facebook-icon

มาร่วมค้นหาคำตอบของหัวใจไปพร้อม ๆ กับลลิตนะคะ...

.8. ปฏิเสธรัก [100%]

ชื่อตอน : .8. ปฏิเสธรัก [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2563 20:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
.8. ปฏิเสธรัก [100%]
แบบอักษร

.8. ปฏิเสธรัก 

 

 

ความตั้งใจแรกหลังออกมาจากบ้านคือกลับไปคุยกับพี่เขื่อนให้รู้เรื่อง แต่พอขับรถผ่านร้านผัดไทยเจ้าประจำที่พี่อินชอบซื้อไปฝากเวลาเขาไปหาฉันที่คอนโด กลับอยากซื้อไปฝากเขาซะดื้อ ๆ 

คงเพราะอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ความรู้สึกระหว่างฉันกับพี่อินยังเคลียร์ไม่ชัดเจน ฉันอาจจะเคลียร์ แต่เขาไม่เลยจริง ๆ ฉันเลือกจะตีไฟเลี้ยวเพื่อหาที่จอดรถและลงไปต่อคิวซื้อผัดไทยกุ้งสดไปฝากเขา สั่งแบบพิเศษซะเลย เอาไว้กินกันสองคน ร้านนี้เปิดขายตั้งแต่เที่ยงวันยันของหมด ลูกค้าเยอะตลอด เป็นร้านเล็ก ๆ แต่สูตรไม่เล็กและไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ 

เมื่อถึงคิว ฉันก็สั่งผัดไทยอย่างที่ใจคิด รอแค่ไม่นานก็ได้ของตามต้องการ หิ้วถุงผัดไทยกลับไปที่รถ ขับรถมุ่งหน้าไปยังคอนโดของพี่อินทันที อยู่ห่างจากคอนโดของฉันไม่เท่าไหร่ มาบ่อยประหนึ่งอีกห้องของตัวเองก็ว่าได้ แม้แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยยังจำหน้าฉันได้เลย ส่งยิ้มหวานให้ก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน กดลิฟต์ขึ้นไปชั้นพี่อินจนมาถึง แต่ก็ไม่ได้เข้าไป แม้ว่าฉันจะมีคีการ์ดห้องของเขาก็ตาม 

ตู๊ด ๆ 

หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาเขาทันที ฉันเดาว่าพี่อินต้องอยู่ที่ห้อง เพราะวันนี้เขาหยุดงาน รอสายแค่ไม่นานพี่อินก็กดรับ 

“สวัสดีค่ะ” 

(หายปวดหัวแล้วเหรอครับ) น้ำเสียงปกติเอ่ยถาม รู้สึกผิดนิดหน่อยที่โกหกเขาออกไปก่อนหน้านี้ 

“หายเป็นปริดทิ้งเลยค่ะ อยู่ไหนคะ” 

(อยู่ห้องครับ) 

“ดีเลย” 

(ดีอะไรครับ) 

“มาเปิดประตูให้ลิตหน่อยสิคะ รออยู่หน้าห้องแล้ว” 

(ครับ?) น้ำเสียงเหมือนแปลกใจ ก่อนจะเงียบไป ได้ยินเสียงฝีเท้าแทนจนประตูห้องเปิดออก 

“เซอร์ไพรส์” ผายมือพร้อมกับรอยยิ้ม แต่พี่อินกลับขมวดคิ้วให้ฉันแทน “ไม่ดีใจเหรอคะ หรือว่าแปลกใจ” 

“แปลกใจมากกว่าครับ แล้วมาได้ยังไง” 

“ช่างมันเถอะค่ะ ลิตซื้อผัดไทยเจ้าประจำมาฝากพี่ด้วย ขออนุญาตเข้าห้องนะคะ” พูดพลางก้าวขาเข้าไปอยู่ในห้องของเขา ถอดรองเท้าเดินเข้าครัวเพื่อจะจัดการกับผัดไทยในมือ พี่อินเดินตามเข้ามาในครัวติด ๆ 

“พี่ให้คีการ์ดห้องไว้ไม่ใช่เหรอครับ” 

“ใช่ค่ะ แต่ลิตกลัวจะเจอเซอร์ไพรส์มากกว่าไง เลยโทรหาพี่ดีกว่า” เงยหน้าขึ้นไปฉีกยิ้มกว้างให้พี่อิน เขาเองก็ยิ้มตอบกลับมา 

“เดี๋ยวพี่จัดใส่จานเองดีกว่า” 

“ไม่เป็นอะไร ให้ลิตทำเถอะค่ะ” ฉันว่าพลางยกจานที่เตรียมเอาไว้หลบมือของพี่อินที่ยื่นมา “พี่ไปนั่งรอที่โซฟาก็ได้ค่ะ” 

“แน่ใจนะครับ” 

“แน่สิคะ เดี๋ยวลิตตามออกไป” 

“ครับ” สีหน้าพี่อินเหมือนไม่ค่อยเชื่อใจฉันสักเท่าไหร่ แต่ก็ยอมเดินออกไป ฉันเลยจัดการเทผัดไทยใส่จานก่อนจะยกออกไปวางตรงหน้าเขา เดินกลับเข้ามาเพื่อเตรียมน้ำดื่มอีกสองแก้วเดินกลับออกไปและนั่งลงข้าง ๆ พี่อิน 

“เรียบร้อย กินได้ค่ะ” พี่อินไม่ได้พูดอะไรนอกจากหันมายิ้มให้ฉันเท่านั้น นั่งกินผัดไทยกันสนุกเชียว 

“ปากเลอะ” 

“คะ?” เงยหน้าขึ้นไปมองเขา แต่ปากกลับมีเส้นผัดไทยคาอยู่ จนพี่อินยื่นปลายนิ้วโป้งมาเกลี่ยตรงริมฝีปากให้อย่างอ่อนโยน 

ฉันไม่ได้ขยับหนีหรือรู้สึกอะไรเป็นพิเศษเลยจริง ๆ เสียงหัวใจไม่ได้เต้นแรงเหมือนเวลาอยู่กับพี่เขื่อน มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ความรู้สึกที่ฉันมีต่อพี่อินมันบริสุทธิ์จนเกินไปและมันเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ได้จริง ๆ 

“ขอบคุณนะคะ” 

“ครับ” ยิ้มให้พี่อิน นั่งกินผัดไทยกันต่อจนอิ่ม พี่อินเป็นคนเก็บก่อนจะเดินกลับมานั่งข้าง ๆ ฉันพร้อมกับช็อกโกแลต “เผื่อลิตไม่อิ่มครับ” 

“โห่! ช็อกโกแลต แต่ลิตอิ่มแล้ว ขอเก็บไว้กินอันนึงนะคะ” พี่อินยิ้มให้พลางส่ายหัวไปมา 

“ลิตไม่ได้ตั้งใจจะซื้อผัดไทยมาให้พี่อย่างเดียวใช่มั้ย” 

“ใช่ค่ะ ลิตจะมาดูหนังกับพี่อินด้วย” 

“หืม?” 

“เปิดทีวีสิคะ” พี่อินดูงง ๆ แต่ก็ทำตามที่ฉันบอก เขาเปิดทีวีและเลื่อนหาช่องที่มีหนังฉายอยู่ 

นั่งดูทีวีกับพี่อินไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคน พี่อินดันเลือกหนังแนวแอบรักซะงั้น แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร ตอนเศร้าคือสุด ๆ แต่ตอนมีความสุขคือยิ้มตามเลยทีเดียว นั่งดูกันจนหนังสือ ถึงจะเป็นแนวแอบรัก แต่ในทีวีมันสมหวังไง 

“ถ้าชีวิตพี่เหมือนหนังเรื่องนี้ก็คงดีสินะ” 

“ทำไมคะ?” หันไปมองหน้าพี่อินพร้อมคำถาม เขาเองก็หันมามองหน้าฉันยิ้ม ๆ เช่นกัน 

“เพราะความรักของพี่ในตอนนี้มันไม่มีทางสมหวังยังไงล่ะครับ” ฉันเงียบ ไม่ได้ตอบกลับอะไรพี่อินในทันที นอกจากขยับเข้าไปหาเขาพลางเอื้อมมือไปกุมมือทั้งสองข้างของเขาเอาไว้ 

“พี่อิน ลิตขอโทษที่ตอบรับความรู้สึกของพี่ไม่ได้” 

“พี่รู้ว่าสักวันลิตก็ต้องคุยเรื่องนี้จริงจัง พี่เอาแต่หลอกตัวเองและพยายามให้ความหวังตัวเองมาโดยตลอด ทั้ง ๆ ที่สายตาของลิตไม่เคยมองพี่เปลี่ยนไปจากพี่ชายคนหนึ่งเลย” น้ำเสียงปกติ แต่แววตาของเขากลับดูเศร้า “แต่พี่ก็ทำใจตัดลิตออกไปจากชีวิตตอนนี้ไม่ได้อยู่ดี” 

“แต่ถ้าพี่ไม่ตัดใจ พี่ก็ต้องเจ็บอยู่แบบนี้และลิตก็คงไม่มีความสุข” 

“พี่พยายามแล้ว แต่ก็ยังทำไม่ได้ ขอเวลาพี่หน่อยได้ไหมครับ” พี่อินยิ้มให้ฉันตลอด แต่แววตาของเขากลับเศร้าลง 

“ลิตขอโทษที่เห็นแก่ตัว ขอโทษที่ตอบรับความรู้สึกของพี่ไม่ได้ ขอโทษค่ะ” 

พี่อินเงียบไป เขาไม่ได้พูดอะไรนอกจากเม้มปากเข้าหากันจนแน่นเท่านั้น ความรู้สึกตอนนี้คือไม่โอเคเลยจริง ๆ แต่มันต้องเคลียร์ให้เข้าใจ ไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่สามารถก้าวข้ามเรื่องค้างคาใจนี้ไปได้สักที 

“ลิตไม่ผิดหรอก พี่ผิดเอง” 

“พี่อินเลิกยึดติดกับลิตเถอะนะคะ แล้วมองไปข้างหน้า เพราะยังมีใครอีกหลายคนที่พี่มองข้าม ลิตเชื่อว่าสักวันพี่อินจะเจอคนคนนั้น” 

พี่อินเงียบอีกแล้ว เขาไม่ได้พูดอะไรนอกจากยิ้มให้ฉันเท่านั้น ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งของพี่อินค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมาประคองใบหน้าของฉัน ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไปมาแผ่วเบาที่หางตาของฉัน 

“สายตาคู่นี้ของลิตไม่เคยมองมาที่พี่ด้วยความรู้สึกเป็นอื่นเลยจริง ๆ มันแตกต่างจากที่ลิตมองหมอนั่นโดยสิ้นเชิง แค่เสี่ยววินาทีที่เป็นเห็น มันก็ทำให้พี่รับรู้ได้แล้วว่าหัวใจของลิตไม่เคยมีใครเข้าไปได้เลย นอกจากหมอนั่น” พี่อินชักมือของเขากลับไปพลางเบือนหน้าไปมองทางอื่น ภายในห้องเงียบสงัดขึ้นมาทันที 

ฉันไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย ไม่ชอบอะไรหลาย ๆ อย่าง ฉันอยากให้ตรงหน้าคือพี่อินทัชคนเดิม คนที่อ่อนโยนและมักยิ้มให้ฉันเสมอ 

“ลิตขอโทษที่รู้สึกแบบนั้นกับพี่ไม่ได้ ลิตพยายามแล้ว แต่ก็เปลี่ยนความรู้สึกของตัวเองไม่ได้จริง ๆ ลิตอยากให้พี่เป็นพี่ชายที่แสนดีตลอดไป คำพูดลิตคงเหมือนคนเห็นแก่ตัว ถ้าใจของพี่พร้อม… ลิตยังรออยู่ที่เดิมเสมอนะคะ พี่ชาย” 

ฉันลุกจะลุกขึ้นยืน เอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายพลางหมุนตัวก้าวขาเพื่อจะออกจากห้องของพี่อิน แต่กลับต้องชะงักไปเพราะอ้อมกอดจากคนด้านหลังที่ลุกตามมาสวมกอดฉันเอาไว้จนแน่น 

“อยู่กับพี่ก่อนได้ไหม” 

“อย่าทำแบบนี้เลยพี่อิน ถ้าพี่ยังยึดติด พี่ก็ไม่มีทางก้าวข้ามลิตไปได้หรอก” 

“ขอร้อง… อยู่กับพี่ก่อนได้ไหมครับ” น้ำเสียงอ่อนของเขามันดูแตกต่างไปจากที่เคยเป็นมาก เขาอ่อนแอและฉันไม่ควรอยู่ตรงนี้เพื่อซ้ำเติมแผลเดิม 

“ลิตขอโทษ พี่ปล่อยให้ลิตกลับเถอะ” 

“ลิต…” ฉันไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากรั้งฝ่ามือของพี่อินให้ปล่อยกอดออกพลางหมุนตัวหันกลับไปมองหน้าเขา “พี่ระ…” 

“อย่าทำร้ายตัวเองอีกเลย ลิตขอตัวก่อนนะคะ” ฉันพูดแทรกขึ้นมาก่อนจะรีบพาตัวเองออกจากห้องของพี่อิน 

รู้สึกแย่นะ แต่มันต้องจบ ฉันควรปฏิเสธเขาแบบจริงจังสักที ไม่ใช่ทำตัวเหมือนให้ความหวังเขาไปวัน ๆ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น พี่อินคงไม่มีทางตัดใจจากฉันได้จริง ๆ สักที ไม่ว่าจะยังไง ฉันก็รักเขาไม่ได้อยู่ดี 

 

ขับรถกลับคอนโดพร้อมกับความรู้สึกที่โล่งใจ แต่กับใครอีกคนคงไม่ใช่แบบนั้น ฉันใจร้ายกับเขามาก ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนเดียวที่คอยมองและดูแลฉันมาโดยตลอด แต่ความรู้สึกคือไม่รัก ฉันไม่ควรจะฝืนเพราะมันมีแต่จะทำให้เขาเจ็บ 

RRRRR 

คิดอะไรเพลิน ๆ จนเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา เบอร์ปลายสายคือพี่ฟ้า บางทีเขาคงได้คุยกับพี่อินแล้ว ฉันเลือกจะกดรับสายทันที 

“สวัสดีค่ะ” 

(ลิตแน่ใจแล้วใช่มั้ย?) มันเป็นคำถามที่ทำให้ฉันต้องเงียบ ที่พี่ฟ้าถามแบบนี้เพราะเขารู้เรื่องที่ฉันปฏิเสธพี่อินตรง ๆ แล้วสินะ 

“ลิตจะไม่ถามว่าพี่รู้ได้ยังไง แต่คำตอบของลิตคือใช่ค่ะ” 

(พี่รู้ว่าลิตไม่ได้โง่นะ) 

“ใช่ และลิตก็ไม่มีทางเป็นคนโง่ในสายตาของใครด้วย” 

(ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร ลิตอย่าลืมว่ายังมีพวกพี่อยู่ข้าง ๆ เสมอ) 

“การวิ่งไล่ตามใครคนหนึ่งมันเหนื่อยมากเลยนะ วิ่งตามทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรมันเหนื่อยยิ่งกว่าอีก แต่ลิตคงมีต้นแบบที่ดีล่ะมั้ง ถึงจะรู้ว่ามันยาก ก็ยังพยายามจะวิ่งตามเพราะความรู้สึกที่มีมันบอกว่าใช่คนนี้” 

(เดี๋ยวนี้หัดยอกย้อนพวกพี่งั้นเหรอ) 

“เปล่าสักหน่อย… ลิตแค่อยากลองพยายามให้กับความรู้สึกของตัวเอง เหมือนกับที่พวกพี่พยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษาพี่ไลเอาไว้” 

(มันไม่เหมือนกัน…) 

“แต่สำหรับลิต มันไม่ได้ต่างกันเลย สัญญาว่าจะใช้สติสำหรับทุกเรื่อง เชื่อใจลลิตได้เลยค่ะ” 

(เก่งให้ได้ตลอดละกัน) 

“น้องสาวพวกพี่เก่งอยู่แล้วค่ะ” 

(ครับ ยัยตัวแสบ) 

คุยกับพี่ฟ้าต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะกดวางสาย นั่งอมยิ้มกับตัวเองคนเดียวในรถ จนขับรถมาถึงคอนโด ก้าวขาลงจากรถ แหงนหน้าขึ้นมองตึกสูง ๆ เบื้องหน้าของตัวเองพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นแรง 

“ตอนนี้ลิตแค่อยากรู้ว่าความทรงจำของพี่ ยังมีลิตอยู่เหมือนเดิมไหม” เอ่ยออกมาพลางสาวเท้าก้าวเข้าไปในคอนโด เดินเข้าไปกดลิฟต์ขึ้นชั้นที่ตัวเองพักอยู่ 

ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นแรง ลิฟต์เปิดออกพร้อมกับรอยยิ้มของฉัน แต่กลับต้องชะงักเมื่อภาพเบื้องหน้าทำให้หัวใจของฉันชาไปหมด ปฏิกิริยาบางอย่างทำให้ร่างกายของฉันต้องรีบหลบใครอีกคนทันที 

ฉันเห็นเธอ แต่เธอไม่เห็นฉัน ก็เหมือนกับใครอีกคนที่ไม่รู้ว่าเมื่อกี้ฉันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องของเขานั่นแหละ ผู้หญิงที่แสนคุ้นเคย ฉันจำเธอได้เป็นอย่างดี เพราะเธอเป็นคนเดียวกับที่ปลายนิ้วของฉันเผลอไปกดไลก์คอมเมนต์หนึ่งที่เธอแสดงความคิดเห็นในโพสต์เฟซบุ๊กของพี่เขื่อน… 

ฉันไม่ได้อยากกลับมาเจอภาพนี้สักหน่อย… 

“พี่เกือบทำทางเลือกของลิตเขว” 

อย่าเชื่อเพียงสายตาสัมผัสไปซะทุกอย่าง ฉันจะเตือนตัวเองแบบนี้ก็แล้วกัน และสุดท้ายฉันก็เลือกเดินกลับเข้าห้องของตัวเองก่อน ขอตั้งหลักใหม่ละกัน เพราะความกล้าที่มีทั้งหมดก่อนหน้านี้ มันหายไปพร้อมกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว 

 

 

___________________________________________________________ 

เอสอยากเขียนแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่อยากรีบไป มันต้องเคลียร์ไปทีละจุด ถ้าใครไม่ชอบหรือขัดใจ ไม่แนะนำให้อ่านนะคะ 5555555555555 มันแล้วแต่อารมณ์คนเขียนจริง ๆ พล็อตมันขึ้นอยู่ตรงนี้เลยค่ะ 

แต่ถ้าใครชอบความท้าทาย ความตื่นเต้น ต้องอ่านตามไปเรื่อย ๆ นะคะ จะพยายามไม่ดองหลายวัน ยกเว้นว่าเอสจะไม่ว่างเขียนจริง ๆ บางวันติดภารกิจ แล้วพอมืดก็ต้องนอนเร็วเพราะกรีดยาง ตอนนี้ก็ควรได้เวลานอนแล้วเช่นกัน 

ขอบคุณที่รอติดตามกันนะคะ 

ความคิดเห็น