facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

25.ภารกิจแก้แค้น

ชื่อตอน : 25.ภารกิจแก้แค้น

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 41.1k

ความคิดเห็น : 205

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ส.ค. 2563 04:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
25.ภารกิจแก้แค้น
แบบอักษร

คำเตือน : เปิดผังครอบครัวดูด้วยนะคะ 

**************************** 

25.ภารกิจแก้แค้น 

  

               แม้งานเลี้ยงรับขวัญแก้วเจ้าจอมจะเลิกลาแล้ว ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้านแต่ผู้กองกรินทร์ก็ยังคงนั่งดื่มอยู่คนเดียวที่ริมสระว่ายน้ำ สองขาจุ่มแช่น้ำในสระ มือก็ยกขวดเหล้าขึ้นดื่มด้วยความขมขื่น สีหน้าหมองเศร้าด้วยความจริงใจและยึดมั่นในรักถูกทำลายลงอย่างไม่อาจยอมรับได้ เขาพยายามจะติดต่อกลับไปหาทิชากรแต่เธอก็บล็อกการติดต่อทุกอย่างของเขาไป เธอส่งเพียงข้อความขอโทษมาให้เขาเป็นครั้งสุดท้ายและขอให้เขาลืมเธอเสีย แต่ในเมื่อใจของเขามันรักเธอไปแล้วจะให้เขาลืมวันคืนที่ผ่านมาง่ายๆ ได้ยังไงกัน  

               “ให้ลืมงั้นหรอ...ใครมันจะไปลืมได้ลง!!!” 

               จ๋อม!!! 

               โทรศัพท์เครื่องหรูถูกปาทิ้งลงไปในสระว่ายน้ำต่อหน้าต่อตาผู้กองพนา รู้ว่าอีกฝ่ายอกหักก็เห็นใจอยู่หรอก แต่โทรศัพท์ดีๆ สมัยนี้มันกันน้ำได้ ผู้กองกรินทร์คงจะลืมไปสินะว่าต่อให้เขาจะปามันลงน้ำแต่มันก็ยังไม่ได้พังไปเสียง่ายๆ 

               “จะให้ผมลงไปงมให้มั้ย” เขาถามแล้วเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ คนอกหัก ผู้กองกรินทร์จึงส่งสายตาไม่พอใจมาให้เขา เขาไม่ชอบผู้กองพนาจึงไม่อยากให้อีกฝ่ายมาพูดคุยอะไรด้วย 

               “ไม่ต้องยุ่ง ผมอยากอยู่คนเดียว” 

               “...ผู้กองยังดีนะที่ได้เอ่ยคำลากับคนรักก่อนที่จะจากกัน ไม่เหมือนผม” ผู้กองพนาไม่สนว่าอีกฝ่ายจะทำเป็นเมินใส่ตนยังไง “ผมกับเมียเราจากกันโดยที่ไม่มีแม้แต่คำลา ซ้ำก่อนจากกันก็ยังทะเลาะกันด้วยอีก ยังไม่ทันจะได้ปรับความเข้าใจกันเขาก็ทิ้งผมไปแล้ว” 

               “ที่บอกว่ามีเมีย...คือถูกเมียทิ้งด้วยหรอ” 

               “ผู้กองยังโชคดีกว่าผมที่อย่างน้อยก็ยังมีครอบครัว มีคนที่รักอยู่เคียงข้าง แต่ผมสิไม่มีใคร ผมไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกแล้ว ชีวิตของผมผมมีเพียงแค่เมียของผมคนเดียว เขาคือทุกๆ อย่างในชีวิตของผม พอผมต้องเสียเขาไปผมก็ไม่รู้ว่าจะเอากำลังใจจากที่ไหนมาสู้ต่อเหมือนกัน ผู้กองเป็นลูกหลานของคนที่มีชื่อเสียงและอำนาจมากในประเทศ นามสกุลสุวรรณเวชก็เป็นที่รู้จักไปทั่ว ไม่มีใครไม่อยากเป็นสะใภ้บ้านนี้หรอกนะครับ ไม่แน่ว่าวันหน้าผู้กองอาจได้เจอผู้หญิงที่เขารักผู้กองจริงๆ แล้วผู้กองก็รักเขามากกว่านี้” ผู้กองพนากระดกเหล้าในมือตัวเองบ้าง ไม่รู้ว่าถ้ากลับฐานไปตัวเองจะอยู่ยังไงเหมือนกัน กลัวแสนกลัวที่สุดก็คือการเสียแก้วเจ้าจอมไป 

               “งั้นก็หาใหม่สิ ระดับผู้กองก็น่าจะหาใหม่ได้ไม่ยาก” ผู้กองกรินทร์หันมาบอกเขา เริ่มจะเห็นใจผู้กองพนาที่มีท่าทีหงอยๆ ไม่ได้ต่างจากเขา และอาจจะดูเศร้ามากกว่าเขาเสียอีก 

               “หาใหม่ไม่ได้หรอก ผู้หญิงคนนี้เขาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผมไปแล้ว ไม่มีใครจะมาแทนที่เขาได้ ต่อให้เขาไม่กลับมาหาผมไปตลอดชีวิต ผมก็จะยังรอเขาไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ ตอนที่ทะเลาะกันก่อนจาก เขาเข้าใจผมผิดคิดว่าผมมีคนอื่น...เพราะงั้นผมจะพิสูจน์ตัวเองให้เขาได้เห็นว่าชีวิตของผมไม่เคยมีใครนอกจากเขา ผมจะอยู่คนเดียวแบบนี้ต่อไปจนกว่าเขาจะเห็นใจผมแล้วก็กลับมาหา” ผู้กองพนายังคงยกขวดเหล้าขึ้นดื่มต่อ ตั้งแต่ที่รองคีรินทร์บอกให้แก้วเจ้าจอมออกไปจากงานเลี้ยงแล้วท่านก็ตามเธอไป แก้วเจ้าจอมก็ไม่ได้กลับมาที่งานเลี้ยงอีก รองคีรินทร์บอกว่าเธอปวดหัวมากเพราะผลแทรกซ้อนจากอาการความจำเสื่อมจึงให้เธอไปพักผ่อน แม่ของเธอที่เป็นหมอจึงออกจากงานเลี้ยงไปคอยดูแลเธอ ไม่รู้ว่าเธอจะเป็นอะไรมากรึเปล่า เขาเป็นห่วงเธอมากแต่ก็คงไปหาเธอไม่ได้ เห็นว่า ผบ.กรันณ์สั่งให้ผู้กองกวินทร์ไปนอนเฝ้าเธอที่ห้องด้วย ขืนเขาโผล่ไปเยี่ยมเธอได้เป็นเรื่องแน่ 

               “บ้าจริง ว่าจะมาช่วยปลอบผู้กองกลับเอาเรื่องของตัวเองมาเล่าให้ผู้กองฟังซะอย่างนั้น” 

               “ไม่ต้องมาปลอบผม” ผู้กองกรินทร์ว่า แม้จะเหมือนไม่อยากคุยกับอีกฝ่าย แต่เขากลับรู้สึกดีขึ้นมาที่ได้คุยกับผู้กองพนา จากตอนแรกที่เขาคิดว่าตัวเองกำลังเจ็บหนักอย่างสุดๆ แล้ว กลับกลายมาเป็นว่าผู้กองพนาที่ถูกเมียทิ้งกลับเจ็บหนักยิ่งกว่าเขาอีก สำหรับเขา เขายังมีทุกคนอยู่เคียงข้าง ครอบครัวที่พร้อมจะให้กำลังใจเขาได้ทุกเมื่อ แต่ผู้กองพนานี่สิไม่มีใครเลย 

               “เรื่องที่ฐานวันนั้นผมต้องขอโทษด้วยนะ ผมเอาน้องสาวผู้กองไปซ่อนจริงๆ เพราะกลัวว่าจะมีคนร้ายมาตามทำร้ายเขา ไม่เพียงแค่ผู้กองหรอก แต่ใครก็ตามที่มาตามหาคุณแก้ว ผมก็ไม่ให้เจอคุณแก้วทั้งนั้นแหละ เพื่อความปลอดภัยของเธอ” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีเมินตนแล้วผู้กองพนาก็เอ่ยคำขอโทษ ผู้กองกรินทร์คือพี่ใหญ่ของแก๊งฟันน้ำนม ดูจากวันนี้แล้วน้องๆ ทุกคนจะเคารพรักเขามาก หากเขาผูกมิตรกับผู้กองกรินทร์ก็อาจจะได้ใจใครอีกหลายๆ คนด้วย เขาอยากเป็นมิตรกับครอบครัวของแก้วเจ้าจอม อยากให้ครอบครัวของเธอยยอมรับเขา 

               “วันนั้นผมก็ใจร้อนไปเหมือนกัน ผมเป็นห่วงน้องมากแล้วก็ร้อนใจหมดเพราะนอกจากน้องจะหายตัวไป ทุกคนในครอบครัวของผมก็มีแต่คนทุกข์ใจกันทั้งนั้น ถ้าสิ่งที่ผู้กองทำก็เพื่อปกป้องน้องสาวของผมผมก็เข้าใจ ขอโทษด้วยที่วันนั้นผมก็เสียมารยาทไป ตอนนี้ไนเปอร์ได้กลับบ้านแล้ว ผมไม่ห่วงอะไรแล้วล่ะ” ขวดเหล้าในมือของผู้กองกรินทร์ยื่นมาหาเขา ผู้กองพนาจึงยิ้มรับแล้วยกขวดเหล้าของตนขึ้นชนกับเขาก่อนที่จะพร้อมใจกันกระดกจนหมดขวดทั้งคู่เป็นเชิงญาติดีกันแล้วและไม่ติดใจกันในเรื่องอดีตอีก 

               “ไหนๆ เราก็อกหักเหมือนกันแล้ว จะนั่งดื่มด้วยกันก็ได้นะ” แล้วผู้กองกรินทร์ก็ลากกล่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาทางเขาพร้อมกับเปิดขวดใหม่ดื่มอีก ผู้กองพนามองแล้วก็ทึ่งนัก พี่น้องบ้านนี้นี่ดื่มเก่งกันทุกคนเลยแฮะ ผู้กองกรินทร์หมดไปหลายขวดแล้วแต่ก็ยังดูไม่เมาเลย คอทำด้วยทองแดงรึยังไงกัน 

  

 

 

               เพราะดื่มด้วยกันมาทั้งคืนทำให้เช้าวันนี้ผู้กองกรินทร์ไม่ได้มีท่าทีบึ้งตึงใส่ผู้กองพนาอีก จริงอยู่ที่แม้ว่าจะไม่ได้เขม่นกันแล้วแต่เรื่องของความหวงน้องก็ยังมีเยอะไม่เปลี่ยนแปลง ผู้กองพนาคิดว่าวันนี้จะได้ร่วมกินข้าวเช้ากับแก้วเจ้าจอม แต่เปล่าเลย เช้านี้เธอกับผู้กองกวินทร์กลับออกไปกินมื้อเช้าที่บ้านของผู้การคณินที่อยู่ถัดไปอีกแค่ไม่กี่หลัง เห็นว่าขวัญคณินน้องสาวของเธอจะทำเมนูโปรดให้แก้วเจ้าจอมจึงไปหาน้องสาว แต่ผู้กองพนาก็อดคิดไม่ได้ว่าหรือเธอตั้งใจจะหลบหน้าเขากันแน่ 

               แล้วหลังจากมื้อเช้า ทุกๆ คนที่มางานเลี้ยงเมื่อคืนก็มาที่บ้านสุวรรณกันอีกครั้งเพื่อประชุมแผนการจับกุมคนร้ายที่ทำร้ายแก้วเจ้าจอมเมื่อสามเดือนก่อน โดยมีท่านนายพลปภพเป็นประธานในห้องประชุมของบ้าน บรรดาพ่อๆ กับเอกพลมากันอย่างพร้อมหน้า ส่วนบรรดาลูกๆ ก็มีเพียงแค่ผู้กองกรินทร์ ผู้กองกวินทร์ และผู้หมวดศิขรินเท่านั้น 

               “มาทำไม ผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน” ผู้กำกับไกรจักรว่าลูกชายตัวเองที่เปิดประตูห้องประชุมเข้ามาพร้อมกับประคองแก้วเจ้าจอมเข้ามาด้วย ทำให้ผู้กองพนาต้องหันไปมองเธออย่างไม่ชอบใจ ดูท่าเธอกับไอ้ตี๋นี่จะสนิทกันจนเกินไปแล้วนะ ตัวติดกันตลอด เป็นแฝดสยามกันรึยังไง 

               “ก็ทุกคนเรียกพี่ไนเปอร์มาคุยเรื่องเมื่อสามเดือนก่อนนี่ครับ ผมเลยมาด้วย” 

               “ก็พี่เขาอยู่ในเหตุการณ์ แล้วเราล่ะเกี่ยวอะไรด้วย” 

               “ผมเป็นหมอส่วนตัวของพี่ไนเปอร์ครับ ผมมาดูแลพี่ไนเปอร์ของผม” อรินยิ้มบอกอย่างสดใส ไม่ได้สนใจสีหน้าเซ็งๆ ของ ผบ.กรันณ์เลยแม้แต่น้อย 

               “ให้เขาอยู่ด้วยเถอะผู้กำกับ เขาคงเป็นห่วงพี่สาวของเขามาก เห็นตามติดไนเปอร์มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว” ท่านนายพลปภพบอก อรินก็เลยฉีกยิ้มหวานแฉ่งอย่างถูกใจ 

               “ขอบคุณครับคุณปู่” ว่าแล้วก็ประคองแก้วเจ้าจอมไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ ผบ.กรันณ์ แต่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับผู้กองพนาอย่างพอดิบพอดี ตั้งแต่เช้ามานี้เขาก็เพิ่งเห็นเธอนี่แหละ เอาแต่ไปขลุกอยู่ที่บ้านผู้การคณิน เอาน้องสาวมาอ้างทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าเธอพยายามหลบหน้าเขา ขนาดเข้ามานั่งในห้องประชุมด้วยกันแล้วเธอก็ยังไม่หันมามองเขาเลย เอาแต่ทำเป็นสนใจจานขนมกับชาบนโต๊ะ ปล่อยให้อรินเกลี่ยเส้นผมมาทัดหูให้จน ผบ.กรันณ์เริ่มทนไม่ไหวเลยปัดมือของอรินออกจากตัวเธอ พ่อเขาหวงขนาดนี้แต่มันก็ยังกล้า ไอ้ตี๋เอ้ย! ท่าจะได้เป็นศัตรูหัวใจกับเขายาวๆ ซะแล้วสิ 

               “เอาล่ะ ไหนๆ ก็มากันพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า” ท่านนายพลปภพเริ่มพูดขึ้นแล้วจึงหันมาทางหลานสาวที่นั่งเขี่ยขนมในจานไปมาอยู่ “ไนเปอร์ พร้อมมั้ยลูก ไนเปอร์จำได้รึเปล่าว่าวันนั้นใครทำร้ายไนเปอร์ เล่าให้ปู่กับพ่อแล้วก็พวกคุณอาฟังหน่อย” 

               พอพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา จากสีหน้าหงอยๆ ของเธอก็เปลี่ยนมาเป็นความโกรธและกล้าเงยหน้าขึ้นมามองหน้าทุกคนได้อีกครั้งรวมถึงผู้กองพนากับผู้หมวดศิวะด้วย ถ้าจะพูดถึงเรื่องคนร้ายนั้นเธอจำได้ดีไม่มีวันลืม และเธอก็จำชื่อของอีกฝ่ายได้ขึ้นใจด้วย ไอ้แมงดาขี้เรื้อน ได้เวลาเอาคืนแล้วสินะ 

               “คนที่จับไนเปอร์ไปเป็นตำรวจค่ะ ชื่อพันตำรวจโทคมกฤช เรืองพิศาล” 

               “รู้แม้กระทั่งชื่อแบบนี้เลยหรอ” ผู้กองกวินทร์หันมาถาม ถ้าจะรู้ชื่อขนาดนี้ก็สืบไม่ยากแล้วล่ะ 

               “เมื่อหนึ่งปีก่อนไนเปอร์เคยเจอเขาที่งานศพของน้องชายผู้กองพนา” แก้วเจ้าจอมหันมามองหน้าเขา “ผู้กองจำไอ้เฒ่าหัวงูที่ฉันกับผู้กองเคยแกล้งมันตอนอยู่ที่วัดได้มั้ย ที่เราช่วยกันปาก้อนหินใส่มันน่ะ” 

               “จำได้” ผู้กองพนายิ้มออกเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ดีใจที่เธอยังจำเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี 

               “นี่พี่ไนเปอร์เคยรู้จักกับผู้กองพนามาตั้งแต่เมื่อปีก่อนหรอ ทำไมผมถึงไม่รู้เรื่อง แล้วมันเรื่องอะไรกัน สนิทกันตอนไหนทำไมถึงไปแกล้งคนอื่นด้วยกันได้” 

               “อริน เงียบ” ผู้กำกับไกรจักรบอกลูกชาย นี่ไม่ใช่เวลามาหึงหวงกันนะ ตอนนี้สิ่งที่เขาอยากรู้ก็คือใครกันที่มันทำให้ชื่อเสียงของตำรวจต้องเสื่อมเสีย 

               “เมื่อหนึ่งปีก่อนได้มีคดีไล่ล่าคนร้ายที่พัทยา น้องชายของผมได้เข้าไปช่วยตำรวจที่กำลังตามจับคนร้ายจนถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต สารวัตรคมกฤชคือหัวหน้าทีมของตำรวจในวันนั้นครับ ในงานศพน้องชายผมสารวัตรนายนี้จะลวนลามคุณแก้ว ผมกับคุณแก้วก็เลยช่วยกันสั่งสอนเขานิดๆ หน่อยๆ” ผู้กองพนาเล่าตามจริงยิ่งทำให้อรินรู้สึกไม่ชอบใจ เขาไม่ชอบให้แก้วเจ้าจอมไปสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น 

               “เพราะงั้นไนเปอร์ก็เลยจำไอ้เฒ่าหัวงูนี่ได้ขึ้นใจค่ะ แล้ววันที่ไนเปอร์ถูกจับตัวไปเมื่อสามเดือนก่อน วันนั้นไนเปอร์บังเอิญไปเห็นสารวัตรคมกฤชกำลังคุมลูกน้องจับผู้หญิงจะส่งออกชายแดน ไนเปอร์พยายามเข้าไปช่วยผู้หญิงพวกนั้นก็เลยพลาดถูกจับไปด้วย จนไปถึงยะลาไนเปอร์กับพวกผู้หญิงที่ถูกจับไปเลยพยายามหลบหนี ไนเปอร์ถูกพวกมันต้อนไปจนมุมที่หน้าผา ไนเปอร์ก็เลยวัดดวงดูโดยกระโดดลงไปที่หน้าผาแล้ว...จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลยค่ะ” 

               “ดีที่รอดตายมาได้” ผู้กองกวินทร์ยอมรับให้กับความดวงดีของน้องสาวตน วันที่เธอหายตัวไปนั้นเขาแทบบ้าคลั่ง คิดว่าจะไม่ได้ยัยโหดคืนมาซะแล้วสิ 

               “คุณปู่คะ ไนเปอร์มีเรื่องอยากจะขอค่ะ” แก้วเจ้าจอมหันมาทางคุณปู่ของเธอ “ไนเปอร์เคยสัญญากับผู้หญิงที่ถูกจับไปด้วยกันว่าถ้าไนเปอร์รอดไปได้ ไนเปอร์จะไปช่วยพาพวกเขากลับบ้าน ไนเปอร์อยากช่วยพวกเขาจริงๆ ค่ะ” 

               “แต่ผู้หญิงพวกนั้นถูกส่งข้ามชายแดนแล้วก็ไม่รู้ว่าจะส่งไปประเทศที่สาม ที่สี่ต่อรึเปล่า นี่มันก็สามเดือนมาแล้วเราไม่รู้นะลูกว่าชะตากรรมของพวกเขาจะเป็นยังไง” รองคีรินทร์บอกเพื่อให้ลูกสาวเตรียมใจเอาไว้ก่อน การจะไปช่วยผู้หญิงพวกนั้นก็มีทางเป็นไปได้อยู่ แต่ตอนนี้ผู้หญิงพวกนั้นก็คงจะถูกทำร้ายไปแล้ว 

               “ไม่ว่าชะตากรรมของพวกเขาจะเป็นยังไงแต่ไนเปอร์ก็อยากให้พวกเขาได้กลับบ้านค่ะพ่อภู ถ้าเกิดวันนั้นไนเปอร์ไม่ได้โชคดีหนีมาได้ ป่านนี้ก็ไม่รู้ว่าไนเปอร์จะเป็นยังไงบ้าง ในฐานะของลูกผู้หญิงนี่มันคือฝันร้ายนะคะ แล้วก็ไม่ควรมีผู้หญิงคนไหนต้องมาเผชิญกับฝันร้ายแบบนี้อีก พวกเขาเป็นคน ไม่ใช่สินค้าให้ใครมาตีราคาแล้วก็ย่ำยี ถึงแม้ว่าเรื่องทุกอย่างมันจะสามเดือนมาแล้ว เราอาจจะช่วยเหลือพวกเขาไม่ทันแต่อย่างน้อยการได้พาพวกเขากลับบ้านมันก็ยังดีกว่าปล่อยให้พวกเขาต้องตกนรกทั้งเป็นไปตลอดชีวิตนะคะ” 

               “โอ้โห วีรสตรีหญิง” ผู้หมวดศิขรินยิ้มแซว แต่ก็เห็นด้วยกับเธอ น้องสาวของเขายังโชคดีที่หนีมาได้อย่างปลอดภัย ถ้าเธอเป็นอะไรไปล่ะก็เขาไม่ยอมแน่ๆ 

               “ก็มันจริงนี่รีคอน ตอนที่ไนเปอร์หายตัวไปทุกคนก็เป็นห่วงไนเปอร์ ครอบครัวของผู้หญิงพวกนั้นก็คงจะเป็นห่วงลูกหลานของพวกเขามากเหมือนกัน ไนเปอร์สงสารพวกเขา ยิ่งไนเปอร์เองก็มีน้องสาว ไนเปอร์ก็ไม่อยากให้มารีนกับเนวี่ต้องโชคร้ายแบบนั้น ใจเขาใจเรานะรีคอน ครอบครัวใคร ใครก็รัก” 

               ท่านนายพลปภพยิ้มให้หลานสาวด้วยความภูมิใจในตัวเธอ ยัยโหดของท่านไม่ได้มีแค่นิสัยโหดของพ่อเท่านั้นที่ติดตัวมา แต่ความใจดีและอ่อนโยนเธอก็ยังได้มาจากผู้เป็นแม่อีกด้วย สมกับเป็นหลานสาวที่ท่านเลี้ยงดูมากับมือ เธอไม่เคยทำให้ท่านผิดหวัง ท่านมักจะสอนหลานๆ ทุกคนเสมอว่าต่อให้จะเก่งกล้าสามารถมากแค่ไหนก็ต้องมีคุณธรรมยึดมั่นเอาไว้ในใจด้วย 

               “ส่วนไอ้พวกแมงดาหน้าตัวเมียนั่น...ในตายดีๆ คงไม่ได้ค่ะ งานนี้ต้องจับมาตอนตัดออกให้หมดพวงเลย!” เพราะเป็นหมอและมีความกล้าในตัวทำให้แก้วเจ้าจอมพูดเรื่องนี้ออกมาได้อย่างไม่กระดากอายจนผู้กองกวินทร์เริ่มเสียวท้องน้อยวูบวาบ 

               “อ่อนโยนได้ไม่ถึงห้านาที กลับมาเป็นยัยโหดอีกละ” 

               “พวกเจ้าชู้ควงผู้หญิงไปเรื่อยก็สมควรโดนจับตอนเหมือนกัน” เธอว่าแล้วหันมาจ้องหน้าผู้กองพนา แต่ใครอีกคนกลับรู้สึกร้อนตัวขึ้นมาแทนซะอย่างนั้น 

               “พี่ไม่ได้เจ้าชู้นะ ไม่ได้เจ้าชู้ ไม่เคยข่มเหงรังแกใครด้วย อย่าตอนพี่นะ” 

               “น้องไม่ได้ว่าแก ร้อนตัวทำไมเนี่ย” ผู้กองกรินทร์หันมาบอกฝาแฝดของตัวเองที่เริ่มร้อนรนกินปูนร้อนท้อง ทั้งส่ายหน้า ทั้งโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน 

               “ไนเปอร์ว่าหมดแหละ ใครที่เจ้าชู้นิสัยไม่ดี” 

               “อุ๊ยดีจัง พวกอาเป็นคนรักเดียวใจเดียว” ผู้การนทีหันมาว่ายิ้มๆ กับผู้การคณิน เห็นยัยโหดของพวกเขายังโหดได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายแบบนี้ค่อยโล่งอกหน่อย  

               “ยัยชะนีนางไม้จิ๋วไม่เคยมีผัว ไม่รู้คุณค่าของผู้ชาย ใจร้ายมาก” เอกพลกระแนะกระแหนหลาน แก้วเจ้าจอมก็เลยลืมตัวทำเชิดหน้าใส่ผู้กองพนา 

               “ผมก็เห็นด้วยกับไนเปอร์นะครับคุณพ่อ ไม่สมควรมีลูกหลานของใครต้องโชคร้ายแบบนี้ อีกอย่างไนเปอร์ก็ไปสัญญากับพวกเขาเอาไว้ ไนเปอร์ต้องรักษาสัญญาของตัวเอง” ผบ.กรันณ์ที่เงียบมาตลอดบอกกับผู้เป็นพ่อ ภูมิใจในความคิดดีๆ ของลูกสาว 

               “ใช่ครับ ผมก็เห็นด้วย...สัญญากับใครเอาไว้ก็ควรจะรักษาสัญญาด้วย” ผู้กองพนาว่าขึ้นบ้าง เหมือนกับจะคุยเรื่องงานกัน แต่มีแค่ท่านนายพลปภพ รองคีรินทร์แล้วก็ผู้การคณินเท่านั้นที่รู้ว่าเขาไม่ได้หมายถึงเรื่องงาน แต่หมายถึงเรื่องส่วนตัวมากกว่า 

               “เรื่องช่วยเหลือผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อ ยังไงเราก็ต้องช่วยอยู่แล้ว แต่ก่อนที่จะช่วยก็ต้องจับตัวคนร้ายมาให้ได้ก่อนจะได้ถามพวกมันว่าเอาผู้หญิงพวกนั้นไปปล่อยไว้ที่ไหนบ้าง คดีนี้เป็นคดีใหญ่ ต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบ แล้วคนร้ายก็คงจะไหวตัวทันแล้ว” ท่านนายพลปภพบอกตามจริง เพราะแก้วเจ้าจอมเคยถูกลอบปิดปากตอนอยู่ที่โรงพยาบาลในตัวเมืองยะลา พวกมันคงรู้ว่าเธอปลอดภัยแล้วเลยร้อนตัวหาทางฆ่าเธอ 

               “ครับท่าน ในวันที่ผมช่วยคุณแก้วออกมาจากป่าพวกคนร้ายได้ย้อนกลับมาในที่เกิดเหตุ มีหัวหน้ามาคุมด้วยคนหนึ่ง ถึงจะปกปิดใบหน้าเอาไว้แต่ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นสารวัตรคมกฤช ฟังจากที่คนร้ายพูดกันเหมือนพวกมันจะมีเจ้าหน้าที่เป็นพวกอยู่เยอะมาก แล้วพวกมันก็ยังส่งคนมาคอยจับตาดูครอบครัวของท่านด้วยเพื่อสอดส่องว่าพวกท่านจะได้เบาะแสของคุณแก้วเมื่อไหร่พวกมันจะได้ชิงลงไปปิดปากคุณแก้วก่อน ตอนนี้คุณแก้วได้กลับบ้านมาอย่างปลอดภัย พวกมันคงหาทางหนีทีไล่เอาไว้เรียบร้อยแล้ว” 

               “อ้าว นี่ผู้กองเคยเจอพวกคนร้ายในที่เกิดเหตุด้วยหรอ แล้วทำไมถึงไม่ไปจัดการกับพวกมันตอนนั้นล่ะ” แก้วเจ้าจอมถามขึ้นเมื่อได้ฟังแบบนี้ ก็ในเมื่อได้เจอตัวคนร้ายแล้วแล้วจะปล่อยพวกมันเอาไว้ทำไม 

               “ตอนนั้นพวกมันมากันเยอะแล้วก็มีอาวุธมาครบมือ ผมอุ้มคุณอยู่ คุณก็กอดผมซะแน่นด้วยแล้วจะเอามือที่ไหนไปสู้กับพวกมัน ตอนนั้นผมคิดอยู่เรื่องเดียวว่าต้องทำยังไงถึงจะรักษาชีวิตของคุณเอาไว้ได้ ทั้งถูกยิง ทั้งตกหน้าผาไหนจะความจำเสื่อมอีก ดีแค่ไหนที่รอดมากันได้” 

               “ผู้กอง...” ผู้หมวดศิวะที่ไม่มีปากไม่มีเสียงที่สุดในห้องประชุมรีบกระตุกชายเสื้อผู้เป็นนายเอาไว้ ในห้องนี้มีแต่เสือร้ายผู้กองของเขาก็ช่างยื่นแขนยื่นขาไปล่อให้เสือมาตะปบเสียเหลือเกิน ฟังๆ มานี่ผู้กองจิกเมียตัวเองไปหลายรอบแล้วนะ ดูสิ พ่อเขามองจนตาขวางแล้วเนี่ย 

               “ทำไมต้องไปกอดเขาด้วยฮะ” ผบ.กรันณ์หันมาทางลูกสาว มันจี๊ดขึ้นมาในหัวใจเมื่อได้ยินว่าลูกสาวไปกอดผู้ชายคนอื่น 

               “คุณแก้วคงคิดว่าผมเป็นท่านน่ะครับ เพราะตอนที่หมดสติอยู่คุณแก้วเธอเพ้อหาแต่พ่อกับแม่” คำตอบของผู้กองพนาทำให้สถานการณ์กลับมาดีขึ้นได้อีกครั้ง เมื่อรู้ว่าลูกเอาแต่เพ้อหาตัวเอง ผบ.กรันณ์ก็เอ็นดูและสงสารลูกสาวนัก เธอคงจะหวาดกลัวมากสินะตอนนั้นถึงได้เพ้อหาแต่พ่อกับแม่ แล้วแบบนี้จะไม่ให้พ่อรักพ่อหวงได้ยังไงกัน  

               “คนร้ายที่ลอบมาปิดปากไนเปอร์ตอนอยู่ที่โรงพยาบาลก็ถูกวางยาตายในคุกก่อนที่จะมีการสอบสวน เรื่องนี้คงมีคนใหญ่คนโตหนุนหลังจริงๆ แล้วเครือข่ายของพวกมันก็คงมีอยู่ทั่วประเทศ เรื่องนี้คงต้องให้คนสนิทที่พวกเราไว้ใจได้เท่านั้นจัดการ อะไรที่เป็นความลับได้ก็ให้เป็นความลับต่อไปเพื่อป้องกันคนร้ายไหวตัวไปมากกว่านี้ ผู้กองเคยบอกว่าพวกคนร้ายมาตามหาไนเปอร์ที่ฐานของผู้กองบ่อยๆ ผู้กองคงจำหน้าพวกมันได้นะครับ” 

               “จำได้ครับท่าน ทุกคนที่ฐานของผมจำหน้าคนร้ายได้ทั้งหมด หากพวกท่านจะลงมือจับกุมคนร้ายผมกับหมวดศิวะขออาสาเอากำลังของเรามาช่วยในการจับกุมครั้งนี้ด้วยนะครับ” ผู้กองพนารีบบอกรองคีรินทร์ เขาเองก็แค้นเหมือนกันไอ้พวกสารเลวที่มันพยายามจะฆ่าเมียของเขา 

               “แค่ผู้กองกับผู้หมวดสองคนก็พอ สถานการณ์ทางใต้ก็ไม่ค่อยสู้ดี ไหนฐานจะเพิ่งถูกโจมตีอีก เก็บกำลังพลไว้คุ้มกันดูแลทางนั้นจะดีกว่า ส่วนทางนี้พวกผมมีคนของพวกผมอยู่แล้ว” ผบ.กรันณ์จำเป็นต้องให้ผู้กองพนาเข้าร่วมจับกุมคนร้ายด้วยเพราะมีแค่เขากับแก้วเจ้าจอมเท่านั้นที่เคยเจอกับคนร้าย “เรื่องจับกุมไอ้พวกแมงดาชั่วนั่นเราจะจัดการกันเองก่อน ยังไม่ต้องให้เรื่องถึงทางการ ผมอยากจัดการกับไอ้ชั่วที่มันทำร้ายลูกของผมด้วยตัวเองก่อนแล้วค่อยให้กฎหมายจัดการมันทีหลัง ไว้จับกุมพวกมันได้แล้วเราค่อยหาทางช่วยเหลือพวกผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อของพวกมันอีกที” 

               “ถ้าแกจะจัดการกับพวกมันเองก่อนฉันกลัวว่าพวกมันคงได้ตายก่อนถูกกฎหมายจัดการแน่” รองคีรินทร์ว่าอย่างรู้ทันนิสัยน้องเขยตัวเอง 

               “ใครมันทำลูกผมเจ็บ มันก็ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ ไอ้สารเลวพวกนี้มันไม่สมควรตายดี อยากจับมันตอนด้วยใช่มั้ยยัยหนู ได้เลย เดี๋ยวพ่อจัดให้” 

               “ดูมันสิครับคุณพ่อ ก็มันสอนลูกแบบนี้ไงไนเปอร์ของผมเลยเป็นยัยโหด” รองคีรินทร์เริ่มหาพวกโดยการหันมาว่ากับท่านนายพลปภพ ท่านก็เลยยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูหลานสาวที่ถูกพ่อโอ๋อยู่ 

               “ถ้าทุกคนจะไปจับกุมคนร้าย ไนเปอร์ขอไปด้วยนะคะ” 

               “ไม่ได้!” ทุกคนว่าขึ้นมาพร้อมกันเมื่อเธอชูมือขึ้นขอ ซึ่งพอได้คำปฏิเสธมาแก้วเจ้าจอมก็ทำหน้ายู่ใส่ 

               “แต่ไนเปอร์เป็นคนที่จำคนร้ายได้นะคะ ไนเปอร์อยากแก้แค้นพวกมัน” 

               “ผู้กองพนาเขาก็จำได้ งานนี้ไนเปอร์ไม่ต้องจัดการ ให้พวกพ่อๆ อาๆ เขาจัดการดีกว่า” ท่านนายพลปภพว่า แก้วเจ้าจอมก็เลยหันมากอดแขนอ้อนผู้เป็นพ่ออีก 

               “คุณพ่อขา...” 

               “พ่อเคยเกือบเสียไนเปอร์ไปแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้พ่อจะเอาไนเปอร์มาเสี่ยงอีกไม่ได้” 

               “พ่อภูขา...” 

               “วันนี้เป็นลุง วันนี้ไม่เป็นพ่อเพราะงั้นอย่ามาอ้อน” แก้วเจ้าจอมยิ่งทำหน้างอเข้าไปใหญ่ก่อนจะส่งสายตาหวานๆ มาอ้อนเหล่าคุณอาทั้งหลายบ้าง 

               “อาว่า นอกจากไนเปอร์จะไม่ควรไปจับกุมคนร้ายกับพวกอาแล้ว ช่วงนี้ไนเปอร์ก็ไม่ควรออกจากบ้านไปไหนด้วย เพราะถ้าตามที่ผู้กองพนาว่า ตอนนี้พวกคนร้ายมันคงจะจับตาดูพวกเราอยู่ และถ้ามีโอกาสพวกมันก็คงจะหาทางทำร้ายไนเปอร์อีก อาว่าไนเปอร์อยู่บ้านนี่แหละดีแล้ว คุณย่าเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาควรมีหมอดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหมอที่เป็นหลานสาวของท่าน” 

               “แต่พวกคุณอาจะไปจับคนร้ายนะคะ พวกคุณอาก็ควรมีหมอเหมือนกัน” 

               “อาจะให้อรินไปด้วย” ผู้กำกับยิ้มบอกเธอ อรินก็เลยยักคิ้วเย้ย ถึงจะติดพี่สาวมากแค่ไหนแต่ถ้าเป็นเรื่องงานอรินก็เต็มที่เหมือนกัน เขาเองก็อยากจะจัดการกับไอ้คนที่มันบังอาจมาทำร้ายแก้วเจ้าจอม ใครก็ตามที่มันทำร้ายเธอ เขาไม่ปล่อยมันเอาไว้หรอก พอถูกทุกคนปฏิเสธแก้วเจ้าจอมก็ยิ่งหงุดหงิด แล้วก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่เมื่อถูกเชิญให้ออกไปจากห้องประชุมเพื่อทุกคนจะวางแผนจับกุมคนร้ายกันต่อไป ซึ่งพอเธอกระทืบเท้าเดินออกไปแล้วผู้กองกวินทร์ก็รีบกระซิบพี่ชายของตัวเองทันที 

               “พี่ซีล คืนนี้ขอนอนด้วยนะ ทำยัยโหดโกรธแบบนี้เดี๋ยวคงได้หาเรื่องแกล้งพวกเราอีกแน่ๆ เลย” 

               “ลี้ภัยไปนอนบ้านผมก็ได้พี่” ผู้หมวดศิขรินเสมอ สองแฝดจึงรีบพยักหน้ารับ งานนี้ขอลี้ภัยก่อนเถอะ  

  

 

 

               ไม่มีใครบอกแก้วเจ้าจอมเลยว่าการวางแผนจับกุมคนร้ายเป็นยังไงบ้าง แม้แต่อรินก็ถูกผู้เป็นพ่อพากลับบ้านไปด้วยเพราะถ้าเขาอยู่กับแก้วเจ้าจอมต่อคงไม่วายถูกรีดความลับออกจนหมดแน่ และในวันนั้นเองผู้กองพนากับผู้หมวดศิวะก็เดินทางกลับยะลาในทันทีด้วยเพื่อสืบหาเบาะแสคนร้ายที่ทำร้ายเธอในพื้นที่และจะกลับมาอีกครั้งเมื่อถึงวันเริ่มปฏิบัติการการจับกุม ซึ่งระหว่างนี้ทุกคนต่างก็พยายามสืบหาเบาะแสของคนร้ายให้ได้มากที่สุดเมื่อสารวัตรคมกฤชตอนนี้หายตัวไปจากบ้านพักแล้ว คาดว่าเขาน่าจะไหวตัวทันแล้วจึงได้หลบหนีไป และเพื่อความปลอดภัยของแก้วเจ้าจอมเธอก็ถูกสั่งห้ามออกจากบ้านไปไหนด้วย พร้อมกันนั้นที่บ้านก็ยังมีทหารมาคอยดูแลความปลอดภัยให้เธออีก เรียกได้ว่าระบบความปลอดภัยตอนนี้รัดกุมมาก 

               นับจากวันประชุมเรื่อยมาจะหนึ่งสัปดาห์ก็ได้เบาะแสของสารวัตรคมกฤชอย่างมากมายและรู้ด้วยว่าตอนนี้เขายังคงกบดานอยู่ที่กรุงเทพฯ ผู้กองพนาที่ลงไปสืบหาคนร้ายจากทางยะลาก็ได้เบาะแสมาอีกเช่นกันว่าลูกน้องของสารวัตรคมกฤชที่อยู่ทางนั้นเหมือนกับกำลังจะเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้ให้กับผู้เป็นนาย ผู้กองพนาจึงนำกำลังเข้าไปขัดขวางเอาไว้และรวบตัวลูกน้องของสารวัตรคมกฤชเอาไว้ทั้งหมด ที่เหลือก็มีเพียงแค่จับตัวสารวัตรคมกฤชมาให้ได้แล้วเค้นเอาความจริงออกมาว่าเขามีใครอยู่เบื้องหลังอีก รวมถึงจะได้สืบต่อเพื่อไปจัดการกับลูกน้องส่วนที่เหลือที่ยังกระจายตัวอยู่ตามชายแดนภาคเหนือและภาคอีสาน เท่าที่แก้วเจ้าจอมหาทางแอบฟังการวางแผนจับกุมมา เหมือนการจับกุมครั้งนี้จะไม่ใช่งานยากอะไร ลำพังให้แค่ตำรวจทั่วไปไปจัดการก็น่าจะโอเคแล้ว ไม่ถึงขั้นต้องให้หน่วยรบพิเศษแต่ละคนไปเลย อย่าว่าแต่พวกเขาเลย ต่อให้เธอคนเดียวก็น่าจะจัดการเองได้ สารวัตรคมกฤชมีดีก็แค่มีลูกน้องกับอำนาจ แต่ลูกน้องโจรกระจอกของเขาคงสู้ทีมหน่วยรบพิเศษไม่ได้หรอก และอำนาจของสารวัตรคมกฤชหรอจะสู้อำนาจของคุณปู่เธอได้ ปฏิบัติการครั้งนี้ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็น่าจะเรียบร้อย แต่ที่เหล่าพ่อๆ อาๆ ของเธอจะออกไปจับกุมสารวัตรคมกฤชเองก็คงจะด้วยความแค้นส่วนตัวล้วนๆ มากกว่า ทุกคนคงอยากแก้แค้นให้กับเธอมากกว่าแค่การไปจับกุมคนร้ายเฉยๆ 

               แก้วเจ้าจอมได้แต่แอบมองเข้าไปในห้องนั่งเล่นในเวลาเย็นของวันที่มีการนัดหมายจะเข้าไปจับกุมสารวัตรคมกฤชยังที่กบดาน เธอยังไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปด้านในเมื่อขณะนี้ทุกคนกำลังชื่นชมผู้กองพนาอยู่เมื่อเขากับมาที่กรุงเทพฯ อีกครั้งพร้อมกับข่าวที่ว่าเขาสามารถจัดการกับลูกน้องของสารวัตรคมกฤชที่ยังหลบซ่อนตัวอยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ซึ่งสารวัตรคมกฤชมีแผนจะเดินทางลงใต้แล้วหลบหนีข้ามชายแดนไป ผู้กองพนาจึงต้องลงไปดักแผนการนี้เอาไว้เสียก่อน เมื่อเขากลับมาที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง ทุกคนก็เลยรุมล้อมไปชื่นชมในความเก่งของเขาที่สามารถจัดการกับคนร้ายได้อย่างรวดเร็วแบบนี้ เมื่อก่อนคงเป็นเพราะเขาไม่รู้ว่าหัวหน้ากลุ่มคนร้ายคือสารวัตรคมกฤช หากลงมือไปคนร้ายก็คงรอดตัวไปอยู่ดีแล้วมันยังจะเป็นการเปิดเผยอีกด้วยว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือเธอ ดังนั้นที่ผ่านมาเขาจึงไม่อยากเสี่ยงทำแบบนี้ แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าหัวหน้าของพวกมันก็คือสารวัตรคมกฤช อีกทั้งเขายังมีอำนาจของครอบครัวของเธอหนุนหลังผู้กองพนาจึงสามารถทำงานครั้งนี้ได้ราบรื่นมากขึ้น 

               “ไม่ไปชื่นชมให้กำลังใจเขาหน่อยหรอ” รองคีรินทร์เดินเข้ามาถาม เมื่อเห็นว่าเธอได้แต่แอบมองผู้กองพนาอยู่ที่หน้าห้องนั่งเล่น 

               “ทำไมต้องไปชื่นชมด้วยคะ ตำรวจจับผู้ร้ายมันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เขาก็แค่ทำตามหน้าที่ของเขา” 

               “มันก็ใช่ที่เขาทำตามหน้าที่ แต่อีกส่วนก็คือ...เขากำลังปกป้องเมียของเขาแล้วก็แก้แค้นแทนเมียของเขาอยู่ เขาทำทุกอย่างก็เพื่อ...” 

               “มันก็เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับไนเปอร์ค่ะ” แก้วเจ้าจอมเดินหนีไปนั่งที่โซฟาริมหน้าต่างในห้องโถง ไม่ยอมเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นหาทุกคน รองคีรินทร์จึงได้เดินตามไปนั่งลงข้างๆ เธอแล้วเอื้อมแขนไปโอบไหล่ของเธอเอาไว้ 

               “จะให้เรื่องมันจบแบบนี้จริงๆ หรอ แยกย้ายกัน ต่างคนต่างอยู่เหมือนที่ผ่านมาไม่มีอะไรเกิดขึ้น” คำถามของผู้เป็นพ่อทำให้แก้วเจ้าจอมจิกมือลงไปกับหมอนอิงอย่างพยายามเก็บกลั้นความรู้สึก พยายามที่จะไม่ร้องไห้แต่น้ำตาก็เอ่อคลอออกมา 

               “มันก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น...เมื่อสามเดือนก่อน...” 

               “เราหนีความจริงไปไม่พ้นหรอกนะลูก” 

               “ต้องหนีพ้นสิคะ” แก้วเจ้าจอมหันมามองหน้าผู้เป็นพ่อทั้งน้ำตา “ไนเปอร์เกิดมาเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน ตั้งแต่จำความได้ไนเปอร์ก็ไม่เคยทำให้ใครๆ ผิดหวังในตัวไนเปอร์ ไนเปอร์เป็นหลานสาวของท่านนายพลปภพ คุณหญิงกรกช เป็นลูกของคุณพ่อกับแม่แก้ม เป็นสายเลือดสุวรรณเวชที่ใครๆ ต่างก็นับถือและยำเกรง ไนเปอร์อยู่ในกรอบมาโดยตลอด สมัยเรียนก็ต้องสอบให้ได้ที่หนึ่งทุกเทอม ไปแข่งขันอะไรก็ต้องชนะเลิศเท่านั้น ต้องทำแต่เรื่องที่ดีให้ผู้คนชื่นชม คุณพ่อ แม่แก้มแล้วก็คุณปู่กับคุณย่าจะได้ภูมิใจ แบกรับเกียรติยศของความเป็นสุวรรณเวชเอาไว้ไม่ให้ใครมาดูถูก แต่เมื่อสามเดือนก่อนนั้น...ไนเปอร์ทำพลาด เพราะไนเปอร์จำอะไรไม่ได้เลย ไนเปอร์กลัว ไนเปอร์โดดเดี่ยว มันเหมือนทั้งชีวิต เหมือนโลกทั้งใบของไนเปอร์มีเพียงแค่เขาคนเดียวไนเปอร์ก็เลย...” เธอส่ายหน้าทั้งน้ำตาอย่างเสียใจกับสิ่งที่ผิดพลาด 

               “เขาวางตัวดีและเป็นสุภาพบุรุษมาก เขาไม่เคยล่วงเกินไนเปอร์เลย แต่เป็นไนเปอร์เอง เป็นไนเปอร์เองที่ทำเรื่องน่าอาย ไนเปอร์ทำลายเกียรติของตัวเอง ทำลายชื่อเสียงของสุวรรณเวช ไนเปอร์ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง ไนเปอร์อยากให้เรื่องมันจบแค่นี้ ขอให้เขากับไนเปอร์อย่าเกี่ยวข้องอะไรกันอีก ต่างคนต่างก็ใช้ชีวิต ลืมให้หมดว่าเราเคยเป็นอะไรกัน” 

               “มันไม่ใช่ความผิดของไนเปอร์หรอกนะ พ่อรู้ว่าไนเปอร์ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น แต่มันเป็นเพราะสถานการณ์พาไป ไนเปอร์จำอะไรไม่ได้ก็เลยยึดเขาเป็นที่พึ่ง วันก่อนที่ไนเปอร์เล่าเรื่องเมื่อสามเดือนก่อนให้พ่อฟัง พ่อเคยถามไนเปอร์ว่าไนเปอร์ยังรักเขาอยู่รึเปล่า มาวันนี้ไนเปอร์ให้คำตอบพ่อได้รึยัง ไนเปอร์คิดยังไงกับเขากันแน่ในเมื่อตอนนี้ไนเปอร์จำเรื่องราวทุกอย่างได้หมดแล้ว” 

               “มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะคะ ไม่ว่าจะรักหรือไม่รักไนเปอร์ก็ไม่มีสิทธิ์ครองคู่กับใครทั้งนั้น พ่อภูก็รู้ว่าคุณพ่อหวงไนเปอร์มาก แล้วไนเปอร์ก็ไม่อยากทำให้คุณพ่อเสียใจด้วย ไนเปอร์คือลูกรัก คือความภูมิใจของคุณพ่อ ไนเปอร์ไม่อยากให้คุณพ่อต้องเสียใจ ไนเปอร์อยากเป็นนางไม้น้อยของคุณพ่อไปตลอด เป็นไนเปอร์คนดีของคุณพ่อกับแม่แก้ม อีกอย่าง...มันก็ยังเป็นการปกป้องเขาไปในตัวด้วย ถ้าคุณพ่อรู้ว่าไนเปอร์รักเขา คุณพ่อคงไม่ปล่อยเขาเอาไว้ ไนเปอร์อยากให้คุณพ่อชื่นชมในความดีของเขาแบบนี้ ไม่อยากให้ทั้งสองคนต้องมามีเรื่องกัน ไนเปอร์ทำแบบนี้พ่อภูว่าไนเปอร์ทำถูกมั้ยคะ” 

               “ถูกสิลูก ไนเปอร์ทำถูกแล้ว” รองคีรินทร์ดึงผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาให้กับเธอ “ไนเปอร์ทำถูกแล้วที่ห่วงใยความรู้สึกของคนในครอบครัว ทำถูกแล้วที่ปกป้องชื่อเสียงของบ้านเอาไว้ แต่ว่า...มันจะดีแล้วหรอลูกที่เราทำเพื่อคนอื่น รักษาหัวใจของคนอื่นเอาไว้แล้วทำลายหัวใจของตัวเองแบบนี้ อยากรักแต่รักไม่ได้ มันจะไม่ทรมานหัวใจของตัวเองไปหน่อยหรอ อีกอย่าง...พ่อก็ดูออกว่าเขาเองก็ไม่ยอมปล่อยมือจากไนเปอร์ไปง่ายๆ แน่ ผู้กองพนาเขามีนิสัยคล้ายๆ พ่อของเรา รักแล้วคือรักเลย อยากได้ก็ต้องได้และจะไม่ยอมแพ้ให้กับอะไรทั้งนั้น ถ้าเขาไม่จริงใจกับไนเปอร์เขาคงไม่ขอมาจับกุมคนร้ายด้วย ไม่แวะเวียนมาหาบ้านเราบ่อยๆ แบบนี้หรอก ในฐานะของผู้ชายด้วยกันพ่อดูออกว่าเขารักแล้วก็จริงจังกับลูกสาวของพ่อมากแค่ไหน สิ่งเดียวที่จะทำให้เขาเลิกยุ่งกับไนเปอร์ได้ก็คือต้องให้ความตายมาพรากเขาไปจากไนเปอร์เท่านั้น แต่ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ เขาจะไม่ยอมตัดใจจากไนเปอร์เด็ดขาด ไนเปอร์เองก็รักเขา แล้วทำไมไม่ทำตามหัวใจของตัวเองล่ะลูก แม่แก้มน่ะเขาก็แต่งงานกับคุณพ่อของไนเปอร์ตอนอายุประมาณไนเปอร์นี่แหละ ตอนนี้ไนเปอร์โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หน้าที่การงานและความรับผิดชอบก็มีพร้อม ไนเปอร์พร้อมที่จะออกเรือนได้แล้วนะลูก” 

               “ไนเปอร์ทำไม่ได้” เธอส่ายหน้าปฏิเสธอีก “ไนเปอร์สัญญากับคุณพ่อเอาไว้แล้วว่าไนเปอร์จะไม่มีใคร ไนเปอร์จะเป็นนางไม้น้อยของคุณพ่อกับแม่แก้มไปตลอดชีวิต จะไม่มีคนรักเด็ดขาด” 

               “แม้ว่าไนเปอร์จะต้องเจ็บปวด ผู้กองพนาจะต้องเจ็บปวดเหมือนกันน่ะหรอ” 

               “ไนเปอร์ถึงต้องลืมเขาไง สำหรับไนเปอร์ ยังไงซะคุณพ่อกับแม่แก้มก็ต้องมาก่อนอยู่แล้ว ไนเปอร์จะทำให้ทุกคนผิดหวังในตัวไนเปอร์ไม่ได้ ไหนจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับน้องๆ อีก พ่อภู...หัวใจของไนเปอร์มันไม่มีค่า มันใช้รักใครไม่ได้ ไนเปอร์เกิดมาเพื่อสร้างความภูมิใจให้ทุกคนในบ้านเท่านั้น ไม่ได้เกิดมาเพื่อรักใครคนอื่น ไนเปอร์ยอมเจ็บปวดเอง แต่คุณพ่อกับแม่แก้มแล้วก็คุณปู่คุณย่าจะเจ็บปวดเพราะไนเปอร์ไม่ได้” 

               “ลูกเอ้ย” รองคีรินทร์ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ สงสารลูกเหลือเกินแต่ก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากนอกจากการกอดเธอเอาไว้เท่านั้น “ทำไมถึงไม่มาเกิดเป็นลูกพ่อจริงๆ ถ้าไนเปอร์มาเกิดเป็นลูกของพ่อ พ่อจะไม่มีวันบังคับหัวใจของไนเปอร์แบบนี้” เพราะ ผบ.กรันณ์กับราชาวดีต้องทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด ลูกทั้งสามคนจึงมีท่านนายพลปภพกับคุณหญิงกรกชเป็นผู้เลี้ยงดูแล บ้านนี้เลี้ยงและสอนลูกหลานให้นึกถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง โดยเฉพาะแก้วเจ้าจอมที่ถูกโอ๋มากที่สุด เธอเลยถูกปลูกฝังนิสัยของทหารคือให้รักเกียรติเป็นที่หนึ่งและห่วงใยทุกคนให้มากกว่าความสุขของตัวเอง สิ่งนี้จึงทำให้เธอห่วงความรู้สึกของคนอื่นก่อนตลอด 

               เสียงผู้คนที่เดินออกมาจากห้องนั่งเล่นทำให้สองพ่อลูกที่กอดปลอบขวัญกันอยู่ต้องหันไปมอง รองคีรินทร์รีบเช็ดน้ำตาออกให้แก้วเจ้าจอมก่อนที่ทุกคนจะสงสัยกันว่าเธอร้องไห้ทำไม เพราะปกติแก้วเจ้าจอมไม่ใช่คนที่จะร้องไห้ได้ง่ายๆ หมอเอื้อยที่เห็นสามีกำลังกอดลูกสาวอยู่ก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะทุกๆ เรื่องของแก้วเจ้าจอมรองคีรินทร์เล่าให้เธอฟังหมดทุกอย่างเพื่อหาทางออกให้กับลูกสาวในเรื่องนี้ แม้ว่าเธอจะอยากได้อรินมาเป็นหลานเขย แต่พอรู้ว่าจริงๆ แล้วแก้วเจ้าจอมรักใครเธอก็ได้แต่แอบเอาใจช่วยหลาน ขอให้เรื่องทุกอย่างมันผ่านพ้นไปด้วยดีและขอให้แก้วเจ้าจอมกลับมามีความสุขอีกครั้ง 

               “ดูสิแก้ม มีคนมาขโมยลูกเราไปอีกแล้ว” ผบ.กรันณ์พูดกับภรรยาแล้วพยักหน้ามาทางสองลุงหลาน พักนี้ดูจะโอ๋กันมากเป็นพิเศษ รองคีรินทร์ที่ได้ยินก็เลยหันมาทางน้องเขย 

               “พูดให้มันดีๆ ใครกันแน่ที่ขโมยลูก นี่ลูกกู แต่ไปอาศัยท้องยัยแก้มเกิดต่างหาก” 

               “น่าสงสาร คนทำลูกสาวไม่เป็นก็งี้” 

               “พูดแบบนี้แล้วมันกระทบผมยังไงก็ไม่รู้แฮะ” ผู้กำกับไกรจักรว่าโดยมีท่านนายพลปภพพยักหน้าเห็นด้วย 

               “ขอโทษทีที่ทำลูกสาวไม่เป็น” ท่านว่าจนทุกคนหัวเราะกัน เสียงหัวเราะของทุกคนทำให้แก้วเจ้าจอมต้องปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ทำเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนจะลุกขึ้นไปกอด ผบ.กรันณ์อย่างออดอ้อนเหมือนเดิม  

               “ไปงอแงอะไรกับพ่อภูอีก จะอ้อนขอพ่อภูไปจับคนร้ายกับพวกพ่อด้วยล่ะสิ” แก้วเจ้าจอมไม่ตอบ ได้แต่ซบใบหน้าเอาไว้กับอกของผู้เป็นพ่อแล้วแอบมองไปทางผู้กองพนาที่วันนี้เขาแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบสีดำสนิทพร้อมกับเสื้อเกราะและหมวกฟาส ต่างจากเครื่องแบบลายพรางของตำรวจพลร่มที่เคยใส่เป็นประจำ เขาดูสง่างามและเข้มแข็งมากกว่ายามที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าปกติสมกับเป็นนักรบที่ผ่านศึกมามากมาย ทันทีที่เขาเห็นเธอแอบมองเขาก็ฉีกยิ้มหวานๆ ใส่ เธอก็เลยทักเขาขึ้น 

               “ทำไมไม่พาหมวดริษามาด้วย เขาเป็นเพื่อนรักของฉันไม่ใช่หรอ” 

               “อยากคุยกับเขามั้ยเดี๋ยวผมต่อสายให้” 

               “มีเบอร์กันด้วย?” 

               “เฟสบุค ไลน์ ไอจีก็มี คุณแก้วอยากได้อันไหนล่ะ” ผู้หมวดศิวะแอบขำคนแกล้งเมีย ทำไมพักนี้ผู้กองของเขารู้จักกัดเมียเป็นทั้งๆ ที่เมื่อก่อนหงอกับเมียตลอด ทำเป็นพูดดีไปแบบนี้เดี๋ยวก็ถูกยัยโหดเตะก้านคอเข้าให้หรอก 

               “ฮ่าๆๆ สองคนนี้พูดเหมือนคนกำลังหึงกันเลยนะ แอบมีอะไรกันรึเปล่าเนี่ย” นคินทร์หัวเราะ ตั้งใจแค่จะแซวขำๆ แต่ทุกคนกลับไม่รู้สึกขำด้วย รองคีรินทร์ก็เลยรีบปิดปากลูกชายคนเล็กของตนเอาไว้ก่อนที่จะปากเสียไปมากกว่านี้ วันนี้น้องเขยของเขามันกำลังชื่นชมลูกเขยที่จับลูกน้องของสารวัตรคมกฤชได้ เขายังไม่อยากเห็นศึกระหว่างพ่อตากับลูกเขยอีกศึกหรอกนะ 

               “พูดอะไรแบบนั้นนาวิก พี่ไนเปอร์เขาไม่มีทางไปรักไปหึงใครเขาหรอก เขาก็แค่ถามถึงเพื่อนของเขาจากผู้กองพนาเท่านั้น” ผบ.กรันณ์ว่า ไม่สบอารมณ์เลย ใช่ว่าเขาจะมองไม่ออกเวลาที่ผู้กองพนามองลูกสาวของเขา หายไปอยู่ด้วยกันนานตั้งสามเดือนเขาไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่สนิทกัน แต่ที่ยังไม่พูดอะไรก็เพราะยังไม่มีหลักฐานแน่นอน ถ้าจะปรักปรำอะไรลูกของเขาก็เป็นผู้หญิงมีแต่จะเสียหาย ไว้จบคดีค้ามนุษย์นี่ก่อนเขาก็หวังว่าผู้กองพนาจะไม่มายุ่งกับแก้วเจ้าจอมอีก 

               “หลานมันก็แค่แซวเล่นตามประสา นาวิกก็ชอบพูดเล่นแบบนี้ตลอดแหละจะไปว่าหลานมันทำไม” ท่านนายพลปภพว่า ไม่อยากให้โรคหวงลูกสาวของ ผบ.กรันณ์กำเริบเดี๋ยวจะพาลเสียงานเสียการเอาเพราะเดี๋ยวก็ต้องออกไปจัดการกับสารวัตรคมกฤชกันแล้ว “แล้วนี่...ตกลงจะไปกันหมดนี่เลยหรอ จับคนแค่คนเดียวถึงกับต้องยกหน่วยรบพิเศษไปกันหมดบ้านเลย” ท่านมองแต่ละคน ทั้งรุ่นพ่อแล้วก็รุ่นลูกที่อยู่ในชุดพร้อมรบอาวุธครบมือเสมือนจะไปจับผู้ก่อการร้ายระดับชาติ 

               “จริงค่ะคุณพ่อ ให้หนุ่มๆ ไปกันก็พอแล้วมั้ง แก่ๆ จะตามไปด้วยทำไม” หมอเอื้อยว่าอย่างเห็นด้วยจนผู้เป็นสามีตวัดสายตาดุๆใส่ ยัยแรดน้อยนี่ เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวได้เจอคนแก่ลากขึ้นเตียงแล้วจะพูดไม่ออก ร้องไม่เป็นภาษา 

               “ป้าเอื้อยไม่รู้อะไร ตอนนี้คนร้ายมันกบดานอยู่ที่ผับแห่งหนึ่ง พวกผมน่ะไปจับคนร้าย ส่วนพวกพ่อๆ น่ะ เอางานมาบังหน้าไปงั้นแหละ ไม่ใช่ว่าตอนนี้จองโต๊ะ จองเด็กนั่งดริ้งเอาไว้แล้วหรอ โอ๊ยยยยยยย” ผู้กองกวินทร์ร้องออกมาลั่นบ้านเมื่อถูกผู้การนทีหยิกเข้าให้ 

               “ว่าพวกอาเอางานมาบังหน้า แต่ดูเหมือนคนบางคนแถวนี้จะมีเบอร์สาวๆ ที่ผับเกือบหมดทุกคนเลยนะ” ผู้การนทีว่า พร้อมกับที่ผู้กำกับไกรจักรดึงโพยเบอร์ติดต่อสาวๆ ที่ผู้กองกวินทร์ซ่อนเอาไว้ออกมาจากเสื้อเกราะของเขา ซึ่งมีรายชื่อยาวเป็นหางว่าวเลย 

               “สาวๆ ที่ไหนคุณอา นี่น่ะสายของผมทั้งนั้น อาชีพอย่างพวกเรามันต้องมีสายด้วยกันทั้งนั้นแหละ เอามาเลยๆ ความลับราชการ” 

               “ผมก็อยากมีสายบ้าง แนะนำให้บ้างสิลูกพี่” 

               “ไปตั้งใจเรียนให้จบก่อนเถอะไปแล้วค่อยมาแรด” ผู้กองกวินทร์รีบเก็บโพยรายชื่อสาวๆ เอาไว้ที่เดิมก่อนที่นคินทร์จะแอบมาส่องดู 

               เมื่อเอกพลที่ปลอมตัวไปเป็นสายอยู่สอดแนมคนร้ายส่งข่าวมาว่าสารวัตรคมกฤชอยู่ที่ผับแห่งนั้นแน่ชัดแล้ว รองคีรินทร์ก็นำทีมลูกหลานจะออกไปจัดการกับไอ้ชั่วที่มันบังอาจมาทำร้ายลูกสาวของเขาทันที แม้จะเป็นเพียงแค่การจับคนร้ายธรรมดาๆ ไม่น่าจะมีอะไรต้องเป็นห่วงแต่ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะต้องกอดเมียลาลูกเพื่อขอกำลังใจ โดยเฉพาะสองแฝดที่พร้อมใจกันกอดลาแม่แก้มของตนอยู่นานจนผู้เป็นพ่อแทบหาจังหวะเข้าไปกอดแม่แก้มบ้างไม่ได้ ผู้กองพนาได้แต่มองภาพความอบอุ่นของแต่ละครอบครัวด้วยความน้อยใจอยู่ลึกๆ ที่ตนไม่ได้มีครอบครัวเหมือนกับคนอื่นเขา ไม่มีพ่อแม่ให้กอดลา มีเพียงแค่เมียคนเดียวที่เป็นคู่ชีวิตแต่ตอนนี้เธอก็ลืมเลือนเขาไปหมดสิ้นแล้ว จริงอยู่ที่ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ใช่งานเสี่ยงตายอะไรมากมาย แต่ถ้าเขาพลาดตายขึ้นมา...นอกจากลูกน้องคนสนิท จะมีใครเสียใจให้กับการตายของเขาอีกบ้าง แม้แต่อริน ไอ้ตี๋ศัตรูหัวใจของเขาก็ยังมีทั้งแม่และน้องชาย มีพ่อคอยดูแลขณะออกไปร่วมในปฏิบัติการ ผู้หมวดศิขรินก็ได้ออกไปร่วมปฏิบัติการครั้งนี้กับผู้เป็นพ่อ มีแม่กับน้องชายคอยให้กำลังใจ ผู้กองกรินทร์ ผู้กองกวินทร์ก็มีทั้งพ่อแม่ปู่ย่าแล้วก็น้องสาว หรือแม้แต่ผู้การคณินกับผู้การนที แม้ว่าลูกๆ จะยังเด็กไม่อาจไปร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ได้แต่ท่านทั้งสองก็ยังมีภรรยาให้ได้กอดลาอย่างชื่นใจ ขนาดผู้หมวดศิวะก็ยังโทรไปขอพรกับผู้เป็นแม่ของเขา ไม่เหมือนเขาที่ไม่มีใครอยู่ข้างกายแม้แต่คนเดียว 

               “พี่ไนเปอร์ ขอกำลังใจหน่อยสิครับ” อรินรีบเดินเข้ามาหาแก้วเจ้าจอมพลางฉีกยิ้มหวานๆ อย่างออดอ้อน โดยที่แก้วเจ้าจอมก็ได้ยิ้มตอบอย่างเอ็นดู 

               “ไปในฐานะหมอ ไม่ได้บู๊อะไรกับเขามาก กำลังใจแค่จากคุณอาฟ้ามุ่ยกับพลร่มก็พอแล้วมั้ง” 

               “ถึงผมจะเป็นหมอ แต่ก็เป็นตำรวจจบหน่วยรบพิเศษมาเหมือนกันนะ” 

               “จ้าๆ งั้นก็ฝากเล่นงานไอ้แมงดานั่นให้พี่ด้วยนะ อย่าไปสะดุดขี้จิ้งจกหกล้มให้ขายหน้าเขาล่ะ เพี้ยงๆๆ” แก้วเจ้าจอมจับแก้มทั้งสองข้างของอรินแล้วดึงเขาลงมาหาก่อนจะเป่าหน้าผากอวยพรให้ ทำให้อรินรีบโผเข้ามากอดเธอทันที 

               “ไอ้เวร นั่นเมียกู!” ผู้กองพนาสถบลอดไรฟันออกมาแล้วทำท่าจะเข้าไปเล่นงานอรินจนท่านนายพลปภพต้องรีบดึงเขาเอาไว้เมื่อหลานเขยกำลังหึงจนหน้ามืดตามัว เดี๋ยวปืนในมือได้ลั่นใส่อรินกันพอดี ท่านส่ายหน้าให้ผู้กองหนุ่มเพื่อสั่งให้เขาหยุด เรื่องแบบนี้ต่อให้ผู้กองพนาไม่ออกโรงก็มีคนจัดการให้อยู่แล้ว เมื่อ ผบ.กรันณ์รีบเข้ามาลากอรินออกจากแก้วเจ้าจอมแล้วดีดใบหูหลานชายเป็นการสั่งสอน 

               “ลูกใครก็ไม่รู้ เผลอไม่ได้เดี๋ยวก็ฆ่าหมกหลังบ้านซะหรอก” แทนที่จะกลัวแต่อรินกลับทำแก้มป่องงอนลุงรันของตน เป็นแบบนี้ทุกทีเลย เมื่อไหร่จะเลื่อนตำแหน่งจากหลานชายมาเป็นลูกเขยให้เขานะ 

               “พ่อเขาหวงก็ยังจะไปกอดลูกสาวเอาอีก” ผู้กำกับไกรจักรรีบเข้ามาดึงลูกชายตัวเองคืน ผู้กองพนาจึงได้คลายความโกรธและหึงหวงลง แต่ก็ยังแอบมองอรินอย่างไม่พอใจอยู่ นี่ขนาดอยู่ต่อหน้าทุกคนมันก็ยังกล้ามากขนาดนี้ อย่าให้เขาต้องหมดความอดทนนะพ่อจะประกาศให้ชาวโลกได้รู้กันทั่วเลยว่าแก้วเจ้าจอมกับเขาเป็นอะไรกัน 

               “เอาล่ะๆ ไปกันได้แล้ว” รองคีรินทร์เรียกทุกคนไปขึ้นรถที่ลูกน้องของเขาเอามาจอดรอ ทุกคนก็เลยผละออกจากครอบครัวของตัวเองไปที่รถ โดยที่ผู้การคณินได้ลากผู้หมวดศิขรินไปขึ้นรถด้วยเพราะผู้หมวดหนุ่มกำลังทำท่าจะกอดขวัญคณิน ในขณะที่นทีธาราก็รีบโบกมือให้กำลังใจอรินด้วย 

               “ระวังตัวด้วยนะคะพี่อริน” สาวน้อยยิ้มอย่างสดใสให้เขาเมื่ออรินเดินผ่าน เขาจึงลูบศีรษะของเธออย่างเอ็นดูก่อนจะเดินไปขึ้นรถ หากแต่รอยยิ้มแสนหวานกลับแย้มออกมาให้แก้วเจ้าจอมเพียงคนเดียวจนสาวน้อยที่เพิ่งจะยิ้มให้เขาไปพลันหน้าหงอยขึ้นมา 

               เมื่อทุกคนเดินไปขึ้นรถกันแล้ว ผู้กองพนากับผู้หมวดศิวะก็จะตามทุกคนไปบ้าง แต่ในจังหวะที่เขาจะเดินผ่านแก้วเจ้าจอมไปนั้น รองคีรินทร์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ลูกสาวก็แกล้งทำเป็นเดินชนแก้วเจ้าจอมทำให้เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเซไปทางผู้กองพนาในทันทีจนเขาต้องรีบรับเธอเอาไว้แล้วดึงไปกอดจนแก้มนวลเฉียดจมูกของเขาพอให้ได้กลิ่นหอม สองแขนแกร่งกอดรัดเธอเอาไว้แนบอก พอจะยิ้มออกมาได้บ้างที่ได้กอดเธออีกครั้ง หลังจากที่ต้องทนคิดถึงเธอมานานแสนนานและอยากจะกอดเธอเอาไว้แบบนี้ตลอดไป 

               “ฮะแฮ่ม!!!” ท่านนายพลปภพกระแอมเสียงขึ้นใส่ทันทีแล้วมองรองคีรินทร์อย่างปรามๆ เมื่อรู้ว่าเขาแกล้งอยากให้ลูกเขยได้กอดลูกสาวของตัวเอง บ่งบอกให้ท่านรู้ว่ารองคีรินทร์กำลังถือข้างลูกเขยอยู่ 

               แก้วเจ้าจอมรีบผละออกจากอ้อมแขนของเขาในทันทีแล้วก็เอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตาเขาด้วยกลัวว่าจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้เพราะเธอเองก็คิดถึงอ้อมกอดของเขามากเหมือนกัน 

               “ใครที่มันเคยทำร้ายคุณแก้ว ผมจะไม่ปล่อยมันเอาไว้เด็ดขาด ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายคุณแก้วได้อีกแล้ว” เขาบอกกับเธอก่อนจะเดินไปขึ้นรถกับทุกคน แก้วเจ้าจอมจึงเงยหน้าแอบมองเขาด้วยความเป็นห่วงแต่ก็ไม่อาจพูดหรือทำอะไรได้ ในเมื่อตั้งใจที่จะลืมเขาเธอก็ควรลืมให้สนิท ห้ามรู้สึกอะไรเด็ดขาดและขอให้เขาลืมเธอบ้าง เพื่อที่ตัวเขาเองจะได้ไม่ต้องเจ็บปวด 

  

 

 

               ณ สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ที่ชั้นหนึ่งและชั้นสองต่างก็เต็มแน่นไปด้วยนักท่องราตรีที่กำลังโยกย้ายกายไปมาตามจังหวะของเสียงดนตรีโดยที่ไม่รู้เลยว่าในค่ำคืนนี้สถานบันเทิงแห่งนี้ได้มีเรื่องที่ผิดแผกไปจากทุกๆ คืน เมื่อดาดฟ้าของสถานบันเทิงแห่งนี้ได้มีชายชุดดำพร้อมอาวุธครบมือกำลังเข้ายึดครองพื้นที่อยู่ รอบๆ อาคารมีเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบซ่อนตัวอยู่พร้อมกับรถตู้ที่ใช้เป็นจุดบัญชาการ มีรองคีรินทร์เป็นหัวหน้าปฏิบัติการในครั้งนี้ เนื่องด้วยเขาเป็นนายทหารยศสูงจึงพยายามที่จะไม่แสดงตัวให้มาก ลำพังแค่ให้ลูกๆ หลานๆ จัดการก็น่าจะจัดการได้แล้ว ผิดกับผู้เป็นน้องเขยอย่าง ผบ.กรันณ์ ที่อยากจะจับสารวัตรคมกฤชให้ได้ด้วยตัวเขาเองเพราะความแค้นใจที่ถูกสาวถูกทำร้าย ทำให้ครอบครัวของเขาต้องเป็นทุกข์อยู่ได้ตั้งนานสองนาน ไว้เจอตัวมันก่อนเถอะเขาจะเล่นงานมันให้หนักเลย 

               “ปลอมตัวได้เนียนมากๆ” ผู้หมวดศิวะบอกกับผู้กองพนาแล้วพยักหน้าไปทางผู้กองกวินทร์ที่กำลังเต้นอยู่กลางเวทีท่ามกลางสาวๆ มากมาย และลีลาการเต้นของเขาก็พลิ้วไหวจนเป็นที่กรี๊ดกร๊าดของสาวๆ ในสถานบันเทิงแห่งนี้ ส่วนอีกด้านก็เห็นเอกพลกำลังยืนโยกตัวไปมาอยู่ใกล้ๆ กับโต๊ะของหนุ่มหน้าตาดี ด้วยสองอาหลานคู่นี้ปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวกันอยู่จึงไม่มีใครจับพิรุธอะไรได้  

               “แน่ใจนะครับว่าเป็นฝาแฝดกันจริงๆ” ผู้กองพนาหันมาทางผู้กองกรินทร์ที่กำลังวิทยุรายงานสถานการณ์ไปยังรถตู้ของรองคีรินทร์ ขณะที่พวกเขาแอบซุ่มกันอยู่ที่ระเบียงเหล็กนอกอาคารแล้วแอบมองสถานการณ์จากกระจกหน้าต่างบานเล็กๆ 

               “ผมไม่มีน้องแรดๆ แบบนี้” ผู้กองกรินทร์ส่ายหน้าให้กับน้องชายตัวเองที่กำลังควงเอวพลิ้วจนมีสาวๆ เข้ามาเต้นเบียดเสียดสีจนจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกันอยู่ลอมล่อ ผบ.กรันณ์ที่เพิ่งเดินเข้ามาหาแล้วเห็นลูกชายคนเล็กของตนกำลังเป็นดาวเด่นประผับอยู่ก็ถึงกับกุมขมับ ไม่รู้ว่ามันไปได้นิสัยแบบนี้มาจากไหน 

               “อยากให้แก้มได้มาเห็นจริงจริ๊ง” เขาบ่นออกมาเบาๆ เพราะราชาวดีโอ๋ลูกชายคนนี้มาก ดูซิ ถ้าได้มาเห็นความแรดของลูกชายแล้วจะรับได้มั้ย 

               (“พี่ซีล”) เสียงผู้กองกวินทร์ดังขึ้น ทุกคนที่ใส่หูฟังอยู่จึงได้ยินด้วย ก่อนจะมองไปทางผู้กองกวินทร์ที่ยังคงเต้นไปมาอย่างสนุกสนานอยู่ท่ามกลางสาวๆ เขาใช้โทรศัพท์พูดสายได้อย่างแนบเนียนจนทุกๆ คนที่เต้นอยู่ข้างกายเข้าใจว่าเขากำลังโทรหาเพื่อนฝูงของเขาอยู่ 

               (“คืนนี้สนุกมากเลย สาวๆ เพียบ รีบมาสนุกด้วยกันสิพี่ เดี๋ยวผมแนะนำน้องๆ ให้รู้จัก แต่ละคนนี่แจ่มๆ ทั้งนั้น”) 

               “อย่ามาแรด รายงานสถานการณ์ข้างในมาเดี๋ยวนี้” ผู้กองกรินทร์ว่าแล้วก็เมินหน้าหนีเมื่อเห็นเจ้าน้องชายตัวดีมันกำลังหอมแก้มสาวๆ ที่เต้นอยู่ข้างกาย ไม่รู้มาก่อนว่ามันจะปลอมตัวและตีบทได้แตกขนาดนี้ ยิ่งสวมหมวดไหมพรมเก๋ๆ เข้าไปยิ่งไม่มีใครดูทรงผมหัวเกรียนๆ ของมันออก 

               (“แม่สาวน้อยคนที่พี่หมายตาไว้เพิ่งออกมาจากห้องวีไอพี ตอนนี้กำลังจะพาไก่น้อยไปที่ห้องเชือดแล้ว รีบๆ ตามไปสมทบนะพี่ คืนนี้คงได้มีหนังสดให้ดู”) ทันทีที่ผู้กองกวินทร์รายงานมาแบบนี้ทุกคนก็รีบลุกขึ้นเตรียมพร้อม ความหมายของสิ่งที่ผู้กองกวินทร์บอกก็คือตอนนี้แม่สาวน้อย หรือสารวัตรคมกฤชได้หิ้วหญิงสาวคนหนึ่งจากห้องวีไอพีกำลังจะขึ้นไปยังที่พักซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของอาคารแห่งนี้ จุดประสงค์ของปฏิบัติการครั้งนี้คือเพียงแค่จับกุมตัวสารวัตรคมกฤชเท่านั้นนี่จึงเป็นภารกิจลับ ไม่ใช่ปฏิบัติการของทางการ ดังนั้นจึงต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษ  

               “ที่ผับนี้มีทางเข้าออกหลายทาง อานทีกับอาไกรจักรเฝ้าทางเข้าออกด้านหน้า อาคณินกับรีคอนเฝ้าอยู่ทางปีกซ้าย ซีลกับหมวดศิวะไปเฝ้าทางปีกขวา ระวังให้ดี ทางนี้มันมีทางเชื่อมออกไปด้านหลังผับ ถ้าพวกมันหนีมาทางนี้ พ่อภูกับอรินที่ดักอยู่ด้านหลังกับเจ้าหน้าที่อีกส่วนจะส่งกำลังเสริมเข้ามาช่วย” ผบ.กรันณ์สั่งการกับลูกชายแล้วจึงหันมาทางผู้กองพนา ด้วยเคยได้ยินมาว่าผู้กองคนนี้ฝีมือไม่ธรรมดา ผบ.กรันณ์เลยอยากจะดูซักหน่อยว่าเก่งสมคำร่ำลือมั้ยจึงเลือกให้เขามาเป็นบัดดี้ในปฏิบัติการนี้ “ส่วนผู้กองบุกเข้าไปข้างในกับผม แค่สองคนเท่านั้นโอเคมั้ย เดี๋ยวเรนเจอร์กับเอกพลจะตามมาสมทบ” 

               “ได้ครับท่าน!” ผู้กองพนาดึงผ้าขึ้นมาปิดอำพลางใบหน้าเอาไว้ คิดว่าคงได้เวลาทำคะแนนกับพ่อตาซะแล้วสิ 

  

 

 

               ผู้กองพนากับ ผบ.กรันณ์แอบลอบเข้ามายังพื้นที่ส่วนตัวของสถานบันเทิงแห่งนี้โดยลอบเข้ามาที่ชั้นสาม เพื่อขึ้นบันไดจากด้านในไปยังชั้นที่สี่ ซึ่งเป็นที่พักของสารวัตรคมกฤช ตำรวจชั่วที่เปิดผับบังหน้าอยู่ในกรุงเทพฯ หลังจากที่หนีออกมาจากตัวเมืองพัทยาก็มากบดานอยู่ที่นี่ ที่ชั้นสามแห่งนี้ปิดกั้นจากพื้นที่ชั้นหนึ่งและชั้นสองที่เป็นผับอย่างชัดเจน เพราะเสียงเพลงกระหึ่มจากด้านล่างไม่ได้เล็ดลอดขึ้นมาถึงชั้นนี้เลยแม้แต่น้อย และคาดว่าหากมีเสียงอะไรเกิดขึ้นด้านบนนี้ เสียงก็คงจะไม่เล็ดลอดลงไปที่ชั้นล่างด้วยเช่นกัน 

               “ชั้นนี้มีอะไร ทำไมมีคนเฝ้าอยู่เยอะจัง” ผู้กองพนาพึงพำออกมา ผบ.กรันณ์จึงยกนิ้วแตะริมฝีปากเพื่อบอกให้เขาเงียบและเงี่ยหูฟังให้ดีๆ ซึ่งพอเขาลองเงี่ยหูฟังตามก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของหญิงสาวจำนวนหลายคน บ้างก็เสียงคร่ำครวญขอให้ปล่อยตนออกไปจากที่นี่ ฟังดูแล้วน่าเวทนายิ่งนัก 

               “ท่านครับ...พวกมันจับผู้หญิงมา นี่ขนาดมันรู้ว่าเราจะต้องตามไล่ล่ามันมันก็ยังจะส่งผู้หญิงไปขายอยู่อีก” 

               “อะไรที่ทำแล้วได้เงินก้อนใหญ่ๆ มาได้ง่ายๆ แบบนี้ มันเลิกทำยากผู้กอง” 

               “แล้วเราจะเอายังไงดีครับ จะช่วยผู้หญิงก่อนรึจะไปลากคอไอ้ตำรวจชั่วนั่นก่อนดี” 

               “ยังไงเราก็ต้องจัดการกับลูกน้องของมันที่ชั้นนี้ก่อนอยู่แล้ว เพราะพวกมันเฝ้าทางขึ้นชั้นสี่เอาไว้อยู่ จัดการพวกมันที่ชั้นนี้แล้วค่อยไปลากคอไอ้ชั่วนั่นที่ชั้นบน เดี๋ยวผู้หญิงที่ถูกจับมาเรนเจอร์จะขึ้นมาช่วยเอง เจ้าลูกคนนี้ของผมมันถนัดทำงานกับผู้หญิง” ผู้กองพนาเกือบจะหลุดขำ ลูกชายเป็นแบบนี้ก็อดเหนื่อยใจแทนคนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่ได้ ถึงว่าสิหวงน้องนักจนต้องให้น้องใส่แหวนญาติของตัวเองเอาไว้ เขาว่ากันว่าพวกคนเจ้าชู้เนี่ยนิสัยขี้หวงสุดๆ 

               “เรนเจอร์ นี่พ่อเองนะ” ผบ.กรันณ์วิทยุไปหาลูกชาย “เลิกแรดแล้วขึ้นมาที่ชั้นสามด่วน มีผู้หญิงถูกจับตัวมา” 

               (“ครับ”) พอผู้กองกวินทร์รับคำสั่งแล้ว ผบ.กรันณ์ก็พยักหน้าบอกให้ผู้กองพนาบุกได้ เขากับผู้กองพนาจึงออกมาจากที่ซ่อน ทำให้ชายฉกรรจ์จำนวนนับสิบที่เฝ้าอยู่ชั้นนี้หันมามองก่อนจะกรูเข้ามาหาเมื่อเจอผู้บุกรุก 

               ผลัวะ!!! 

               ผู้กองพนาเป็นคนเปิดก่อนด้วยการกระโดดถีบชายคนแรกที่วิ่งเข้ามาหาจนอีกฝ่ายกระเด็ดไปกระแทกเข้ากับผนังอย่างจังจนหมดสติ ผบ.กรันณ์เห็นแล้วก็แอบอมยิ้มออกมาทันที ท่าทางเรื่องที่เขาร่ำลือมาจะเป็นความจริง ผู้กองคนนี้ฝีมือไม่ใช่เล่นๆ ซะแล้วสิ 

               แม้ว่าจะอายุมากขึ้นแล้วแต่ศิลปะการต่อสู้ของ ผบ.กรันณ์ก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย และแม้ว่าจะรู้จักกับผู้กองพนาได้ไม่นานแต่คนทั้งสองก็ร่วมมือกันต่อสู้กับเหล่าคนร้ายได้เป็นอย่างดี รวมใจและกำลังเป็นหนึ่งเดียวราวกับเคยร่วมสรภูมิรบด้วยกันมาอย่างโชกโชน 

               ผลัวะ!!! พลั่ก!!! 

               ไม่ว่าคนร้ายจะดาหน้าเข้ามากี่คนต่อกี่คนแต่ทั้งสองก็สามารถจัดการได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้อาวุธปืนเลยก่อนที่ผู้กองกวินทร์กับเอกพลที่อยู่ในชุดของนักท่องเที่ยวจะวิ่งเข้ามาหา 

               “โอ้โห ว่าจะมาโชว์พาวซะหน่อย พ่อกับผู้กองซัดซะเรียบเลย” 

               “หึ! ก็มัวแต่แรดอยู่นี่” ผบ.กรันณ์ว่าแล้วเดินเข้าไปดีดหูลูกชายเข้าให้ หมั่นไส้มันนักเจ้าลูกคนนี้ 

               “เปล่านะครับ กว่าพวกเราจะขึ้นมาบนนี้ได้ก็ซัดกับพวกข้างนอกมาเหมือนกัน” เอกพลว่า เลือดที่มุมปากเป็นหลักฐานได้ดีว่าเขากับผู้กองกวินทร์ก็ต้องจัดการกับพวกข้างนอกที่เฝ้าทางขึ้นมาเหมือนกัน 

               “มีพวกมันบางส่วนไหวตัวทันครับ วิ่งหนีไปคนละทิศละทาง ผมเป็นห่วงพ่อก็เลยไม่ได้ตาม” 

               “พวกมันหนีไปไหนไม่รอดหรอก” ผบ.กรันณ์ตอบ “พ่อให้พวกอาๆ เขาดัดทางเข้าออกเอาไว้หมดแล้ว ตอนนี้มีทางเดียวที่พวกมันจะหนีไปได้ก็คือต้องดำดินไปแล้วเท่านั้นแหละ บนดาดฟ้าคนของเราก็ยึดพื้นที่เอาไว้แล้วเหมือนกัน” 

               “ปิดประตูตีแมวสินะครับ” 

               “ใช่ เรนเจอร์กับอาเอกี้อยู่เคลียร์พื้นที่ทางนี้นะแล้วก็ช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกจับมา เดี๋ยวพ่อกับผู้กองพนาจะขึ้นไปจัดการกับไอ้ชั่วด้านบน” 

               “ผมไปกับพ่อไม่ได้หรอ ผมก็อยากเล่นงานไอ้สารเลวที่มันมาทำร้ายยัยโหดของผมเหมือนกันนะ” 

               “ผู้กองเขาชั่วโมงบินเยอะกว่า รออยู่นี่แหละเดี๋ยวพ่อลากคอมันลงมาให้จัดการ” ว่าแล้ว ผบ.กรันณ์ก็นำผู้กองพนาขึ้นไปยังชั้นสี่ ผู้กองกวินทร์กับเอกพลจึงอยู่เคลียร์พื้นที่แล้วเข้าไปช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกขังเอาไว้ 

               เมื่อขึ้นมาที่ชั้นสี่ก็ยังมีลูกน้องของสารวัตรคมกฤชเฝ้าอยู่ประมาณสี่คน ด้วยเป็นชั้นพักผ่อนส่วนตัวจึงไม่มีลูกน้องเฝ้าอยู่กันเยอะ แล้วลูกน้องทั้งสี่คนนี้ก็กำลังแอบดูอะไรบางอย่างอยู่ที่ห้องหนึ่งซึ่งมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวดังออกมา 

               “กรี๊ดดดด ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย อย่า!!! อย่าทำฉัน!!!” ฟังจากน้ำเสียงผู้หญิงคนนี้น่าจะอายุยังน้อยอยู่ ผบ.กรันณ์ได้ยินแล้วก็ปวดใจนักเมื่อพอจะเดาออกว่าข้างในห้องนั้นเกิดอะไรขึ้น หัวอกของคนเป็นพ่อที่มีลูกสาว ไม่มีพ่อคนไหนจะรับได้ทั้งนั้นถ้าเกิดลูกสาวของตนต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ 

               “ตอนที่ผู้กองเจอไนเปอร์ ไนเปอร์ไม่ได้ถูกทำร้ายแบบนี้ใช่มั้ย” 

               “ครับท่าน นอกจากถูกยิงกับบาดเจ็บจากการตกหน้าผา คุณแก้วก็ไม่ได้ถูกพวกมันทำร้ายอย่างอื่นอีก คุณแก้วเธอปลอดภัยทุกอย่างครับ” ผู้กองพนาเข้าใจดีว่าเขาคงจะห่วงลูกสาวมาก เพราะเท่าที่เขาได้รู้จักครอบครัวนี้มา ผบ.กรันณ์รักลูกสาวมากจริงๆ ธรรมชาติของคนเป็นพ่ออย่างไรเสียก็รักลูกมากอยู่แล้ว แต่ ผบ.กรันณ์กลับรักลูกมากกว่านั้น ไม่เพียงแต่ลูกสาว แม้แต่ลูกชายทั้งสองเขาก็รักยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด 

               “ท่านสบายใจได้ครับ ไม่มีใครข่มเหงรังแกคุณแก้วทั้งนั้น” หรือแม้แต่เขาเอง เขาก็ไม่ได้ข่มเหงรังแกเธอ เรื่องระหว่างเขากับแก้วเจ้าจอมมันเกิดขึ้นเพราะความรักและเธอก็เต็มใจ เขาไม่ได้ข่มเหงเธอ แต่เป็นเธอเองที่ข่มขืนเขาแล้วเขาก็สมยอม 

               “อย่าทำฉัน ฮื่อออออ ปล่อย!!! ช่วยด้วย...” เสียงหญิงสาวค่อยๆ อ่อนแรงลง เธอร่ำร้องออกมาอย่างหวาดกลัวและเจ็บปวดเมื่อ ผบ.กรันณ์กับผู้กองพนาเดินขึ้นมาจากบันได โดยที่ลูกน้องของสารวัตรคมกฤชยังไม่รู้ตัวเพราะกำลังแอบดูผู้เป็นนายจัดการกับหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายอยู่ 

               “ช่วยด้วย...พอแล้ว พอแล้ว ฮื่อออ อย่าทำฉัน” ยิ่งหญิงสาวร้องออกมาอย่างหวาดกลัว ผบ.กรันณ์กับผู้กองพนาก็ยิ่งทั้งโกรธทั้งแค้นไอ้หน้าตัวเมียพวกนี้ที่ฉุดผู้หญิงมารังแก และเมื่อทั้งสองคนแอบย่องเข้าไปจนถึงตัวลูกน้องทั้งสี่คนของสารวัตรคมกฤชแล้ว ปลายกระบอกปืนก็ซัดเข้าให้ที่ต้นคอของพวกมันอย่างจัง 

               ผลัวะ!!! ผลัวะ!!! 

               ชายสองคนแรกสลบคาที่ทำให้ชายอีกสองคนรีบหันมามองว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้กองพนาจึงขอเหมาจัดการพวกมันเองเพื่อให้ ผบ.กรันณ์เข้าไปช่วยหญิงสาวที่อยู่ด้านใน 

               เมื่อเข้ามาถึงส่วนของห้องนอน ผบ.กรันณ์ก็เห็นภาพที่สุดแสนจะน่าหดหู่ใจ เมื่อเด็กสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับนทีธารากำลังถูกไอ้ชาติชั่วเดนมนุษย์คนหนึ่งข่มเหงรังแกด้วยความกักขฬะ เนื้อตัวที่เปลือยเปล่าของเธอมีคราบเลือดติดอยู่คาดว่ามันน่าจะทำร้ายร่างกายของเธอ และที่ปลายเตียงก็มีเข็มฉีดยาอยู่ด้วย ไอ้สารเลว! ข่มเหงเด็กยังไม่พอมึงยังฉีดสารเสพติดให้เด็กคนนี้ด้วยหรอ ผบ.กรันณ์ไม่รอช้า เข้ารีบเดินไปที่เตียงนอนนั้นแล้วก็กระโดดถีบไอ้ชาติชั่วนั่นทันที 

               ผลัวะ!!! 

               “กรี๊ดดดดด” เด็กสาวกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวเมื่อ ผบ.กรันณ์เข้าไปเล่นงานไอ้เดนมนุษย์ที่มันกำลังทำร้ายเธอ ผู้กองพนาที่เพิ่งเข้ามาในห้องจึงรีบคว้าผ้าห่มเข้ามาคลุมร่างให้เด็กสาว ซึ่งเธอได้แต่ร้องไห้และกรีดร้องออกมาอย่างเสียขวัญ 

               “น้องไม่ต้องกลัวนะ พี่เป็นตำรวจ พี่มาช่วยน้อง” เขารีบบอกแต่เด็กสาวก็ยังหวาดกลัวไม่เลิก ยิ่งเขาบอกว่าเขาเป็นตำรวจเธอก็ยิ่งหวาดกลัว 

               “ตำรวจ...ไอ้ชั่ว!!! ไอ้พวกชั่ว!!!” เธอกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บแค้น ผู้กองพนาจึงฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าสารวัตรคมกฤช คนที่มันทำร้ายเธอก็เป็นตำรวจเหมือนกัน นั่นสินะ! เพราะมีตำรวจชั่วๆ อย่างมันนี่ไงผู้คนถึงได้เหมารวมว่าตำรวจนั้นเป็นคนไม่ดีไปเสียหมด 

               “โอเคพี่โกหก พวกพี่ไม่ใช่ตำรวจ แต่พี่เป็นคุณครู มีเด็กเรียนหนีเที่ยวพวกพี่เลยมาตาม ไม่ต้องกลัวนะตอนนี้น้องปลอดภัยแล้ว” พอเขาบอกแบบนี้เด็กสาวก็ค่อยสงบลงแต่ก็ยังหวาดกลัวอยู่ไม่หายผู้กองพนาจึงย้ำกับเธออีก “ไม่ต้องกลัว ปลอดภัยแล้ว พี่เป็นครู ส่วนนั่น ผอ.โรงเรียน เราจะตามผู้ปกครองน้องมาหานะ” เขาชี้ไปทาง ผบ.กรันณ์ว่าเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งพอได้ยินว่าเขาเป็นครูและเขาจะตามผู้ปกครองมาให้เด็กสาวก็ไว้ใจเขามากขึ้นแล้วหยุดคลุ้งคลั่ง ผู้กองพนาจึงได้เข้าไปช่วย ผบ.กรันณ์จัดการกับคนชั่วต่อ 

               “เปลี่ยนอาชีพให้ผมเฉยเลยนะ” ผบ.กรันณ์ว่าเขา ก่อนจะหันมาทางสารวัตรคมกฤชที่ตอนนี้คว้าผ้าขนหนูมานุ่งแล้ว 

               “พวกมึงเป็นใครกัน!” ดูจากเครื่องแบบและอาวุธสารวัตรคมกฤชก็พอจะเดาออกว่าเป็นพวกเจ้าหน้าที่ แต่ว่า...พวกเจ้าหน้าที่หน่วยไหนกัน ทำไมที่เครื่องแบบถึงไม่ติดสังกัดมาด้วย 

               “ดูหน้ากูก็น่าจะรู้นะ” ผบ.กรันณ์ว่าแล้วปลดผ้าที่ปกปิดใบหน้าออก เช่นเดียวกับผู้กองพนา ทันทีที่ผู้ว่าคนที่เล่นงานตนเป็นใครสารวัตรคมกฤชก็ถึงกับเบิกตากว้าง พยายามจะวิ่งไปคว้าอาวุธปืนที่โต๊ะข้างหัวเตียงมาแต่ก็ช้าเกินไปเมื่อผู้กองพนาพุ่งเข้าใส่แล้วปาดเท้าเตะก้านคอเข้าให้อย่างจัง 

               ผลัวะ!!! 

               สารวัตรคมกฤชกระเด็นไปตามแรงเตะทรุดฮวบลงไปกับพื้น ผู้กองพนาจึงจัดการใส่กุญแจมือเขาเอาไว้แล้วใช้เท้าเหยียบกลางหลังกดตัวสารวัตรคมกฤชไม่ให้ดิ้นหนี 

               “สารวัตรคมกฤช ผมขอจับกุมคุณในข้อหา...” 

               “ข้อหากล้าดีมาทำร้ายลูกสาวกู!!!” 

               ผลัวะ!!! 

               ผู้กองพนายังไม่ทันจะได้แจ้งข้อหา ผบ.กรันณ์ก็แจ้งข้อหาก่อนแล้วเตะเสยเข้าให้ที่ปลายคางจนสารวัตรชั่วหน้าหงายเลือดอาบไปทั้งใบหน้า แม้จะยังไม่หมดสติแต่ก็ไม่มีปัญญาที่จะลุกขึ้นมาขัดขืนอีกแล้ว ผบ.กรันณ์ สุวรรณเวช ผู้ชายคนนี้เป็นใครและโหดแค่ไหนใครๆ ต่างก็รู้ดีไม่อย่างนั้นคงคุมทหารพรานในสามจังหวัดชายแดนไม่ได้ สารวัตรคมกฤชคิดว่าตนจะหนีการตามล่าของครอบครัวนี้พ้นแล้ว กะว่าอีกวันสองวันจะหนีลงใต้ข้ามชายแดนออกนอกประเทศแต่ทุกอย่างก็ดูเหมือนว่าจะสายเกินไป 

  

 

************************************************************ 

สารวัตรชั่ว ชะตาแกขาดแล้ว โดนพ่อตากับลูกเขยเขาร่วมมือกัน  

ตอนนี้พี่พนาได้กัดเมียนิดๆ หน่อยๆ แต่ในตอนต่อๆ ไปพี่แกจะถึงขั้นสั่งซ่อมเมียด้วย รอติดตามเด้อ เขาจะกัดกันมันขนาดไหน 

*************************************** 

ปล.แพ็กกระเป๋าขึ้นหนองคายต่อนะคะ ไปลุ้นกับพี่คำแสนต่อ บทสรุปชีวิตเฮียแกมาถึงแล้ว 

ความคิดเห็น