Sawanya

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เป็นแค่ 'แม่' ไม่ใช่ 'เมีย'

ชื่อตอน : เป็นแค่ 'แม่' ไม่ใช่ 'เมีย'

คำค้น : เล่ห์เผด็จรัก , จอมรวินท์ , ปุริมปรัชญ์ , โรมานซ์ , 18

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 274

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ส.ค. 2563 15:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เป็นแค่ 'แม่' ไม่ใช่ 'เมีย'
แบบอักษร

 

 

❤ ตอนที่ 6 ❤ 

 

I’m A Mother Not A Wife เป็นแค่ ‘แม่’ ไม่ใช่ ‘เมีย’ 

 

“ว่าไงคุณนายพริมา? วันนี้ไม่ต้องไปเดตกับคุณพี่ไฟขาเหรอ ถึงโทรมาหาเพื่อนได้เนี่ย” นวินดาหยอกเย้าเพื่อนสนิทที่โทรศัพท์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตมาหาเธออย่างอารมณ์ดี เธอจะมีเวลาเป็นของตัวเองก็ต่อเมื่อบุตรชายหลับไปแล้ว และสามียังไม่กลับจากที่ทำงาน ซึ่งแน่นอนว่าไม่บ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เฮย์เดนจะกลับบ้านตรงเวลาเกือบทุกวัน เว้นแต่วันที่มีประชุมหรือต้องไปร่วมงานเลี้ยงสำคัญๆ เท่านั้น

 

“แหม พอแต่งงานแล้วปากดีขึ้นเลยนะยะ!” พริมาอดประชดเพื่อนไม่ได้ เพราะจู่ๆ คนที่ยืนกรานเสียงแข็งว่ายังไงก็จะไม่แต่งงานอีกครั้งแน่ๆ ก็บินไปสหรัฐอเมริกาเพื่อแต่งงานครั้งที่สองกับเจ้าบ่าวคนเดิมอย่างรวดเร็วเสียจนเธอและอณิมาไม่ทันตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ ส่วนคนที่มีแผนว่าจะแต่งงานในเร็ววันอย่างเธอกลับโสดสนิทอย่างไร้วี่แววที่จะลงจากคานเสียนี่!

 

“งั้นเดี๋ยวเธอก็คงจะปากดีขึ้นเหมือนกันสินะ?” หญิงสาวหัวเราะร่วนเมื่อได้ยินเสียงระบายลมหายใจอย่างแรงออกมาจากทางปลายสาย

 

“คงไม่ใช่ในเร็วๆ นี้หรอกย่ะ!”

 

“อ้าว! ทำไมล่ะ? เกิดอะไรขึ้น?” นวินดาถามด้วยความตกใจ เพราะครั้งล่าสุดที่คุยกัน ครอบครัวของพริมาและครอบครัวของอนลตกลงว่าจะให้ทั้งคู่แต่งงานกันเรียบร้อยแล้ว และพริมาเองก็ลาออกจากสำนักพิมพ์เพื่อไปเป็นเลขานุการส่วนตัวให้กับว่าที่สามีแล้วด้วย

 

“ยายตัวเล็กยังไม่ได้เล่าเหรอ?” พริมาหมายถึงอณิมาซึ่งคนในสำนักพิมพ์มักจะเรียกกันว่า ‘ตัวเล็ก’

 

“ก็ยังน่ะสิ วันก่อนที่โทรมาก็คุยกันแต่เรื่องงาน” เนื่องจากนวินดาย้ายมานิวยอร์กอย่างกะทันหัน งานที่รับปากว่าจะส่งให้ทางสำนักพิมพ์จึงล่าช้าไปกว่าเดิม อณิมาซึ่งเป็นบรรณาธิการต้นฉบับให้กับเธอจึงติดต่อมาเพื่อกำหนดเวลาและรายละเอียดปลีกย่อยของหนังสือที่ต้องเลื่อนการวางจำหน่ายออกไป และเพราะมัวแต่ยุ่งกับเรื่องงาน จึงไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องส่วนตัวเหมือนทุกครั้ง

 

“อ้าว! สรุปว่ายังทำอยู่เหรอ?” นึกว่าแต่งงานกับมหาเศรษฐีอย่างเฮย์เดน แฮมป์ตันแล้ว เขาจะไม่ให้เพื่อนของเธอทำอะไรเลยเสียอีก

 

“ทำไมถามอย่างนี้ล่ะยะ? ก็ต้องทำสิ ไม่ทำแล้วจะกินอะไร!”

 

“พูดมาได้! สามีหล่อนออกจะรวยเว่อร์ขนาดนั้น ถ้าหล่อนไม่มีอะไรกิน พวกฉันก็คงต้องเล็มหญ้าหน้าบ้านแทนการกินข้าวแล้วนะยะ!”

 

“เขารวยแล้วเกี่ยวอะไรกับฉัน? ไม่ใช่คนคนเดียวกันซะหน่อย!”

 

“เงินสามีก็เหมือนเงินภรรยานั่นแหละย่ะ เอ๊ะ! อย่าบอกนะว่า...”

 

“ใช่! ฉันยังหาเงินใช้เองทุกบาททุกสตางค์ ไม่ได้แตะต้องเงินที่เขาให้เลยสักเซนต์เดียว!”

 

“เธอบ้ารึเปล่ายายใหม่? นั่นมันนิวยอร์กนะ ค่าเงินสูงลิบลิ่วขนาดนั้น จะมานั่งรักศักดิ์ศรีไปเพื่ออะไร ในเมื่อมันเป็นหน้าที่ของหัวหน้าครอบครัว ที่จะต้องจ่ายเงินเลี้ยงดูลูกและภรรยาอยู่แล้ว”

 

“ฉันไม่ใช่ภรรยาเขา เป็นแค่แม่ของเคย์เดนย่ะ! เอ่อ...เดี๋ยวนะ รอแป๊บหนึ่ง” นวินดาชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นว่าสามีกลับมาถึงบ้านแล้วและหอบข้าวของมาค่อนข้างพะรุงพะรังทีเดียว “ทำไมไม่ให้เด็กยกขึ้นมาล่ะคะ?”

 

“ขี้เกียจเรียก” เฮย์เดนตอบหน้าตาเฉย ความจริงคือเขาไม่ต้องการให้ใครรู้ต่างหากว่าขนอะไรกลับมาด้วย

 

“อ้อ...เคย์หลับไปแล้ว แต่คุณจะแวะไปหาแกก็ได้นะคะ” เธอพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ รายงานเรื่องบุตรชายให้เขาทราบ แล้วก็หันมาคุยโทรศัพท์ต่อ ชายหนุ่มจึงได้แต่ขบกรามแน่นกับอาการไม่ไยดีของภรรยาสาว เขาเกือบจะพาลเอากับข้าวของในห้องเสียแล้ว ถ้าไม่ได้ยินสิ่งที่เธอเอ่ยกับปลายสายเสียก่อน “โทษที คุณชายกลับมาบ้านแล้วน่ะ เมื่อกี้ถึงไหนแล้วนะ?” นวินดาคุยไปก็ตรวจสอบความเรียบร้อยของไฟล์ต่างๆ ที่จะส่งให้ อณิมาตรวจทานเพื่อนำไปใช้ในพ็อกเกตบุ๊กเล่มใหม่ของเธอไปด้วย

 

“ก็ตรงที่เธอบอกว่าเธอเป็นแม่ของเคย์เดน แต่ไม่ใช่ภรรยาของเขาไงล่ะ! เธอจะคิดมากไปทำไม ในเมื่อตัดสินใจแต่งงานกับเขาไปแล้ว”

 

“เธอก็รู้ว่าฉันแต่งงานกับเขาเพราะอะไร” เรื่องนี้นวินดาเล่าให้เพื่อนสนิททั้งสองคนฟังตั้งแต่ตอนที่ตัดสินใจแต่งงานกับพ่อของลูกอีกครั้งแล้ว แต่เพื่อนสาวทั้งคู่กลับไม่มีใครยอมเชื่อเลยว่าจะมีใครแต่งงานกันด้วยเหตุผลเหมือนในนิยายแบบนี้ ทั้งอณิมาและพริมาลงความเห็นว่าเฮย์เดน น่าจะเอาเรื่องอาการป่วยของมารดาเขามาอ้างเพื่อขอคืนดีกับเธอมากกว่า ซึ่งนั่นเป็นเพราะสองคนนั้นไม่รู้จักเฮย์เดนดีเท่าเธอ จึงไม่รู้ว่าคนอย่าง เฮย์เดนไม่มีวันยอมลดทิฐิมางอนง้อขอคืนดีกับเธอแน่ ต่อให้ตายแล้วเกิดใหม่อีกสิบชาติเขาก็ไม่มีวันทำหรอก!

 

“ฉันก็บอกเธอแล้วไงว่ามันเป็นแค่ข้ออ้างของผู้ชายที่ไม่อยาก เสียหน้าเท่านั้น เอ๊ะ! แล้วนี่เขายังอยู่แถวนั้นรึเปล่า?”

 

“อยู่...” เธอปรายตามอง ‘สามี’ ที่นั่งอยู่บนเตียงหลังใหญ่และกำลังนำข้าวของต่างๆ ออกมาจากถุงโดยไม่ได้มีทีท่าว่าจะสนใจเธอแต่อย่างใด “แต่เขาฟังไม่รู้เรื่องหรอก” โชคดีที่เฮย์เดนไม่เคยคิดที่จะศึกษาภาษาไทย ไม่สิ! ไม่เคยสนใจอะไรเกี่ยวกับประเทศไทยเลยต่างหาก! ไม่งั้นเธอคงรู้สึกตะขิดตะขวงใจและไม่กล้าสนทนากับเพื่อนสาวต่อหน้าเขาแบบนี้

 

“ดีจริง ฉันน่าจะหาสามีต่างชาติบ้างนะ จะได้นินทาได้ไม่ต้องเกรงใจ”

 

“ฉันไม่ได้นินทาเขา! เธอถามฉันก็บอกเฉยๆ” นวินดาเหลือบมองสามีที่ยังคงเปิดเอกสารที่นำกลับมาดูอยู่อย่างขะมักเขม้นด้วยความโล่งใจ “ยังไงฉันก็ต้องหย่ากับเขาอยู่แล้ว ในเมื่อรู้ว่ายังไงก็ต้องเลิกกัน แล้วฉันจะหน้าด้านไปใช้เงินเขาได้ยังไงกัน”

 

“เธอคิดไปเองคนเดียวหรือเปล่า เขาอาจจะไม่ได้อยากจะหย่ากับเธอก็ได้นะ”

 

“เขาจะอยากหย่าหรือไม่ ฉันไม่สนหรอกย่ะ! ฉันไม่มีวันยอมทนอยู่กับคนแบบนี้ไปจนชั่วชีวิตแน่!” เสียงสูดหายใจเข้าอย่างแรงของเฮย์เดน ทำให้นวินดาต้องหันไปมองหน้า ‘สามีชั่วคราว’ ของเธออีกครั้ง แล้วก็สบายใจขึ้น เมื่อเห็นเขายังคงวุ่นวายกับเอกสารที่นำกลับมา เขาคงหงุดหงิดเรื่องงานมากกว่า เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้สนใจตนเอง หญิงสาวก็กลับมาสนทนาต่อ

 

“แล้วเธอจะทำยังไงกับเคย์เดน? ลูกจะยอมเข้าใจเหรอ? น้องเคย์อยากมีพ่อมากแค่ไหนเธอก็รู้ แล้วจู่ๆ จะไปแยกเขาออกจากพ่อ ทีนี้หลานชายฉันจะทำยังไงล่ะยะ?” พริมาเตือนให้เพื่อนสาวไตร่ตรองดูอีกครั้ง เพราะความรู้สึกของเด็กเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนจนไม่อาจละเลยได้ง่ายๆ

 

“ฉันจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้เคย์เข้าใจ” ซึ่งตอนนี้นวินดาเองก็ยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะใช้วิธีไหน และแอบโมโหตัวเองอยู่นี่แหละที่ตัดสินใจให้ความช่วยเหลือเขา เธอนี่ช่างโง่เง่าซ้ำซ้อนจริงๆ!

 

“เราจะคุยเรื่องของฉันทำไมเนี่ย? คุยเรื่องเธอดีกว่า สรุปว่าทำไมวันนี้ถึงโทรมาตอนนี้ได้ล่ะ? เห็นยายตัวเล็กบอกว่าปกติเธอตัวติดกับพี่ไฟขาของเธออยู่เกือบตลอดเวลาไม่ใช่หรือไง?”

 

“คุณนลเขาออกไปประชุมข้างนอก...”

 

“อ้าว! แล้วเธอเป็นเลขาเขา ไม่ต้องไปด้วยกันรึ?”

 

“ก็เขาไม่ให้ฉันไปด้วยน่ะสิ! นี่ยายตัวเล็กไม่ได้เล่าเหรอว่าเขาไม่ยอมแต่งงานกับฉัน แถมยังยื่นคำขาดให้ฉันลาออกด้วย”

 

“แล้วเธอจะทำยังไงล่ะ? ลาออกเหรอ? นี่อย่าไปยอมนะ! ผู้ชายแบบนี้ขืนเธอแต่งงานด้วยต้องน้ำตาตกชัวร์ ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด ไม่งั้นเธอชีวิตพังแน่นอนนะยะ!”

 

“อ้อ! นี่เป็นคำแนะนำของผู้มีประสบการณ์สินะ”

 

“ใช่! ผ่านมาเยอะ เจ็บมาเยอะ เลือกสามีผิดเนี่ยบอกเลยว่าซวยไปทั้งชาติ!” นวินดาพูดออกมาอย่างเต็มปากเต็มคำโดยไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าเดือดดาลของ ‘สามีที่เลือกมาผิด’ เลยสักนิด

 

“พูดเกินไปรึเปล่า? อย่างน้อยเขาก็ทำให้เธอมีลูกชายที่น่ารักมากๆ อย่างเคย์เดนนะยะ” พริมาแย้งอย่างเห็นเป็นเรื่องขำขัน เพราะดูยังไงก็ ไม่เห็นว่าการได้เฮย์เดน แฮมป์ตันเป็นสามีจะซวยตรงไหน! ถ้าการแต่งงานกับผู้ชายที่หล่อเลิศและร่ำรวยราวกับผู้ปกครองแคว้นในดินแดนตะวันออกกลางอย่างเขาจะเรียกว่า ‘ซวย’ ละก็ พนันกันได้เลยว่า ผู้หญิงร้อยละแปดสิบของโลกอยากจะ ‘ซวย’ กันเดี๋ยวนี้เลย!

 

“นั่นแหละประโยชน์ข้อเดียวของเขา! สิ่งที่ดีที่สุดจากการได้รู้จักเขา ก็คือการที่เขามอบเคย์เดนให้ฉันนี่แหละ!”

 

“แหม! เธอก็พูดเสียเขากลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ นี่! อย่าใจแข็งนักเลยย่ะแม่ซินเดอเรลลา คนที่ใช่นี่ไม่ใช่ว่ามันจะหากันง่ายๆ นะ ถ้าเจอแล้วก็อย่าทิฐิให้มันมากนักเลย”

 

“คนที่ใช่อะไรกันยะ! เขาไม่มีวันเป็นคนที่ใช่สำหรับฉัน! แล้วก็เลิกเพ้อเจ้อเรื่องซินเดอเรลลาอะไรนั่นไปได้เลย ฉันเลยวัยที่จะฝันหวานตามหาเจ้าชายในฝันมานานจนไม่เชื่อแล้วว่าจะมีเจ้าชายอยู่จริงบนโลกนี้!”

 

“เธอก็ไม่จำเป็นต้องตามหาหรอก เพราะเขาอยู่ตรงหน้าเธอแล้วแท้ๆ นี่เธอรู้ไหมว่าสาวๆ ทั่วโลกเขาอิจฉาเธอกันขนาดไหน? รู้จักเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่บ้างสิยะยายใหม่!”

 

“ก็ลองให้สาวๆ พวกนั้นมาเจอแบบที่ฉันเจอบ้างสิ! ผู้ชายแบบนี้ ใครจะเอาก็เอาไปเถอะ ฉันไม่แคร์เลยสักนิด นี่มันชีวิตจริงนะยะไม่ใช่เทพนิยาย เราตกลงกันแล้วว่าหลังจากแม่เขาเข้ารับการผ่าตัด ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย เราก็จะหย่ากันภายในหนึ่งปี เพราะฉะนั้นเธอลืมเรื่องแฮปปีเอนดิงแบบที่สาวช่างฝันอย่างเธอกับยายตัวเล็กชอบนักชอบหนาไปเถอะ มันไม่มีวันเกิดขึ้นหรอกย่ะ!”

 

“แต่อะไรๆ มันก็ไม่แน่นอนนี่ เขาว่าโชคชะตาชอบเล่นตลกกับชีวิตคน และพรหมลิขิตก็มักจะทำให้อะไรที่ไม่น่าจะเป็นไปได้กลายเป็นจริงเสมอ”

 

โชคชะตาและพรหมลิขิตน่ะเหรอ?

 

เธอก็เคยเชื่อและฝันหวานว่าเรื่องพวกนั้นมันมีอยู่จริง แต่หลังจากผ่านการแต่งงานและหย่าร้างมาแล้ว นวินดาก็พอจะรู้ว่าสิ่งที่เรียกว่าโชคชะตาและพรหมลิขิตน่ะมีอยู่แค่ในเทพนิยายกับนิยายโรมานซ์เท่านั้น!

 

“ฉันเลิกเชื่อเรื่องโชคชะตาและพรหมลิขิตไปตั้งแต่แต่งงานกับเขาครั้งก่อนโน่นแล้ว! ระหว่างฉันกับเขาน่ะ ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนก็ไม่มีวันลงเอยกันได้หรอกย่ะ” นวินดาเหลือบมองสามีที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงโดย ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนอีกรอบ แม้จะแน่ใจว่าเขาฟังภาษาไทยไม่ออก แต่ก็ยังไม่ค่อยสะดวกใจอยู่ดีที่จะพูดเรื่องส่วนตัวขนาดนี้ แถมยังเป็นเรื่องที่ เกี่ยวกับตัวเขาต่อหน้าเจ้าตัว “นี่เธอไม่ได้มีธุระอะไรสำคัญใช่ไหม?”

 

“ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษหรอก แค่คิดถึงเลยโทรมาหาน่ะ”

 

“งั้นเดี๋ยวฉันค่อยโทรกลับแล้วกันนะ”

 

“โอเค...นี่ใหม่...อย่าหาว่าฉันยุ่งเรื่องของเธอเลยนะ แต่ฉันอยากให้เธอลองคิดดูให้ดีอีกครั้ง โลกนี้น่ะไม่มีใครหรอกที่ไม่มีอดีต ไม่เคยทำผิดพลาด ฉันไม่ได้บอกให้เธอลืมมัน แต่อยากให้เธอเก็บมันใส่ในวงเล็บไว้ก่อน แล้วลองมองเขาในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่เธอเพิ่งได้รู้จักเป็นครั้งแรก ถ้าเธอยังรู้สึกเหมือนเดิมค่อยตัดสินใจอีกครั้งดีไหม?”

 

“ฉันไม่มีวันลืมสิ่งที่เขาทำกับฉัน และไม่มีวันกลับไปรักเขาได้อีกแล้วละพาย...ไม่มีวัน...” หญิงสาววางสายจากเพื่อนสนิท ก่อนจะหันไปหาผู้เป็นสามีซึ่งยังนั่งหน้าเครียดอยู่บนเตียงอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก “ไม่ไปหาลูกเหรอคะ?”

ความคิดเห็น