facebook-icon

มาร่วมค้นหาคำตอบของหัวใจไปพร้อม ๆ กับลลิตนะคะ...

.7. นานกว่านั้น… [100%]

ชื่อตอน : .7. นานกว่านั้น… [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ค. 2563 20:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
.7. นานกว่านั้น… [100%]
แบบอักษร

.7. นานกว่านั้น… 

 

 

ไม่รู้ว่าการเจอกันระหว่างพวกเราสองคนจะต้องจากกันอีกไหม แต่ตอนนี้กำลังจะเป็นแบบนั้นเพราะฉันอยากกลับห้อง อยากอาบน้ำ แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่คนข้าง ๆ บอกว่าไม่มีคีการ์ดห้องของฉัน สงสัยตอนออกจากห้องลืมหยิบมาด้วย เพราะไปกับพี่ฟ้าพี่ครามเลยไม่ได้เตรียมส่วนนี้ 

“แล้วจะเข้าห้องยังไง” 

“เดี๋ยวกลับไปขอคีการ์ดสำรอง พี่ช่วยไปส่งลิตหน่อยได้ไหมคะ?” ฉีกยิ้มกว้างพลางมองหน้าเขาไปด้วย พี่เขื่อนพยักหน้าให้ก่อนจะลุกเดินนำออกไปยืนอยู่หน้าประตู “ลิตขอเปลี่ยนใส่ชุดเดิมก่อนได้ไหม” 

“เปลี่ยนทำไมครับ” 

“ก็…” 

แกร๊ก แอ๊ด 

คำพูดของฉันขาดหายไปเมื่อคนตรงปลดล็อกประตูห้องนอนของเขาเพื่อเปิดออก และแน่นอนว่าเรียวคิ้วของฉันมันขมวดเข้าหากันทันที เพราะประตูห้องตรงหน้าที่เห็นอยู่มันโคตรจะคุ้นเคย จนต้องรีบสาวเท้าไปหาพี่เขื่อนแทน 

“นั่นมัน…” 

“ห้องของลิต” 

“คะ?” ถึงกลับแปลกใจ แต่พี่เขื่อนกลับไม่มีคำตอบให้ “ก่อนหน้านี้ที่พี่ฟ้าคุยด้วยคือพี่งั้นเหรอ?” 

“ครับ” 

“นี่พวกพี่ติดต่อกันตลอดใช่มั้ย” พี่เขื่อนไม่ได้ตอบอะไรฉันนอกจากพยักหน้าให้เท่านั้น แล้วทำไมพี่ชายตัวดีทั้งสองคนถึงพยายามเฉไฉไม่บอกอะไรเลยล่ะ มีแต่ห้ามไม่ให้ยุ่งกับเขา แต่บางครั้งก็เหมือนส่งเสริม “ลิตโกรธมากนะ!” 

“ครับ” 

“พี่เขื่อน!” ทำไมเขาถึงกวนฉันได้ขนาดนี้เนี่ย 

“ลิต…” น้ำเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของฉันไม่ใช่พี่เขื่อนหรอก แต่เป็นใครอีกคนที่เดินมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องของฉัน และใครคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนด้วย เขาคือพี่อินทัช “อ้าว! นี่มึงเองเหรอ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” 

“อืม” พูดน้อย กวนประสาท พี่เขื่อนคนเดิมกลับมาอีกแล้ว คนที่โคตรมืดมนในสายตาของฉันครั้งแรก 

“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” 

“สักพักแล้ว” ฉันยืนมองภาพผู้ชายสองคนที่สนทนากันพร้อมกับเรียวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันงุนงง “มาทำไม” 

“ไอ้ฟ้าฝากคีการ์ดมาให้ลิตน่ะ” 

“อืม งั้น…” 

“พี่เป็นเทพบุตรมาโปรดลิตจริง ๆ เลย งั้นพวกเราเข้าห้องกันดีกว่าค่ะ” รีบพูดแทรกพี่เขื่อนขึ้นมาก่อนจะเดินเลี่ยงออกจากห้องนอนของเขาเพื่อออกไปหาพี่อิน “แตะคีการ์ดสิคะ” 

“อ๋อ ครับ ๆ” ฉันไม่ได้สนใจที่จะหันไปมองคนด้านหลังอีก พอประตูห้องเปิดออกก็รีบเข้าไปข้างในทันที พลางยื่นแขนไปลากพี่อินเข้ามาด้วย ประตูปิดลงพร้อมกับสายตาของพี่เขื่อนที่มองมาทางพวกเราสองคน “ลิตกำลังหนีไอ้เขื่อนเหรอ” 

“เปล่านี่ ลิตแค่อยากเข้าห้องแล้ว” พยายามปรับสีหน้าและน้ำเสียงก่อนจะหันกลับมามองหน้าพี่อินพร้อมกับรอยยิ้ม “แล้วพี่ไปเจอพี่ฟ้าที่ไหนงั้นเหรอ” 

“พี่จะเอาของไปให้มันที่บ้านน่ะ มันเลยฝากคีการ์ดมาให้ลิต บอกแค่ให้พี่มาที่นี่” 

“อ๋อ ขอบคุณนะคะ พี่มีธุระที่ไหนต่ออีกไหม” 

“ไม่ครับ” 

“ถ้างั้นรอลิตหน่อยได้ไหม ลิตหิว” 

“บอกให้พี่ทำอาหารให้ก็ได้นะครับ” 

“แฮร่ ๆ ถ้าไม่รบกวนเกินไป ลิตขอข้าวผัดกุ้งนะคะ” พี่อินยิ้มให้ฉันพลางส่ายหัวไปมา 

หลังจากไหว้วานให้เขาทำอะไรให้กินเสร็จเรียบร้อย ฉันก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตัวเองเพื่อจะอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ ใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะพยายามคบทบทวนถึงเรื่องราวต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ พยายามคิดจนปวดหัว แต่ก็หาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้อยู่ดี 

อาบน้ำ แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เดินออกมาข้างนอกพร้อมกับกลิ่นข้าวผัดกุ้งหอมกรุ่นฝีมือของพี่อิน เป็นรสชาติที่ถูกปากฉันมากและอร่อยมากเช่นกัน 

“ขอบคุณค่ะ ไม่กินด้วยกันเหรอคะ” เลื่อนเก้าอี้เพื่อจะนั่งลงพร้อมกับคำถาม แต่พี่อินกลับส่ายหัวแทนคำตอบ “ลิตไม่เกรงใจแล้วนะคะ” 

“ครับ” พี่อินนั่งเป็นเพื่อนฉันกินข้าวผัด เขาไม่ได้พูดอะไรนอกจากนั่งเงียบเพื่อรอให้ฉันกินจนอิ่ม ยกไปเก็บและเดินกลับมานั่งที่เดิม 

“ขอบคุณสำหรับข้าวผัดอร่อย ๆ นะคะ” 

“ไม่ใช่เรื่องที่ต้องขอบคุณอยู่แล้วนี่ครับ” เขาว่ายิ้ม ๆ ยังเป็นสุภาพบุรุษของฉันเสมอเลยจริง ๆ “ลิตมีธุระที่ต้องไปทำหรือเปล่า พี่อยากจะชวนไปดูหนัง” 

“วันนี้คงไม่ได้แล้วค่ะ ลิตปวดหัว อยากนอนพักแล้ว” 

“เดี๋ยวพี่เตรียมยาให้ก่อนละกันครับ” 

“ไม่เป็นอะไรค่ะ เดี๋ยวลิตจัดการเอง แค่นี้ก็เกรงใจพี่จะแย่อยู่แล้ว” 

“พี่เต็มใจนะลิต” 

“ค่ะ” ฉันไม่อยากพูดมากให้พี่อินต้องรู้สึกแย่อีก เลยเลือกจะเงียบและมองหน้าเขายิ้ม ๆ จนพี่อินเดินออกไปจากห้อง 

ฉันไม่ได้ปวดหัวและไม่อยากกินยาด้วย อยากออกจากห้องเพื่อกลับบ้านไปคุยกับพี่ฟ้าพี่ครามให้รู้เรื่องมากกว่า ตอนนี้คงยังออกไปไม่ได้ กลัวว่าพี่อินยังไม่ออกไป ไม่อยากให้เขาต้องคิดมากอีก เลยรอจนถึงเวลาที่เหมาะสมก่อนจะรีบพาตัวเองออกจากคอนโดเพื่อกลับบ้าน 

ตลอดทางที่ขับรถกลับบ้าน ฉันเอาแต่คิดเรื่องของพี่เขื่อน มันสับสนไปหมด อยากรู้คำตอบและเรื่องราวต่าง ๆ ที่เคยผ่านมา มันมีหลายอย่างที่พี่ฟ้ากับพี่ครามรู้ แต่ไม่ยอมบอกฉัน 

ขับรถมาถึงหน้าบ้าน ลงจากรถเดินเข้าไปข้างใน กวาดสายตาเพื่อมองหน้าพี่ฟ้ากับพี่ครามทันที แต่คนที่เจอกลับเป็นพี่ไลซึ่งเดินออกมาจากห้องครัว 

“อ้าวลิต” 

“สวัสดีค่ะ พี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอคะ” 

“เมื่อคืนน่ะ มีอะไรหรือเปล่า” ที่ทิ้งฉันไว้กับคนอื่นก็เพราะพี่ไลกลับมาบ้านนี่เอง มันน่านัก! 

“ลิตมาหาพี่ฟ้ากับพี่ครามค่ะ” 

“อยู่บนห้อง ถ้างั้นพี่ฝากตามลงมาหน่อยละกัน” 

“ค่ะ” ยิ้มให้พี่ไลก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปบนห้อง ทั้งคู่จะนอนห้องเดียวกัน เรื่องของพวกเขาฉันไม่ขอลงรายละเอียดเยอะก็แล้วกันเนอะ 

ปัง! 

“เฮ้ย!” ตกใจพร้อมกันเชียว ปกติทั้งคู่ไม่ค่อยล็อกห้องกันหรอก เพราะมันเป็นพื้นที่ส่วนตัว แถมพวกเขายังไม่เคยให้ใครมาที่บ้านอีก ถ้าไม่สนิทจริง ๆ 

“หึ!” เอื้อมมือไปล็อกประตูห้องพลางกอดอกจ้องหน้าพวกเขาสองคนสลับกัน พี่ฟ้ากับพี่ครามกำลังแต่งตัวกันอยู่ 

“ไงครับ” พี่ครามหยิบเสื้อขึ้นมาใส่พร้อมคำทักทาย สีหน้าไม่ได้สะทกสะท้านที่ทิ้งฉันไว้กับพี่เขื่อนเลยจริง ๆ 

“พวกพี่ทำแบบนี้กับลิตได้ยังไงกันคะ” 

“พวกพี่ทำอะไร” พี่ฟ้าถามขึ้น 

“ทิ้งลิตไว้กับเขา” ความเงียบเกิดขึ้น ไม่มีใครพูดอะไรออกมาในทันที จนฉันเดินไปหย่อนก้นนั่งลงตรงปลายเตียง 

“ลิตเองไม่ใช่เหรอที่พยายามวิ่งตามหามันมาโดยตลอด พอพวกพี่เปิดทางให้ก็มาทำหน้าไม่พอใจใส่” 

“พวกพี่ไม่ได้เปิดทาง แต่พวกพี่กลับบ้านเพราะพี่ไลกลับมา” แทบกัดฟันกรอดเลยทีเดียว ทั้งคู่เลยยักไหล่แทนคำพูดมากมาย “ชิ!” 

“ไม่ดีใจเหรอ?” ผ่านความเงียบไปหลายวินาที พี่ฟ้าเริ่มตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงปกติพลางก้าวขามาหย่อนก้นนั่งลงข้าง ๆ ฉันด้วย 

“ก็ดีใจ… แต่ก็โกรธเขาด้วย พวกพี่ลิตก็โกรธ” 

“แล้วลิตจะมาโกรธพวกพี่ทำไมล่ะ” พี่ครามถามพลางก้าวขามาหย่อนก้นนั่งลงอีกฝั่งหนึ่งของฉันด้วย 

“เขากลับมานานแล้ว แถมยังอยู่ห้องตรงข้ามกับลิตอีก” 

“มันก็อยู่รอบตัวลิตมาโดยตลอด แค่ลิตไม่ได้ตั้งใจจะมองเองมากกว่า” คำตอบของพี่ครามเหมือนเขาพยายามแก้ตัว ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริง พวกเขารู้ แต่ก็ยังรวมหัวกันโกหกฉัน 

“พวกพี่โกหกลิตทำไมคะ?” ตอนนี้ไม่มีน้ำเสียงเกรี้ยวโกรธหรือสีหน้าไม่พอใจ มันมีแค่คำถามที่ไม่เข้าใจมากกว่าว่าทำไม 

“เคยบอกตลอดไม่ใช่เหรอ พวกพี่รักลิตเกินกว่าจะให้ใครมาทำร้ายได้”  

พี่ฟ้ายังคงย้ำเตือนคำพูดเก่า ๆ ที่เขากับพี่ครามเคยบอกกับฉันเสมอ แต่การกระทำในบางครั้งของทั้งคู่ก็เหมือนผลักฉันให้เข้าไปเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดอยู่ดี ทั้งฉุดรั้งและผลักไสในเวลาเดียวกัน 

“ลิตไม่เข้าใจ ไม่รู้ด้วยว่าทำไม พวกพี่พยายามพูดให้ลิตกลัว ไม่อยากให้เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับพี่เขื่อน แต่อีกใจก็ทำเหมือนช่วยเหลือเขาอยู่ตลอด ตกลงพวกพี่อยากให้ลิตเดินไปในทิศทางไหนกันแน่คะ” ถามพลางมองหน้าพี่ฟ้ากับพี่ครามสลับกันไปมา 

“แล้วทั้งสองทางที่ลิตเดินเข้าไปเผชิญหน้ามา มันให้ความรู้สึกยังไงบ้างล่ะ” คำถามของพี่ครามทำให้ฉันเงียบไปครู่หนึ่ง พยายามทำความเข้าใจกับคำถามของเขา ก่อนจะเอ่ยตอบออกไป 

“สับสน ไม่เข้าใจ และรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่” 

“ลิตไม่ได้โง่หรอกนะ แค่ยังไล่ตามสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ถึงก็เท่านั้นเอง” พี่ฟ้าพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ดูสบายมากกว่าเยาะเย้ยฉันซะอีก 

“พวกพี่รู้ แต่ทำไมถึงไม่บอกลิตล่ะคะ” 

“เรื่องบางเรื่อง มันควรจะเป็นตัวของลิตเองที่ต้องหาคำตอบ ไม่ใช่รู้จากปากของคนกลางอย่างพวกพี่ ตอนนี้ลิตมีสองทางเลือก ลิตมีสิทธิ์ที่จะเลือกด้วยซ้ำไป” พี่ฟ้าพูดขึ้นมาอีกครั้ง 

“สองทางเลือก ทางไหนบ้างล่ะคะ” มองหน้าพี่ฟ้ากับพี่ครามสลับกัน 

“ตอนนี้หมอนั่นกลับมาแล้ว ทางเลือกแรกคือลิตอยากวิ่งเข้าไปในโลกของมันเพื่อค้นหาคำตอบที่ชัดเจนให้กับตัวเอง หรือเลือกจะเดินหันหลังให้กับมัน ทำเหมือนไม่เคยเจอกันอย่างหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาดีล่ะ” น้ำเสียงจริงจังของพี่ครามเอ่ยออกมา ปกติเขาจะเล่นมากกว่าตลอด แต่พอมาครั้งนี้ฉันกลับมั่นใจว่าเขาพูดเตือนสติเพราะเป็นห่วงฉันจริง ๆ 

“ถึงพวกพี่จะรักลิตมากแค่ไหน ก็ไม่อยากขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่ทำร้ายลิตโดยการบังคับจิตใจหรอกนะ เพราะฉะนั้นลิตมีสิทธิ์ที่จะเลือกด้วยตัวเอง” ฉันไม่ได้ตอบกลับพวกเขาในทันที ได้แต่นั่งประสานฝ่ามือเข้าหากันแทน แถมยังกดนิ้วโป้งลงบนหลังมือของตัวเองจนรู้สึกเจ็บอีกต่างหาก 

“ลิต…” 

“ไม่ต้องตอบพวกพี่หรอก เพราะคำตอบมันคงอยู่ในใจของลิตมานานแล้ว ถ้ามั่นใจว่าทางที่เลือกคือคำตอบที่ดีที่สุด ต่อไปลิตก็ควรจะใช้หัวใจและความรู้สึกตัดสินด้วยเหมือนกัน” คำพูดกำกวมของพี่ฟ้าทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วเพื่อเพ่งมองใบหน้าของเขาอยู่อย่างนั้น 

“ในใจของลิตอาจจะมีคำถามมากมาย และคำตอบของมันอาจจะทำให้ลิตสับสนอยู่ไม่น้อย แต่เชื่อพี่เถอะว่าสักวันลิตจะได้คำตอบที่ชัดเจน แต่ถ้าเบื่อที่จะไล่ตามหาคำตอบนั้นแล้ว ลิตก็แค่ก้าวไปทางอื่นแทน” พี่ครามทั้งสอนและเตือนสติฉันในเวลาเดียวกัน 

“อย่าปล่อยให้ตัวเองมีข้อสงสัยนานจนเกินไป เพราะมันอาจจะทำให้ความรู้สึกส่วนลึกของเราค่อย ๆ หายไปก็ได้นะ” พี่ฟ้าพยายามพูดเพื่อเตือนสติ 

“หกปีมันก็น่าจะนานเกินพอแล้วไม่ใช่เหรอคะ” ฉันแย้งคำพูดของพี่ฟ้าขึ้นมาทันที สำหรับฉัน หกปีที่เขาหายไปมันก็นานเกินพอแล้วนะ แต่นี่ฉันยังต้องมาค้นหาคำตอบอื่น ๆ อีกเหรอ 

“แต่สำหรับใครบางคน มันอาจจะนานกว่านั้นก็ได้นะ” 

“เหอะ! ยังมีใครรอได้นานกว่าลิตอีกล่ะคะ” พี่ฟ้ากับพี่ครามไม่ได้ตอบคำถามฉัน ทั้งคู่แค่มองหน้าฉันแล้วยิ้มเท่านั้น 

โอเค ฉันพลาดกับคำถามนี้เอง เพราะยังมีอีกคนที่รอได้นานกว่าฉัน รอทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่มีทางได้รับความรู้สึกแบบนั้นตอบกลับ 

“พี่อิน…” 

“ก็อาจจะมีส่วน” พี่ครามพูดยิ้ม ๆ เป็นคำพูดที่ดูกำกวม จะหมายถึงพี่อินหรือใครอื่นก็ได้ 

“ถ้าจะหมายถึงพี่เขื่อนด้วย คงไม่มีทางหรอก เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาทำเหมือนลิตไม่มีตัวตนด้วยซ้ำไป” ยิ่งพูดยิ่งโมโห อยากจะต่อยหน้าเขาให้หายแค้น แต่ก็กลัวจะเจ็บมือซะเปล่า ๆ อีกนั่นแหละ 

พี่ฟ้ากับพี่ครามไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก นอกจากนั่งมองหน้าฉันบ่นพี่เขื่อนพร้อมกับรอยยิ้มเท่านั้น จนฝ่ามือข้างหนึ่งของพวกเขาวางลงบนหัวของฉันแผ่วเบา 

“โตแล้วนะลิต ต่อไปควรใช้เหตุผลให้มากกว่าความรู้สึก” 

“รู้แล้วค่ะ พวกพี่ก็ด้วยนั่นแหละ ลิตคงช่วยไม่ได้ตลอดหรอกนะคะ” พูดพลางมองหน้าพวกเขาสองคนสลับกัน 

“ที่ผ่านมาก็ดีเกินพอแล้ว” พี่ครามอ่อนโยนก็เป็น นึกว่าจะเก่งแต่พูดจาจิกกัด แม่ชอบบอกว่าเขานิสัยคล้ายพ่อเธียร์ที่สุด แต่ฉันว่าทั้งคู่มากกว่า 

“งั้นลิตกลับก่อนนะคะ” 

“ไม่อยู่กินอะไรด้วยกันก่อนเหรอ” 

“ไม่ดีกว่าค่ะ ระหว่างที่พ่อกับแม่ไม่อยู่ ลิตจะต้องหาคำตอบให้ตัวเองให้ได้ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ สวัสดีค่ะ” ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยโอเคสักเท่าไหร่ แต่ตอนนี้เริ่มโอเคขึ้นมานิดหน่อยแล้ว “อ๋อ พี่ไลฝากตามนะคะ” 

“ฮะ! แล้วทำไมเพิ่งบอก” 

“แล้วทำไมต้องรีบบอกด้วย บายค่ะ คิก ๆ” 

“ยัยตัวแสบ!” ไม่สนใจหรอก รีบเดินหนีออกมาจากห้องทันที ลงมาข้างล่างก็เห็นพี่ไลยืนอยู่ตรงทางขึ้นบันไดพอดี 

“พี่กำลังจะขึ้นไปตามอยู่พอดีเลย” คนตรงหน้าพูดพร้อมกับรอยยิ้ม 

“ขอโทษที่ปล่อยให้รอนะคะ พอดีลิตมีเรื่องคุยกับพี่ฟ้าพี่คราม แต่ตอนนี้คุยเรียบร้อยแล้ว งั้นลิตขอตัวกลับก่อนนะคะ” 

“ไม่ค้างที่นี่เหรอ” 

“ช่วงนี้ลิตจะค้างที่คอนโดแทนค่ะ ไว้เจอกันนะคะ สวัสดีค่ะ” พูดรัว ๆ ไม่มีพื้นที่ให้พี่ไลได้แทรกเลยทีเดียว ก่อนจะรีบเดินออกจากบ้าน กลับขึ้นรถและขับกลับคอนโด 

คนต่อไปที่ฉันต้องกลับไปคุยด้วยคือพี่เขื่อนสินะ… 

 

 

 

___________________________________________________ 

ดูลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน 5555555555555 

หาคำตอบไปพร้อมกับลิตนะคะ ลิตไม่ได้โง่เด้อ ต้องได้พ่อกับแม่มาเยอะแหละค่ะ 

จะมีคนเดาทางเอสถูกบ้างไหมน้อออออ เอสจะได้หลีกไปอีกทางแทน ฮ่า ๆ หยอก ๆ 

ความคิดเห็น