ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 : คนธรรมดาที่ชื่อ น้ำหนึ่ง

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 : คนธรรมดาที่ชื่อ น้ำหนึ่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ส.ค. 2563 12:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 : คนธรรมดาที่ชื่อ น้ำหนึ่ง
แบบอักษร

คนธรรมดาที่ชื่อ น้ำหนึ่ง 

 

เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานไม่ได้ต่างไปจากที่ผมคิดนัก เพราะเมื่อผมมาทำงานในวันถัดไป ผมก็ถูกพี่บีมเรียกไปคุยถึงเรื่องที่ทำเสียมารยาทกับลูกค้า และนั่นยังไม่พอผู้คนที่อยู่ภายในห้องแห่งนั้นยังเป็นถึงระดับวีไอพี ความสำคัญจึงมากกว่าลูกค้าทั่วไป

นอกจากผมจะถูกพี่บีมบ่น ผมก็ยังถูกลดเงินเดือนลงนิดหน่อยเพื่อเป็นการลงโทษ มันก็คงดีกว่าการถูกไล่ออกไม่เช่นนั้นผมคงรู้สึกเครียดเพราะนี่ก็ใกล้ถึงกำหนดการจ่ายค่าหอในเดือนถัดไปแล้ว และยิ่งไปกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวาน เรื่องงานวันเกิดของแป้งก็ทำให้ผมรู้สึกลำบากใจไม่น้อยเช่นกัน 

"น้องน้ำหนึ่ง"

"ครับ พี่เนตรมาหาแป้งเหรอครับ" ผมยิ้มทักทายชายหนุ่มที่เอ่ยเรียกผม ตอนผมกำลังทานข้าวอยู่โรงอาหารคณะ พี่เนตรเป็นรุ่นพี่คณะปีสี่ ที่ผมรู้เพราะรู้จักผ่านแป้งมาอีกทีและเห็นทั้งสองคนมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยครั้ง ผมจึงคิดว่าพี่เนตรอาจจะกำลังตามจีบแป้งหรือไม่ทั้งสองคนก็คงจะเป็นแฟนกัน 

"พี่..." พี่เนตรนั่งลงตรงข้ามกันกับผมแล้วส่งยิ้มมาอย่างอบอุ่น ก่อนรอยยิ้มนั้นจะกลายเป็นเรียบนิ่งและดูจริงจังมากขึ้น เหมือนกับว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับผม 

"อ่าว พี่เนตรแป้งบอกให้รอที่ห้องสมุดไงคะ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้" แต่ไม่ทันที่พี่เขาจะได้พูดอะไรออกมา คนที่ผมพูดถึงก่อนหน้านี้ก็นั่งลงข้างกันกับชายหนุ่ม ก่อนจะหันมามองผมอย่างไม่พอใจแวบหนึ่ง 

"พี่ผ่านมาพอดีเลยแวะมาทักทาย" พี่เนตรหันไปยิ้มให้กับแป้งก่อนจะถูกฝ่ายหญิงชวนคุยตั้งมากมายและหนึ่งในนั้นก็ไม่พ้นเรื่องงานวันเกิดของเธอที่จะจัดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ ส่วนผมที่เป็นส่วนเกินก็นั่งเงียบๆ ทานอาหารในจานของตัวเองเพื่อไม่ให้รบกวนการพูดคุยของทั้งสองคน

"น้ำหนึ่งมีเรียนต่อคาบบ่ายใช่ไหม" ผมที่ทานอาหารเสร็จแล้วก็หยิบมือถือขึ้นมาเล่นรอสักพักเพื่อไปเรียนต่อคาบบ่าย เสียงของแป้งทำให้ผมมองดูเวลาบนหน้าจอมือถือ เหลือเวลาอีกตั้งยี่สิบนาที ผมไม่อยากจะรีบขึ้นไปนั่งรออาจารย์ในห้อง แต่พอเงยสบตากับหญิงสาวที่นั่งตรงข้ามกับผมแล้ว ผมควรจะลุกออกไปสินะ

"จะไปแล้วเหรอ"

"ครับ เพราะอาจารย์มักจะเข้าก่อนเวลา" ผมหัวเราะแห้งๆ เพราะผมโกหกใครไม่เก่ง พี่เนตรส่งยิ้มให้ผมและบอกให้ผมตั้งใจเรียน ไม่เข้าใจบทเรียนไหนก็ให้บอกพี่เขาเต็มใจจะช่วยสอน ความมีน้ำใจของเขาที่มีให้กับเพื่อนของแป้งอย่างผมรู้สึกตื้นตันใจมากเลยครับ แป้งโชคดีจริงๆ ที่มีพี่เขาอยู่ข้างกาย

แล้วเมื่อผมขึ้นมานั่งรออาจารย์สอนที่ห้องสักพัก สาวสวยที่อยู่กับผมที่โรงอาหารก็ขึ้นมานั่งข้างกันกับผมเช่นกัน แป้งยิ้มอย่างอารมณ์ดีแล้ววางกระเป๋าใบใหม่ที่ผมไม่เคยเห็นบนโต๊ะเรียน เธอคงจะซื้อใหม่ไม่นานมานี้แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเธอที่จะซื้อของราคาแพงบ่อยครั้ง 

"พี่เนตรซื้อให้แป้ง สวยใช่ไหม รุ่นใหม่ล่าสุดราคาของมันก็... สี่ห้าหมื่น" แป้งยื่นมันมาตรงหน้าของผม ผมเพียงมองมันแล้วพยักหน้าขึ้นลงเล็กน้อยว่าก็เหมาะกับเธอดี แต่ราคาของมันทำไมถึงได้แพงนัก ผมทำงานครึ่งปีก็ไม่รู้ว่าจะเก็บได้เงินจำนวนนี้หรือเปล่า

"คุยกับน้ำหนึ่งไม่สนุกเลย ก็อย่างว่าน้ำหนึ่งคงไม่รู้จักของแบรนด์ระดับนี้หรอก" เธอพูดกับผมจบก็หันไปคุยกับหนิงคนที่นั่งด้านหลังของเธออย่างออกรส ถ้าผมจำไม่ผิดทั้งสองคนเคยเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันมาก่อน และหนิงเองฐานะทางบ้านก็ถือว่าดีทีเดียว

แล้วก็ผมไม่ได้สนใจเรื่องของพวกนี้นี่ครับ จะไม่รู้จักก็คงไม่ผิด และคนอย่างผมก็คงไม่สามารถซื้อพวกมันได้ลำพังปากท้องในแต่ละเดือนก็มากพอแล้ว และหลังจากจบวิชาเรียนคาบบ่ายผมก็เก็บของใส่ในกระเป๋าเพื่อไปซื้อของที่ซูเปอร์มาเก็ตและตรงกลับหอพักทันที เพราะวันนี้เป็นวันหยุดของผมที่ไม่ต้องไปทำงาน

เช้าวันต่อมาผมก็เดินจากหอพักเพื่อไปเรียนที่มหาวิทยาลัยอย่างทุกที แต่เช้านี้แทนที่ผมจะได้เดินกลับมีรถยนต์สีดำมาจอดเทียบทางเดินที่ผมกำลังจะเดินพอดี

"น้ำหนึ่งขึ้นรถเดี๋ยวพี่ไปส่ง" 

"ไม่เป็นไรครับพี่ทาย" ผมว่าอย่างเกรงใจเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ลดกระจกรถเพื่อทักทายผม ชายหนุ่มที่สวมแว่นอยู่นั้นคือคนที่ผมคุ้นเคยดี 

"พี่ผ่านทางนั้นพอดี อย่าให้พี่เสียน้ำใจเลยนะ" พอถูกพี่เขาพูดแบบนี้ใส่ผมก็ได้แต่จำยอมที่จะขึ้นไปนั่งรถของชายหนุ่มเป็นครั้งแรกอย่างเก้กัง พี่ทายยิ้มให้กับผมก่อนจะขับไปส่งที่คณะซึ่งมันเป็นคนละทางกับพี่เขาที่ตึกเรียนเศรษฐศาสตร์ แล้วทำไมพี่ทายต้องโกหกผมด้วยว่าผ่านทาง

"เอ่อ... พี่" แทนที่พี่ทายจะเพียงส่งผมที่คณะแล้วขับรถกลับคณะตัวเอง แต่ชายหนุ่มกลับเลือกเดินไปข้างกันกับผม รูปร่างหน้าตาและฐานะของพี่ทายก็ไม่ได้แย่ ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไปสมัครทำงานตอนกลางคืน 

แต่ผมก็ไม่อยากก้าวก่ายอีกฝ่ายเพราะความจำเป็นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน พี่ทายอาจจะมีเหตุผลของตัวเอง อย่างที่ผมก็มีเหตุผลของผมเช่นกัน

"พี่ยังไม่ได้ทานข้าวเช้ามาเลย ที่คณะน้ำหนึ่งมีอะไรน่าทานบ้าง" 

"งั้นเดี๋ยวผมช่วยแนะนำ" ยังเหลือเวลาอีกมากถึงจะเข้าเรียนคาบเช้า ผมจึงแนะนำร้านอาหารคณะอร่อยๆ ให้กับพี่ทาย เราสองคนจึงได้ข้าวมันไก่มาคนละจานแล้วนั่งทานข้าวด้วยกันที่โต๊ะ

"ตอนเย็นไปทำงานหรือเปล่า" 

"ครับ" ผมเงยใบหน้าขึ้นมาตอบอีกฝ่าย เพราะเมื่อวานเป็นวันหยุด วันนี้ผมต้องไปทำงานปกติ

"เดี๋ยวพี่ไปรับที่หอพัก"

"อย่าเลยครับ ผมเกรงใจ" ผมรีบส่ายหน้าปฏิเสธ แค่มาส่งที่คณะผมยังรู้สึกเกรงใจ อย่าให้ถึงกับไปส่งที่ทำงานด้วยเลย ไม่เช่นนั้นผมคงรู้สึกไม่ดี

"แค่ติดรถไปทางเดียวกันคิดมาก" แล้วพี่ทายก็เอื้อมมือมาขยี้เส้นผมของผมโยกไปมาเบาๆ ผมเพียงแต่มองนิ่งที่ถูกชายหนุ่มเข้าถึงตัว ก่อนเสียงของเพื่อนสาวสนิทจะทำให้ผมเลือกถอยออกจากมือพี่ทายด้วยความรู้สึกประหม่าเล็กน้อย

"อ่าว น้ำหนึ่งวันนี้มาไวจัง" แป้งนั่งลงข้างกันกับผม ก่อนจะถามผมทางสายตาว่าคนที่นั่งตรงข้ามกับผมเป็นใคร

"พี่ทาย เรียนเศรษฐศาสตร์ พี่ที่ฉันทำงานด้วยน่ะ" ผมแนะนำให้เธอได้รู้จัก แป้งจึงยิ้มอย่างน่ารักแล้วเอ่ยแนะนำตัวเองออกไปบ้าง

"สวัสดีค่ะพี่ทาย หนูชื่อแป้งนะคะเป็นเพื่อนของน้ำหนึ่ง" 

"อืม" พี่ทายเพียงตอบสั้นๆ ก่อนจะก้มหน้ากินกับข้าวในจานตัวเองต่อ และการสนทนาต่อจากนั้นก็คือเสียงของแป้งทั้งหมดที่พยายามชวนพี่ทายคุย พี่ทายก็ตอบกลับเธอบ้างบางครั้ง ผมเพียงนั่งเป็นผู้ฟังเงียบๆ เพราะผมพูดและเข้าหาใครไม่ค่อยเก่งเหมือนอย่างแป้ง

"งั้นพี่กลับแล้วนะ" 

"ครับ" ผมเงยใบหน้าขึ้นมาอีกทีพี่ทายก็ลุกขึ้นเตรียมกลับคณะแล้ว แป้งเองก็ลุกตามเช่นกัน

"หนูลืมเอกสารวิชาเรียนไว้ที่เพื่อนคณะเศรษศาสตร์ จะเป็นอะไรไหมคะถ้าจะขอติดรถพี่ไปด้วย" ผมหันไปมองแป้งที่พูดขึ้นมา ในปีนี้เราไม่มีรายวิชาเรียนของคณะเศรษฐศาสตร์​นี่นาหรือว่าจะเป็นรายวิชาอื่น 

"เรามีเอกสารของเศรษฐศาสตร์​ด้วยเหรอ" 

"แป้งหมายถึงเอกสารวิชาอื่น ที่ติดเพื่อนคณะเศรษฐศาสตร์​ไป เรารีบไปกันเถอะค่ะพี่ทายเดี๋ยวจะสาย"

"ได้สิ เพื่อนของน้ำหนึ่งทั้งคน" แล้วหลังจากนั้นแป้งก็เดินไปกับพี่ทายอย่างอารมณ์ดี ผมเลิกสนใจทั้งสองคนนั้นแล้วลุกเอาจานอาหารไปเก็บเพื่อเตรียมตัวขึ้นห้อง ทว่าพี่เนตรที่เดินมาทางนี้พอดี ทำให้ผมมองไปทางที่แป้งไปกับพี่ทายแล้วผมจะตอบพี่เนตรยังไงดี หากถูกถามขึ้นมา

"อ่าวน้องน้ำหนึ่ง"

"ครับพี่เนตร" 

"เรื่องงานวันเกิดของแป้ง น้ำหนึ่งไปร่วมงานด้วยใช่หรือเปล่า" จู่ๆ พี่เนตรก็ถามเรื่องงานวันเกิดผมจึงพยักหน้าลงเล็กน้อยว่าผมรับปากเธอแล้วว่าจะไป

"ครับ" 

"ไว้เจอกันนะครับ" แล้วพี่เนตรก็ขอตัวกลับไปเรียน ผมที่มองตามหลังอีกฝ่ายงงๆ ก็ยังไม่ได้บอกว่าแป้งอยู่ที่ไหน

จนกระทั่งผมกลับขึ้นไปเรียนอีกครั้ง แป้งที่เข้ามาเรียนสายเล็กน้อยจากการไปเอาเอกสารที่คณะเศรษฐศาสตร์​ทำให้ผมหันไปมองเธออย่างไม่เข้าใจเพราะเธอไม่ได้ถืออะไรกลับเข้ามาด้วย พอผมจะเอ่ยถาม เธอก็มองผมอย่างไม่พอใจให้ผมเงียบเสียงลง ผมจึงไม่ได้พูดอะไรออกไป

"เดี๋ยวน้ำหนึ่ง" 

"มีอะไรหรือเปล่า" 

ผมที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋าเพื่อเตรียมตัวไปทำงานต่อก็หันไปมองเธอที่เหมือนอยากจะพูดอะไรกับผม ก่อนจะถูกจับมือพาเดินออกไปที่ลับตาคน

"แป้งมีอะไรจะถาม แป๊บเดียว ไม่นาน" 

"อืม ว่าไง" 

คำถามของเธออาจจะเป็นเรื่องที่ให้ใครรู้ไม่ได้ก็ได้ ถึงขนาดมีท่าทีระแวง

"น้ำหนึ่งคือกลุ่มคนพิเศษใช่หรือเปล่า แบบท้องได้อ่ะ" 

"ปะ... แป้ง รู้ได้ยังไง" ผมตาโตเมื่อเธอเข้ามากระซิบข้างหูผม คือเรื่องนี้ผมไม่เคยบอกใครและไม่ถึงกับปิดบัง เพราะกลุ่มคนแบบผมที่มีจำนวนน้อยนิดต่อประชากรโลกทำให้พวกผมดูกลมกลืนไม่แตกต่างจากผู้ชายทั่วไป

แต่การที่ไม่ต่างกับผู้หญิงทำให้การว่าจ้างงานบางอาชีพเป็นไปได้ยากเพราะอาจจะเกิดปัญหาตามมาได้หากถูกกระทำทางเพศและท้องขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ ผมถึงปิดบังเรื่องนี้กับทุกคนมาตลอด

"แป้งไม่เอาไปบอกใครหรอก เป็นจริงด้วยสินะ แล้วน้ำหนึ่งเคย เออ... มีเซ็กซ์กับใครหรือเปล่า" 

"แป้ง!" คำถามของเธอทำเอาใบหน้าของผมขึ้นสีแดงแปร๊ดทั้งเขิน ทั้งอาย ที่ถูกถามเรื่องส่วนตัว

"ไม่คิดว่าจะซิง แต่ดีแล้วล่ะ เพราะจะได้ราคาดี" 

"อะไรนะ" น้ำเสียงของแป้งดูเปลี่ยนไปชั่วขณะและเบามาก ทำให้ผมถามย้ำเธออีกครั้งว่าเมื่อครู่เธอพูดอะไร

"แป้งหมายถึงดีแล้วล่ะ เก็บไว้ให้คนที่เรารักคงโรแมนติกน่าดู" 

"เราไม่คิดอะไรแบบนั้นหรอก เพราะเราก็เป็นผู้ชาย ให้รักกับผู้ชายด้วยกันคงพิลึก"

ถ้าพิลึกก็คงพิลึกตั้งแต่เกิดมาเป็นแบบนี้แล้ว

 

+ + + + + + + + + + + + 

ความคิดเห็น