ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 : มอมเมา

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 : มอมเมา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2563 15:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 : มอมเมา
แบบอักษร

มอมเมา 

 

"น้ำหนึ่ง เรื่องวันเกิดแป้งคืนพรุ่งนี้" 

ผมมองไปยังอดีตเพื่อนที่เดินมาหาผมที่โต๊ะเรียนที่อยู่อีกฝั่ง เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องผมก็ตัดสินใจที่จะเลือกใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียวเหมือนอย่างที่ผ่านๆ มา เรื่องข่าวที่เกิดขึ้นเองแม้จะยังไม่จางหายไปไหน แต่หากผมไม่ถูกคุกคามทางร่างกาย ผมก็จะทำเป็นไม่สนใจ

"ขอโทษนะ เราคงไปไม่ได้"

"แต่น้ำหนึ่งรับปากแป้งแล้วว่าจะไป น้ำหนึ่งจะกลับคำอย่างนั้นเหรอ" 

"เราไม่อยากมีปัญหา ขอตัวก่อนนะ เราจะไปทำงาน"

แค่เรื่องที่เกิดขึ้น มันก็มากเกินพอแล้ว ผมไม่อยากให้มันต้องวุ่นวายไปมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ ก่อนจะรีบเก็บของใส่ในกระเป๋าเพื่อจะกลับไปเตรียมตัวทำงานต่อในตอนเย็น แต่เสียงของแป้งที่เอ่ยประโยคหนึ่งดังขึ้นมานั้น ทำให้ผมถึงกับหยุดฝีเท้าที่กำลังเดินผ่านหน้าของเธอลง

"งานที่บาร์หรือเปล่า"

คราวนี้ใจของผมเต้นแรงขึ้นมา ทำไมเธอถึงรู้ว่าผมทำงานอยู่ที่นั่น 

"น้ำหนึ่งทำจริงๆ สินะ ถ้าหากว่ามีใครรู้เรื่องนี้เข้าจะต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่นอน แต่ถ้าน้ำหนึ่งยอมมางานวันเกิดแป้ง แป้งสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร" 

ผมพยายามเก็บอาการตื่นกลัวภายในใจให้กลับมานิ่งสงบอีกครั้ง ถ้าหากเธออยากให้ผมไปร่วมงานวันเกิดของเธอนัก ผมก็จะไป

"ก็ได้ เราจะไป"

 

"เป็นอะไรหรือเปล่าน้ำหนึ่ง"

"เปล่าครับ พี่ทาย" ผมพยายามตั้งสติตัวเองที่เอาแต่เหม่อคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ที่ผมตัดสินใจพูดออกไปแบบนั้นไม่ใช่ว่าผมกลัวเธอจะเอาเรื่องที่ผมทำงานอยู่ที่นี่ไปบอกกับคนอื่นๆ หรือผมซึ้งใจกับมิตรภาพระหว่างเพื่อนที่เธอมีให้กับผมในระยะเวลาอันสั้น 

ผมแค่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เป็นอยู่ก็เท่านั้น

"มีเรื่องทุกข์ใจอีกแล้วใช่ไหม มีอะไรก็บอกพี่ได้นะ พี่ไม่อยากเห็นเราเป็นแบบนี้เลย" 

"พรุ่งนี้เป็นงานวันเกิดแป้งครับ เธอชวนผมให้ไปร่วมงาน" พี่ทายที่ยืนอยู่เคียงข้างผม ทำให้ผมตัดสินใจพูดสิ่งที่อยู่ภายในใจออกไปให้ใครสักคนฟัง สายตาของผมก็มองเข้าไปยังร้านที่เริ่มครึกครื้นกับเสียงเพลงและแอลกอฮอล์รสดี 

"ผู้หญิงคนที่เป็นข่าวกับเราอยู่ตอนนี้ใช่ไหม"

"ครับ มันดูแปลกใช่ไหมที่เธอชวนผมไปร่วมงาน ทั้งที่เราสองคนมีข่าวด้วยกัน" 

"พี่ว่าน้ำหนึ่งอย่าไปเลย พี่รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรซ่อนอยู่ในใจ" ผมเพียงยิ้มไม่ได้พูดตอบประโยคพี่ทาย ทั้งผมและเธอถึงจะพูดว่าเป็นเพื่อนกัน แต่เรากลับรู้จักกันเท่าที่เห็นกันภายนอกเท่านั้น แต่เรื่องนี้ผมรับปากเธอแล้วว่าจะไป ยังไงผมก็ต้องไป แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วผมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเธอคนนั้นอีกเลย 

และช่วงเย็นหลังจากเลิกเรียนในอีกวัน ผมก็กลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หอพักเพื่อเดินทางไปร่วมงานวันเกิดของแป้งที่จัดอยู่ใกล้ๆ กับบาร์ที่ผมทำงาน เป็นโรงแรมที่ขึ้นชื่อและหรูหราไม่น้อยทีเดียว ผมมองตัวเองในกระจกชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวธรรมดากับกางเกงขายาวสีขาวที่นับครั้งใส่ได้เพราะมันทำให้ผมดูผอมบางกว่าผู้ชายทั่วไป แต่ว่ามันก็เป็นชุดที่ดีที่สุดสำหรับผมตอนนี้แล้ว ผมมองตัวเองในกระจกอีกครั้งก่อนจะเดินไปหยิบกล่องของขวัญใบเล็กที่ผมทำไว้ตั้งแต่เมื่อเช้า สิ่งของด้านในมันเป็นเพียงของธรรมดาเพียงชิ้นเดียวที่ผมพอจะหาได้

"น้องน้ำหนึ่ง"

"พี่เนตร" ผมเดินลงมาจากหอพักก็หันไปมองตามเสียงเรียกของชายหนุ่มที่ยืนพิงกับรถคันหรูด้วยชุดเสื้อเชิ้ตราคาแพงกับกางเกงขายาวเนื้อดี ก่อนจะถูกพี่เนตรเดินมาหยิบของขวัญในมือของผมไปสับเปลี่ยนกับสิ่งที่อยู่ในมือของเขาตอนนี้

"พี่คงไม่สามารถเปลี่ยนใจน้ำหนึ่งที่จะไปงานวันเกิดแป้งให้ได้ แต่ของขวัญที่น้ำหนึ่งเตรียมไว้ให้กับแป้งพี่ขอนะครับ"

"มันเป็นเพียงแค่ของธรรมดา ผมว่า..." คือแค่มองผมก็รู้ได้ทันทีว่าของในมือของผมตอนนี้มีค่าและราคามากกว่าของที่ผมนำมามากนัก ผมไม่เข้าใจว่าทำไมพี่เนตรถึงนำมาสับเปลี่ยนกับของผม

"มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งของที่ให้ แต่มันอยู่ที่คนให้ครับ แต่สำหรับแป้งพี่คิดว่าน้ำหนึ่งให้สิ่งที่พี่เลือกจะดีกว่า ส่วนของชิ้นนี้พี่จะเก็บรักษาไว้อย่างดีแทน"

"ตะ..."

"เย็นนี้พี่มีงานสำคัญที่ต้องไปจัดการ แต่พี่จะรีบตามไปนะครับ ดูแลตัวเองด้วย"

"ดะ.. เดี๋ยวครับ"

พี่เนตรไม่ให้ผมได้พูดอะไรออกมาอีก เพราะอีกฝ่ายได้เดินหนีผมขึ้นไปบนรถแล้วขับผ่านหน้าผมไป ผมก้มมองของในมืออีกครั้งแล้วถ่ายถอนหายใจออกมาเบาๆ ในเมื่อของชิ้นนี้ก็ต้องเป็นของแป้ง ผมเพียงรับมาให้เธอแทนก็เท่านั้น

เมื่อแท็กซี่พาผมมาถึงที่โรงแรมสถานที่จัดงานวันเกิด ผมก็เดินตรงเข้าไปด้านในทันที เสียงดังครึกครื้นที่ดังออกมาจากห้องห้องหนึ่ง ผมไม่จำเป็นต้องถามพนักงาน เดินตามเสียงเพลงเข้าไป ทว่าด้านในก็ทำเอาผมตกใจไม่น้อย บรรยากาศภายในห้องจัดงานเลี้ยงเหมือนกับบาร์ที่ผมทำงานอยู่ไม่มีผิด ผมรีบกวาดสายตามองหาเจ้าของวันเกิด ให้ของขวัญแล้วผมจะได้รีบกลับ 

"น้ำหนึ่งมาแล้วเหรอ" แป้งยืนอยู่อีกฟากกับผู้ชายที่ผมไม่รู้จัก แต่เหมือนทั้งสองคนจะสนิทกันมากทีเดียวเพราะเธอควงแขนเขาอยู่ คืนนี้เธอใส่ชุดสีขาวรัดรูปเผยสัดส่วนร่างกายชัดเจน ผมที่เป็นผู้ชายยังรู้สึกเขินนิดหน่อย

แต่พอเหลือบเห็นสายตาของชายหนุ่มที่อยู่ข้างกันกับแป้ง เขายิ้มมองมาทางผมไม่วางตาทั้งที่ผมก็มองเขากลับไป ผมรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากเพราะมันเหมือนกับสายตาของคนที่กำลังมองของถูกใจ

"อืม นี่ของขวัญ เรากลับแล้วนะ" ผมยื่นของขวัญที่ผมถือมาด้วยให้ไป แป้งรับไปด้วยรอยยิ้ม คงจะเป็นของที่ถูกใจเธอมากทีเดียว แต่พอผมจะหันหลังกลับเธอก็จับมือผมพาเดินไปอีกฝั่งตรงหน้าเคาน์เตอร์บาร์เล็กๆ

"มาทั้งทีก็ดื่มให้เต็มที่"

"ไม่เป็นไร เราไม่ชอบดื่ม"

"งั้นดื่มเป็นเพื่อนแป้งหน่อยสิ แค่แก้วเดียวก็ได้แล้วแป้งจะยอมให้กลับ" ผมมองเจ้าแอลกอฮอล์สีฟ้าสวยที่ถูกเสิร์ฟด้วยบาร์เทนเดอร์ ก่อนจะมองไปรอบๆ งานที่มีแต่คนรู้จักของแป้งและบางคนก็คือเพื่อนร่วมชั้นเรียน แค่สายตาพวกเขาที่มองมาทางเราสองคน ก็ทำให้ผมเลือกดื่มเจ้าน้ำสีฟ้าด้านในให้หมดแล้วจะได้กลับเสียที

"เรากลับแล้วนะ" ผมดื่มมันจนหมดแล้ว ก็ขอตัวลาอีกฝ่ายกลับไปในทันที แป้งไม่ได้รั้งผมไว้ เธอปล่อยให้ผมได้จากไปอย่างที่ต้องการ แต่คำพูดที่แว่วดังตามหลังผมมานั้น ผมฟังมันไม่ชัดเจนว่าเธอกำลังพูดถึงผมอยู่หรือเปล่า

"โชคดีนะ" 

ผมเดินออกไปตามทางที่เดินเข้ามา แต่ทำไมจู่ๆ ผมถึงรู้สึกขาไม่มีแรงขึ้นมาดื้อๆ ภาพตรงหน้าก็เบลอไปหมด แอลกอฮอล์ที่ผมดื่มไปเมื่อครู่คงจะแรงน่าดูทำเอาผมเริ่มไม่มีสติแทบล้มทั้งยืน

"เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ให้พวกผมช่วย" จู่ๆ ก็มีชายแปลกหน้ามาจับตรึงแขนผมไว้ถึงสองคนตอนผมกำลังจะล้มลงไป ผมเพียงกล่าวขอบคุณเสียงแผ่ว แต่แล้วผมก็รู้สึกตัวว่าทางที่พวกเขาพาผมไปมันคนละทางกับทางออก ก่อนจะพาผมหยุดตรงหน้าห้องห้องหนึ่ง มีชายคนหนึ่งกำลังไขกุญแจเพื่อเปิดประตูเข้าไป ผมรับรู้ได้ทันทีว่าผมกำลังตกอยู่ในอันตราย 

"ปล่อยครับ" 

คราวนี้ผมใช้แรงที่มีสะบัดตัวออกแล้วรีบเดินกลับไปทางเดิม พยายามมองหาคนที่อยู่แถวนี้เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เหมือนร่างกายของผมมันจะไม่ไหวแล้ว จึงต้องหยุดยืนนิ่งๆ โดยมีชายแปลกหน้าที่ตามมายืนล้อมหน้าล้อมหลังผม

"นายหนีไม่พ้นหรอก ตามพวกเรามาดีๆ จะดีกว่านะคนสวย"

ผมพยายามประคองสติมองพวกมันที่เข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ จนกระทั่งมือของคนด้านหลังกำลังเอื้อมมาจับมือผม ผมก็ใช้แรงที่มีเตะตรงหว่างขาของเขาไปแรงๆ จนล้มลงร้องโอดครวญที่พื้น ส่วนอีกคนก็พยายามจะเข้ามาจับตัวผมให้ได้ ผมไม่มีแรงมากพอแล้ว จึงพยายามเดินไปตรงทางแยก ในใจภาวนาขอให้ใครสักคนอยู่ตรงนั้นและช่วยผม 

"หนีฉันไม่พ้นแล้ว ร้ายนักนะ" 

"อ๊ะ...!" ก่อนมือของชายแปลกหน้าจะเข้าถึงตัวผม ผมก็เผลอชนกับใครคนหนึ่งเข้าตรงมุมพอดี ความรู้สึกกลัวเมื่อครู่กลายเป็นความโล่งใจที่อย่างน้อยผมก็ได้เจอกับใครสักคนที่อยู่ที่นี่

"ช่วยผมด้วย" ผมคว้าจับชุดสูทของเขาตรงอกแน่นไม่ยอมปล่อย ทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครแต่ความรู้สึกของผมบอกว่าอยู่กับเขาแล้วผมจะปลอดภัย

"คนคนนั้นเป็นคนของทางเรา ช่วยส่งมาด้วยครับ อย่าให้ทางเราต้องลงมือกับคุณ"

"ไม่ อย่าทิ้งผม"

เสียงของชายที่ตามผมมาทำให้ผมส่ายหน้าว่าอย่าให้ผมไปกับเขา มือที่จับขย้ำตรงอกเสื้อเขายิ่งจับแน่นมากกว่าเดิม

"เกิดอะไรขึ้นครับคุณอัคคี แล้วคนคนนี้คนรู้จักอย่างนั้นหรือครับ" 

"ใช่ จัดการที่เหลืออยู่ให้ด้วย" 

แค่น้ำเสียงที่ได้ยินทำเอาผมรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก แต่ร่างกายผมตอนนี้มันหนักอึ้งไปหมด แค่จะเงยมองใบหน้าของเขาผมก็ทำไม่ได้

"แต่ว่าธุระที่คุณฟาโรห์ให้คุณไปพบ" 

"ให้คนอื่นไปพบแทน" 

"ครับ" 

แล้วเขาก็โอบเอวผมเดินออกไปอีกทางที่เขาเดินมา ก่อนจากไปผมยังได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นดังตามหลัง แต่ผมไม่มีแรงมากพอที่จะหันไปมองว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างกายที่ไม่มีแรงในตอนแรกยามถูกเขาสัมผัสยิ่งทำให้ร่างกายผมแปลกไป มันร้อนรุ่มและโหยหาอะไรบางอย่าง รู้ตัวอีกทีผมก็ผลักเขาติดกับผนังตรงทางเดินแล้วโน้มลำคอเขาลงมาใกล้กันมากถึงขนาดรับรู้ลมหายใจของกันและกัน

 

+ + + + + + + + + + + + 

ความคิดเห็น