Sawanya

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คนเราไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรักเสมอไป

ชื่อตอน : คนเราไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรักเสมอไป

คำค้น : เล่ห์เผด็จรัก , จอมรวินท์ , ปุริมปรัชญ์ , โรมานซ์ , 18

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 309

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2563 00:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คนเราไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรักเสมอไป
แบบอักษร

 

 

“คนเราไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรักเสมอไปหรอกแอนนี่” 

 

“นี่เธอจะหมายความว่าเธอไม่ได้รักพี่ชายฉันเหรอ?”

 

“เธอก็รู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับเขา แต่ที่เธออาจจะยังไม่รู้ก็คือเขาไม่ได้รู้สึกเหมือนฉัน”

 

“เหลวไหลน่า! ถ้าเขาไม่ได้รักเธอ เดนนี่ไม่มีทางแต่งงานกับเธอเด็ดขาด นี่ยังไม่นับว่าเขาเพิ่งจะแต่งงานกับเธอเป็นครั้งที่สองด้วยนะ!”

 

“เราไม่ได้...ช่างเถอะ!” อธิบายไปก็เปล่าประโยชน์ เพราะไม่มีใครที่จะเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดนี้ได้ดีเท่ากับตัวเธอเองแล้ว

 

“ถ้าเดนนี่ต้องการเบรนน่า เขาไม่จำเป็นต้องปิดบังความรู้สึกและลักลอบอะไรเลย เธอก็รู้นี่คุณพ่อชอบเบรนน่ามากขนาดไหน”

 

ก็เพราะเธอรู้น่ะสิ ถึงได้หลีกทางเพื่อให้เขาทำอะไรให้มันถูกต้องเสียที!

 

“บางทีเขาอาจจะเพิ่งรู้ตัวว่าเขา...มีใจให้กับเธอหลังจากที่พวกเราแต่งงานกันแล้วก็ได้”

 

“บ้านเราสนิทกันมาตั้งแต่ฉันจำความได้แล้วนะ ถ้าเดนนี่จะคิดอะไรกับเบรนน่า ก็คงไม่ต้องรอมาจนถึงป่านนี้มั้ง!” แอนโทเนียถอนหายใจออกมาด้วยความอัดอั้น เพราะไม่ว่าจะพูดอย่างไร นวินดาก็ไม่เชื่อและดูจะปักใจ ไปแล้วว่าพี่ชายของเธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเบรนน่า “ก็ได้...งั้นถ้าเธอเชื่อว่าเขามีคนอื่นจริง ทำไมถึงไม่เปิดอกคุยกับเดนนี่เสียล่ะ?”

 

“เราคุยกันเรียบร้อยตั้งแต่หกปีก่อนโน่นแล้ว”

 

“คุยกันแล้ว? แล้วเขาว่ายังไง?”

 

“เขาไม่ได้ปฏิเสธ...ซึ่งนั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับคำตอบ”

 

 

“ตลกน่า! ถึงเขาไม่ได้ปฏิเสธ แต่เขาก็ไม่ได้ยอมรับไม่ใช่เหรอ?” แอนโทเนียรู้จักพี่ชายของตนเองดี เฮย์เดนคงจะทั้งโมโหและเสียใจที่ภรรยาของตนเองไม่เชื่อใจมากกว่า ถึงได้เลือกที่จะไม่อธิบายอะไรให้นวินดาเข้าใจ ซึ่งนั่นคงยิ่งทำให้เพื่อนสนิทของเธอเข้าใจผิดไปกันใหญ่

 

“ฉันคิดว่าการที่เขาไม่ปฏิเสธมันก็ชัดเจนอยู่แล้วนะแอนนี่”

 

“ชัดเจนอะไรกัน! เธอไม่คิดเลยเหรอว่าเธออาจจะเข้าใจผิดก็ได้!”

 

“ฉันไม่ได้เข้าใจผิดแน่ เธอรู้ไหมว่าฉันยังจำได้ทุกคำว่าวันนั้นเขาพูดอะไรบ้าง! เขาบอกฉันด้วยตัวเองว่าอย่าคิดว่าตัวเองสำคัญมากพอที่จะ...” นวินดากล้ำกลืนก้อนแข็งๆ ที่พุ่งขึ้นมาลงไปในลำคอ ก่อนจะควบคุมความรู้สึกจนพูดได้อีกครั้ง “มาจุ้นจ้านวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของเขา”

 

“โธ่ วินดี้...” ฟังแล้วแอนโทเนียก็อดสงสารและเห็นใจนวินดาไม่ได้ พี่ชายของเธอเป็นคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีมาก เมื่อภรรยาแสดงออกว่าไม่เชื่อใจในตัวเขา เฮย์เดนคงจะตอกกลับมาอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้รู้เลยว่ามันยิ่งเป็น การโหมเชื้อไฟให้รุนแรงมากขึ้นไปอีก “เดนนี่คงไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ หรอก เขาเป็นที่หนึ่งมาตลอด ไม่เคยมีใครสงสัยในการกระทำของเขา ทุกคนเชื่อมั่นและเชื่อใจในตัวเขามาก คนเดียวที่เขายอมอ่อนข้อให้บ้างก็มีแต่เธอ พอเธอไม่เชื่อใจและกล้าตั้งคำถามในเรื่องที่เขามั่นใจว่าตัวเองไม่ผิด เขาก็คงโกรธนั่นแหละ เลยพูดแบบนั้น ทำเป็นเหมือนไม่ใส่ใจว่าเธอจะคิดยังไง เพื่อให้เธอเจ็บเหมือนที่เขาเจ็บบ้าง”

 

นี่เป็นปัญหาที่เธอและมารดาสงสัยกันมานานแล้วว่าเพราะเหตุใดคู่สามีภรรยาที่ดูรักใคร่หลงใหลในกันและกันมากอย่างเฮย์เดนและนวินดาถึงได้ตัดสินใจหย่าขาดกันอย่างกะทันหันจนไม่มีใครได้ทันตั้งตัว หลังจากปรึกษากันอยู่นานก็เริ่มจะมองเห็นคำตอบว่าคงเป็นเพราะความที่ฝ่ายหนึ่งเป็นคนเอาแต่ใจตนเองและเห็นตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาล ส่วนอีกฝ่ายก็น้อยใจที่สามีไม่ยอมอธิบายอะไรให้เธอเข้าใจเลยสักอย่าง พอนานวันเข้าจากความเข้าใจผิดเพียงเล็กน้อยก็กลายเป็นปัญหาใหญ่จนต้องเลิกรากันไปในที่สุด

 

“เขาไม่ได้ทำเหมือนไม่ใส่ใจหรอกแอนนี่ เขาไม่ได้ใส่ใจเลยจริงๆ ว่าฉันจะคิดยังไง ซึ่งฉันก็ไม่ได้โทษเขาหรอกนะ ฉันผิดเองที่ตัดสินใจแต่งงานกับเขา อ้อ...ไม่ใช่สิ...ต้องบอกว่าเราผิดกันทั้งคู่ เพราะเขาเองก็พลาดที่มาแต่งงานกับฉันเหมือนกัน

 

“วินดี้...” แอนโทเนียไม่มีวันเชื่อเด็ดขาดว่าเฮย์เดนจะรู้สึกอย่างนั้น ถ้าพี่ชายของเธอไม่ใส่ใจนวินดา เขาคงไม่ประกาศกร้าวว่าห้ามทุกคนในครอบครัวเข้ามายุ่งกับเรื่องของเขากับนวินดาเด็ดขาดจนเวลาล่วงเลยมาจนถึงป่านนี้หรอก มันเป็นเพราะเขาใส่ใจเพื่อนของเธอมากจนเกินไปจึงต้องพยายามปิดบังความรู้สึกของตนเองเอาไว้ไม่ให้ใครจับได้ต่างหาก!

 

“เรื่องของฉันน่ะช่างมันเถอะ เรามาพูดเรื่องของเธอกันดีกว่า เป็นยังไงมายังไงถึงได้ลงเอยกับชายเดียวในดวงใจเธอได้ล่ะ?” สีหน้าเคร่งเครียดของแอนโทเนียทำให้นวินดาตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง เพื่อไม่ให้บรรยากาศดีๆ ต้องเสียไปโดยใช่เหตุ ถึงอย่างไรเฮย์เดนกับแอนโทเนียก็เป็นพี่น้องที่รักใคร่กันมาก คงไม่ใช่เรื่องเหมาะสมนักที่จะพูดถึงพี่ชายของเพื่อนสนิทในแง่ไม่สู้ดี เพราะอาจจะทำให้ต้องผิดใจกันไปเปล่าๆ

 

“ก็อย่างที่คริสเขาเล่านั่นแหละ” ใบหน้าสวยคมของแอนโทเนียเป็นสีแดงระเรื่อขึ้นมานิดๆ เมื่อพูดถึงว่าที่เจ้าบ่าวของตน เพราะยังรู้สึกว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากจนเธอเองก็ยังตั้งตัวไม่ติดอยู่เหมือนกัน

“ไม่เอาสิ ฉันอยากฟังเธอเล่ามากกว่านี่นา”

 

“ก็ได้ๆ...คือเขาไปตามหาฉันที่กัมพูชา แต่บังเอิญตอนนั้นฉันไปรับงานถ่ายภาพให้องค์กรส่งเสริมคุณภาพชีวิตเด็กในชนบทที่ภาคเหนือของประเทศไทยพอดี เขาก็เลยตามไป แล้วไปปรับความเข้าใจกันที่นั่น”

“นี่เธอไปเมืองไทยด้วยเหรอ? ฉันไม่รู้เลยนะเนี่ย”

 

“ฉันนึกว่าเธอรู้แต่ไม่สนใจซะอีก เพราะฉันยังส่งอีเมลและส่งข้อความหาเธอตลอด แต่เธอไม่เคยตอบฉันเลยสักครั้ง กระทั่งครั้งล่าสุดที่ฉันส่งไปบอกเธอว่าฉันปรับความเข้าใจกับคริสแล้วและกำลังจะแต่งงานกัน เธอยังไม่ยอมตอบเลย...”แอนโทเนียตัดพ้อด้วยความน้อยใจจนนวินดารู้สึกผิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกที่เธอเอาแต่คิดจะสร้างกำแพงเพื่อปกป้องความรู้สึกของตนเองโดยไม่ได้นึกเลยว่าสิ่งที่ตนทำจะไปทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นอย่างไรบ้าง

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะแอนนี่ ฉันไม่เคยไม่สนใจเธอเลย...” เธอก็แค่ขลาดเขลาจนเกินไป จึงกลัวว่าตนเองจะไม่อาจตัดใจจากเฮย์เดนได้ หากยังติดต่อกับครอบครัวของเขาอยู่ “ที่ฉันทำแบบนั้นก็เพราะจำเป็นจริงๆ”

 

“จำเป็นต้องเลิกคบกับฉันน่ะเหรอ? ฉันยังมองไม่เห็นเลยนะว่าทำไมเราถึงจะคบหากันต่อไปไม่ได้ เราเป็นเพื่อนกันมาก่อนที่เธอจะได้พบกับเดนนี่อีกนะวินดี้ หรือว่าฉันไม่ได้สำคัญสำหรับเธอมากพอ? เธอถึงไม่ยอมแม้แต่จะร่ำลาฉันสักคำ นี่ถ้าเดนนี่กับเธอไม่ได้คืนดีกัน เธอก็คงไม่คิดจะกลับมาคุยกับฉันอีกสินะ”

 

“เธอก็รู้ว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น ความจริงเธอรู้จักฉันดีกว่าพี่ชายเธอเสียอีกนะแอนนี่”

 

หากดูจากภายนอก นวินดาดูเป็นคนอ่อนโยนและอ่อนหวาน แต่เนื้อแท้ของเธอมีความหยิ่งทระนงและกระหายชัยชนะซ่อนเร้นอยู่ไม่น้อย เธอเกิดในครอบครัวที่อาจจะไม่ได้ถึงขั้นร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี แต่ก็ถือว่ามีฐานะดีมากหากเทียบกับคนไทยโดยเฉลี่ย เธอจบการศึกษาจากสถาบันชั้นนำของประเทศไทย และสามารถสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชื่อดังของสหรัฐอเมริกาได้อย่างง่ายดาย ซ้ำยังจบปริญญาตรีด้วยคะแนนดีเยี่ยม ต่อมายังได้สมรสกับมหาเศรษฐีหนุ่มซึ่งเป็นขวัญใจของสาวๆ ทั่วโลกอีกต่างหาก ชีวิตของเธอเหมือนเดินบนทางเดินที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ ดังนั้นพอความจริงปรากฏว่าเฮย์เดนไม่เคยรักเธอเลย เขามีคนอื่นและยังยอม หย่าร้างกับเธออย่างง่ายดาย หญิงสาวจึงไม่อาจทนรับความผิดหวังและไม่สามา

รถทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและยังสนิทสนมกับผู้คนในแวดวงของเขาตามปกติได้ เธอจึงจำเป็นต้องปิดกั้นตนเองจากทุกคนไม่เว้นแม้แต่แอนโทเนียซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับเธอมาตั้งแต่สมัยเรียนก็ตาม

 

“ฉันเคยคิดว่าฉันรู้จักเธอดี แต่ตอนนี้ฉันก็ชักไม่แน่ใจแล้วเหมือนกันว่าฉันรู้จักเธอดีจริงรึเปล่า? บางทีเธออาจจะเกลียดฉันไปแล้วก็ได้ เพราะฉันเป็นคนแนะนำให้เธอรู้จักกับเดนนี่ แถมตอนที่พวกเธอมีปัญหากัน ฉันยังหายหัวไปอีก...”

 

“แอนนี่! ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นเลยจริงๆ นะ” นวินดายืนยันอย่างหนักแน่น เธอไม่เคยโทษแอนโทเนียเลย เพราะมันไม่ใช่ความผิดของเพื่อนสาวเลยสักนิด ทุกอย่างเกิดจากการตัดสินใจของเธอเองทั้งนั้น “ที่ฉันไม่เคยติดต่อเธอเลย ที่ฉันตัดสินใจย้ายที่อยู่ เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ อีเมล และเลิกเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กทุกอย่างก็เพราะฉันกลัว...ฉันกลัวว่าตัวเองจะรับไม่ได้และเป็นบ้าไปเสียก่อนถ้ารู้ข่าวของเขา...”

 

“แปลว่าเธอยังรักเดนนี่อยู่ใช่ไหม?” นี่เป็นสิ่งที่แอนโทเนียยังรู้สึกค้างคาใจ เพราะถึงทั้งคู่จะกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง แต่เธอก็ยังสังเกตเห็นถึงความห่างเหินและช่องว่างระหว่างพวกเขาทั้งสองคนได้อยู่ดี

 

“ฉันไม่ได้รักเขาแล้ว!” แย่ละ! ตอบเร็วเกินไป! เร็วจนนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่คล้ายคลึงกับดวงตาของเฮย์เดนหรี่ลงราวกับจะประเมินความรู้สึกของเธอให้แน่ใจ นวินดาจึงต้องรีบอธิบายต่อ “ฉันไม่ได้รักเขาแล้วจริงๆ ฉันจะไม่มีวันทำผิดพลาดอีกครั้งเด็ดขาด!”

 

“เธอแน่ใจเหรอว่าเธอไม่ได้รักเขาแล้ว?”

 

“แน่นอน! ฉันไม่สนใจเขาเลยสักนิด!” เธอไม่ใช่คนโง่ที่เจ็บแล้วไม่จำ เธอไม่ควรจะมีความรู้สึกใดๆ กับเฮย์เดนอีกแล้ว ไม่ว่าจะในแง่ไหน แม้ว่าอาจจะยังมีความหวั่นไหวอยู่บ้าง แต่มันก็คงเป็นเพียงแค่อารมณ์อ่อนไหว ชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น!

 

“รู้ไหมว่าสิ่งที่ฉันเห็นจากแววตาเธอน่ะมันห่างไกลจากคำว่า ‘ไม่สนใจเลยสักนิด’ มาก” แอนโทเนียทั้งโล่งอกและกังวลใจขึ้นในขณะเดียวกัน เพราะดูเหมือนเพื่อนสนิทของเธอจะยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตนเองดีนัก นวินดาเข้าใจว่าตนเองนั้นสิ้นเยื่อขาดใยกับเฮย์เดนไปแล้ว และที่กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งก็เพื่อเคย์เดนเท่านั้น แต่เท่าที่เธอเห็นและสัมผัสได้มันไม่ใช่แค่นั้นเสียหน่อย

 

“วินดี้...เธอรู้ไหมว่าในเรื่องของความสัมพันธ์น่ะ สิ่งที่แย่ที่สุดน่ะไม่ใช่ความเกลียดหรือความรักหรอกนะ แต่เป็นความเฉยเมย ไม่แยแสกันอีกแล้วต่างหาก และด้วยความสัตย์จริง...ฉันไม่คิดว่าเธอจะรู้สึกอย่างนั้นกับเดนนี่หรอก” แอนโทเนียส่งยิ้มให้เพื่อนสนิทที่ตอนนี้กลับมาเป็นพี่สะใภ้ของเธออีกครั้งอย่างปลอบประโลม

 

“ฉันกับคริสอาจจะตายจากกันไปโดยไม่มีโอกาสรู้เลยว่าเราสองคนรักกันมากแค่ไหน ถ้าต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมก้าวเข้าไปหากัน...ตอนที่ฉันก้าวเข้าไปหาคริส เขาถอยหนี เพราะเขาคิดว่าฉันเด็กเกินไปสำหรับเขา เขาก็เลยเลือกที่จะแต่งงานกับคนอื่นทั้งๆ ที่พวกเขาไม่ได้รักกัน ตัดสินใจแบบนั้นทั้งๆ ที่เขารู้ว่าฉันรักเขา ชีวิตคู่ของเขากับแคโรลินไม่ได้ประสบความสำเร็จ เพราะต่างคนต่างก็ไม่ได้มีใจให้กัน จนกระทั่งพวกเขาประสบอุบัติเหตุจนเธอเสียชีวิตไป เขาก็ยิ่งไม่ยอมรับฉัน เพราะเขาคิดว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับฉันที่จะมีสามีเป็นพ่อม่ายซึ่งอาจจะต้องเดินขากระเผลกไปทั้งชีวิต เขาเลยปฏิเสธฉันอีกครั้ง...ฉันทั้งเสียใจและคิดว่าเขาคงไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันจริงๆ เลยตัดสินใจหนีไปทำงานไกลๆ จะได้ไม่ต้องพบเจอกันอีก ฉันตั้งใจว่าจะไม่รักใครอีก แม้แต่เขา ฉันก็จะไม่รักแล้ว...”

 

“ถ้ามันทำให้เธอเจ็บปวด เธอไม่ต้องเล่าก็ได้นะแอนนี่”

 

“ต้องเล่าสิ ฉันต้องเล่าให้เธอฟัง เพราะไม่อยากให้เธอต้องเสียเวลาไปเปล่าๆ เหมือนฉันกับคริส วินดี้...ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะมีโอกาสครั้ง ที่สอง...ที่ฉันกับคริสมีวันนี้ก็เพราะเขาให้โอกาสทั้งฉันและตัวเขาเอง เพราะเขาคิดได้แล้วว่าต่อให้พวกเราไม่เหมาะสมกัน เข้ากันไม่ได้ ต่อให้ฉันเลิกรักเขาไปแล้ว หรือแม้แต่ถ้าแม่ของฉันไม่เห็นด้วยกับเรื่องของเรา เขาก็ยังอยากบอกให้ฉันรู้ว่าเขารักฉัน แล้วเขาก็ตัดสินใจตามหาฉัน ถ้าฉันปฏิเสธ ถ้าฉันถอยหนี ถ้าฉันไม่ยอมรับฟังเขาเพราะทิฐิหรือเพราะอะไรก็ตาม เราก็จะ ไม่มีวันได้ลงเอยกัน เขาถึงบอกไงว่าความรักไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือการกระทำ ถ้าเรารักใครสักคนมากพอ ไม่ว่าจะเป็นความผิดมากน้อยแค่ไหน เราก็จะเข้าใจและอภัยให้เขาได้”

 

“เรื่องของเธอกับฉันมันไม่เหมือนกันนะแอนนี่” ทั้งคริสโตเฟอร์และแอนโทเนียต่างก็มีใจให้กันมานานแล้ว เพียงแต่ฝ่ายชายเพิ่งจะยอมรับความรู้สึกของตนเองเท่านั้น แต่สำหรับเธอกับเฮย์เดนมันเป็นคนละเรื่อง เพราะมีแต่เธอเท่านั้นที่หลงรักเขาอย่างสุดหัวใจ

 

“ในรายละเอียดมันก็ต้องไม่เหมือนอยู่แล้ว เพราะเฮย์เดนเขาไม่เคยกลัวที่จะก้าวเข้าไปหาเธอ ไม่ว่าจะเป็นครั้งก่อนหรือครั้งนี้”

 

“เขาไม่ได้ก้าวเข้ามาหาฉัน! เขาบังคับฉันให้ทำตามที่เขาต้องการต่างหาก!” เฮย์เดนไม่ได้สนใจความรู้สึกของเธอเลยและเขาก็ไม่ได้กลับมาหาเธอเพราะรักหรืออะไรทำนองนั้นเสียหน่อย!

 

“เธอหมายความว่ายังไง?” คิ้วเรียวสวยที่เลิกขึ้นทำให้นวินดารู้สึกตัวว่าเธอพูดมากเกินไปเสียแล้ว

 

“ฉันหมายความว่า...คือเธอกับคริสรักกัน ส่วนฉันกับเฮย์เดนมันเลยจุดนั้นไปแล้ว เราอยู่ด้วยกันเพื่อลูก ฉันไม่คิดเล็กคิดน้อยและไม่ได้ต้องการ...อะไรจากเขาแล้ว” หญิงสาวเปลี่ยนคำว่า ‘ความรัก’ เป็นคำว่า ‘อะไร’ ได้ทันอย่างหวุดหวิด

 

แอนโทเนียมองดูใบหน้าสวยสะคราญที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่รอยยิ้มอันอ่อนหวานนั้นกลับไม่ได้เลยไปถึงดวงตาอย่างอ่อนใจ ความจริงพี่ชาย และพี่สะใภ้ของเธอมีอะไรเหมือนกันมากกว่าที่พวกเขาคิด อย่างน้อยก็คือต่างคนต่างท่ามากและฟอร์มเยอะเหมือนกันไงล่ะ!

 

“เขาว่าในโลกนี้มีสามสิ่งที่ไม่ว่าจะพยายามยังไงก็ไม่สามารถปิดบังซ่อนเร้นได้ นั่นก็คือการไอ ความจน และความรัก”

 

“ฉันไม่ได้...”

 

“ถามใจตัวเองให้ดีก่อนเถอะวินดี้ เธอยังมีเวลาอีกมากที่จะตัดสินใจว่าจะกลับมารักพี่ชายฉันอีกครั้งไหม ขออย่างเดียว...ขอให้เธอซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเองแล้วกัน! ฉันมีนัดลองชุดตอนบ่ายสอง นี่ก็บ่ายโมงครึ่งแล้ว เราไปกันเถอะ ขืนชักช้าเดี๋ยวฉันสวยน้อยกว่าเพื่อนเจ้าสาวละแย่เลย” แอนโทเนียส่งยิ้มให้เพื่อนสาวแล้วรั้งให้นวินดาลุกขึ้นเพื่อเดินไปกับเธอพลางปฏิญาณกับตนเองในใจว่าไม่ว่ารอยร้าวระหว่างเพื่อนสนิทกับพี่ชาย จะกว้างและลึกมากแค่ไหน เธอก็จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อประสานมันให้ได้ ไม่ว่ามันจะยากเย็นสักแค่ไหนก็ตาม!

ความคิดเห็น