แทคฮยองจี
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ช่วยใจดีกับเราด้วยนะคะ

น่านฟ้าล่ารัก 19

ชื่อตอน : น่านฟ้าล่ารัก 19

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ค. 2563 22:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านฟ้าล่ารัก 19
แบบอักษร

 นับจากวันนั้นถึงวันนี้ก็ย่างเข้าหนึ่งสัปดาห์แล้วที่ผมเข้าไปทำงานที่บริษัท พนักงานหลายคนรวมถึงผู้บริหารระดับสูงหลายท่านไม่ยอมรับผมเพียงเพราะผมอายุยังน้อยทั้งยังไม่เคยมีผลงานอะไรเป็นที่ประจักษ์ และทำให้ทุกคนยอมรับ 

ดังนั้นในวันนี้ที่เป็นการประชุมประจำเดือนและเป็นการประชุมร่วมกับผู้บริหารหลายคนและผมก็เตรียมตัวมาตลอดทั้งสัปดาห์เพื่อที่จะทำให้พวกเขายอมรับผมให้ได้ และในเวลานี้ผมก็กำลังยืนหอบเอกสารเต็มสองแขนโดยไร้ซึ่งเลขาข้างกาย ก็ยัยตัวดีคนนั้นโทรมาลากะทันหันก่อนเข้าประชุมเมื่อสักครู่ แล้ววาระการประชุมในส่วนของผมนั้นผมก็ต้องมาเตรียมเอง

"คุณแสงเหนือป้าช่วยค่ะ" 

"ขอบคุณครับ" 

ถึงจะมีคนไม่ชอบ และไม่ยอมรับในการทำงานของผมแต่คนที่ดีกับผมก็ยังมีเช่นป้าแม่บ้านเข้ามาเตรียมเบรกในห้องประชุม ความจริงพวกป้าแม่บ้านใจดีกับผมมากๆ รวมทั้งพวกพี่รปภ.ด้วย ทุกคนช่วยเหลือผมมากกว่าพวกพนักงานเสียอีก

"นี่คุณทำเองหมดเลยหรือคะ"

"ครับ"

"งั้นป้าเตรียมขนมให้คุณสองชิ้นดีกว่า เผื่อประชุมแล้วจะหิวนะคะ" ป้าแม่บ้านใจดีมากเขาเพิ่มขนมในจานให้ผมอีกชิ้น ซึ่งปกติผู้เข้าร่วมการประชุมจะได้ขนมคนละหนึ่งชิ้นกับเครื่องดื่มคนละอย่าง

ก่อนเวลาประชุมเพียงสิบนาทีเท่านั้นที่ผมเข้ามาเตรียมตัวรอ เหล่าผู้บริหารและผู้จัดการฝ่ายต่าง ๆ ก็เริ่มทยอยเข้ามานั่งในห้องประชุม ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผมซึ่งนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ

เมื่อทุกคนมาครบก็เริ่มการประชุมกันได้ วาระการประชุมส่วนใหญ่เป็นเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ซึ่งเป็นปัญหาของทุกบริษัทนั่นแหละทั้งกำไร ขาดทุน บริษัทนี้ก็ไม่ได้ต่างกัน และนอกจากเรื่องพวกนี้แล้วก็มีเรื่องจิปาถะอย่างเช่นการจัดซื้อจัดจ้าง ทรัพยากรบุคคล ผมเงยหน้าจากกระดาษสรุปเนื้อหาในมือขึ้นมองกราฟบนจอกับผู้จัดการฝ่ายสักฝ่ายที่กำลังรายงานอยู่

"ขอโทษครับช่วยย้อนกลับไปสไลด์ที่..." ผมเว้นวรรค และก้มมองกระดาษเนื้อหาในมือ "อ๋อ สไลด์ที่กราฟก่อนหน้าครับ" 

ผมเห็นเขาชักสีหน้าแต่ก็ยอมกดย้อนกลับไปให้ผม พร้อมกับคำถามที่ถูกถามกลับมาอย่างเช่น ผมอธิบายไปแล้วคุณไม่เข้าใจตรงไหน นี่เขาคิดว่าตัวเองเป็นอาจารย์ที่กำลังสอนเด็กมหาลัยหรือยังไง แต่เมื่อเจอมองกลับด้วยสายตานิ่ง ๆ ถึงยอมเงียบปากและเริ่มพูดใหม่อีกรอบ ผมเองก็จดตามที่เขาบอก ซึ่งมีหลายจุดที่เหมือนเขาจงใจข้ามไปไม่ยอมพูดถึงซึ่งมันคือจุดที่เหมือนจะไม่สำคัญ แต่ถ้าเราแก้ปัญหาที่จุดนั้นก็น่าจะเป็นประโยชน์ได้เช่นกัน

การประชุมใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมง จนกระทั่งมาถึงเรื่องสุดท้ายนั่นคือ การเสนอให้ปลดผมออกจากตำแหน่งพวกเขามีเหตุผลร้อยแปดกับการบีบผมออกจากตำแหน่ง 

"จากเหตุผลที่ทุกคนยกมา ผมต้องขอน้อมรับเอาไว้และขอบอกว่าผมจะปรับปรุง และรีบปรับตัวให้เข้ากับที่นี่ให้ได้ ส่วนเรื่องที่บอกว่าผมยังไม่มีประสบการณ์บริหาร ผมขอแย้งนะครับ ผมพึ่งทำงานได้สัปดาห์เดียวเท่านั้นจะให้เห็นผลรวดเร็วมันก็คงเป็นไปไม่ได้" ผมพูดยาวเหยียดแบบที่ปกติไม่ค่อยพูดเท่าไหร่

"คุณจะพิสูจน์ยังไง" ชายแก่ผมสีดอกเลาหนึ่งในผู้บริหารพูดขึ้น 

"นั่นน่ะสิ ที่นี่ไม่ใช่ที่ฝึกงานสำหรับมือใหม่นะครับ"

ผมยิ้มแล้วตวัดสายตามองทั้งสองคน "แล้วผมดูไม่เหมือนมืออาชีพหรือครับ"

"..."

"ทุกท่านผมรู้นะครับว่าผมอ่อนวัยวุฒิ กว่าทุกท่าน ทั้งประสบการณ์ในการบริหารก็ยังมีไม่มากแต่สิ่งที่ผมมีคือความตั้งใจจริงที่อยากจะพัฒนาบริษัทให้เติบโต และก้าวหน้า"

"คำพูดแบบนี้ใคร ๆ ก็พูดได้ทั้งนั้นแหละ"

"ใช่ๆ" ทุกคนส่งเสียเห็นด้วย แต่ผมไม่ยอมแพ้หรอก

"ภายใน 1 เดือนผมจะทำให้รายรับบริษัทเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์"

หลังจากคำพูดคำนั้นของผมจบลงพวกเขาก็หันไปซุบซิบกันเสียงดัง แต่ผมไม่ได้สนใจหรอก ผมกล่าวปิดประชุมและออกมาจากห้องประชุมเพื่อให้พวกเขาได้วิจารณ์เรื่องที่ผมพูดเมื่อครู่ได้สะดวก

 

 

 

ในตอนเย็นผมแวะรับเจ้าอ้วนที่โรงเรียนกลับบ้านพร้อมกันเหมือนปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือวันนี้คุณน่านฟ้าเป็นคนที่มารับผมที่ทำงานด้วยตัวเอง

"เดี๋ยวผมเข้าไปรับลูกคุณรอตรงนี้นะครับ"

"ครับ"

ผมลงจากรถเดินหาคุณครูที่รอส่งเด็กกลับบ้านหน้าประตูโรงเรียน เมื่อคุณครูเห็นผมก็รีบเข้าไปเรียกสกายและพาส่งให้จนถึงมือของผม

"สกายสวัสดีครับคุณครูก่อน"

"สวัสดีค้าบ คุณครู" สกายยกมือไหว้คุณครูแล้วก็หันมายิ้มให้ผมจนเห็นฟันเรียงกันสวย 

“ป่ะครับ คุณพ่อรออยู่” ผมบอก เจ้าสกายตาโตเชียวคงดีใจที่วันนี้คุณน่านฟ้ามารับด้วยตัวเองทั้งยังมาพร้อมกับผมอีก 

ผมเดินจับมือกับลูกมาขึ้นรถเจ้าอ้วนรีบยื่นหน้ามาแทรกระหว่างเบาะคนนั่งและเบาะคนขับ พูดเจื้อนแจ้วเป็นนกแก้วนกขุนทอง ปกติเขาก็ชอบเล่าเรื่องเพื่อนที่โรงเรียนให้ฟังอยู่แล้ว มันค่อนข้างดีที่เขาชอบเล่าเรื่องของตัวเอง เพราะผมกับคุณน่านฟ้าก็ไม่ค่อยมีเวลาให้เขา บางทีก็ต้องยอมรับว่าอาจจะเผลอละเลยไปบ้าง 

“สกายวันนี้มีการบ้านไหมลูก” 

“มีค้าบ” 

“ทำอะไรลูก” 

“ระบายสีค้าบ” เจ้าสกายตอบเสียงสดใส ก็วิชาวาดรูประบายสีนี่เป็นวิชาโปรดของเขาล่ะ วันไหนได้ทำการบ้านวิชานี้จะกระตือรือร้นเป็นพิเศษ 

...

...

...

อาหารมื้อเย็นนี้เป็นอาหารไทยและกุ้งของโปรดของเจ้าสกายเหมือนทุก ๆ วัน เจ้าอ้วนค่อนข้างกินข้าวเยอะกว่าปกติไม่รู้เขาไปทำอะไรมา 

“ทำไมวันนี้กินเยอะจังเลยลูก” 

“วันนี้คุณครูให้เล่นเกม หนูเล่นเหนื่อยมากกินข้าวไม่อิ่มค้าบ” 

“อ่อ แล้วหนูเขาข้าวอีกไหมครับ” ผมถาม 

“หนูอยากกินของหวาน” 

“ได้ครับ เดี๋ยวหม่าม๊าไปดูให้นะครับ” 

ผมเดินเข้าไปขอของหวานในครัวมาให้เจ้าอ้วนก่อนเดี๋ยวจะได้พาไปอาบน้ำแล้วทำการบ้าน เข้านอน ของหวานวันนี้เป็นทับทิมกรอบเจ้าประจำที่แม่บ้านซื้อมา เป็นของชอบคุณน่านฟ้าและคุณพ่อของเขา ผมขอแบ่งมานิดหน่อยไม่อยากให้ลูกกินเยอะเดี๋ยวฟันผุ 

พอกินข้าวเย็นเรียบร้อยแล้วคุณน่านฟ้าก็พาลูกไปทำการบ้านส่วนผมนั้นไปช่วยงานในครัว พอขึ้นไปที่ห้องนอนลูกเห็นว่าเจ้าสกายนอนคว่ำหน้าระบายสีอยู่บนพื้น ส่วนคุณน่านก็นั่งเช็กตารางงานในมือถือ 

“ทำอะไรครับ” 

“เช็กตารางบิน อาทิตย์นี้พี่ว่างหนูกับลูกอยากไปไหนไหมครับ” 

“ไม่เอาดีกว่า ผมต้องทำงาน” 

“เหนื่อยไหมครับ” คุณน่านฟ้ารั้งร่างของผมเข้าไปกอดแล้วหอมแก้ม หอมคอฟอดใหญ่ 

“เหนื่อยครับ แต่ผมทำได้ไม่ต้องห่วงนะ” ผมใช้มือประคองหน้าของเขาและจุ๊บเบาๆ 

“อ้อนจังเลย วันนี้มีอะไรหรือเปล่า?” 

“มีครับ เดี๋ยวลูกหลับแล้วเล่าให้ฟังนะ” 

“อือ” 

เกือบ 3 ทุ่ม กว่าเจ้าอ้วนจะหลับและผมทั้งสองคนก็กลับมาที่ห้องของตัวเอง คุณน่านฟ้าเข้าไปอาบน้ำก่อนส่วนผมก็เตรียมเสื้อผ้าชุดนอนไว้ให้ตามปกติ แล้วก็เปลี่ยนกันอาบน้ำ ก่อนจะมานอนอยู่ข้าง ๆ กัน

คุณน่านฟ้านอนเล่นไอแพดเหมือนเดิมส่วนผมกำลังนั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับการตลาด การบริหารต่างๆ อยู่ข้างๆ 

“หนูบอกว่ามีเรื่องอะไรจะเล่าให้พี่ฟังนะ” คุณน่านฟ้าวางไอแพดลงที่ข้างเตียงแล้วหันมาถามผม 

“อ่อ เรื่องบริษัทครับ” 

หลังจากนั้นผมก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง คุณน่านฟ้าดูสีหน้าเครียดมาก แต่ก็คอยพูดให้กำลังใจตลอด วงแขนแกร่งยกขึ้นโอบไหล่ผม รั้งตัวจนขึ้นไปนอนเกยบนตักของเขา 

ฟอดดดด 

“หอมจัง ทำไมตัวพี่ไม่หอมเหมือนหนู” 

“อะไรครับเนี่ย” 

“ก็หอม” 

ว่าแล้วก็กดจมูกหอมตามซอกคอผมไปเรื่อยมือก็ลูบไปมาตามเนื้อตัวผมเป็นหนวดปลาหมึก และคงไม่ต้องว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น กว่าจะได้นอนก็เกือบตี 2 พรุ่งนี้ไปทำงานสายแน่ 

 

 

 

แล้วก็เป็นไปตามที่คิดเพราะวันนี้ไปทำงานสายจริงๆ กว่าจะถึงบริษัทก็เกือบ 9 โมงแล้ว หลายคนมองหน้าผมแล้วยิ้มเหยียดใส่ แต่ผมไม่ได้สนใจหรอกนะ ผมรีบขึ้นไปที่ห้องทำงานทันทีไม่มีเวลาเสวนากับใครทั้งสิ้น แต่เมื่อมาถึงห้องทำงานที่หน้าห้องกลับไร้เงาของเลขาสาว 

“ขอโทษนะครับ เลขาผมไปไหน” 

“อ่อ เธอบอกว่าคุณไม่เข้าเลยกลับไปแล้วค่ะ” 

“อ๋อครับ” 

เออดีจริง เด็กเส้นนี่มันดีจริง ๆ ที่บอกว่าเป็นเด็กฝากของผู้บริหารสักคนในบริษัทน่าจะจริงแล้วแหละ แค่เขามาสายแต่มะโนเอาเองว่าผมไม่มา แล้วถ้าผมไม่มาเธอมีสิทธิอะไรที่จะไม่มาทำงาน 

ผมเดินกลับห้องแล้วเริ่มทำงานของตนเอง แล้วอย่างแรกที่จะทำเลยคือ การจัดการระบบเส้นสายของที่นี่ แต่วันนี้ผมไม่มีเลขาให้ช่วยงานเลยดังนั้น 

 

ประกาศ 

รับสมัคร ตำแหน่งเลขานุการ ผู้รักษาการแทนประธานกรรมการบริษัท จำนวน 1 อัตรา  

คุณสมบัติ  

• เพศหญิง อายุ 25 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 40 ปี 

• สามารถใช้คอมพิวเตอร์และโปรแกรมพื้นฐานได้อย่างดี  

• มีความรับผิดชอบในหน้าที่ มีความกระตือรือร้นในการทำงาน  

 

ติดต่อที่ : บริษัท xxx  

โทร : xxx-xxxxxxx 

ประกาศ ณ วันที่ xx/xx/xx 

 

 เอกสารประกาศรับสมัครแบบง่าย ๆ ที่ผมพึ่งทำเสร็จถูกสั่งปริ้นออกมาหลายแผ่นก่อนที่ผมจะนำมันไปติดที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ของแผนกต่าง ๆ รวมถึงการโพสต์ลงบนเว็บไซต์หางานต่าง ๆ 

แล้วหลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนในบริษัทเพราะดูท่าเลขาของผมคนนี้จะเป็นคนที่หลายคนรู้จัก และในช่วงบ่ายยัยเลขาตัวดีที่แอบหนีงานก็โผล่หัวเข้ามาในห้องทำงานผมทันที

ปึง!

"นี่มันอะไรคะ? คุณประกาศแบบนี้คือไล่ฉันออกหรอ?"

"เข้าใจถูกนี่ครับ ผมติดต่อฝ่ายบุคคลแล้วก็การเงินให้จัดการเรื่องค่าตอบแทนของคุณแล้ว" ผมตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

"นี่! คุณรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร คุณได้คิดถึงผลกระทบที่จะตามมาหรือเปล่า" เธอยังคงโวยวาย และพยายามที่จะบอกว่าตนเองมีเส้นสายใหญ่โตในบริษัทนี้มากแค่ไหน

"ทราบครับว่าคุณน่ะ เป็นลูกสาวของคนหนึ่งในบอร์ดบริหารของเรา" ผมตอบไปตามตรงถึงความสัมพันธ์พ่อลูกกับผู้บริหารคนหนึ่ง "คุณคิดว่าเรื่องพวกนี้ผมจะไม่รู้หรอ? ถ้าเรื่องเล็ก ๆ พวกนี้ผมไม่รู้ผมคงไม่มาทำตำแหน่งนี้ ผมไม่รู้ว่าเมื่อก่อนคุณทำงานยังไงแต่ผมไม่ชอบคนที่ไม่มีความรับผิดชอบในหน้าที่ ไม่ชอบ คุณอายุมากกว่าผม อาวุโสกว่าผม แต่ในบริษัทนี้ผมคือเจ้านาย"

"หึ๋ย! ฉันจะฟ้องคุณพ่อ! คุณเดือดร้อนแน่"

"ครับ เชิญไปฟ้องเลย"

เธอฟึดฟัดและเดินออกไป ผมได้แต่ถอนหายใจและก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ จนช่วงเที่ยงก็ได้เวลากินข้าวกลางวัน ผมลงมากินข้าวที่โรงอาหารของบริษัทหลายคนมองผม แต่ผมไม่สนใจก็แค่มากินข้าวไม่เห็นจะแปลกแต่ก็พอจะเข้าใจพวกเขาได้เพราะที่นี่นอกจากผมแล้วก็ไม่เห็นผู้บริหารคนไหน แม้แต่ผู้จัดการผมก็ไม่เห็น

"เอากะเพราหมูสับ แกงจืด ไข่เจียวครับ" 

"กินแบบนี้ทุกวันไม่เบื่อหรอคะท่าน"

"อย่าเรียกผมว่าท่านเลยครับ" ผมบอกแล้วรับจานข้าวและยื่นคูปองอาหารให้แม่ค้า

ที่นั่งในโรงอาหารค่อนข้างน้อยและแออัดเมื่อเทียบกับจำนวนพนักงานที่มาพักทานอาหารกลางวัน ผมเลือกที่นั่งด้านในสุดพยายามจะนั่งหลบมุมให้มากเพราะไม่อยากให้พนักงานต้องเกร็งกันมาก 

ติ๊ง! ติ๊ง! 

เสียงแจ้งเตือนจากแอพแชทสีเขียวปรากฏชื่อของผู้ที่ส่งเข้ามา 

เปี๊ยก : พี่แสงทำไรอะไรจ๊ะ

เปี๊ยก : พี่ว่างช่วยแนะนำที่ฝึกงานให้ผมกับไอ้ไฟได้ไหม 

ผมกดเข้าไปอ่านก็เห็นข้อความจากเปี๊ยกรุ่นน้องที่เคยในอพาร์ทเม้นท์เดียวกัน ขอให้ผมแนะนำที่ฝึกงานให้ จะว่าไปนี่ก็เป็นช่วงของการฝึกงานพอดี ดังนั้นผมจึงพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว 

เปี๊ยกเป็นเด็กเรียนเก่ง ขยัน มีความรับผิดชอบ ส่วนไฟรายนั้นค่อนข้างดื้อ แต่เรียนรู้เร็ว และมีความคิดสร้างสรรค์มาก สังเกตจากงานที่เคยทำ ดังนั้นถ้าผมเผลอปล่อยคนที่มีความสามารถไปก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย สู้ให้เขามาทำงานกับเราดีกว่า 

 

 

 

การทำให้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้น 20% ภายในเวลาหนึ่งเดือนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ผมต้องทำงานมากขึ้นเป็น 2 ถึง 3 เท่า ตั้งนั้นในช่วงหลังมานี้ผมจึงกลับบ้านค่ำบ่อยๆ เช่นเดียวกับวันนี้ที่ผมเหลือผมนั่งทำงานในชั้นอยู่ห้องเดียว 

ตื้ดดด 

‘คุณสามี’ 

ผมหยิบมือถือขึ้นมาเป็นชื่อของคุณน่านฟ้าที่เขาแอบเอาไปบันทึกชื่อใหม่หลังจากที่เราตกลงคบกัน คุณน่านฟ้าโทรมาถามว่าเมื่อไหร่จะกลับ หิวลูกถามหาแล้ว ผมเองก็รู้สึกแย่เหมือนกันแต่จะให้ทิ้งงานไปก็ไม่ได้ เพราะเดิมพันครั้งนี้มันสูงมาก และผมจะต้องชนะ 

ดังนั้นจึงสรุปที่คุณน่านฟ้ามาเตรียมข้าวเย็นใส่ปิ่นโตมาให้ รวมถึงพาลูกมาด้วย เห็นท่าเจ้าอ้วนคงงอแงและคุณน่าฟ้ารับมือไม่ไหวแน่ๆ ในเวลาประมาณ 1 ทุ่ม คุณน่านฟ้ากับเข้าอ้วนก็มาถึงบริษัทพร้อมกับข้าวกล่องที่เอามาให้ผม 

“หม่าม๊า” เจ้าสกายเป็นคนแรกที่เข้ากอดและปีนขึ้นมานั่งบนตักของผม พร้อมกับซุกหน้าอ้อน 

“อ้อนอีกแล้ว มีอะไรครับ” 

“คิดถึงหม่าม๊าค้าบ” ตอบโดยไม่ยอมปล่อยผมและซุกหน้ากับอกแบบนั้น 

“แสงเหนือพักมากินข้าวก่อนดีกว่า” 

“ครับ” เพราะเข้าอ้วนไม่ยอมปล่อยให้ผมเป็นอิสระจึงต้องอุ้มมาด้วย 

“สกายมาหาคุณพ่อ ให้หม่าม๊ากินข้าวครับ” 

“ไม่เอา” 

“ไม่งอแงครับ มาเร็วหม่าม๊าหิวข้าวแล้ว” คุณน่านฟ้าทำเสียงดุ เจ้าอ้วนเกาะผมแน่ขึ้นไปอีก 

“ไม่เป็นไรครับปล่อยแกเถอะ” 

“งั้นพี่ป้อนข้าวหนูแล้วกัน กินเองคงไม่ถนัด”

เพราะเจ้าอ้วนเกาะผมเป็นลูกลิงไม่ยอมปล่อยคุณน่านฟ้าจึงอาสาป้อนข้าวให้ผมแทน นี่สินะที่เรียกว่าอภิชาตผัว พอกินข้าวแล้วผมก็ต้องเปิดห้องให้คุณน่านฟ้าพาเจ้าอ้วนเข้าไปนอนเล่นในส่วนของห้องนอนที่ซ่อนอยู่หลังตู้เสื้อผ้า

“โอ้โห ห้องทำงานมีห้องนอนซ่อนไว้ด้วย” 

“ครับ ตอนแรกที่เห็นก็ไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็คิดว่ามันต้องมีประโยชน์ ตอนนี้ก็ได้ใช้แล้ว” ผมตอบยิ้มพร้อมเข้าไปในห้องนั้นด้วย 

“แล้วหนูเหลืองานเยอะไหม” 

“อีกนิดหน่อยครับ ยังไงก็รอก่อน” ผมตอบแล้วยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู “ไม่เกิน 3 ทุ่มครับ” 

“โอเค พี่กับลูกนอนรอในนี้นะ” 

“ครับ”

กว่างานจะเสร็จก็เกือบ 3 ทุ่มครึ่ง ผมเข้าไปในห้องเห็นว่าเจ้าอ้วนหลับแล้วจะปลุกก็กลัวตื่นแล้วไม่ยอมนอนดังนั้นในตอนนี้สิ่งที่ทำได้คือการที่ผมค่อย ๆ ประคองร่างของลูกชายขึ้นไปบนหลังของพ่อของเขาให้แบกไปที่รถ 

“หนูนั่งกับลูกนะ พี่ขับรถเอง” 

“ได้ครับ” 

เมื่อมาถึงรถเจ้าอ้วนก็ถูกเปลี่ยนให้มานอนบนตักของผม เจ้าอ้วนขยับตัวเล็กน้อยซุกลงกับอกแล้วหลับต่อ คุณน่านฟ้าเปิดเอาผ้าห่มที่ท้ายรถมาคลุมตัวให้ผมกับลูกแล้วอ้อมไปนั่งประจำฝั่งคนขับแล้วออกรถกลับบ้าน

 

TBC 

ไม่มีอะไรจะทอล์คค่ะ นอกจากจะบอกว่าถ้ามีคำผิดขอโทษด้วยนะคะ ตอนนี้พิมพ์ในมือถือ 95% เลยไม่ได้เช็กด้วย ขอลงไปก่อนแล้วจะเข้ามาแก้ให้อีกที ขอบคุณทุกคนที่คอยเม้นเป็นกำลังใจกันนะคะ 

 

 

 

ปกมาแล้ว เหลือแค่คนซื้อแล้วนะตอนนี้55555 มีแน่ๆเลยคือ e-book ส่วนเล่มทำมือไม่คอนเฟิร์ม คนสั่งน้อยหนังสือก็จะแพงมันไม่คุ้ม ค่าใช้จ่ายมันหลายส่วน

ปกนี้คือทำเองเลย edit เองเลย ฟ้อนต์ชื่อเรื่องกันนี้คือเราเขียนเองกับมือเลย ภูมิใจ TT ไม่เคยทุ่มเทอะไรขนาดนี้นั่งเขียนอยู่นานมากกว่าจะได้ที่ถูกใจ แต่ก็แอบไม่สวยนิดๆ แต่มันสวยที่สุดในแบบที่เขียนแล้ว 55555 ส่วนรูป ซื้อมาeditเอาค่ะแม่ ฉันไม่ได้มีฝีมือวาดรูปขนาดนั้น 5555 

 

 

 

 

ความคิดเห็น