Sawanya

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ฝากไว้ก่อน

คำค้น : เล่ห์เผด็จรัก , จอมรวินท์ , ปุริมปรัชญ์ , โรมานซ์ , 18

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 255

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ส.ค. 2563 12:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฝากไว้ก่อน
แบบอักษร

 

“ขอบใจนะ” หญิงสาวเงยหน้ามองชายหนุ่มที่โอบเธอไว้จาก ด้านหลังอย่างงุนงง “ขอบใจที่คุณเลี้ยงลูกของเรามาอย่างยอดเยี่ยม... เขาเป็นเด็กที่น่ารักและสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ผมเคยพบมาจริงๆ คุณคงต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจมาหลายปีกว่าเขาจะโตมาเป็นเด็กดีขนาดนี้”

 

“เคย์เป็นเด็กดีมากค่ะ ตั้งแต่อยู่ในท้องแล้ว เขาไม่เคยทำให้ฉันลำบากเลยสักนิด” เธอไม่ได้พูดเกินไปเลย เคย์เดนเป็นอภิชาตบุตรโดยแท้ ระหว่างที่ตั้งครรภ์ตลอดเก้าเดือน น้อยครั้งเหลือเกินที่นวินดาจะมีอาการ แพ้ท้อง และอาการดังกล่าวก็เป็นเพียงแค่การอยากรับประทานอาหาร ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษเท่านั้น ไม่ถึงกับต้องล้มหมอนนอนเสื่อแต่อย่างใด

 

“แต่คุณคงเหนื่อยมาก...”

 

“การเลี้ยงลูกคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เคย์เดนก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าทุกอย่างที่ทุ่มเทให้เขาไปมันคุ้มค่าที่สุด” หญิงสาวมองดูบุตรชายที่กำลังเพลิดเพลินกับเรือรบจำลองขนาดใหญ่อย่างภาคภูมิใจ ถ้าไม่มีเคย์เดน เธออาจจะไม่มีวันนี้ก็ได้ เพราะในวันที่เธอท้อแท้และรู้สึกสิ้นหวังกับชีวิต จนไม่อยากทำอะไรอีกต่อไป ลูกกลับทำให้เธอต้องสู้ต่อ ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้พวกเธอสองแม่ลูกอยู่รอดต่อไปให้ได้

 

“ผมเสียใจที่ไม่ได้อยู่กับคุณตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา” นวินดาถึงกับสะดุ้งเมื่อเฮย์เดนพูดในสิ่งที่เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้ยินจากปากเขา “ขอโทษที่ในเวลาที่ยากลำบากที่สุด ผมไม่ได้ทำหน้าที่ของสามีและพ่อ...ทำให้คุณต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว”

 

ถ้าเป็นเมื่อก่อน นวินดาคงจะสวนกลับไปแล้วว่าเขาเป็นคนตัดสินใจทอดทิ้งเธอกับลูกเอง แล้วจะมาเสียใจอะไรเอาตอนนี้ แต่น้ำเสียงและแววตาที่แสดงถึงความเสียใจอย่างสุดซึ้งของเขาทำให้เธอถึงกับพูดไม่ออก

 

“มันก็...ไม่ได้ลำบากขนาดนั้นหรอกค่ะ” เธออาจจะต้องละทิ้งความฝันของตนเอง แต่ด้วยความที่ครอบครัวพอมีฐานะอยู่บ้าง แม้ว่ามารดาจะจากไปอย่างกะทันหัน แต่ก็ยังมีพี่สาวและมรดกส่วนหนึ่งที่พอจะทำให้เธอสามารถดูแลตัวเองและบุตรชายได้โดยไม่เดือดร้อนอะไรนัก

 

“ผมรู้ว่าการเป็นแม่ที่ต้องดูแลลูกคนเดียวมานานขนาดนี้มันยากลำบากแค่ไหน...” นวินดาไม่จำเป็นต้องเอ่ยมันออกมา สิ่งที่เธอทำให้ลูกทุกอย่างมันเห็นได้ชัดเจนอยู่แล้วว่าเธอทุ่มเทให้กับเคย์เดนหมดทั้งใจจริงๆ

 

“มันเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว” ถ้าเขาโวยวาย ตำหนิ หรือโยนความผิดให้ เธอยังพร้อมที่จะโต้เถียงและซัดเขากลับไปเต็มที่ แต่เมื่อเฮย์เดนขอโทษด้วยความรู้สึกผิดจากใจแบบนี้ หญิงสาวกลับไม่รู้จะตอบเขาอย่างไรดี

 

“มันเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องสนับสนุนและอยู่เคียงข้างคุณด้วย แต่ผมไม่เคยรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณบ้าง ผมเสียใจที่เกิดความผิดพลาดจนทำให้เรื่องของเราเป็นไปแบบนี้...”

 

“คุณเชื่อแล้วเหรอคะว่าฉันติดต่อคุณมาแล้วจริงๆ?” นวินดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างงุนงง เธอไม่คิดว่าจะมีวันที่เฮย์เดนยอมรับความผิดพลาดของตนเองแบบนี้

 

“ผมเชื่อ...”

 

“ใครบอกคุณคะ? คุณถามคาริน่าแล้วเหรอ? เธอบอกคุณแล้ว ใช่ไหมคะว่าฉันฝากข้อความหาคุณว่ายังไงบ้าง”

 

“เปล่า...แครี่ลาออกไปนานแล้ว ตั้งแต่คุณ...กลับเมืองไทย นั่นแหละ” เขาจงใจละคำว่า ‘หย่า’ ไปเสีย เพราะไม่อยากจะเอ่ยถึงมันอีก

 

“แล้วทำไมคุณถึงเชื่อฉันล่ะคะ?”

 

“เพราะวินดี้ที่ผมรู้จักไม่ใช่คนที่จะปิดบังหรือหนีปัญหา คนที่เลี้ยงเคย์เดนมาตามลำพังได้ดีถึงขนาดนี้ต้องไม่ใช่คนที่คิดอะไรง่ายๆ แบบนั้นแน่” และเมื่อวางทิฐิลง เขาก็พอจะระแคะระคายแล้วด้วยว่าเมื่อหกปีก่อน เกิดอะไรขึ้นลับหลังตนเองบ้าง!

 

“ขอบคุณนะคะที่เชื่อใจฉัน ถึงแม้ว่ามันจะช้าไปหน่อยก็ตาม...”

 

“ผมยินดีที่จะแก้ไขความผิดพลาดทั้งหมดนะวินดี้”

 

“บางอย่างมันก็แก้ไขไม่ได้หรอกค่ะ” ความรู้สึกที่เสียไปและ ความรักที่จบลงไปแล้ว ก็เรียกคืนกลับมาอีกไม่ได้เช่นกัน

 

“ทุกอย่างมันมีทางออกเสมอ เพียงแต่คุณต้องกล้าที่จะก้าวข้ามผ่านอะไรบางอย่างไปเท่านั้นเอง”

 

“ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นความคิดที่ดีหรอกนะคะ เราต่างก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าเพราะอะไรเราถึงกลับมาอยู่ด้วยกันตอนนี้”

 

“คุณคิดว่าเพราะอะไรเราถึงกลับมาอยู่ด้วยกัน?” ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาจนเกือบชิดกับใบหน้าขาวนวลของเธอและกระซิบถามด้วย น้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของนวินดาเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้ง “คุณจะปฏิเสธเหรอว่าระหว่างเราไม่ได้มีความรู้สึกอะไรหลงเหลืออยู่เลย?”

 

“คะ...ความรู้สึกอะไร!” ถ้าจะมีก็มีแต่ความโกรธเกลียดและอาฆาตพยาบาทนั่นแหละ! เธอพยายามบอกตนเองอย่างนั้น แต่เมื่อริมฝีปากหยักสวยเคลื่อนเข้ามาใกล้กลับนิ่งไปด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างความหวาดหวั่นกับรอคอย ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดลงบนริมฝีปากอิ่มส่งผลให้กลีบปากสีชมพูระเรื่อเผยอออกโดยไม่รู้ตัว

 

“คุณแน่ใจเหรอว่าคุณ...ไม่รู้...” สัมผัสจากริมฝีปากของเขาที่แตะโดนริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบาทำให้เรือนกายน้อยๆ เหมือนกับมีประจุไฟฟ้าไหลผ่านจนซาบซ่านไปทั้งตัว หญิงสาวจิกปลายเล็บลงบนท่อนแขนสีแทนสวยและแหงนเงยใบหน้าขึ้นเพื่อรอรับสัมผัสจากเขาราวกับ รวงข้าวที่รอคอยหยาดน้ำฝน

 

“แด๊ดดี้ครับ! มาเล่นเรือรบกันเถอะ!”

 

เสียงของเคย์เดนซึ่งร้องเรียกบิดาทำให้หญิงสาวที่กำลังเคลิบเคลิ้มจนเกือบจะเป็นฝ่ายหยัดกายขึ้นไปมอบจุมพิตให้เขาเสียเองถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะถอยห่างออกมาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำไปจนถึงลำคอและลาดไหล่ที่โผล่พ้นจากคอเสื้อมา

 

ภาพอันงดงามนั้นทำให้เฮย์เดนอยากจะลืมทุกสิ่งรวมถึงลูกชายที่ร้องเรียกเขาอย่างกระตือรือร้นด้วย แต่นอกจากการเป็นสามีแล้ว เขายังมีหน้าที่พ่อที่ดีซึ่งต้องพิสูจน์ให้นวินดาเห็น ชายหนุ่มจึงยอมละมือจาก เรือนร่างน้อยๆ ที่เขาโหยหาในที่สุด

 

“ฝากไว้ก่อนนะ ตอนนี้ผมต้องไปทำหน้าที่พ่อที่ดีก่อน” เฮย์เดนอาศัยจังหวะที่นวินดายังคงตะลึงงันอยู่ก้มลงขโมยจุมพิตจากริมฝีปากนุ่มเบาๆ จากนั้นก็โผนเข้าไปคว้าเจ้าตัวเล็กมากอดฟัดกันไปมา และร่วมเล่นเรือรบจำลองกับบุตรชายอย่างสนุกสนาน

 

รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของมนุษย์เพศชายต่างวัยสองคนที่ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญกับชีวิตของเธอทั้งคู่ทำให้หญิงสาวอดน้ำตารื้นไม่ได้ นวินดามองดูใบหน้าหล่อเหลาที่แนบอยู่กับใบหน้าของบุตรชายซึ่งทำให้เห็นความคล้ายคลึงจนแทบจะเรียกได้ว่าเคย์เดนคือเฮย์เดนขนาดย่อส่วนอย่างเผลอไผล

 

เสี้ยววินาทีนั้นที่เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอ นวินดามองเห็นความรักและความปรารถนาอย่างแรงกล้าภายในดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น มันชัดเจนเสียจนเธออยากจะเชื่อว่ามันมีอยู่จริง แต่ไม่แน่ว่าบางทีอาจจะเป็นจินตนาการเพ้อเจ้อที่เธอคิดไปเองทั้งหมดก็เป็นได้

 

แม้จะตอกย้ำกับตนเองแบบนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า...แต่ลึกๆ แล้วเธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าหัวใจที่เคยคิดว่าจะไม่มีวันหวั่นไหวกับเขาอีกเริ่มสั่นไหวขึ้นทุกที...

ความคิดเห็น