เอริณ
email-icon facebook-icon Line-icon

คุณวินมาล้าววววววววว

บทที่ 10 กลายร่าง (50%)

ชื่อตอน : บทที่ 10 กลายร่าง (50%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2563 00:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 กลายร่าง (50%)
แบบอักษร

บทที่ 10 กลายร่าง 

 

“ว่าอะไรนะ!” 

เสียงของมาวินตวาดลั่นจนร่างของชายสูงวัยผู้ทำหน้าที่ดูแลบ้านสั่นสะท้านไปทั้งตัว ตั้งแต่พบกัน นี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มเจ้าของบ้านอารมณ์รุนแรงขนาดนี้ 

“คุณทัศนัยฝากเอาไว้ให้ครับ” 

มาวินกำการ์ดแต่งงานที่เคยเป็นของเขา แต่ถูกขีดฆ่าชื่อของเขา และกวินตราออกแล้วใส่ชื่อของ ‘น้องชาย’ กับ ‘กลอยใจ’ เอาไว้แทน ใบหน้าของชายหนุ่มดำทะมึน กรามแกร่งบดเข้ากันจนเป็นสันนูน เส้นเอ็นขึ้นเขียวเสียจนคนมองกลัวว่ามันจะแตก 

คริสเข้าใจอะไรกระจ่างชัด เพียงเหลือบมองไปข้างๆ ส่งสัญญาณให้คนดูแลบ้านจากไป อีกฝ่ายคล้ายรอเวลา พุ่งตัวจากไปทันที 

คล้อยหลังคนดูแลบ้านพ้นสายตา นัยน์ตาสีฟ้าจึงกรอกกลับมามองเพื่อน ไม่พูดอะไร ไม่ถามอะไร เพียงเดินตามอีกฝ่ายที่หุนหันไปที่รถ แล้วเอ่ยเพียงสั้นๆ ว่า 

“ไปตอนนี้จะได้อะไร” 

ฝีเท้าที่ก้าวไปอย่างหุนหันหยุดชะงักทันที ใบหน้าดำทะมึนคล้ายตื่นจากภวังค์ ดวงตาวาวโรจน์อ่อนแสงลง  

“เพราะฉันขี้ขลาดอีกแล้วสินะ” 

คริสไม่ได้ตอบอะไร เพียงเดินเข้าไปตบไหล่ที่ลู่ลงเบาๆ เป็นเชิงปลอบ 

เพียงเท่านั้น มาวินก็ได้คำตอบของตัวเอง เขาหนีมาตลอด หนีทุกอย่าง หนีทั้งร่างกาย และหัวใจ หากเขากล้าพอ เดินเข้าไปบอกมารดาว่าต้องการแต่งงานกับกลอยใจ หากเขามั่นใจในความรู้สึกของตนเอง ทุกอย่างจะจบลงเช่นนี้ไหม  

กลอยใจจะแต่งงานกับน้องชายเขาหรือไม่  

“กลอยอยากไปจากที่นี่ค่ะ” 

ความปรารถนาเดียวของกลอยใจที่เขาไม่เคยทำให้เธอได้เลย ทว่าวาคินทำได้ และทำได้ดี 

ร่างสูงเดินเลื่อนลอยกลับเข้ามาในตัวบ้าน มุ่งหน้าเลยออกไปยังบริเวณสวนริมน้ำที่มักเป็นที่นั่งประจำของตัวเอง เขาทิ้งกายลงนั่งบนม้านั่ง เหม่อมองอาทิตย์อัสดงตรงหน้า แล้วเม้มปาก กำมือที่วางบนตักแน่น 

“ฉันควรต้องทำยังไง” 

เขาถามออกไปอย่างคนขลาดเขลา หากคริสเองก็ไร้ซึ่งคำตอบ อีกฝ่ายยืนมองนิ่งๆ ก่อนถอนหายใจ แล้วผละออกไปเพื่อให้เพื่อนมีเวลาเป็นของตัวเอง 

หลายชั่วโมงต่อมา คนที่ไม่คาดคิดก็ปรากฏตัว 

วาคินเดินเข้ามาในบ้าน สอบถามคนดูแลบ้านที่ทัศนัยแจ้งว่าคือคนรับเรื่องก็เดินตามเส้นทางที่อีกฝ่ายบอก พอได้เดินดูรอบบ้านอย่างจริงจังถึงพบว่าบ้านริมน้ำของมาวินนั้นกว้างใหญ่ และร่มรื่นสมกับที่อีกฝ่ายใช้เงินเก็บทั้งหมดแอบซื้อไว้ เขาคิดถึงใบหน้าของ ‘เจ้าสาว’ ตนเองแล้วผุดรอยยิ้มมุมปาก 

บ้านหลังนี้พี่ชายของเขาคงซื้อไว้รอเธอ เสียดายที่บัดนี้กลอยใจกลับอยู่อาศัยในบ้านของเขา และในฐานะภรรยาของเขาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 

ฝีเท้าของเขาเข้าใกล้แผ่นหลังห่อเหี่ยวพอสมควร คนที่นั่งเหม่อมองท้องฟ้าที่กลายเป็นความมืดมิด รอบข้างคลาคล่ำไปด้วยด้วงไฟดวงเล็กๆ ริมน้ำฝั่งตรงข้าม ได้ยินเสียงแผ่วเบาเอ่ยถามอย่างเลื่อนลอยขึ้นมาเบาๆ ราวกับรอคอยมาตลอดว่าจะมีใครสักคนเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงนี้ 

“มาแล้วเหรอ” 

“เมื่อเช้าคุณทัศบอกว่าพี่ไม่ได้อยู่ที่นี่” 

บ้านหลังนี้เป็นสถานที่แรกที่เขาสั่งให้ทัศนัยมาตรวจสอบ ทว่าเลขาคนสนิทก็กลับไปพร้อมความล้มเหลว  

“ก็ไม่ได้อยู่ เพิ่งมาถึงเหมือนกัน” 

คำตอบที่ได้ส่งผลให้หัวคิ้วคนฟังขมวดแน่น “ทำไมต้องหนี” 

ถ้าจะหนีทำไมไม่หนีให้พ้น “แล้วทำไมกลับมา” 

คำตอบของคำถามนี้คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก… กลอยใจ 

มาวินไม่ได้ตอบคำถามเหล่านั้น เขาเพียงเงยหน้าขึ้น สีหน้าทึ่มทื่อแล้วเอ่ยถาม 

“นายแต่งงานกับน้องกลอยเหรอ” 

วาคินถอนหายใจ เดินมานั่งลงที่ม้านั่งข้างกายพี่ชายเงียบๆ ชายหนุ่มมองเสี้ยวหน้าที่สะท้อนแสงไฟจากตัวบ้านไม่วางตา มองออกว่าสีหน้าแบบนี้คงมีหลายเรื่องอยู่ในใจ 

“ใช่ ผมแต่งงานกับกลอยใจ” 

ใบหน้าที่สะท้อนแสงไฟเพียงพยักรับ รอยยิ้มปั้นยากกับแววตาระโหยไห้เหลือบมองมา วาคินก้มหน้าลงตอบอย่างจนใจ และไร้หนทาง 

“ผมไม่มีทางเลือก”  

“พี่เข้าใจ” มาวินตอบกลับมาเสียงเบาลงกว่าเดิม ใบหน้ายังคงทึ่มทื่อเช่นเดิม หากแววตนไหวระริกมากว่าเดิม

คาดว่าคงสะเทือนใจกับข่าวนี้เป็นอย่างมาก

วาคินถอนหายใจอีกครั้ง มองใบหน้าของพี่ชายเขม็ง ค้างคาใจในหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องสำคัญ

“กลอยใจไม่รู้หรือว่าพี่รักหล่อน”

คำถามของวาคินธรรมดามาก หากคนตอบกลับสีหน้าหมองลง

“ไม่รู้”

“ทำไมไม่บอก”

บอกแล้วได้อะไร เป็นคำถามที่ตอกหน้ามาวินได้อย่างดี

“ไม่มีประโยชน์” เขารู้จุดจบของความสัมพันธ์ดี มารดาไม่มีวันยอมรับกลอยใจ ต่อให้เขาฝืนรับหล่อนเข้ามาในฐานะภรรยา ผู้หญิงคนเดียวที่เขารักก็คงทุกข์ตรม และเจ็บปวดแสนสาหัสยิ่งกว่าการเป็นเพียงกาฝากในบ้านวรโชติพงศ์หลายเท่า ซึ่งเขาไม่ปรารถนา ที่สำคัญเขากลัว… กลัววันข้างหน้าที่มองไม่เห็นอนาคตของตัวเอง

“ต่อให้พี่ต่อต้านคุณแม่ ฝืนรับน้องกลอยเข้ามาเป็นภรรยา แต่มันก็คงไม่มีความสุขหรอก กลอยต้องทุกข์ใจกับแม่สามีที่ไม่ยอมรับ ส่วนคุณแม่ก็คงเจ็บปวดกับการอาศัยร่วมชายคากับภรรยาของพี่”

วาคินนิ่งเงียบ มองพี่ชายด้วยสายตาเวทนาเช่นเดียวกับที่มอบให้กลอยใจเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

“มันยากนักหรือไงกับความรักเนี่ย” เขาถามเสียงติดตลก หากข้างในไม่ได้ตลกด้วย สงสารพี่ชายพอๆ กับที่สงสารตัวเอง เรื่องมันจะไม่ยุ่งยากขนาดนี้เลยหากคุณหญิงวารีไม่ถือทิฐิ และห่วงหน้าตาทางสังคม ทว่ามารดาของเขาเหมือนไม้แก่ดัดยาก การจะเปลี่ยนความคิดหรือทัศนคติของผู้สูงวัยนั้นยากกว่าให้กลอยใจตัดใจจากมาวินเสียอีก

“ถ้ามันยาก พี่จะอยากมีมันทำไม”

มาวินหัวเราะขื่นๆ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีดำสนิทที่เงียบเหงา และอ้าวว่าง ก่อนตอบ

“ถ้านายมีมันแล้วนายจะเข้าใจพี่เอง”

วาคินนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่จึงเอ่ยเรียกพี่ชายออกมา “พี่วิน”

เขากลืนความรู้สึกของ ‘ส่วนเกิน’ ทิ้งไปแล้วเอ่ยต่ออย่างยากเย็น

“ผมเป็นแค่เจ้าบ่าวตัวแทน พี่ต่างหากคือเจ้าบ่าวตัวจริง”

มาวินหัวเราะเสียงขื่น ส่ายหน้า แล้วตอบกลับด้วยความรวดร้าวใจ

“วาต่างหากเจ้าบ่าวตัวจริง”

เขาก็แค่… คนขี้ขลาดที่เอาแต่หนีทุกอย่างราวกับหมาจนตรอก ไม่เคยเงยหน้าขึ้นต่อสู่กับความไม่ต้องการของตัวเองสักครั้ง สิ่งที่ทำได้มีเพียงก้มหน้ายอมรับ หรือไม่ก็… หนี เช่นที่ทำวันนี้เท่านั้นเอง เขาไม่มีความกล้าหรือพลังมากพอจะปกป้องใคร แม้กระทั่งตัวเอง

“คุณวาย้ายออกไปแล้วเหรอคะนมแม้น” เสียงของอัยรินไม่เบานัก จนนมแม้นที่กำลังได้รับการบีบนวดจากสาวน้อยต้องจุ๊ปากดุเบาๆ อย่างไม่จริงจังนัก แต่ก็เอ่ยปากตอบ

“ใช่ค่ะ คุณวาสั่งให้คุณทัศหาบ้านให้หรือมีบ้านอยู่แล้วนมก็ไม่แน่ใจค่ะ หอบข้าวหอบของที่ติดตัวมาตั้งแต่เมืองนอกกับของส่วนที่คุณชายกีรติมอบให้ติดตัวไปแค่นั้น พวกของที่ซื้อหาหรือได้มาจากเงินของส่วนกลาง เธอไม่ได้เอาไป แม้กระทั่งรถเบนซ์คันที่ใช้ประจำค่ะ”

อัยรินพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ พอจะรู้ว่าพี่ชายคนนี้เป็นคนเช่นไร ถ้าจะไป ต่อให้มีแค่ตัวเขาก็จะไปแค่ตัวจริงๆ

“แบบนี้อัยย์ก็คงเจอพี่วายากแล้วใช่ไหมคะ แต่งงานแล้ว มีภรรยาแล้วแบบนี้”

นมแม้นยิ้มบางๆ เอื้อมมือมาลูบแก้มนวลแล้วเอ่ยตอบ “เจอได้ค่ะ แต่ก็บ่อยมากไม่ดี เพราะคุณกลอยเธออาจรู้สึกไม่ดี เข้าใจไหมคะ”

ต่อให้นมแม้นไม่บอก เธอก็ไม่คิดจะล้ำเส้นของคำว่าน้องนอกไส้อย่างแน่นอน ยิ่งวาคินมีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายไปแล้ว แม้ทั้งสองจะแต่งงานกันเพราะความจำเป็น แต่อย่างไรพี่ชายนอกไส้ของเธอก็ได้ชื่อว่าเป็นหนุ่มไม่โสดไปแล้ว แต่กับอีกคน…

“แล้วคุณมาวินละคะนม ไม่ใช่ว่ามีใจให้พี่กลอยเหรอคะ” แม้จะเคยพบกันไม่กี่ครั้ง แต่สำหรับอัยรินแล้วกลอยใจน่าเรียกว่า ‘พี่’ มากกว่าคนบางคนหลายเท่านัก

นมแม้นนิ่งไปพักใหญ่ จึงค่อยๆ เอ่ยตอบออกมาเสียงเบา

“ไม่มีทางเป็นไปได้หรอกค่ะ” ไม่ว่าอย่างไรก็ยากเย็น ทิฐิในใจของคุณหญิงวารี แม้แต่ท่านก็ยังไม่อาจทำลายลง ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษการเลี้ยงดูจากต้นตระกูลอันสูงศักดิ์ อันขาดมารดาเป็นผู้สั่งสอนนั่นแหละ

ถ้าคุณหญิงวารีเรียนรู้ความรักจากแม่ได้มากกว่านี้ ก็คงไม่กลายเป็นภูเขาหินที่เยือกเย็น แข็งแกร่ง หากก็ด้านชา

อัยรินพยักหน้ารับเบาๆ เข้าใจความหมายของนมแม้นเป็นอย่างดี การได้ใกล้ชิดคุณหญิงวารีมานาน และท่านมักเปิดเปลือยความในใจให้ฟังตั้งแต่ยังเด็กจึงส่งผลให้หญิงสาวรับรู้นิสัยใจคอของผู้มีพระคุณพอสมควร

“พี่กลอยเป็นคนดี” อัยรินบอกอย่างสัตย์จริง ตั้งแต่ได้รับรู้ความยากลำบากของพี่สาวคนนั้น ชีวิตในวันวานของเธอกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปทันที

เมื่อสมัยเด็กเธอทุกข์มาก หากก็ไม่ยาวนานจนเกือบเป็นทั้งชีวิตเช่นกลอยใจ

 

**** เนื้อหายังมีติดขัดต้องขออภัยนะคะ 

 

ฝากหนูอัยย์กับมาวินด้วยนะคะ  

เนื้อหาที่ลงยังไม่มีการปรับแก้ ตรวจคำผิด  

อาจมีบางส่วนผิดพลาดต้องขออภัยด้วยนะคะ 

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด ทุกๆ เรื่องเลยนะคะ 

 

 

รัก... เอริณ 

ความคิดเห็น