกต่างหาก เพราะพี่วินเป็นคนเลี้ยง ถูกบังคับให้เลี้ยงด้วยแหละ เพราะพวกพี่เขาจะสลับกันเลี้ยง พอกินอิ่มก็เตรียมตัวแยกย้ายกันกลับ 

“รถจอดอยู่ที่ไหนครับ” พี่สมุทรหันมาถาม ส่วนคนอื่น ๆ แยกกันกลับไปที่ร้านหมดแล้ว เพราะรถจอดอยู่ที่โน่นกัน 

“ฝากไว้ใกล้ ๆ นี้แหละค่ะ” 

“งั้นกลับรถลิตก่อนละกัน พรุ่งนี้พี่ค่อยให้ไอ้วินไปรับที่คอนโดแทน” 

“ค่ะ” ยิ้มให้คนตรงหน้าก่อนจะหยิบกุญแจรถให้เขา เดินนำไปยังร้านที่ฝากรถเอาไว้ 

ตอนกลับได้นั่งสบาย เพราะพี่สมุทรเป็นคนขับ ดึกมากแล้ว รถเลยไม่ติดเท่าไหร่ รถแล่นออกมาเรื่อย ๆ จนได้ยินเสียงโทรศัพท์ของคนข้าง ๆ ดังขึ้นมา เขาตั้งสั่นเอาไว้ เหมือนจะดังอยู่นานแล้วด้วย 

“ไม่รับโทรศัพท์เหรอคะ” 

“ดึกแล้วครับ” อะไรของเขา แต่ก็คงไม่ใช่อย่างที่ตอบมาหรอก ฉันไม่รู้ว่าใครโทรมาหา เพราะเขาไม่ยอมหยิบออกมากดรับสาย เสียงสั่นดังอยู่นานมาก 

“คนโทรหาพี่อาจจะมีธุระก็ได้นะคะ” พี่สมุทรไม่ได้พูดอะไรออกมา นอกจากปรายตามามองฉันเล็กน้อย 

“ลิตอยากให้พี่รับสายจริง ๆ เหรอ” 

“ก็เผื่อคนโทรมามีเรื่องด่วนยังไงล่ะคะ” ช่วงจังหวะที่รถติดสัญญาณไฟจราจร พี่สมุทรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายทันที 

“อืม”  

มั่นใจเถอะว่านี่คือคำทักทายของเขา ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่าปลายสายคือใคร 

“มีอะไรก็ว่ามาเถอะ แต่ถ้าจะโทรมาพูดเรื่องเดิม ๆ คำตอบก็เหมือนเดิมเช่นกัน” 

ฉันแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ขาดกับคำพูดก่อนหน้านี้ที่บอกให้เขารับสาย ตอนนี้เริ่มจะเดาได้แล้วแหละว่าใครเป็นคนโทรเข้ามา ว่าแล้วทำไมเขาถึงไม่อยากกดรับสักเท่าไหร่ 

“เมย์!”  

แม้แต่ฉันยังสะดุ้ง ปลายสายก็คงไม่ต่างกันหรอกมั้ง พี่สมุทรไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากกดวางสาย เขานิ่งไปพักใหญ่เลยทีเดียว จนสัญญาณไฟจราจรเป็นสีเขียว 

ฉันไม่กล้าพูดอะไรออกมาเลยจริง ๆ เพราะดูจากอารมณ์ของเขาตอนนี้ ไม่ควรคุยด้วยมาก ๆ ภายในรถเลยเงียบกริบ จนพี่สมุทรขับมาถึงคอนโด จอดรถเรียบร้อยแต่ก็ยังไม่ได้ลงจากรถกัน คนข้าง ๆ กำลังนั่งสงบสติอารมณ์อยู่ 

“พี่โอเคไหมคะ” ฉันไม่ชอบความเงียบสักเท่าไหร่ มันแปลก ๆ  

“ครับ ลงจากรถกันเถอะ” ฉันไม่ได้ตอบกลับอะไรนอกจากพยักหน้าให้เขาแทน แล้วพากันเดินลงจากรถ 

ตอนเดินกลับเข้าไปในคอนโด พี่สมุทรยังคงจับมือฉัน พากันเดินไปที่ลิฟต์ รอจนได้ขึ้นมาถึงชั้นที่พักอยู่ เดินมาหยุดยืนอยู่ระหว่างห้องนอนของพวกเรา 

“เข้าห้องพี่ก่อนไหม” น้ำเสียงของเขาปกติ แต่สีหน้ากลับเหนื่อยมาก 

“ค่ะ”  

ก็เขาชวนอะ ฉันไม่ได้ใจง่ายนะ แค่อยากเข้าไปสำรวจอยู่แล้ว พี่สมุทรเลยแตะคีการ์ดหน้าห้องของเขา เปิดประตูเข้าไปพร้อมกับไฟในห้องที่ถูกเปิดขึ้นมา แต่กลับไม่สว่างเอาซะเลย 

“ไปนั่งที่โซฟาก่อนก็ได้นะครับ” 

“ตอนกลางคืนห้องพี่มืดมากเลยนะคะ” ฉันพูดพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องนอนของเขา ขาทั้งสองข้างก้าวไปหยุดอยู่ตรงโซฟาก่อนจะนั่งลง “พี่ชอบสีนี้เหรอคะ” 

“พี่ว่ามันสบายตาดี” 

“มืดมนขนาดนี้เหรอคะ?” เงยหน้าขึ้นไปมองสบตาเขาพลางเลิกคิ้วสูงไปด้วย แต่พี่สมุทรกลับยิ้มอ่อน ๆ ออกมาให้ฉันเท่านั้น “พี่โอเคจริง ๆ ใช่มั้ยคะ” 

“จริงสิครับ” 

“โอเคค่ะ ลิตจะเชื่อ” 

“ลิตรอพี่อยู่ตรงนี้แป๊บนะ พี่ขอไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวพี่ไปส่งที่ห้อง” 

“พี่พูดเหมือนห้องลิตอยู่ไกลมากแนะ” ฉันว่ายิ้ม ๆ แค่เปิดประตู ก้าวขาออกไปก็ถึงห้องของฉันแล้ว 

“พี่อยากไปส่งครับ” 

“ค่ะ ลิตจะรอ” พี่สมุทรยิ้มให้ฉัน พลางยื่นมือข้างหนึ่งของเขามาขยี้หัวแผ่วเบา ภายในความมืดสลัว ๆ ในห้องนอนกลับซ่อนแววตาเศร้าหมองของเขาไม่ได้เลยจริง ๆ ต่อให้เขาจะยิ้มออกมายังไงก็ตาม แต่ภายในจิตใจเหมือนซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้ด้วย “ลิตอยากรู้จริง ๆ ว่าทำไมแววตาของพี่ถึงเศร้าแบบนี้” 

ตอนนี้ก็คงทำได้แค่บ่นพึมพำกับตัวเองแล้วขยับตัวลุกขึ้นเพื่อสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง ขอถือวิสาสะหน่อยก็แล้วกัน ห้องของเขาแทบจะไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำ แถมยังตกแต่งแบบเรียบง่ายอีกต่างหาก โทนสีก็เน้นสีเข้ม ๆ มืดมนสมกับคำพูดของคนอื่นมากเลยทีเดียว 

ฉันเดินสำรวจไปทั่ว จนไปหยุดยืนอยู่หน้ากรอบรูปถ่ายหนึ่ง ซึ่งฉันมั่นใจมาก ๆ ว่าไม่ใช่พี่สมุทร เพราะตรงหน้าฉากรูปนั้นมีเปลือกหอยที่ฉันให้เขาในตอนนั้นวางอยู่ด้วย 

“ใช่พี่เขื่อนหรือเปล่าคะ” ปลายนิ้วเกลี่ยแผ่วเบาตรงตำแหน่งใบหน้าของเขา เจ้าของรูปถ่ายใบนี้ยิ้มกว้างมาก เป็นรอยยิ้มที่ดูมีความสุข แตกต่างจากใครอีกคนโดยสิ้นเชิง “ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆ ที่พี่ทำให้ลิตนะ ลิตสัญญาว่าจะอยู่ข้าง ๆ พี่สมุทรตลอดไป” 

มองรูปถ่ายอยู่นานมากก่อนจะวางลงที่เดิม เดินกลับไปนั่งที่โซฟาอย่างเดิม แต่กลับรู้สึกง่วงนอน จนต้องทิ้งตัวลงนอนแทน ถือว่านอนพักสายตารอให้พี่สมุทรอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็แล้วกัน 

“หลับซะแล้ว” กำลังเคลิ้ม ๆ ได้ยินเสียงเหมือนคนพูด แต่ก็ไม่ได้ลืมตา จนร่างกายถูกยกสูงขึ้น ฉันรับรู้ทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรจนแผ่นหลังสัมผัสกับเตียงนอนนุ่ม ๆ 

พอรู้สึกว่าใครอีกคนลุกออกไปก็ลืมตาดู พี่สมุทรอุ้มฉันเข้ามานอนในห้อง แถมยังต้องแกล้งหลับอีกครั้งเมื่อเห็นเขาเปิดประตูห้องน้ำเดินกลับออกมา สัมผัสได้ถึงผ้าชุบน้ำหมาด ๆ มันเย็นมาก แต่ไม่กล้าลืมตา 

“อยากนอนห้องพี่ก็ไม่บอก” น้ำเสียงแซวฉันดังขึ้นมา ปลายนิ้วโป้งข้างหนึ่งยื่นมาเกลี่ยแผ่วเบาบริเวณหัวคิ้วของฉันไปด้วย มันเคลิ้มมาก “จุ๊บ ฝันดีนะครับ” 

ตึกตัก ตึกตัก 

แค่เขายื่นริมฝีปากมาจุ๊บแผ่วเบาที่หน้าผาก พลางบอกฝันดี แค่นี้หัวใจของฉันก็เต้นแรงแล้ว พี่สมุทรขยับตัวลุกออกไป รั้งผ้าห่มผืนหนามาห่มให้ฉันด้วย พร้อมกับเสียงประตูห้องนอนที่ปิดลง เปลือกตาของฉันก็เบิกกว้างทันที 

“ฝันดีนะคะ พี่สมุทร” วันนี้ขอเกเรนอนห้องผู้ชายหน่อยก็แล้วกัน ผ้าห่มหอมมาก นอนกอดจนแน่นเลยทีเดียวและสุดท้ายก็ผล็อยหลับไปจริง ๆ 

 

ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ห้องนอนยังคงมีแค่ฉันที่นอนอยู่ เลยขยับตัวลุกขึ้น แต่ก็ไม่ลืมจัดที่นอนให้เป็นระเบียบอย่างเดิมก่อนจะเดินออกไปข้างนอก เห็นพี่สมุทรนอนกอดอกหลับอยู่ตรงโซฟาตัวที่ฉันงีบไปเมื่อคืน 

เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันทันที เขานอนหลับ แถมคิ้วยังขมวดอยู่อีก จนฉันต้องยื่นปลายนิ้วโป้งไปเกลี่ยให้แผ่วเบาอย่างที่เขาเคยทำเมื่อคืน พอมันเริ่มคลาย คนตรงหน้าก็เหมือนจะรู้สึกตัวแล้วสะดุ้งตื่นซะงั้น 

“ขอโทษค่ะ” 

“ตื่นแล้วเหรอครับ” พี่สมุทรงัวเงียลุกขึ้นนั่งพร้อมคำถาม 

“ค่ะ ลิตจะกลับห้องแล้ว” 

“ขอโทษที่พี่ถือวิสาสะอุ้มลิตไปนอนในห้องนะ” 

“ไม่เป็นอะไรค่ะ ลิตต่างหากที่เสียมารยาท รอพี่ฉันเผลอหลับเฉยเลย” แอบเป็นเด็กเกเร แถมยังโกหกเก่งอีกต่างหาก ก็ฉันอยากอยู่ในห้องของเขาให้นานกว่าเดิมนี่ 

“เหรอครับ” คนตรงหน้าพูดยิ้ม ๆ เหมือนรู้ว่าฉันแกล้งหลับ 

“พี่เข้าไปนอนต่อในห้องก็ได้นะคะ” 

“พี่นอนในห้องไม่ค่อยหลับน่ะ เดี๋ยวพี่ออกไปส่งหน้าห้องละกัน” ฉันไม่ได้ถามอะไรต่อ เพราะพี่สมุทรชวนเปลี่ยนเรื่องซะก่อน เลยพยักหน้าเออออไปตามที่เขาว่าก่อนจะลุกเดินตามออกไป 

“ไว้เจอกันนะคะ” 

“ครับ” ต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กัน มือถือคีการ์ดแตะหน้าห้องตัวเอง แต่ต้องชะงักเพราะพี่สมุทรเรียกเอาไว้ซะก่อน “ลิต” 

“คะ?” หันกลับมามองหน้าเขา 

“คีการ์ดห้องพี่” รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย มือไม่ได้ยื่นออกไปรับในทันที “พี่อยากให้ลิตน่ะ เข้าออกได้ตามสบายเลยนะครับ” 

“ไม่กลัวลิตวุ่นวายเหรอคะ” 

“ตั้งแต่ไหนแต่ไร ลิตก็เป็นยัยวุ่นวายของพี่อยู่แล้วนี่ครับ” 

“พี่สมุทร!” ฉันไม่ได้วุ่นวายขนาดนั้นสักหน่อย แต่สุดท้ายก็ยื่นมือออกไปรับคีการ์ดห้องของเขาอยู่ดี “ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวลิตมารับนะคะ” 

“ไปไหนครับ” 

“หาอะไรกินค่ะ” ฉันไม่เคยเจอเขาตอนกลางวันเลยจริง ๆ ปกติจะเจอตอนกลางคืนมากกว่า ไม่รู้หรอกว่าทำไม แต่พี่สมุทรเหมือนปิดกั้นช่วงเวลานั้นของตัวเองไป “ลิตไม่รู้ว่าทำไมพี่ถึงชอบอุดอู้อยู่แต่ในห้อง ถ้าพี่กลัว ลิตพร้อมจะจับมือพี่แล้วพาไปทุกที่นะคะ ขอแค่พี่เชื่อใจลิต” 

“พี่เชื่อใจลิตเสมอนะ” 

“ขอบคุณค่ะ” ต่างฝ่ายต่างยิ้มเขินให้กัน ก่อนจะแยกย้ายกลับเข้าห้องของตัวเอง เขินจนตัวบิดหมดแล้ว 

ยืนเขินไม่ได้นานหรอกเพราะต้องรีบอาบน้ำ ใช้เวลานานมากเพราะมัวแต่เลือกชุดนี่แหละ ฮ่า ๆ แต่สุดท้ายฉันก็ได้แต่หยิบชุดเรียบร้อยออกมา เพราะพี่สมุทรเคยขู่เอาไว้ อย่างน้อยก็เกรงใจคำพูดของเขานิดหน่อยแหละ 

แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย มองสำรวจตัวเอง กำลังจะเดินออกจากห้อง แต่ต้องชะงักเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมา ปลายสายคือเบอร์ของพี่ฟ้า 

“สวัสดีค่ะพี่ชาย” 

(อารมณ์ดีเชียวนะครับ) 

“มีเรื่องดี ๆ นี่คะ ว่าแต่โทรมาหาลิตแต่เช้ามีอะไรหรือเปล่าคะ” 

(วันเสาร์นี้พวกพ่อกับแม่จะกลับมาแล้วนะ) วันเสาร์เหรอ? ตอนนี้ก็วันพุธ เพราะฉะนั้นยังมีเวลาอีกหลายวัน 

“ขอบคุณค่ะ แต่พ่อคงไม่แอบกลับมาเซอร์ไพรส์ก่อนใช่มั้ยคะ เผื่อลิตอยู่ห้องผู้ชาย” 

(ยังจะพูดเป็นเล่นอีก) 

“พ่อเธียร์ชอบทำอะไรให้ตื่นเต้นอยู่เรื่อยเลยนี่คะ ปิดเก่งยังไง พ่อก็จับได้อยู่ดี พวกพี่ก็เหมือนกันนั่นแหละ” 

(ลิตพูดเหมือนพ่อไม่รู้อะไรเลย) 

“พ่อรู้ค่ะ พ่อแค่จับไม่ได้คาตา พวกพี่เลยยังรอด” 

(นี่ขู่เหรอ) 

“ให้กำลังใจต่างหากล่ะคะ ถ้างั้นคืนพรุ่งนี้ลิตจะกลับไปนอนค้างที่บ้านแทนนะคะ เผื่อพ่อแอบมาเซอร์ไพรส์ พวกพี่จะได้ไม่ซวย” 

(ครับ) 

“ลิตวางสายก่อนนะคะ ไว้เจอกันค่ะ” กดวางสายจากพี่ฟ้า หยิบของจำเป็นใส่กระเป๋าสะพาย เปิดประตูเดินออกจากห้อง หยิบคีการ์ดห้องพี่สมุทรขึ้นมาแตะ ประตูถูกผลักเข้าไปพร้อมกับเสียงหัวใจของฉันที่เต้นแรง 

ตึกตัก ตึกตัก 

เวลาแค่ไม่นาน ภายในห้องกลับไม่ได้มีแค่พี่สมุทรคนเดียว แถมภาพตรงหน้ายังทำให้ฉันตัวชาไปหมดอีกต่างหาก คีการ์ดห้องของเขาตกพื้นทันที 

 

 

 

_____________________________________________ 

ตอนนี้อ่านฟรี หลายวันมานี้เกเร 555555555555555 

ถือเป็นสปอยทั้งตอนที่ต้องค้างคากันไปก็แล้วกันนะคะ จุ๊บๆ 

ความคิดเห็น