Sawanya

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เสียใจด้วย!

คำค้น : เล่ห์เผด็จรัก , จอมรวินท์ , ปุริมปรัชญ์ , โรมานซ์ , 18

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 282

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2563 16:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เสียใจด้วย!
แบบอักษร

“คุณไม่รู้หรอกว่าผมดีใจแค่ไหนที่ได้เจอคุณที่นี่” แบรนดอนเอ่ยปากหลังจากเธอและเขาสั่งเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว “คุณสบายดีใช่ไหมใหม่ ผมคิดว่าคุณคงสบายดี เพราะคุณสวยกว่าที่ผมเคยจำได้เยอะเลย” นัยน์ตาสีควันบุหรี่มองเธออย่างอบอุ่น อ่อนโยน และเต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างเปิดเผยเหมือนเดิมไม่มีผิด

 

“ขอบคุณค่ะแบรนท์ คุณเองก็ดูดีขึ้นมากนะคะ แล้วตอนนี้คุณเป็นยังไงบ้างคะ? ได้เป็นหุ้นส่วนแล้วรึยัง?” นวินดาหมายถึงการเป็นทนายความหุ้นส่วนหรือพาร์ตเนอร์ ซึ่งข้อเสนอนี้ไม่ใช่ทนายความทุกคนจะได้รับ แต่สำหรับแบรนดอน เธอแน่ใจว่าเขาต้องประสบความสำเร็จกับอาชีพที่เขารักแล้วอย่างแน่นอน

 

“เร็วๆ นี้แหละครับ” ประธานบริษัทคัลเลนแอนด์ครอมเวลล์ได้ยื่นข้อเสนอให้เขาแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้นเอง

 

“ว้าว! ยินดีด้วยนะคะแบรนท์ สำหรับความสำเร็จที่สุดยอดขนาดนี้” ความสำเร็จของแบรนดอนไม่ได้เกิดจากความเป็นอัจฉริยะของเขาแต่เพียงอย่างเดียว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่ออาชีพอันเป็นที่รักยิ่ง นวินดาจึงอดชื่นชมในตัวชายหนุ่มไม่ได้ที่เขาสามารถมายืนในจุดที่ทนายความแทบทุกคนใฝ่ฝันในระยะเวลาอันรวดเร็วขนาดนี้

 

“ขอบคุณครับใหม่” แน่นอนว่าสำหรับชายหนุ่มซึ่งอายุเพียงแค่สามสิบเอ็ดปี ถือว่าเขาประสบความสำเร็จอย่างสูงเลยทีเดียว เพราะนอกจากแบรนดอนจะเป็นทนายความมือหนึ่งของบริษัทแล้ว ยังได้ชื่อว่าเป็นมืออันดับต้นๆ ในการทำคดีหย่าร้าง ซึ่งสำหรับในประเทศที่มีการเลิกราและฟ้องหย่ามากมายอย่างสหรัฐอเมริกา เรียกว่าเขาฮอตยิ่งกว่าจัสติน บีเบอร์เสียอีก! แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้เขามีความสุขเท่าไร เพราะจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เคยคบหากับใครอย่างจริงจัง เพราะนอกจากนวินดาแล้ว แบรนดอนยังไม่เคยเจอใครที่ ‘ใช่’ อีกเลย “แล้วใหม่ล่ะครับ ตอนนี้ทำอะไรอยู่?”

 

“ฉันก็เขียนคอลัมน์ ทำพ็อกเกตบุ๊กไปเรื่อย ไม่ได้เป็นหลักเป็นแหล่งอะไรนะคะ” เธอไม่ได้เป็นนักข่าวอย่างที่ใฝ่ฝันเอาไว้ เพราะหลังจากหย่าร้างกับเฮย์เดนก็พบว่าตนเองตั้งครรภ์ หลังจากนั้นไม่นานมารดาผู้เป็นเสาหลักของครอบครัวก็เสียชีวิตไปอย่างกะทันหัน กว่าเรื่องยุ่งยากทั้งหลายจะจบลง เธอก็ต้องเตรียมการสำหรับบุตรชายซึ่งกำลังจะถือกำเนิด จึงไม่สามารถทำงานเต็มเวลาได้ สุดท้ายนวินดาจึงเลือกทำอาชีพนักเขียนอิสระ เพื่อที่จะได้มีเวลาดูแลบุตรชายด้วยตนเอง แม้ว่ามันจะมีข้อเสียคือทำให้รายได้ของเธอไม่แน่นอนก็ตาม

 

“ได้ยินว่าคุณ...หย่ากับเขาแล้ว...” ตอนนั้นเขายังเสียดายแทบตายที่ไม่สามารถติดต่อเธอได้ หากเขาไม่ได้ติดคดีสำคัญอยู่หลายคดี แบรนดอนคงไปตามหานวินดาที่เมืองไทยแล้ว นี่เขามัวแต่ยุ่งกับงาน จึงพลาดโอกาสสำคัญไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อได้พบกับนางในดวงใจอีกครั้ง ชายหนุ่มจึงไม่ลังเลที่จะรุกเข้าหาเธออย่างเปิดเผย แม้ว่ามันจะเสี่ยงกับการถูกปฏิเสธ แต่เมื่อไม่มีอะไรต้องเสียแล้ว ยังไงก็ต้องลุย!

 

“ค่ะ...” คำตอบของเธอทำให้ชายหนุ่มซึ่งตั้งใจจะเข้ามาอาละวาดฟาดหางใส่ภรรยาที่จู่ๆ ก็ออกมากับชายอื่นโดยไม่คิดจะบอกกล่าวเขาก่อนสักคำชะงักกึก ก่อนจะผลุบกลับไปอยู่ด้านหลังเสาขนาดใหญ่ทันที

 

“หมายความว่าตอนนี้คุณ...ไม่ได้มีใครอยู่ใช่ไหม?” น้ำเสียงของแบรนดอนฟังดูมีความหวังขึ้นมาจนนวินดารู้สึกลำบากใจ เธอลังเลอยู่ ครู่หนึ่งว่าจะตอบเขาอย่างไรดี ในที่สุดก็เลือกตอบสิ่งที่คิดว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับสถานการณ์นี้

 

“มีค่ะ ฉันมีลูกแล้ว” เรื่องการแต่งงานของเธอกับเฮย์เดนมันไม่ใช่พันธะที่ยาวนานและถาวร จึงไม่ควรบอกให้ใครรู้มากนัก จะได้ไม่ต้องมาคอยตอบคำถามในภายหลัง แม้ว่าความจริงแบรนดอนจะเป็นคนที่ไว้ใจและ เชื่อถือได้ก็ตาม

 

“มีลูก!?” ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักเผือดซีดลงไปอย่าง เห็นได้ชัดจนเธออดสงสารเขาไม่ได้ กระนั้นก็จำเป็นต้องตัดไฟเสียตั้งแต่ ต้นลม เพราะไม่อยากให้เขามีความหวังลมๆ แล้งๆ ต่อไปอีก ชีวิตคู่ครั้งแรกที่ล้มเหลวแบบไม่เป็นท่าคงเป็นฝันร้ายที่หลอกหลอนนวินดาไปจนตาย เธอจึงไม่มีความคิดที่จะลงเอยกับผู้ชายคนไหนอีก ไม่ว่าจะเป็นแบรนดอนหรือเฮย์เดนก็ตาม

 

“ค่ะ เสียดายที่เคย์เดนขึ้นไปนอนแล้ว ไม่งั้นฉันคงได้แนะนำให้คุณรู้จักแก” หญิงสาวยิ้มออกมาเมื่อเอ่ยถึงบุตรชายจอมแก่นที่ตอนนี้ขึ้นไป พักผ่อนบนห้องพักของโรงแรมอันเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงกับมธุรินเรียบร้อยแล้ว แต่แล้วก็ต้องสะอึกไปเมื่อได้ยินสิ่งที่แบรนดอนตอบกลับมา

 

“ไม่มีปัญหาเลยครับ ผมเข้ากับเด็กได้ดีมาก” ทนายความหนุ่มอนาคตไกลยืนยันเสียงหนักแน่น แม้ว่าเขาจะยังไม่เคยพบกับบุตรชายของนวินดามาก่อน แต่แบรนดอนมีทั้งหลานสาวและหลานชายหลายคน จึงมั่นใจว่าตนไม่มีปัญหากับการใช้ชีวิตอยู่กับเด็กๆ อย่างแน่นอน โดยเฉพาะหากเด็กคนนั้นเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของหญิงสาวที่เขามีใจให้มาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาอย่างเธอ ชายหนุ่มยิ่งแน่ใจว่าความรักที่เขามีให้เธอจะต้องเผื่อแผ่ไปถึงลูกน้อยของนวินดาด้วยอยู่แล้ว

 

“ข้อนั้นฉันไม่สงสัยเลยค่ะ คุณเป็นคนอ่อนโยน ต้องเข้ากับเด็กๆ ได้ดีอยู่แล้วนะคะ” เพียงแต่เขาจะเข้ากับบุตรชายของเธอได้หรือไม่ก็ ไม่มีผลอะไรกับเธอ แน่นอนว่านวินดาย่อมรักเคย์เดนราวกับแก้วตาดวงใจและความรักนั้นก็ทำให้เธอปฏิญาณกับตนเองมาตั้งแต่ตอนที่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ใหม่ๆ แล้วว่าจะใช้ชีวิตอยู่กับลูกรักตามลำพังโดยไม่คิดจะรับใครเข้ามาในชีวิตอีก ความลุ่มหลงงมงายในรักเคยทำร้ายเธอไว้มากมายขนาดไหน นวินดายังจำได้ดี เธอจะไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย แบบนั้นอีกแล้ว

 

“คำว่า ‘อ่อนโยน’ ไม่ควรเป็นคำขยายคุณสมบัติของผมนะครับใหม่ คงไม่มีใครอยากได้ทนายความผู้อ่อนโยนไปว่าความคดีหย่าร้างของเขาแน่” แบรนดอนเอ่ยติดตลกนวินดาจึงอดขำไม่ได้

 

เสียงหัวเราะของเธอสดใสเหมือนที่เฮย์เดนเคยได้ยินอยู่บ่อยครั้งก่อนที่เขาและเธอจะแต่งงานกัน ชายหนุ่มจึงต้องขบกรามด้วยความโมโห ทั้งขุ่นเคืองและอิจฉาที่เวลาเธออยู่กับชายอื่น นวินดาดูมีความสุขมากกว่าตอนอยู่กับเขาซึ่งเป็นสามีของเธอ

 

“ผมถามอะไรคุณอย่างหนึ่งได้ไหมใหม่?” มันเป็นคำถามที่เขาเฝ้าถามตัวเองมาตลอดเวลาจนถึงตอนนี้ แต่ไม่เคยกล้าถามเธอตรงๆ เสียที “ถ้าตอนนั้นผมขอคุณแต่งงานก่อนเขา คุณจะเลือกผมไหม?”

 

“แบรนท์คะ...” ใบหน้าหวานละมุนฉายแววลำบากใจเสียจน แบรนดอนอดปวดใจไม่ได้ เพราะพอจะคาดเดาคำตอบได้จากสีหน้าของเธอ

 

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องตอบก็ได้ ถ้างั้นตอนนี้...ผมขอโอกาสจากคุณสักครั้งได้ไหม?” นวินดาไม่รู้หรอกว่าเขาต้องรวบรวมความกล้ามาก ขนาดไหน คนอย่างเขา...แบรนดอน บรู๊คส์ ผู้ผ่านการว่าความคดีดังๆ มาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง และได้ชื่อว่าเป็นทนายความฝีมือฉกาจเสียจนฝ่าย ตรงข้ามต้องครั่นคร้ามกลับรู้สึกมือไม้เย็นเฉียบทุกครั้งที่ได้พบกับเธอ

 

“ฉันมีลูกแล้วนะคะแบรนท์” เธอตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนทว่าเด็ดขาด แบรนดอนซึ่งเริ่มเห็นเค้าลางของความผิดหวังจึงต้องรีบย้ำให้เธอแน่ใจว่าเขาไม่ได้เห็นเรื่องนี้เป็นอุปสรรคเลยแม้แต่น้อย

 

“ผมรักเด็ก! ผมแน่ใจว่าผมจะเข้ากับเขาได้ดีแน่ๆ”

 

นวินดาไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรดีจึงจะสามารถทำให้แบรนดอนเข้าใจว่าต่อให้เขาเข้ากับเคย์เดนได้ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย เพราะเธอไม่เคยคิดที่จะมีความรักหรือแต่งงานกับใครอีก โดยเฉพาะเขาซึ่งเธอเห็นเป็นแค่เพื่อนรุ่นพี่เท่านั้น

 

“ขอโอกาสให้ผมสักครั้งเถอะ ลองพิจารณาผมดูก่อน ผมรับรอง ได้เลยว่าจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง...นะครับใหม่...” อย่างน้อยเขาก็อยากให้ เธอลองให้โอกาสเขาบ้าง เพราะครั้งก่อนเขายังไม่ทันได้เอ่ยความในใจ ออกไปอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เธอก็คบหาและแต่งงานกับเฮย์เดนไปก่อน แบรนดอนเชื่อว่าเขาไม่ได้ด้อยกว่าเฮย์เดนตรงไหนเลย แม้แต่เรื่องฐานะ ถึงเขาจะไม่ได้เป็นทายาทมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลก แต่ตระกูลของเขาก็มั่งคั่ง มั่นคง และมีชื่อเสียงไม่น้อยหน้าตระกูลแฮมป์ตันเท่าไรนัก ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตา หน้าที่การงาน ก็ถือว่าทัดเทียมกัน ถ้าพูดถึงนิสัยแล้ว เขายังน่าคบหากว่าหมอนั่นมากด้วยซ้ำไป

 

“แบรนท์คะ...ฉัน...” หญิงสาวพยายามครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ว่าเธอควรจะตอบอย่างไรเพื่อไม่ให้เขาต้องเสียใจและผิดหวัง ไม่ใช่เธอไม่ซาบซึ้งกับรักที่มั่นคงของเขา แต่เธอไม่เคยมีความรู้สึกใดๆ ให้เขาเกินกว่าความเป็นเพื่อนจึงเกรงว่าจะต้องเสียเพื่อนที่ดีคนหนึ่งไปเพียงเพราะไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของอีกฝ่ายได้

 

“ทำไมคุณไม่บอกเขาไปล่ะว่าตอนนี้คุณไม่ได้มีแค่ลูก แต่กลับมาเป็นคนมีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้วด้วย” เฮย์เดนเบียดตัวเองลงบนอาร์มแชร์ ตัวเดียวกับภรรยาหน้าตาเฉยโดยไม่แยแสอาการตกตะลึงของคนทั้งคู่ซึ่งกำลังสนทนากันอยู่เลยแม้แต่น้อย “เสียใจด้วยนะคุณทนาย เกรงว่าคุณจะมาช้าไปสักหน่อย เพราะตอนนี้เรากลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว”

ความคิดเห็น