facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 24.ทวงรัก

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 29k

ความคิดเห็น : 159

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ส.ค. 2563 03:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,400
× 0
× 0
แชร์ :
24.ทวงรัก
แบบอักษร

คำเตือน : เนื่องจากตอนนี้ตัวละครเยอะ ควรเปิดผังครอบครัวอ่านไปด้วยเด้อ นานๆ ทีบ้านนี้จะรวมตัวกัน 

**************************************** 

  

24.ทวงรัก 

  

               ภายในร้านขายดอกไม้สดหญิงสาวรูปร่างบอบบางกำลังค่อยๆ ประคองดอกไม้แต่ละดอกวางเอาไว้บนโต๊ะอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าหากพลั้งมือเผลอรุนแรงไปแม้แต่น้อย กลีบของดอกไม้ที่สวยสดงดงามนี้จะพาลบอบช้ำเอา โดยเฉพาะดอกกุหลาบสีขาวที่สั่งซื้อเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว และต้องเป็นกุหลาบสีขาวที่ดีที่สุดเท่าที่ทางร้านจะหาให้ได้เพื่อที่เธอจะได้นำไปมอบให้กับคนพิเศษของเธอ พี่สาวคนสวยที่เธอรักและคิดถึง เกือบสามเดือนมานี้เธอได้แต่เฝ้ารอวันที่พี่สาวจะกลับมาหา มาคอยติวหนังสือให้ มาชิมขนมที่เธอเป็นคนทำ พาเธอไปเที่ยวเล่น เพราะในบรรดาพี่น้องของเธอล้วนมีแต่ผู้ชายทั้งนั้น เธอกับแก้วเจ้าจอมจึงสนิทกันมากที่สุด 

               “หวังว่าพี่สาวจะชอบนะคะ” 

               “ค่ะ” ขวัญคณินยิ้มหวานอย่างอ่อนโยนให้กับเจ้าของร้านดอกไม้ที่เข้ามาช่วยเธอห่อดอกไม้เพื่อจะนำไปจัดเข้าช่อเองที่บ้าน “พี่สาวของฉันเธอชอบดอกกุหลาบสีขาวมากๆ ค่ะ เห็นแล้วต้องถูกใจมากๆ แน่” 

               “รวมถึงที่คาดผมด้วยรึเปล่าคะ” เจ้าของร้านถามอีกแล้วมองมาที่ถุงกระดาษสีหวานสดใส ซึ่งด้านในมีที่คาดผมสวยๆ อยู่มากมาย 

               “ใช่ค่ะ พี่สาวของฉันชอบที่คาดผม” เธอยิ้มตอบอีก ตั้งแต่จำความได้ สิ่งที่แก้วเจ้าจอมชอบมากๆ ก็คือกุหลาบสีขาว ที่คาดผมแล้วก็ขนมเค้ก ซึ่งต้องเป็นเค้กฝีมือเธอเท่านั้น 

               “ฉันไปก่อนนะคะ” ขวัญคณินบอกแล้วหอบช่อดอกไม้ที่ห่อเอาไว้ด้วยกระดาษออกมาจากร้านด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็ค่อยๆ ถือกล่องเค้กสตรอเบอร์รี่ที่เพิ่งซื้อมาด้วย 

               เมื่อออกมาจากร้านขายดอกไม้แล้วขวัญคณินก็มารอเรียกรถแท็กซี่ต่อเพื่อจะกลับเข้าบ้าน ด้วยเป็นหญิงสาวตัวเล็กแต่มีใบหน้าที่สวยหวานแสนอ่อนโยนทำให้ใครๆ ต่างก็พากันหันมามองจนหญิงสาวเริ่มประหม่า ดังนั้นจึงได้เดินเลี่ยงออกมารอรถที่ด้านข้างของซอยเล็กๆ ซอยหนึ่งซึ่งเป็นทางเข้าชุมชมแออัดซึ่งตอนนี้มีชายวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่รถมอเตอร์ไซค์ คำศัพท์แต่ละคำที่วัยรุ่นกลุ่มนี้พูดล้วนแต่ฟังหยาบคายไม่คุ้นหู ไหนจะเสียงที่ดังเอ็ดอึงอีกทำให้ขวัญคณินต้องเปลี่ยนใจค่อยๆ เดินออกมาห่างๆ หากแต่ปฏิกิริยาของเธอกลับไปต้องตาชายวัยรุ่นกลุ่มนั้นเข้า ยิ่งเห็นว่าเธอเป็นหญิงสาวสวย ผิวพรรณขาวสะอาดสะอ้านเหมือนพวกลูกคุณหนูคนมีตังค์ก็ยิ่งเป็นที่น่าสนใจ 

               “ท่าจะลูกคุณหนูเว้ย นางฟ้าตกสวรรค์ชัดๆ” เสียงชายในกลุ่มนี้ว่าก่อนจะเดินเข้ามาล้อมขวัญคณินที่กำลังเดินหนีพวกเขามา ยิ่งได้มองใกล้ๆ ก็ยิ่งถูกใจในความสวย ท่าทางน่าจะอายุยังน้อยอยู่ สวยแบบนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ก็นั่นสินะ สาวสวยลูกคุณหนูที่ไหนจะมาเดินอยู่ใกล้ๆ ย่านชุมชนแออัดแบบนี้ 

               “ถือข้าวของซะเยอะเลยน้องสาว จะไปไหนหรอจ๊ะ ให้พวกพี่ช่วยถือของให้มั้ย” ไม่ถามเปล่าแต่ยังยื่นมือมาจะแย่งเอาถุงกล่องเค้กไปอีกทำให้ขวัญคณินต้องเบี่ยงตัวหลบ แต่ถึงจะเบี่ยงตัวหลบอย่างไรชายกลุ่มนี้ก็ยังจะต่อแยเธอไม่เลิกจนทำให้กล่องเค้กของเธอตกลงไปที่พื้นจนหน้าเค้กเละไม่มีชิ้นดี 

               “อ้าว เค้กหกซะละ” ชายกลุ่มนี้ว่าขึ้นสลับกับหัวเราะ นึกสนุกที่ได้เห็นหญิงสาวหน้าเสียไปที่ทำเค้กตก 

               ขวัญคณินทั้งโกรธทั้งตกใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จะให้เธอไปกระโดดเตะต่อยกับชายกลุ่มนี้เหมือนกับที่พี่สาวชอบทำบ่อยๆ เธอก็ไม่เคยทำ แม้จะได้ร่ำเรียนศิลปะการป้องกันตัวมาอย่างมากมาย แต่เธอก็ใจไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้นและมักจะโทษตัวเองเสมอว่าตนเป็นคนอ่อนแอ ไม่ได้เข้มแข็งเหมือนอย่างพี่ๆ น้องๆ ที่โตมาด้วยกัน จนทุกวันนี้คณานนท์น้องชายของเธอจะทำตัวเป็นพี่ชายของเธอไปทุกทีแล้ว 

               “เค้กตกก็ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวไปซื้อใหม่ก็ได้ พี่พาไป ปะ” 

               “ไม่! อย่ามายุ่งกับฉันนะ” ขวัญคณินสบัดข้อมือหนีเมื่อชายคนหนึ่งพยายามจะจับข้อมือของเธอเอาไว้จนขวัญคณินต้องรีบถอยหนีอีก แต่ชายกลุ่มนี้ก็ยังจะรุกเข้ามาหาเธอไม่หยุดและคุกคามเธอมากขึ้นกว่าทุกที 

               “รังแกผู้หญิงแบบนี้ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลยนะ” เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง 

               “พี่รีคอน!” ขวัญคณินร้องเรียกเขาด้วยความดีใจก่อนจะรีบวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังเขา โล่งใจเหลือเกินที่เขามาอยู่ที่นี่ด้วย ส่วนกลุ่มชายที่มีท่าทีคุกคามเธอก็ได้แต่มองผู้หมวดศิขรินอย่างไม่แน่ใจเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มร่างสูงกายกำยำตรงหน้าแต่งกายด้วยเครื่องแบบทหารชุดลายพลาง 

               “เอาไงดีพี่” เสียงชายกลุ่มนี้กระซิบถามผู้เป็นลูกพี่ ลำพังแค่ทหารคนเดียวนั้นพวกเขาไม่กลัวหรอก แต่อาวุธปืนสองกระบอกที่เหน็บอยู่ที่เอวของเขานี่สิมันสั่งให้พวกเขาต้องหยุด และเพียงแค่นายทหารหนุ่มจ้องมองพวกตนอย่างเอาเรื่องแล้วทำท่าจะชักปืนออกมา ชายกลุ่มนี้ต่างก็รีบพากันวิ่งหนีกลับเข้าไปในชุมชนแออัดนั่นทันที 

               “ฟู่!” ขวัญครินพ่มลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ ดีใจที่พี่รีคอนมาช่วยเอาไว้ได้ทัน จะว่าไปแล้วนี่มันก็เป็นทางผ่านกลับบ้านเขาพอดี นี่เขาคงจะเพิ่งกลับมาจากค่ายสินะถึงยังแต่งชุดปฏิบัติงานอยู่แบบนี้ 

               “มารีนเป็นอะไรรึเปล่า” ผู้หมวดศิขรินรีบหันมาถามเธอด้วยความเป็นห่วง เขากำลังจะขับรถกลับบ้านพอดี ว่าจะแวะซื้อกับข้าวแถวนี้กลับเข้าไปกินด้วยแต่ก็เห็นสาวน้อยในดวงใจของเขากำลังถูกรังแกอยู่ ดีแค่ไหนที่เขามาเจอเข้าเสียก่อน 

               “มารีนไม่เป็นไรค่ะ แต่ว่า...” แววตาเศร้ามองไปที่กล่องเค้กอย่างแสนเสียดาย “เค้กของพี่ไนเปอร์...” 

               “เค้กน่ะ ซื้อใหม่หรือทำใหม่ก็ได้ ขอแค่มารีนปลอดภัยก็พอแล้ว แล้วนี่มาทำอะไรแถวนี้” 

               “มารีนมาเอาดอกไม้ที่สั่งเอาไว้ค่ะ จะเอาไปให้พี่ไนเปอร์” 

               “แล้วทำไมถึงมาคนเดียว นี่ถ้าพี่ไม่บังเอิญผ่านมาจะทำยังไง” 

               “มารีน...” ใบหน้าสวยหวานก้มงุดอย่างรู้สึกผิดและละอายใจในความไม่กล้าสู้คนของตัวเอง ท่าทีของเธอทำให้ผู้หมวดศิขรินอดรู้สึกเอ็นดูไม่ได้ เมื่อก่อนตอนเด็กๆ เขารู้เพียงแค่ว่าเขาชอบน้องมารีน แต่พอเธอโตเป็นสาวขึ้นมา ความรู้สึกชอบที่มีก็แปรเปลี่ยนมาเป็นความรัก เขาไม่ได้ชอบผู้หญิงเก่งกล้าและโหดจนน่ากลัวอย่างแก้วเจ้าจอม แต่เขาชอบผู้หญิงเรียบร้อยแสนอ่อนหวานและใจดีอย่างคุณอาแก้ม และ...อย่างน้องมารีนคนนี้ เธอทั้งน่ารัก น่าเอ็นดูและน่าทะนุถนอมเหลือเกินสำหรับเขา 

               “ไม่ต้องไปเสียดายเค้กหรอกนะ มารีนทำขนมอร่อยมากแล้วยัยโหดก็ชอบเค้กที่มารีนทำมากๆ ด้วย แทนที่จะไปซื้อเค้กใหม่ทำไมถึงไม่ทำเค้กเองล่ะ” 

               “เอ๋...” ขวัญคณินเงยหน้าขึ้นมองเขา ซึ่งเขาก็ก้มลงมายิ้มหวานให้เธออีก 

               “พี่อยากกินขนมฝีมือของมารีน...ทำเค้กให้ยัยโหดแล้ว...ทำเผื่อพี่ด้วยได้มั้ย” 

               “พี่รีคอน...” แก้มนวลแดงก่ำด้วยความเขินอาย ยิ่งเขายิ้มให้เธอก็ยิ่งเขินจนต้องเอียงแก้มหนี หัวใจเต้นแรงระรัวไปหมด อยู่ใกล้ๆ พี่รีคอนทีไรเธอไม่เป็นตัวของตัวเองตลอดเลย 

               “แล้วมารีนจะไปทำขนมที่ไหนล่ะคะ ที่บ้านไม่มีอุปกรณ์ ถ้าไปซื้อแป้ง ซื้อเนยใหม่คงทำเสร็จไม่ทันงานรับขวัญพี่ไนเปอร์” 

               “ที่บ้านพี่มี เมื่อวานเห็นนาวิกบอกว่าแม่พี่ท่านซื้อของมาเตรียมทำเค้กให้พ่ออยู่เหมือนกัน แต่ว่า...เป็นหมันซะก่อน” 

               “ทำไมล่ะคะ” 

               “พ่อพี่ท่านกินคนทำเค้กอิ่มซะก่อนน่ะ ฮ่าๆๆ” 

               “พี่รีคอน” ขวัญหน้าคณินหน้าแดงหูแดงไปหมดแล้ว นี่เขาเอาอะไรมาพูดให้เธอฟังกันล่ะเนี่ย 

               แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เดินขึ้นไปนั่งบนรถกับเขาแต่โดยดี เพราะความเป็นสุภาพบุรุษและไว้ใจได้ของผู้หมวดศิขริน หากเธอจะไปไหนมาไหนกับเขาทางผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ออกจะเบาใจกันด้วยซ้ำที่เธอมีเขาอยู่ด้วย 

  

 

 

               “พ่อกับแม่พี่ท่านล่วงหน้าไปที่บ้านคุณปู่ก่อนแล้ว เห็นว่าผู้กองพนาคนที่เขาช่วยยัยโหดเอาไว้มาที่บ้านน่ะ คงมีธุระจะพูดคุยกันอีกเยอะ พี่เพิ่งออกเวรมาก็รีบขับรถจากที่ค่ายกลับมาบ้านเลย ขืนมาช้ามางานรับขวัญยัยโหดไม่ทัน พี่จะถูกยัยโหดของมารีนกินหัวเอา” ผู้หมวดหนุ่มบอกขณะพาขวัญคณินเดินเข้ามาในบ้านของเขา ทำให้ขวัญคณินหัวเราะตาม ก็พี่สาวของเธอขึ้นชื่อในเรื่องของความโหดนี่นา แต่สำหรับเธอ พี่ไนเปอร์มักจะใจดีกับเธอเสมอ 

               “งั้นพี่รีคอนก็ไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะนะคะ ขับรถมาจากค่าย ไหนจะเพิ่งออกเวรมาอีก คงเพลียแย่” 

               “ได้ไง ใครจะยอมปล่อยให้ทำขนมอยู่คนเดียว พี่พามารีนมาที่บ้านก็ต้องอยู่เทคแคร์สิ” มีที่ไหนกัน พาผู้หญิงมาบ้านแล้วปล่อยให้เธอทำขนมให้อยู่คนเดียวแล้วตัวเองไปนอน 

               “มารีนรอพี่แป๊บนะ เดี๋ยวพี่ขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วจะรีบลงมาช่วยทำขนม” เขายิ้มบอกแล้วจูงมือขวัญคณินจะพาไปนั่งที่โซฟาของห้องนั่งเล่น แต่ก็มีใครคนหนึ่งที่นอนอยู่ที่โซฟาตัวยาวอยู่ก่อนแล้วกำลังงัวเงียตื่นขึ้นมา ทำเอาสองหนุ่มสาวตกใจกันเพราะไม่คิดว่าเขาจะอยู่ที่นี่ด้วย 

               “อ้าว ทำไมยังอยู่ที่นี่อีกล่ะ” ผู้หมวดศิขรินถามคนหน้ายู่ยี่ที่งัวเงียเพิ่งตื่น ไอ้ก้างขวางคอเอ้ย! 

               “ก็วันนี้พี่บอกว่าจะกลับบ้าน ผมก็รอจะไปงานเจ๊โหดพร้อมพี่อะดิ” ว่าแล้วก็อ้าปากหาว กลิ่นเหล้าคละคลุ้งเตะจมูกผู้เป็นพี่ชายจนเขาต้องทำหน้าดุใส่ 

               “นี่แกไปดื่มมาจากที่ไหน ไอ้ทหารเรือขี้เมาเอ้ย!” 

               “อ๋อ เมื่อคืนไปปาตี้กับลูกพี่มาน่ะ มันมากเลยพี่รีคอน สาวๆ แจ่มๆ ทั้งนั้นเลย” ได้ฟังคนเป็นน้องเล่าผู้หมวดศิขรินก็ทำตามองบนใส่ ลูกพี่ที่พูดถึงก็ไม่ใช่ใครอื่นหรอก ก็ผู้กองกวินทร์พี่ชายของพวกเขานี่แหละ นี่ดีนะ ถึงน้องชายของเขามันจะชอบเที่ยว ทำตัวเจ้าชู้เหมือนไอดอลของมัน แต่เรื่องการเรียนก็ไม่เคยตกเลย เขาล่ะอดทึ่งน้องชายตัวเองไม่ได้ ทำตัวเหมือนไม่เอาไหน แต่ผลการเรียนออกมาทีไรก็ทำให้พ่อกับแม่ภูมิใจได้ตลอด ในเมื่อเรื่องเรียนก็ไม่ตก เรื่องงานก็ดี เวลาที่ออกไปทำตัวเป็นพ่อหนุ่มนักรักตามผู้กองกวินทร์ก็เลยไม่มีใครว่าอะไรมาก รวมทั้งเขาเองด้วย 

               “ตามสบายนะมารีน ไม่ต้องเกรงใจ ถือซะว่าเป็นบ้านตัวเอง อีกหน่อยเรียนจบแล้วจะรีบไปสู่ขอมาเป็นพี่สะใภ้” นคินทร์หันมาแซวหญิงสาวที่พี่ชายพามาบ้านด้วย เขากับขวัญคณินนั้นอายุรุ่นราวคราวเดียวกันแล้วเขาก็ชอบเธอมากด้วย ขวัญคณินทั้งสวยแล้วก็น่ารักมาก เหมาะสมกับพี่ชายของเขาที่สุดและเขาก็อยากได้เธอมาเป็นพี่สะใภ้ 

               “พูดมากน่า นอนไปเลยไป” ผู้หมวดศิขรินผลักศีรษะน้องชายให้ล้มลงไปนอนที่โซฟาอีกครั้ง แต่นคินทร์กลับรีบลุกขึ้นแล้วกอดตุ๊กตาเดินหนีขึ้นไปบนบ้านแทน 

               “ไปนอนบนห้องดีกว่า เผื่อมีคนอยากสวีทกันเขาจะได้ไม่หาว่าผมเป็นก้างขวางคอ ลำพังแค่พ่อกับแม่จู๋จี๋กันก็เลี่ยนจะแย่แล้ว ดูซิ เมื่อวานก็อดกินเค้กเพราะพ่อดันขโมยคนทำเค้กไปกินเองอยู่ตั้งนานสองนาน แก่แล้วยังแรงดีไม่เลิก ถ้าอีกหน่อยมีน้องเพิ่มจะไม่แปลกใจเลย” เสียงบ่นงึมงำๆ ของคนเมาค้างทำให้ผู้หมวดศิขรินแอบแยกเขี้ยวใส่ หากแต่ภายในใจกลับคิดว่านคินทร์ทำได้ดีมาก รีบๆ ไสหัวไปซะ อย่ามาเป็นก้างขวางคอเขาไอ้น้องตัวแสบ 

               “เกลียดท่าเดินกอดตุ๊กตาของมันจริงๆ” เขาว่า มารีนก็ยิ่งหัวเราะให้กับความน่ารักของพี่น้องบ้านนี้ ครอบครัวของผู้หมวดศิขรินนั้นน่ารักแบบนี้เสมอ คุณลุงภูกับป้าเอื้อยก็ใจดีกับเธอมาก 

               หลังจากที่ขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วผู้หมวดหนุ่มก็รีบมาช่วยขวัญคณินทำเค้กที่ห้องครัวของบ้านทันที ส่วนมากเขาก็ติดงานอยู่แต่ที่ค่าย ขวัญคณินเองก็ติดเรียนและต้องอยู่หอพัก นานๆ ทีจะได้เจอกันและใช้เวลาอยู่ด้วยกันแบบนี้ ดังนั้นเขาอยากใช้เวลาอยู่กับเธอให้ได้มากที่สุด 

               สองหนุ่มสาวช่วยกันร่อนแป้งทำเค้กอย่างสนุกสนานและหยอกล้อเล่นกันไปมา แม้ว่าเค้กที่ทำจะเป็นเค้กที่ทำให้กับแก้วเจ้าจอม แต่มันก็เต็มไปด้วยความรักของผู้หมวดหนุ่มที่มีต่อขวัญคณินทั้งชิ้น และเค้กชิ้นนี้ก็เป็นเค้กที่หอมหวานอร่อยที่สุดเท่าที่ขวัญคณินเคยทำมา ซึ่งเธอเองก็มีความสุขที่ได้มีกิจกรรมสนุกๆ ทำร่วมกับพี่รีคอน แล้วพอทำเค้กเสร็จทั้งสองคนก็ยังมาช่วยกันจัดช่อดอกไม้ให้กับแก้วเจ้าจอมอีกด้วย 

               “ที่ค่ายของพี่มีต้นดอกปีบเยอะมาก เวลาที่ได้มองดอกปีบ รู้มั้ยว่ามันทำให้พี่นึกถึงแต่มารีน” ผู้หมวดศิขรินบอกขณะที่ขวัญคณินกำลังจัดดอกกุหลาบเข้าช่อ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ยื่นช่อดอกปีบที่ห่อด้วยกรวยใบตองมาให้เธอ 

               “ชาวบ้านแถวๆ ค่ายของพี่เรียกดอกปีบว่า เต็กตองโพ่ ว่ากันว่าดอกปีบเป็นสัญลักษณ์ของพยาบาล พอมารีนเรียนจบก็จะได้เป็นพยาบาลทหารบก เวลาเห็นดอกปีบพี่ก็เลยนึกถึงแต่มารีน” 

               “แล้วที่โรงพยาบาลค่ายแถวนั้นไม่มีพยาบาลหรอคะพี่รีคอนถึงได้นึกถึงแต่มารีนคนเดียว” 

               “ก็...พยาบาลที่นู่นก็มีเยอะ แต่ว่า...” ผู้หมวดหนุ่มหน้าแดงด้วยความเขิน “ไม่มีใครน่ารักได้เท่ากับมารีน” ดอกปีบช่อน้อยในกรวยใบตองถูกหยิบออกมาก่อนที่ผู้หมวดหนุ่มจะปักแซมเอาไว้กับมวยผมดังโงะของขวัญคณิน ความอบอุ่นและอ่อนโยนของเขาทำให้สาวน้อยยิ่งเขินอายหนัก แม้จะรู้ดีถึงความในใจของเขาและความรู้สึกที่เธอมีต่อเขามันก็ไม่ได้ต่างกันเลย ยิ่งพอเขามาแสดงความรักด้วยเธอก็เขินอายสุดๆ แต่เพราะความต้องการของหัวใจที่นำพาเธอจึงไม่ได้ปฏิเสธความใกล้ชิดนี้ ยอมให้เขาปักแซมดอกปีบให้ 

               “อยากหอมแก้มจัง...” พอได้คืบก็จะเอาศอกเมื่อผู้หมวดหนุ่มโพล่งขึ้นมา “แต่ยังเด็กอยู่แบบนี้ เดี๋ยวคุณอาคณินจะเอาปืนมายิงพี่ตายคาบ้าน อาขวัญยิ่งหวงๆ ลูกสาวอยู่” 

               “ดีแล้วค่ะ” 

               “แล้วถ้าเรียนจบพี่หอมแก้มได้รึเปล่า” 

               “งั้นพี่รีคอนก็รอไปอีกหลายปีเลยนะคะ รอไปก่อนนะไว้เรียนจบแล้วมารีนจะให้คำตอบ” 

               “พี่รอเก่งนะจะบอกให้” เขายิ้มบอก “กว่าอาขวัญกับอาคณินจะแต่งงานกันได้ อาคณินก็เลี้ยงต้อย เอ้ย! ก็ศึกษาดูใจอยู่กับอาขวัญตั้งเกือบสิบปีจนอาขวัญเรียนจบ อาคณินทำได้แล้วทำไมพี่จะทำบ้างไม่ได้” 

               “พี่รีคอนจะรอมารีนได้เป็นสิบๆ ปีเลยหรอคะ” 

               “แค่สี่ห้าปีก็พอมั้ง เรียนจบปุ๊บแล้วแต่งปั๊บเลยเป็นไง” 

               “ยังไม่ได้เป็นแฟนเลย จะขอแต่งซะแล้ว” 

               “แล้วจองเอาไว้ก่อนได้รึเปล่า พี่กลัวคนอื่นมาแย่ง” ขวัญคณินยังไม่เข้าใจกับคำว่าจองของเขาจนกระทั่งเห็นแหวนญาติ จปร. วงสวยที่เขายื่นมาให้เธอ “พี่รักมารีน พี่จองมารีนเอาไว้ก่อนได้รึเปล่า ให้แหวนวงนี้เป็นตัวแทนของพี่ในยามที่เราต้องห่างกัน และให้มันช่วยเตือนใจมารีนว่าอย่ามีใคร...เพราะพี่รอมารีนอยู่” 

               ขวัญคณินน้ำตาปริ่มขึ้นมาในทันที ได้แต่มองแหวนญาติวงน้อยสลับกับมองหน้าเขา นี่เขาพูดจริงรึเปล่า 

               “พี่จองตัวและหัวใจของมารีนเอาไว้ก่อนได้มั้ยครับ” 

               “...มารีนขอถามคุณพ่อกับคุณแม่ก่อนได้มั้ยคะ” 

               “ถ้าพ่อพี่เอ่ยปากขอ อาคณินไม่กล้าหือหรอก” เพราะพ่อของเขาเป็นเจ้านายของพ่อเธอ แล้วพ่อของเธอก็เคารพพ่อของเขามากๆ อย่างไรเสียเขาก็คิดว่าเส้นทางรักของเขาไม่น่าจะมีอุปสรรคหรอก 

               “แล้วคุณลุงล่ะคะ...” ขวัญคณินหมายถึง ผบ.กรันณ์ผู้เป็นลุงของเธอ นอกจากคุณลุงของเธอจะหวงลูกสาวมากแล้ว แม้แต่หลานสาวอย่างเธอคุณลุงก็ยังหวงมากๆ ด้วยเหมือนกัน ซึ่งพอเอ่ยถึงผู้เป็นลุงขึ้นมาผู้หมวดหนุ่มก็เริ่มเหงื่อตกเหมือนกัน พ่อของขวัญคณินน่ะคุยไม่ยากหรอก แต่ลุงของเธอนี่สิ แค่นึกถึงก็อกสั่นขวัญแขวนแล้ว 

               “เดี๋ยวพี่เข้าทางอาแก้ม รับรองว่าอารันไม่กล้าหือหรอก บ้านนั้นเขาเมียเป็นใหญ่” ขวัญคณินหัวเราะคิกออกมาทันทีเมื่อนึกตามที่เขาว่า ถูกของเขา คุณลุงของเธอนั้นกลัวคุณป้ามาก คุณลุงไม่เคยขัดใจคุณป้าเลย 

               พอเห็นขวัญคณินเริ่มยิ้มออกมาได้ ผู้หมวดศิขรินก็ค่อยๆ บรรจงสวมแหวนญาติให้กับเธอเพื่อเป็นการจองความรักของเขาเอาไว้ก่อน แล้วพอเขาสวมแหวนญาติให้กับเธอแล้วขวัญคณินก็หันไปหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าให้เขาด้วยเช่นกัน แหวนญาติของพยาบาลทหารบกที่ประดับด้วยไดออฟไซต์หรือพลอยใสสีเขียวแก่ 

               “แหวนญาติของมารีน...ฝากพี่รีคอนเก็บเอาไว้ด้วยนะคะ” 

               “จะจองพี่เอาไว้ด้วยหรอ” 

               “ได้มั้ยล่ะคะ” แล้วผู้หมวดศิขรินก็ยื่นมือข้างซ้ายมาเพื่อให้เธอสวมแหวนญาติให้แทนคำตอบ 

               “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” เขาถอดแหวนรุ่นทหารที่นิ้วออกก่อนด้วย “ทหารจะใส่แหวนญาติที่นิ้วนางข้างซ้ายเพื่อให้ระลึกเอาไว้ว่าหน้าที่ต้องมาก่อนหัวใจ แต่ว่า...สำหรับพี่ พี่ขอให้หัวใจมาก่อนหน้าที่ก็แล้วกันนะ” 

               “ทหารไม่น่ารัก” 

               “น่ารักแค่กับมารีนคนเดียวก็พอแล้ว” 

               นคินทร์ที่เพิ่งเดินลงมาจากชั้นบนของบ้านแล้วบังเอิญได้เห็นการแลกแหวนแทนใจของทั้งสองคน ไหนจะถ้อยคำหวานเลี่ยนเจียนอ้วกของผู้เป็นพี่ชายอีกก็ถึงกับทำท่าโก่งคออ้วกทันที พี่ชายของเขานี่ เห็นนิ่งๆ เงียบๆ นึกว่าจะจีบสาวไม่เป็นซะอีก ไอ้พวกเงียบๆ แบบนี้ฟาดเรียบทุกรายสิน้า งานนี้ทำเอาพ่อหนุ่มนักรักเบอร์สามอย่างเขาถึงกับชิดซ้ายไปเลยทีเดียว 

  

 

 

               งานเลี้ยงรับขวัญแก้วจัดขึ้นที่ริมสระว่ายน้ำของบ้านสุวรรณเวช แขกที่มาร่วมงานก็ล้วนแต่เป็นญาติพี่น้องคนสนิทอย่างครอบครัวของรองคีรินทร์ ครอบครัวของผู้การคณิน ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 35 คุณพ่อของขวัญคณิน ครอบครัวของผู้การนที ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 46 ครอบครัวของผู้กำกับไกรจักร ผู้กำกับกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 แล้วก็ผู้พันเอกพล ผู้พันแห่งกรมทหารพรานที่ 46 ผู้กองพนากับผู้หมวดศิวะเห็นบรรดาแขกในงานแล้วก็ถึงกับเกร็งแล้วเกร็งอีก ครอบครัวของแก้วเจ้าจอมแต่ละคนมีแต่นักรบแถวหน้าของประเทศทั้งนั้น รุ่นพ่อรุ่นแม่ไม่เท่าไหร่ รุ่นลูกนี่สิ แต่ละคนมีแต่ตัวแสบๆ ทั้งนั้น พวกเขาได้ยินท่านนายพลปภพเรียกแก๊งรุ่นลูกว่า แก๊งฟันน้ำนม แต่ฟังจากชื่อของแต่ละคนแล้ว น่าจะชื่อแก๊งหน่วยรบพิเศษมากกว่า ชื่อลูกหลานนี่มาในธีมเดียวกันทั้งนั้น 

               “ผู้กองครับ ทำไมเงาหัวของผมมันดูกุดๆ ยังไงก็ไม่รู้ครับ” ผู้หมวดศิวะกระซิบถามกับเขา ไม่ใช่เพราะกลัวทุกคน แต่เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยของตัวเองมากกว่าเพราะเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมานี้ผู้กองของเขาถูกท่านนายพลปภพเรียกไปคุยเป็นการส่วนตัวสองคนที่ห้องทำงาน ซักพักรองคีรินทร์ก็ตามเข้าไปด้วย คุยกันอยู่นานผู้กองของเขาก็เดินกลับออกมาด้วยสภาพปากมีสี สีหน้าซีดเซียวแต่กลับยังสามารถฉีกยิ้มออกมาได้อยู่ 

               ผู้กองพนาบอกเขาว่าตอนนี้ท่านนายพลปภพรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับแก้วเจ้าจอมหมดแล้ว ท่านโกรธมากที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นก็เลยให้รองคีรินทร์เล่นงานผู้กองของเขาแทนซะจนปากมีสี จากนั้นท่านจึงยอมฟังเหตุผลทุกอย่าง และถึงจะได้ฟังเหตุผลที่มาจากข้อเท็จจริงและจากหัวใจของหลานเขยแล้วแต่ท่านก็ยังไม่ยอมรับผู้กองพนาเสียทีเดียวเพราะตอนนี้แก้วเจ้าจอมจำอะไรไม่ได้ เรื่องนี้ท่านอยากจะฟังความคิดเห็นจากหลานสาวของท่านก่อน อีกทั้งคนที่ท่านอยากได้เป็นหลานเขยก็มีเพียงแค่อรินเท่านั้น เพราะอรินเป็นหลานชายที่ท่านเห็นมาตั้งแต่เล็ก รู้จักนิสัยใจคอหลานชายคนนี้เป็นอย่างดีและมั่นใจว่าอรินนั้นรักแก้วเจ้าจอมมากยิ่งกว่าสิ่งใด พอมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นท่านก็อดรู้สึกหลานชายไม่ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าแก้วเจ้าจอมรักใคร เพราะอีกใจท่านก็ห่วงความรู้สึกของหลานสาวมากที่สุด หากแก้วเจ้าจอมเลือกอริน ผู้กองพนาก็ไม่มีความหมาย แต่หากแก้วเจ้าจอมเลือกผู้กองพนา...ผู้กองพนาก็ต้องเจองานหนักที่ต้องเอาชนะใจทุกคนในครอบครัวของแก้วเจ้าจอมให้ได้ โดยเฉพาะ ผบ.กรันณ์ที่ได้ขึ้นชื่อว่าหวงลูกสาวมากจนแทบจะเก็บเอาเธอเอาไว้ในตู้เซฟอยู่แล้ว 

               “สบายใจเถอะหมวด ถ้าคืนนี้จะต้องมีใครตายซักคน คนๆ นั้นคงเป็นผม ส่วนหมวดก็คงได้เป็นคนเก็บศพผมเท่านั้น ไม่โดนหางเลขไปด้วยหรอก” 

               “จะผมหรือผู้กอง ผมก็ไม่อยากให้ใครตายทั้งนั้นแหละครับ” ไอ้เทพนะไอ้เทพ ทำไมมึงถึงไม่มาเองวะ ผู้หมวดศิวะอดนึกโกรธเพื่อนไม่ได้ เพราะผู้หมวดเผ่าเทพมีความสุขุมมากกว่าเขา การเจรจาก็ฟังมีหลักการมากกว่า ถ้าผู้หมวดเผ่าเทพมาเขาคงช่วยเหลือผู้กองพนาได้มากกว่านี้ 

               บรรยากาศในงานรับขวัญไม่ใช่งานใหญ่มากเพราะมีเพียงแค่คนในครอบครัวเท่านั้นที่มา นอกจากโต๊ะทานอาหารตัวยาวแล้วก็มีมุมโซฟานั่งเล่น มุมเบาะหมอนริมสระว่ายน้ำ มุมปิ้งย่างบาร์บีคิว แล้วทั้งงานก็ตกแต่งไปด้วยดอกกุหลาบสีขาวตามที่แก้วเจ้าจอมชอบ ทันทีที่ผู้กองพนาเดินเข้ามาในงาน ทุกสายตาก็หันมาจับจ้องมองเขาเพราะต่างคนต่างก็อยากรู้ว่าใครกันที่เป็นคนช่วยเหลือหลานสาวสุดที่รักของพวกเขาเอาไว้ 

               “อ๊าย!!! หล่อลากดิน” เอกพลแอบกรี๊ดออกมาจนเดม่อนหันมามองตาเขียวด้วยความหึงหวง “แหม ก็หล่อจริงๆ นี่ เคยได้ยินเขาลือกันว่า ผบ.ฐานตำรวจพลร่มที่นี่หล่อลากดิน ก็ไม่คิดว่าจะหล่อได้มากมายขนาดนี้” 

               “แก่แล้ว เลิกแรดได้แล้วมั้ง” เดม่อนว่าเข้าให้ เอกพลจึงยอมหุบปากอย่างเกรงใจคนรัก 

               “นี่หรอครับคนที่ช่วยนางไม้น้อยเอาไว้” ผู้การคณินหันมาถามรองคีรินทร์ รองคีรินทร์จึงลุกขึ้นจากโซฟาเพื่อแนะนำทุกคนให้รู้จักกันตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก ในขณะที่ผู้กำกับไกรจักรนั้นก็จ้องมาทางผู้กองพนาอย่างไม่พอใจด้วย เพราะเขาเคยไปตามหาหลานสาวจนถึงที่แล้ว แต่ก็ได้ข่าวมาว่าในวันที่เขาไปตามหาแก้วเจ้าจอมนั้นผู้กองพนาเป็นคนเอาเธอไปซ่อน 

               “เจอกันอีกแล้วนะครับผู้กอง” ผู้กำกับไกรจักรทักเขาขึ้น 

               “นั่นสิ เจอกันอีกแล้วนะครับ...ผู้หมวด” ฝ่ายอรินเองก็จ้องมาทางผู้หมวดศิวะเช่นกัน เพราะในวันที่เขาไปตามหาแก้วเจ้าจอม ผู้หมวดคนนี้แหละที่ไล่เขากับเอกพลออกมาจากฐาน แล้วก็มารยาทไม่ค่อยจะดีด้วย 

               ทั้งพ่อทั้งลูกเลยเว้ย! ผู้กองพนาคิด ใครจะไปรู้ว่าโลกมันจะกลมดิ๊กขนาดนี้ 

               “ผมต้องขอโทษท่านด้วยนะครับที่วันนั้นผมเสียมารยาทไป ผมจำเป็นต้องรักษาความปลอดภัยให้กับคุณแก้วเจ้าจอมครับ นอกจากท่านแล้ว พวกคนร้ายมันก็มาตามหาตัวคุณแก้วเจ้าจอมที่ฐานของผมด้วยเหมือนกันผมก็เลยไว้ใจใครไม่ได้” เขายกมือขึ้นไหว้ขอโทษ วินาทีนี้ คำว่าขอโทษเท่านั้นแหละที่จะช่วยให้สถานการณ์ทุกอย่างมันดีขึ้น ซึ่งผู้กำกับไกรจักรก็เป็นผู้ใหญ่และใจกว้างพอที่จะยอมรับในเหตุผลและความจำเป็นของเขา ในขณะที่อรินยังคงตวัดสายตามาทางผู้หมวดศิวะอยู่เพื่อรอฟังคำขอโทษจากเขาบ้าง 

               ไอ้เด็กเวรเอ้ย! ผู้หมวดศิวะนึกด่าในใจ นี่ถ้าไม่มีพ่อของมันนั่งคุ้มกะลาหัวอยู่เขาจะขอโบกมันซักทีหน่อย เขาล่ะเกลียดท่าทีจองหองของมันจริงๆ 

               “ผมขอโทษผู้พันด้วยนะครับที่วันนั้นจำเป็นต้องเสียมารยาท ก็อย่างที่ผู้กองของผมบอกแหละครับ สถานการณ์มันบังคับ” ผู้หมวดหนุ่มเลือกที่จะหันมาไหว้ขอโทษเอกพลแทน 

               “ผมเป็นคนสั่งหมวดศิวะเขาไว้เองครับว่าห้ามคนนอกเข้ามาที่ฐาน หมวดเขาแค่ทำตามคำสั่งของผม ผู้พันอย่าได้ถือสาเขาเลยนะครับ” ผู้กองพนาหันมารับผิดแทนและปกป้องลูกน้อง 

               “อุ๊ย! แมนมาก รับผิดแทนลูกน้อง” เอกพลอดพึมพำออกมาไม่ได้ แต่ก็ยอมรับคำขอโทษจากนายตำรวจทั้งสอง 

               “ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ” เอกพลยิ้มหวานตาเชื่อม ออกแววตุ้งติ้งให้เห็น แบบนี้จะไม่ให้ผู้หมวดศิวะคิดว่าเป็นพวกแม่เล้าได้ยังไงกัน 

               “เหอะ! เอาลูกคนอื่นเขาไปซ่อนตั้งสามเดือน แทนที่จะมีความผิดกลับกลายมาเป็นผู้มีพระคุณซะงั้น” อรินยังคงอดแขวะไม่ได้ผู้กองพนาจึงหันมาจ้องเขาอย่างเอาเรื่องบ้าง ไอ้เด็กบ้านี่ คิดจะแย่งเมียเขาไปไม่พอยังมาทำปากดีกับเขาอีก ไว้เผลอก่อนเถอะมึงพ่อจะยำใหญ่ไม่ใส้เส้นให้แสบไปทั้งทรวงเลย 

               “อริน พอเถอะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว พี่ไนเปอร์ของเราเขาก็ปลอดภัยกลับมาแล้วด้วย” แม้ว่าจะกลับมาแบบไม่ปกติก็เถอะ รองคีรินทร์รีบปรามหลานชาย เพราะท่าทางผู้กองพนาก็เหมือนจะไม่พอใจอรินอยู่เหมือนกัน ยิ่งรู้ว่าอรินคือคนที่เหมาะสมจะได้เป็นหลานเขยของบ้านนี้มากกว่าเขา ผู้กองพนาก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ 

               “แล้วนี่นางไม้น้อยยังไม่มาอีกหรอครับ ตอนรักษาตัวอยู่ยะลาผมติดงานยังไม่ได้ไปเยี่ยมหลานเลย” ผู้การนทีถามถึงหลานสาวสุดที่รักบ้าง ตั้งแต่เขามาเขายังไม่เจอกับแก้วเจ้าจอมเลย ซึ่งรองคีรินทร์บอกว่าตลอดทั้งวันนี้เธอไม่ได้ออกมาจากห้องนอนแม้แต่ครึ่งก้าว ไม่รู้ว่าเจ็บป่วยอะไรอีกรึเปล่า 

               “เหมือนจะไม่สบายนิดหน่อยค่ะพี่นที ขวัญกับพี่หมอแก้มไปดูอาการมาเห็นว่าปวดหัวแล้วก็มึนๆ งงๆ นี่แหละ คิดว่าน่าจะเป็นอาการแทรกซ้อนที่ความจำเสื่อม ตอนนี้ขวัญให้มารีนอยู่เป็นเพื่อน เดี๋ยวก็คงมา” ขวัญตา น้องสาวของ ผบ. กรันณ์ ภรรยาของผู้การคณินตอบเพราะเธอเป็นแพทย์ทหารและได้ไปตรวจดูอาการของหลานสาวมาแล้ว 

               “ตายจริง ไนเปอร์ไม่สบายแล้วทำไมถึงไม่มีใครบอกป้า” คุณหญิงกรกชถามขวัญตาด้วยความเป็นห่วงหลาน 

               “ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะคุณแม่ ตอนนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว เดี๋ยวมารีนก็คงพาลงมาค่ะ” ราชาวดีบอกกับแม่สามี ซึ่งแก้วเจ้าจอมก็อาการดีขึ้นแล้วจริงๆ แม้ว่าเมื่อช่วงกลางวันนี้เธอจะมีอาการปวดศีรษะมากก็ตาม 

               ผู้กองพนาได้ยินแล้วก็อดหันไปมองยังตัวบ้านตรงตำแหน่งของห้องนอนเธอไม่ได้ เวลาที่ความทรงจำของเธอมีการเปลี่ยนแปลง หรือจำอะไรได้เพิ่มขึ้นเธอก็มักจะปวดศีรษะแบบนี้ หรือว่า...เรื่องที่เขาพูดกับเธอเมื่อเช้านี้มันจะทำให้ความจำของเธอที่มีต่อเขากลับคืนมา... 

               “แต่แม่เป็นห่วงหลาน ไนเปอร์ยังบาดเจ็บอยู่นะ หมอแก้มไปดูหลานให้แม่หน่อยเถอะลูก” คุณหญิงกรกชบอกอีกอย่างร้อนใจ ราชาวดีจึงพยักหน้ารับคำ 

               “ได้ค่ะคุณแม่” แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ลุกขึ้นไปดูอาการของลูกเลยก็เห็นแก้วเจ้าจอมเดินจูงมากับขวัญคณินพอดี 

               ผู้กองพนาเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวเมื่อได้เห็นแก้วเจ้าจอมอีกครั้ง ตอนนี้เธอแต่งตัวสวยมากๆ เธอสวมเดรสสายเดี่ยวสีขาวสวย ผมนุ่มยาวสลวยดัดเป็นลอนคลื่น แต่งแต้มหน้าตาพอดูงาม ผิวกายผุดผ่องไม่เหลือคราบยัยตัวแสบเมื่อเช้านี้เลยเพราะตอนนี้เธอทั้งสวยหวานแล้วก็แอบเซ็กซี่ไปในตัวด้วย 

               “โอ้โห ผมไม่เคยเห็นคุณแก้วเธอดูสวยได้เท่านี้มาก่อนเลยนะครับผู้กอง” ผู้หมวดศิวะกระซิบบอกเขาโดยที่ไม่รู้ว่าตอนนี้หัวใจของผู้กองพนากำลังเต้นโครมครามอย่างบ้าคลั่ง ใช่แล้ว...เมียของเขาสวยที่สุดในโลก สวยจนผู้กองพนาแทบคุมสติไม่อยู่จนลืมตัวจะเดินเข้าไปรับเธอ แต่แล้วกลับมีใครอีกคนมาตัดหน้าเขาโดยการวิ่งเข้าไปประคองเมียของเขาเอาไว้ก่อน 

               “เดี๋ยวพี่ประคองพี่ไนเปอร์เองมารีน” อรินบอก ขวัญคณินจึงพยักหน้ารับด้วยรู้ดีว่าพี่ชายคนนี้คิดอย่างไรกับแก้วเจ้าจอม และเขาก็สามารถดูแลแก้วเจ้าจอมได้ดีกว่าเธอแน่นอน 

               “งั้นก็ประคองให้ดีนะคะพี่อริน” 

               “แน่นอน” อรินยิ้มรับน้องสาวก่อนจะมาฉีกยิ้มหวานๆ ให้กับแก้วเจ้าจอมแล้วประคองพาเธอเดินไปหาทุกคนที่ชุดโซฟา 

               “แหมๆๆ ทำหน้าที่เกินหน้าเกินตาพี่ชายแท้ๆ เขาเลยนะครับพี่อริน” อัศวิน หรือพลร่ม น้องชายของอรินแซวผู้เป็นพี่ชายขึ้น ด้วยรู้ดีว่าแก้วเจ้าจอมคือนางในดวงใจของพี่ชาย อรินก็เลยหลิ่วตาตอบ 

               “ก็ตอนนี้พี่ชายของเขาไม่ว่างจะดูแลน้องสาวนี่” ผู้หมวดศิขรินพยักหน้าไปทางผู้กองกรินทร์และผู้กองกวินทร์ที่นั่งหลบมุมอยู่กันสองคนที่อีกด้านของสระว่ายน้ำเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อเช้านี้มันทำให้ผู้กองกรินทร์รู้สึกแย่มากๆ และด้วยความเป็นห่วงพี่ชายผู้กองกวินทร์ก็เลยคอยตามประกบดูแลให้กำลังใจพี่ชายไม่ยอมห่าง 

               “ปล่อยให้พี่ๆ เขาอยู่ด้วยกันเถอะลูก” ราชาวดีบอกหลานแล้วมองลูกชายทั้งสองด้วยความเป็นห่วง แต่เธอก็ยังเบาใจที่สายใยของพี่น้องคู่แฝดยังคงเหนียวแน่นไม่จางหาย ผู้กองกรินทร์ไม่ได้โทษหรือถือสาน้องชาย เช่นเดียวกับที่น้องชายก็พยายามทำทุกๆ อย่างเพื่อให้พี่ชายอาการดีขึ้น 

               “อกหักตามประสาหนุ่มสาวก็แบบนี้แหละ” 

               “งั้นก็ไปปลอบหลานมันหน่อยมั้ย” รองคีรินทร์บอกกับผู้การนที เพราะบาดแผลภายในใจของผู้การนทีเมื่อสมัยหนุ่มๆ ก็ไม่ได้ต่างจากหลานชายเลย ออกจะหนักหนากว่านี้เสียด้วยซ้ำ 

               “ปลอบยากครับท่านรอง เพราะตั้งแต่ที่ผมได้เจอกับธารา ความเจ็บปวดใดๆ ก็ไม่เคยฝังอยู่ในใจของผมอีกเลย ผมคงปลอบใจเจ้าแฝดคู่นู้นไม่ได้” พยักหน้าไปทางแฝดคู่นู้นแล้วก็หันมายิ้มให้กับแฝดคู่นี้บ้าง ซึ่งแฝดคู่นี้ก็คือพยานความรักระหว่างเขากับนาวาตรีหญิงธารธารา เพราะหลังจากที่เขาแต่งงานกับเธอ เขากับเธอก็มีลูกแฝดชายหญิงด้วยกัน ธารนทีกับนทีธาราคือแก้วตาดวงใจของเขาและเธอ 

               “แล้วพี่อรินจำเป็นต้องประคองพี่ไนเปอร์ซะแนบแน่นแบบนั้นด้วยหรอครับ” คณานนท์ น้องชายของขวัญคณินทักขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มๆ 

               “อ้าว ก็พี่เป็นหมอ พี่ไนเปอร์ไม่สบายพี่ก็ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดสิ” 

               “อิจฉาคนมีหมอส่วนตัวจริงจริ๊ง” 

               “ฮิ้ววววววว” แล้วชาวแก๊งฟันน้ำนมก็พากันโห่แซวพี่ๆ น้องๆ กันใหญ่ และผู้ใหญ่ทุกคนก็ดูจะถูกใจกันด้วย แต่ในที่นี้มีเพียงแค่สองคนเท่านั้นที่ดูจะไม่พอใจที่เห็นความใกล้ชิดของแก้วเจ้าจอมกับอริน คนแรกแน่นอนว่าคือผู้กองพนา ส่วนอีกคนก็คือ ผบ.กรันณ์จอมหวงลูกสาว แม้ว่าอรินจะเป็นหลานที่เขาเอ็นดูมาก แต่ก็เอ็นดูในแบบของหลานเท่าเทียมกับหลานคนอื่นๆ และไม่คิดที่จะเลื่อนตำแหน่งอรินจากหลานมาเป็นลูกเขยด้วย 

               “อริน ไม่ต้องถึงเนื้อถึงตัวพี่ไนเปอร์ให้มันมากก็ได้ เป็นแค่พี่น้องกันเดี๋ยวคนอื่นจะมองว่ามันไม่ดี” ผบ.กรันณ์เห็นแล้วก็ขัดหูขัดตานักจึงได้เข้ามาประคองลูกสาวไปนั่งด้วยเสียเอง 

               “ใครจะมองว่ามันไม่ดี ไม่เห็นหรอทุกคนออกจะชอบ” ผู้กำกับไกรจักรว่าอย่างให้ท้ายลูกชายตัวเอง ผู้กองพนากับผู้หมวดศิวะเลยพร้อมใจกันยกมือขึ้น 

               “พวกผมที่เป็นคนนอกนี่แหละครับที่มองว่ามันไม่ดี” ว่าแล้วผู้กองหนุ่มก็จ้องแก้วเจ้าจอมอย่างเอาเรื่องเพราะความหึงหวงจนทุกคนหันมามองทางเขาเป็นตาเดียว แต่เขาก็ไม่ได้สนอะไรทั้งนั้น “ผู้ชายกับผู้หญิงไม่ได้เป็นอะไรกัน ถูกเนื้อต้องตัวกันมากๆ แบบนี้ได้ยังไง” 

               “แล้วคนนอกมายุ่งอะไรด้วยล่ะครับ” อรินว่าคืน “อย่างน้อยผมก็มีสิทธิ์มากกว่าผู้กองก็แล้วกันเพราะผมกับพี่ไนเปอร์เราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว โตมาด้วยกัน เรียนมาด้วยกัน ทำงานด้วยกัน คนนอกอย่างผู้กองสิที่ไม่ควรยุ่ง แค่ช่วยชีวิตพี่ไนเปอร์เอาไว้สามเดือนก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เป็นเจ้าของพี่ไนเปอร์ไปตลอดชีวิตนะครับ” 

               “อย่าผู้กอง!!!” รองคีรินทร์รีบร้องห้าม เพราะถ้าขืนห้ามไม่ทันอรินได้โดนเล่นงานแน่ๆ ผู้กองพนาเป็นนักรบที่ผ่านศึกและมีประสบการณ์ในการรบมานานและโชกโชน ถ้าต้องสู้กันจริงๆ อรินอาจจอดตั้งแต่หมัดแรกของเขาก็ได้ 

               “อย่ามามีเรื่องกันด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ โดยเฉพาะอย่ามามีเรื่องในงานรับขวัญลูกสาวของผม เกรงใจท่านนายพลด้วย” เขาว่าผู้กองพนาก่อนจะหันมาทางอรินอีกคน 

               “ลุงรู้ว่าอรินรักแล้วก็เป็นห่วงพี่ไนเปอร์มาก แต่อย่ามามีเรื่องกัน นี่คืองานรับขวัญพี่ไนเปอร์ อย่าทำให้งานมันกร่อย ในที่นี้ไม่มีใครจะสำคัญไปกว่าใครทั้งนั้นแหละ” 

               “อย่ามีเรื่องกันเลยอริน ผู้กอง ฉันเวียนหัว ยังไม่อยากดูใครทะเลาะกันตอนนี้” และเพียงแค่แก้วเจ้าจอมว่าขึ้น อรินก็ยอมสงบลงอย่างว่าง่าย เชื่อฟังในสิ่งที่แก้วเจ้าจอมว่าทุกอย่างเหมือนเช่นทุกครั้ง ซึ่งยิ่งอรินเชื่อฟังแก้วเจ้าจอมมากขนาดนี้หลายๆ คนต่างก็รู้สึกเอ็นดูเขาและหวังอยากจะให้เขาได้สมหวังในความรัก 

               “เอาล่ะๆ อย่ามีเรื่องกันเลยนะถือว่าปู่ขออีกคน นานๆ ทีทุกคนจะได้อยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้ หลังจากที่พวกเราต้องเป็นทุกข์กันมานานตลอดสามเดือนนี้ ตอนนี้พวกเราทุกคนก็ได้ไนเปอร์กลับคืนมาแล้วปู่ก็อยากให้นับแต่นี้เป็นต้นไป ขอให้มีแต่เรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับพวกเราทุกคนนะ แก๊งฟันน้ำนมก็ขอให้ดูแลกันและกันให้ดี ทุกคนเป็นหลานของปู่ก็เท่ากับเป็นพี่น้องกัน ต้องรักกันให้มากๆ นะลูก” ท่านนายพลปภพว่า ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผู้กองกรินทร์และผู้กองกวินทร์เดินเข้ามาสมทบ ผู้กองพนากับผู้หมวดศิวะเลยยอมสงบลงบ้างเพื่อเห็นแก่ท่านและเห็นแก่แก้วเจ้าจอม แม้ว่าสายตาคมจะยังคงจ้องเขม่นกับอรินอยู่ก็ตาม 

               “ใครมีเรื่องอะไรกันครับคุณปู่ ยัยโหดรึเปล่า” ผู้กองกวินทร์เอ่ยถาม ส่วนผู้กองกรินทร์นั้นไม่ได้พูดอะไรนอกจากได้แต่เดินไปนั่งลงข้างราชาวดีอย่างเงียบๆ แววตายังคงดูเศร้าหมองอยู่ 

               “ไม่มีอะไรหรอก แค่เด็กกับผู้ใหญ่ทะเลาะกัน” ท่านนายพลปภพว่าเหน็บผู้กองพนาที่มาหาเรื่องกับเด็กอย่างอริน ผู้กองกวินทร์เลยมองผู้กองพนาตามก่อนจะเบนสายตามาทางน้องสาวของตนบ้างที่ตอนนี้ถูกผู้เป็นพ่อกอดเอาไว้อยู่อย่างหวงแสนหวง 

               “ถ้าไม่มีอะไรก็ดีแล้วครับ” เขาบอกก่อนจะเดินไปหยิบพานบางอย่างที่เตรียมเอาไว้มาวางลงตรงหน้าทุกคน ซึ่งเป็นพานไม้ มีด้ายสายสิญจน์สีขาววางเอาไว้พร้อมกับสร้อยทองเส้นเล็กๆ มีจี้เป็นนาคเกี้ยวสวยงาม 

               “เมื่อสองวันก่อนผมไปราชการที่นครพนมมาครับ พ่อตาผมรู้ข่าวว่าตอนนี้ยัยโหดได้กลับบ้านมาอย่างปลอดภัยแล้วก็เลยฝากสร้อยเส้นนี้มาเป็นของรับขวัญแล้วก็ฝากด้ายสายสิญจน์ที่ปลุกเสกความสิริมงคลมาจากวัดทางฝั่งลาวมาให้ด้วย ไหนๆ เราก็จะรับขวัญยัยโหดกันแล้ว เอาตามอย่างพิธีทางภาคอีสานแล้วกันนะครับ ผูกข้อมือรับขวัญยัยโหดกัน” 

               “เดี๋ยวนะ นี่เราไปมีพ่อตาตั้งแต่เมื่อไหร่กันเรนเจอร์” หมอเอื้อยถามหลานชายขึ้นมาทันที 

               “แหมคุณแม่ครับ ลูกพี่ผมทั้งเก่ง ทั้งรูปหล่อ ใครๆ ก็อยากเป็นพ่อตาทั้งนั้นแหละ” นคินทร์ ลูกสมุนของผู้กองกวินทร์ว่าพลางบีบนวดแขนลูกพี่ตนไปมา 

               “เรนเจอร์หมายถึงคุณอาคเชนทร์เพื่อนคุณพ่อที่เป็นทหารหน่วย นรข. ที่นครพนมน่ะครับ” ผู้กองกรินทร์ตอบทุกคน ทุกคนก็เลยร้องอ๋อ เพราะรู้กันดีว่าทางนั้นก็มีลูกสาวสวย นี่ผู้กองกวินทร์คงจะไปหลงเสน่ห์สาวเมืองอีสานเข้าให้แล้ว 

               “คุณอาที่ไหนพี่ซีล พ่อตาพี่พ่อตา พ่อตากับแม่ยาย” 

               “พ่อตาแม่ยายของแกคนเดียวน่ะสิ” 

               “แน่นอน” 

               “ไปโมเมว่าคุณอาเขาเป็นพ่อตาตัวเอง ระวังลูกชายของคุณอาเขาจะชังขี้หน้า เขายิ่งหวงๆ น้องสาวกันอยู่” 

               “ผมไม่กลัว ด้านได้อายอด” 

               “สมกับเป็นลูกพี่ของผมจริงๆ พี่เรนเจอร์เนี่ย” นคินทร์ยังคงอวยลูกพี่ของตัวเองไม่เลิก ไม่ว่าผู้กองกวินทร์จะพูดจะว่าอะไรเขาก็มักจะเห็นดีด้วยเสมอ 

               “ใช่นาวิก จำเอาไว้นะว่าเวลาชอบผู้หญิงคนไหนล่ะก็ ตะโกนใส่หน้าเขาไปเลยว่า เฮ้ย!!! รักนะ อยากได้!” 

               ปั้ก! 

               ผบ.กรันณ์ดีดใบหูลูกชายจอมกะล่อนเข้าให้อย่างหมั่นไส้ 

               “ไปสอนน้องแบบนั้นได้ยังไงกันเรนเจอร์ ไม่สุภาพเลยนะ ถ้าใครมาพูดแบบนี้กับไนเปอร์บ้างจ้างให้พ่อก็ไม่ยกลูกสาวให้หรอก” 

               “โอยพ่อครับ ผู้ชายทั้งโลกเนี่ยก็เห็นมีแค่อรินเท่านั้นแหละที่ชอบยัยโหด โหดๆ แบบนี้ใครเขาจะอยากได้ไปทำเมีย เอาไปเลี้ยงไว้เฝ้าบ้านน่าจะเหมาะกว่า” 

               “เรนเจอร์!!!” ทุกคนพร้อมใจกันดุเขาข้อหาที่ว่าน้อง ทุกทีเลยสินะ ตอนน้องหายตัวไปล่ะทำจะเป็นจะตายเพราะห่วงน้อง แต่พอน้องกลับมาหาก็หาเรื่องน้องต่อเหมือนเดิม ไม่รู้ว่ารักน้องยังไงของเขา 

               “น่าตีปากจริงๆ เชียวเจ้าเด็กนี่” ขวัญตายื่นมือก้ามปูมาหยิกแก้มหลานชายจนคราวนี้ผู้กองกวินทร์ไม่กล้าว่าอะไรแก้วเจ้าจอมอีก ซึ่งที่เขาแกล้งแหย่น้องแบบนี้ก็เป็นเพราะว่าตอนนี้แก้วเจ้าจอมดูหงอยๆ แปลกๆ เมื่อเช้ายังหาเรื่องแกล้งเขาอยู่เลย แต่ทำไมเย็นนี้เธอดูเงียบๆ ไป ทุกทีถ้าเขาล้อเธอแรงๆ แบบนี้ ฝ่ามือพิฆาตของเธอได้ประเคนมาให้เขาแล้ว แต่นี่...ขนาดเขาล้อแรงหาว่าเธอดุเหมือนหมาเธอแต่กลับนิ่งเฉย นี่เป็นอะไรของเขากันนะ 

               แก้วเจ้าจอมแอบมองผู้กองพนาเป็นพักๆ อย่างไม่ให้ใครได้รู้ เรื่องที่เขาบอกกับเธอเมื่อเช้ามันทำให้เธอร่าเริงไม่ออก เหมือนภูเขาที่ใหญ่โตกำลังทับอกของเธอเอาไว้อยู่จนเธอดิ้นหนีไปไหนไม่ได้และหาทางออกไม่เจอ เธอไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี 

               “ไนเปอร์ เป็นอะไรรึเปล่าลูก” ท่านนายพลปภพเอ่ยถามเมื่อกวักมือเธอมานั่งอยู่ตรงกลางระหว่างปู่กับย่าแล้วท่านจะผูกข้อมือให้เธอก่อนเป็นคนแรก นับตั้งแต่ที่เธอกลับบ้านมาเธอก็ร่าเริงเหมือนเดิมมาโดยตลอดจนกระทั่งเมื่อเช้านี้ ตอนที่ผู้กองพนาเข้ามาคุยกับเธอแล้วนับตั้งแต่ตอนนั้นเธอก็เอาแต่อยู่ในห้องนอนไม่ยอมออกมาอีกจนกระทั่งตอนนี้ ตอนที่ท่านเรียกผู้กองพนามาคุยกันเป็นการส่วนตัว ผู้กองพนาบอกว่าตอนนี้เขาบอกความจริงทุกอย่างกับเธอแล้ว หรือว่าที่เธอดูแปลกไปอาจเป็นเพราะเธอยอมรับกับความจริงไม่ได้กันแน่ และหากเธอไม่ยอมเปิดปากพูดอะไรออกมา ท่านก็ไม่มีทางรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ 

               “ไนเปอร์ปวดหัวค่ะ มึนๆ งงๆ” 

               “งั้นพรุ่งนี้ไปโรงพยาบาลดีมั้ยลูก แม่จะพาไปเอกซเรย์สมองดู เผื่อมีอะไรกระทบกระเทือนหรือภาวะแทรกซ้อน ไนเปอร์ยังจำอะไรไม่ได้เลยนี่ลูก” ราชาวดีบอกด้วยความเป็นห่วง เพราะเธอเองก็รู้สึกได้ว่าลูกสาวไม่ร่าเริงเหมือนเดิม ไม่วิ่งมากอดพ่อภู ไม่เข้าไปอ้อนคุณอาธาราเหมือนแต่ก่อนทั้งๆ ที่เธอติดคุณอาธารามาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว 

               “ไม่เป็นไรค่ะแม่แก้ม ไนเปอร์ไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่...” ดวงตาคู่สวยมองมาที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในมือของเอกพล และทันใดนั้นแก้วเจ้าจอมก็เอื้อมมือไปหยิบมาในทันที 

               “ไนเปอร์ขอนะคะคุณอา” ว่าแล้วก็กระดกจนหมดแก้วท่ามกลางสายตาและสีหน้าตกใจของทุกคน แต่มันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่เธอจะดื่มเก่งราวกับดื่มน้ำ 

               “ไนเปอร์ แม่บอกแล้วไงว่าวันนี้ห้ามดื่มเด็ดขาด” ราชาวดีแหวขึ้นมาในทันทีแล้วรีบคว้าแก้วเครื่องดื่มส่งคืนให้กับเอกพล พอถูกผู้เป็นแม่ดุแทนที่จะสลด แต่แก้วเจ้าจอมกลับยิ้มออกมาแทน 

               “ค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยค่ะ” 

               “ขี้เมา” เสียงจากบรรดาแก๊งฟันน้ำนมว่าเธอเข้าให้ แต่พอแก้วเจ้าจอมยังคงยิ้มหวานอยู่ทุกคนก็ค่อยเบาใจขึ้นมา อยากเห็นรอยยิ้มของเธอมากกว่าสีหน้าหงอยๆ 

               หลังจากนั้นทุกคนต่างก็เข้ามาผูกข้อมือรับขวัญเธอ นำโดยท่านนายพลปภพและคุณหญิงกรกช ผบ.กรันณ์และราชาวดีแล้วก็เป็นลุงป้าน้าอาทั้งหลาย ปิดท้ายด้วยบรรดาแก๊งฟังน้ำนม ซึ่งนอกจากทุกคนจะมารับขวัญเธอแล้วก็ยังมีของขวัญมารับขวัญเธออีกด้วย แม้ว่าตลอดทั้งวันแก้วเจ้าจอมจะรู้สึกไม่สบายใจแต่พอได้มาอยู่ท่ามกลางพี่ๆ น้องๆ และครอบครัวทุกคนเธอก็ค่อยๆ เริ่มอารมณ์ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการได้เจอกับขวัญคณิน น้องสาวสุดที่รัก 

               “อ้าว ร้องไห้อีกแล้วเด็กคนนี้” แก้วเจ้าจอมว่าเมื่อเห็นขวัญคณินน้ำตาซึมขณะผูกข้อมือให้เธอ แล้วพอทักแบบนี้ไปขวัญคณินก็โผเข้ามากอดเธออีก 

               “มารีนคิดถึงพี่ไนเปอร์ ทั้งคิดถึง ทั้งเป็นห่วง” 

               “พี่กลับมาแล้ว ต่อไปนี้พี่จะไม่หายไปไหนอีกแล้วนะ” ขวัญคณินรีบพยักหน้ารับแต่ก็ยังกอดเธอไม่ยอมคลายง่ายๆ อรินที่นั่งอยู่กับพื้นข้างโซฟาของแก้วเจ้าจอมไม่ยอมลุกไปไหนจึงเอื้อมแขนไปกอดรอบคอนทีธาราเอาไว้ทันที ทำให้สาวน้อยถึงกับตั้งตัวไม่ทัน 

               “ไม่ไปกอดเจ๊โหดกับพี่มารีนเขาหน่อยรึไงเรา” อรินถามน้องสาวจนนทีธาราเขินจัดหน้าแดงไปหมด จู่ๆ ก็เข้ามากอดคอแบบนี้เธอตกใจนะ 

               “อริน น้องเป็นสาวเป็นนางไปกอดคอแบบนี้ได้ไง” ผบ.กรันณ์หันมาว่า ความหวงหลานสาวแต่ละคนไม่มีลดน้อยลงเลย อีกอย่างนทีธาราก็เป็นน้องเล็กสุดของแก๊งฟันน้ำนม เขาก็เลยค่อนข้างเอ็นดู แล้วการที่เขากับผู้การนที พ่อของนทีธาราประจำการอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดน ครอบครัวของเขากับครอบครัวของผู้การนทีจึงค่อนข้างสนิทกันมากกว่าเมื่อก่อน 

               “ลุงรันไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ผมรักมารีนกับเนวี่เหมือนน้องสาวแท้ๆ ที่กอดเนี่ยก็แค่เอ็นดูน้องเฉยๆ ครับ ตอนที่พี่ไนเปอร์หายตัวไปเนวี่ก็ไปช่วยผมตามหาพี่ไนเปอร์อยู่บ่อยๆ จริงมั้ยเด็กน้อย” อรินยังคงกอดคอนทีธาราเอาไว้แล้วลูบศีรษะเธอด้วยความเอ็นดูเหมือนน้องจริงๆ 

               “อารันไม่ต้องหวงเนวี่หรอกครับ สำหรับพี่อริน เขามีพี่ไนเปอร์คนเดียวในใจ” นคินทร์จอมทะเล้นพยักหน้าไปทางแก้วเจ้าจอมก่อนจะหันมาบีบนวดแขนให้ผู้กองกวินทร์ต่อ ในบรรดาพี่น้องกันเขารักพี่เรนเจอร์มากกว่าใครๆ 

               นทีธาราค่อยๆ แกะแขนอรินออกจากตัวแล้วก้มหน้างุด สิ่งที่อรินกับนคินทร์พูดมันทำให้ใบหน้าที่เคยแดงก่ำของเธอเพราะความเขินเปลี่ยนมาเป็นซีดเผือด จริงอยู่ที่เธอเป็นห่วงแก้วเจ้าจอมจึงได้ไปช่วยอรินตามหา แต่ว่า...ไม่มีใครรู้หรอกว่าที่เธอตามอรินไปช่วยหาแก้วเจ้าจอมนั้นเพราะเธออยากอยู่ใกล้ๆ พี่ชายคนนี้ด้วย เธอแอบมองเขามานานแสนนานแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมา แม้แต่กับธารนทีพี่ชายคู่แฝดของเธอแท้ๆ เธอก็ไม่กล้าบอกเขา เธอพยายามทำตัวให้น่ารักในสายตาของอริน แต่ไม่ว่าจะทำตัวน่ารักมากแค่ไหนก็เป็นได้แค่น้องสาวอยู่ดี 

               “เฮ้อ!” อัศวินหรือพลร่มถอนหายใจออกมาเมื่อแอบเห็นท่าทีของนทีธารา สงสารเธอก็สงสาร คงมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าจริงๆ แล้วนทีธารานั้นแอบชอบพี่ชายของเขาอยู่ 

               “บ้านนี้ครอบครัวใหญ่ดีนะครับผู้กอง” ผู้หมวดศิวะว่าเมื่อเห็นแก้วเจ้าจอมได้อยู่ท่ามกลางคนที่เธอรักและทุกคนก็รักเธอ นอกจากน้องสาวสองคนเธอก็มีแต่พี่ชายและน้องชายซะส่วนใหญ่ แล้วแต่ละคนก็ร่ำเรียนอยู่คนละเหล่าทัพ นี่ครอบครัวนี้จะยึดครองอำนาจให้ได้ทั้งสี่เหล่าทัพเลยรึยังไง ไม่ทหารก็ตำรวจ ไม่หมอก็พยาบาล 

               “น้องสาวคุณแก้วก็น่ารักนะครับ สวยแล้วก็เรียบร้อยเหมือนคุณแก้วตอนอยู่ที่ฐานเราเลย” ผู้หมวดศิวะมองขวัญคณินไม่ละสายตา ถ้าจะจีบนี่เขาจะเป็นโคแก่ชอบหญ้าอ่อนรึเปล่าน้า 

               “ถ้าไนเปอร์คือตัวแทนของความแข็งแกร่ง มารีนก็คือตัวแทนของความอ่อนโยนครับผู้หมวด” ผู้หมวดศิขรินที่ได้ยินประโยคสนทนานี้หันมาบอกเมื่อรู้ว่าผู้หมวดรุ่นพี่คนนี้มันแอบมองน้องมารีนของเขา 

               “และที่สำคัญ...แหวนญาติของผมบนนิ้วของน้องมารีนก็...สวยจังเลยนะครับ” ไม่ว่าเปล่าแต่ผู้หมวดศิขรินยังแกล้งยกมือขึ้นลูบปลายคางเพื่ออวดแหวนญาติของขวัญคณินที่นิ้วของตัวเองด้วยเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ งานนี้ทำเอาผู้หมวดศิวะแทบจะยิ้มไม่ออกเลยทีเดียว 

               “ผมแค่ชมว่าน้องเขาน่ารักเฉยๆ ครับ ไม่ได้คิดอะไร” 

               “ผมก็ยังไม่ได้ว่าอะไรนี่” ผู้หมวดศิขรินว่าก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งกับขวัญคณินที่ตอนนี้หยุดร้องไห้เพราะคิดถึงแก้วเจ้าจอมแล้ว 

               “หนอย...ไอ้เด็กบ้า คิดว่าเป็นลูกรองแม่ทัพ เป็นหลานท่านนายพลปภพแล้วทำเบ่งหรอ แอบดักตีหัวมันนอกบ้านดีมั้ยครับผู้กอง” 

               “พูดไม่สมกับเป็นตำรวจเลยนะหมวด ไปแอบชอบแฟนเขาแล้วยังจะไปตีหัวเขาอีก” ผู้กองพนาแค่นยิ้มใส่ แต่ก็รู้สึกดีที่ผู้หมวดศิขรินรักกันอยู่กับน้องสาวของแก้วเจ้าจอม ต่อไปเขาจะได้ไม่ต้องระแวงอีก ส่วนไอ้คนที่เขารู้สึกไม่โอเคกับมันจริงๆ ก็คงจะเป็นไอ้ตี๋หน้าโอปป้านั่น นี่ขนาดแก้วเจ้าจอมนั่งอยู่กับปู่กับย่ามันก็ยังตามไปนั่งที่ข้างๆ โซฟาของเธออีก พ่อเขาหวงขนาดนี้แต่มันก็ยังกล้า ถ้าจะต้องดักตีหัวใครซักคน ไอ้ตี๋นี่แหละจะโดนเป็นคนแรก 

               จนเมื่อทุกๆ คนผูกข้อมือรับขวัญแก้วเจ้าจอมเสร็จแล้วผู้กองพนาจึงเข้าไปหาเธอเป็นคนสุดท้าย เขารู้ดีว่าทุกคนกำลังจับตาดูเขาอยู่ แม้แต่ผู้กองกรินทร์ที่ยังหงอยเพราะอาการอกหักก็ยังแอบมองเขาอย่างจ้องจับผิด ท่านนายพลปภพเองก็จ้องเขา แต่เขาก็ยังรู้สึกมีกำลังใจอยู่ที่ถึงแม้ว่าท่านจะรู้ความจริงทุกอย่างหมดแล้วแต่ท่านก็ไม่ได้พยายามกีดกันเขาออกห่างจากแก้วเจ้าจอม 

               กิ๊งงงง 

               เสียงสร้อยจี้นาคเกี้ยวตกลงพื้นตรงหน้าแก้วเจ้าจอมเมื่อผู้กองพนามัวแต่มองเธอจนลืมระวังขณะหยิบด้ายมาผูกข้อมือทำให้สร้อยจี้นาคเกี้ยวติดมาด้วยตกลงพื้น ดังนั้นเขาจึงหยิบสร้อยจี้นาคเกี้ยวขึ้นมาวางใส่มือของเธอก่อนจะผูกข้อมือให้ 

               “ยินดีกับคุณแก้วเจ้าจอมด้วยนะครับที่ได้กลับบ้านแล้ว และผมขอโทษนะครับที่ตามหาครอบครัวให้ได้ช้า วันนี้ผมเห็นคุณแก้วได้กลับมาอยู่กับทุกคน ได้อยู่กับครอบครัวใหญ่ที่แสนอบอุ่นผมก็เบาใจ ต่อไปจะไม่มีใครหน้าไหนมาตามล่าไล่คุณแก้วอีก ถ้าคุณแก้วจำเรื่องเมื่อสามเดือนก่อนได้เมื่อไหร่...ว่างๆ ก็กลับไปเที่ยวเล่นที่ฐานตำรวจพลร่มของเรานะครับ ผมขอเป็นตัวแทนของทุกคนที่ฐานส่งความรัก ความห่วงใยมาให้คุณแก้ว และขอบคุณคุณแก้วแทนทุกคนด้วยที่คุณแก้วได้ทำหน้าที่ของหมอคอยดูแลอาการเจ็บป่วยของพวกเรา ต่อไปที่ฐานคงไม่มีหมอแล้ว ผมคงต้องยกห้องพยาบาลที่ฐานให้ดาบดำรงดูแลต่อเหมือนเดิม” 

               “ดาบดำรงอาการดีขึ้นแล้วยังคะ” 

               “ก็อาการดีขึ้น...คุณแก้วจำดาบดำรงได้หรอครับ” ผู้กองพนารีบคว้าข้อมือของเธอเอาไว้แน่นทันทีอย่างลืมตัวว่าท่านนายพลปภพก็นั่งอยู่ข้างๆ เธอด้วย ตั้งแต่เธอฟื้นและได้กลับบ้านไม่มีใครบอกเธอเลยว่าตำรวจพลร่มที่ฐานของเขามีใครบ้าง ตอนนี้เธอรู้จักแค่เขากับผู้หมวดศิวะ แล้วทำไมถึงได้รู้จักดาบดำรง แล้วรู้ได้ยังไงว่าดาบดำรงได้รับบาดเจ็บ 

               “ฉันพอจำได้ลางๆ ว่ามีนายดาบคนหนึ่งอายุประมาณคุณพ่อของฉันอยู่ด้วย เขาใจดี เป็นคนดีมากๆ พอได้ยินผู้กองพูดถึงดาบดำรงฉันก็เลยนึกถึงเขาขึ้นมาได้ วันนั้นฐานของผู้กองถูกถล่ม ดาบดำรงคงได้รับบาดเจ็บ” 

               “คุณแก้วจำดาบดำรงได้ แต่จำผู้กองไม่ได้เลยเนี่ยนะครับ” ผู้หมวดศิวะว่าขึ้น แก้วเจ้าจอมจึงพยักหน้ารับ 

               “งั้น...คุณแก้วจำหมวดริษาได้มั้ยครับ” 

               “ใครหรอคะ” แก้วเจ้าจอมเลิกคิ้วขึ้นถาม ผู้หมวดศิวะก็เลยแสยะยิ้มกลับ 

               “หมวดริษาหรือ ร้อยตำรวจตรีหญิงมาริษา เป็นครู ตชด. อยู่ที่นั่น คุณแก้วกับหมวดริษาเป็นเพื่อนรักที่สนิทกันมากเลยนะครับ หมวดริษาชอบแวะมาเยี่ยมคุณแก้วที่ฐานบ่อยๆ ชอบชวนคุณแก้วไปกินข้าวที่บ้านเธอด้วย คุณแก้วกับหมวดริษาสนิทกันมากราวกับเป็นพี่น้องท้องเดียวกันเลยนะ จำหมวดริษาไม่ได้จริงๆ หรอครับ เนี่ย! ถ้าไม่ติดว่าต้องสอนหนังสือเด็กที่โรงเรียน หมวดริษาคงขอพวกผมมาหาคุณแก้วด้วย” 

               “ฮะ!” แก้วเจ้าจอมกับผู้กองพนาว่าพร้อมกันแล้วหันมาจ้องเขา ผู้หมวดศิวะเอาอะไรมาพูดว่าแก้วเจ้าจอมกับผู้หมวดมาริษาเป็นเพื่อนรักกัน ผู้หมวดมาริษามาที่ฐานทีไรแก้วเจ้าจอมได้ร้องไห้ตลอด ผู้กองพนาคิด 

               “ฉันนึกไม่ออกจริงๆ ค่ะว่าหมวดริษาเป็นใคร ได้ยินชื่อครั้งแรก...นึกว่าเป็นแฟนของผู้กองซะอีก” แก้วเจ้าจอมว่าขำๆ กับผู้กองพนา แต่เขากลับไม่รู้สึกขำไปกับเธอด้วย 

               “หมวดริษาไม่ใช่แฟนผม ผมไม่ได้รักเขาและที่สำคัญ...ผมมีเมียแล้ว ผมรักผู้หญิงคนอื่นอีกไม่ได้” 

               “ผู้กอง...” ผู้หมวดศิวะครางเสียงแผ่ว พูดอะไรออกมาเดี๋ยวก็หลุดจากบ่าหรอก ผู้กองน่ะยังดีมีเมียแล้ว แต่เขายังไม่มี เพราะงั้นเขายังไม่พร้อมที่จะตาย 

               “อ้าว มีเมียแล้วหรอ” อรินว่าขึ้น แก้วเจ้าจอมก็เลยดึงมือของตัวเองคืนจากผู้กองพนาแล้วกำสร้อยนาคเกี้ยวที่เขาวางเอาไว้ในมือแน่น 

               “แก่ขนาดนี้แล้วก็น่าจะมีเมียแล้วสิพี่อริน” ธารนทีว่าทำเอารองคีรินท์กับหมอเอื้อยพากันกลั้นหัวเราะแทบตาย จะว่าไปแล้วหลานเขยคนนี้ของพวกตนก็อายุมากกว่าแก้วเจ้าจอมเกือบจะรอบหนึ่งเลย ธารนทีที่เป็นน้องเล็กของแก๊งฟันน้ำนมจะว่าเขาแก่แล้วก็ไม่แปลกหรอก 

               ไอ้พวกเด็กปากเสีย น่าตีให้ปากแตกจริงๆ เชียว ผู้หมวดศิวะแอบคาดโทษ ผู้กองของเขาอายุแค่สามสิบห้าปี หน้าตาก็ดีออกขนาดนี้เอาอะไรมาพูดว่าแก่ 

               “ไม่ยักรู้ว่ามีเมียแล้ว” ผบ.กรันณ์ว่าขึ้นแล้วจ้องผู้กองพนาอย่างเอาเรื่อง ทำให้คราวนี้รองคีรินทร์ หมอเอื้อยแล้วก็ราชาวดีเริ่มจะรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ เพราะเป็นคนกุมความลับนี้เอาไว้ 

               “เมียผู้กองเป็นใคร ทำไมไม่พามาด้วยล่ะ” 

               “แกจะไปอยากรู้เรื่องส่วนตัวของเขาทำไมไอ้รัน เสียมารยาท” 

               “นั่นสินะ” ท่านนายพลปภพเห็นด้วยกับรองคีรินทร์ ไอ้ลูกคนนี้มันยิ่งหวงลูกสาวเกินชาวบ้านชาวช่องเขาอยู่ “จะมีเมียหรือไม่มีมันก็เรื่องส่วนตัวของเขา ผู้กองเขาแค่มางานรับขวัญไนเปอร์ตามคำเชิญของพ่อ แล้วเขาก็จะอยู่ประชุมแผนจับคนที่ทำร้ายไนเปอร์พรุ่งนี้กับพวกเรา เสร็จจากเรื่องนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกมั้ย แกจะอะไรนักหนาเจ้ารัน” 

               “ก็ไม่อะไรหรอกครับพ่อ มีเมียแล้วก็ดีผมจะได้ไม่ต้องระแวงคิดมาก” ผบ.กรันณ์ว่าก่อนจะเดินเข้ามาหาแก้วเจ้าจอมพร้อมกับหยิบสร้อยจี้นาคเกี้ยวที่คุณอาคเชนทร์ส่งมารับขวัญแก้วเจ้าจอมยื่นให้กับผู้กองกรินทร์ 

               “สร้อยนาคเกี้ยวเป็นเครื่องรางส่งเสริมเรื่องความรัก ให้พี่ซีลเก็บเอาไว้ดีกว่าไม่ต้องเอามาให้น้อง ไนเปอร์เป็นนางไม้น้อยของพ่อกับแม่แก้ม ไม่จำเป็นต้องมีความรัก ฝากไปบอกคุณอาคเชนทร์...” 

               “พ่อตาครับพ่อ ไม่ใช่คุณอา” ผู้กองกวินทร์แก้เมื่อผู้เป็นพ่อหันมาพูดด้วย 

               “เออ! นั่นแหละ จะอาหรือจะพ่อตาก็ตามใจ ฝากไปบอกมันด้วยว่าทีหลังอย่าส่งของแบบนี้มาให้น้องอีก ถ้ามันยังส่งมาอีก พ่อจะไปกระทืบมันถึงนครพนม” แล้วคนหวงลูกก็ฉุดมือแก้วเจ้าจอมไปนั่งด้วยตามเดิม เห็นพ่อตาหวงลูกสาวมากขนาดนี้แล้วผู้กองพนาก็ใจแป้ว ถ้า ผบ.กรันณ์รู้ความจริงเข้าไม่ฆ่าเขาตายตอนนี้เลยหรอ 

               “เอาล่ะๆ ปู่หิวแล้ว เราไปกินข้าวกินปลากันเลยดีมั้ย” ท่านนายพลปภพบอกทุกคน ทุกๆ คนจึงลุกไปนั่งประจำที่ที่โต๊ะอาหารตัวยาว ซึ่งพอทุกคนลุกออกไปกันแล้วท่านนายพลปภพจึงหันมาทางผู้กองพนาที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นข้างๆ ท่าน พอเห็นสีหน้าหงอยๆ ของผู้กองหนุ่มท่านก็ยื่นมือมาตบไหล่เขาเบาๆ คล้ายกับจะให้กำลังใจก่อนจะลุกขึ้นโดยมีแก้วเจ้าจอมเข้ามาช่วยประคอง และขวัญคณินก็เข้ามาประคองคุณหญิงกรกช คุณยายของตนไปด้วย 

               “ผู้กองครับ พ่อตาดุไปหน่อยแต่ว่า...เหมือนท่านนายพลจะอยู่ข้างผู้กองนะครับ เพราะงั้นผู้กองต้องสู้ๆ นะครับ แต่ถ้าสู้ไม่ไหวก็บอกผม เดี๋ยวผมจะฉุดคุณแก้วให้” 

               “หมวด ที่เห็นเนี่ยไม่ใช่คุณแก้วของหมวดแล้วนะ ตอนนี้เป็นยัยโหดสไนเปอร์แล้ว หมวดกล้าหรอ” 

               “ที่ผมพูดไปเมื่อกี้นี้ ถือซะว่าผมละเมอแล้วกันนะครับผู้กอง” เขาก็ลืมไปว่าตอนนี้เธอโหดแล้วก็ดุมาก ก่อนที่เขาจะฉุดเธอได้ เธอคงแบ็กคิกใส่ก้านคอเขาเต็มๆ 

  

 

 

               แม้จะเป็นคนนอกแต่ครอบครัวของแก้วเจ้าจอมก็ยังเผื่อแผ่ความอบอุ่นมาให้ผู้กองพนากับผู้หมวดศิวะด้วย ผู้การคณินกับผู้การนทีชวนเขาพูดคุยอย่างออกรสออกชาติ ซึ่งผู้การทั้งสองได้เล่าให้เขาฟังว่ากว่าจะแต่งงานกับภรรยาของตนได้ก็ทำเอาแทบแย่อยู่เหมือนกันเพราะพ่อตาของผู้การนทีนั้นดุมาก หวงลูกสาวสุดๆ กว่าจะลงเอยกับธารธาราพ่อตากับลูกเขยก็ฟาดฟันกันอยู่ไม่น้อย แต่พอได้หลานแฝดชายหญิงไปอุ้มชูพ่อตาของผู้การนทีก็เห่อหลานจนเลิกมีเรื่องกับลูกเขยไปเอง แล้วนับตั้งแต่นั้นมาสงครามระหว่างพ่อตากับลูกเขยก็สงบลง ส่วนเรื่องราวความรักของผู้การคณินนั้นผู้กองพนาสนใจมากที่สุดเพราะผู้การคณินสามารถเอาชนะใจพี่เมียอย่าง ผบ.กรันณ์ได้ แม้ว่ากว่าจะได้คบกัน กว่าจะได้แต่งงานกันกับน้องสาวของ ผบ.กรันณ์ ผู้การคณินก็รอนานตั้งเกือบสิบปี 

               “ผมเป็นรุ่นน้องคนสนิทของท่าน ผบ. น่ะผู้กอง สนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว พอเรียนจบมาทำงานด้วยกันผมก็ติดตามท่าน ผบ. มาโดยตลอด ท่านเห็นผมเหมือนน้องชายแท้ๆ คนหนึ่งก็เลยยอมยกน้องสาวของท่านให้” ผู้การคณินบอกเขา 

               นี่ขนาดเห็นเป็นน้องชายแท้ๆ แล้วก็ติดตามกันมาตั้งแต่สมัยเรียนยังใช้เวลาเกือบสิบปีกว่าจะได้แต่ง แล้วกับเขาที่เจาะไข่แดงลูกสาวท่านตอนที่ลูกสาวท่านหายตัวไป ท่านจะเอาความเอ็นดูอะไรมาให้เขากันล่ะเนี่ย ผู้กองพนาเริ่มคิดหนักพลางมองไปที่แก้วเจ้าจอม ซึ่งตอนนี้แก๊งฟันน้ำนมที่กินมื้อเย็นจนอิ่มแล้วกำลังไปนั่งรวมตัวกันอยู่บนเบาะนุ่มริมสระว่ายน้ำ พูดคุยหยอกล้อและดีดกีตาร์ร้องเพลงกันตามประสาพี่น้องที่นานๆ จะได้อยู่ครบแก๊งกันเสียที ส่วนพวกผู้ใหญ่ก็ยังคงนั่งพูดคุยกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร 

               “ผู้กองชอบหลานสาวของผมหรอ” ผู้การคณินทักขึ้นทำเอาผู้กองพนาแทบหัวใจวาย “รองคีรินทร์ท่านบอกความจริงกับผมหมดแล้ว ท่านบอกว่าอยากให้ผมมาช่วยเป็นกองเชียร์ให้ผู้กองน่ะ ในฐานะที่ผมเป็นเขยของบ้านนี้ ท่านก็อยากให้ผมมาช่วยแนะนำผู้กองว่าควรทำตัวยังไงถึงจะได้เป็นเขยของบ้านนี้บ้าง” 

               ผู้กองพนารีบหันไปมองทางรองคีรินทร์ในทันที รู้สึกว่าอยากจะเอาพานธูปเทียนไปกราบท่านเป็นพ่อบังเกิดเกล้ายังไงก็ไม่รู้ แม้ว่าท่านจะไม่ได้แสดงออกมาว่าชอบเขา แต่ท่านก็ยังแอบช่วยเหลือเขาอยู่ 

               “ถึงผมจะแอบเชียร์อริน เพราะอรินเป็นลูกของเพื่อนผม ผมเองก็ได้เลี้ยงอรินมาตั้งแต่เด็กๆ เหมือนกัน แต่เรื่องระหว่างผู้กองกับไนเปอร์ผมเองก็คงไม่อาจปฏิเสธอะไรได้ ถ้าผู้กองรักหลานสาวของผมจริงๆ ก็ต้องรักให้มากกว่าที่อรินรัก บ้านนี้เห็นแบบนี้แล้วก็มีแต่คนใจดีนะ ท่านนายพลท่านก็ใจกว้างและมีเหตุผล คุณหญิงท่านก็ยิ่งใจดี คุณหมอแก้มยิ่งใจดีเข้าไปใหญ่ คนที่ผู้กองต้องเอาชนะใจให้ได้ก็คือท่าน ผบ. กรันณ์ ท่านรักแล้วก็หวงลูกสาวมาก อย่าว่าแต่หนุ่มๆ เลย ตอนที่ไนเปอร์ยังเป็นเด็ก ขนาดพวกผมที่เป็นลุงป้าน้าอาแท้ๆ ยังแทบจะอุ้มหลานไม่ได้เลย ไนเปอร์เขาเป็นชีวิตทั้งชีวิตของท่าน ผบ. การที่ผู้กองอยากจะได้ไปนั้นมันก็คงจะเป็นเรื่องที่ยากและแทบจะไม่มีทางเป็นไปได้เลย ขนาดอรินเป็นหลานที่ท่าน ผบ. เอ็นดูแท้ๆ ก็ยังเป็นได้แค่หลาน ผู้กองคงต้องทำใจหน่อย” 

               “มันจะไม่มีทางเป็นไปได้เลยหรอครับ” 

               “ทางเป็นไปได้น่ะมี แต่ยาก” ผู้การคณินยิ้มบอก “ท่าน ผบ. ท่านชอบคนเก่ง เก่ง ดี มีความสามารถ เป็นเจ้าหน้าที่ที่ดี ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ รักชาติเป็นที่หนึ่ง ไม่เจ้าชู้ จริงใจ เสมอต้นเสมอปลาย ถ้าทำได้และท่านรับรู้ ทุกอย่างก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป” แล้วผู้การคณินก็หันไปตักผลไม้บนโต๊ะให้กับขวัญตา ภรรยาของเขาพลางลูบศีรษะของเธอเบาๆ อย่างแสนรัก ผู้กองพนาเห็นแล้วถึงได้เข้าใจว่าเหตุใด ผบ.กรันณ์จึงยอมยกน้องสาวของท่านให้ผู้การคณิน ก็ผู้การรักแล้วก็ดูแลน้องสาวของท่านดีแบบนี้นี่ไง แล้วถ้าเขาอยากเอาชนะใจพ่อตาอย่างท่านบ้าง เขาก็ต้องรักแล้วก็ดูแลแก้วเจ้าจอมให้ดีเหมือนกับที่ผู้การคณินรักแล้วก็ดูแลภรรยาของเขา 

               พอคิดได้ดังนั้นผู้กองพนาก็ลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารแล้วเดินเข้าไปหาชาวแก๊งฟันน้ำนมที่ยังคงนั่งดีดกีตาร์ร้องเพลงกันอยู่อย่างสนุกสนาน ทิ้งให้ผู้หมวดศิวะอยู่คุยกับผู้การนทีไปเพราะดูท่าทั้งสองคนน่าจะเริ่มสนิทกันแล้ว 

               “ขอนั่งด้วยนะครับ” เขาบอก แล้วจึงนั่งลงข้างผู้หมวดศิขริน เพราะรายนี้ดูจะเป็นมิตรกับเขามากที่สุดเหมือนกับผู้เป็นพ่อ ส่วนแก้วเจ้าจอมนั้นยังไม่ได้หันมามองทางเขาเพราะเธอกำลังนั่งกินเค้กอยู่กับขวัญคณินแล้วก็นทีธาราอยู่ ทั้งสามสาวพี่น้องสวมที่คาดผมแสนน่ารักเหมือนกันยิ่งทำให้ดูสดใส ยิ่งมีหนุ่มๆ คอยดูแลพวกเธอทั้งสามคนก็เป็นเสมือนเจ้าหญิงที่ทุกคนต้องปกป้อง 

               “ผู้กองเล่นกีตาร์เป็นรึเปล่าครับ” ผู้หมวดศิขรินหันมาถามเขาพลางยื่นแก้วเครื่องดื่มให้ 

               “ก็พอได้นิดหน่อยครับ น้องชายเคยสอนให้” 

               “เจ้ากรน่ะหรอครับ หมอนี่มันเก่ง” ผู้หมวดศิขรินยิ้มเมื่อยามนึกถึงเพื่อนรักที่ล่วงลับไปแล้ว “จะว่าไปก็คิดถึงมันเหมือนกัน ถ้ามันยังอยู่เวลานัดรวมตัวกับเพื่อนๆ ก็คงจะคึกคักมากกว่านี้ มันเป็นคนอารมณ์ดี เพื่อนๆ รักมันมากเลยนะครับ” 

               “ถ้าเจ้ากรมันรู้ว่าเพื่อนๆ รักมันมากมันคงจะดีใจ” ผู้กองพนาตอบแล้วหันมาทางผู้กองกวินทร์ที่นั่งดีดพิณอยู่ ต่างจากนคินทร์ที่กำลังดีดกีตาร์ 

               “พี่เรนเจอร์เขาไปหลงเสน่ห์ลูกสาวคุณอาคเชนทร์น่ะครับ คุณอาคเชนทร์เป็นทหารเรือหน่วย นรข. เป็นเพื่อนรักกันกับอารัน ภรรยากับลูกสาวของคุณอาคเชนทร์เล่นดนตรีเก่งมาก พี่เรนเจอร์ก็เลยอยากเอาใจสาวเลยต้องหัดเล่นเครื่องดนตรีทางภาคอีสาน คนนี้ท่าทางพี่เรนเจอร์จะจริงจังมาก ผมไม่เคยเห็นพี่เรนเจอร์จะให้ความสำคัญกับสาวๆ คนไหนได้มากเท่ากับคนนี้เลย” 

               “อย่ามานินทารีคอน” ผู้กองกวินทร์หันมาว่าน้องชายก่อนจะส่งกีตาร์ในมือนคินทร์มาให้ผู้กองพนา 

               “เอาซักเพลงหน่อยพี่ เบื่อเสียงแมวออกลูกของนาวิกมันแล้ว” เมื่อผู้กองกวินทร์ส่งกีตาร์มาให้ ผู้กองพนาก็ได้แต่มองอย่างชั่งใจ แต่ถ้าจะไม่เล่นเดี๋ยวเขาจะเข้ากับเด็กๆ พวกนี้ไม่ได้ ยิ่งตอนนี้แก๊งฟันน้ำนมกำลังมองมาทางเขาเขาก็คงจะปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะ เอาวะ! ร้องเพลงง้อเมียหน่อยก็น่าจะดี เขาคิด แล้วมองมาที่แก้วเจ้าจอม ซึ่งเธอก็รีบหลบสายตาของเขาไป 

               “แค่เพลงเดียวนะครับ ผมไม่ค่อยถนัด” เขาบอก ผู้กองกวินทร์เลยยักไหล่ตอบก่อนจะเอนกายไปพิงผู้กองกรินทร์ที่นั่งเงียบๆ อยู่ ดูจะไม่ค่อยร่าเริงเหมือนคนอื่นเพราะเพิ่งอกหักมา กระดกเหล้าทีล่อเป็นขวดเลย 

               พอผู้กองพนาเริ่มดีดกีตาร์ ทางพวกผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารก็พากันหันมามองอย่างแปลกใจว่าใครดีดกีตาร์ ยิ่งพอรู้ว่าเป็นผู้กองพนาทุกคนก็ยิ่งมองอย่างตั้งใจ 

               “♪♫เรียบเรียงคำร้อย ฝากเพลงลอยสายลมแผ่วเบา สื่อรักพาเอารักแห่งสองเราที่ร้างที่ลาลับห่าง อยู่แห่งไหนขวัญใจเจ้าอย่าชัง หากได้ฟังหวังยังคงเมตตา ตอบสัญญารักมากับลม♫♪” ยิ่งผู้กองพนามองไปที่แก้วเจ้าจอมเธอก็ยิ่งหลบสายตาของเขา แสร้งทำทีเป็นตักเค้กที่น้องสาวทำมาให้กินเหมือนกับว่าไม่ได้สนใจเขา แต่ผู้กองพนาก็ยังเอาแต่มองเธอเพื่อสื่อให้รู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอในตอนนี้ 

               “♪♫ลมรักเอยจงล่องลอย ลอยรักคืนมาร่วมทาง ฝากนำคำร้อง ผ่านลำคลองท้องธารกว้างไกล อยู่คุ้งแควใด รู้เถิดหัวใจพี่ร้อนดังไฟเผาร่าง เสกมนต์ขลังให้ฟังไม่จืดจาง จากอารมณ์ระทมดังแก้วบาง แหลกแล้วนางยามรักจางห่างใจ ลมช่วยกระซิบบอก หฤทัย ใจฉันยังมั่นต่อใจ แม้จนชีพมลายขอตายแทบตักเธอ ฝากเพลงลอยฟ้า ข้ามภูผาท้องนาป่าไพร ได้รับยามใด ดลให้หัวใจอ่อนไหวด้วยไฟรักเพ้อ อยู่แห่งไหนให้ใจเจ้าอยากเจอ อยากมาหาพี่ยาที่จากเธอ ใฝ่ฝันละเมอขอเธอได้โปรดคืนมาใฝ่ฝันละเมอขอเธอได้โปรดคืนมา♫♪” (เพลง ฝากเพลงถึงเธอ - สนธิ สมมาตร) เพลงที่ผู้กองพนาร้องนับว่าเพราะมากแล้ว แต่เนื้อหาของเพลงนี่สิที่มันกินใจยิ่งนัก เหมือนกับว่าเขากำลังร้องเพลงนี้เพื่อขอร้องให้คนรักของเขากลับมาหา โดยเฉพาะท่อนที่ว่า อยู่แห่งไหนให้ใจเจ้าอยากเจอ อยากมาหาพี่ยาที่จากเธอ ใฝ่ฝันละเมอขอเธอได้โปรดคืนมา เขาคงจะคิดถึงเมียของเขามากจนต้องร้องเพลงหาแบบนี้ 

               “ร้องเพลงหาคนรักแบบนี้ท่าทางผู้กองจะคิดถึงภรรยามากนะครับ” ผู้หมวดศิขรินว่าเมื่อผู้กองพนาส่งกีตาร์ให้เขา 

               “ครับ...คิดถึงใจแทบขาดเลยล่ะ” เขายิ้มตอบอย่างขมขื่นแล้วแอบมองแก้วเจ้าจอมด้วยความคิดถึงมากจริงๆ อยากกอดเธอเหลือเกิน อยากกอดจริงๆ แก้วตาดวงใจของพี่ 

               “ไนเปอร์” เสียงรองคีรินทร์ร้องเรียกเมื่อเขาเห็นว่าแก้วเจ้าจอมดูหงอยมากยิ่งขึ้นตั้งแต่ได้ฟังผู้กองพนาร้องเพลง ไอ้คนที่ร้องเพลงมันก็ร้องซะไม่ปกปิดความรู้สึกในใจเลย พ่อตามันยิ่งดุๆ อยู่แต่มันก็ช่างกล้าท้าทายอำนาจพ่อตามัน ทำหน้าซื่อเหมือนเกรงใจ แต่การกระทำเนี่ยมันกำลังรุกลูกสาวของเขาอย่างเห็นๆ 

               “พ่อซื้อขนมมาฝากไนเปอร์กับพี่ๆ น้องๆ เยอะเลย อยู่ในครัวนู่น ไนเปอร์ไปเอาขนมมาให้น้องๆ หน่อย” 

               “ผมไปแทนก็ได้ครับลุงภู ในครัวใช่มั้ยครับ” อรินรีบเสนอตัวแล้วลุกขึ้น รองคีรินทร์จึงส่ายหน้าให้ 

               “ใครไม่ได้ชื่อไนเปอร์ไม่ต้องไป” จุดประสงค์ของเขาไม่ได้อยู่ที่การไปเอาขนมมาให้น้องๆ แต่เขาแค่อยากให้แก้วเจ้าจอมปลีกตัวออกไปจากสถานการณ์ตรงนี้มากกว่า ไม่มีใครดูออกรึยังไงกันว่าตอนนี้สีหน้าของเธอกำลังซีดเซียวมากแค่ไหน 

               “ไนเปอร์ไปเองก็ได้ค่ะ รู้สึกอยากไปห้องน้ำพอดี” แก้วเจ้าจอมรู้สึกของคุณพ่อภูนักที่ช่วยสร้างสถานการณ์ให้ เธอเองก็อยากจะปลีกตัวออกไปจากตรงนี้เหมือนกัน เธอรู้สึกถูกกดดันจนแทบจะไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่แล้ว 

  

 

 

               แก้วเจ้าจอมไม่ได้ตรงที่ห้องน้ำหรือห้องครัวอย่างที่บอกกับคนอื่น หากแต่เธอกลับแอบเข้าไปในห้องนั่งเล่นของบ้านแล้วซ่อนตัวนั่งกอดเข่าอยู่ด้านหลังโซฟาตัวใหญ่ หยาดน้ำตาที่พยายามเก็บซ่อนเอาไว้ร่วงพรูลงมาแทบจะในทันทีแล้วสะอึกสะอื้นร้องไห้ปานใจจะขาดอยู่คนเดียว ในหัวมีแต่คำถามที่ว่า เธอควรทำอย่างไรดี มันกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เรื่องที่ผู้กองพนาบอกกับเธอเมื่อเช้านี้มันทำให้เธอรู้สึกช็อกไม่น้อย ช็อกและตกใจจนไม่กล้าออกมาสู้หน้าใครจึงต้องเก็บตัวอยู่แต่ในห้องนอน ยิ่งมาได้ฟังผู้กองพนาร้องเพลง...ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ว่าเขาร้องเพลงนั้นให้เธอ เขาพยายามรุกเธอ เขาอยากให้เธอกลับไปจำเขาให้ได้ 

               “เฮ้อ!” รองคีรินทร์ที่ตามเธอมาถอนหายใจพลางนั่งลงพิงหลังโซฟาอยู่ข้างๆ จนแก้วเจ้าจอมสะดุ้งตกใจ ไม่คิดว่าผู้เป็นพ่อจะแอบตามมาแบบนี้จึงได้รีบปาดน้ำตาออก พยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

               “พ่อภูยังเป็นพ่อภูของไนเปอร์อยู่นะ แล้วพ่อภูก็เข้าข้างไนเปอร์มากกว่าใครๆ ด้วย พ่อไม่เคยมองว่าไนเปอร์เป็นหลานเลยนะ สำหรับพ่อ...ไนเปอร์คือลูกสาวแท้ๆ ของพ่อ ไนเปอร์สามารถพูดกับพ่อได้ทุกเรื่อง แล้วหากเรื่องไหนที่ไนเปอร์ไม่อยากให้ใครรู้ พ่อสัญญาว่าเราจะรู้กันแค่สองคนเท่านั้น” แก้วเจ้าจอมร้องไห้ออกมาอีกครั้งเมื่อได้ยินแบบนี้ก่อนจะโผเข้าไปกอดรองคีรินทร์แล้วร้องไห้กับอกของเขา เธอเองก็ไม่เคยรู้สึกว่าเขาเป็นลุงของเธอเลย สำหรับเธอ พ่อภูกับพ่อรันคือพ่อแท้ๆ ที่ให้กำเนิดเธอ เธอรักพ่อทั้งสองคนเท่าๆ กัน 

               “พ่อภู...ไนเปอร์ควรทำยังไงดี” 

               “ควรทำยังไงดีงั้นหรอ...” เขาทวนถาม “ก่อนอื่น พ่อว่าไนเปอร์เล่าเรื่องเมื่อสามเดือนก่อนให้พ่อฟังดีกว่านะ สามเดือนที่ผ่านมาตอนที่ไนเปอร์อยู่ฐานของพวกตำรวจพลร่ม มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง” 

               “...ไนเปอร์จำไม่ได้” 

               “จำไม่ได้หรือไม่อยากจำ” 

               “อึก” แก้วเจ้าจอมถึงกับสะอึก ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองผู้เป็นพ่ออีกแต่ก็ยังคงกอดเขาไม่ยอมปล่อย รองคีรินทร์จึงกอดและลูบผมเธออย่างปลอบขวัญ 

               “พ่อสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร ไม่ว่าสามเดือนที่ผ่านมาจะเกิดอะไรขึ้นพ่อจะไม่ตำหนิไนเปอร์” 

  

**************************************** 

เอ๊ะ! มันยังไงกัน จำไม่ได้หรือไม่อยากจำ  

ตอนนี้มีคู่รักเกิดขึ้นหลายคู่ ใครเชียร์คู่ไหนบ้างคะ 

********************** 

เฉพาะตอนที่ 24 นี้เนื้อหาอาจละเอียดหน่อยนะคะ แบบว่าคิดถึงทุกคนเลยอยากให้มีซีนกันเยอะๆ  

  

 

  

ความคิดเห็น