ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 : ​เรื่องเข้าใจผิด

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 : ​เรื่องเข้าใจผิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2563 15:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 : ​เรื่องเข้าใจผิด
แบบอักษร

เรื่องเข้าใจผิด 

 

"น้ำหนึ่ง แป้งขอคุยด้วยหน่อยสิ"

เช้านี้ที่ผมเดินมามหาลัยก็เห็นแป้งยืนดักรอผมตรงหน้าห้องเรียนด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย เรื่องที่ผมได้ยินจากปากพี่เนตรเมื่อคืนวานยังทำให้ผมรู้สึกสับสนที่เข้าใจผิดมาโดยตลอด แล้วก็ยังอีกเรื่อง เรื่อง...

"น้ำหนึ่ง ให้อภัยแป้งได้ไหม แป้งขอโทษที่แป้งนำเงินที่พี่เนตรฝากมาให้ไปใช้จ่ายค่ารักษาเจ้ากาแฟ น้ำหนึ่งก็รู้ว่ากาแฟมันเป็นสุนัขขี้โรค แป้งไม่อาจทิ้งมันให้ตายได้ แป้ง.... ฮือ"

ผมตกใจมากทีเดียว ที่แป้งทรุดลงกับพื้นจับขากางเกงผมร้องไห้ฟูมฟายอย่างน่าสงสาร ทำเอาผมเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูกเพราะไม่เคยเห็นเธอเป็นแบบนี้มาก่อน

"แป้งลุกก่อนไปคุยกันตรงนู้นดีกว่านะ เราไม่ได้โกรธ" ผมหันซ้ายหันขวามองคนที่เดินผ่านมองมาทางเราสองคนแล้วก้มหน้าซุบซิบกันมากมายทีเดียว ถึงผมจะไม่สนใจเรื่องภายนอกแต่ผมก็ไม่ชอบที่ถูกเป็นที่สนใจของทุกคนเช่นกัน ยิ่งแป้งเป็นผู้หญิง ผมเป็นผู้ชายมันคงดูไม่ดีนัก แป้งยอมลุกเดินตามผมมาแล้วและพากันมานั่งตรงโต๊ะม้าหินอ่อนที่อยู่มุมตึกไม่มีคนเดินพลุกพล่าน เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นเช็ดน้ำตาเบาๆ ผมเองก็เพียงนั่งเงียบๆ เป็นเพื่อนเธอเท่านั้น

"ถ้าคุณพ่อโอนเงินให้แป้งแล้ว แป้งจะรีบนำมาคืนให้น้ำหนึ่งนะ"

"เงินนั่นไม่ใช่ของเรา แป้งควรนำไปคืนพี่เนตร เรารับไว้ไม่ได้หรอกเงินมากมายขนาดนั้น" ถึงผมจะรู้สึกไม่พอใจที่แป้งรับเงินจากพี่เนตรมาโดยไม่ปรึกษาอะไรผม แต่เรื่องที่มันผ่านไปแล้วผมก็ได้แต่ยอมรับมันแล้วแก้ไข แล้วก็เงินจำนวนมากมายขนาดนั้นผมรับไว้ไม่ได้จริงๆ เพราะมันเป็นเงินของพี่เนตร ผมไม่อยากติดหนี้บุญคุณใคร

"อื้อ แป้งจะไปคืนพี่เนตร ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกอะไรเลย แป้งเป็นเพื่อนที่แย่ที่สุด"

"เรื่องมันผ่านมาแล้ว อย่าคิดมาก เราแค่ตกใจนิดหน่อยที่ได้ยินจากปากของพี่เนตร"

"น้ำหนึ่งไม่ชอบพี่เนตรเหรอ"

"เราไม่ได้คิดกับพี่เนตรในเชิงนั้น เรานับถือเขาเป็นรุ่นพี่คนหนึ่งมากกว่า" ถึงจะไม่เคยรู้จักคำว่า รัก แต่กับพี่เนตรผมก็รับรู้ได้ทันทีว่าไม่ได้คิดกับอีกฝ่ายมากไปกว่าการเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่รู้จักกัน พี่เนตรเป็นผู้ชายที่ดี ผมเชื่อว่าเขาจะได้พบเจอคนที่ดีกว่าผมที่ไม่มีอะไรเลย

"ขอบคุณน้ำหนึ่งมากนะที่เข้าใจแป้ง"

"เรารีบกลับขึ้นห้องกันเถอะ"

"อื้อ" ผมที่เห็นว่าเราออกมากันนานพอสมควรแล้วก็ถึงเวลาไปเรียน แม้จะได้รับสายตาแปลกๆ จากเพื่อนร่วมห้องมองมาที่ผมกับแป้งอยู่ตลอด ผมก็พยายามไม่ใส่ใจ จนกระทั่งหลังเลิกเรียนคาบเช้า ผมที่กำลังจะเดินไปโรงอาหารคณะอย่างทุกทีนั้นก็เจอกับใครโดยบังเอิญเข้าตรงประตูทางออก

"พี่เนตร" ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงนั้นมองมาทางผมกับแป้ง ก่อนแป้งจะหันมาพูดกับผมน่าเศร้าแล้วเดินจากไปเงียบๆ

"แป้งขอตัวก่อนนะน้ำหนึ่ง แป้งนึกขึ้นได้ว่าลืมเอาชีทงานที่หนิง" เมื่อเธอจากไปแล้วพี่เนตรก็เดินตรงมาหาผมแล้วชวนไปนั่งโต๊ะกินข้าวด้วยกัน แน่นอนว่าผมไม่อาจปฏิเสธน้ำใจของอีกฝ่ายได้ในเมื่อโรงอาหารเต็มไปด้วยผู้คนที่แย่งกันจับจองที่นั่ง และพี่เนตรเองก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องเมื่อคืนให้ผมไม่สบายใจอีกด้วย

"น้องน้ำหนึ่งเลิกเรียนกี่โมงครับ"

"สามโมงครับ" วันนี้ผมมีเรียนอีกวิชาเดียวในช่วงบ่าย

"พี่เองก็เลิกเวลานั้นพอดี พี่ไปส่งนะครับ"

"ไม่เป็นไรครับพี่เนตร ผมเกรงใจ" ทุกทีผมก็เดินกลับหอเองตลอด ผมไม่อยากรบกวนอีกฝ่าย

"พี่เต็มใจ อย่าปฏิเสธพี่เลยนะครับ ถ้าน้ำหนึ่งปฏิเสธพี่คงเสียใจมาก"

"อ่า ครับ" ใบหน้าเศร้าของพี่เนตรทำให้ผมยอมรับปากให้อีกฝ่ายไปส่งในช่วงเย็น แค่ตอบตกลงใบหน้าของพี่เนตรก็กลับมายิ้มสดใสดังเดิมอีกครั้ง ผมไม่เข้าใจว่าการที่พี่เนตรไปส่งผมที่หอมันมีอะไรดีถึงทำให้อีกฝ่ายยิ้มออกมาได้แบบนั้น

"เดี๋ยวพี่รอที่ห้องสมุดนะครับ" หลังจากนั้นผมกับพี่เนตรก็แยกย้ายกันไปเรียน ช่วงที่ผมขึ้นไปยังห้องเรียน ผมก็เห็นแป้งนั่งอยู่กับหนิงที่โต๊ะด้วยใบหน้าเศร้าๆ และมีเพื่อนๆ รุมล้อมกันเต็มไปหมด แต่พอผมเดินเข้าไปทุกคนก็แยกย้ายกันไปนั่งที่ของใครของมันพร้อมกับมองมาที่ผมแปลกๆ อีกครั้ง ผมไม่ชอบเลยความรู้สึกนี้ทั้งที่ผมพยายามไม่ใส่ใจแล้ว จนถึงชั่วโมงสุดท้ายพี่เนตรก็เดินมาหาผมที่ห้องแทนการรอที่ห้องสมุดอย่างที่อีกฝ่ายว่า เสียงซุบซิบนินทาในห้องเรียนก็ดังขึ้นเรื่อยๆ จนผมรู้สึกอึดอัด

"เรากลับก่อนนะ"

"อื้อ ไม่ต้องเป็นห่วงแป้งหรอกนะน้ำหนึ่ง แป้งเข้าใจ" คำพูดแปลกๆ ที่เธอพูดออกมาทำให้ผมมองอย่างไม่เข้าใจ ผมเพียงยิ้มแล้วรีบเดินออกไปโดยมีพี่เนตรเดินตามหลังผมมาติดๆ จนรถคันหรูขับมาถึงที่หอพัก ช่วงที่ผมกำลังเปิดประตูลงจากรถพี่เนตรก็เอื้อมมือมาจับมือผม

"มีอะไรหรือเปล่าครับ"

"พี่... อ่า"

"เดี๋ยวผมขอรับโทรศัพท์ก่อนนะครับ"

"ไว้คุยกันทีหลังก็ได้ครับ" พี่เนตรยอมปล่อยมือผมลงให้ผมรับโทรศัพท์ที่โทรสายเข้ามาพอดี เบอร์โทรของคนที่ผมไม่ได้คุยกับอีกฝ่ายมานานทีเดียวหลังจากหนีมาเรียนที่กรุงเทพ 'แม่เลี้ยง' และคำพูดของคนที่ไม่ได้พูดคุยกันมานาน ประโยคแรกก็ไม่พ้นเรื่องเงิน

ที่ผมเรียกเธอว่าแม่เลี้ยงเพราะว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของผมท่านเสียไปนานแล้วตอนผมอายุสิบห้าปี แน่นอนว่าญาติทางฝั่งของพ่อกับแม่ไม่มีใครอยากอุปการะผมเพราะพวกเขาก็มีภาระมากพอแล้ว ผมเข้าใจดีจึงไม่คิดโทษถือโกรธเพราะเงินที่เหลืออยู่ก็พอให้ผมได้ใช้จ่ายไปได้อีกหลายเดือน แต่น้าพิมพ์น้องสาวของแม่ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งที่ผมไม่รู้จัก และบอกว่าจะช่วยดูแลผม นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเงินทุกบาททุกสตางค์ของพ่อแม่ที่เหลืออยู่น้าพิมพ์ก็เอาไปถือไว้ บอกว่าผมนั้นเด็กเกินไปจะช่วยเก็บรักษาให้ จนกระทั่งผมอยู่มอหก ผมต้องใช้เงินจำนวนมากในการเรียนต่อ น้าพิมพ์ก็เผลอพูดออกมาตอนเมาว่าเธอนั้นเอาเงินของพ่อแม่ผมไปใช้จนหมดแล้วและจะให้ผมออกจากโรงเรียนไปรับจ้างหาเงินมาให้เธอใช้

ผมเสียใจมากทีเดียวจึงหนีออกจากบ้านรีบทำงานหาเงินเพื่อจะให้พอใช้จ่ายค่าเทอมมหาลัยรัฐบาลที่ผมสอบเข้าได้อย่างเฉียดฉิว ผมเหนื่อยมากช่วงนั้นแต่ผมก็ผ่านมันมาแล้ว แต่พอวันนี้เธอโทรมา ผมคิดว่าเธอนั้นจะกลับตัวได้แล้ว แต่ไม่เลยเธอยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปจากตอนนั้น แต่ผมเองก็รู้สึกชินชากับมันไปแล้วด้วยเหมือนกัน

"ตอนนี้ผมเองก็ลำบากครับน้าพิมพ์ ผมต้องขอโทษด้วย ผมคงให้ไม่ได้"

(น้ำหนึ่ง น้ำหนึ่ง แกต้องหาให้ฉันเดี๋ยวนี้ ฉันกำลังลำบากต้องการเงินสองหมื่น ไม่อย่างนั้นฉันต้องแย่แน่ๆ ทั้งที่อุตส่าห์ดูแลแกมาตอนพ่อแม่แกตาย แกจะตอบแทนฉันแบบนี้เหรอ!)

"ผมเหนื่อย แค่นี้นะครับ" ผมกดตัดสายทิ้งทันที ช่วงนี้เรื่องเรียนและเรื่องทำงาน มันก็หนักพออยู่แล้ว ถึงมันจะทำให้ผมดูเป็นเด็กไม่ดี อกตัญญูก็ตามที

หลังจากวางสายจากเธอผมก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงหลับตาลงให้กับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ทั้งหมด ผมเหนื่อยมากจริงๆ ช่วงนี้มีเรื่องประดังประเดเข้ามาในชีวิต ผมตั้งรับไว้ไม่ทัน

"อ่า หนึ่งทุ่มแล้วเหรอ" ผมคิดว่าผมคงไปทำงานที่บาร์ไม่ทันแล้ว กำลังจะโทรบอกพี่ทายว่าผมขอลาหยุดงานวันนี้ แต่สายที่โทรเข้ามาเสียก่อนทำให้ผมรีบกดรับสายอีกฝ่ายทันที

"พี่ทาย"

(น้ำหนึ่ง)

ทั้งผมและพี่ทายพูดออกมาพร้อมกัน มันทำให้ผมชะงักทันทีเพราะปลายสายเหมือนจะมีเรื่องไม่ดีถึงได้ใช้น้ำเสียงร้อนรน มันยิ่งทำให้ผมเป็นกังวลตามไปด้วย

"ครับ"

(วันนี้พี่ลาหยุดงานให้เราแล้ว พี่เข้าใจว่าน้ำหนึ่งคงไม่สบายใจที่ได้เห็นโพสนั้นเข้า แต่พี่เชื่อว่าน้ำหนึ่งไม่ใช่คนแบบนั้น มันต้องมีเรื่องเข้าใจผิด พรุ่งนี้พี่ไปหานะครับ น้ำหนึ่งปิดโทรศัพท์ไปเลยนะ อย่าไปอ่านแนวคิดลบๆ เหล่านั้นจะยิ่งทำให้ไม่สบายใจ)

เสียงของพี่ทายที่พูดรัวออกมานั้นทำให้ผมงงไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนที่ดังเข้ามาจากเจ้าแอพสีน้ำเงินทำให้ผมรีบเปิดเข้าไปดูแล้วก็ต้องตกใจ ทั้งกล่องแชท คำขอเป็นเพื่อน หน้า News Feed และ Profile มีใครส่งมามากมายเต็มไปหมด ทั้งที่ผมไม่ชอบเล่นโซเซียล มันเกิดอะไรขึ้น แล้วพอผมเลื่อนไปเจอโพสๆ หนึ่งที่ติดแท๊กเข้ามา ข้อความและจำนวนคนกดไลค์มากมายนับพัน และคำพูดแง่ลบใต้โพส ทำให้ผมงุนงงไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้น

 

Nanny อยู่กับ Namnung 

จำได้ไหมเอ่ยว่านี่รถของใคร แนนนี่รู้นะคะว่าครึ่งมหาลัยรู้จักดีเลยละ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเพราะเรื่องที่แนนนี่จะบอกก็คือว่ามีคนหน้าด้านที่ชื่อว่า NN. แอบกินลับหลังเพื่อน ทั้งที่รู้ว่า P. กับ P'N. เป็นแฟนกันก็ยังหน้าด้านแย่งผัวชาวบ้าน หน้าดูซื่อๆ แต่แรดเงียบ ปล.วันนี้มีมารับมาส่งถึงที่ห้องเรียนด้วยนะคะ ไม่รู้ไปกินกันไหนต่อไหนแล้ว #SaveP.

​ Ploy และ คนอื่นๆ อีก 3150 คน       ความคิดเห็น 872 รายการ 

 

Ploy : ฉันรู้จัก NN. น้ำหนึ่ง บริหารปีหนึ่ง ทั้งที่ P. แป้งอุตส่าห์ยอมลดตัวไปเป็นเพื่อนด้วยก็ยังทำร้ายได้ลงคอ

King : โอ๋ น้องแป้งคนสวยมาซบอกพี่ได้นะครับ

Umi : พี่เนตรต้องถูกน้ำหนึ่งล่อลวงแน่ๆ เพื่อนกันแท้ๆ นังงูพิษ 

Milk : P. น่าสงสารมาก ร้องไห้ฟูมฟายอ้อนวอนกอดขาน้ำหนึ่งที่ห้องเรียน แล้ว P'N ก็ยังมาเย้ยพา NN. ไปกินข้าวที่โรงอาหาร แล้วช่วงเย็นก็มารับถึงที่ห้องกลับด้วยกัน

Pang : อย่าว่าน้ำหนึ่งเลยนะคะ มันแค่เรื่องเข้าใจผิด พี่เนตรชอบน้ำหนึ่งไม่ได้ชอบแป้ง

ผมอ่านข้อความเหล่านั้นสักพักแล้วรีบปิดเจ้าแอพสีน้ำเงินลงทันที ผมไม่ได้สนใจเรื่องอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่ความรู้สึกตอนนี้คือผมไม่ได้โกรธมาก โกรธที่พวกเขากล่าวหาผมทั้งที่ไม่รู้ความจริงว่าอะไรเป็นอะไร แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นพี่เนตรที่โทรมาหาผมเพราะอีกฝ่ายก็ถูกโจมตีเหมือนอย่างที่ผมโดนอยู่ในตอนนี้เช่นกัน น้ำเสียงร้อนรนของอีกฝ่ายที่แสดงความเป็นห่วงชัดเจนและบอกว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้

ถ้าหากมันไม่ได้กระทบในชีวิตประจำวันของผม ผมก็ไม่คิดใส่ใจอยู่แล้วเพราะข่าวพวกนี้มาไวไปไว ไม่นานทุกคนก็ลืมๆ ไปเอง แต่เหมือนผมจะคิดผิดยามพี่ทายมารับผมที่หอพักและมาส่งผมที่คณะในตอนเช้า...

ซ่า!

น้ำในแก้วพลาสติกสีใสถูกสาดมาอย่างแรงทำให้ชุดนักศึกษาของผมชุ่มไปด้วยน้ำเหนียวหนืดสีแดงเลอะเปอะเปื้อนเต็มไปหมด ผมมองผู้หญิงตรงหน้าของผมอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงทำแบบนี้ แล้วไหนคนที่เดินไปมารอบข้างต่างก็มองมาทางผมอย่างสะใจที่เห็นผมถูกกระทำ

"หึ สมน้ำหน้า ไอ้คนหน้าด้านแย่งแฟนคนอื่น" เธอคนนี้ชื่อชมพู่ ถ้าผมจำไม่ผิดเหมือนจะอยู่ในกลุ่มของหนิงเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันช่วงมัธยมกับแป้ง ทั้งที่ผมไม่เคยมีปัญหากับเธอทำไมเธอถึงทำร้ายผมได้ขนาดนี้

"เธอกำลังเข้าใจผิด เราไม่ได้คิดแย่งแฟนแป้ง พี่เนตรเขาบอกกับเราว่าเขาชอบเรา"

"ใครจะเชื่อแกให้โง่ คนอย่างพี่เนตรเขาไม่ลดตัวไปคบกับคนอย่างแกหรอก แกนั่นแหละที่ให้ท่าพี่เนตร"

"เธอจะเชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ" การมานั่งอธิบายให้คนที่มีอคติกับเราฟังก็คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดของเธอได้ ในเมื่อไม่สามารถกลับไปเรียนในสภาพนี้ได้แล้ว ผมจึงเลือกที่จะเดินกลับห้องของตัวเอง ช่วงที่เดินอยู่พลันสมองก็คิดทบทวนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ในสายตาของคนอื่น ผมดูแย่มากเลยอย่างนั้นเหรอ ทั้งที่ผมเลือกที่จะอยู่ตัวคนเดียวมาโดยตลอดไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร 

"รับอะไรดีครับ"

"ผมไม่ด...ขอค็อกเทลก็ได้ครับ DRY MARTINI" ร้านอาหารกึ่งบาร์ใกล้ๆ กับที่พักของผมที่นานครั้งผมจะพาตัวเองมาอยู่ที่นี่ DRY MARTINI คือคำตอบในตอนนี้ ไม่ใช่ว่าผมไม่ห่วงตัวเองแต่ระบบการรักษาความปลอดภัยของที่นี่ดีเยี่ยมแม้ผมจะเมามายไม่ได้สติก็ตามที เสียงเพลงที่คอลดังภายในร้าน เสียงผู้คนที่เดินทางมารับประทานอาหารพบปะพูดคุยกันไม่ได้ทำให้ผมสนใจเพราะตอนนี้ผมกำลังเหนื่อย ผมอยากจะพัก แค่วันนี้แล้วพรุ่งนี้ผมจะกลับไปเป็นน้ำหนึ่งคนเดิม

"รับอะไร..."

"เปล่า"

ผมที่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะด้วยความรู้สึกมึนเบลอกับเจ้าค็อกเทลเพียงแก้วเดียว เสียงแว่วๆ ที่คุยกันอยู่ใกล้ๆ ไม่สามารถทำให้ผมลืมตาอันแสนหนักอึ้งไปมองอีกฝ่ายได้ว่าใครกันที่นั่งอยู่ข้างกันกับผม ก่อนจะรับรู้ถึงอะไรบางอย่างที่ปกคลุมมาด้านหลังช้าๆ ความอบอุ่นของมันทำให้บรรยากาศภายในร้านที่หนาวเหน็บด้วยเครื่องทำความเย็นไม่สามารถทำอะไรผมได้ ผมกระชับมันเข้าหาตัวเองแน่นพร้อมกับรอยยิ้มบางเบาเพราะผมรู้สึกเหมือนกับตอนนี้ว่าผมไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว

 

+ + + + + + + + + + + 

ความคิดเห็น