Woogie(วูจี้)

ติดตามผลงานอื่นๆที่ไม่ได้ใช้เหรียญ จิ้มที่รูปโปรไฟล์เลยค่าาาา

EP.5 ลูกมีแต่เมียไม่มี

ชื่อตอน : EP.5 ลูกมีแต่เมียไม่มี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 47.7k

ความคิดเห็น : 101

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2561 18:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.5 ลูกมีแต่เมียไม่มี
แบบอักษร

EP.5 ลููกมีแต่เมียไม่มี

"แน่ใจหรอครับ"

"ค่ะ" ปรายลองถามย้ำเพื่อความมั่นใจแต่พนักงานก็ย้ำคำเดิม เธอส่งเช็คคืนให้ปราย ปรายรับมาถือไว้ก่อนจะเดินออกจากธนาคารตรงมาด้านนอก

"คนอย่างกู คิดหรอว่าจะยอม" ปรายบ่นพึมพำมองเชคในมือนิ่งๆ เด็กหนุ่มโบกแท็กซี่เพื่อบุกไปหาสงกรานต์ที่บริษัท สงกรานต์สั่งห้ามไว้เด็ดขาดว่าห้ามปรายไปที่นั่น แต่สงกรานต์ไม่ใช่พ่อ เรื่องอะไรปรายจะต้องฟัง!

..

..

..

"บริษัทนี้เขาห้ามคนนอกเข้าไม่ใช่หรอน้อง" แท๊กซี่เอ่ยถามขณะมองไปที่บริษัท Eso Electrical ตอนนี้มาถึงแล้วแต่บริษัทอยู่อีกฝั่งของเลนถนน ต้องวนไปยูเทิร์นก่อนและตอนนี้รถติดไฟแดงอยู่ด้วย

"หรือเป็นลูกชายเขา" แท๊กซี่ถามขึ้นอีก ปรายขมวดคิ้วน้อยๆ

"เขามีลูกด้วยหรอพี่" ปรายถามหน้ายุ่ง

"ฮ่าๆ ไม่มีหรอก เห็นน้องหน้าเหมือนคุณสงกรานต์เจ้าของบริษัท"

"ผมเนี่ยนะหน้าเหมือน!" ปรายรีบแย้งขึ้นทันที

"ไม่เหมือนหรอกพี่ล้อเล่น" แท๊กซี่พูดไปขำไป มองปรายจากกระจกมองหลัง

"พี่นี่ว่างเนาะ" ปรายอดไม่ได้ที่จะแซะ พี่แท๊กซี่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะขับรถต่อเพราะไฟเขียวแล้ว

"แต่น้องอ่ะหน้าเหมือนคุณปราบปราม พี่ชายคุณสงกรานต์มากกว่า เหมือนมาก พี่เคยเป็นยามอยู่ที่นี่พี่รู้ นี่ถ้าน้องไม่เชื่อนะ มีรูปคุณปราบปรามอยู่ในห้องทำงานคุณสงกรานต์ เหมือนอย่างกับคนเดียวกัน แต่จะว่าน้องเป็นลูกคุณปราบปรามก็ไม่ได้ คุณปราบปรามไม่มีเมียแถมตายไปหลายปีแล้ว"

"ผมไม่ใช้ลูกใครทั้งนั้นแหละพี่ ผมเป็นเด็กฝึกงาน" ปรายพูดขัดเพราะไม่มีอารมณ์สนใจอะไรมากนัก แท๊กซี่ไม่ได้พูดอะไรต่อ ขับรถวนมาจนถึงหน้าบริษัท  ปรายจ่ายเงินเสร็จก็ลงมา

"ห้ามคนนอกเข้า มีบัตรพนักงานรึเปล่า" ปรายยังไม่ทันจะเดินไปไหนยามก็เข้ามากักไว้ก่อน ปรายถอนหายใจออกมาหนักๆ ไม่รู้ว่าบริษัทบ้านี่จะอะไรนักหนา

"มีแต่บัตรประชาชน แลกไว้ก่อนได้ไหม" ปรายพูดพร้อม หยิบบัตรประชาชนส่งให้ยาม แต่ยามไม่ยอมรับไป

"ไม่ได้น้อง ไม่ใช่พนักงานห้ามเข้า" ยามยืนยันคำเดิม ปรายจิ๊ปากเล็กน้อยด้วยความขัดใจ เด็กหนุ่มคิดหาวิธีเพือจะเข้าไปด้านในให้ได้

"คือผมมีปัญญาจะติดต่อคุณสงกรานต์น่ะพี่ เนี่ย เชคคุณสงกรานต์ให้ผมไปมันมีปัญหาจริงๆ" ปรายหยิบเอาเช็ดมาให้ยามดูเป็นหลักฐาน ยามลองดูก็พบว่าเป็นลายเซ็นของสงกรานต์จริงๆ ยามจึงใช้วอในมือติดต่อไปยังเลขาของสงกรานต์ว่าจะเอายังไง

"น้องชื่ออะไร" ยามถามปรายขึ้น ปรายขมวดคิ้วน้อยๆเพื่อใช้ความคิด ถ้าปรายบอกชื่อไปสงกรานต์คงไม่ยอมให้เข้าไปแน่ๆ

"ปรัชญาครับ" ปรายตอบเป็นชื่อจริงเพราะสงกรานต์คงไม่รู้ ยามคุยกับเลขาของสงกรานต์อยู่ชั่วครู่ก็ให้ปรายเข้าไปได้ แต่ต้องให้รอที่ล๊อบบี้ด้านล่างก่อนเพราะเดี๋ยวจะมีคนมาตรวจสอบอีกที ปรายเดินเข้ามาด้านในพรางสำรวจบริษัทแห่งนี้ไปด้วย บริษัทใหญ่โต ผู้คนเดินพลุกพล่านผ่านไปผ่านมา บางคนหอบแฟ้มพะรุงพะรังหน้าเครียดจนปรายอดเห็นใจไม่ได้ แต่ปรายนั่งอยู่เฉยๆไม่ได้คิดจะลุกไปช่วยหรอก ชีวิตใครชีวิตมัน

"คุณปรัชญารึเปล่าคะ" สาวสวยคนนึงเดินมาหยุดตรงหน้าปราย ปรายเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะพยักหน้ารับและลุกขึ้นยืน

"ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรตรงไหนหรอคะ แล้วทำธุรกิจอะไรกับคุณสงกรานต์ไว้คะ" หญิงสาวคนเดิมพูดถามเสียงหวาน ปรายกำลังหาเรื่องโกหกแล้ว แต่สายตาพลันไปเห็นตรงหน้าลิฟต์เข้าก่อน สงกรานต์กำลังออกมาพอดี ปรายเลิกสนใจหญิงสาว เดินเลี่ยงไปหาสงกรานต์ด้วยใบหน้าบึ้งตึง สงกรานต์พอเห็นปรายเข้าก็ผงะเล็กน้อย

"นี่อะไร!" ปรายถามเสียงขุ่นชูเช็คในมือเพื่อถามสงกรานต์

"มาได้ยังไงเนี่ย บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามา!" สงกรานต์ไม่ตอบแต่ดุออกมาแทน ปรายกัดฟันกรอดเพื่อระงับอารมณ์

"กูถามว่านี่อะไร มึ..."

"ปราย!" สงกรานต์เรียกเสียงเข้มเพื่อปรามปรายก่อน ด้านหลังสงกรานต์มีลูกน้องอยู่สองคนและเลขาอีกหนึ่ง สงกรานต์ไม่อยากให้ใครระแคะระคายที่ปรายมาพูดมึงกูกับสงกรานต์แบบนี้ ส่วนลูกน้องสงกรานต์บางคนก็คุ้นหน้าปรายอยู่บ้างเพราะเพิ่งเป็นข่าวกับคุณหญิงแพรพรรณไปเมื่อวันก่อน แต่ไม่มีใครเชื่อหลอกว่าปรายเป็นหลานชายแพรพรรณจริงๆ

"ถ้าไม่อยากให้โวยวายก็ของจริงมา" ปรายกดเสียงต่ำเพื่อขู่ สงกรานต์หันหลังไปสั่งอะไรลูกน้องไม่รู้ก่อนหันมาหาปรายเหมือนเดิม

"ตามมา" สงกรานต์พูดนิ่งๆก่อนจะกลับเข้าไปในลิฟต์ ปรายเดินสวนกับลูกน้องสงกรานต์เพื่อตามเข้ามาเช่นกัน ประตูลิฟต์ปิดลง ด้านในมีเพียงสงกรานต์และปรายเท่านั้น

"มึงทำแบบนี้ทำไมวะ!" ปรายเปิดประเด็นขึ้นก่อน สงกรานต์ไม่ได้ตอบอะไร ยืนนิ่งอยู่แบบนั้น

"นี่ไอ้...!"

"ถ้าพูดคำหยาบอีก หักคำละพัน" สงกรานต์หันมาพูดนิ่งๆ ปรายหน้ามุ่ยลงทันที

"เป็นพ่อกูหรือไง สั่งๆๆๆๆ" ปรายบ่นเสียงดัง จงใจให้สงกรานต์ได้ยิน สงกรานต์ปรายตามองเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเช่นเคย จนกระทั่งลิฟต์เปิดออกสงกรานต์ก็เดินนำปรายมาที่ห้องทำงาน ตลอดทางมีพนักงานก้มหัวทำความเคารพสงกรานต์อยู่ตลอด ปรายแอบหมั่นไส้นิดๆอยู่เหมือนกัน

"เอามาสิแสนนึง กู..ผมไม่มีเวลามาเล่นด้วยนะเว้ย" ปรายทวงขึ้นทันทีที่อยู่ตามลำพังในห้องทำงานแล้ว สงกรานต์เดินไปนั่งที่เก้าอี้หลังโต๊ะทำงานด้วยท่าทีนิ่งๆ

"มาที่นี่ได้ไง" สงกรานต์ไม่ตอบแต่ถามออกมาแทน ปรายคิ้วขมวดเป็นปม เดินไปนั่งที่เก้าอี้ล้อเลื่อนตรงข้ามกับสงกรานต์

"เดินมามั้ง อย่ามาเล่นลิ้นว่ะ เอาตังมา คราวนี้ขอสดด้วย"

"มีถุง" สงกรานต์ยกยิ้มมุมปาก ปรายคิ้วขมวดไปกันใหญ่

"ใส่กระเป๋าก็ได้ จะใส่ถุงทำไมน่าเกลียด" ดูเหมือนสงกรานต์และปรายจะคุยกันคนละเรื่อง สงกรานต์ไม่คิดเลยว่าปรายจะมีมุมซื่อๆกับเขาเหมือนกัน สงกรานต์หมายถึงอย่างอื่นแต่ปรายคงไม่เข้าใจ

"เอางี้ให้เบิกทีละพัน" สงกรานต์พูดเปลี่ยนเรื่อง

"ไม่! ต้องการเงินสด เดี๋ยวนี้ แสนนึง" ปรายย้ำชัดจุดประสงค์

"ผมต้องใช้เงิน ด่วนมากด้วย" ปรายย้ำออกมาอีก สงกรานต์จ้องปรายด้วยสายตาจับผิดแปลกๆ

"ไม่ใช่จะเอาไปทำอะไรไม่ดีหรอ" สงกรานต์สันนิษฐานออกมา ที่สงกรานต์ไม่ยอมให้เงินปรายไปทีเดียวก็ด้วยเหตุผลนี้ ความรู้สึกสงกรานต์มันบอกได้ว่าปรายไม่น่าใช่คนดีอะไรมากมาย


"ไม่ดีบ้าอะไรล่ะ ลูกผมป่วยอยู่โรงบาลต้องใช้ตังจริงๆ" ปรายพูดหน้าเครียด เงินปรายฟ้าน่ะห้าหมื่นอีกห้าหมื่นปรายก็ต้องใช้ส่วนตัวบ้าง 


"ลูก?" สงกรานต์เลิกคิ้วขึ้นถาม ปรายเอนหลังพิงพนักเก้าอี้มองสงกรานต์กลับไปบ้างก่อนจะพยักหน้ารับ


"ลูกจริงๆ?" สงกรานต์ถามย้ำ


"ลูกจริงๆสิ ไปด้วยกันไหมล่ะจะได้รู้" ปรายประชดใส่


"อายุเท่าไหร่" สงกรานต์ถาม


"ใคร?" ปรายถามกลับ


"ก็ทั้งคู่"


"ผมน่าจะ20ละมั้ง ลูกขวบนึง เมียไม่มี จบนะ เอาตังมา" ปรายลุกนั่งดีๆ แบมือเพื่อขอเงินอีก สงกรานต์เหมือนคิดบางอย่างอยู่ตลอดแต่ก็ไม่ตอบรับอะไรสักอย่าง


"อยู่นี่ก่อน เดี๋ยวมา" อยู่ดีๆสงกรานต์ก็ลุกขึ้นยืนและเดินออกไปนอกห้องโดยที่ปิดประตูไว้ด้วย ปรายหมุนเก้าอี้ไปมองเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาเหมือนเดิม สายตาเด็กหนุ่มเริ่มกวาดมองไปทั่วห้องจนกระทั่งสะดุดกับบางสิ่ง


"ของจริงป่ะวะ" ปรายลุกเดินไปยังตู้โชว์นาฬิกาทางด้านหลังห้อง นาฬิกาประดับอยู่ในตู้กระจกนับสิบเรือน ปรายเดาว่าสงกรานต์คงเป็นพวกชอบสะสมนาฬิกาเป็นแน่ แล้วแต่ละเรือนคงราคาเหยียบแสน


"ขออันนึงนะ ค่าเสียเวลากู" ปรายถือวิสาสะเปิดตู้กระจกออกแล้วหยิบนาฬิกาออกมาใส่กรกระเป๋าสะพายเรือนนึง เด็กหนุ่มปิดไว้เหมือนเดิมและเดินสำรวจห้องต่อ


"แฮะ! มีสามร้อย เสร็จกู" ปรายเดินมาเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานของสงกรานต์อีกอย่าง พอพบว่ามีเงินอยู่สามร้อยปรายก็หยิบมาใส่กระเป๋าเสื้อทันที เด็กหนุ่มรื้อๆลิ้นชักอีกเผื่อจะเจออีก จนไปสะดุดกับรูปถ่ายรูปนึงเข้าปรายถึงหยุด ปรายหยิบรูปเก่าๆใบนั้นขึ้นมาดู รูปผู้ชายคนนึงที่ใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับปรายมาก มากจนน่าแปลก และที่สำคัญผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆผู้ชายคนนั้นมัน....


"ทำอะไร!" เสียงเข้มของสงกรานต์ทำเอาปรายสะดุ้งโหยง เด็กหนุ่มเก็บรูปไว้ที่เดิมและปิดลิ้นชักด้วยความเร่งรีบ


"เปล่า" ปรายปฏิเสธหน้านิ่ง เดินอ้อมมานั่งเก้าอี้ตัวเองเหมือนเดิม สงกรานต์มองจับผิดปรายอยู่ชั่วครู่ก็เดินมานั่งที่เก้าอี้ตัวเองบ้าง


"แล้วเมื่อไหร่จะได้ตัง" ปรายทวงขึ้นมาอีก สงกรานต์เปิดลิ้นชักตัวเองดูเพื่อสำรวจว่าปรายทำอะไรบ้าง พอเห็นรูปพี่ชายตัวเองเป็นอันดับแรก สงกรานต์ก็ชะงักไปเล็กน้อยแต่ร่างสูงก็ทำหน้านิ่งๆเหมือนเดิม


"พ่อแม่เป็นคนที่ไหน อยู่จังหวัดอะไร "อยู่ดีๆสงกรานต์ถามขึ้น ปรายเตรียมจะแย้งแต่สงกรานต์พูดขัดขึ้นก่อน


"ตอบมาก่อนแล้วถึงจะได้เงินสด" ปรายไม่แย้งอะไรหุบปากไปเสียดีกว่า


"ตอบมา!" สงกรานต์เร่งเสียงเข้ม


"แม่เป็นต่างจังหวัด มาขายตัวที่กรุงเทพฯแล้วพลาดท้องผมขึ้นมา พ่อเป็นใครไม่รู้ไม่ต้องถาม มีน้องสาวแต่คนละพ่อ ขายตัวเหมือนกัน พ่อเป็นใครไม่รู้เหมือนกัน มีอะไรอีกไหม" ปรายร่ายยาวออกมาไม่ต้องรอให้สงกรานต์ถามเพิ่ม สงกรานต์มองหน้าปรายนิ่งๆ นิ่งมากจนปรายไม่กล้าสบตา


พรึบ!

สงกรานต์หยิบเงินปึกใหญ่มาวางให้ปรายตรงหน้า


"สามแสน นี่กุญแจรถ ไปขนของออกจากคอนโดด้วย แล้วจากนี้อย่ามาให้ชั้นเห็นหน้าอีก ส่วนเรื่องสัญญาเดี๋ยวชั้นยกเลิกเอง" สงกรานต์วางกุญแจรถคันใหม่ให้ปรายอีกอย่าง ปรายเก็บทั้งเงินทั้งกุญแจรถใส่กระเป๋าด้วยความเร็ว พอเสร็จเรียบร้อยปรายก็เงยหน้าขึ้นยิ้มให้สงกรานต์อีกครั้งแล้วเดินออกไป


"โทษทีว่ะ พอดีติดใจแล้ว คงไม่ไปง่ายๆ ไว้เงินหมดจะมาหาใหม่ หึ"ปรายพึมพำคนเดียว และในเวลาเดียวกันสงกรานต์ก็พึมพำขึ้นเช่นกัน


"แค่บังเอิญมั้ง"

*******************

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}