Sawanya

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ถ้ามันง่าย ทำไมไม่ลองดูล่ะ?

ชื่อตอน : ถ้ามันง่าย ทำไมไม่ลองดูล่ะ?

คำค้น : เล่ห์เผด็จรัก , จอมรวินท์ , ปุริมปรัชญ์ , โรมานซ์ , 18

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 246

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2563 06:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ถ้ามันง่าย ทำไมไม่ลองดูล่ะ?
แบบอักษร

“แผนสูงนี่ ตอนแรกคิดว่าเธอจะใสซื่อและหยิ่งในศักดิ์ศรีกว่านี้ ที่ไหนได้ ถึงกับยอมท้องเพื่อรั้งเขาไว้เลย” หากเป็นเมื่อก่อนนวินดาคงจะตอบโต้ชู้รักของเฮย์เดนไปอย่าง ดุเดือด แต่ระยะเวลาเกือบหกปีที่เธอต้องยืนหยัดเพื่อดูแลบุตรชายเพียง คนเดียวทำให้เธอเรียนรู้อะไรมามาก และอย่างหนึ่งในนั้นก็คือการรับมือ กับคนหน้าไหว้หลังหลอกอย่างเบรนน่า แม็คคาร์ทนีย์!

 

“อิจฉาเหรอคะที่ฉันได้ทำในสิ่งที่คุณไม่มีแม้แต่โอกาสจะจินตนาการถึง?” ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อแย้มยิ้มราวกับเธอเพิ่งถามอีกฝ่ายว่า ‘กินอะไร รึยังคะ?’ อย่างไรอย่างนั้น

 

ปฏิกิริยาตอบรับที่แตกต่างไปจากเดิมราวกับหน้ามือเป็นหลังมือนั้นทำให้ทายาทนักธุรกิจชั้นนำของสหรัฐอเมริกาถึงกับเก็บอาการไว้ไม่อยู่จึงตอบกลับมาอย่างเผ็ดร้อน

 

“อย่าคิดว่ามีลูกชายให้เขาแล้วทุกอย่างจะจบลงได้ด้วยดีนะ เธอมันไม่มีอะไรคู่ควรกับเดนนี่เลยสักนิด ที่เขาไปขุดเธอขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่ก็เพราะอยากได้ทายาทของแฮมป์ตันกรุ๊ปเท่านั้นแหละ คนอย่างเธอก็เป็นแค่แม่พันธุ์ผลิตเด็ก ไม่ได้มีค่าอะไรกับเขาเลย!”

 

“ก็ไม่รู้สินะ มีค่าหรือไม่มี เขาก็จดทะเบียนสมรสกับฉันแล้วกัน” ไม่ใช่ว่าคำพูดของเบรนน่าไม่กระทบกระเทือนจิตใจ แต่นวินดาเรียนรู้แล้วว่าต้องปิดบังความรู้สึกเอาไว้เพื่อไม่ให้ศัตรูจับจุดอ่อนของเธอได้

เธอจะไม่มีวันยอมถอยให้ผู้หญิงคนนี้อีกต่อไปแล้ว! ในเมื่อความสัมพันธ์ของเธอกับเฮย์เดนเกิดขึ้นเพราะเธอตกลงให้ความช่วยเหลือเขาเท่านั้น และมันก็คงจะจบลงในอีกไม่นานนี้ ดังนั้นก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องอดทนอะไรกับแม่นี่อีก แรงมาก็แรงกลับ อย่าหวังเลยว่าเธอจะยอมให้โขกสับง่ายๆ เหมือนที่ผ่านมา!

 

“เธอคิดว่าไอ้กระดาษนั่นมันมีความหมายมากขนาดนั้นเลยเหรอ? นี่ไม่รู้จริงๆ น่ะเหรอว่าที่เขาต้องง้อเธอก็เพราะแม่เขาอยากได้ทายาท แต่ฉันไม่อยากมีลูก? มีลูกน่ะโทรมจะตาย ตอนท้องก็ตัวใหญ่อย่างกับวาฬบรูด้า ใครจะไปยอม! ก็ดีนะ...เธอก็อยู่ในตำแหน่งคุณนายแฮมป์ตันไปอีกสักปี สองปี มีลูกให้เดนนี่อีกสักคน พออะไรๆ ลงตัวแล้ว ฉันค่อยให้เขาหย่ากับเธอก็ยังไม่สาย” หญิงสาวผู้มีใบหน้าและรูปร่างราวกับนางฟ้าวิกตอเรีย ซีเคร็ตหัวเราะเบาๆ ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูคนที่สูงเพียงแค่อกของเธออย่างอารมณ์ดี “ตายจริง! อย่าบอกนะว่าเธอคิดว่าเขาอยากจะกลับไปคืนดีกับเธอจริงๆ? โถ...หนูน้อย! เธอลองมองดูรอบๆ ห้องนี้สิจ๊ะ นี่ไม่ใช่สังคมของเธอหรอกนะวินดี้”

 

“ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่า ‘ไอ้กระดาษนั่น’ มันมีความหมายกับคุณขนาดไหน” ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อเหยียดขึ้นอย่างจงใจยั่วเย้าก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงรื่นรมย์ไม่แพ้กัน “แต่กับฉัน...มันทำให้ฉันมีสิทธิ์ในตัวเขาและสมบัติของเขาครึ่งหนึ่ง และถ้ามีผู้หญิงคนไหนคิดจะเป็นชู้กับเขา ฉันก็แค่หาหลักฐานฟ้องซะให้โลกรู้ไปเลยว่าผู้หญิงคนนั้นตั้งใจแย่ง ‘สามีของฉัน’ คุณว่ามันเลิศดีไหมล่ะคะ?”

 

“แค่เขาจดทะเบียนสมรสด้วยเธอก็นึกว่าอยากจะทำอะไรก็ทำได้งั้นสิ?” นัยน์ตาสีเขียวมรกตเปล่งประกายวาววับราวกับมีไฟลุกโชนอยู่ภายใน ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครสามหาวก้าวร้าวและท้าทายเธอขนาดนี้มาก่อน โดยเฉพาะคนที่ต่ำต้อยและไม่มีอะไรเทียบเธอได้อย่างนางเอเชียหน้าโง่นี่!

 

“ก็ทำได้ทุกอย่างในขอบเขตของภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายละค่ะ” นวินดาตอบเสียงเรียบราวกับไม่ไยดีผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์รายใหญ่ของสหรัฐอเมริกาที่มองเธออย่างคับแค้นใจเลยสักนิด

 

นอกจากนางเมียเก่าของเฮย์เดนจะดูงดงามผุดผ่องขึ้นกว่าหลาย ปีก่อนแล้ว มันยังมีพัฒนาการขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเป็นเมื่อก่อนนวินดาต้องตอบโต้กลับมาอย่างดุเดือด หรืออย่างน้อยก็ต้องแสดงอารมณ์ความรู้สึก ออกมามากกว่านี้ แต่นี่มันกลับยอกย้อนเธอกลับมาได้ทุกคำ ซ้ำยังกล้าข่มขู่เธอกลับด้วย! หรือว่าหลังจากโง่มาเกือบหกปี มันจะเปลี่ยนใจใช้ลูกเป็นเครื่องมือผูกมัดเฮย์เดนและตั้งใจจะปักหลักอยู่ในชีวิตเขาอย่างถาวรแล้วจริงๆ!?

 

“นี่เธอวางแผนไว้แล้ว? ตั้งใจจะใช้ลูกผูกมัดเขางั้นเหรอ?” เบรนน่าถามด้วยรอยยิ้มหวานล้ำ ในขณะที่นวินดาเองก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นไม่แพ้กัน

 

“คงไม่ต้องผูกต้องมัดอะไรกันหรอกค่ะ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องวางแผนด้วย ฉันอยู่เฉยๆ เขาก็ไปตามหาฉันเอง” มันก็ตลกดีอยู่เหมือนกัน คนนอกมองมาคงเข้าใจเธอกับเซเลบริตีคนดังของนิวยอร์กสนิทสนมและคุยกันถูกคอเหลือเกิน ถึงได้ส่งยิ้มให้กันตลอดเวลาแบบนี้ คงต้องขอบคุณเฮย์เดนที่ทำให้เธอต้องกลายเป็นซิงเกิลมัมตั้งแต่ยังสาว จึงต้องเรียนรู้ที่จะเอาชีวิตรอดในสังคมจนกล้าแกร่งขึ้นมามากพอดู ไม่งั้นเธอคงรับมือเบรนน่าไม่ไหว จนอาจจะระเบิดอารมณ์ใส่ชู้รักของเขาไปแล้วก็ได้

 

“แค่คลอดลูกให้เขา ใครๆ ก็ทำได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเธอหรอกนะ!” รอยยิ้มที่แสนอ่อนหวานนั้นไม่ได้เข้ากับสิ่งที่เบรนน่าเอ่ยออกมาแม้แต่น้อย รับรองได้ว่าหากเธอบอกใครว่าหญิงสาวเจตนาดูถูกและเหยียดหยามเธอ ต้องไม่มีใครเชื่อแน่!

 

“ก็จริงค่ะ ทำไมคุณไม่ลองดูล่ะคะ? เผื่อจะได้เป็นคุณนายแฮมป์ตันอย่างที่ฝันมานานเสียที”

 

คำท้าท้ายอันเต็มไปด้วยความเย้ยหยันของนางผู้หญิงชั้นต่ำที่ บุญหล่นทับจนได้ครอบครองชายในดวงใจของเธอทำให้เบรนน่าโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม ปลายนิ้วที่ตกแต่งไว้อย่างงดงามจิกลงไปในฝ่ามือจนแทบจะทะลุออกมาอีกด้านเพื่อข่มกลั้นความรู้สึกอยากจะกระโจนเข้าไปจิกหัวฝ่ายตรงข้ามลงไปอย่างยากลำบาก

 

“ฉันคงไม่จำเป็นต้องลดตัวไปทำอะไรแบบนั้น คนอย่างฉันมีค่ามากกว่าจะเป็นแค่มดลูกเดินได้ที่ต้องอาศัยเด็กมาเหนี่ยวรั้งผู้ชายนะจ๊ะ”

 

นัยน์ตาของเบรนน่าบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าใครคือ ‘มดลูกเดินได้’ ซึ่งมีคุณค่าเพียงแค่คลอดทายาทเพื่อผูกมัดผู้ชายไว้เท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่นวินดานึกอยากจะเอาผงซักฟอกสูตรซักสะอาดพิเศษผสมน้ำให้ใครบางคนดื่ม เผื่อว่ามันจะช่วยให้จิตใจของนางมารตาเขียวคนนี้สะอาดขึ้นมาบ้าง! แต่เธอก็ต้องข่มกลั้นโทสะเอาไว้ ประสบการณ์สอนเธอมาแล้วว่าการเอาชนะ เบรนน่าไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่ระมัดระวังยังอาจจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเสียเองด้วย

 

“ฉันว่าตอนนี้น่าจะถึงเวลาที่คุณจะขึ้นไม้กวาดแล้วขี่กลับไปที่ที่คุณควรอยู่ได้แล้วมั้งคะ” นวินดาตอบด้วยน้ำเสียงหวานละมุน เธอเหนื่อยกับการปะทะฝีปากกับผู้หญิงที่น่ารังเกียจคนนี้เกินกว่าจะเสแสร้งต่อไปได้แล้ว “ถ้ามีอะไรที่คุณอึดอัดคับข้องใจจนต้องระบายออกก็ไปพูดกับเดนนี่จะดีกว่า เพราะฉันคงช่วยอะไรคุณไม่ได้”

 

“อ๋อ...เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก ฉันกับเขา...เราคุยกันตลอดเวลาอยู่แล้ว ที่บอกเธอนี่ไม่ใช่อะไรหรอกนะ...” นัยน์ตาอันแสนงดงามทว่าเย็นชามองเธอราวกับเวทนาอย่างยิ่งจนนวินดารู้สึกร้อนซู่ไปทั้งตัวกับสายตาดูถูกเหยียดหยามนั้น “สงสารน่ะ...หลงรักผู้ชายคนหนึ่งจนถูกเขาทิ้งไป ครั้งหนึ่งแล้ว ถ้าปล่อยให้งมงายจนจะถูกทิ้งซ้ำสองแล้วยังไม่รู้ตัวอีกก็น่าเวทนาเกินไป...ฉันไปก่อนละ ไม่อยากให้เดนนี่เขารอนาน...”

 

เบรนน่าปรายตามองเธออีกทีด้วยสายตาราวกับมองขยะเปียกที่ไม่สามารถทำอะไรกับมันได้ ได้แต่รอให้ย่อยสลายไปด้วยตนเองก่อนจะเดินจากไปคล้ายกับไม่เห็นประโยชน์ที่จะพูดคุยอะไรกับคนอย่างเธออีก

นวินดามองตามหญิงสาวที่สวยสง่าเจิดจ้าราวกับนางแบบชั้นนำของโลกซึ่งเยื้องย่างไปสมทบกับเฮย์เดนและบรรดานักธุรกิจชั้นนำที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรสด้วยความขมขื่น นัยน์ตากลมโตร้อนผ่าวและพร่าพรายไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อเห็นว่าพวกเขาทั้งสองคนเหมาะสมกันมากขนาดไหน...

 

ถ้าเฮย์เดน แฮมป์ตันคือเจ้าชายในฝันของผู้หญิง เบรนน่า แม็คคาร์ทนีย์ ก็คงเป็นเจ้าหญิง เพราะหล่อนดูสมบูรณ์แบบไปทุกส่วนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สง่างามและเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างคนที่เกิดมาบนกองเงินกองทองและอำนาจจนคุ้นเคยกับความสมบูรณ์แบบของตนเป็นอย่างดี เมื่อมาอยู่เคียงข้างกับมหาเศรษฐีหนุ่มผู้องอาจราวกับราชนิกุลอย่างเฮย์เดนจึงดูเหมาะสมกับราวกับกิ่งทองใบหยกจนไม่น่าแปลกใจเลยที่บิดาของ พวกเขาจะอยากให้ทั้งคู่ได้ครองรักกัน

 

ความจริงเธอก็รู้มาตลอดว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับเขา แต่ไม่เคยเห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนขนาดนี้ นวินดากลั้นน้ำตาเอาไว้อย่างยากลำบาก พยายามกล้ำกลืนก้อนแข็งที่จุกอยู่ในลำคอลงไป ก่อนจะหมุนตัวหันหลังโดยตั้งใจว่าจะออกไปสงบสติอารมณ์ด้านนอกสักครู่ แต่กลับบังเอิญชนกับใครบางคนเข้าอย่างจัง!

 

“โอ๊ะ! เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” แบรนดอนรีบประคองหญิงสาวร่างเล็กที่หันมาชนเขาอย่างแรงไว้ก่อนที่เธอจะเสียหลักหกล้มไป

 

“ขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ...” นวินดารีบขออภัยชายหนุ่มที่เธอรีบร้อนเสียจนทำร้ายเขาโดยบังเอิญ แม้ว่าความเป็นจริงฝ่ายที่เจ็บจนจุก น่าจะเป็นเธอเองเสียมากกว่า

 

“ใหม่!” นัยน์ตาสีควันบุหรี่เปล่งประกายวาววับขึ้นมาทันทีที่ได้สบตากับหญิงสาวที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเขามานานแสนนาน ตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษาจนถึงตอนนี้ที่กลายเป็นทนายความมือดีไปแล้ว

 

“แบรนท์!” นวินดายิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มที่ช่วยประคองเธอไว้ก็คือแบรนดอน บรู๊คส์ พี่ชายของเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยของเธอนี่เอง วันเวลาทำให้นักศึกษากฎหมายคนหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปมาก ตอนนี้แบรนดอนไม่ใช่เด็กหนุ่มที่หล่อเหลาราวกับสมาชิกบอยแบนด์ระดับโลกอีกต่อไปแล้ว เขากลายเป็นชายหนุ่มเต็มตัวที่หล่อเลิศราวกับดาราภาพยนตร์ระดับเอลิสต์ และมีรัศมีของความเป็นผู้นำเต็มเปี่ยมแบบที่ไม่ว่าใครก็ต้องเหลียวมองด้วยความชื่นชม

 

“ไม่เจอกันนานมาก ผมนึกว่าคุณจะลืมผมไปแล้วเสียอีก” น้ำเสียงของเขามีความน้อยใจแฝงอยู่ ซึ่งเธอก็เข้าใจดีว่าเกิดจากอะไร นวินดาจึง ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

 

“โธ่ ฉันจะลืมเพื่อนที่แสนดีอย่างคุณได้ยังไงล่ะคะ” ตลอดระยะเวลาที่เธอมาศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาและมีโอกาสได้รู้จักกับแบรนดอนซึ่งเป็นพี่ชายของเพื่อนร่วมคลาส เขาไม่เคยห่างหายไปจากชีวิตเธอเลย จนกระทั่งเธอแต่งงานกับเฮย์เดนนั่นแหละ เขาถึงไม่มายุ่มย่ามกับเธออีก

 

“ถึงคุณจะลืมผม ผมก็ไม่โกรธหรอก แต่สำหรับผมยังไงก็ไม่มีวันลืมคุณแน่”

 

“ขอบคุณนะคะแบรนท์”

 

“เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นการลงไปหาอะไรดื่มกับผมได้ไหม?”

 

สายตาที่มองมาอย่างวิงวอนและโหยหานั้นทำให้นวินดาไม่กล้าปฏิเสธ เธอมองไปยังสามีของตนที่ยังคงอยู่ที่โต๊ะเดิมกับเหล่านักธุรกิจและเบรนน่าและประเมินแล้วว่าพวกเขาน่าจะยังสนทนากันอีกนาน แทนที่เธอจะยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ตรงนี้ สู้ลงไปนั่งพักขาและพูดคุยกับแบรนดอนสักนิดจะดีกว่า

 

“โอเคค่ะแบรนท์” หญิงสาวอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อคำตอบรับของเธอทำให้ใบหน้าของเขาสว่างไสวขึ้นมาทันตาเห็น

 

“ขอบคุณครับใหม่ ขอบคุณจริงๆ”

 

นวินดาส่งยิ้มให้เขาอีกครั้งก่อนจะเดินตามเพื่อนชาวต่างชาติคนแรกที่เรียกชื่อจริงและชื่อเล่นของเธอได้อย่างชัดเจนชนิดที่แม้แต่สามีของเธอก็ยังทำไม่ได้ไปยังร้านกาแฟซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณล็อบบีของโรงแรม เวลาอยู่ในภาวะตึงเครียดแบบนี้ การได้พูดคุยกับเพื่อนเก่าก็ดีอยู่เหมือนกัน เผื่อว่าความรู้สึกหนักหน่วงในใจจะบรรเทาลงบ้าง หรืออย่างน้อยแค่เธอไม่ต้องทนเห็นภาพสามีอยู่เคียงข้างชู้รักของเขาก็พอ!

ความคิดเห็น