Sawanya

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คุณพ่อผู้อารี

ชื่อตอน : คุณพ่อผู้อารี

คำค้น : เล่ห์เผด็จรัก , จอมรวินท์ , ปุริมปรัชญ์ , โรมานซ์ , 18

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 293

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ค. 2563 14:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คุณพ่อผู้อารี
แบบอักษร

 

❤ ตอนที่ 5 ❤ 

 

Little God of Love กามเทพตัวน้อย 

 

“วินดี้!” นวินดาอ้าแขนรับเพื่อนสาวที่โผเข้ามากอดเธอทันทีที่พบหน้าด้วยความเต็มใจ “ไม่เจอกันนานมากๆ” แอนโทเนียมอง เพื่อนสนิทที่ตอนนี้กลายเป็นพี่สะใภ้ของเธอเป็นครั้งที่สองแล้วอย่างพินิจพิจารณา ก่อนจะเอ่ยปากชมออกมาจากใจ “เธอสวยขึ้นกว่าเดิมเป็นสิบเท่าเลยนะเนี่ย!”

 

“สวยอะไร ลูกโตขนาดนี้แล้ว” ใบหน้าขาวนวลของนวินดาเป็นสีชมพูระเรื่อด้วยความเขินกับคำชมของเพื่อนซึ่งแน่นอนว่าชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่เดินตามแอนโทเนียมาติดๆ คงได้ยินหมดแล้ว และเจ้าของบ้าน ที่เดินรั้งท้ายตามมาก็คงได้ยินด้วย

 

“นี่พูดจริงๆ นะ เธอสวยขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย!” ปกตินวินดาก็สวยจัดอยู่แล้ว แต่พบกันครั้งนี้เพื่อนสาวของเธอดูผุดผาดบาดตาและมีเสน่ห์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเสียจนเธอไม่แปลกใจเลยที่พี่ชายของตนไม่เคยมีใครเป็นตัวเป็นตนหลังจากที่หย่าร้างกับภรรยาไปเมื่อเกือบหกปีก่อน “ไฮ เคย์เดน! สุดหล่อของอา ไหนมาให้อากอดหน่อยสิจ๊ะคนเก่ง”

 

“คุณอาแอนโทเนียสวยจังเลยครับ”

 

เฮย์เดนยิ้มอย่างภาคภูมิใจเมื่อเห็นว่าน้องสาวของเขาทำท่าว่าจะหลงหลานชายตนเองตั้งแต่แรกเห็นเสียแล้ว ต้องยอมรับว่าเคย์เดนเหมือนแม่มากจริงๆ ในขณะที่เขามักจะเก็บความรู้สึกทุกอย่างไว้ในใจ ไม่ค่อยยอมพูดหรือบอกอะไรออกไป นวินดากลับแสดงความรู้สึกของเธอออกมาอย่างไม่คิดปิดบังเอาไว้เลยสักนิด รอยยิ้มของชายหนุ่มเจื่อนลงไปเล็กน้อย เมื่อคิดถึงสถานการณ์ปัจจุบัน น่าเสียดายที่ตอนนี้ภรรยาของเขาไม่ใช่ หญิงสาวร่าเริงสดใสที่แสดงทุกความรู้สึกออกมาอย่างใสซื่อเหมือนเมื่อ หลายปีก่อนแล้ว...น่าเสียดายจริงๆ...

 

“เป็นไงแอนนี่? หลงเสน่ห์หลานรักไปอีกคนแล้วละสิ? เด็กอะไรไม่รู้ ปากหวานจริงๆ” แอมเบอร์ยิ้มกว้างอย่างมีความสุข ตั้งแต่มีเคย์เดนมาอยู่ร่วมบ้าน นายหญิงแห่งแฮมป์ตันกรุ๊ปก็รู้สึกว่าชีวิตของตนมีสีสันมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า หลานรักเป็นความหวังเดียวของท่าน ทั้งในฐานะทายาทรุ่นที่ห้าของแฮมป์ตันกรุ๊ป และในฐานะที่เพิ่งจะช่วยเป็นกาวใจให้ลูกชายและ ลูกสะใภ้กลับมารักกันใหม่ด้วย

 

“เคย์ไม่ได้ปากหวานนะครับคุณย่า คุณอาสวยจริงๆ นี่นา” เด็กชายเอ่ยปากชมคุณอาพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ซึ่งมีเค้าว่าโตมาคงจะเป็นชายหนุ่มที่หล่ออย่างร้ายกาจเปล่งประกายราวกับเทพบุตรน้อยๆ ก็มิปาน

 

“พระเจ้า! ฉันว่าฉันหลงรักเด็กคนนี้แล้วละวินดี้!” ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยเจอเด็กคนไหนน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้มาก่อนเลยจริงๆ

 

“เธอลืมอะไรไปรึเปล่าแอนนี่” เฮย์เดนซึ่งเห็นว่าน้องสาวของตน มัวแต่คุยเพลินเสียจนปล่อยให้ใครบางคนเคว้งเสียแล้วเตือนด้วยน้ำเสียงขบขัน หญิงสาวที่เพิ่งนึกได้ว่าตนเองพาแขกคนสำคัญมาด้วยจึงอุทานออกมาด้วยความตกใจ

 

“ตายจริง! ขอโทษด้วยนะคะแม่ หนูลืมไปเลยว่าพาคริสมาด้วย” แอนโทเนียหันไปบอกมารดาก่อนตามมารยาท จากนั้นก็หันมาหาชายหนุ่มซึ่งยืนอยู่ทางด้านหลังเธอ “คริสคะ นี่วินดี้ เพื่อนสนิทและพี่สะใภ้ของฉัน วินดี้จ๋า นี่คริส...เป็น...เอ่อ...”

 

 

“เพื่อนบ้านที่กำลังจะกลายเป็นสามีของยายแอนนี่ในเร็วๆ นี้” ชายหนุ่มสรุปง่ายๆ แต่ตรงประเด็นเสียจนแอนโทเนียถึงกับกรี๊ดออกมา

 

“พี่! มันเป็นข่าวของฉันนะ! ทำไมพี่ทำลายเซอร์ไพรส์ฉันแบบนี้ล่ะ!” แอนโทเนียแทบจะกระโดดบีบคอพี่ชายอยู่แล้ว เธอรู้ว่าเฮย์เดนเป็นคนไม่ชอบเซอร์ไพรส์และเกลียดอะไรเยิ่นเย้อ แต่นี่มันเรื่องสำคัญของเธอ แล้วเธอก็อุตส่าห์ปิดเป็นความลับอยู่ตั้งนานเพื่อมาเซอร์ไพรส์ทุกคนในวันนี้แท้ๆ!

 

“เซอร์ไพรส์อะไร? คนเขารู้กันทั้งนั้นนั่นแหละว่าเธอชอบคริส”

 

“เดนนี่!” แอนโทเนียกัดฟันกรอด หน้าแดงก่ำอย่างที่เห็นได้ชัดเลยว่าเธอเขินว่าที่เจ้าบ่าวของตนขนาดไหน ซึ่งนวินดาก็พอจะเข้าใจ เพราะเพื่อนของเธอคนนี้ไม่เหมือนสาวชาวอเมริกันทั่วไป อาจจะแสบซ่า อยู่บ้าง แต่เธอไม่เคยเห็นเพื่อนสาวสนใจใครมาก่อนนอกจากหนุ่มข้างบ้าน อย่างคริสโตเฟอร์ เมื่อเห็นว่าพวกเขาจะได้ครองคู่กันแล้ว หญิงสาวก็อดดีใจด้วยไม่ได้ที่ในที่สุดความรักข้างเดียวอันแสนยาวนานของเพื่อนรักก็ลงเอยด้วยความสุขสมหวังเสียที

 

“น้องเป็นผู้หญิงนะเดนนี่ จะพูดอะไรก็ระวังไว้บ้าง” แม้จะตกใจกับการประกาศวิวาห์ของบุตรสาวอยู่บ้าง แต่แอมเบอร์ก็ไม่ได้มีความคิดที่จะคัดค้านแต่อย่างใด

 

“ระวังตอนนี้คงไม่ทันแล้วนะครับแม่ เขารู้กันทั้งโลกแล้วละมั้ง”

 

“ฉันโกรธพี่จริงๆ แล้วนะ! คอยดูเถอะ จะงอนยาว ไม่พูดด้วยเลย!” แอนโทเนียค้อนขวับ แต่เฮย์เดนกลับไหวไหล่และแสดงออกอย่างชัดเจน ว่าเขาไม่ได้สนใจสิ่งที่น้องสาวพูดเลยแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีว่าคนอย่างเธอ ไม่มีทางทำได้อย่างที่ขู่อยู่แล้ว

 

“เอาเถอะๆ อย่าเพิ่งทะเลาะกันเลย นั่งก่อนดีกว่า หมุนไปหมุนมาแบบนี้แม่ชักจะเวียนหัวแล้ว” ความจริงแอมเบอร์ยังสบายดี แต่เพราะทราบดีว่าคริสโตเฟอร์ แม็คอัลลิสเตอร์ ว่าที่ลูกเขยของนางเคยประสบอุบัติเหตุ ทางรถยนต์อันเป็นเหตุให้ภรรยาของเขาจากไป ส่วนตัวเขาเองก็ขาหักทั้งสองข้าง แม้ว่าตอนนี้จะรักษาจนหายดีแล้ว แต่ก็มักจะมีอาการแปลบปลาบเป็นบางครั้งเมื่อยืนอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ นางเป็นห่วงว่าเขาจะเมื่อยหรือปวดขา แต่ไม่กล้าบอก จึงต้องสงบศึกระหว่างสองพี่น้องเสียก่อน

 

“เอ้า! จะประกาศข่าวดีก็ประกาศเสียสิ เดี๋ยวจะหาว่าพี่ทำลายเซอร์ไพรส์เธออีก”

 

แอนโทเนียเบ้ปากใส่พี่ชายผู้ไม่เข้าใจศิลปะการสร้างความประหลาดใจเลยสักนิด ไม่ว่าจะเป็นตอนเด็ก สมัยวัยรุ่น หรือแม้แต่ตอนที่โตจนมีครอบครัวแล้วแบบนี้!

 

“ไม่ทันแล้วย่ะ! พี่ทำลายมันไปเรียบร้อยแล้ว เชอะ!”

 

อาการแสนงอนของน้องสาวที่เขาไม่ได้เห็นมานาน หลังจากที่เธอย้ายไปทำงานเพื่อองค์กรสิทธิมนุษยชนในแถบเอเชียไปพร้อมๆ กับการทำอาชีพช่างภาพอิสระไปด้วย ทำให้เฮย์เดนอดยิ้มออกมาไม่ได้ และรอยยิ้มนั้นก็ทำเอาคนที่กำลังลอบมองเขาอยู่อย่างนวินดาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เพราะเกรงว่าเขาจะเห็นตอนที่เธอเหม่อมองเขาด้วยสายตาเคลิบเคลิ้มหลงใหล ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เฮย์เดนก็ยังคงเป็นชายที่ทรงเสน่ห์เสมอ โดยเฉพาะในยามที่เขาแสดงความอ่อนโยนและมีอารมณ์ขันออกมาแบบนี้

 

“อย่าไปถือสาพี่เขาเลยน่าแอนนี่ ไหนเล่าให้แม่ฟังซิว่าทำไมพวกลูกถึงมาลงเอยกันได้?” แอมเบอร์ทราบข่าวเพียงว่าบุตรสาวตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่สหรัฐอเมริกาอีกครั้ง แต่เพิ่งจะรู้ว่าที่ย้ายกลับมาก็เพื่อจะเข้าพิธีสมรสกับคริสโตเฟอร์ เพื่อนบ้านที่อายุมากกว่าบุตรสาวของนางถึงสิบสองปี ที่จริงนางก็รู้มาตลอดว่าลูกสาวหลงรักพ่อม่ายหนุ่มซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งแต่ยุคต้นตระกูลของทั้งสองฝ่าย แต่กลับไม่เคยระแคะระคายมาก่อนเลยว่า คริสโตเฟอร์เองก็มีใจให้กับบุตรสาวจนถึงขั้นจะแต่งงานกันในเร็วๆ นี้

 

“ก็...เอาเป็นว่าเรากำลังจะแต่งงานกันสัปดาห์หน้านี้แล้วกันนะคะ ส่วนรายละเอียด เดี๋ยวหนูค่อยเล่าให้แม่ฟังดีกว่า” ถึงอย่างไรเธอก็ยังเขินและไม่อยากให้คริสโตเฟอร์เอ่ยถึงเรื่องราวทั้งหมดต่อหน้าทุกคน ในตอนนี้

 

“สัปดาห์หน้า! ไม่เร็วไปเหรอลูก? นี่เพิ่งจะตกลงกันได้ไม่เท่าไร ก็จะแต่งงานแล้วเหรอ? แม่ว่าหมั้นกันไว้ก่อนดีไหม?” แม้จะพอเดาได้ว่าหากบุตรสาวเอ่ยปากออกมาแบบนี้แสดงว่าแอนโทเนียคงปรึกษาเฮย์เดนมาก่อนแล้ว และบุตรชายของนางในฐานะผู้นำตระกูลคนปัจจุบันก็คงไม่ขัดข้อง แอนโทเนียจึงตัดสินใจโดยไม่ได้หารือกับนางก่อน ซึ่งความจริงนางก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เพียงแต่คาดไม่ถึงว่ามันจะเร็วถึงเพียงนี้

 

“แอมเบอร์ครับ คือ...เรื่องนี้ความจริงเป็นเพราะผม...ผมผิดเองที่ รู้ใจตัวเองช้าเกินไป แล้วก็ผิดที่ไม่ได้มาขออนุญาตคุณก่อนก็บินไปหาแอนนี่เลย”

 

“แปลว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ?” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่เหมือนกับนัยน์ตาของบุตรชายราวกับพิมพ์หรี่ลงเล็กน้อย ไม่เคยปรากฏมาก่อนเลย สักครั้งว่าบุตรสาวของนางจะปิดบังอะไรนาง โดยเฉพาะในเรื่องสำคัญแบบนี้ และใบหน้าหน้าที่เคร่งขึ้นนั้นก็ทำให้วัวสันหลังหวะอย่างคริสโตเฟอร์ต้องรีบอธิบายทันที

 

“ไม่ใช่ครับ ผมตั้งใจบินไปหาแอนนี่ แต่ที่ไม่ได้บอกคุณแม่ก่อนก็เพราะว่า...”

 

“ยังไม่แน่ใจว่าจะรับผิดชอบเธอดีไหม?”

 

นวินดาหันขวับไปหาชายหนุ่มแทบจะทันที นี่แหละ ‘จังหวะนรก’ ของแท้! เฮย์เดนเลือกที่จะพูดสิ่งที่แย่ที่สุดออกมาในเวลาที่อันตรายที่สุดได้อย่างน่าอัศจรรย์!

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะแม่!” แอนโทเนียรีบปฏิเสธก่อนที่พี่ชายจะ ชักใบให้เรือเสียไปมากกว่านี้ “เดนนี่! ฉันว่าพี่ควรจะเปลี่ยนจากน้ำยา บ้วนปากเป็นน้ำยาล้างห้องน้ำได้แล้วนะ! ชอบพูดให้เสียเรื่องอยู่เรื่อยเชียว!” ทายาทคนเล็กของแฮมป์ตันกรุ๊ปสบถออกมาอย่างหัวเสีย เพราะเกรงว่ามารดาจะเชื่อตามที่พี่ชายของเธอบอกจนไม่ยอมอนุญาตให้เธอแต่งงานกับชายในดวงใจ

 

 

“แอนนี่! ลูกไม่ควรพูดกับพี่เขาแบบนี้นะ หลานก็อยู่ตรงนี้ด้วย ถ้าเคย์เดนจำเอาไปพูดจะทำยังไงหา?” แอมเบอร์หันมาดุบุตรสาวซึ่งกำลังค้อนพี่ชายตาเขียว แอนโทเนียจึงสะบัดหน้าหนี เพราะไม่อยากมีปากเสียงกับเฮย์เดนให้มารดาต้องไม่สบายใจอีก

 

“เคย์ไม่จำไปพูดหรอกฮะคุณย่า หม่ามี้บอกว่าเวลาผู้ใหญ่คุยกัน บางทีเด็กๆ ก็ต้องทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นนะฮะ” คำตอบของหลานชายเกือบจะทำให้แอมเบอร์หลุดขำออกมา แต่ขืนหัวเราะจริงๆ แอนโทเนียก็คงยิ่งได้ใจใหญ่ นางจึงจำต้องตีหน้าเคร่งไว้

 

“แม่ครับ แม่ไม่สบายอยู่ อย่าเครียดเลยครับ ทำใจสบายๆ เถอะ ผมกับน้องก็คุยกันแบบนี้มาตลอด เราไม่ได้โกรธกันจริงๆ ซะหน่อย เอ้า! นายก็รีบเล่าเข้าสิ มัวแต่ชักช้า เดี๋ยวแม่ฉันก็หัวใจวายก่อนพอดี!” เฮย์เดนออกคำสั่งโดยไม่ได้คำนึงสักนิดว่าอีกฝ่ายอายุมากกว่าตนเอง ซ้ำยังไม่ใช่คนที่มีฐานะด้อยกว่าตนสักนิดด้วย

 

“ฉันว่าคุณบอกตัวเองดีกว่ามั้งคะ ในห้องนี้ฉันว่าก็มีแต่คุณนี่แหละที่ทำให้สถานการณ์มันไม่ปกติ”

 

“วินดี้!” ชายหนุ่มหันมามองหน้าภรรยาราวกับเธอเพิ่งเสือกมีดเข้าที่หน้าท้องของเขาอย่างจัง! เขาเป็นสามีของเธอนะ! เธอต้องเข้าข้างเขาสิ ไปเข้าข้างคนอื่นได้ยังไงกัน!

 

“พ่อฮะ...” ก่อนที่สถานการณ์จะย่ำแย่ไปกว่านั้น เคย์เดนก็ทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้ตีระฆังพักยกโดยไม่รู้ตัว “ทำไมรถมันไม่วิ่งล่ะครับ?” เฮย์เดนรับรถบังคับขนาดเล็กที่เขาเพิ่งจะซื้อให้ลูกชายไม่นานมาพิจารณาโดยละเอียด 

 

“ไหนพ่อดูหน่อยซิ...อ๋อ...นี่ไง...แบตมันหลวม...” เฮย์เดนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและใบหน้าที่ดูอ่อนโยนจนเข้าขั้นผิดปกติของพี่ชายก็ทำเอาแอนโทเนียตกใจจนต้องอ้าปากค้างเลยทีเดียว

 

“วินดี้! นี่ปกติเขาเป็นแบบนี้ทุกวัน หรือวันนี้กินอะไรผิดสำแดงมาน่ะ?”

 

“เป็นแบบนี้? เป็นอะไรจ๊ะ?”

 

 

“ก็ยิ้มหวาน อ่อนโยน ใจดี ดูเป็นคุณพ่อผู้อารีแบบนี้ไงล่ะ!” พนันกันได้ว่าถ้าพนักงานในแฮมป์ตันกรุ๊ปมาเห็นพี่ชายเธอในเวอร์ชันนี้ คงนึกว่าเขาโดนผีเข้าสิงหรือหกล้มหัวฟาดพื้นจนสมองทำงานผิดปกติแน่ๆ!

 

“รถคันใหญ่ก็เหมือนจะวิ่งไม่ค่อยออกนะฮะแด๊ดดี้ แด๊ดดี้ไปดูให้เคย์หน่อยได้ไหมฮะ?” เคย์เดนหมายถึงรถยนต์เฟอร์รารีสำหรับเด็กซึ่งผู้เป็นพ่อสั่งประกอบมาให้เขาโดยเฉพาะ ซึ่งแน่นอนว่าเฮย์เดนต้องรีบรับปากอย่างกระตือรือร้นทันที

 

“ได้สิลูก คุยกันไปก่อนนะครับแม่ เดี๋ยวผมไปดูรถให้ลูกแป๊บหนึ่ง” พูดจบปุ๊บเขาก็รีบเดินตามบุตรชายไปอย่างรวดเร็วจนนวินดาอดถอนหายใจไม่ได้

 

“ดูพี่ชายเธอสิแอนนี่ ทำจนเคย์จะเสียเด็กอยู่แล้ว ฉันบอกแล้วว่าไม่ให้ซื้อของเล่นแพงๆ ให้ลูกก็ไม่ฟัง!”

 

“เอาน่าวินดี้ เดนนี่เขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองมีลูก พอได้เจอเข้าก็เลยทั้งรักทั้งอยากเอาใจ หนูก็ค่อยๆ พูดค่อยๆ จากับเขาแล้วกันนะจ๊ะ ยังไงเขาก็ต้องตามใจหนูอยู่แล้วละ” แอมเบอร์ปลอบใจลูกสะใภ้เสียงอ่อน ก่อนจะหันมาทางลูกสาวและว่าที่ลูกเขยอีกครั้ง “สรุปว่าเรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่?”

 

 

ว่าที่ลูกเขยตระกูลแฮมป์ตันเริ่มต้นเล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียด ก่อนจะขออภัยว่าที่แม่ยายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และขออนุญาตดูแลลูกสาวสุดที่รักของท่านตลอดไป ในที่สุดความรักที่เหมือนจะไม่มีวันสมหวังและทำให้ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าสมบูรณ์แบบที่สุดคนหนึ่งในแวดวงชนชั้นสูงอย่างแอนโทเนียต้องรอมานานถึงสิบห้าปีก็จบลงอย่างมีความสุขเสียที

ความคิดเห็น