facebook-icon

มาร่วมค้นหาคำตอบของหัวใจไปพร้อม ๆ กับลลิตนะคะ...

.10. ถ้าอยากรู้ ก็ต้องได้รู้ [100%]

ชื่อตอน : .10. ถ้าอยากรู้ ก็ต้องได้รู้ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ส.ค. 2563 20:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
.10. ถ้าอยากรู้ ก็ต้องได้รู้ [100%]
แบบอักษร

.10. ถ้าอยากรู้ ก็ต้องได้รู้ 

 

 

ปริบ ๆ เสียงหัวใจก็เต้นแรง แม้จะถูกปกป้องก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะดีใจเพราะสถานะระหว่างฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยซ้ำ 

“ที่ไม่ยอมรับโทรศัพท์เมย์เพราะแบบนี้เหรอ” ฉันไม่ได้พูดอะไรนอกจากมองหน้าเธอสลับกับพี่เขื่อนเท่านั้น 

“อย่าล้ำเส้น!” น้ำเสียงนิ่ง ๆ ของพี่เขื่อนเอ่ยตอบกลับเธอไป สีหน้าและแววตาของเขาดูน่ากลัวมาก 

“ล้ำเส้นเหรอ? หน่ะ…” 

“หุบปาก!” โอ๊ย! หัวใจจะวาย ทำไมพี่เขื่อนถึงน่ากลัวแบบนี้ “ช่วยพาลิตออกไปรอข้างนอกหน่อย” 

ฉันกำลังงง ๆ เพราะไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไง จนพี่วินหันมามองพลางพยักพเยิดหน้าเป็นเชิงบอกให้รีบลุกตามเขาออกไป ฉันเลยทำตามทันที รีบคว้ากระเป๋าตามพี่วินออกมารอข้างนอก 

“ไปรอที่ห้องพี่ก่อนละกัน” ก็อยากจะยืนรอตรงนี้เพื่อแอบฟังอยู่หรอก แต่คนตรงหน้าพูดเหมือนรู้ ฉันเลยต้องเดินตามเขาไปแทน 

ห้องของพี่วินดูสดใสกว่าของพี่เขื่อนเยอะ และที่สำคัญโคตรรกเลยทีเดียว แต่โดยรวมก็ถือว่าโอเค 

“พี่รู้จักเธอไหมคะ” เข้ามาถึงในห้อง นั่งลงบนโซฟาตัวเล็ก ๆ พร้อมคำถาม 

“รู้จักครับ” 

“สนิทไหม?” 

“พอสมควรครับ” ฉันมองหน้าพี่วินตลอดเวลา เพราะอยากรู้ว่าแววตาตอนตอบคำถามของเขามันเป็นยังไง ซึ่งฉันจับสังเกตไม่ได้เลยจริง ๆ ว่ามีจุดไหนที่เขาโกหกบ้าง เพราะมันดูจริงจังในคำตอบมาก 

“แล้ว…” 

“ถ้ามันตาอยากรู้อะไรจากพี่ บอกไว้เลยว่าไม่มีจะบอกครับ” 

“ชิ!” อยากจะบ้าตาย เพื่อนกันนี่เนอะ ขนาดพี่ชายของฉันยังปิดเก่งเลย แล้วนับประสาอะไรกับพี่วินล่ะ เพราะเขาดูสนิทกับพี่เขื่อนมากกว่าพี่ฟ้าพี่ครามอีก 

“มาคุยเรื่องอื่นดีกว่าครับ” 

“แต่ลิตไม่อยากคุยเรื่องอื่นนี่คะ ลิตอยากรู้เรื่องสองคนนั้น” 

“พี่ไม่คิดว่าเราจะเป็นคนตรง ๆ นะเนี่ย” 

“ลิตไม่ได้ตรงค่ะ แค่อยากรู้ แล้วก็ถาม” เถียงค่ะ เถียงทั้ง ๆ ที่รู้ว่าพี่วินพูดถูกเรื่องที่ฉันเป็นคนตรง ๆ 

“โอเค พี่ไม่เถียงเราดีกว่า แล้วทำไมถึงแทนตัวเองว่าลิตล่ะ แถมไอ้เขื่อนยังเรียกเราว่าลิตอีก” 

“อยากรู้?” 

“ครับ” ฉีกยิ้มกว้างเชียว ฉันก็กวนเขาไปงั้นแหละ เพราะหมั่นไส้ที่เขาไม่ยอมบอกเรื่องพี่เขื่อนกับผู้หญิงคนนั้น 

“ย่อมาจากชื่อจริงค่ะ ชื่อจริงว่าลลิต ส่วนชื่อเล่นมันตา แต่พวกเรายังไม่สนิทกันมาก เพราะฉะนั้นพี่เรียกมันตาเหมือนเดิมนั่นแหละค่ะ เชอะ!” สะบัดผมใส่เขาด้วยนะ คอแทบหัก 

“ฮ่า ๆ เรานี่จริง ๆ เลย” 

“หัวเราะลิตทำไม?” 

“ก็หัวเราะตรงที่มันตาบอกว่าพวกเรายังไม่สนิทกันนี่แหละ เพราะความจริงเหมือนจะไม่ใช่เลย”  

ฉันเป็นคนสนิทกับคนอื่นง่ายนะ แค่คุยก็รู้แล้วว่าคนตรงหน้านิสัยประมาณไหน วิธีนี้เรียนรู้มาจากพี่ฟ้ากับพี่คราม พวกเขาบอกเสมอ ถ้าอยากรู้ว่าคนที่เราคุยด้วยนิสัยใจคอเป็นยังไง เวลาคุยให้มองตาแล้วสังเกตว่ามันดูจริงใจหรือหลอกลวง 

“ลิตยังไม่อยากสนิทกับพี่ตอนนี้” 

“แล้วกับไอ้เขื่อนลิตสนิทเหรอ” 

กึก! 

เหมือนถูกจี้ใจดำยังไงก็ไม่รู้สิ คำถามของพี่วินทำให้ฉันนิ่งไปเลยทีเดียว ไม่มีคำตอบใด ๆ เอ่ยออกมานอกจากความเงียบและเม้มปากเข้าหากันจนแน่น 

“พี่ถามผิดเหรอ พี่ขอโทษ” พี่วินรีบเอ่ยคำขอโทษออกมา สีหน้าของเขาดูสำนึกผิดกับคำถามเมื่อกี้มาก ๆ 

“นั่นสิคะ ลิตก็ยังไม่รู้เลยว่าใจจริง ๆ ลิตรู้จักเขาดีพอหรือยัง” ฉันตอบคำถามโดยไม่ได้มองหน้าพี่วิน “พี่เขื่อนเมื่อก่อนกับพี่เขื่อนตอนนี้ ดูแตกต่างจนลิตรู้สึกว่า…” 

“ไม่ว่ามันตาจะรู้สึกยังไง พี่อยากให้ถามมันเองมากกว่ารู้จากปากของคนอื่น มันอาจจะไม่ใช่ตอนนี้ แต่พี่เชื่อว่าสักวันมันต้องยอมบอกทุกอย่างกับมันตาแน่นอน ถึงตอนนั้นก็คงอยู่ที่มันตาแล้วว่าจะทำยังไงต่อไป” ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองสบตาพี่วินทันที เขาเองก็มองมาพร้อมกับรอยยิ้มเหมือนกัน 

“ขอบคุณนะคะ” 

“พี่คิดว่ามันตาเป็นคนฉลาดนะ” 

“ลิตจะถือว่าพี่ชมก็แล้วกันค่ะ ถ้างั้นลิตขอออกไปนั่งฟังเพลงหน่อยนะคะ” 

“ไม่ได้! เดี๋ยวไอ้เขื่อนมาโวยวายใส่พี่อีก” สีหน้าตกใจเชียว 

“ลิตไม่อยากเป็นคนโง่นานค่ะ ถ้าอยากรู้ลิตก็ต้องได้รู้ เพราะฉะนั้นนี่ก็เป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ของลิตเหมือนกัน ถ้าเขาถามก็บอกไปละกันว่าอยู่ร้านหน้าปากซอยทางเข้า” พูดพลางขยับตัวลุกขึ้นยืน หน้าพี่วินดูลำบากใจมาก แต่ก็ขัดอะไรฉันไม่ได้นอกจากยิ้มแหย ๆ ออกมาแทน 

ฉันเดินออกจากห้องของพี่วิน หยุดเดินพลางมองไปอีกห้องหนึ่งแทน ประตูยังปิดอยู่เลย คงยังไม่ออกมา เลยเลิกสนใจก่อนจะเดินออกจากร้าน ตลอดแนวทางเดินมาแสงไฟส่องสว่างอยู่ แถมยังเพลงจากร้านข้างหน้ายังดังแว่ว ๆ มาอีก 

ร้านเหล้าก่อนหน้านี้คือสถานที่ที่ฉันเลือก คนเยอะกว่าตอนแรกมาก แต่ด้านหน้ายังมีโต๊ะว่างอยู่เพราะร้านใหญ่พอสมควร นั่งลงพร้อมกับพยักงานที่เดินเข้ามาหา 

“หนึ่งท่านนะครับ” 

“ค่ะ” 

“รับเครื่องดื่มอะไรดีครับ วันนี้มีโปรด้วยนะครับ เครื่องดื่มสามขวด ฟรีน้ำแข็งหนึ่งถัง” 

“รับค่ะ” ตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้ม 

“รับอะไรเพิ่มไหมครับ” 

“ไม่แล้วค่ะ”  

พยักงานหนุ่มน้อยรับออเดอร์ไปพร้อมกับรอยยิ้ม ฉันนั่งกวาดสายตามองไปรอบ ๆ รอแค่ไม่นานเครื่องดื่มที่สั่งไปก็ถูกยกมาเสิร์ฟ ฝาขวดถูกเปิดออกพร้อมกับน้ำแข็งที่ถูกตักใส่แก้วและเครื่องดื่มสีเหลืองถูกรินลงไปในแก้ว 

“ขออนุญาตเก็บเงินก่อนนะครับ” 

“เท่าไหร่คะ” 

“199 บาทครับ” 

“ไม่ต้องทอนนะคะ” ยื่นเงินให้พนักงานหนุ่มน้อยไปสองร้อยบาทถ้วน 

“ขอบคุณครับ อยากได้อะไรเพิ่มเติม เรียกใช้บริการได้เลยนะครับ” 

“ขอบคุณค่ะ” ฉีกยิ้มกว้างมองหน้าพนักงานหนุ่มน้อย ยื่นมือไปหยิบแก้วตรงมามาดื่ม 

อ๊า บาดคอ… นี่คือความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัสกับเครื่องดื่มสีเหลือง ๆ ตรงหน้า ปกติฉันไม่ได้ดื่มแบบนี้ แต่เพราะร้านและบรรยากาศมันควรจะเป็นเครื่องดื่มนี้ไง ฉันเลยอยากลองดู 

“ไม่คิดว่าจะขมขนาดนี้” บอกกับตัวเอง แต่ก็ยังดื่มอยู่ดี สั่งมาแล้วนี่ ฉันเสียดาย สามขวด ดื่มคนเดียวจะหมดไหมเนี่ย 

แต่เอาเข้าจริง ๆ ดื่มไปดื่มมา ขวดแรกก็เกือบหมดแล้วเหมือนกัน เพราะมีเรื่องให้คิดเยอะไง แถมเวลายังล่วงเลยมานานหลายนาทีแล้วด้วย ไม่รู้ว่าพี่เขื่อนกับผู้หญิงคนนั้นจะคุยกันไปถึงไหนแล้ว 

“ไม่คิดจะออกมาตามเลยหรือไง” นั่งบ่นพึมพำกับตัวเอง ยกแก้วตรงหน้าขึ้นมาดื่ม แต่กลับต้องชะงักเพราะเก้าอี้ตรงหน้าถูกเลื่อนออกสองตัวพร้อมกับร่างสูงของผู้ชายแปลกหน้าสองคน 

“มาคนเดียวเหรอครับ” ฉันไม่ได้ตอบกลับในทันทีนอกจากมองไปที่คนตรงหน้าแทน 

“พวกผมขอนั่งด้วยนะครับ” ก็ยังไม่ได้ตอบก่อนจะมองไปที่อีกคน 

“คงไม่ได้หรอก!” ยังไม่ทันได้ตอบอะไรเลย เสียงจากด้านหลังก็ดังขึ้นมาซะก่อน มันคุ้นหูมากจนต้องรีบหันกลับไปมอง เจอสายตาดุ ๆ ของพี่เขื่อนทันที เขามากับพี่วิน 

พี่เขื่อนไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากเดินมานั่งข้าง ๆ ฉัน จนทำให้ผู้ชายแปลกหน้าอีกสองคนยอมลุกออกไปแทน 

“เสน่ห์แรงไม่เบา” พี่วินพูดแซว ก่อนจะเดินอ้อมไปนั่งฝั่งตรงข้ามฉันแทน 

“ไหนบอกไอ้วินว่าจะออกมานั่งฟังเพลง” 

“นั่งอย่างเดียวก็น่าเกลียดแย่สิคะ” หันไปตอบคำถามคนตรงหน้ายิ้ม ๆ แต่พี่เขื่อนกลับไม่ยิ้มด้วยนะสิ “มากันสองคนเหรอคะ แล้ว…” 

“กลับไปแล้วครับ” พี่วินเป็นคนตอบคำถามแทน เพราะสีหน้าของพี่เขื่อนดูบอกบุญไม่รับเลย “ไหน ๆ พวกพี่ก็มาแล้ว งั้นขอดื่มด้วยละกันนะ” 

“ค่ะ” 

“น้องครับ ขอแก้วเพิ่มอีกสองใบ แล้วก็เครื่องดื่มอีกสามขวด” 

“ครับผม” พนักงานหนุ่มน้อยเจ้าเดิม เจ้าประจำยิ้มรับ ไม่ได้มีน้องคนเดียวหรอก แต่โซนที่ฉันนั่งน้องคงดูแลอยู่ 

“เอานา นาน ๆ ที ไหน ๆ มึงกับกูก็มานั่งอยู่ด้วยแล้วไง” พี่วินหันมามองหน้าคนข้าง ๆ ฉันพร้อมกับคำพูดประโยคเมื่อกี้ 

ฉันรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ พี่เขื่อนดูนิ่งจนน่ากลัว 

“เหอะ!” แค่นี้ฉันก็สะดุ้งแล้ว ฉันไม่ได้พูดอะไรนอกจากเงียบ จนเครื่องดื่มและแก้วที่สั่งเพิ่มไปถูกยกมาเสิร์ฟ 

“เอามา 200 “ พี่วินพูดพลางยื่นมือมารอรับ 

“มึงอยากดื่ม” 

“มึงอย่าบ่น จ่ายมา” พี่เขื่อนหยิบเงินส่งให้พี่วินแบบไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่ รู้ราคาดี สงสัยมาบ่อย ปากบอกไม่ดื่ม แต่พอพี่วินยื่นแก้วให้เขาก็รับนั่นแหละ ฉันไม่ได้พูดอะไรนอกจากนั่งอมยิ้มเท่านั้น 

เสียงเพลงที่ดังอยู่ ยังสู้เสียงลมหายใจฟึดฟัดของพี่เขื่อนข้าง ๆ หูของฉันไม่ได้เลย มันดังจนน่ากลัว… 

“พี่วิน ไม่คิดว่าจะเจอพี่นะคะเนี่ย” นั่งอยู่ดี ๆ มีสาวสวยเดินเข้ามาลากเก้าอี้นั่งข้าง ๆ พี่วินซะงั้น “อ้าว พี่คนนั้นก็มาด้วย” 

ท่าทางเขินอายมองมาทางพี่เขื่อน แต่เขากลับมองกลับด้วยแววตานิ่ง ๆ ที่รู้เพราะฉันมองอยู่ 

“วันนี้มาดื่มเหรอครับ” 

“ก็อยากไปสักอยู่หรอกค่ะ แต่พี่เขาไม่ว่างรับคิวหนูเลย” คงหมายถึงพี่เขื่อนเพราะสายตาของเธอมองมาทางเขาตลอด 

“แหม! คุยกับพี่ ก็มองหน้าพี่สิครับ” 

“พี่วินก็…” อยากจะบ้าตาย หมดอารมณ์จะดื่มต่อเลยจริง ๆ 

“ลิตขอไปเข้าห้องน้ำก่อนละกันค่ะ” ฉันรีบพูดแทรกพลางขยับตัวลุกขึ้นยืน ไม่รู้หรอกว่าห้องน้ำไปทางไหน เลยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แทน จนเห็นป้ายที่ติดอยู่ข้างร้าน กำลังจะเดินออกไป แต่ข้อมือกลับถูกจับเอาไว้ซะก่อน 

“เดี๋ยวพี่พาไป” พี่เขื่อนพูดพลางกระชากข้อมือของฉันให้เดินตามเขาไปทางห้องน้ำ เดินกันมาเงียบ ๆ จนใกล้ถึง แต่พี่เขื่อนกลับหยุดเดิน 

“หยุดเดินทำไมคะ” 

“หึง?” 

“คะ?” แปลกใจกับคำพูดของเขาเล็กน้อย 

“ที่ลุกหนีออกมา เพราะหึงพี่ใช่มั้ย” พี่เขื่อนถามพลางเหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของฉันเต้นแรงมาก ๆ 

“เพ้อเจ้อ ทำไมลิตต้องหึงพี่ด้วย พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ปล่อยได้แล้ว ลิตจะเข้าห้องน้ำ” พูดพลางกระชากข้อมือหนี พอหลุดจากการจับกุมก็รีบเดินหนีเข้าห้องน้ำทันที 

ตึกตัก ตึกตัก 

โอ๊ยตาย หัวใจจะวายเพราะพี่เขื่อน… 

ไม่มีเวลาคิดเยอะ รีบเดินเข้าห้องน้ำทันที อยากทำธุระส่วนตัวจริง ๆ นั่นแหละ นั่งอยู่ดี ๆ กลับได้ยินเสียงคนคุยกันเรื่องพี่เขื่อนอีกแล้ว 

“แก ๆ พี่คนที่ยืนอยู่ข้างนอก ใช่ช่างสักร้านข้างในนั้นปะ” 

“ใช่นะ” 

“หล่ออะแก ฉันอยากจะสักกับเขาสักครั้ง แต่ไม่เคยจองคิวได้เลยจริง ๆ แล้วแกรู้ไหมว่าพี่เขาชื่ออะไร” พ่อคนหล่อ พ่อคนฮอต 

“เหมือนจะเคยได้ยินคนที่ร้านเรียกว่า…” 

RRRRR 

โอ๊ยกรรม! เสียงโทรศัพท์มาดังอะไรตอนนี้เนี่ย พอเสียงดัง ฉันก็ต้องรีบกดน้ำเดินออกมาแทน สองสาวที่แอบนินทาพี่เขื่อนก็เงียบกันไปเลย ต่างคนต่างแยกย้ายกันเข้าห้องน้ำแทน พอล้างมือเสร็จเรียบร้อย ฉันก็หยิบโทรศัพท์ออกมาดู เบอร์ปลายสายไม่คุ้นเลย แต่ก็กดรับสายอยู่ดี 

“สวัสดีค่ะ” 

(เสร็จธุระหรือยังครับ พี่รอจนยุงจะหามแล้ว) 

“พี่เขื่อน!”  

พอรู้ว่าเป็นเขาก็รีบกดวางสายทันที ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำ ไม่ได้พูดอะไรกันหรอกนอกจากเดินกลับมาที่โต๊ะ พอกลับมาพี่วินก็นั่งอยู่คนเดียวแล้ว 

“หายไปทำอะไรกันมาครับเนี่ย” 

“หุบปากไปเลยมึง!” 

“แหม! ดุฉิบหาย” ฉันไม่ได้พูดอะไรนอกจากนั่งอมยิ้มเท่านั้น คอยสังเกตพวกเขาทั้งสองคนไปด้วย 

พี่เขื่อนและพี่วินดื่มเก่งกันทั้งคู่เลย แตกต่างจากฉันมาก แก้วนี้นั่งดื่มอยู่นานแล้วยังไม่หมดสักที เพราะฉันรู้สึกว่าตาเริ่มลาย หัวเริ่มติ้ว ๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ เลยนั่งจิบแทน 

“อาทิตย์หน้ากูจะพาเด็กที่ร้านไปเที่ยวกัน มึงสนใจไหม” 

“ขอคิดดูก่อนละกัน” 

“มึงปฏิเสธมาทุกรอบแล้ว” 

“มึงลองไปที่อื่นนอกจากทะเลดูบ้างสิ เผื่อกูจะสนใจ” พี่เขื่อนตอบกลับ ฉันนั่งมองหน้าเขาพลางขมวดคิ้วไปด้วย 

“แหม! ก็เด็ก ๆ มันลงความเห็นกัน กูคนพาไปนี่” พี่วินตอบกลับ 

“พี่ไม่ชอบทะเลเหรอคะ” ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงถาม แต่คำถามของฉันกลับทำให้พี่วินกับพี่เขื่อนเงียบไปทันที 

“เอ่อ…” พี่วินเหมือนจะพูดอะไร แต่พี่เขื่อนกลับพูดแทรกขึ้นมาซะก่อน 

“ก็เปล่า… แค่ไม่อยากไป คนมันเยอะ” 

“อ๋อ…” ฉันพยักหน้าเข้าใจพร้อมกับรอยยิ้ม “คนนอกไปด้วยได้ไหมคะ” 

“ครับ?” พี่วินดูแปลกใจกับคำถามของฉันเล็กน้อย สายตาของเขามองไปทางพี่เขื่อนทันที “เอ่อ…” 

“ถ้าไปได้ ลิตขอไปด้วยนะคะ” 

“ลิตจะไปทำไม ไอ้ฟ้ากับไอ้ครามคงไม่ให้ไปหรอก” พี่เขื่อนรีบพูดแทรกขึ้นมา แต่ฉันกลับไม่สนใจที่จะหันไปมองหน้าเขา 

“ได้ไหมคะ?” 

“ถ้าไอ้ฟ้ากับไอ้ครามอนุญาต พี่ก็โอเคครับ” ลลิตซะอย่าง ไม่มีปัญหาหรอก แค่เอาพี่ไลมาล่อลวง พวกเขาสองคนก็ยอมแล้ว อีกอย่างช่วงนี้พ่อกับแม่ไม่อยู่บ้านด้วย ทางสะดวกมาก ๆ 

“ไอ้วิน!” 

“ถ้าน้องมันตาไป มึงจะได้ไปด้วยไง ไปกันหลาย ๆ คนสนุกจะตาย ใช่มั้ยครับ” พี่วินตอบกลับพี่เขื่อนพลางหันมาถามความคิดเห็นของฉันอีกคน 

“ใช่ค่ะ” 

คำตอบของฉันทำให้พี่วินยิ้ม แต่พี่เขื่อนกลับทำหน้าดุ แล้วไง? ทำไมต้องสนใจด้วย คนอย่างมันตา ถ้าอยากรู้อะไร ก็ต้องได้รู้… และทะเลต้องทำให้ฉันได้รู้อะไรบ้างแหละ 

 

 

_________________________________________________ 

สนุกที่ได้เขียน แต่ขี้เกียจ 555555555555555 

ตอนหน้าจะเริ่มติดเหรียญแล้วนะคะ... คิก ๆ 

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามกันจนมาถึงตอนนี้นะคะ เริ่มจะสนุกไปกับลลิตหรือยัง หรือยังงง ๆ กันอยู่ 5555555 เดี๋ยวก็ได้คำตอบแบบลิตค่ะ ^^ 

 

ความคิดเห็น