ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะ

ชื่อตอน : Fate/zero II

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 495

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2563 23:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Fate/zero II
แบบอักษร

ในห้องๆหนึ่งทีมืดสนิท มีแสงบางอย่างสว่างขึ้นมาหลังจากแสงสว่างหายไปก็มีเงาของคนสองคนยืนอยู่หนึ่งในนั้นคือฮารุโตะ

 

"ยินดีต้อนรับสู่สงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่สี่ แอสซาซิน"

 

"หะ?"

 

 

 

ฮารุโตะถึงกับส่งเสียงแปลกๆออกมากับชายตรงหน้าแล้วก็ถามออกไป

 

"หมายความว่ายังไง ที่นี่มันที่ไหนแล้วนายเป็นใคร"

 

"หืมการอัญเชิญไม่สมบูรณ์งั้นเหรอ ช่างเถอะฉันชื่อโคโตมิเนะ คิเรย์เป็นมาสเตอร์ของนายในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่สี่นี้"

 

ชายที่ชื่อโคโตมิเนะ พูดออกมาด้วยเสียงเรียบนิ่งฮารุโตะที่ได้ยินการแนะนำตัวของอีกฝ่ายก็เริ่มเข้าใจบางอย่าง

 

"มาสเตอร์? จอกศักดิ์สิทธิ์? แอสซาซิน?หรือว่า...."

 

และในช่วงจังหวะที่ฮารุโตะรู้ว่าโลกใบนี้มันคือที่ไหนความทรงจำกับพลังของคลาสแอสซาซินก็เข้ามาอยู่ในหัว

 

"เป็นอะไรไป เห็นเงียบมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วพลังเวทย์ไม่พองั้นเหรอ"

 

โคโตะมิเนะ เห็นฮารุโตะยืนนิ่งไม่ขยับก็ถามออกมา

 

"อ่าไม่มีอะไรหรอก ทางนี้คือแอสซาซินส่วนนามวีรชนก็แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์น่ะ"

 

ฮารุโตะบอกนามวีรชนเจ้าของพลังที่ฮารุโตะได้รับมา

 

"แจ๊คเหรอ? ทั้งที่ฉันใช้สิ่งที่เกี่ยวข้องกับฮัสซันเพื่อเป็นสื่ออัญเชิญคงมีความผิดพลาดเรื่องวงเวทย์สินะ เรื่องนั้นช่างเถอะว่าแต่"

 

ไม่ทันที่โคโตะมิเนะจะพูดจบก็มีดาบคาตานะจี้มาที่คอ

 

"คิดจะทำอะไรน่ะ"

 

โคโตะมิเนะถามออกมาพร้อมกับเตรียมใช้ตราบัญชาที่มือ

 

"ไม่ต้องห่วงผมไม่ฆ่าหรอก ผมพอเข้าใจเรื่องราวของโลกนี้แล้ว ผมจะเข้าร่วมสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้แต่ไม่ใช่ในฐานะเซอร์แวน"

 

ฮารุโตะลดดาบลงแล้วเก็บเข้าฝัก

 

"ที่พูดนั้นหมายความว่ายังไงลืมไปแล้วเหรอว่าทางนี้ยังมีตราบัญชาอยู่น่ะ"

 

โคโตมิเนะยกตราให้ฮารุโตะดู

 

"ไม่เห็นจะมีปัญหาเพราะดูเหมือนว่าผมจะได้ความสามารถของคลาสอาเชอร์มาซะด้วยล่ะนะ"

 

สิ่งที่ฮารุโตะได้รับมานั้นคือความสามารถเฉพาะคลาสของอาเชอร์ 'ความเป็นอิสระ' เป็นความสามารถที่ทำให้ไม่ต้องฟังคำสั่งของมาสเตอร์ก็ได้

 

"หมายความว่ายังไง"

 

โคโตมิเนะที่ยังไม่เข้าใจคำพูดของฮารุโตะก็ถามขึ้น

 

"ผมไม่มีความจำเป็นต้องบอก แต่ว่าถ้านายตายไปมันจะลำบากหลายๆอย่างเพราะงั้นถึงจะไม่มีเซอร์แวนก็รักษาชีวิตของตัวเองซะล่ะ"

 

ฮารุโตะพูดจบก็ทำการเรียกคุนิฮิโระออกมา แล้วด้วยขนาดของมันจึงทำให้โบสถ์ซึ่งเป็นสถานที่ที่โคโตมิเนะอัญเชิญฮารุโตะออกมาพังลง

 

"ถ้างั้นคงจะได้เจอกันอีกเร็วๆนี้ผมไปก่อนล่ะคุณบาทหลวง"

 

ฮารุโตะขึ้นไปบังคับคุนิฮิโระแล้วออกบินหายไปท่ามกลางความมืดมิดที่มีแต่หิมะล่วงโรยลงมา

 

"เป็นแอสซาซินแต่กลับมีหุ่นย์ยักษ์ แสดงว่าชื่อแจ๊คคงโกหกสินะช่วยไม่ได้"

 

โคโตะมิเนะมองท้องฟ้าที่ฮารุโตะหายไปจากนั้นก็เดินไปทางเครื่องมือสื่อสารเพื่อติดต่อใครบางคน..

..

..

..

..

..

..

อีกด้านนึงฮารุโตะที่คับคุนิฮิโระให้บินอยู่บนท้องฟ้ามฝยามราตรี

 

"อืม....ที่อัญเชิญมาเป็นแอศซาซินเนี่ยก็พอเข้าใจอยู่แต่ทำไมถึงให้มาเป็นเซอร์แวนแต่ถึงจะเป็นงั้นก็ดันมีความสามารถอิสระอยู่ซะอีก...."

 

ฮารุโตะเลื่อนอ่านข้อมูลพลังที่เพิ่มเข้ามาในหน้าจอ'สเตตัส'

 

"แถมยังให้พลังวีรชนของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์มาอีก ถ้าจำไม่ผิดพลังนี้ของโลกFate เนี่ยมันเป็นของเด็กผู้หญิงไม่ใช่เหรอ"

 

ฮารุโตะนึกความทรงจำเกี่ยวกับโลกของFate ที่อยู่ในหัวโลกสายนี้เป็นโลกที่มีจักวาลคู่ขนานเยอะมากเลยทำให้ฮารุโตะไม่รู้ว่าตนอยู่ในช่วงไหนกันแน่

 

"โคโตมิเนะ?สินะ แถมที่ๆเราออกมามันก็ดูเหมือนกับโบสถ์ซะด้วยสิ หรือว่าจะเป็นในช่วงเริ่มต้นกันนะช่วยไม่ได้คงต้องหาข้อมูลเพิ่มก่อนดีกว่า"

 

ฮารุโตะคิดไปมาจากนั้นก็บังคับคุนิฮิโระให้ลงมาจากท้องฟ้าแล้วมุ่งหน้าไปที่เมืองแห่งหนึ่ง มันคือเมืองที่จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของมหาสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์

 

 

"ก่อนอื่นก็ต้องหามาสเตอร์คนอื่นหรือเซอร์แวนให้เจอก่อนสินะ"

 

ฮารุโตะมายังใจกลางเมืองจากนั้นก็มองไปรอบๆเพื่อลองใช้ความสามารถใหม่สัมผัสเวทย์มนตร์

 

"พระเจ้านั้น เอาพลังมาให้แบบนี้จะมีข้อเสียอะไรรึเปล่าเนี่ย....โอ๊ะเจอแล้ว"

 

ฮารุโตะบ่นออกมาจากนั้นก็มองไปที่แห่งหนึ่ง มันคือภูเข้าขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลมากนัก

 

"จับสัมผัสพลังเวทย์ประเภทป้องกันได้จากทางนั้นลองไปดูหน่อยดีกว่า"

 

ฮารุโตะหยิบอาหารแท่งออกมาจาก'สโตเรส'แล้วกินอย่างสบายใจจากนั้นก็มุ่งหน้าไปที่ภูเขาหลังเมืองสถานที่ๆฮารุโตะจำสัมผัสพลังได้

 

ใช้เวาลาไม่นานฮารุโตะก็ได้มายืนอยู่ตรงหน้าคฤหาสห์แห่งหนึ่งแต่เนื่องจากมีเขตแดนกันเอาไว้เลยทำให้ฮารุโตะยังไม่ได้เข้าไป

 

"เอาไงดีนะ เราเองก็ไม่อยากจะนอนข้างนอกที่มีแต่หิมะด้วยสิ แถมถ้าไปทำลายเขตแดนนี่มีหวังโดนโจมตีแหง"

 

ฮารุโคะเกาหัว แล้วมองไปที่คฤหาสห์ที่ปกคลุมไปด้วยสีขาวจากหิมะใช้เวลาไม่นานฮารุโตะก็หันหลังกลับ

 

"ช่วยไม่ได้วันนี้คงต้องไปหาที่พักก่อนแล้วหลังจากนั้นค่อยว่ากัน...."

 

ฮารุโตะมองพระอาทิตที่ค่อยๆขึ้นมาเลยทำให้บรรยากาศค่อยๆอุ่นขึ้นมาบ้าง

 

"นี่ๆ พี่ชายเป็นใครเหรอ แล้วสวมชุดแบบนั้นน่ะไม่หนาวเหรอ?"

 

แล้วในช่วงจังหวะที่ฮารุโตะกำลังจะเดินออกไปนั้นก็ได้มีเสียงๆหนึ่งเรียกขึ้นมา ฮารุโตะเลยหันไปมองก็ได้พบกับ

 

 

 

 

เด็กสาวผมสีขาวดวงตาสีแดงสวมชุดกันหนาวสีม่วงน่ารักผิดกับฮารุโตะที่อยู่ในชุดกันหนาวสวมผ้าพันคอแบบธรรมดา

 

 

 

"หือ เธอคืออิลิยาจังใช่รึเปล่า"

 

ฮารุโตะที่ที่เห็นเด็กผู้หญิงผมสีขาวก็รู้ได้ทันทีว่าเธอนั้นเป็นใครแล้วก็รู้ด้วยว่าตอนนี่ฮารุโตะนั้นอยู่ในโลกของFate ในช่วงเวลาไหนแล้ว

 

"หืม ก็ใช่อยู่หรอกแต่ว่าพี่ชายทำไมถึงรู้จักชื่อหนูได้ล่ะ"

 

เด็กสาวถามขึ้นมาอย่างใสซื่อ ฮารุโตะเลยก้มตัวลงไปเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับอิลิยาแล้วพูดออกไป

 

"พี่ชื่อฮารุโตะนะ ทาคุยะ ฮารุโตะพี่มีธุระกับพ่อของอิลิยาจังน่ะแต่ว่าเข้าไปไม่ได้นี่สิ"

 

ฮารุโตะแนะนำตัวเองให้อิลิยาฟังแบบง่ายๆแล้วหันไปมองเขตแดนด้านหลัง

 

"อืม....เพื่อนขอคิริสึงุเหรอ ถ้างั้นจับมือหนูไว้สิถ้าจับตัวหนูไว้ก็เข้าไปได้แล้วล่ะเดียวอิลิยาคนที่จะพาพี่ชายไปหาเองนะ"

 

อิลิยายิ้มร่าเริ่งแล้วขว้ามือของฮารุโตะจากนั้นก็พอวิ่งเข้าไปในปราสาทของตระกูลไอส์เบิร์นอย่างง่ายได้

 

"เด็กคนนี้ไม่ระวังตัวเอาซะเลยนะเนี่ย"

 

ฮารุโตะได้แต่คิดแล้ววิ่งตามอิลิยาไปอย่างว่าง่ายแล้วทั้งสองคนก็เข้าไปในปราสาทของตระกูลไอส์เบิร์น....

..

..

..

..

..

..

..

..

..

..

////////////////////////

-อิลิยาจังน่าร๊ากกกกกก แต่บอกไว้ก่อนว่าฮารุโตะน่ะไม่ใช่หมีนะ แต่หลังๆนี่ก็ไม่แน่555

-หลายคนอาจ งงนะแต่ว่าความสามารถเฉพาะคลาสของสายอาเชอร์นั้นมีความสามารถก็คืออยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพลังเวทย์จากมาสเตอร์ได้แต่ก็ขึ้นอยู่กับวีรชนนั้นๆ

-แต่ของฮารุโตะนั้นต่างออกไปเพราะได้พลังมาจากพระเจ้าอีกที

-แล้วความสามรถของฮารุโตะที่ได้มานั้นคือพลังแบบเดียวกับแจ๊คเดอะริปเปอร์ในFateเลยนะ เป็นไงรอลุ้นกัน

-อีกอย่างฮารุโตะนั้นรู้จักเรื่องFateอยู่แล้วแต่เพราะไม่มีเวลาได้ดูจริงจังจึงกลายเป็นหนึ่งในเรื่องที่ดองไว้นั้นเอง(อันนี้ตัวไรท์ก็ด้วย:3)

 

 

 

ความคิดเห็น