ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 : ​เลือกที่จะไป

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 : ​เลือกที่จะไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2563 15:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 : ​เลือกที่จะไป
แบบอักษร

เลือกที่จะไป 

 

“ผมเผลอหลับไปนานไหมครับ”

“อ่า สักสองชั่วโมงได้ครับ”

ผมรู้สึกตัวแล้ว ทว่าอาการปวดหัวหลังจากดื่มค็อกเทลหนักๆ ก็ทำให้ผมอดด่าทอตัวเองไม่ได้ที่เผลอปล่อยตัวให้เป็นแบบนี้อีกแล้ว ทั้งที่ผมไม่ใช่คนที่ชอบดื่ม 

“เท่าไหร่ครับ” ถึงเวลาที่ผมควรจะกลับห้องได้สักที ก็หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากกางเกง ถ่ายถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความรู้สึกเสียดายที่เผลอใช้อารมณ์แทนเหตุผลจนต้องใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อสิ่งของสิ้นเปลืองออกไป

“มีคนจ่ายให้คุณแล้วครับ”

“ให้ผม” ผมกำลังหยิบยื่นเงินไปให้ แต่บาร์เทนเดอร์กลับปฏิเสธรับเงินของผม

“ครับ แล้วเขายังฝากบอกอีกว่า เสื้อที่ให้คุณไม่ต้องนำมาคืนหรือไม่ก็นำไปทิ้งได้เลยครับ” เพราะยังมีสติไม่เต็มร้อย ผมถึงเพิ่งรู้ตัวว่าสิ่งที่ให้ความอบอุ่นกับร่างกายอยู่ตอนนี้คือเสื้อสูทสีดำที่คลุมไหล่ของผมอยู่

“เขาได้บอกไหมครับว่าชื่ออะไร” กลิ่นน้ำหอมที่ติดอยู่เจือจาง ผมจำมันได้ดี ทำให้ผมรีบถามกลับไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกว่าจะใช่คนที่ผมเคยเจอเขาที่บาร์หรือที่ทำงานของผมหรือเปล่า

“ไม่ได้บอกอะไรไว้ครับ”

“อ่า ขอบคุณครับ”

แล้วทำไมผมถึงต้องรู้สึกเสียใจด้วยนะ ทั้งที่ผมกับเขาคนนั้นก็เป็นเพียงคนที่เดินผ่านกันเท่านั้น คำว่า 'คนรู้จัก'​ คงมากไป เพราะทั้งผมและเขายังไม่รู้จักกันแม้กระทั่งชื่อ แต่เขาคนนั้นกลับทำให้ผมยิ้มออกมาได้ในวันที่แย่ที่สุด

.

.

 

เช้าในวันที่ผมมาเรียนที่มหาลัย ตรงที่นั่งที่ผมนั่งอยู่เป็นประจำโดยมีใครนั่งรออยู่ ทำให้ผมเลือกเปลี่ยนเส้นทางการเดินไปนั่งอีกฝั่งที่ว่างอยู่แทน ผมพยายามมองเมินสายตาของแป้งและเพื่อนร่วมห้องที่มองมาทางผม

ตั้งแต่เมื่อคืนผมก็ได้คิดและตัดสินใจแล้วว่า ผมจะกลับไปเป็นคนเดิม คนที่ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับใครอีก การอยู่คนเดียวคงจะเหมาะกับคนอย่างผมที่สุดแล้ว

"แป้งจะไปสนใจมันทำไม เป็นฉันนะไม่สนใจคนอย่างมันหรอก หน้าด้าน แย่งแฟนคนอื่น" 

"ใช่ แป้งใจดีเกินไปแล้วนะ แบบนี้ไงถึงโดนเอาเปรียบ" 

เสียงของหนิงและชมพู่ที่ว่าถากถางผม ผมพยายามไม่สนใจเพราะผมรู้ตัวดีว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิด ช่วงที่เรียนหนังสือจนจบคาบเรียน ผมก็เก็บของใส่กระเป๋าแล้วรีบเดินออกจากห้อง แต่ก่อนผมจะเดินพ้นขอบประตู ก็มีใครบางคนมายืนดักรอตรงหน้าผม

"น้ำหนึ่ง เกลียดแป้งเหรอถึงพยายามหลบหน้าแป้ง" 

"เราสองคนไม่ควรอยู่ด้วยกันอีก เราไม่คู่ควรเป็นเพื่อนของเธอหรอก" 

ทั้งผมและแป้งเราต่างกันเกินไป มันไม่ควรตั้งแต่แรกแล้วที่เธอจะเป็นเพื่อนผม

"แต่ว่าน้ำหนึ่ง...เพราะข่าวบ้าๆ นั่นใช่ไหม น้ำหนึ่งถึงเปลี่ยนไป น้ำหนึ่งก็รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง" 

"เปล่า เราตัดสินใจด้วยตัวเอง แค่นี้ก่อนนะ"

"น้ำหนึ่ง!" ผมเดินผ่านหน้าเธอไปแต่แรงจับลงที่ข้อมือของผมแรงๆ ทำให้ผมเผลอสบัดมือเธอด้วยความตกใจจนแป้งล้มลงที่พื้น แต่พอผมจะก้มลงไปพยุงตัวเธอ หนิงก็เข้ามาผลักผมจนผมล้ม

" แกยังมีหน้ามายุ่งกับแป้งอีกเหรอ"

"เราไม่ได้ตั้งใจ" ผมไม่ได้ตั้งใจผลักเธอจนล้มลง ผมแค่ตกใจเท่านั้น แต่เหมือนหนิงจะไม่ฟังผมอธิบายใดๆ และเอาแต่ด่าทอผม

"แกผลักแป้งจนล้มยังบอกไม่ได้ตั้งใจ"

"หนิงไม่ใช่แบบนั้นหรอก แป้งผิดเอง" แป้งพยายามจับมือเพื่อนให้ใจเย็นลงก่อน แต่เหมือนจะไม่ได้ผลเพราะหนิงดูโกรธผมมากกว่าเดิมเสียอีก

"เธอหยุดปกป้องมันได้แล้ว คนอย่างมันไม่ควรมาเรียนที่นี่ด้วยซ้ำ" คำพูดของอีกฝ่ายทำเอาผมสะอึก รีบลุกจากพื้นแล้วเก็บกระเป๋าที่ตก เพื่อกลับไปที่ห้องพัก ผมรู้สึกเหนื่อยอีกแล้ว ผมควรจะออกจากตรงนี้ให้ไวที่สุด

"น้ำหนึ่ง วันเกิดแป้ง น้ำหนึ่ง" 

"เธอจะไปญาติดีกับมันทำไมแป้ง" หนิงพยุงเพื่อนที่ล้มลงกับพื้นลุกขึ้น สายตาของแป้งเอาแต่จดจ้องมองตามแผ่นหลังของร่างบางไปจนลับสายตา ถ้าหากยัยหนิงไม่เข้ามาเสียก่อนก็คงไม่เสียแผน

ทั้งที่อีกนิดเดียวแท้ๆ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้! 

 

"น้องน้ำหนึ่ง"

"พี่เนตร"

ผมตกใจไม่น้อยทีเดียวที่พี่เนตรมาดักรอผมที่หน้าคณะ ผมมองซ้ายมองขวาก่อนจะพาพี่เนตรออกมาจากตรงนั้นไปคุยที่ลับตา ถึงผมจะไม่สนใจสายตาคนอื่นๆ แต่พี่เนตร ผมไม่อยากให้คนอื่นมองเขาไม่ดี

"พี่ขอโทษนะที่ทำให้เรื่องทั้งหมดกลายมาเป็นแบบนี้ ทำให้คนอื่นมองน้ำหนึ่งไม่ดี รอพี่อีกนิดนะครับ พี่กำลังแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น" 

"ไม่เป็นไรครับพี่เนตร ผมชินแล้ว" ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือโกหก ผมก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดของพวกเขาที่ไม่ชอบให้มาชอบผมได้หรอกครับ

"ผมขอตัวนะครับ"

"ไปทำงานที่บาร์อีกแล้วเหรอ พี่ไม่อยากให้เราทำ ให้พี่ช่วย... "

"พี่เนตร ผมขอบคุณที่พี่อยากจะช่วยผม แต่ผมรับเงินจากพี่ไม่ได้จริงๆ ครับ" 

ผมรีบพูดแทรกขึ้นมาทันทีเพราะรู้ว่าพี่เนตรจะพูดอะไรออกมา และผมก็ยังยืนยันคำเดิมว่าผมไม่สามารถรับน้ำใจจากอีกฝ่ายได้ มันมากเกินไป

"ไม่มีทางใดที่พี่ช่วยได้บ้างเหรอครับ" 

"แค่อย่าบอกใครเรื่องที่ผมทำงานที่บาร์ก็พอแล้วครับ" ผมระบายยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะขอตัวกลับ เพื่อเตรียมตัวไปทำงานที่บาร์ หลังจากที่ผมไม่ได้ไปทำงานมาถึงสองวัน แน่นอนว่าเมื่อผมมาถึงแทนที่ผมจะถูกว่ากล่าว แต่กลับเป็นสายตาและคำพูดปลอบใจจากเพื่อนร่วมงาน พี่ทายคงบอกปัญหาที่เกิดขึ้นกับผมให้พวกเขารับรู้

"อย่าคิดมากเลยนะน้ำหนึ่ง คำพูดไม่เคยทำร้ายใครได้ แล้วอย่าไปโกรธไอ้ทายมันเลย ที่มันบอกพวกพี่เพราะเป็นห่วงเรา"

"ครับ พี่จอม" มือหนาที่ตบลงมาบนไหล่ ทำให้ผมยิ้มได้อีกครั้ง แล้วตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเอง 

"ผมกลับแล้วนะครับ" เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ผมก็กล่าวลาพี่ๆ เพื่อกลับห้องพักของตัวเองโดยการโบกแท๊กซี่หน้าบาร์ที่มาจอดรับผมพอดี

.

.

 

"นั่นมันน้ำหนึ่งนี่นา"

แป้งที่เดินออกมาจากบาร์พร้อมกับชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายกันมองตามแท็กซี่คันนั้นไปจนลับตา ความจริงเธอเห็นตั้งแต่ตอนเดินออกมาจากบาร์นั่นแล้วเพียงแค่ไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้เธอมั่นใจดีเลยว่าใช่น้ำหนึ่งจริงๆ

ไม่คิดว่างานพิเศษที่อีกคนทำอยู่ตอนนี้คืองานที่บาร์ 

"คนนั้นใช่ไหมคะ ที่เธอบอกพี่" 

"ใช่ค่ะ โอเคไหมคะพี่" แป้งกอดชายหนุ่มข้างกายแน่นมากขึ้น สายตาก็เอาแต่มองชายหนุ่มไม่ผละไปไหนด้วยรอยยิ้ม อีกไม่นานเงินมหาศาลที่เธอต้องการก็จะตกเป็นของเธอ

"ดีมากเลยละ คราวนี้คงจะไม่ต่ำกว่าสามล้าน" 

"ทำไมมันเยอะจังคะ" แป้งตาโตกับจำนวนเงินที่เธอไม่คาดคิดว่ากำลังจะได้มาครอบครอง ทั้งดีใจและไม่พอใจ ที่ผู้ชายประหลาดเพียงคนเดียวกลับมีคนให้ความสนใจมากมายขนาดนี้

"คนกลุ่มพิเศษนี่คะ พวกคนมีเงินเขาชอบกันแบบนี้แหละ ยิ่งครั้งแรกแล้วด้วย ตลาดประมูลคงแข่งกันเป็นระวิง"

"ตอนนี้ใครนำอยู่เหรอคะ" 

"คนที่ชื่อ King's แต่คงเป็นนามแฝง เรื่องแบบนี้ไม่มีใครบอกกันได้หรอกนะคะ เธอทำใจให้สบายแล้วอีกสองวันอย่าลืมพาคนคนนั้นมาที่นี่" 

"ได้ค่ะ คนอย่างแป้งไม่เคยพลาด"

.

 

king's : ฉันได้ส่งของขวัญวันเกิดล่วงหน้าให้นายแล้วนะเพื่อนรัก อย่าลืมไปรับตามที่อยู่ที่ฉันได้ให้ไว้ นายจะต้องชอบและขอบคุณฉันอย่างแน่นอน คุณอัคคี หิรัญไพรบูล :) 

Akkee : ​​​​​​...? 

 

+ + + + + + + + + + + + 

ความคิดเห็น