ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2563 13:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

บทนำ 

 

เมื่อเทคโนโลยีก้าวล้ำมากยิ่งขึ้น ความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างร่างกายของมนุษย์ก็เริ่มที่จะเปลี่ยนไปเช่นกัน และผมคนนี้ก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีการเปลี่ยนแปลง บุคคลที่มีเพียงหนึ่งในแสนคนที่จะเกิดขึ้นมาสักครั้ง มันไม่ใช่ความพิเศษในมวลหมู่มนุษย์

ผมเป็นตัวประหลาด...

โดยทั่วไปแล้วมนุษย์จะถูกแบ่งออกเป็นสองเพศคือ เพศหญิงและเพศชาย เพื่อให้กำเนิดลูกหลานสืบเผ่าพันธุ์ไม่ให้สูญสิ้นไปจากโลกใบนี้ และที่ผมบอกว่าผมนั้นเป็นตัวประหลาดเพราะผมไม่ใช่บุคคลสองประเพศที่กล่าวในข้างต้น ผมเป็นบุคคลที่เป็นส่วนเกินของคนหมู่มาก ผมไม่ใช่ผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์และผมก็ไม่ใช่ผู้หญิงเช่นกัน สิ่งที่ผมแตกต่างจากบุคคลสองประเภท คือผมเป็นผู้ชายที่สามารถท้องได้

และตอนนี้ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์ท่านใดที่สามารถออกมาให้คำตอบในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะสัดส่วนประชากรเพศหญิงต่อประชากรเพศชายในโลกใบนี้ยังคงมีสัดส่วนที่เท่ากัน จึงทำให้บุคคลเช่นผมยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก หากประชากรเพศหญิงมีอัตราการเติบโตน้อยกว่าประชากรเพศชายการที่จะไขข้อข้องใจของการเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้คงจะชัดเจนมากยิ่งขึ้น

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการ การคัดเลือกตามธรรมชาติ หรือ Natural Selection 

.

.

 

"วันนี้ไปเที่ยวกันไหม"

"ขอโทษทีนะแป้ง พอดีเราต้องไปทำงานพิเศษ"

ผมรีบเก็บของใส่ในกระเป๋าหลังจากเลิกเรียนวิชาในชั่วโมงสุดท้ายจบลง แล้วเอ่ยขอโทษเพื่อนสาวคนสนิทที่ชวนเขาไปเที่ยวด้วยกันบ่อยครั้ง แต่ที่ผมต้องปฏิเสธเพราะผมต้องไปทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนทุกวัน เพราะที่บ้านของผมไม่ได้มีฐานะมากนัก และการใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นอย่างเช่นการไปเที่ยวก็ทำให้ผมเลือกตัดทิ้งออกไปเป็นอันดับแรก

และเพราะเหตุนี้เองที่ทำให้คนรอบกายถอยห่างจากผม จนผมแทบจะไม่มีเพื่อนหรือเพื่อนสนิทเลย

แป้งคือผู้หญิงที่เริ่มจะเข้ามาสนิทกับผมไม่นานมานี้ เธอเป็นผู้หญิงที่สวยและเรียนเก่ง ฐานะทางบ้านก็เพียบพร้อม จนบางครั้งคนรอบข้างก็มักจะนำผมไปเปรียบเทียบกับเธอบ่อยครั้ง ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าคนอย่างเธอทำไมถึงยอมมาคบกับผม แต่พอถามออกไปก็ไม่ได้คำตอบกลับมาสักครั้ง มันจึงทำให้ผมค่อยๆ หลงลืมมันไป

"ทำงานอีกแล้ว แต่ยังไงวันเกิดแป้งเดือนหน้า น้ำหนึ่งต้องมาให้ได้นะ"

"แต่..."

เธอชักสีหน้าไม่พอใจออกมาทันทีที่ผมกำลังจะปฏิเสธ ก่อนจะกลับมายิ้มอีกครั้งกับประโยคเอ่ยชวนให้ผมไปงานวันเกิดของเธอที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้าที่จะถึงนี้ ซึ่งแน่นอนว่าผมจะต้องปฏิเสธ

"แป้งขอละ ครั้งเดียวจริงๆ ให้แป้งซื้อเวลาน้ำหนึ่งก็ได้ เท่าไหร่ แป้งออกให้"

"ไม่ต้อง"

ผมรีบยกมือปฏิเสธ ถึงผมจะไม่ได้รวยมากแต่ผมก็ไม่เคยขอเงินใครฟรี

"แล้วจะให้แป้งทำยังไงน้ำหนึ่งถึงจะยอมไปงานวันเกิดแป้ง"

"โอเค เราไปก็ได้แต่แป้งจะไม่อายคนอื่นเหรอที่มีเพื่อนอย่างเรา"

เพราะงานวันเกิดของเธอจะต้องจัดขึ้นอย่างหรูหราแน่นอนให้สมฐานะ ผมไม่มีเสื้อผ้าสวยๆ ใส่ ไม่มีของขวัญราคาแพงๆ อย่างใครเขาที่จะมอบให้ ขืนไปก็ทำให้เธอเสียหน้าเปล่าๆ เพราะสำหรับตัวผมแล้วผมไม่สนใจเรื่องปากเสียงของใครนอกจากท้องที่อิ่มของตัวเอง

"ไม่หนิ น้ำหนึ่งน่ารักจะตาย ใครจะมาว่าน้ำหนึ่งละ"

"อืม งั้นเราขอตัวก่อนนะเดี๋ยวจะสายแล้ว"

"ได้ๆ อย่าลืมนะ"

เธอยิ้มอย่างอารมณ์ดีที่ผมยอมรับปากจะไปงานวันเกิดของเธอ แม้มันจะทำให้ผมรู้สึกอึดอัดและไม่เต็มใจเสียเท่าไหร่ แต่ในเมื่อรับปากไปแล้วผมก็ต้องทำตามอย่างที่พูดไว้ แต่ตอนนี้ผมต้องไปทำงานพิเศษที่บาร์เสียก่อน

"สวัสดีครับพี่"

"เออ...รีบไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว"

"ครับ"

ผมยกมือไหว้พี่บีมผู้จัดการร้านที่รับผมเข้ามาทำงานที่นี่ ซึ่งตอนแรกแกจะไม่รับผมเข้าทำงานแล้วเพราะผมอายุไม่ถึงสิบแปดดีนัก ปีนี้ผมอายุเพียงสิบเจ็ดปี ที่ผมเข้ามหาวิทยาลัยเร็วไม่ใช่เพราะผมเรียนเก่งหรอกครับแต่เพราะผมเข้าโรงเรียนก่อนเกณฑ์ไปหนึ่งปี ผมจึงอายุน้อยกว่าเพื่อนที่อยู่ในรุ่นเดียวกัน

ผมเดินไปที่หลังร้านเพื่อหยิบผ้ากันเปื้อนสีดำมาสวมใส่ ส่วนชุดพี่บีมบอกให้ผมใส่ชุดนักศึกษาเหมือนเดิม แค่สวมทับด้านนอกก็ไม่มีใครแยกออกระหว่างชุดทำงานกับชุดนักศึกษาแล้ว

"มาแล้วเหรอน้ำหนึ่ง"

"ครับพี่ทาย" ผมยิ้มให้กับพี่ทายที่เตรียมตัวเดินออกไปดูแลควบคุมงานด้านนอก พีทายคือเพื่อนรุ่นพี่ที่เรียนมหาลัยเดียวกับผมและทำงานที่นี่มาก่อนผมสองสามปี และเป็นคนที่ช่วยขอร้องให้พี่บีมรับผมเข้ามาทำงาน เป็นผู้มีพระคุณของผมโดยแท้จริง และพี่ทายยังเป็นคนสุภาพ อารมณ์ดี คอยให้คำปรึกษา แนะนำผมในเรื่องที่ผมยังไม่เข้าใจการทำงานของที่นี่ในตอนแรกๆ

"พี่ไม่อยากให้เราทำงานที่นี่เลย มันอันตราย"

"ผมดูแลตัวเองได้ครับ แล้วก็ผมเป็นผู้ชาย ไม่มีอะไรอันตรายหรอกครับ" สายตาของพี่ทายที่มองผมอย่างเป็นห่วงนั้นทำให้ผมหัวเราะกลบเกลื่อน ถ้าผมไม่ทำงานที่นี่ ผมก็ไม่รู้จะไปทำที่ไหนแล้ว งานที่รับทำเฉพาะตอนเย็นถึงดึกและได้เงินดีขนาดนี้ ผมบอกแล้วไงครับว่าเรื่องของปากท้องสำคัญกับผมมาก ยิ่งใกล้วันที่จะต้องจ่ายค่าหอพักผมต้องรีบขยันเป็นพิเศษ

"อืม แต่ยังไงก็ระวังตัวเองด้วย" พี่ทายกำชับผมอีกครั้งก่อนจะยอมออกไปดูความเรียบร้อยด้านนอก ผมพรั่งพรูลมหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะไปทำหน้าที่ของตัวเองโดยการเป็นผู้ช่วยทำงานในครัว จัดเสิร์ฟจานอาหารตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งเข้ามา มันไม่ได้ง่ายและไม่ได้ยาก หนักพอตัวเลยครับ

"ไหวไหมน้ำหนึ่ง พี่บอกแล้วว่าไปเป็นเด็กเสิร์ฟ งานสบายแล้วยังได้ทริปเยอะ"

"ผมไม่ชอบนี่ครับ งานในครัวก็สนุกดี" แรงตบลงบนบ่าของผมสองสามทีทำให้ผมหันไปยิ้มให้กับพ่อครัวของที่นี่ พี่จอมแกเป็นผู้ชายที่อายุมากแล้วครับ ชอบพูดไล่ผมแบบนี้ตลอด และผมเองก็รู้ดีว่าการเป็นเด็กเสิร์ฟนั้นมันเป็นยังไง ถึงจะได้เงินเยอะแต่แลกกับการเปลืองเนื้อเปลืองตัวผมก็เลือกทำงานหนักแต่สบายใจเสียดีกว่า

"เสียดายหน้าตาสวยๆ มาทำแบบนี้เสียของหมด"

"ฮ่าๆๆ พี่ก็ชมผมเกินไป ผมก็แค่คนหน้าตาธรรมดาๆ " ผมรีบก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ทุกคนเองก็เริ่มที่จะเงียบมากขึ้นเพราะออเดอร์ที่เข้ามามากทำให้วุ่นวายกันไปหมด จนกระทั่ง...

"พี่จอม พี่จอม! ช่วยไปเสิร์ฟอาหารที่ห้องวีไอพีหน่อยสิ คนของเราไม่พอ"

"ฉันเป็นพ่อครัว จะไปเสิร์ฟได้ไง เจ้าบ้านี่" พี่จอมหันไปเอ็ดใส่คนที่วิ่งหน้าตั้งมาทางนี้อย่างร้อนรน ผมเพียงมองไปทางประตูก่อนจะรีบก้มหน้าทำหน้าที่ของตัวเองต่อ เพราะมันไม่ได้เกี่ยวกับผม

"เอาใครไปก็ได้ ก่อนที่คุณทัพจะไม่พอใจ หมิวก็ดันมาลางานวันนี้ ทำไงดี ทำไงดี"

"น้ำหนึ่งไปเสิร์ฟแทนทีดิ"

"ผมเหรอครับ" ผมชี้มือมาทางตัวเองเมื่อพี่จอมตะโกนมาหาผมอย่างคนที่เริ่มรำคาญที่ถูกรบกวน คนที่ยืนหน้าประตูด้วยท่าทางร้อนรนก็หันมามองผมตาโตแล้วตรงดิ่งมาหาผมเช่นกัน

"เยี่ยม! นายไปทำหน้าที่แทนหมิวเลย ไปเสิร์ฟที่ห้องวีไอพี" เขาสำรวจรอบตัวผมแล้วบอกให้ผมไปทำหน้าที่แทนคนที่ชื่อหมิว ผมมองอย่างไม่เข้าใจก่อนจะมีถาดอาหารวางไว้บนมือแล้วให้ผมเดินออกไปด้านนอก

"ผมไม่เคยทำ" ผมส่ายหน้าไปมา ตั้งแต่มาทำงานที่นี่ผมทำในส่วนหลังร้านตลอดไม่เคยออกไปโซนด้านหน้าเลย

"เอาหน่า แค่ไปเสิร์ฟในห้อง ถ้าคุณทัพสั่งให้ทำอะไรก็ทำไป แค่นี้เองง่ายๆ ได้เงินเยอะด้วยนะ" คนที่บอกให้ผมไปเสิร์ฟกะพริบตาส่งให้ผมแล้วดันหลังผมให้เดินตามไปด้วยกัน ผมถือถาดอย่างเก้กัง แค่เสิร์ฟครั้งเดียวคงไม่เป็นอะไร จนกระทั่งถึงหน้าห้องวีไอพี คนที่ยืนอยู่หน้าผมก็เคาะประตูเบาๆ ก่อนจะได้ยินเสียงอนุญาตด้านใน

คราวนี้ใจของผมเต้นไม่เป็นระส่ำเพราะกลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาดแล้วลูกค้าจะไม่พอใจ

"ขออนุญาตครับ"

ผมมองภายในห้องทันที่ที่เข้ามาด้านใน มันดูเป็นส่วนตัวพอสมควร ห้องกว้างมาก ไม่มีเสียงรบกวนจากทางด้านนอก สมแล้วที่เรียกว่าห้องวีไอพี มีคนที่อยู่ในห้องเพียงสามคน โซฟาตัวใหญ่ล้อมรอบโต๊ะอยู่สี่มุม บนโต๊ะมีเครื่องดื่มมากมายที่ราคาของมันขวดเดียวเท่ากับเงินเดือนของผมทั้งเดือนเลยด้วยซ้ำ ที่ผมรู้เพราะผมทำงานในครัวพวกเครื่องดื่มผมเองก็ต้องจดจำยี่ห้อและราคาของมันเช่นกัน

"เด็กเสิร์ฟคนใหม่เหรอ" คนที่นั่งอยู่บนโซฟาคนหนึ่งถามขึ้นมา มันทำให้ผมเลิกสนใจเจ้าแอลกอฮอล์บนโต๊ะแล้วนำถาดอาหารไปเสิร์ฟเพื่อจะได้ลงไปทำงานด้านล่างต่อ แต่พอผมจะเคลื่อนตัวเดินออกไปแรงจับที่มือทำให้ผมมองผู้ชายที่กำลังยิ้มมองผมเช่นกัน

"เอ่อ...ใช่ครับ เด็กใหม่ของที่นี่ครับคุณตรัย" พี่ที่พาผมมาด้วยพูดด้วยรอยยิ้ม ผมหันไปมองพี่เขาก่อนจะได้รับสายตาบ่งบอกผมให้ผมยอมๆ ไป อย่าทำให้เสียงาน พอผมหยุดยืนนิ่งๆ มือที่จับตรงมือของผมก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นลูบขึ้นลงบนหลังมือแผ่วเบาก่อนจะเคลื่อนไปที่ต้นขาของผม ผมจึงถอยหลังออกไปเล็กน้อย ผู้ชายคนนั้นจึงมองผมอย่างไม่พอใจที่ผมไม่ยอมทำตามความต้องการ

"ขอโทษทีครับ พอดีผมมีงานที่จะต้องทำต่อ"

ผมรู้ว่ามันดูเสียมารยาทแต่ผมกำลังถูกคุกคาม ผมเพียงป้องกันตัวเท่านั้น แล้วช่วงที่ผมก้มหน้ารีบเดินออกจากห้องไป เสียงที่อยู่ด้านในห้องที่ดังทะลุออกมาด้านนอกปนความไม่พอใจ ไม่ได้ทำให้ผมสำนึกผิดที่เลือกกระทำลงไป และแน่นอนว่าการกระทำของผมในวันนี้คงทำให้ผมถูกไล่ออกหรือไม่ก็ถูกตัดเงินเดือนแน่นอน

และเพราะมัวแต่คิดผมจึงไม่ทันระวังตัว เดินไปชนกับใครคนหนึ่งเข้าอย่างจังตรงมุมทางเดินจนเกือบล้มลงที่พื้น

"อ๊ะ...! " แต่แทนที่ผมจะล้มลงไป แรงตวัดโอบที่เอวทำให้ใบหน้าของผมจมไปกับอกของเขาแทน กลิ่นหอมของน้ำหอมราคาแพงที่มีเอกลักษณ์ทำให้ผมรีบเงยใบหน้าขึ้นไปมองช้าๆ เขาเองก็ก้มมองผมเช่นกัน คราวนี้ใจของผมเต้นแรงกว่าเดิม ชายผู้มีใบหน้าหล่อเหล่าไร้ที่ติ ผมเจอคนมาก็เยอะแต่ไม่เคยเจอใครที่ดูดีเท่าเขาคนนี้มาก่อนเลย พอรู้ตัวว่าเสียมารยาทอยู่นานผมก็รีบผละลำตัวออกมาจากอ้อมแขนของเขาแล้วก้มหน้าขอโทษ

"ขอโทษครับ"

"ระวังหน่อย"

แม้แต่เสียงของเขาก็ยังนุ่มทุ้มน่าฟัง เขาปัดเสื้อสูทของตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปในห้องที่ผมจากออกมา โดยที่ผมเองก็เอาแต่มองตามแผ่นหลังของเขาคนนั้นไปจนลับสายตา ทั้งที่ข้างในใจก็เอาแต่เต้นแรงไม่ยอมหยุด

 

 

+ + + + + + + + + + + +  

ความคิดเห็น