ยูโร...เด็กหัวขาว

=_= มันคืออะไรบอกที ทำไมกดลบตอนนิยายที่ลงซ้ำไม่ด๊ายยยย!! ={}=!!! พลาดไปแล้วววววว
Sugar Boy ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 [Boy's love/Yaoi18+]

ชื่อตอน : ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 ตอนที่ 20 : ฝืนทน

คำค้น : Sugar Boy SS2, ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2, นทีxเลย์, ยูโร เด็กหัวขาว

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 888

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2559 12:30 น.

ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 ตอนที่ 20 : ฝืนทน

แบบอักษร

Sugar Boy SS2…Chapter 20

            ฝืนทน

 

 

 

            ฟอด

            ในช่วงเที่ยงวันขณะที่ผมกำลังจะตักอาหารเข้าปากเพื่อดับความหิวโหย แต่ก่อนจะได้ทานอะไรก็ต้องนิ่งค้างไปเมื่ออยู่ๆคนตัวโตก็เดินเข้ามาหอมแก้มผมฟอดใหญ่ๆหนึ่งฟอด ก่อนที่พี่ทีจะวางแก้วนมอุ่นๆไว้ข้างจานอาหารของผมแล้วกลับไปนั่งประจำที่ของตัวเองซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน

 

 

            "..." ผมเม้มปากบางอายๆ แก้มร้อนผ่าวเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร จริงๆมันไม่รู้จะพูดอะไรมากกว่า จึงเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทานข้าวต่อไปโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าพี่ชายเลยซักนิด

            สถานะของเราตอนนี้ก็แค่พี่น้อง แต่การกระทำและคำพูดของเรามันไม่ใช่แค่นั้น ผมรู้ดี แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เข้าใจ ที่พี่ทีไม่ได้ถามถึงเรื่องที่จะกลับมาคบกับผม เพราะพี่ทีไม่ต้องการเป็นกับผมมากกว่าพี่น้องอีกแล้วรึเปล่า ถึงตอนนี้ผมก็ยังหวังลมๆแล้งๆ ว่าซักวันพี่ทีจะขอคบกับผมอีกครั้ง ให้โอกาสผมอีกครั้ง เด็กโลเลที่ไม่กล้ามั่นคงกับอะไรเลยจนทำให้เราต้องเลิกรากันไปหลายต่อหลายครั้งด้วยความคิดโง่ๆของผมเอง

            ความจริงเรื่องสายเลือดของเราก็ใช่ว่าจะเป็นพี่น้องแท้ๆกันซะที่ไหน

            อย่างน้อยๆพี่ทีก็มีเลือดอีกครึ่งหนึ่งเป็นของคนอื่น ผมเองก็เช่นกัน แม้อีกครึ่งของเราจะเป็นสายเลือดเดียวกันก็ตาม คุณแม่ของพี่ทีเป็นพี่สาวของคุณแม่ของผม... และดูเหมือนท่านและพ่อของพี่ทีจะไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นผมก็อยากรู้นะ ว่าคุณแม่ของพี่ทีจะใจดีเหมือนคุณแม่ของผมในอดีตรึเปล่า

            "พี่ที..." ผมเผลอเรียกพี่ชายออกไปอย่างไม่ทันคิด แต่พอมานึกได้อีกทีว่าอาจไม่ควรถามเรื่องพ่อแม่ของเขาออกไปก็สายไปเสียแล้วเมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าจากจานข้าวขึ้นมามองตาผมสงสัย

            "เอ่อ...เปล่า ไม่มีอะไรครับ" ผมก้มหน้างุดลงไปทานข้าวต่อโดยที่ไม่ได้พูดถามอะไรออกไปอีก แถมยังรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายซึ่งเพิ่งถูกเรียกเมื่อกี้ยังคงจ้องมองผมอยู่ตลอดไม่วางตา และเพราะไม่รู้ว่าตัวเองคิดผิดหรือเปล่าผมจึงลอบมองพี่ชายอีกครั้งอย่างกล้าๆกลัวๆจนได้รู้ว่าพี่ทีกำลังจ้องผมอยู่จริงๆ

            "..." ผมรีบละสายตาจากคนตัวโตแล้วก้มทานข้าวต่อทันที

 

 

            "เลย์" พี่ทีเรียกขณะที่ห้องตกอยู่ในความเงียบ

            "เลย์อยากเป็นอะไรกับพี่กันแน่" อีกฝ่ายโพล่งถาม ทำให้ผมถึงกับเงยขึ้นไปสบตากับคนตรงหน้าอย่างลืมตัว

            "มองตาพี่แล้วตอบความจริงออกมา" พี่ทีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาจนผมต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอเฝื่อนๆ แววตาหวานสั่นคลอนเล็กน้อย สมองมันรวนไปหมดเมื่อนึกย้อนถึงคำถามของคนเป็นพี่ชาย อยากเป็นอะไรงั้นเหรอ...เมื่อรู้ความจริงของเราแบบนี้ ผมอยากเป็นอะไรกับพี่ทีกันแน่นะ...

 

 

            "แล้วพี่ล่ะ อยากเป็นอะไรกับผม" ผมอึกอักถามพร้อมเบือนหน้าไปอีกทาง

 

 

            "พี่เป็นให้เลย์ได้หมดนั่นแหละ หากเลย์ต้องการ" ผมฟังแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเครียดเมื่อรู้สึกว่าคำตอบจากคนรักไม่ค่อยกระจ่างมากนัก

 

 

            "เลย์อยากกลับไปคบกับพี่..." ผมพึมพำเสียงแผ่ว ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองพี่ชายคนรองเลยแม้แต่น้อย ได้แต่ทอดสายตาเศร้าๆมองตรงลงไปยังจานข้าวสวยอยู่อย่างนั้น

            แต่ผมทำมันพังมาหลายครั้งแล้ว คงไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว

 

 

            "ยังจำวันที่พี่ช่วยเลย์ขึ้นมาจากในน้ำได้มั้ย" พี่ทีถาม

 

 

            "อื้ม" ผมพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนที่โครงหน้าจะถูกมือหนาเอื้อมเข้ามาจับให้ผมต้องหันกลับไปเผชิญหน้ากับพี่ชายตรงๆอีกครั้ง ทันทีที่สายตาของเราปะทะกันหัวใจของผมมันทั้งเต้นแรงและเจ็บปวดอยู่ลึกๆ เพราะอะไรกันผมยังไม่รู้เลย

 

 

            "ยังจำที่พี่ถามเลย์ได้มั้ย เลย์ยังไม่ให้คำตอบมันกับพี่เลยนะ"

 

 

            "เอ๊ะ..." ผมชะงักไปทันทีเมื่อสิ้นคำจากอีกฝ่าย คำพูดของพี่ทีมันทำให้ผมคิด คิดถึงวันนั้นที่ผมตัดสินใจจะจบทุกอย่างลง ผมจำอะไรนอกจากภาพของพี่ทีซึ่งร้องไห้กอดผมด้วยความกลัวไม่ได้เลย แม้แต่คำถามที่พี่ทีพูดถึงต่อหน้าผมตอนนี้ผมยังจำมันไม่ได้เลย

            "คือผม..."

 

 

            "หึ" คนตัวโตกระตุกยิ้มบางมุมปาก มือหนาเลื่อนขึ้นจากโครงหน้าของผมไปวางลงบนหัวทุยแล้วยีเบาๆอย่างเอ็นดูจนผมอดนึกใจสั่นไม่ได้

            "จำได้เมื่อไหร่ค่อยมาให้คำตอบกับพี่นะ ไอ้ลูกแมวขี้ลืมของพี่" พี่ทีลูบหัวผมไปมาๆก่อนจะเลื่อนลงมาเกลี่ยนิ้วโป้งเบาๆที่แก้มใสในขณะที่ผมได้แต่นั่งแก้มร้อนผ่าวให้คนตัวโตทำนู้นจับนี่ได้ตามใจ หากเป็นคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือเป็นใคร ผมไม่มีวันปล่อยให้เขามายุ่งกับหัวผมแบบนี้หรอก นอกเสียจากพี่ทีคนเดียว สัมผัสจากพี่ชายคนนี้เพียงคนเดียวที่ไม่ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดเวลามายุ่งกับหัวของผม

 

 

            "อื้อ" ผมขานเสียงอู้อี้ในลำคอพร้อมประคองมือหนาของอีกฝ่ายเอาไว้อย่างลืมตัวเพราะไม่อยากให้พี่ทีปล่อยมือจากแก้มของผมตอนนี้

 

 

            ดิ๊งด่อง

            เสียงออดหน้าบ้านดังเรียกให้ผมสะดุ้งเมื่อถูกขัดขณะกำลังตกอยู่ในห้วงของความรักซึ่งมีต่อพี่ชาย มือบางรีบปล่อยมืออีกฝ่ายออกอายๆก่อนที่ผมจะผวาลุกขึ้นยืนตัวตรง

            "เอ่อ เดี๋ยวผม...ไปดูเอง" ผมบอกท่าทางเก้ๆกังๆแล้วเกาหัวหยิกๆเดินนำออกไป พี่ทีมองผมแววตาอ่อนลงก่อนจะชักมือหนาที่ค้างอยู่กลางอากาศกลับ

 

 

            ดิ๊งด่องๆ

            เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้นเรียกย้ำๆอีกรอบบ่งบอกว่าคนข้างนอกรออยู่นานมากแล้ว

            "ครับๆ มาแล้วครับๆ" ผมวิ่งกุลีกุจอออกจากบ้านมุ่งไปยังหน้ารั้วเมื่อเห็นมีร่างของชายสองคนยืนรออยู่ข้างนอก ก่อนจะเข้าไปใกล้เรื่อยๆจนเห็นว่าเป็นใครที่มาในวันนี้

 

 

            "ไอ้เหี้ยเลย์ กูคิดว่ามึงป๊ะกับผัวมึงอยู่ซะอีก ช้าชิบ" เสียงของไอ้เตี้ยประจำกลุ่มดังเจี้ยวจ้าวน่ารำคาญหูให้ผมต้องคิ้วกระตุกกับประโยคที่มันพ่นออกมาหลังจากไม่ได้เจอหน้าตากันมาตั้งนาน

 

 

            "พ่อง!" ผมหยาบกลับทันใด ก่อนจะหันไปสังเกตคนที่มาด้วยกัน

            "อ้าว พี่เซย์ สวัสดีครับ" ผมเปิดประตูรั้วให้คนทั้งสองได้เข้ามาพร้อมยกมือไหว้สวัสดีพี่เซย์ที่ดูเงียบๆไม่พูดไม่จาในวันนี้ พี่เซย์จึงพยักหน้าและรับไหว้ผมกลับคืน

 

 

            "เป็นไงบ้าง สบายดีนะ" พี่เซย์ถาม ผมพยักหน้าหงึกๆพร้อมยิ้มอ่อน

 

 

            "กูไม่เห็นมึงไปเรียน วันนี้มีเรียนแค่ช่วงเช้าเลยซื้อของมาเยี่ยมมึง ได้ข่าวเจอมาหนัก..." แบล็คพูดเสียงอ่อนลง ใบหน้าหล่อๆของมันหงอยลงราวกับรู้สึกผิดกับบางอย่างอยู่ ซึ่งผมก็พอดูออกล่ะนะ ว่ามันคงรู้สึกผิดที่ไม่ค่อยได้มาหาผมเลยทั้งๆที่รู้ว่าช่วงนี้ผมต้องเจอกับอะไรมาบ้างถึงได้มีเรื่องให้ต้องขาดเรียนไปบ่อยขนาดนี้

            "กูขอโทษที่ไม่ได้มาหามึงเลยว่ะ ตอนนี้มึง...โอเคใช่มั้ย"

 

 

            "กูไม่เป็นไร ขอบใจมึงมากนะ" ผมยิ้มบางให้เพื่อนรักที่มีสีหน้าเป็นห่วงผมมากจนทำเอาผมอดจะรู้สึกอึดอัดใจตามไปด้วยไม่ได้ที่ทำให้คนรอบข้างเป็นห่วงแบบนี้ ก่อนที่ผมจะรู้สึกได้ถึงใครอีกคนที่เดินเข้ามาร่วมวงสนทนานี้ด้วยในเวลาต่อมา

            "พี่ที..." ผมหันไปมองเจ้าของเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายพร้อมเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงอ่อนลง

 

 

            "ไง" คนตัวโตทักทายเพื่อนสนิท

 

 

            "สวัสดีครับพี่" แบล็คยกมือไหว้สวัสดี ส่วนพี่เซย์ก็พยักหน้าหงึกๆรับการทักทายจากพี่ที

 

 

            "พาเพื่อนมึงเข้าไปในบ้านก่อนมั้ย ข้างนอกแดดมันร้อน" พี่ทีก้มหน้าลงมาเสนอกับผมที่ตัวเตี้ยกว่า แววตาของสองเราผสานกันชั่วขณะและเป็นผมเองที่เบือนหน้าหนีออกไป

 

 

            "ไม่ต้องหรอก กูพาไอ้เตี้ยมันมาเยี่ยมไอ้เลย์แล้วก็จะพากลับเลย ไม่อยากรบกวนพวกมึง" พี่เซย์พูดแทรกขึ้น แบล็คเพื่อนรักของผมได้ยินดังนั้นถึงกับตวัดหน้านิ่วคิ้วขมวดหันไปมองคนข้างกายทันที

 

 

            "อ้าว พี่จะไม่ให้ผมอยู่กับเพื่อนผมเลยรึไง" แบล็คแย้งขึ้น

 

 

            "มึงก็น่าจะดูออกว่าเพื่อนมึงไม่สบาย ดูหน้ามันซีดขนาดนี้มึงยังจะกล้าอยู่กวนอีกเหรอหือ ไอ้เตี้ย" พี่เซย์ที่ตัวสูงพอๆกับพี่ทีถึงกับต้องก้มหน้าโค้งตัวเพื่อลงไปคุยกับไอ้เพื่อนตัวเตี้ยของผมเลยทีเดียว ทำเอาผมแอบหลุดยิ้มขำออกมาน้อยๆเมื่อเห็นทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนิทสนมแบบนั้นโดยที่ลืมนึกไปเลย ว่าทำไมพวกเขาสองคนถึงมาสนิทสนมกันได้ขนาดนี้?

 

 

            "เอ่อ ไม่เป็นไรหรอกครับ พี่เซย์กับไอ้แบล็คเข้ามาเล่นในบ้านก่อนก็ได้ ผมไม่ได้เป็นอะไรมาก" ผมเอ่ยแทรกทั้งคู่ แบล็คหันมามองผมตาวาวขึ้นอย่างดีใจ ก่อนจะถูกพี่เซย์รวบคอเล็กๆนั้นไปเกี่ยวไว้ในอ้อมแขนแกร่ง

 

 

            "ไม่เป็นไรครับน้องเลย์ พี่แค่พาไอ้นี่มันเอาของมาเยี่ยม" พี่เซย์เอ่ยปัดพร้อมแย่งของเยี่ยมจากในมือไอ้แบล็คมายื่นให้ ผมจึงรับมันไว้

            "แล้วจะพาไอ้นี่ไปทานข้าวดูหนังกันต่อ"

 

 

            "เฮ้ย!" ทันทีที่พี่เซย์พูดจบเสียงดุๆของไอ้แบล็คก็ดังขึ้นพร้อมใบหน้าของเจ้าของเสียงที่หันไปมองพี่เซย์หน้าตาเครียด

 

 

            "เอ่อ ทั้งสองคน...จะไปทานข้าวดูหนังกันต่อเหรอ" ผมเอ่ยถาม เมื่อรู้สึกติดใจกับประโยคเมื่อกี้ของพี่เซย์ขึ้นมาแปลกๆ ทานข้าวดูหนัง? สองคนเนี่ยนะ

 

 

            "ไม่ใช่..." ไอ้แบล็คทำท่าจะปฏิเสธ

 

 

            "ครับ พี่จะพามันไป" พี่เซย์แทรกขึ้นขัดกับสิ่งที่แบล็คพยายามปฏิเสธไปเมื่อกี้ ยิ่งทำให้ผมขมวดคิ้วสงสัยกับสองคนนี้มากขึ้นไปกว่าเดิม

            "เพราะงั้นน้องเลย์พักผ่อนต่อเถอะนะครับ" พี่เซย์ยิ้มบาง พรางเอื้อมมือขึ้นมาทำท่าจะวางมันลงบนหัวทุยของผม แต่ก็ถูกมือแกร่งของพี่ชายตัวโตที่ยืนอยู่ข้างกายคว้าไว้ก่อน

 

 

            "น้องกูไม่ชอบให้ใครมาเล่นหัว" พี่ทีปรามเพื่อนตนดุๆ

 

 

            "อ้าว ขอโทษๆ เห็นหัวน้องมึงน่าเล่นดีมือมันเลยไปเอง" พี่เซย์ชักมือกลับแล้วยิ้มแหย่ๆออกมา ผมมองอีกฝ่ายแล้วยิ้มนิดๆ

            "น้องเลย์ไม่ชอบให้ใครมาเล่นหัวเหรอ" พี่เซย์ถาม ผมพยักหน้าหงึกๆ ใช่ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมมักจะหงุดหงิดเวลาที่มีคนมายุ่งกับหัวของผม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่สนิทแค่ไหนแต่ถ้ามายุ่งกับหัวของผม ก็สามารถทำให้ผมโกรธได้เลยทีเดียว

 

 

            "ครับ" ผมพยักหน้าเงอะงะตอบ แอบลอบมองพี่ชายไปด้วยความรู้สึกร้อนผ่าวที่ข้างแก้มอ่อนๆเพราะพี่ทีหยุดพี่เซย์ไว้ก่อนหน้านี้...ถ้าผมไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง มันเหมือนกับ พี่ทีไม่อยากให้ใครมาแตะต้องผมเลยไม่ใช่เหรอ

 

 

            "หึหึ แต่ถ้าเป็นไอ้ทีน้องคงชอบใช่มั้ย" พี่เซย์กระซิบ ทำผมผวาตวัดหน้าหันไปมองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายอายๆ

 

 

            "บ้าเหรอพี่" ผมว่า แก้มก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

 

 

            "หึหึ" พี่เซย์หัวเราะในลำคอ ก่อนจะถอยออกไปจากผม

            "งั้นกูกับไอ้เตี้ยนี่ไปละ ตามสบายเลยนะ น้องเลย์ก็หายไวๆแล้วกลับมาเรียนเร็วๆนะครับ" พี่เซย์เอ่ยพร้อมเกี่ยวคอเพื่อนรักของผมเข้าไปหาอีกครั้ง ซึ่งไอ้แบล็คก็ดิ้นขัดขืนแต่เชื่อสิ แรงเท่ามันจะไปต้านอะไรพี่เซย์ได้ ขนาดตัวพี่เซย์ก็พอๆกับพี่ที แม้กระทั่งผมยังต้านแรงพี่ทีไม่ไหวนับประสาอะไรกับไอ้แบล็คล่ะ

 

 

            "โชคดีครับพี่ บายมึง" ผมโบกมือเอ่ยลาคนทั้งคู่ ทีแรกแบล็คนิ่วหน้าเหมือนจะค้านแต่สุดท้ายก็ยอมถอดใจแล้วถอนหายใจออกมาหนักๆ

 

 

            "ฝากดูแลเพื่อนผมให้ดีๆด้วยนะครับพี่" แบล็คบอกกับพี่ที ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถของพี่เซย์ที่จอดอยู่ใกล้ๆนี้เพราะดูเหมือนแบล็คจะมาที่นี่กับพี่เซย์โดยรถของอีกฝ่าย

 

 

            "กลับไปทานข้าวต่อไป" พี่ทีหันมาไล่ให้ผมกลับเข้าบ้านบ้าง ผมยืนลังเลมองพี่ทีสลับกับพี่เซย์ไปมาอย่างสงสัย เพราะทั้งสองคนให้ผมกับแบล็คแยกย้ายกันออกไปแต่พวกเขากลับยังยืนอยู่ที่เดิมไม่มีทีท่าว่าจะแยกกันออกไปราวกับว่ามีอะไรจะคุยกันต่อแค่สองคนอย่างนั้นแหละ

 

 

            "อ่า ครับ บายครับพี่เซย์" ผมพยักหน้ารับฟังคำสั่งจากคนเป็นพี่ชายก่อนจะหันไปเอ่ยลาพี่เซย์แล้วเดินกลับเข้าบ้านเพื่อไปทานข้าวต่อเพราะเมื่อกี้นี้ยังทานไปได้แค่ไม่กี่คำเอง

            "เชอะ" ผมส่งเสียงฮึดฮัดขัดใจเมื่อเดินเข้ามาในบ้านแล้ว ในใจก็แอบน้อยใจที่พี่ชายไล่ให้กลับเข้ามาในบ้านคนเดียวแบบนี้

            "มีอะไรที่อยากคุยกันแค่สองคนแล้วไม่อยากให้เรารู้ล่ะสิ ไอ้พี่บ้า"

 

 

...End lay part...

 

 

 

 

            "มึงเป็นอะไรกับมัน" ร่างสูงเอ่ยถามเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย หลังจากที่เขาบอกให้น้องชายที่รักเข้าไปในบ้านก่อน เพื่อจะได้อยู่คุยกับเพื่อนรักเพียงสองคนเพราะแอบสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเพื่อนคนนี้กับเพื่อนของน้องชายว่ามันเป็นอย่างไรกันแน่

 

 

            "ไม่รู้สิ" เซย์ยักไหล่ไม่รู้ไม่ชี้

 

 

            "- -" นทียืนมองเพื่อนรักเงียบๆ

 

 

            "ทำไม หึงกูเหรอ" เซย์แกล้งถามขำๆ

 

 

            "เรื่องอะไร" นทีมองเซย์หน้าตาย

 

 

            "ก็ปกติมึงไม่ค่อยจะสนใจเรื่องของใคร อยู่ๆมึงก็มาถามความสัมพันธ์ของกูกับไอ้แบล็คแบบนี้กูคิดว่ามึงแอบหึงหวงในฐานะแฟนเก่าของกูซะอีก" แบล็คยักไหล่

 

 

            "หะ" นทีทำหน้าเหยเกใส่เพื่อนรักที่คิดไปได้ขนาดนั้น

            "เพ้อเจ้ออะไรของมึง" นทีย้อนกลับหน้าตาย

 

 

            "ฮ่าๆๆ กูว่าแล้วว่ามึงแม่ง! ไม่เคยคิดอะไรเลยอยู่แล้ว หึงพวกกูซักนิดก็ไม่มีสินะ" แบล็คขำหนัก เพราะสิ่งที่เขาพูดไปก็ไม่ใช่เรื่องซีเรียสอะไรอยู่แล้ว เนื่องจากเขาเข้าใจมันดีทุกอย่าง ถึงนิสัยและคนเพียงคนเดียวที่อยู่ในใจเพื่อนรักคนนี้ตลอดมา

            "มึงรู้ตัวป่ะวะ ที่มึงคบกับใครคนหนึ่งเพียงเพราะหาคนมาแทนที่น้องชายมึงสมัยที่พวกมึงสองคนยังไม่คบกัน มึงแม่งโคตรเลวเลยว่ะ"

 

 

            "แล้วมึงที่คบกับกูเพราะหาคนรักษาแผลใจจากเมียเก่ามันต่างจากกูตรงไหน"

 

 

            "เออ กูกับมึงก็ไม่ต่างกันหรอก ว่าแต่มึงเหอะ กับน้องมึงเป็นยังไง"

 

 

            "พี่ทำอะไรอยู่วะครับ! ผมร้อน" ก่อนที่เพื่อนรักทั้งสองจะได้พูดคุยกันจนจบ เสียงแหลมของเจ้าเด็กที่นั่งรออยู่บนรถของเซย์ก็เปิดประตูลงมาส่งเสียงโวยวายน่าหนวกหูให้คนตัวโตทั้งสองเป็นต้องส่ายหน้าเอือมๆ

 

 

            "ไอ้นี่ ขัดจริง" เซย์จิ๊ปากบ่น

 

 

            "มึงจีบมันอยู่เหรอ คิดไงวะไปจีบมัน" นทีถามสงสัย เซย์มองหน้าเพื่อนรักนิ่งไปนิดก่อนจะหันกลับไปมองที่เด็กหนุ่มซึ่งกลับเข้าไปนั่งรอบนรถต่อแล้ว แถมเปิดประตูรถทิ้งไว้ด้วยเพื่อระบายอากาศข้างใน

 

 

            "ทีแรกกูก็แค่สนใจอยากเผด็จศึกมันเท่านั้นแหละว่ะ แต่ตอนนี้กูอยากลองคบกับมันดู" เซย์บอกออกไปตรงๆเพราะสำหรับเขา ทั้งนทีและเวย์ ทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่สนิทมากและไม่ว่าจะมีอะไรพวกเขาทั้งสามคนก็จะแบ่งปันให้อีกฝ่ายรับรู้เสมอมา

 

 

            "เผด็จศึกเหรอ เหอะๆ แปลว่ามันเสร็จมึงแล้วสิ" นทียิ้มเห่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อ ว่าท้ายที่สุดแล้วศัตรูหัวใจตัวฉกาจของเขาจะกลายเป็นเมียของเพื่อนสนิทไปแบบนี้

 

 

            "มึงควรขอบใจกูนะที่ช่วยตัดศัตรูหัวใจให้น่ะ"

 

 

            "เออ ขอบใจ" นทีเอ่ยขอบคุณสีหน้าไม่ค่อยจะจริงใจนัก

 

 

เซย์มองเพื่อนรักแล้วส่ายหน้าไปมา

            "งั้นกูไปแล้ว มึงกลับไปอยู่กับน้องมึงเถอะ ไว้เจอกัน" เซย์ตบไหล่เพื่อนรักเบาๆก่อนจะเดินแยกตัวออกมาเพื่อกลับไปขึ้นรถของตัวเองซึ่งมีไอ้หมากระเป๋าของเขานั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดพัดมือคลายร้อนรออยู่ข้างใน

 

 

            "ช้า! ระลึกความหลังกันอยู่รึไง" พอเซย์กลับขึ้นรถมาแล้วสตาร์ทเครื่องเปิดแอร์เย็นฉ่ำให้แบล็คได้รู้สึกสบายขึ้นหน่อย คนตัวเล็กก็โวยวายทันที

 

 

            "เออ แบ่งปันเรื่องเล่ากันตามประสาคนมีเมีย" เซย์ยิ้มยียวนพร้อมยกคิ้วกวนให้คนข้างกาย ก่อนจะเหยียบคันเร่งให้รถเคลื่อนตัวออกไปจากบริเวณหน้าบ้านของเพื่อนรักเพื่อมุ่งไปในที่หมายของพวกเขาวันนี้

 

 

            "เหี้ย" แบล็คหยาบ แต่เซย์หรือจะสนใจ เขาสนุกที่ได้กวนไอ้หมากระเป๋าของเขาเสียด้วยซ้ำ ก่อนที่ทุกอย่างบนรถจะตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และเสียงลมแอร์เย็นๆเท่านั้นที่กลบทุกสิ่งทุกอย่าง พลันให้เซย์นึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้...

            ความจริงการมาพบเลย์ในวันนี้...มันคือความต้องการของแบล็คที่หวังจะมาคนเดียวแต่เซย์ก็กักตัวไว้และบังคับให้มาด้วยกัน ทั้งๆที่ในใจไม่อยากจะให้แบล็คมาเข้าใกล้เลย์เลยซักนิด เพราะอะไรน่ะเหรอ หึ คนที่มองสายตาของแบล็คที่มีต่อเลย์ไม่ออก ก็คงมีแต่เลย์คนเดียวนั่นแหละ

 

 

            "มึงคบกับกูอยู่นะ เลิกคิดถึงคนอื่นได้แล้ว มันเข้าข่ายคนนอกใจนะรู้มั้ย" เซย์โพล่งขึ้นบอกแบล็คที่นั่งเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถอยู่นาน เรียกให้คนหนุ่มสะดุ้งไปชั่วขณะก่อนจะหันมามองรุ่นพี่ตัวเองคิ้วขมวดชนกันมุ่น

 

 

            "ผมคบกับพี่ ไม่ได้หมายความว่าผมจะต้องชอบพี่ซักหน่อย"

            "ปกติไม่ใช่รึไง ที่ผมจะคิดถึงคนที่ผมชอบมากกว่าแฟนที่ผมไม่ได้ชอบเลย" สิ้นคำจากคนตัวเล็กแบล็คก็เงียบไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไป ได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกหนักๆที่อกแปลกๆ ที่แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่เข้าใจ ว่าจะไปเจ็บปวดกับคำพูดของคนที่เขาแค่สนใจอยากเล่นด้วยและอยากมีอะไรด้วยไปจนกว่าจะเบื่อทำไม

 

 

 

            --- To be continued ---

 

 

อย่าเพิ่งไปไหนกันนะคับ วันนี้ไรท์กลับมาอัพให้ตั้งแต่ตอนที่ 20-23 ในรวดเดียวก่อนจะไปนอนเลย ถือว่าไถ่โทษทิ้งหายไปนานๆเนอะ 555+ ติดสาวจนลืมนิยายไปพักหนึ่งเลยล่ะ แถมไปติดนิยายแฟนตาซีด้วยเลยไปยาวหน่อย หาฟิวกลับมาเขียนวายไม่ค่อยถูก

 

อ้อ ตอนนี้มีข่าวใหม่สำหรับแฟนนิยายเรื่อง Sugar Boy ผมกลายเป็นเมียพี่รองนะคับ นิยายเรื่องนี้ภาคแรกได้ตีพิมพ์กับธัญวลัยแล้วนะ มีตอนพิเศษในเล่มที่ยังไม่มีลงให้อ่านในเว็บด้วย 1 ตอน 555+ น้อยนิด

http://pod.ookbee.com/Book/2147?app=tunwalai#_=_ เอ้า จิ้มๆไปตามสั่งซื้อกันที่ลิ้งนี้เลย

หากมีอะไรต้องการสอบถามก็ IB มาที่เพจของไรท์ได้เลยนะคับ

 

และข่าวสารสุดท้ายสำหรับวันนี้...จากนี้ ไรท์เตอร์เจ้าของนามปากกา Platinunx ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนไปเมื่อไม่นานมานี้ วางแผนจะเปลี่ยนนามปากกาใหม่กันอีกแล้วนะคับ ไม่แน่อาจเป็น "ยูโร เด็กหัวขาว" หากเห็นนามปากกาเปลี่ยนไปไม่ต้องตกใจกันนะ ;-; ไรท์ก็เป็นงี้แหละ ขี้เบื่อง่ายมาก

ชื่อ
ความคิดเห็น