Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 19

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 19

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 760

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ส.ค. 2563 19:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 19
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 19 

 

หลายปีหลังจากนั้นวันเวลาผันผ่านผมกับพี่ดินยังคงติดต่อกันเรื่อยมา พี่เขาชอบพูดจาหยอกเย้าให้ผมใจเต้นแรงอยู่ตลอดและชอบพาไปเที่ยวไปดูหนังจนเป็นเรื่องปกติของเราสองคนแต่ว่าถ้าถามว่าความสัมพันธ์ของผมกับพี่ดินนั้นอยู่ในระดับไหน อันนี้ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกันเพราะหลายๆ อย่างที่พี่ดินปฏิบัติกับผมมันคล้ายจะชัดเจนแต่มันก็ไม่ชัดเจนสักอย่าง 

ผมรู้ว่าพี่ดินยังมีคนคุยด้วยนอกเหนือจากผม 

ผมรู้ว่าเขายังไม่กล้าที่จะเปิดใจรับผมจริงๆ 

และผมก็รู้ว่าผมไม่ควรจะปล่อยให้ใจตัวเองก็ไปผูกติดกับคนที่ไม่มีความชัดเจนให้กับผม 

“เฮ้ย ฝุ่นไหนๆ พวกเราก็ต้องแยกย้ายกันแล้วกูว่าคืนนี้เราไปปล่อยผีกันดีกว่า” ไอ้หินวิ่งมาคว้าไหล่ผมไปกอดหลังจากที่มันเพิ่งปลีกตัวเองมาจากกลุ่มสาวๆ แล้ว 

วันนี้เป็นเราเรียนจบของพวกผม ตอนนี้ผมไม่ได้อายุ 13 หรือ 14 ปีแล้ว แต่ผมกำลังจะอายุ 18 ปีในอีกไม่กี่วันข้างหน้าและผมก็เรียนจบชั้นมัธยมปลายแล้วด้วย 

“ยายกูคงให้ไปหรอก” ตอบมันแล้วผมก็ผลักมันออกห่าง ไม่รู้มันเป็นอะไรนักหนาชอบจังกอดผมเนี่ย 

“เดี๋ยวกูไปขอยายมึงให้” ว่าจบมันก็ฉายสีหน้าเจ้าเล่ห์ใส่ผม 

“แล้วมึงรู้ได้ยังไงว่ายายกูจะอนุญาต” 

“เออน่า มึงเชื่อมือกูสิ”  

“ครับ ไอ้กะล่อนแล้วกูจะคอยดูว่ามึงจะโดนยายกูประเคนมะเหงกลางกบาลมึงมั้ย” ไอ้หินยักไหล่และผมก็ไม่ได้พูดเกินจริงเพราะว่ายายผมกับไอ้หินสนิทกันยิ่งกว่าเพื่อนซี้อีก ที่ผมได้ออกไปเที่ยวไปดูหนังกับพี่ดินบ่อยๆ ก็เพราะมันนี่แหละที่ไปตีซี้กับยายผมแล้วประจบประแจงยายผมสารพัดที่มันจะงัดลูกไม้มันออกมาใช้ อ้อ แล้วก็ตอนนี้มันคว้าใจปาแป้งน้องสาวผมไปแล้วทั้งดวง 

แรกๆ ผมก็ค้านหัวชนฝายังไงก็ไม่ยอมให้น้องสาวผมคบกับไอ้เพื่อนตัวดีของผมแน่ๆ แต่ทำยังไงได้เรื่องของหัวใจมันห้ามกันได้ซะที่ไหน ขนาดหัวใจของผมเองผมยังห้ามมันไม่ได้เลย รู้ทั้งรู้ว่าพี่ดินแค่มาหยอกมาเล่นกับผมแก้เหงาแต่ผมก็ยังรักเขาไม่เคยเปลี่ยนแต่ถึงจะรักยังไงผมก็ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองเจ็บเหมือนคราวนั้นอีกแล้ว 

หมายถึงไม่เจ็บหนักเหมือนครั้งก่อนน่ะครับ ตอนนี้มันก็แค่เจ็บๆ คันๆ เวลาที่ผมรู้ว่าพี่ดินควงคนนั้น พาคนนี้ไปกินข้าวดูหนัง 

“เอ้า ชนนนนนนน”  

ครับ ตอนนี้ผมกับเพื่อนคนอื่นๆ อยู่กันที่ร้าน…ชาบู 

ไอ้ที่ชนเนี่ยก็ชนน้ำอัดลมกันทั้งนั้นส่วนน้ำเมาเรานัดกันไว้ไปชนที่บ้านไอ้หมอกพ่อแม่มันเป็นครูที่โรงเรียนนี่แหละและท่านก็อนุญาตแล้วด้วยและเหตุผลที่ยอมอนุญาตง่ายก็เพื่อพวกเราจะได้อยู่ในสายตาพวกท่านจะได้ไม่พากันไปเมาเละเทะที่ไหนเพราะอายุอานามยังไม่ถึงจะที่สามารถดื่มของมึนเมากันได้ แต่หารู้ไม่ว่าพวกผมแอบกินเหล้ากันบ่อยจะตายโดยเฉพาะเวลาหลังเลิกเรียนและหลังเตะบอลเสร็จ ถึงแม้ว่าพวกพี่ธีร์ พี่กอล์ฟจะจบออกไปแล้วแต่มรดกตกทอดที่ส่งต่อมาให้รุ่นผมก็คือการเตะบอลกินเงินกันและเงินที่ได้จากการเตะบอลชนะพวกผมก็เอามาสังสรรค์กัน 

แล้วก็ไม่ต้องถามว่าไอ้หินมันไปกล่อมยายผมยังไงถึงยอมให้ผมออกมาค้างคืนข้างนอกได้ ไอ้เพื่อนผมคนนี้มันร้ายครับมันเข้าทางน้องสาวผมแล้วให้ปาแป้งไปกล่อมยายอีกที 

“เฮ้ยพวกมึง อิ่มกันยังวะกูว่าเราไปบ้านไอ้หมอกกันเลยดีกว่า” ไอ้เป๊กพูดทั้งๆ ที่ปากเต็มไปด้วยของกินแล้วมันก็ถูกคู่จิ้นของมันอย่างไอ้ขวัญด่าพร้อมกับตบหัวไปหนึ่งที 

“กูว่าคนที่ยังไม่อิ่มนั่นมันมึงมากกว่ามั้ง แดกให้หมดก่อนค่อยพูดไม่ได้เหรอ”  

“โอ๊ย ไอ้หมาขวัญ กล้าตีหัวกูเหรอ”  

“ทำไมกูจะไม่กล้า นี่ไงๆ” ว่าแล้วไอ้ขวัญก็รัวฝ่ามือลงบนหัวเมียของตัวเอง 

ผมยังไม่ได้บอกพวกคุณใช่มั้ยว่าตอนนี้โลกรอบข้างของผมเปิดกว้างมากขนาดไหน นอกจากไอ้ลูกหินเพื่อนๆ คนอื่นๆ ของผมรู้แล้วว่าผมชอบผู้ชาย และเพื่อนมัธยมปลายกลุ่มนี้ของผมมันก็หันมาคบกันเองหลายคนอยู่เหมือนกัน อย่างเช่นก็เป๊กกับไอ้ขวัญนี่เป็นต้นส่วนอีกคู่ก็ไอ้หมอกเจ้าของสถานที่กับไอ้โจวโฉวลูกครึ่งฮ่องกงที่ย้ายมาเรียนที่นี่เมื่อปีที่แล้ว 

“พอแล้วไอ้ขวัญมึงตบจนสมองกูลั่นแทบจะอ้วกอยู่แล้วเนี่ย” 

“อ้าว ก็เดี๋ยวเพื่อนหาว่ากูกลัวเมีย” 

“เหรออออออ? แต่กูว่ามึงอยากตบหัวกูอยู่แล้วมากกว่ามั้ง” ไอ้เป๊กว่าเสียงเขียวพร้อมกับทำท่าจะเอาตะเกียบทิ่มหน้าแฟนตัวเอง 

“พวกมึงสองคนนี่ก็ขยันตีกันจังเลยนะ จะแยกกันไปเรียนอยู่แล้วยังตีกันไม่เลิก” ไอ้หมอกว่าเสียงกลั้วหัวเราะ 

“ใครบอกมึงว่าพวกกูจะแยกกันไปเรียน” ไอ้เป๊กว่าพลางทำยิ้มมุมปาก 

“นี่อย่าบอกนะว่าพวกมึงสองคนจะไปเรียนที่เดียวกัน” หลังจากนั่งฟังพวกมันเถียงกันอยู่นานผมก็ได้จังหวะถามบ้าง 

ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่หรอกที่พวกมันจะไปเรียนด้วยกัน คนเป็นแฟนกันก็ต้องอยากอยู่ด้วยกันตลอดเวลาเป็นธรรมดาส่วนลูกผีลูกคนอย่างผมก็ตามฐานะแหละ อยากเจอเขาก็ต้องรอเขาว่างทักมาก่อนนั่นแหละถึงจะได้เห็นหน้ากันแบบตัวเป็นๆ 

“อืม กูสองคนว่าจะไปเรียนที่เดียวกัน” ไอ้ขวัญพูดยิ้มๆ ก่อนจะยีหัวแฟนตัวเองเล่น บทพวกมันจะสวีตกันก็เล่นเอาผมอิจฉาตาร้อนเหมือนกันนะ 

“แหม ไม่น่าอิจฉาเลยนะครับ” ไอ้หินที่ว่างเว้นจากกันคุยแชทกับน้องสาวผมโพล่งขึ้นมาพร้อมสีหน้าเหม็นเบื่อความรักของไอ้เป๊กกับไอ้ขวัญ 

“อย่าอิจฉาครับ อย่าอิจฉาพวกกูครับ โน่นมึงแหกตาดูไอ้สองคนนั้นครับ” ว่าแล้วไอ้เป๊กก็ชี้ไปยังไอ้หมอกกับไอ้โจวโฉวแล้วสองคนนั้นที่แทบจะนั่งตักกันก็หันมายิ้มร่า 

“อิจฉาที่พวกมันจะสิงรวมร่างเป็นหนึ่งเดียวกันในร้านชาบูเนี่ยนะ” ไอ้หินว่าเสียงหน่าย ทำให้ผมพลอยพยักหน้าเห็นด้วย  

“เฮ้อ นั่นมันก็ถูก แต่ว่านี่พวกมึงสองคนยังไม่รู้อีกเหรอว่ามันสองตัวจะไปเรียนต่อที่อังกฤษด้วยกันอ่ะ” ไอ้ขวัญพูดจบมันก็หันไปลูบหัวแฟนมันต่อ 

อย่าครับ อย่าคิดว่าผมกับไอ้หินจะตกใจตาเบิกโพลงเล่นใหญ่อะไรเบอร์นั้น พวกผมสองคนก็แค่หันมองหน้ากันแล้วพยักหน้ารับรู้เพราะมันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่หรือเรื่องใหญ่อะไรที่คนบ้านรวยอย่างพวกมันจะไปร่ำไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา 

“แล้วมึงสองคนอ่ะ สรุปได้ที่เรียนกันยัง” เพราะไม่ค่อยได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวพวกเราเลยไม่รู้ว่าแต่ละคนจะเอายังไงต่อกับชีวิตในอนาคตที่ใกล้จะถึงนี้ 

“กูเหรอ?” ไอ้หินชี้ที่ตัวเองก่อนพูดเสริม “พ่อกับแม่กูอยากให้เรียนหมอ แต่ปีนี้กูคงสอบไม่ทันว่ะ แต่เหมือนเขาจะไม่ได้คาดหวังอะไรขนาดนั้นกูเลยกะว่าจะลองสอบปีหน้า”  

“มีงี้ด้วย แล้วมึงอ่ะฝุ่น” ไอ้หมอกเลิกคิ้วก่อนหันมาทางผม 

“กูเหรอ ก็คงเรียนเอกชนแถวนี้แหละมั้ง ระดับมันสมองอย่างกูคงสอบเข้ามหา’ลัยรัฐไม่ไหวหรอก อีกอย่างกูก็ไม่ได้อยากไปแข่งขันกับพวกหัวกระทิด้วย” ผมก็ตอบไปตามที่ผมคิดและผมก็เอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับยายแล้วยายเองก็ไม่ได้ว่าอะไรไม่ได้บังคับว่าผมต้องเรียนมหา’ลัยไหน ขอแค่ผมเรียนจบมีใบเบิกทางไว้ทำมาหากินก็เพียงพอแล้ว ส่วนปาแป้งเรียนจบมัธยมปลายน้องก็จะไปเรียนนาฏศิลป์ต่อเห็นบอกว่าอยากเป็นครูสอนนาฏศิลป์ 

“อ่า โอเคๆ งั้นกูว่าตอนนี้ก็สองทุ่มละ งั้นเราย้ายที่กันดีกว่ากูหิวเหล้า” ไอ้เป๊กว่าอย่างกระเหี้ยนกระหือรือมันดูกระตือรือร้นสุดๆ แล้วถ้าพูดเรื่องพวกนี้ 

หลังจากจ่ายค่าเสียหายที่ร้านชาบูพวกเราก็มาถึงบ้านไอ้หมอกในเวลาอันรวดเร็วเหมือนวาร์ปหายตัวได้ยังไงยังงั้นเพราะไอ้หมอกมันเล่นเหยียบคันเร่งไม่บันยะบันยังไม่ได้ห่วงเลยว่าไอ้ที่เพิ่งกินเข้าไปมันจะขย้อนออกมาทางปาก 

ผม ไอ้หมอกกับไอ้โจวโฉวกลับมาที่บ้านไอ้หมอกก่อนเพื่อกลับมาทำอาหารกับกับแกล้มสองสามอย่างแล้วก็จัดสถานที่ไว้รอนั่นก็คือสวนหย่อมหน้าบ้านของไอ้หมอกนี่แหละ ส่วนไอ้หิน ไอ้เป๊กกับไอ้ขวัญไปซื้อเครื่องดื่มแล้วจะรีบตามมาให้เร็วที่สุด นี่ไม่ใช่คำพูดผมแต่เป็นไอ้เป๊กต่างหากที่มันบอกว่าจะรีบตามมาให้เร็วที่สุด 

แล้วมันก็เร็วอย่างที่ไอ้เป๊กว่าเพราะพอผมกับโจวโฉวช่วยป้าบัวแม่ครัวของบ้านไอ้หมอกทำยำเสร็จเพื่อนผมสามตัวก็มาถึงกันพอดี 

ปาร์ตี้ของพวกเราเริ่มขึ้นในไม่กี่นาทีต่อมาเสียงพูดคุยกับเสียงเพลงดังคลอกันอย่างครึกครื้น แรกๆ เราจับกลุ่มกันเป็นก้อนเพื่อคุยเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมา แต่พอตกดึกเริ่มเมาได้ที่ไอ้เป๊กกับไอ้ขวัญก็ปลีกตัวไปจู๋จี๋กันอยู่สองคน ส่วนไอ้โจวโฉวก็ถูกไอ้หมอกหอบหิ้วเข้าบ้านไปแล้วเมื่อกี้ 

“เฮอะ! ไม่รู้กูคิดถูกหรือคิดผิดนะที่มาแดกเหล้าที่บ้านไอ้เหี้ยหมอกเนี่ย” ไอ้หินที่นั่งข้างๆ ผมพึมพำ 

“มึงก็ต้องเข้าใจมันหน่อยนะ มึงเองก็มีแฟนต้องเข้าใจพวกมันสิ นี่ขนาดกูโสดกูยังเข้าใจพวกมันเลย” ผมว่าพร้อมยิ้มน้อยๆ แต่ในใจแล้วก็ไม่ได้อยากจะเข้าใจสักเท่าไหร่หรอก 

“ก็ใช่ที่กูมีแฟน แต่ว่ากูก็ไม่เคยได้ทำอะไรอย่างพวกมันนี่หว่า หรือว่ามึงอนุญาตให้กูทำได้มากกว่าจับมือกับหอมแก้ม” ผมง้างเท้าขึ้นมาเตรียมยันไอ้หินทันที “เฮ้ยๆ กูพูดเล่นๆ มึงก็อย่าจริงจังสิฝุ่นเพื่อนรัก แดกต่อๆ” 

“ถ้ามึงกล้าทำแบบนั้นกับน้องกูมึงเจอมากกว่าถีบนะหิน” ผมว่าเสียงจริงจัง 

“อ่า กูไม่กล้าหรอกครับ เพราะแค่กูหอมแก้มน้องมึงก็หยิกกูเอวเขียวแล้ว” มันว่าพร้อมกับเปิดเสื้อให้ผมดูรอยที่มันว่า เขียวจริงๆ ด้วยครับ  

แต่เดี๋ยวก่อนนะ!!! 

“ไอ้เหี้ยหิน!!!”  

“ว้ากกก กูขอโทษ กูขอโทษ ไอ้ฝุ่นมึงอย่าฆ่ากู” แล้วไอ้หินก็ถูกผมไล่ฆ่า เอ้ย ไล่เตะมันจนไอ้เป๊กกับไอ้ขวัญหันมาให้ความสนใจเราสองคน 

เที่ยงคืนพวกผมก็พากันเก็บของบางส่วนแล้วเข้าบ้านนอนโดยที่ไอ้หมอกมันยกห้องรับแขกของที่บ้านมันให้ผมกับไอ้หิน แล้วก็เอ่อ…ไอ้เป๊กกับไอ้ขวัญผัวมัน 

“มึงสองคนนอนบนเตียงได้เลย กูกับเป๊กนอนพื้นเอง” เสียงขึงขังของไอ้ขวัญทำให้ผมกับไอ้หินหันมองหน้ากันอย่างรู้ความหมาย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคืนนี้จะเกิดอะไรขึ้น 

“ขอเหอะ รอให้พวกกูหลับก่อนพวกมึงค่อยขี่กันนะ ขอไหว้ล่ะ” ไอ้หินมันว่าเสียงทะเล้นพร้อมยกมือพนมไหว้อย่างอ้อนวอน วอนตีนน่ะครับ 

“บ้า ใครเขาจะทำอะไรแบบนี้กันล่ะ” ผมนี่อยากเบ้ปากกลอกตาสักสิบตลบ 

“ก็มึงนั่นแหละครับไอ้เป๊กที่จะทำ มึงอย่าคิดว่ากูไม่รู้นะว่าพอพวกกูหลับแล้วมึงสองคนก็ลุกขึ้นมาขี่กันอ่ะ” ไอ้หินมันว่าอย่างรู้ทัน 

ส่วนผมปีนขึ้นเตียงนอนห่มผ้าแล้วเรียบร้อย ง่วงครับ เมาด้วยเนี่ยไม่มีเวลามานั่งฟังพวกมันคุยเรื่องไร้สาระหรอกนะ 

“เฮ้ย หินมึงรู้ได้ไงวะ”  

“เข้าค่ายปีก่อนมึงสองคนก็ทำ อย่าคิดนะว่านอนมุมห้องแล้วกูจะไม่เห็นน่ะ เฮอะ กูไม่ถ่ายคลิปไว้ก็บุญแล้วเถอะ” 

“ฮือ เห็นมั้ยขวัญ เป๊กบอกแล้วว่าอย่าทำๆ ไม่รู้ป่านนี้มีใครรู้บ้างเนี่ย” ผมได้ยินเสียงไอ้เป๊กมันว่าอย่างอายๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจที่จะหันไปดู 

“…ก็ตอนนั้นมันอยากนี่ใครจะไปทนไหว แล้วดูตูดสิเนี่ยเด้งขนาดนี้” เสียงไอ้ขวัญกัดกราม “มึงไปนอนได้แล้วไอ้หิน เดี๋ยวกูไปเอาผ้ามาปูนอนเอง ไปๆ เป็นเด็กเป็นเล็กไม่ควรนอนดึกนะมึง”  

“เฮอะ ไล่กูเชียวนะ แล้วจะถ่างตารอดูพวกมึงทั้งคืน” ไอ้หินว่าเสียงกระแทกกระทั้นก่อนจะปีนขึ้นเตียงมาเบียดผม 

“ไอ้หินกูร้อน” ผมว่าแล้วผลักมันไปไกลๆ  

“กูหนาว ขอกอดหน่อยนะครับพี่แฟน” 

“ไอ้เหี้ยหินกูจั๊กจี้”  

“แหม กูกอดแล้วจั๊กจี้ ถ้าพี่ดินกอดคงนอนนิ่งให้เขาลูบสินะ”  

“…” ป่วยการจะเถียงกับคนหน้าด้านอย่างมันครับ 

ผมนอนนิ่งเงียบๆ ไอ้หินที่บอกว่าจะถ่างตารอดูไอ้เป๊กกับไอ้ขวัญนั้นนอนกรนไปแล้ว ส่วนสองคนนั้นก็ปิดไฟนอนแล้วเหมือนกัน แต่ผมนี่สิพอนอนจริงๆ กลับนอนไม่หลับ 

วันนี้ยังไม่ได้ยินเสียงพี่ดินเลยนะ ป่านนี้ไม่รู้พี่เขาทำอะไรอยู่ ไม่รู้ว่านอนแล้วหรือว่ากำลังเที่ยวสนุกอยู่กับใคร 

ใต้ฝุ่น พี่ดินนอนยัง 

ไม่รู้เพราะอารมณ์อ่อนไหว หรือเพราะอารมณ์ชั่ววูบถึงทำให้ผมส่งข้อความนี้ไปหาคนที่ติดอยู่ในใจ 

ความคิดเห็น