facebook-icon

มาร่วมค้นหาคำตอบของหัวใจไปพร้อม ๆ กับลลิตนะคะ...

.9. ทำความรู้จัก [100%]

ชื่อตอน : .9. ทำความรู้จัก [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2563 19:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
.9. ทำความรู้จัก [100%]
แบบอักษร

.9. ทำความรู้จัก 

 

 

เฮ้อ 

ทำไมถึงรู้สึกแย่แบบนี้นะ ไม่ชอบภาพก่อนหน้านี้เลยจริง ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะเดินออกจากห้องเพื่อไปเคาะประตูห้องของใครอีกคนด้วยซ้ำ ได้แต่นั่งและเดินวนอยู่ระหว่างโซฟากับหน้าประตูห้องนอนของตัวเอง จนตอนนี้จะสามทุ่มแล้ว 

เสียงเข็มนาฬิกาเดินวนที่เดิมซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น ไม่ต่างไปจากความรู้สึกของฉันเลย อยากรู้ แต่ไม่รู้จะเริ่มถามยังไงดี 

แกร๊ก แอ๊ด 

หืม? 

ยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนของตัวเองพอดี ได้ยินเสียงเหมือนประตูห้องฝั่งตรงข้ามจะมีคนเปิดออกมา จนฉันต้องแอบส่องดู เห็นผู้ชายใส่ชุดสีดำกำลังเดินออกไป เขาเหมือนจะหยุดมองดูอะไรอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปทางลิฟต์ ด้วยความที่อยากรู้ ฉันเลยรีบวิ่งกลับไปหยิบกระเป๋าสะพายของตัวเองเพื่อออกจากห้อง 

ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเขาจะออกไปไหน บางทีเขาอาจจะนัดกับผู้หญิงคนนั้นหรือไม่ก็ออกไปหาใคร กว่าลิฟต์อีกตัวจะมา ฉันเสียเวลาไปหลายวินาทีเลย วิ่งตามลงมาข้างล่างก็เห็นรถบิ๊กไบค์คันหนึ่งขับออกไปซะแล้ว ฉันเดาจากท่าทางว่านั่นอาจจะเป็นพี่เขื่อน ขับรถตัวเองไปคงไม่ทันเลยรีบวิ่งไปเรียกวินมอเตอร์ไซค์ใกล้ ๆ คอนโดเพื่อจะตามพี่เขื่อนไป 

“พี่คะ ตามบิ๊กไบค์คันที่เพิ่งขับออกไปหน่อยนะคะ” 

“ตามผัวเหรอน้อง” 

“ใช่พี่ รีบ ๆ เลยนะ ห้ามพลาด จ่ายไม่อั้น” 

“จัดไปครับ ใส่หมวกกันน็อกด้วย” คงเป็นความโชคดีของฉันที่เปลี่ยนมาใส่กางเกงแล้ว เพราะมันทำให้นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ได้ง่ายขึ้น 

ปกติก็เคยนั่งซ้อนท้ายพี่ชายอยู่บ่อย ๆ นะ แต่พอมาอยู่ในสถานการณ์นี้แล้วตื่นเต้นมาก พี่วินแว้นแบบจัดเต็มมาก หลบหลีกได้เก่งเหลือเกิน สามทุ่มแล้ว รถไม่ค่อยเยอะสักเท่าไหร่ เห็นหลังพี่เขื่อนไว ๆ เหมือนจะตามทันแล้ว 

ตอนนี้หัวใจของฉันเต้นแรงมาก จนพี่เขื่อนขับบิ๊กไบค์เลี้ยวเข้าไปในซอยหนึ่ง ไม่ใช่ซอยเปลี่ยว ดูครึกครื้นพอสมควร เขาขับเข้าไปจนเกือบสุดซอยเลยก็ว่าได้ 

“จะตามต่อไหมน้อง” 

“ตามค่ะ” 

“แต่มันเป็นซอยตันนะ ตามเข้าไปใกล้ ๆ กลัวจะโดนจับได้ น้องลองเดินเข้าไปไหม” 

“อ๋อ ถ้างั้นก็ได้ค่ะ” พี่วินแนะนำดี สงสัยมาส่งลูกค้าแถวนี้บ่อย ๆ จากที่นั่งรถตามมาก็ไม่ได้ห่างจากคอนโดของฉันสักเท่าไหร่ ยกเว้นรถติดจะใช้เวลานาน “เท่าไหร่คะ” 

“ร้อยห้าสิบบาทครับ” ก็ไม่ถือว่าแพง ในระดับที่รีบตามผู้ชาย 

“เอาไปสองร้อยไม่ต้องทอนค่ะ” 

“ขอบคุณครับ โชคดีนะน้อง” 

“ค่ะ” พี่วินอวยพรแปลก ๆ แต่ก็ไม่ได้ถือสาอะไรนอกจากยิ้มตอบพลางยื่นหมวกกันน็อกคืนไปให้ 

เฮ้อ! 

ให้กำลังใจตัวเองก่อน เหมือนมาจับชู้พี่เขื่อนทั้ง ๆ ที่ฉันกับเขายังไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยซ้ำ กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ซอยตัน แต่ระหว่างทางเข้ากลับมีร้านเหล้า แถมยังขายอาหารตลอดแนวทางเดินอีก เป็นซอยที่เจริญพอสมควร 

ฉันไม่รู้ว่าต้องเริ่มตามหาเขาตรงไหน เลยเดินเข้าไปเรื่อย ๆ จนเกือบสุดซอย แต่ก็ไม่เห็นรถพี่เขื่อนแล้ว แถมตรงนี้ยังไม่มีร้านอาหารหรืออะไรอีกนอกจากห้องแถวติด ๆ กัน 

“หายไปไหนของเขาแล้วเนี่ย หรือจะผิดซอย” ยืนบ่มพึมพำกับตัวเองพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ จนกระทั่ง… 

หมับ! 

“อื้อ…” ถึงกับตกใจเพราะปากถูกมือหนาข้างหนึ่งยื่นมาปิดเอาไว้ ดิ้นอยู่นานจนเริ่มสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่คุ้นเคย เพราะกลิ่นน้ำหอมของคนด้านหลังมันแตะจมูกฉันมาก 

งับ! 

“โอ๊ย!” ถึงกับร้องลั่นเพราะโดนฉันกัดฝ่ามือเข้าเต็ม ๆ “กัดพี่ทำไมเนี่ย” 

“ชิ! จะแกล้งลิตเหรอคะ” ถามพลางหมุนตัวหันกลับมามองหน้าพี่เขื่อน เขาไม่ได้ตอบกลับอะไรนอกจากถอดหมวกกันน็อกที่ใส่ออกอยู่ 

“จะตามมาจับผิดพี่เหรอ” 

“พี่รู้เหรอ?” 

“ไม่รู้ก็แปลกแล้วครับ” 

“เปล่าสักหน่อย…” เฉไฉไปงั้นแหละ ไม่กล้ามองหน้าสบตาเขาด้วยซ้ำ รีบเบือนหน้าไปมองทางอื่นแทน “แล้วพี่เข้ามาที่นี่ทำไมคะ” 

“ไหนบอกไม่ได้ตาม” 

“โอเค ลิตตามก็ได้ ลิตแค่อยากรู้ว่าทำไมพี่ต้องออกจากห้องตอนสามทุ่มด้วย” ฉันยอมรับตรง ๆ เพราะถ้าไม่ยอมรับ เขาก็คงไม่ยอมบอกอะไรแน่นอน พี่เขื่อนไม่ได้ตอบอีกตามเคย “ว่ายังไงคะ” 

“ตามพี่มาสิ” พูดพลางยื่นมือข้างหนึ่งมาจับข้อมือของฉันให้เดินตามเขาไปจนสุดซอย เป็นห้องแถวสองชั้น ไม่ได้ดูลึกลับอะไรด้วยซ้ำ แถมคนยังเยอะอีกต่างหาก ทุกสายตาก็พากันหันมามอง 

อยากถาม แต่ไม่กล้าถาม จนพี่เขื่อนพาเดินเข้ามาในร้าน ข้างนอกว่าคนเยอะแล้วนะ ข้างในยังเยอะกว่าอีก 

“อ้าวไอ้…” ผู้ชายคนหนึ่งหันมาทางพวกเรา เหมือนเขากำลังจะทักทายคนข้าง ๆ ฉัน แต่พอหันมาเห็นฉันกลับเงียบไปเสียดื้อ ๆ เลย “พาสาวที่ไหนมาด้วยวะ ปกติมาคนเดียวตลอด” 

“มันตา” 

“หืม? มันตา… ใช่คนที่มึงเคยพูดเอาไว้หรือเปล่า” ฉันไม่รู้ว่าคนตรงหน้าหมายถึงเรื่องอะไร หรือพี่เขื่อนเคยพูดอะไรเอาไว้ เลือกจะยิ้มให้พี่เขาเท่านั้น 

“อืม” 

“สวัสดีครับ พี่ชื่อวินนะ เป็นเพื่อนไอ้เขื่อนมันน่ะ น้องมันตาเป็นน้องสาวของไอ้ฟ้ากับไอ้ครามใช่มั้ยครับ” พี่วินแนะนำตัวพร้อมกับรอยยิ้ม รู้จักกับพี่ฟ้าพี่ครามด้วย เพราะฉะนั้นเขาคงไว้ใจได้ 

“ค่ะ” 

“ได้เจอตัวจริงสักทีนะครับ ปกติได้ยินแค่ชื่อเท่านั้น” 

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” 

พี่เขื่อนไม่ได้ให้ฉันยืนคุยกับพี่วินนานเลยจริง ๆ เขาลากเข้ามาในห้องหนึ่งซึ่งมันทึบมาก ที่ทึบเพราะโทนสีของห้องมากกว่า 

“ไม่คิดว่าพี่จะชอบสีดำ” มองหน้าพี่เขื่อนยิ้ม ๆ แต่ฉันน่าจะเดาออกได้ตั้งนานแล้วเพราะทุกอย่างของเขามันเป็นสีดำแทบจะทั้งหมด ตอนที่อยู่ในห้องของเขาถึงจะไม่ค่อยได้สำรวจอะไรมากมาย แต่จากที่สายตาได้สัมผัส มันก็บ่งบอกแบบนั้น 

“แปลกเหรอ” 

“เปล่าค่ะ พ่อของลิตก็ชอบสีนี้” ฉันไม่รู้ว่าพี่เขื่อนรับรู้เรื่องของครอบครัวฉันมากยังไงบ้าง แต่ฉันไม่เคยอายที่จะบอกใครว่ามีพ่อสองคน เพราะมันเป็นความรักที่พ่อกับแม่ของฉันเลือก แถมพวกท่านยังมีความสุขกันอีกต่างหาก 

“นั่งรอก่อนละกัน” 

“พี่เป็นช่างสักเหรอคะ?” ที่ถามเพราะเห็นอุปกรณ์และแบบลายสักติดอยู่บนผนังห้องเต็มไปหมดเลย 

“ครับ” 

“พ่อลิตก็เคยเป็นนะ แล้วทำไมพี่ถึงทำงานนี้ล่ะ” ถ้าอยากรู้ก็ต้องถาม แต่คนตรงหน้ากลับเงียบไป “ลิตถามได้ใช่มั้ย” 

“ได้ครับ” พี่เขื่อนเหมือนจะได้สติพลางเงยหน้าขึ้นมาตอบฉันพร้อมกับรอยยิ้ม “ถึงพี่ไม่ตอบ ลิตก็ต้องหาคำตอบเองอยู่ดี” 

“ชิ!” เหมือนเขาจะรู้ทันฉันไปซะทุกเรื่องเลยจริง ๆ ไม่มีช่องโหว่ไหนให้ฉันจับสังเกตเขาได้เลย “งั้นพี่ก็ตอบคำถามลิตมาสิคะ ทำไมถึงทำงานนี้” 

“มันเป็นงานเดียวที่พี่อยากทำเวลาไหนก็ได้” 

“ฮะ!” ตกใจกับคำตอบของเขา จนต้องถามต่อ “แต่งานอื่นก็ทำกลางคืนได้นะคะ ไม่ใช่เฉพาะงานนี้” 

“แต่พี่ไม่ชอบคนเยอะ” 

“โอเค ลิตไม่สงสัยแล้วค่ะ” สรุปเรื่องงานของเขาเป็นอันว่าจบ เพราะเขาไม่ชอบคนเยอะเลยเลือกจะทำงานนี้และดูเหมือนจะเป็นงานที่เขารักด้วย 

“มีอะไรจะถามพี่อีกไหม พี่ต้องการสมาธิ” เหมือนเขาจะบอกให้ฉันหุบปากเลยอะ แต่เป็นคำพูดเชิงคำถามสุภาพมากกว่า 

“ตอนนี้ไม่มีแล้วค่ะ ถ้าสงสัยอีกจะขออนุญาตถามนะคะ” 

“ยัยวุ่นวาย” 

“คะ?” เหมือนพี่เขื่อนจะพูดอะไร แต่ฉันได้ยินไม่ค่อยถนัด “เมื่อกี้พี่พูดอะไรหรือเปล่าคะ” 

“เปล่านี่” หันกลับมาตอบฉันพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปสนใจกระดาษตรงหน้าและดินสอที่ถืออยู่ในมือ 

ฉันนั่งมองหน้าเขานิ่ง ๆ ไม่มีคำพูดใด ๆ เอ่ยออกมานอกจากเสียงลมหายใจของพวกเราเท่านั้น เวลาพี่เขื่อนทำงาน เขาดูมีสมาธิมากและเหมือนกำลังอยู่ในโลกของตัวเอง 

แกร๊ก แอ๊ด 

นั่งมองหน้าเขาจนได้ยินเสียงประตูห้องถูกผลักเข้ามาพร้อมกับพี่วิน แต่พอเห็นพี่เขื่อนนั่งทำงานอยู่ก็รีบพูดขึ้นมา 

“โทษที” 

“มีอะไร” 

“วันนี้มึงจะรับลูกค้าไหม” 

“ยังก่อนละกัน รับวันไหนกูจะบอก” 

“ครับ พ่อคนคิวทอง” พี่วินหันมายิ้มให้ฉันก่อนจะปิดประตูห้องเหมือนเดิม ส่วนพี่เขื่อนก็หันไปสนใจกระดาษตรงหน้าต่อ และฉันผู้ที่กลายเป็นอากาศไปโดยไม่รู้ตัว จนอยากสำรวจห้องนี้ 

ไหน ๆ เขาก็ไม่ว่างคุยด้วยแล้ว งั้นขอถือวิสาสะสำรวจห้องหน่อยละกัน 

“จะไปไหนครับ” ขยับตัวลุกขึ้นยืน ยังไม่ทันได้ก้าวขาไปไหนเลย พี่เขื่อนก็ถามขึ้นมาซะก่อน พอหันไปมองก็เห็นสายตาดุ ๆ มองอยู่ก่อนแล้ว 

“เมื่อยค่ะ บิดขี้เกียจ” ตอบพลางยิ้มแหย ๆ ให้เขา แถมด้วยการบิดขี้เกียจ พี่เขื่อนมองเหมือนไม่เชื่อ สุดท้ายฉันก็ต้องยอมนั่งลงที่เดิมแทน 

พี่เขื่อนมองเหมือนไม่เชื่อสักเท่าไหร่ ก่อนจะหันกลับไปสนใจทำงานของเขาต่อ ฉันเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเพื่อฆ่าเวลาแทน จนประตูห้องถูกผลักเข้ามาอย่างแรงอีกครั้งพร้อมกับเสียงเรียกตามของพี่วิน 

“เมย์!” 

“นี่เหรอที่บอกว่าเขาติดงาน” 

ตึกตัก ตึกตัก 

เสียงหัวใจของฉันเต้นแรงมาก เพราะคำถามที่เอ่ยออกมาจากปากของผู้หญิงตรงหน้า ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่สบตากันใกล้ขนาดนี้กับผู้หญิงคนตรงหน้า 

เธอคือคนเดียวกับที่คอมเมนต์ในเฟซบุ๊กพี่เขื่อนครั้งนั้น เป็นคนเดียวกับที่ฉันเห็นเดินออกมาจากห้องของพี่เขื่อนก่อนหน้านี้ 

ตอนนี้เครื่องหมายคำถามมันอยู่ในหัวของฉันเต็มไปหมดเลย ฉันไม่ได้พูดอะไรนอกจากหันไปมองหน้าพี่เขื่อนเท่านั้น เหมือนเขาจะรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไงถึงได้ขยับตัวลุกขึ้นมาหาฉัน 

วันนี้ฉันจะถูกตบไหมเนี่ย? 

 

 

_______________________________________________________________________ 

ตัวละครเริ่มเพิ่ม 5555 เดี๋ยวจะจำไม่ได้อีก 

เขียนลื่นกว่าฟ้าครามอีก 5555555 ลิตจะถูกตบไหม หรือลิตจะตบซะเอง ตอนนี้สั้นเพราะรีบจะนอนแล้ว เผื่อคืนนี้ตัดยางได้ ^^

ความคิดเห็น