Sawanya

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คุณก็รู้ว่าผมต้องการอะไร

ชื่อตอน : คุณก็รู้ว่าผมต้องการอะไร

คำค้น : เล่ห์เผด็จรัก , จอมรวินท์ , ปุริมปรัชญ์ , โรมานซ์ , 18

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 275

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ค. 2563 15:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คุณก็รู้ว่าผมต้องการอะไร
แบบอักษร

“อาหารมาแล้วครับ” อัลเฟรดเดินนำเข้ามาก่อนโดยมีแอนดี้เข็นรถเข็นบรรจุอาหารตามมาติดๆ

 

“โอ้โห! นี่คุณลงมือทำอาหารไทยเลยเหรอคะ?” หญิงสาวอุทานด้วยความประหลาดใจ เพราะแค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วว่าอาหารที่เชฟใหญ่จัดมาให้ในวันนี้เป็นอาหารประจำชาติของเธอ

 

“คุณผู้ชายสั่งให้ทำเป็นพิเศษครับ มื้อค่ำวันนี้เรามีถึงเจ็ดเมนูเลยนะครับคุณผู้หญิง” ทันทีที่อัลเฟรดบอก นวินดาก็หันมามองหน้าสามีอย่างแทบจะไม่เชื่อสายตา

 

เขาเนี่ยนะสั่งให้ทำอาหารไทย? เมื่อก่อนไม่เคยเห็นสนใจเลยสักนิด เธอครุ่นคิดอยู่เพียงชั่วขณะก็นึกขึ้นได้ว่าเขาคงทำเพื่อเอาใจเคย์เดนนั่นแหละ

 

“ถ้าเป็นอาหารไทย เคย์จะชอบกินพวกก๋วยเตี๋ยวนะคะ อาหารเส้นๆ นี่ชอบมากเลยค่ะ” เธอบอกให้เขาทราบ เผื่อว่าครั้งต่อไปหากเขาอยากจะเอาใจลูกจะได้สั่งอาหารถูก

 

“ผมไม่ได้สั่งให้เคย์เดน ผมสั่งให้คุณ ลูกบอกว่าคุณชอบกินอาหารพวกนี้มาก ลองดูซิว่านี่ใช่ของชอบของคุณรึเปล่า” ชายหนุ่มส่งสัญญาณให้อัลเฟรดเปิดฝาสเตนเลสที่ครอบอยู่บนจานอาหารชนิดต่างๆ บนโต๊ะทีละรายการ

 

“คุณหนูเคย์เดนบอกว่าคุณผู้หญิงชอบรับประทานผัก แต่ที่นี่ไม่มีใบเลียงผัดไข่ที่คุณหนูบอกว่าคุณผู้หญิงชอบ ผมก็เลยทำผัดผักรวมมาให้แทนนะครับ”

 

“อ๋อ ใบเหลียงผัดไข่!” เธองงกับสำเนียงของอัลเฟรดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกออกว่าเขาหมายถึงอะไร “ใบเหลียงเป็นผักพื้นเมืองทางใต้น่ะค่ะ สามีของพี่สาวฉันเป็นคนใต้ ทางบ้านของเขาส่งผักสดๆ มาให้เป็นประจำ พวกเราเลยได้อานิสงส์ไปด้วย”

 

“ที่แท้ก็เป็นผักพื้นเมืองนี่เอง! มิน่าตอนผมถามไปที่ไร่ที่เขาส่งผักให้เราเป็นประจ????ำ เขาถึงไม่ทราบว่าเป็นผักอะไร”

 

“รีบหน่อยเถอะ เคย์เดนคงหิวแล้วนะ” เฮย์เดนตัดสินใจยก บุตรชายขึ้นมาอ้างอีกครั้ง เพราะเห็นบรรยากาศกลมเกลียวเข้ากันได้ดีของภรรยากับเชฟประจำบ้านของเขาทีไรก็หงุดหงิดทุกที ทีกับเขาเธอไม่เห็นจะพูดด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่เป็นมิตรขนาดนี้เลย!

 

“ครับผม จานนี้เป็นปลากะพงผัดเปรี้ยวหวาน ส่วนนี่เป็นปลากะพงทอดราดซอสพริก นี่ผัดหอยลาย กุ้งนึ่งมะนาว ส่วนนี่ก็แกงเผ็ดเป็ดย่าง และที่พิเศษที่สุดก็คือกุ้งเผากับน้ำจิ้มซีฟูด หวังว่าคุณผู้ชาย คุณผู้หญิง และคุณหนูจะมีความสุขกับมื้ออาหารนะครับ” ทันทีที่สบตากับนายใหญ่แห่งแฮมป์ตันกรุ๊ป อัลเฟรดก็รับรู้ได้ว่าเขาควรจะรีบชิ่งโดยด่วน แน่นอนว่าหลังจากนี้เขาคงต้องอยู่ห่างๆ และพูดคุยกับนายหญิงให้น้อยลงหน่อยเสียแล้ว

 

“ว้าว! ทำไมทำเยอะขนาดนี้ล่ะคะ? น่ากินทุกอย่างเลย ขอบคุณมากๆ เลยนะคะอัล” อัลเฟรดหน้าเผือดซีดลงไปอีกระดับเมื่อเห็นนัยน์ตาของผู้เป็นนายที่จับจ้องมาราวกับจะคาดโทษ

 

“เอ่อ...อย่าขอบคุณผมเลยครับ ผมก็แค่ทำตามที่คุณผู้ชายสั่ง คุณผู้หญิงควรจะขอบคุณคุณผู้ชายมากกว่านะครับ” เชฟหนุ่มใหญ่รีบส่งสัญญาณให้ผู้ช่วยของตนมารับช่วงต่อ ซึ่งแอนดี้ก็เข้าใจความหมายดี เขาจึงรีบเข้ามาทำหน้าที่ของตนเองโดยด่วน

 

“คุณผู้หญิงจะรับข้าวเลยไหมครับ?”

 

“ค่ะ ตักได้เลยค่ะแอนดี้” นวินดามองดูปริมาณข้าวที่แอนดี้ตักให้แล้วก็อึกอักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะอ้อมแอ้มบอกผู้ช่วยเชฟหนุ่มด้วยใบหน้าที่เป็นสีชมพูระเรื่อด้วยความเขิน “คือ...ขออีกสักสามทัพพีได้ไหมคะ?” พูดจบแล้วเธอก็ทำเป็นหันไปดูแลบุตรชายของตนเอง แต่คนที่ลอบมองเธออยู่อย่างเฮย์เดนกลับยิ้มกว้างออกมาด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่นวินดายังเหมือนเดิม เธอยังมีความสุขกับการกิน ไม่ได้อยู่ในช่วงไดเอตอยู่ตลอดเวลาอย่างผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา

 

“ได้เลยครับคุณผู้หญิง กินเยอะๆ เลยนะครับ”

 

“ขอบคุณค่ะแอนดี้...”

 

“ยินดีครับผม” หลังจากเสิร์ฟอาหารเรียบร้อยแล้ว ทั้งเชฟและผู้ช่วยเชฟก็ออกจากห้องไปเพื่อให้สมาชิกในครอบครัวได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างเต็มที่

 

“คุณแม่ล่ะคะ? อ้อ...ลืมไป วันนี้คุณแม่มีนัดกับครอบครัวคริสนี่นา” ถามออกไปแล้วนวินดาก็นึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อสักครู่นี้แอนโทเนียเพิ่งจะแยกไปรับประทานอาหารค่ำร่วมกับครอบครัวของว่าที่สามีและแอมเบอร์ ส่วนเธอก็โดนเฮย์เดนโทร.ตามจนต้องรีบกลับมาที่บ้านนี่แหละ

 

“กินสิ เดี๋ยวมันจะเย็นเสียก่อน อันนี้ใช่ไหมที่เคย์บอกว่าแม่เขาชอบ?”

 

ลำพังแค่เฮย์เดนสั่งให้ทำอาหารจานโปรดของเธอมากมายขนาดนี้ นวินดาก็ตกใจมากแล้ว แต่นี่เขาถึงกับตักอาหารให้ด้วย ทำเอาเธอถึงกับพูดไม่ออกไปเลย

 

“ใช่ครับแด๊ดดี้ ทั้งหมดนี่ของโปรดหม่ามี้ทั้งนั้น หม่ามี้ต้องกินเยอะๆ นะครับ แด๊ดดี้เขาอุตส่าห์ตั้งใจทำให้หม่ามี้ประหลาดใจ”

 

“ขอบคุณค่ะ” เพิ่งเอ่ยปากขอบคุณยังไม่ทันขาดคำ หญิงสาวก็ต้องอึ้งไปอีกครั้งเมื่อเห็นชายหนุ่มคว้ากุ้งเผาตัวใหญ่ไปนั่งแกะเปลือกอย่างพิถีพิถัน นี่ถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่เลยก็ว่าได้ เพราะคุณชายผู้เพียบพร้อมอย่างเฮย์เดนไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนเลย เขาเกลียดการทำอะไรที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อน ถ้าจะรับประทานอาหารประเภทนี้ เธอจะต้องเป็นคนแกะให้เขา หรือไม่เขาก็จะสั่งให้เชฟแกะเปลือกมาให้เรียบร้อยพร้อมรับประทานเลยเท่านั้น

 

“อูย...” ชายหนุ่มร้องออกมาเมื่อถูกกรีกุ้งตำเข้าไปที่นิ้วมืออย่างแรง หญิงสาวจึงรีบคว้ามือเขามาดูด้วยความเป็นห่วง

 

“เป็นอะไรมากรึเปล่าคะ? ไหนดูหน่อยซิ”

 

สัมผัสจากมือน้อยนุ่มนิ่มที่กอบกุมมือใหญ่และพลิกไปมาด้วยความห่วงใยทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนได้ภรรยาคนเดิมกลับมาอีกครั้ง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองดูหญิงสาวที่เขาไม่เคยลืมเลือนไปจากใจเลยสักวินาทีอย่างไม่อาจละสายตาได้ ไม่เคยมีมือคู่ไหนที่เหมาะเจาะและพอดีกับมือของเขามากเท่ามือคู่นี้ และไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่ทำให้เขารู้สึกผูกพันไปถึงระดับจิตวิญญาณได้เหมือนเธอเลยสักคนเดียว

 

“เจ็บไหมคะ?” นวินดาถามพลางใช้ปลายนิ้วขาวเนียนลูบไล้ปลายนิ้วใหญ่ราวกับจะปลอบโยนให้เขาหายเจ็บ จนกระทั่งเงยหน้าขึ้นสบตาเขาและเห็นประกายตาแรงกล้าจากดวงตาคู่สวย เธอจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไปและรีบปล่อยมือเขาทันที “เอ่อ...มันแกะยาก เดี๋ยวฉันแกะให้ดีกว่านะคะ”

 

“ไม่ต้อง” เฮย์เดนรั้งมือน้อยที่กำลังจะคว้ากุ้งออกไปจากจานของเขาเอาไว้ ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าใบหน้าหวานซึ้งเป็นสีชมพูระเรื่อไปทั้งหน้า “ผมตั้งใจจะแกะให้คุณ” เขาพยายามทำทุกอย่างตามที่แอมเบอร์แนะนำอย่างเคร่งครัด แม้ว่ามันจะขัดกับความเป็นตัวตนของเขามากก็ตาม

 

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันทำเองได้...”

 

“ให้ผมทำให้คุณเถอะนะ อย่างที่ผมบอกนั่นแหละ ผมขอโอกาสดูแลคุณกับลูกบ้าง”

 

“แต่ฉัน...”

 

“อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธสิวินดี้ เวลาห้าปีกว่าเกือบหกปีมันนานมากนะ คุณยังเปลี่ยนไปตั้งเยอะ ผมเองก็ต้องเปลี่ยนไปเหมือนกัน ในเมื่อเราต่างคนต่างก็เปลี่ยนแปลงไป งั้นเรามาลองทำความรู้จักกันใหม่ดีไหม?”

 

“แต่เราตกลงกันแล้ว” และมันก็ดูจะเป็นข้อตกลงที่เหมาะสมและเป็นไปได้มากที่สุดด้วย

 

“คุณก็รู้ว่าผมต้องการอะไร...”

 

เธอรู้เหรอ? เธอจะรู้ได้ยังไง! เธอไม่อยากคิดเองเออเองจนต้อง เจ็บปวดเจียนตายอีกครั้งหรอกนะ!

 

“ฉันไม่รู้หรอกค่ะ ไม่เคยรู้เลย...และก็ไม่ได้อยากรู้ด้วย”

 

“ผมต้องการให้เราอยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไป”

 

นวินดาอยากจะถามว่าเขาพูดแบบนี้เพราะต้องการให้แน่ใจว่าเขาจะมีสิทธิ์ในตัวเคย์เดนตลอดไปใช่ไหม แต่ลูกชายของเธอเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาดมาก เธอไม่อยากให้ลูกได้ยินและจดจำมันไว้ เพราะเกรงว่าวันหนึ่งหากเขาโตขึ้นและรับรู้เรื่องราวทั้งหมดมันอาจจะกลายเป็นปมในใจได้ เธอจึงเลือกที่จะตัดบทไปเสีย

 

“กินเถอะค่ะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียก่อน”

 

“เราต้องคุยกันนะวินดี้”

 

“เรายังมีเวลาคุยกันอีกเยอะ ไว้ค่อยคุยกันทีหลังแล้วกันนะคะ กินข้าวเถอะค่ะ เคย์กินผักด้วยสิลูก” หญิงสาวหันไปตักอาหารให้บุตรชายโดยไม่ได้สนใจพ่อของแกอีกต่อไป

 

มันสายเกินไปแล้ว...เธอไม่ควรจะมาหวั่นไหวอะไรเอาตอนนี้!

 

ชีวิตคนเราควรจะเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่ถอยหลังไปสู่อดีตอันแสนเจ็บปวด อนาคตของเธอไม่ควรมีเขาอยู่ในนั้น ความผิดพลาดคราวนั้น ให้มันเกิดขึ้นครั้งเดียวก็พอแล้ว!

ความคิดเห็น