Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 20

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 20

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 754

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2563 02:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 20
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 20 

     

เมื่อคืนผมนอนรอพี่ดินตอบข้อความผมกลับแต่รอจนดึกดื่นค่อนคืนก็ไม่มีสักข้อความเดียวที่พี่ดินจะตอบกลับมา อย่าว่าแต่ตอบกลับเลยพี่เขาไม่สนใจแม้แต่จะเปิดอ่านข้อความจากผมเลยด้วยซ้ำ ก็รู้แหละว่าไม่ควรหวังแต่ผมก็ยังหวังอยู่ดี  

หวังว่าพี่เขาจะเปิดอ่านมันแล้วตอบกลับมาบ้าง แต่ก็นั่นแหละไม่มีข้อความตอบกลับก็แสดงว่าพี่เขาไม่ได้เปิดอ่านข้อความผม 

ผมตื่นนอนตอนเจ็ดโมงเช้านิดๆ ล้างหน้าเสร็จก็ออกมาลาพ่อกับแม่ของไอ้หมอกแล้วกลับเข้าห้องรับรองแขกเพื่อมาเอาโทรศัพท์มือถือกับกระเป๋าเงินมองไปบนเตียงไอ้หินยังคงนอนหลับอุตุอย่างสบายใจอยู่บนเตียงส่วนไอ้เป๊กกับไอ้ขวัญนอนกอดกันกลมอยู่ที่ฟูกบนพื้นมองดูแล้วอ้อมกอดของพวกมันคงอุ่นกันน่าดูผมไม่รู้ว่าเมื่อคืนหลังจากที่ผมหลับไปแล้วมันสองคนตื่นขึ้นมาทำอะไรกันหรือเปล่าแต่ดูจากเสื้อผ้าที่ยังอยู่ครบแล้วคงไม่ได้ทำอะไรมากกว่าการ…เอ่อ ช่างมันเถอะครับ 

“กลับมาแล้วครับยาย” ผมร้องบอกเมื่อเข้ามาในบ้านแล้วไม่เห็นใครเลยก่อนจะเดินเข้าไปในครัวแต่ยายก็ไม่อยู่ในนั้น “หายไปไหน?”  

เมื่อหายายไม่เจอผมก็ขึ้นมาบนห้องเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะลงมาหาอะไรทำข้างล่างรอยาย ไม่ต้องเป็นห่วงยายผมหรอกครับสงสัยออกไปซื้อของแถวห้างใกล้ๆ บ้านนี่แหละ เย็นนี้เราจะมีฉลองที่ผมเรียนจบมัธยมปลายนิดหน่อย 

“อ้าว…พี่ฝุ่นกลับมาไวจัง แป้งนึกว่าพวกพี่จะติดลมอยู่ยาวกันซะอีก” เสียงใสๆ ของปาแป้งดังขึ้นขณะที่ผมกำลังเดินลงบันไดมา 

“ก็อยากอยู่เหมือนกันแต่กลัวยายไม่ให้เข้าบ้าน” ตอบเสร็จผมกับน้องก็หัวเราะรู้กัน “ขอบใจนะที่ช่วยพูดให้”  

“สบายมาก” น้องตอบผมก่อนจะก้มหน้าสนใจหน้าจอมือถือต่อ 

“แล้วนี่ยายไปไหน” ผมถามพร้อมกับเดินเข้าไปหาน้ำในครัวกินก่อนจะถือแก้วน้ำเดินออกมานั่งที่โซฟาอีกตัว 

“ไปซื้อของมาทำอาหารเย็นนี้ไง ฉลองให้ใครบางคนที่เรียนจบแล้วก็กำลังจะก้าวไปอีกขั้น”  

“อ่า ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ก็แค่เรียนจบมอหกเอง” ผมว่าเสียงเรียบแล้วหยิบรีโมทกดเปิดทีวี 

จะว่าไปการที่คนในครอบครัวใส่ใจและให้ความสำคัญกับวันสำคัญของเรานี่มันก็รู้สึกดีมากๆ เหมือนกันนะครับ 

“ตัวเองก็ชอบเหมือนกันไม่ใช่เหรอที่ยายทำแบบนี้” น้องผมว่าให้ผมได้เกาคอแก้เขิน จริงๆ ก็ชอบแหละครับ หลังจากพ่อแม่ตายไม่ว่าผมกับน้องจะเรียนจบชั้นไหนยายก็มักจะทำอาหารพิเศษให้กินเสมอ อ่า สำหรับคนอื่นอาจจะเป็นอาหารทั่วไปแต่นี่ยายผมทำเองไงมันเลยพิเศษ 

“อ่า ก็ไม่ได้ชอบสักหน่อย” ผมแย้งก่อนจะทวงถาม “แล้วไหนล่ะของขวัญวันเรียนจบของพี่อ่ะ” 

“อ๋อ นี่ไงสดๆ ร้อนๆ เลยเขาเพิ่งมาส่งเมื่อกี้” ว่าแล้วซองจดหมายสีขาวก็ถูกยื่นมาให้ผม  

ผมรับมาพร้อมทำสีหน้าเฉยเมยเหมือนทุกที จดหมายของคนคนเดียวที่ส่งมาจากเรือนจำส่งมาให้ผมทุกๆ ปีที่ผมเรียนจบแล้วได้เลื่อนชั้น 

ตอนนี้บรรยากาศในบ้านค่อนข้างเงียบถ้าไม่นับรวมเสียงจากรายการโทรทัศน์ที่ผมเปิดทิ้งไว้ ผมไม่ได้เปิดอ่านจดหมายเพราะเดาได้ว่าข้างในมันเขียนอะไรไว้บ้าง คำขอโทษ คำขอบคุณ คำอวยพร ถูกคนคนนั้นส่งมาให้ผมทุกๆ ปีพร้อมกับเงินของเขาที่ถูกโอนเข้าบัญชีผมกับน้องนอกเหนือจากเงินที่เขาจ่ายมาหลังจากอุบัติเหตุที่พรากชีวิตพ่อแม่ไปจากผม 

“พี่ลูกหินยังไม่กลับบ้านอีก” เสียงงึมงำของปาแป้งดังขึ้นเรียกสติผมให้กลับมา  

ผมหันไปมองน้องสาวที่กำลังขมวดคิ้วให้กับหน้าจอมือถือในมือด้วยสีหน้าหงุดหงิด 

“มันยังอยู่ที่บ้านไอ้หมอกเหรอ”  

“ยังไม่ลุกจากเตียงบ้านเขาเลยเหอะ”  

“อ่า…” ผมก็อยากจะช่วยพูดให้น้องใจเย็นๆ แต่ว่าตอนนี้คงไม่เหมาะผมยังไม่อยากซวยไปด้วย เห็นหน้าตาน่ารักๆ แบบนี้เวลาโมโหก็น่ากลัวเหมือนกันนะครับ 

“คอยดูนะ รอบนี้แป้งจะหักคะแนนความประพฤติให้หมดเลย!” น้องผมว่าออกมาอย่างมาดมั่นก่อนจะกระแทกโทรศัพท์ไว้ข้างตัว 

“เดี๋ยวนะ…” ผมหันไปมองหน้าน้องพร้อมกะพริบตาปริบๆ ก่อนถามต่อด้วยความประหลาดใจ “นี่ถึงขนาดต้องตั้งคะแนนความประพฤติกันด้วยเหรอ”  

“ต้องสิ” คราวนี้ปาแป้งหันมานั่งเผชิญหน้ากับผม “พี่ฝุ่นไม่รู้เหรอว่าเพื่อนพี่ฝุ่นน่ะไว้ใจไม่ได้”  

ผมเลิกคิ้วอย่างงงๆ คือผมก็รู้แหละว่าผู้ชายไว้ใจไม่ได้แต่ว่าไอ้หินมันก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น จริงอยู่ที่ผมหวงน้องแต่ผมก็พอจะรู้จักนิสัยใจคอของไอ้หินมันอยู่บ้างว่ามันก็เป็นคนที่ใช้ได้คนหนึ่งเพราะถ้ามันแย่จริงๆ ผมคงไม่ปล่อยให้มันคบกับน้องสาวผมหรอก 

“แป้งจะบอกอะไรให้นะ ผู้ชายน่ะไว้ใจไม่ได้สักคน”  

“เอ่อ แต่ไอ้หินมันก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้นนะ” 

“ใช่ พี่ลูกหินก็ไม่ถึงกับแย่” ใช่ไง ไอ้หินมันไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้นแล้วทำไมถึงได้บอกว่ามันไว้ใจไม่ได้ล่ะ “อ่ะ ทำหน้างง”  

“เปล่า ก็แค่สงสัยเฉยๆ” 

“พี่ฝุ่น แป้งจะบอกอะไรให้นะ ผู้ชายร้อยทั้งร้อยไว้ใจได้แค่สี่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้นแหละ” 

“หา? แล้วอีกหกสิบเปอร์เซ็นต์มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ” 

“แย่ แย่มากๆ ถ้าไม่เจ้าชู้นอกใจ ก็ชอบเที่ยวชอบกินเหล้า เห็นเพื่อนดีกว่าแฟน เพื่อนชวนไปไหนไม่เคยขัดแต่พอแฟนขอ ไม่ให้ไปกับเพื่อนไม่ฟังแถมยังโกรธเราอีก”  

“อันนี้คือส่วนตัวแล้วมั้ง”  

“ฮ่าๆ ก็ใช่ส่วนหนึ่ง” น้องหัวเราะเขินก่อนจะทำหน้าจริงจัง  

มึงแย่แล้วไอ้หิน!! กูนี่มองเห็นอนาคตของมึงในอีกสิบปีข้างหน้าเลย ถ้าหากว่าไอ้หินยังคบกับปาแป้งอยู่มันคงต้องปรับตัวมากถึงมากที่สุดแต่ผมก็หวังว่าทั้งสองคนจะคบกันไปนานๆ 

“แล้วพี่ฝุ่นล่ะ โอเคอยู่มั้ยตอนนี้” 

“…ถะ ถามทำไม?” ผมไม่ชอบคำถามกับสีหน้าของน้องตอนนี้เลย 

“ก็แค่อยากรู้ว่ากับพี่ดินตอนนี้ไปถึงไหนกันแล้ว” น้ำเสียงเหมือนไม่ใส่ใจแต่ผมรู้ว่าน้องเป็นห่วงเรื่องผมกับพี่ดินมาก เพราะตอนที่ผมถูกพี่ดินหลอกให้เสียใจปาแป้งก็รู้เรื่องทุกอย่าง ตอนนั้นน้องถึงขั้นเกลียดพี่ดินไปพักใหญ่เลย 

“…ก็เรื่อยๆ ไม่ได้มีอะไรพิเศษ” ผมตอบเสียงเรียบก่อนจะยิ้มไม่ค่อยเต็ม 

“ถ้าเขาไม่จริงจัง แป้งว่าพี่ฝุ่นพอเถอะ”  

“พูดเหมือนไปรู้อะไรมา” ผมมองหน้าน้องอย่างต้องการคำตอบ 

“เฮ้อ…รุ่นพี่ที่แป้งรู้จักส่งมาให้ดู” น้องว่าแล้วยื่นโทรศัพท์มาให้ผม ในนั้นมันมีรูปพี่ดินกับผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจูบกันในงานเลี้ยงสังสรรค์ 

งานเลี้ยงที่เหมือนกับงานเลี้ยงที่ผมกับเพื่อนไปกินดื่มกันจนเมาไม่ได้สติ และในรูปก็ดูเหมือนผู้หญิงคนนั้นจะไม่มีสติเหมือนกันเพราะถ้ามีสติคงไม่ยืนจูบกับผู้ชายกลางงานขนาดนั้น แต่ที่ผมรู้สึกสะกิดใจไม่ใช่พี่ดินจูบกับผู้หญิง แต่เป็นเพราะว่าพี่ดินหันมามองกล้องด้วยแววตาผู้ชนะมุมปากที่ประกบกับผู้หญิงคนนั้นกำลังยกยิ้ม 

ผมรู้นานแล้วว่าพี่ดินไม่ใช่คนดี และการที่พี่ดินยิ้มแบบนั้นไม่ต้องบอกผมก็รู้ว่าเขาสองคนจะจบลงที่ขั้นไหน 

“อย่าเสียใจเพราะผู้ชายคนนี้อีกเลยนะพี่ฝุ่น แป้งอยากให้พี่ฝุ่นลองมองหาคนอื่นบ้าง คนที่เขารักพี่จริงๆ” ปาแป้งยื่นมือมาจับมือผมแล้วบีบเบาๆ เหมือนต้องการจะถ่ายทอดกำลังใจ 

“พี่รู้…พี่เองก็พยายามอยู่” บอกน้องไปแบบนั้นแต่ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะตัดใจจากพี่ดินได้จริงๆ หรือเปล่า 

ผมกับปาแป้งนั่งคุยกันพักใหญ่ยายก็กลับมาพร้อมกับข้าวของมากมายพะรุงพะรังเต็มไม้เต็มมือไปหมดแถมยังไม่ได้กลับมาคนเดียวแต่ยังพาพี่ดินมาด้วยเล่นเอาผมนั่งอึ้งไปเลยที่เห็นพี่เขามายืนอยู่ตรงหน้า 

เอ๊ะ!…แต่ว่าเวลานี้พี่เขาควรจะนอนกอดอยู่กับผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เหรอ 

“เอ้า! ฝุ่น นั่งนิ่งอยู่ทำไมลูก มาช่วยพี่เขาถือของเข้าไปไว้ในครัวสิ” ยายสั่งก่อนจะหันไปยิ้มให้พี่ดินแล้วเดินมานั่งที่โซฟาอีกตัว 

“เอ่อ คะ ครับยาย” ผมสะดุ้งตกใจเสียงที่ยายบอกก่อนจะรีบเดินไปแย่งของในมือพี่ดินมาถือไว้เอง “เอามาให้ผม!”  

“เดี๋ยวพี่ช่วยถือ” แล้วพี่เขาก็แย่งของบางส่วนไปถือแล้วเดินตามผมเข้ามาในครัว 

“เอาวางไว้ตรงนั้นแล้วออกไปรอข้างนอกเลยครับเดี๋ยวผมเอาน้ำออกไป…ให้” ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดจบประโยคเสียงของผมก็ต้องสะดุดเมื่อหันกลับมาอีกทีพี่ดินก็ยืนอยู่ประชิดตัวผมแล้ว 

“โกรธอะไรพี่อยู่หรือเปล่าเนี่ย หื้ม?”  

“พี่ดิน…ถอย…” ถึงเสียงผมจะสั่นแต่มือผมก็ทำหน้าที่ได้ดี ผลักพี่ดินถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วมองหน้าพี่ดินด้วยสีหน้าจริงจังและโกรธเคือง 

“โอเคๆ พี่จะไม่ก้าวเข้าไปแต่พี่ก็จะไม่ถอยเหมือนกัน” พี่ดินถอนหายใจพร้อมกับยกมือยอมแพ้แต่ไม่ยอมขยับ “โกรธอะไรพี่ บอกพี่ได้มั้ยให้โอกาสพี่ได้อธิบายได้มั้ยครับ” 

“ผมไม่มีสิทธิ์อะไรไปโกรธพี่หรอกครับ เรา…” ผมเว้นช่วงให้ตัวเองได้ทำใจก่อนจะพูดคำนั้นออกไป “เราไม่ได้เป็นอะไรกัน” 

พี่ดินคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินคำพูดของผมแต่วินาทีต่อมาพี่เขาก็ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม 

“ถึงแม้พี่จะไม่รู้ว่าฝุ่นโกรธอะไรพี่” พี่ดินว่าพร้อมกับล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าหลังของกางเกงก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาส่งมันให้กับผม “พี่ยินดีด้วยกับฝุ่นด้วยนะที่เรียนจบ”  

ผมยืนนิ่งเม้มปากก่อนจะพูดเสียงเบา “ก็แค่จบมอหก ทำไมต้องตื่นเต้น” 

“เอาน่า มอหกก็ใช่ว่าทุกคนจะเรียนจบนะ แล้วนี่จะไม่รับของขวัญของพี่เหรอ” 

“…”  

ผมมองของที่อยู่ในมือข้างซ้ายของพี่ดินเงียบๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพี่ดินแล้วหัวใจของผมมันก็เต้นแรงขึ้นเมื่อผมกับพี่ดินมองสบตากัน ใบหน้าผมร้อนผ่าวเมื่อพี่ดินก้าวเท้าเข้ามาใกล้แล้วดึงมือผมเข้าไปหาก่อนจะสวมสร้อยข้อมือสแตนเลสเรียบๆ ลงบนข้อมือผม 

“ใส่ได้พอดีและเข้ากับข้อมือขาวๆ ของฝุ่นมากเลยนะเนี่ย”  

“เฮ้ยพี่!” ผมร้องตกใจเมื่อพี่ดินไม่ได้ทำแค่พูดแต่พี่เขายังฉวยโอกาสหอมแก้มผม 

“แค่หอมเอง ตอบแทนของขวัญจากพี่ไง” เจ้าเล่ห์ ฉวยโอกาส 

“ผะ ผมไม่ได้ขอของขวัญจากพี่สักหน่อย” 

“แต่ฝุ่นรับมันไปแล้ว” 

“พี่ให้ผมมาเองนี่ครับ” 

“เถียงเก่งจังเลยนะ หายโกรธพี่แล้วใช่มั้ยครับ” พี่เขาว่ายิ้มๆ แล้วขยับเข้ามาใกล้อีก 

“พี่ดินถอย!” ผมยกมือยันหน้าอกพี่ดินไว้พลางถอยไปด้านหลังหลายก้าวจนแผ่นหลังชนกับตู้เย็น 

พี่ดินเองก็หยุดอยู่แค่นั้นไม่ได้เดินหน้าต่อ แต่คำพูดของพี่เขาทำหน้าผมชาวาบขนลุกชันไปทั้งตัว 

“สร้อยข้อมือนี่ถือว่าพี่จองฝุ่นแล้วนะ” 

 

ความคิดเห็น