ณ กลางใจ
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

วาทกรรม ณ แดนโลกีย์บทที่ หนึ่ง

ชื่อตอน : วาทกรรม ณ แดนโลกีย์บทที่ หนึ่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 313

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2563 18:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วาทกรรม ณ แดนโลกีย์บทที่ หนึ่ง
แบบอักษร

ท้องฟ้ามืดมิดสายพิรุณตกราวกับว่าจะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แสงอัสนีบาตรฟาดลงพื้นพสุธาตามมาด้วย เสียงอันดังสนั่นลั่นหกพิภพ ผู้คนตื่นกลัวจนหวีดร้องด้วยความตกใจ จนมีใครหลายคนต่างกรนด่าสาบแช่งสวรรค์อยู่เนืองๆ

ในขณะที่ราษฎรกำลังเกิดความโกลาหลเพราะภัยพิบัติจากเบื้องบนอยู่นั้น ณ พระราชวังก็ไม่ต่างกัน เนื่องจากตอนนี้ฮองเฮากำลังจะประสูติ เหล่าหมอหลวงต้องต้มน้ำร้อนท่ามกลางการเกิดพายุฝนโหมกระหน่ำ แม้แต่ฮ่องเต้ผู้รอฟังเหตุการณ์จากตำหนักของฮองเฮา ก็ทรงประทับไม่ติดเอาแต่เดินวนไปมาในห้อง เพราะขณะนี้พระทัยของฮ่องเต้กำลังสับสน

ถือว่าการมาของโอรสผู้นี้ช่างไม่ดีเอาเสียเลย พระองค์ทรงคิดแล้วจึงให้คนไปตาม หลิวเหว่ย กุนซือประจำพระราชสำนักมาพบพระองค์ รออยู่ไม่นานทันใดนั้นประตูตำหนักก็เปิดออก เผยให้เห็นบุรุษในชุดสีแดงเปียกปอนราวตกน้ำ ผมเผ้าดูไม่ได้ หนวกเคราก็ไม่เป็นระเบียบ บ่งบอกว่าเขาต้องเดินทางฝ่าลมพายุมาจนถึงพระราชฐานชั้นใน

“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” หลิวเหว่ยมาถึงก็รีบคุกเข่า สองมือประสานยกท้วมหัว ดวงตาเขาแดงก่ำ ไม่รอให้ฮ่องเต้ได้ตรัสถามเขาก็รีบเอ่ยออกมาไม่กลัวหัวหลุดจากบ่า “โอรสที่จะประสูติเป็นหายนะของบ้านเมืองพ่ะย่ะค่ะ” สิ้นคำกล่าวของหลิวเหว่ย เสียงอัสนีบาตรก็ดังสนันจนทุกคนต้องเผลอยกมือขึ้นมาปล้องใบหู

ฮ่องเต้ลดมือลงเมื่อเสียงเงียบไปแล้ว ไม่นานสายพิรุณก็หยุดลงเช่นกัน เมื่อนั้นเหล่าหมอหลวงต่างพากันเอ่ยเสียงสลดแทนที่จะเป็นเสียงดีใจอยู่ที่หน้าตำหนัก เป็นเสียงร้องไห้ดังระงมที่มากกว่าจำนวนของหมอหลวงราวกลับว่าเหล่าข้าราชบริพารก็มาร่วมด้วย ฮ่องเต้จึงรีบรุดออกจากตำหนัก

“เกิดอะไรขึ้น”

“ทูลฝ่าบาท” หมอหลวงกั้นน้ำตาไว้อึดใจก่อนเอ่ยอีกครั้ง “ฮองเฮา... พระนางพยายามให้กำเนิดพระราชโอรส จนสิ้นพระชนม์พ่ะย่ะค่ะ!”

สิบปีต่อมา

องค์ชายรองนั่งอยู่บนเก้าอี้มาครึ่งค่อนวันเนื่องจากคนรับใช้พามารับลมข้างนอก แต่นั่งมาจนหิมะโปรยปรายก็ไม่มีใครพาเขากลับเข้าตำหนัก

ดวงตาสีทองประกายแต่มองไม่เห็นสิ่งใด แม้จะพยายามพูดก็เอ่ยไม่ออก ชีวิตที่มีมาตลอดสิบปี แบกรับเสียงดูถูกรอบด้านทำให้เด็กวัยสิบขวบจิตใจหยาบกระด่างกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียด้วยซ้ำ

เพราะเขาเดินไม่ได้ พูดไม่ได้ มองไม่เห็น ด้วยสาเหตุนี้ทำให้ใครจะพูดดูถูกเขาอย่างไรก็ได้ราวกับว่าเป็นเพียง แมลงน้อยตัวหนึ่งที่ไม่สามารถโต้ตอบอันใดใครได้

แต่ที่ยังมีชีวิตอยู่จนทุกวันนี้เพราะคำสั่งของเสด็จพ่อ ที่สั่งให้เขาจงมีชีวิตเพื่อผู้อื่นให้สมกับที่ได้เกิดมาทำให้บ้านเมืองตกทุกข์ได้ยาก

น้ำท้วมครั้งใหญ่ สงครามพ่ายแพ้ เสด็จแม่สิ้นพระชนม์ ทั้งหมดเพราะเขาเป็นตัวหายนะของแคว้น แต่เพราะศิลาหินได้สลักบางอย่างไว้ทำให้เขายังมีชีวิตจนทุกวันนี้ หากไม่มีศิลาหินนั้น ลมหายใจของตนก็คงขาดสะบั้นไปนานแล้ว

สิบเจ็ดปีต่อมา

เคร้ง

เสียงถ้วยทองเหลืองถูกโยนลงบนพื้น นางกำนัลนางหนึ่งเริ่มรู้สึกเหนื่อยที่ต้องดูแลคนพิการผู้หนึ่ง นางจึงปากะละมังทองเหลืองใส่เหลี่ยงอ๋องที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โยก

ไม่มีใครสนใจการกระทำของนางสักคนเนื่องจากพ่อบ้านประจำจวนออกไปซื้อของเข้าจวน พวกนางกำนัลจึงได้โอกาสกำเริบเสิบสานต่อเหลียงอ๋อง

“พิการแล้วยังกล้ามีชีวิตอยู่ให้ลำบากคนอื่นอีกหรือ เหอะ” เมื่อสิ้นวาจานาง บังเอิญประจวบเหมาะที่พ่อบ้านกลับมา เขามองหน้านางด้วยแววตานิ่งเฉย

ทุกวันนี้กฎของจวนเหลียงอ๋องลดหย่อนลงไปมาก จนชาวบ้านกล้าปีนเข้ามาเพื่อหวังแอบดูใบหน้าของเหลียงอ๋องให้เห็นกับตา พ่อบ้านจึงคิดได้ว่าจะต้องเชือดไก่ให้ลิงดูเสียแล้ว

“นำนางไปลงโทษตามกฎจวนเหลียงอ๋อง”

สิ้นคำสั่งของพ่อบ้าน นางก็ตกใจจนรีบคุกเข่าลงกับพื้น นางกำนัลคนอื่นก็เช่นกัน พยายามขอร้องให้พ่อบ้านไว้ชีวิตสหายของพวกตน

“งั้นข้าจะถามเหลียงอ๋องว่าจะให้ทำเช่นไรกับเจ้า”

ทุกคนในที่นั่นหันมองบุรุษหน้าตาคมคาย มีดวงตาสีทองประกายที่มองสิ่งใดไม่เห็น ริมฝีปากงดงามที่ประดับใบหน้าเสริมความสง่าก็หาได้เปล่งวาจาได้ แม้แต่สองขาที่ดูกำยำก็เดินไม่ได้เช่นกัน

ทว่าฝ่ามือของเหลียงอ๋องยกขึ้นมา แล้วโยนลูกปัดเม็ดกลมลงบนพื้น เป็นความหมายว่า ได้

นางจึงได้หวีดร้องออกมาด้วยความเสียใจ กรีดร้องแสนน่าเวทนาแก่ผู้ฟัง แต่เหลียงอ๋องกลับเมินเฉย ราวกลับไม่มีเสียงอันใดกำลังแผดร้องแสนทรมานอยู่ข้างหน้าของเขา

พ่อบ้านสั่งให้นางกำนัลพากันเก็บกวาดของที่หล่นบนพื้นหลังจากที่นางกำนัลผู้นั้นถูกลากออกไป ส่วนตัวเขาย่อกายลงไปหยิบลูกปัดกลมนำไปใส่มือให้เหลียงอ๋อง เมื่อเขาจับมือของเหลียงอ๋องแบออกก็พบว่ามีเพียงลูกเต๋ากลมอยู่ในมือ ไม่ได้มีลูกเต๋าเหลี่ยมที่แปลว่าปฏิเสธ

“เก็บไว้พ่ะย่ะค่ะ” เหลี่ยงอ๋องจำใจรับจากมือของพ่อบ้าน แม้จะอยากปล่อยลูกเต๋าในมือมากแค่ไหนก็ทำได้แค่กำไว้ในมือของตน ในใจไม่คิดสิ่งใดนอกจาก สี่ประโยคซ้ำๆ

ข้ามันแค่คนพิการไร้ค่า

โอรสผู้นำมาซึ่งหายนะ

เป็นตัวสกปรกเกินกว่าอะไรทั้งหมด

ข้าสมควรตาย!

ความคิดเห็น