facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เดิมพันแค้น 31

ชื่อตอน : เดิมพันแค้น 31

คำค้น : เดิมพันแค้น 31

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.2k

ความคิดเห็น : 173

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2564 01:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,500
× 0
× 0
แชร์ :
เดิมพันแค้น 31
แบบอักษร

ตอนที่31 

#เดิมพันแค้น 

 

 

 

หนึ่งร่างสูงที่เดินอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ควักไขว่ ดวงตาคู่คมกวาดมองรอบสถานที่ที่ไม่ได้ก้าวขาเหยียบมานานหลายปี รู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้กลับมา ดวงตาคู่คมภายใต้แว่นกันแดดสีชากำลังปรากฏประกายพราวระยับเมื่อปลายทางของสายตาสบเข้ากับใครบางคนตรงนั้น ภูยิ้ม เขารีบวิ่งเข้าไปหากานต์ที่ยืนรออยู่

..หมับ.. จนที่บรรยากาศสดใสดูแปลกไปเมื่อหนึ่งหญิงสาวเดินเข้ามายืนกอดอกมองนิ่ง ภูต้องหันมาถอนหายใจใส่

 

“นี่พี่กานต์”

“อะอ้าวเหรอ...สวัสดีค่ะ” เลล่าถึงกับเลิ่กลั่ก เธอนึกไม่ถึงว่าคนตรงหน้าจะคือกานต์เพราะหากฟังจากที่ภูเล่าคือกานต์อายุเยอะมากกว่าภูพอสมควร แต่แล้วสายตาของหญิงสาวต้องเป็นประกายขึ้นอีกครั้งเมื่อหันไปเจอกับชายหนุ่มปริศนาที่ยืนอยู่

“แล้วนี่คือพี่วินหรือเปล่าคะ” คำถามที่ดังมาซึ่งเจ้าของชื่ออย่างธาวินพยักหน้าให้ ตลอดทางที่เดินไปที่รถมือของเลล่าขับควงแขนของภูหากแต่สายตาของเธอกลับมองธาวินอยู่หลายต่อหลายครั้ง ไมได้ทำใจเผื่อเอาไว้เลยว่าลูกพี่ลูกน้องของภูจะหน้าตาดีมากขนาดนี้ ธาวินดูแตกต่างจากผู้ชายที่เธอเคยเจอ นั่นไม่แปลกเพราะประเทศที่เธออยู่มีแต่พวกฝรั่งหัวทองกันทั้งนั้น แล้วแบบนี้จะไม่ให้เธอตื่นเต้นกับหนุ่มเอเชียที่หล่อขนาดนี้ได้ยังไง

 

“พี่วินกับพี่กานต์นี่เขาคบกันเหรอ” กลับมาถึงห้องพักเลล่าถามขึ้นทันที

“ทำไม?”

“ก็เลล่าอยากรู้ ภูบอกหน่อยไม่ได้หรอคะ”

“จนมีลูกกันแล้ว” ภูตอบอยากไม่ใส่ใจนักในขณะที่ฝ่ายคนฟังอย่างเลล่ามีหน้างอ น่าเบื่อชะมัด ทำไมหล่อขนาดนั้นแล้วชีวิตต้องไปจบลงกับที่คบผู้ชายด้วย นึกแล้วเบ้ปาก ไม่เห็นจะมีอะไรน่าตื่นเต้นเท่ากับผู้หญิงแสนสวยแบบเธอเลย

 

“พรุ่งนี้จะไปงานรับปริญญาพี่วินหรือเปล่า”

“ไม่ไปหรอกค่ะ ร้อน” ตอนแรกก็อยากจะแต่งตัวสวยไปอวดธาวิน แต่คิดไปคิดมา เหอะ เหนื่อยเปล่า

..หมับ.. แถมในตอนนี้เธอก็มีภูเป็นของตัวเองแล้ว ไม่ได้หล่อน้อยไปกว่าธาวินเลยสักนิด ร่างกายอวบอิ่มของเลล่าบดเบียดเข้าหาภูอีกครั้ง เธอกอดภูแน่น สองมือที่ไล่ลูบลงตามแนวหน้าท้องจนไปหยุดอยู่ที่แก่นกายใต้ร่มผ้า

 

“นั่งเครื่องมาก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”

“เลล่าไม่เห็นจะเหนื่อยเลย แค่มีอะไรกัน...มันจะเหนื่อยอะไรนักหนา”

“ก็ผมเหนื่อย”

“เลล่าขึ้นให้” เมื่อฝ่ายหญิงสาวพูดต่อออกมาภูถึงขั้นถอนหายใจ

 

“ไม่ก็คือไม่” เสียงแข็งใส่จนเลล่าต้องชักสีหน้า เธอหงุดหงิด นอนด้วยกันทุกคืนแต่อารมณ์ของภูมันตายด้านไปแล้วหรือไง อยู่กับเขาทำหน้าเหมือนโลกจะแตกแต่พอกลับมาไทยแลดูมีความสุขจนออกนอกหน้า ตอนนี้เริ่มสงสัย

ที่ประเทศไทย มันมีอะไรดีนักหนา?

 

..............................

 

ออกมาจากห้องภูเหมือนได้รับอิสระ ถนนหนทางในกรุงเทพยังคงสร้างความงงให้ได้ไม่เปลี่ยน ใช้GPSในการเดินทางเพื่อไปรับกานต์และมายเดียร์ หลานสาวตัวน้อยวัยเกือบสี่ขวบคนสวย การขับรถในวันนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ มายเดียร์พูดเก่งมากจนภูยังยอมใจในความฉลาดของเธอ เมื่อมาถึงงานรับปริญญาภูกลายเป็นที่สนใจอย่างมาก

“ร้อนหน่อยนะ” เขาหันไปบอกกานต์ ยอมสละหมวกให้กานต์ได้ใส่

“ต้องรอวินถ่ายรูปกับแฟนคลับเสร็จก่อน” กานต์บ่น แต่หายห่วงเพราะร้อนแค่นี้เขาทนได้ ดีที่มายเดียร์กลับบ้านไปพร้อมกับปู่และย่าตัวเองแล้ว ภูมองผู้คนมากหน้าหลายตา เขาหวนนึกไปถึงในตอนที่ตัวเองยังใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ สายตาคู่คมชำเลืองมองกานต์ ขบคิดกับตัวเองอย่างชั่งใจภายในหัว

 

“เออพี่กานต์”

“หืม?” ทางคนตัวเล็กหันหน้ามามอง

“พี่ได้ยินข่าวไอ้รันย์บ้างไหม มันเงียบไปเลยเหรอ” ทำตัวให้น่าสงสัยน้อยที่สุด

“ไม่ได้ยินเลยนะ...เหมือนจะหายไปแล้วจริงๆ” ภูพยักหน้ารับ หัวใจของเขาปวดหนึบหากแต่ต้องทำตัวให้ดูปกติมากที่สุด กลับมาครั้งนี้ก็แอบอยากไปหาศรันย์เหมือนกัน แต่ความเสี่ยงเยอะมาก พ่อของเขาจะต้องรู้อย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่ทำได้เลยเป็นการพยายามภาวนา หากยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องจากกันจริง เขาอยากจะขอโอกาสในการเจอมันสักครั้งได้ไหม?

 

“อาภูคะ...วันอาทิตย์ มาดูมายเดียร์เต้นไหม” แวะเวียนมาหามายเดียร์ตลอด และในตอนนี้ที่เธอตั้งคำถาม

“เต้นอะไรคะ?” ภูถามกลับบ้าง มือของเขากำลังประกอบของเล่นให้เจ้าหญิงตัวน้อย

“ที่โรงเรียนง่า มีงานแข่ง...ครูให้มายเดียร์ไปเต้นเปิดงานด้วยค่ะ”

“เก่งจัง อยากให้อาไปไหม” เมื่อภูถามเจ้าเด็กน้อยตัวเล็กพยักหน้ารับ

“งั้นเดี๋ยวอาจะไปดูหนูที่โรงเรียนนะ” เมื่อภูรับปากฝ่ายเด็กน้อยร้องเย้ เธอกระโดดกอดภู หัวเราะออกมาด้วยกันพร้อมนั่งเล่นของเล่นต่อ ภูลูบหัวของมายเดียร์ ในหัวจินตนาการไปถึงภาพของเด็กอ้วนที่เต้นบนเวที ภูยังยิ้มและเล่นสนุกกับมายเดียร์ได้เสมอ ภายนอกเขาดูเหมือนคนที่ไม่คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ

 

ทั้งที่ความจริงแล้วภายในหัวมันวุ่นวายจนแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว

 

.......................

 

“แพรวา มาเป่าผมค่ะ”

“นมๆๆ ขวดนมน้องงงง!!” ไม่เคยจะมีวันไหนที่บ้านหลังน้อยหลังนี้จะไม่วุ่นวาย แฝดคนน้องกำลังนั่งทำหน้าง่วงอยู่หน้ากระจก ฝ่ายคนเป็นแม่กำลังช่วยทำผมให้ในขณะที่พี่ชายอย่างแทนคุณก็จัดเตรียมกระเป๋าและข้าวของจำเป็นสำหรับการเดินทางไกลของน้องสาว ในวันนี้พวกเขาตื่นมาแต่เช้า จะได้เข้ากรุงเทพวันแรกแสนตื่นเต้นดีใจไปหมด

 

“ใกล้เสร็จยังเด็กๆ ถ้าช้าเราจะไปไม่ทันกันนะ” รุ้งชะโงกหน้าเข้ามาถาม

“อารุ้งงง” แพรวาร้องเรียกอาของเธอ เจ้าเด็กแฝดทั้งสองอายุได้สามขวบแล้ว พูดเก่งมาก ถึงจะยังพูดไม่ชัดและไม่ค่อยเป็นประโยคเท่าไหร่แต่ก็ถือว่าพูดได้เข้าใจมากเลยทีเดียว เพียงไม่นานนักแพรวาทำผมเสร็จเรียบร้อย เธอวิ่งไปหารุ้งเพื่อให้รุ้งช่วยแต่งหน้าและแต่งตัว ส่วนแทนคุณเดินเข้ามาหาแม่เพื่อให้แม่ช่วยแต่งตัวให้เช่นกัน

 

“แทนคุณ วันนี้จะทำให้ดีที่สุดใช่ไหม?” ศรันย์มองหน้า มือก็จัดคอเสื้อให้ลูกชาย

“ครับ”

“ถ้าน้องตื่นเต้น ก็อย่าลืมกอดน้องนะ”

“ครับผม” คำตอบรับจากพี่ชายคนเก่ง แทนคุณยิ้มเพื่อให้แม่มั่นใจได้เลยว่าพี่ชายคนนี้จะปกป้องแพรวาเอง ถึงเวลาออกเดินทาง เดินลงมาชั้นล่างของบ้านคือภาพของรุ้งที่กำลังเล่นอยู่กับแพรวาโดยที่ข้างตัวของเธอมีชายหนุ่มอีกหนึ่งคน

 

“อาปั้น หนูขอ” แพรวากำลังใช้ลูกอ้อนในการขอขนมจากเด็กหนุ่มหน้าตาดี ทางรุ้งและผู้ชายคนนั้นหัวเราะ

ปั้นคือดาราวัยรุ่นที่ค่อนข้างดังในระดับหนึ่งสำหรับกระแสในช่วงนี้

แล้วก็แน่นอนว่าเขาคือแฟนหนุ่มของรุ้ง และศรันย์ไม่ได้ขัดอะไร รุ้งโตพอที่จะตัดสินใจอะไรเองได้แล้ว

 

“น้อง นอนตรงนี้” เสียงของแทนคุณดังขึ้นระหว่างทาง พวกเขาอยู่ในรถ แพรวาง่วงแทนคุณเลยจะให้นอนตัก

“เอานมให้น้องกินสิแทนคุณ”

“นมๆ” เจ้าพี่ชายคนเก่งงึมงำ รีบเปิดประเป๋าเพื่อหยิบขวดนมให้น้องสาว คนขับรถคือแฟนของรุ้งดังนั้นศรันย์เลยสามารถดูแลลูกแฝดได้อย่างเต็มที่ แพรวาเอนหัวนอลงบนตักของพี่ชาย ปากของเธอคาบขวดนมโดยที่กลุ่มผมนุ่มก็ถูกแทนคุณลูบเพื่อกล่อม ภาพตรงหน้าเรียกรอยยิ้มของศรันย์ให้ปรากฏ เขาเอื้อมมือไปลูบหัวของแทนคุณอีกทีเพื่อชมว่าเป็นพี่ชายที่ดีมาก ระยะทางจากาญจบุรีไปกรุงเทพไม่ไกลเท่าไหร่ แต่ตลอดทางแต่ละสถานที่กลับทำให้นึกย้อนถึงความหลัง

 

ตอนที่ภูขับมาถึงตรงนี้อีกคนเคยบ่นเพราะมีคนแก่ขับรถช้า

แล้วก็ตรงหน้าปั๊มนี่เองที่อีกคนเคยทิ้งเขาเอาไว้

“........” แต่ละสถานการร์ไม่น่าจำเสียเท่าไหร่แต่ศรันย์กลับยิ้มออกเมื่อนึกไปถึงมัน

 

“อาสนหละครับแม่” แทนคุณเริ่มถาม ทั้งที่ศรันย์ก็ตอบไปหลายรอบแล้วว่าสนจะรออยู่ที่โรงเรียนที่ใช้แข่ง เหมือนเจ้าตัวแสบจะตื่นเต้นมากถึงได้พูดวนไปมาไม่หยุด โรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่ที่ถูกใช้เป็นสนามแข่งปรากฏอยู่ตรงหน้า แทนคุณกับแพรวาอ้าปากกว้าง ชาตินี้พวกเขาคงไม่มีโอกาสได้เข้ามาเหยียบหากไม่ใช่การเข้ามาแข่งแบบนี้

 

“แทนคุณ อย่าลืมนะ...ต้องดูแลน้องด้วย” ก่อนจะส่งตัวไปหลังเวทีเพื่อเก็บตัวอยู่กับครูศรันย์ย้ำอีกครั้ง

“ครับ!” ซึ่งแทนคุณรับคำแข็งขัน หันไปกอดและยิ้มให้แก่แพรวา น้องสาวของแทนคุณสวยที่สุด น่ารักมากที่สุดในโลก

 

......................................

 

ภูยืนอยู่ข้างกานต์กับธาวินโดยที่ข้างหลังมีเลล่าที่นั่งทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่ ภายในมือหนาถือกล้องถ่ายรูปเพื่อซูมเข้าไปถึงใบหน้าของหลานตัวน้อยคนเก่งที่กำลังเต้นอยู่กับเพื่อนร่วมห้อง ภูยิ้ม เขาหัวเราะเมื่อมายเดียร์ทำท่าส่งจุ๊บให้กล้องของเขา เจ้าหญิงตัวน้อยคนเก่งแสดงท่าทางน่ารัก ระหว่างนี้ที่ข้างทางเดินเริ่มมีการพาเด็กนักแข่งตัวจิ๋วเดินเรียงแถวเพื่อเตรียมไปขึ้นเวที ภูไมได้สนใจนักเพราะกำลังมองมายเดียร์ แต่เขาแอบเห็นว่ามีเด็กแฝดลูกครึ่งที่เขาเห็นแวบๆผ่านตา

 

..หมับ...! เมื่อเต้นเสร็จมายเดียร์รีบตรงเข้ามากอด

 

“มายเดียร์เก่งไหมคะ” เธอส่งเสียงถาม ภูรีบเอ่ยชมและมองหลานสาวที่เข้าไปอ้อนพ่อกับแม่ต่อ

“ไปไหนกันต่อดี วันนี้อาจะให้รางวัลคนเก่ง...เป็น พาไปกินไอศกรีมดีกว่า”

“ไปค่ะ!” มายเดียร์กระโดดกลับมากอดภูอีกครั้ง พวกเขาหัวเราะ เริ่มเก็บกระเป๋าของมายเดียร์เพราะจะกลับแล้วเนื่องจากหน้าที่ของมายเดียร์สำหรับในวันนี้จบลงแล้ว รอยยิ้มของภูยังคงปรากฏ เขาเดินจูงมือหลานสาวแล้วก้าวเดินจนเกือบจะถึงประตูทางออกของห้องสำหรับจัดกิจกรรม

 

แต่แล้วเสียงเปียโนที่ดังขึ้นจากด้านหลังเรียกสองขายาวให้ต้องหยุดชะงัก

ทำนองดนตรีที่ภูยังจำมันได้ขึ้นใจ หัวใจของเขาเต้นรัวสั่นไหว

 

//เพลงที่มึงเล่นเมื่อวันนั้นชื่อเพลงอะไรนะ กูลืมไปแล้ว//

//ชื่อเพลง ‘เรา’ ไง กูบอกไปตั้งหลายรอบแล้วนะ // บทสนทนาในครั้งนั้นกำลังดังแทรกขึ้นมาในหัว

 

“อาภู จะดูเหรอคะ” ไม่ได้ตอบคำถามของมายเดียร์ที่เงยหน้ามองอย่างไม่เข้าใจ ดวงตาคู่คมของภูกำลังจดจ่อ บนเวทีที่มีเปียโนขนาดใหญ่หนึ่งอันวางตั้งกลาง เด็กสองคนนั้นที่หน้าตาคล้ายคลึงกันหากแต่ต่างเพศ การเล่นเพลงให้ลื่นหูยากเกินกว่าที่เด็กสามขวบจะทำได้หากแต่เด็กน้อยทั้งสองกลับช่วยกันและถ่ายทอดมันออกมาได้ดีมากเลยทีเดียว เมื่อการแสดงจบลงเสียงปรบมือดังก้องทั่วห้องขนาดกว้าง เขาเผลอยิ้มตามเมื่อฝ่ายแฝดผู้ชายอ้าแขนกอดน้องสาวของตัวเอง

 

ก่อนรอยยิ้มของภูจะต้องนิ่งค้าง

กับภาพของใครบางคนที่วิ่งออกมาจากจุดฝูงชนเพื่อเข้าไปรับเด็กสองคนนั้นที่บันไดข้างเวที

 

“ไอ้รันย์” ริมฝีปากของภูที่ขยับพึมพำ รู้ตัวอีกทีขาของเขาออกแรงวิ่งเพื่อตรงไปเบื้องหน้า ขนาดกานต์และธาวินยังตกใจกับการพบเจออีกฝ่าย งุนงงมากเลยด้วยที่ภูวิ่งเข้าไปหาแบบนั้น สองขายาวที่ก้าวหนักลงบนพื้น ลมหายใจหอบเหนื่อยเมื่อมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังของคนที่กำลังเดินจับมือเด็กน้อยสองคนนั้น จนเมื่อถึงจังหวะที่ศรันย์หันหลังกลับมา

 

รอยยิ้มของศรันย์ที่ยิ้มจากการพูดคุยกับลูกต้องหุบลง

ไล่สายตามองคนตัวสูงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า

“..............” ความเงียบที่เกิดขึ้นรอบตัวพวกเขา ผู้คนนับครึ่งพันที่เหมือนนิ่งสงบและมีเพียงใครอีกคนในสายตาเท่านั้น หัวใจของศรันย์เหมือนหยุดเต้น เขากำมือของลูกทั้งสองแน่นจนเจ้าตัวเล็กส่งเสียงเรียกเตือนผู้เป็นแม่ แพรวาและแทนคุณกำลังมองหน้าภูอย่างไม่ลดละสายตา แต่เมื่อแทนคุณจะวิ่งเข้าไปหาภูศรันย์รีบรั้งแขนเอาไว้ เพียงเท่านี้ที่เจ้าพี่ชายคนเก่งรู้ทันทีว่าแม่ไม่ได้ต้องการให้ทำแบบไหน

 

“มึง....” ภูพูดเสียงอึกอัก เขามองเด็กทั้งสองคนที่จับมือของรันย์อยู่คนละข้าง

 

..หมับ... และแววตาของศรันย์ต้องสั่นไหวอีกครั้ง เมื่อสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคือหญิงสาวคนสวยที่เดินเข้ามาเกาะแขนของภู ริมฝีปากของศรันย์ฝืนยกยิ้ม ในขณะที่ภูมีสีหน้าที่กลืนไม่ได้และคลายไม่ออก

..หมับ... แต่ในรอบนี้กลับเป็นภูที่ต้องลมหายใจชะงัก เมื่อมีหนึ่งบุคคลเดินเข้ามารั้งไหล่ของศรันย์เข้าไปกอด

 

“ยังไม่กลับอีกเหรอ ตอนเย็นคิดไว้หรือยังว่าจะไปกิน...” เสียงของสนต้องเงียบลง เมื่อสายตาหันไปเห็นว่าเป็นใครที่ยืนอยู่ตรงนั้น บรรยากาศในตอนนี้เต็มไปด้วยความอึดอัด ในที่สุดเป็นศรันย์ที่ยิ้มกว้างให้ภู

 

“มึงกลับมาไทยแล้วเหรอ สบายดีใช่ไหม?...แต่วันนี้”

“.........” ภูยังคงยืนเงียบและศรันย์ที่ยังพยายามหลบตากันตลอด

“วันนี้กูต้องกลับก่อนนะ พอดีว่า...”

“ไปกันเถอะ” เป็นสนที่พูดตัดบท กอดกระชับไหล่ของศรันย์แล้วรั้งให้อีกฝ่ายเดินตาม เจ้าแฝดน้อยทั้งสองจับมือกันแล้วเดินตามหลังแม่ของตัวเองไป แต่สายตาของเจ้าหนูดันหันกลับมามองภูอยู่หลายต่อหลายครั้ง

 

“คนนั้นใครเหรอคะภู” เสียงของเลล่าเรียกภูให้ออกจากภวังค์

แต่สิ่งที่ภูทำถัดไปดันเป็นการแกะมือของฝ่ายหญิงออกแล้วเดินหนี

“ภู!จะไปไหนคะเนี่ย!!” เธอเริ่มเสียงดัง ในขณะที่ด้านของภูไม่ได้สนใจแถมยังวิ่งตามแล้วมองหาคนที่เพิ่งจะเดินหนีกันไป แดดตอนกลางวันที่ร้อนจัด เหงื่อไหลเปื้อนใบหน้าคม คนตัวสูงที่วิ่งวนไปมารอบทั้งโรงเรียนแต่กลับไม่พบกับคนที่ต้องการเจอ จนที่มีรถยนต์หนึ่งคันวิ่งผ่าน บุคคลภายในนั้นที่ทาบมือลงบนกระจกหลังรถแล้วแนบหน้าเพื่อมองภู

 

แพรวากับแทนคุณแทบจะเอาหน้าติดชิดกระจก

ในขณะที่ศรันย์ยังนั่งเงียบแล้วบีบมือของตัวเองแน่น

 

“เราเจอคุณพ่อ” แทนคุณหันมาพูดกับน้องสาว แพรวาที่เงยมองพี่ชายและทำหน้าเศร้า

“จะเจออีกไหม” คำถามจากน้องสาวที่แทนคุณหันหน้าไปมองแม่ของตัวเอง เขาไม่ได้ตอบเธอ

 

..หมับ... แต่เลือกที่จะรั้งเธอเข้ามากอดแล้วลูบหัว

 

“ทำไม...พ่อไม่กอดหนู” แพรวาเริ่มตั้งคำถาม เธอได้เจอคุณพ่อแล้วแต่ทำไมไม่เห็นจะได้เข้าไปหาพ่อตัวเองเลย จากที่ตอนแรกแค่เศร้าแต่พอเริ่มสงสัยมากเข้าในหน่วยตาคู่กลมมีน้ำตาที่รินไหล ขนาดสนชวนคุยเรื่องอื่นแต่แพรวาก็ยังไม่ได้มีสีหน้าที่ดีขึ้น แทนคุณเลยยื่นขวดนมให้น้องสาว เขาให้แพรวาเอนนอนลงบนตักและใช้มือลูบกล่อมเธอเหมือนในตอนขามา

 

ทั้งที่ในหัวของแทนคุณเองก็เต็มไปด้วยคำถาม

แต่เมื่อหันไปมองและได้เห็นว่าแม่ของตัวเองกำลังมีสีหน้าที่ไม่ดีนัก

...ไว้ตอนที่คุณแม่อารมณ์ดีเมื่อไหร่ เราจะชวนคุณพ่อไปเที่ยวด้วยกันใช่ไหม?...

 

# # # # # # # #

แงะTT

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว