ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 : ความเชื่อใจ ร้ายที่สุด

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 : ความเชื่อใจ ร้ายที่สุด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2563 15:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 : ความเชื่อใจ ร้ายที่สุด
แบบอักษร

ความเชื่อใจ ร้ายที่สุด 

 

"น้ำหนึ่งอย่าเพิ่งลงจากรถ"

"ครับ"

ผมหันไปมองพี่ทายที่คว้าจับมือผมไม่ยอมให้ลงจากรถ หลังจากที่อีกฝ่ายมารับผมที่หอพักก่อนเราสองคนจะเดินทางมาที่บาร์พร้อมกัน ใบหน้าของพี่ทายที่มองผมในยามนี้คล้ายกับพี่เนตรที่มองผมเหมือนครั้งนั้นไม่มีผิด

"น้ำหนึ่งกับแป้งรู้จักกันมานานหรือยัง เออ...พี่ไม่ได้อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวอะไรเราหรอกนะ แต่เรื่องนี้พี่..."

"อ่า ประมาณสามสี่เดือนครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ"

พี่ทายดูไม่สบายใจยามพูดชื่อแป้งให้ผมได้ยิน ความจริงแล้วผมกับเธอก็เพิ่งจะเป็นเพื่อนกันได้ไม่นานมานี้เอง ถ้าจะถามเรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวเธอผมก็ตอบได้ไม่มากเช่นกัน 

"พี่จะพูดว่ายังไงดี เพราะพี่ก็เพิ่งจะได้พูดกับเธอวันนี้ พี่รู้สึกเหมือนกับว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรในใจ อ่า...พี่อาจจะคิดไปเองก็ได้ แต่พี่ก็อยากให้น้ำหนึ่งระวังตัว"

"ขอบคุณครับพี่ทาย ผมจะระวังตัว"

ผมกับแป้งก็ไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันอยู่แล้วเพราะผมต้องทำงาน จะเจอเธอก็เฉพาะช่วงที่เรียนในมหาลัยเท่านั้น ก่อนผมกับพี่ทายจะแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง วันนี้ก็ยังคงเหมือนในทุกๆ วันที่มีออเดอร์เข้ามามากช่วงดึกจึงทำให้งานครัวมือระวิงทีเดียว

"อ่าว โต๊ะสิบห้ายังไม่มีใครเอาไปเสิร์ฟอีกเหรอวะ" พี่จอมตะโกนดังขึ้น ทำเอาผมที่กำลังจัดจานถึงกับสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อย ทุกคนที่อยู่ในครัวเองก็มีอาการไม่ต่างจากผมเท่าไหร่นัก

"น้ำหนึ่งไปเสิร์ฟให้ลูกค้าที"

"แต่ว่าผม..." เรื่องเมื่อครั้งที่แล้วผมยังรู้สึกขยาดไม่หาย ผมอาจจะไม่ถูกชะตากับงานเสิร์ฟก็ได้ ครั้งนี้ผมถึงส่ายหัวรัวๆ ว่าขอไม่ทำงานนี้

"แค่โซนด้านล่างติดประตูฝั่งขาเข้า เสิร์ฟเสร็จเดินกลับมาเลย แต่ถ้ามีใครทำอะไรบอกไอ้ทายที่ยืนตรงนั้นได้ทันที พี่จอมรับผิดชอบเอง"

"ก็ได้ครับ" ผมที่เห็นคนอื่นเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานตัวเองก็ยอมหยิบจานเดินไปเสิร์ฟที่โต๊ะสิบห้าตามออเดอร์ โซนด้านล่างผมเคยเดินออกไปแต่ไม่ได้บ่อยนัก และทุกครั้งก็มีพี่ทายเดินอยู่ข้างกายพอมาวันนี้ผมรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูกที่ต้องเดินฝ่าฝูงชนไปที่โต๊ะ

"น่ารักจัง" ช่วงที่ผมเดินอยู่ ก็มีใครไม่รู้ถือวิสาสะจับสะโพกผม พอผมหันไปมองด้านหลังผู้ชายคนนั้นก็มองมาที่ผมยิ้มๆ มันน่าขยะแขยงจนผมต้องรีบเดินเพื่อรีบทำหน้าที่ของตัวเองให้เรียบร้อย แน่นอนว่ามือไม้ที่ยื่นมาจับ ผมพยายามไม่ใส่ใจแล้วแต่บางครั้งมันก็มากเกินไปจริงๆ อย่างผู้ชายคนนี้ที่ถือวิสาสะคว้าจับมือของผมแล้วลุกขึ้นเต็มความสูงขวางไม่ให้ผมเดินไปเสิร์ฟ

"เดี๋ยวสิครับคนสวย หยุดคุยกันก่อน"

"ผมต้องทำงานนะครับ รบกวนช่วยปล่อยมือจากผมด้วย" ผมพยายามว่าอย่างใจเย็น กลิ่นแอลกอฮอล์ที่มาจากชายคนนี้ทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังเมา และผมไม่ควรถือสาคนเมา พยายามจะแกะมือจากเขาออกแต่ก็ไม่เป็นผล ยิ่งเขาเข้าใกล้ผมเรื่อยๆ ผมก็เผลอเดินถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว

"อ๊ะ...!"

"ซุ่มซ่าม" ผมชนกับคนที่อยู่ด้านหลังอย่างไม่ตั้งใจ ชายหนุ่มคนนั้นคว้าจับที่เอวของผมได้ทันทำให้ผมกับจานอาหารในมือไม่ได้หล่นไปอยู่ที่พื้น กลิ่นน้ำหอมที่ผมคุ้นเคยทำให้ผมหันไปมองใบหน้าเขาอย่างตกใจไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกครั้ง ที่ต่างไปคงจะเป็นเสื้อผ้าไม่ใช่สูทเต็มยศแต่มีเพียงเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาว ทำให้เขาดูเด็กว่าเดิมเล็กน้อย ที่เหมือนเดิมคงจะเป็นใจของผมที่ยังคงเต้นแรงอย่างครั้งแรกที่เราเจอกัน 

"นายเกะกะทางเดินของฉัน" เขาเพียงปรายตามองผมก่อนจะปล่อยมือที่ประคองเอวของผมลง แล้วเดินไปหยุดยืนตรงหน้าของชายหนุ่มที่ยังจับมือของผมไว้แน่น ก่อนจะถูกจับแยกออกจากกันแรงพอสมควรแล้วเขาก็เดินแทรกไปตรงกลางอย่างไม่เข้าใจ เมื่อผมเป็นอิสระแล้วผมก็รีบเดินไปทำหน้าที่ของตัวเองตรงโต๊ะสิบห้า ผมรีบวางจานอาหารเพื่อจะได้รีบกลับไปทำงานของตัวเองแต่กลายเป็นว่าผมดันเจอคนรู้จักเข้าเสียก่อน

"น้ำหนึ่ง"

"พี่เนตร" ผมเอ่ยชื่อของอีกฝ่ายสั่นๆ คนที่ผมไม่อยากให้รู้เรื่องงานของผมมากที่สุดคือคนใกล้ตัว เพราะผมกลัวว่าเขาจะเอาเรื่องที่ผมทำงานพิเศษในสถานที่อโคจรไปบอกอาจารย์แล้วผมจะไม่ได้ทำงานที่นี่อีก 

"คนรู้จักเหรอวะ"

"น่ารักดีวะ" เสียงเพื่อนๆ ของพี่เนตรไม่ได้ทำให้ผมสนใจเท่ากับชายหนุ่มที่เอาแต่จ้องมองผมก่อนเขาจะลุกจากที่นั่งแล้วพาผมเดินไปอีกฝั่งไม่ใกล้ไม่ไกล

"น้ำหนึ่งมาทำอะไรที่นี่"

"ผม...ผม"

"บอกพี่"

"ผมมาทำงานครับ พี่เนตรอย่าบอกเรื่องนี้กับใครเลยนะครับ ไม่อย่างนั้นผมคงลำบาก" ผมเอ่ยขอร้องอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะโกรธที่เห็นผม แต่ผมยอมให้พี่เขาผิดหวังในตัวผมดีกว่าผมไม่สามารถทำงานที่นี่ได้อีก พี่เนตรยังคงยืนจ้องผมอย่างนั้นก่อนชายหนุ่มจะถ่ายถอนหายใจออกมาแรงๆ

"เงินที่พี่ให้ไปมันยังไม่พอใช้หรือไง น้ำหนึ่งถึงต้องมาทำงานให้ตัวเองเหนื่อยอยู่แบบนี้"

"พี่พูดอะไร" น้ำเสียงโกรธๆ ของอีกฝ่ายทำให้ผมที่ยืนอึ้งไม่เข้าใจ อะไรเงินไม่พอใช้ เกี่ยวอะไรกับผม

"เงินที่พี่ฝากแป้งให้น้ำหนึ่งทุกเดือนเดือนละสองหมื่น น้ำหนึ่งบอกพี่สิครับว่าต้องการเพิ่มอีกเท่าไหร่ พี่จะเพิ่มให้แลกกับการที่น้ำหนึ่งไม่ต้องมาทำงานในที่แบบนี้"

"พี่เนตรผมไม่เข้าใจ" ยิ่งพี่เขาพูดออกมาผมยิ่งส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ พี่เนตรชอบแป้งไม่ใช่เหรอ ทำไมสิ่งที่พี่เขาพูดมาถึงเกี่ยวกับตัวผม จนกระทั่งมือของเขายื่นมากุมมือของผมไว้แน่นทั้งสองข้าง สายตาที่มองผมอย่างจริงจังทำให้ผมแทบหยุดหายใจ

"พี่ชอบน้ำหนึ่ง ที่ผ่านมาที่พี่อยู่ใกล้แป้งเพราะพี่อยากให้เธอช่วยให้พี่ได้อยู่ใกล้กับน้ำหนึ่ง ให้ช่วยจีบน้ำหนึ่ง เพราะแป้งคือเพื่อนสนิทที่พี่เห็นอยู่กับน้ำหนึ่งมากที่สุด พี่ไม่สามารถทนเก็บคำว่าชอบได้อีกแล้วถึงแม้ว่าแป้งจะบอกว่ายังไม่ถึงเวลา มันนานมากแล้วจริงๆ พี่ขอบอกมันวันนี้ ตรงนี้เลยแล้วกัน แต่น้ำหนึ่งยังไม่ต้องให้คำตอบกับพี่ก็ได้ พี่รอได้"

"คะ...ครับ พี่เนตรผมกำลังสับสน"

"ทำอะไรพนักงานของเราครับ" ผมเริ่มทำตัวไม่ถูกที่ถูกคนใกล้ตัวสารภาพรักอย่างกะทันหันแถมยังเป็นคนที่ผมเข้าใจผิดมาตลอดว่าเขาคือคนรักของเพื่อนอย่างแป้ง แต่ทว่าพี่ทายก็เข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างเรา พี่ทายที่เห็นเหมือนผมคล้ายคนที่ถูกรังแกก็รีบจับมือผมขอตัวออกจากพื้นที่แห่งนั้นเพื่อพาไปส่งที่ห้องครัว

"ถูกทำอะไรหรือเปล่า"

"เปล่าครับ เขาเป็นรุ่นพี่คณะของผม" แม้จะยิ้มออกไป แต่ข้างในใจก็ยังคงหวั่นกลัวไม่หาย

"แย่เลยสิ"

"พอสมควร ถ้าเรื่องนี้ถึงหูอาจารย์ผมคงถูกให้ออกจากงาน" งานกลางคืนอาจไม่ใช่เรื่องผิดของเด็กมหาลัยที่จะทำงานพิเศษส่งตัวเองเรียน แต่ผมที่อายุยังไม่บรรลุนิติภาวะก็ยังคงผิดอยู่ดี

"ไม่เป็นไร ถ้าเกิดอะไรขึ้นพี่จะช่วยเราเอง"

"ขอบคุณครับ" คำพูดของพี่ทายทำให้ผมรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก อาจเป็นเพราะว่าอีกฝ่ายคอยช่วยเหลือผมมาโดยตลอด ผมถึงได้อุ่นใจเมื่อพี่เขาบอกว่าจะช่วยผม

"ไปทำงานของตัวเองได้แล้ว พี่จอมคงบ่นน่าดูที่ลูกมือชั้นดีหายไปนาน"

"นั่นสิครับ" ผมรีบกลับเข้าไปทำงานของตัวเอง แน่นอนว่าพอพี่จอมเห็นผมก็บ่นยกใหญ่ว่าหายไปนาน นึกว่าถูกพวกลูกค้าลากกลับด้วย บอกว่าเกือบจะออกไปตามผมแล้วและจะไม่ให้ผมออกไปเสิร์ฟอีกเป็นครั้งที่สอง

ผมเพียงยิ้มถึงภายนอกแกจะดูโผงผาง แต่แกเป็นคนที่มีจิตใจดีคนหนึ่งเชียวละ มันทำให้ผมเริ่มที่จะรักงานที่นี่ อยากจะทำงานร่วมกับทุกคนไปนานๆ

.

.

'วันนี้พี่บอกชอบน้องน้ำหนึ่งแล้วนะครับ ต่อจากนี้ไปพี่จะพยายามด้วยตัวเองไม่รบกวนแป้งแล้ว ที่ผ่านมาพี่ขอบใจเรามากที่คอยช่วยเหลือพี่มาตลอด' 

"กรี๊ดดดดดดด! เป็นเพราะแกไอ้น้ำหนึ่ง ทำไมต้องมีแต่คนรักแกด้วยวะ ทำไม ผู้ชายทุกคนถึงพยายามเข้าหาแกตลอด ทำไมไม่เป็นฉัน ทั้งที่ฉันสวยกว่า เก่งกว่าแกเป็นร้อยเท่า ทำไม ทำไม!" แป้งเอามือทุบตีหมอนใบโตของตัวเองอย่างรู้สึกอัดอั้นเต็มอกยามเห็นข้อความจากพี่เนตรส่งมา ผู้ชายที่เพียบพร้อมทั้งฐานะและหน้าตาอย่างอีกฝ่ายทำไมถึงไม่สนใจเธอแต่กลับไปสนใจไอ้คนที่ไม่มีอะไรดีสักอย่างอย่างมัน ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งกรี๊ดลั่นห้อง

"แบบนี้ของแพงๆ กับงินที่ฉันหลอกเอามาจากพี่เนตรก็อดได้แล้วสิ" เมื่อเริ่มคิดได้ดังนั้น เธอก็เริ่มมานั่งเครียด เงินที่เธอใช้จ่ายทุกวันนี้ก็เอามาจากพี่เนตรเสียส่วนใหญ่ หากอีกคนไม่พึ่งพาเธอแล้ว แบบนี้เธอจะทำยังไง ทั้งค่าเช่าคอนโดแพงๆ ของหรูๆ ที่เธอต้องตามเทรนด์อยู่ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้น้อยหน้าคนในห้อง ก่อนจะนึกได้ว่ามีอีกทางที่ทำให้เธอหาเงินได้เร็วๆ

"อ่า นี่ฉันลืมไปได้ยังไง ในเมื่อของที่มีราคาแพงอยู่ใกล้ตัว" อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดของเธอแล้วด้วย ในวันนั้นเงินมหาศาลก็จะตกมาเป็นของเธอในทันที

"จะโทษก็โทษตัวเองนะน้ำหนึ่ง เพราะนายมันโง่เอง"

 

+ + + + + + + + + + + + + + + + 

ความคิดเห็น