Sawanya

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมเป็นสามีที่สุดยอดแค่ไหน!

ชื่อตอน : ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมเป็นสามีที่สุดยอดแค่ไหน!

คำค้น : เล่ห์เผด็จรัก , จอมรวินท์ , ปุริมปรัชญ์ , โรมานซ์ , 18

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 346

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2563 12:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมเป็นสามีที่สุดยอดแค่ไหน!
แบบอักษร

 

“คุณควรจะอธิบายกับผมหน่อยไหมว่าทำไมถึงได้เรียกเชฟประจำบ้านผมซะสนิทสนมขนาดนั้น?” 

 

“นี่คุณ! ฉันมาบุกครัวของเขาแต่เช้าแบบนี้ แถมยังมาขอทำอาหารเช้ากินเอง ทั้งๆ ที่เขาก็ทำไว้ให้แล้ว ขืนยังทำเชิดหยิ่ง เชฟคงเอากระทะฟาดหัวฉันแน่ เลิกพูดมากแล้วไปทำแพนเค้กให้ลูกได้แล้ว นั่นน่ะ เห็นไหม ส่วนผสมทั้งหมดฉันวางไว้ตรงนั้นแล้ว ให้เชฟเขาสอนทำได้เลย” อยากอวดเก่งดีนักก็ทำเองสิ!

 

“ผมจะรู้ได้ยังไงว่าจะใส่อะไรก่อน ใส่อะไรทีหลัง?” คิ้วเข้มขมวดมุ่นเพราะไม่ได้มีความรู้เลยแม้แต่น้อยว่าส่วนผสมทั้งหมดที่เธอแบ่งไว้อย่างเป็นสัดเป็นส่วนนี่คืออะไรบ้าง และมันจะออกมาเป็นแพนเค้กได้ยังไง จริงอยู่ว่าเขาเป็นเจ้าของแฟรนไชส์อาหารชื่อดัง แต่สูตรทั้งหมดนั้นตกทอดมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ และบางส่วนก็ถูกพัฒนาขึ้นใหม่โดยมีนักพัฒนาสูตรอาหารเป็นผู้คิดค้นและสร้างสรรค์เมนูต่างๆ ขึ้นมา เขามีหน้าที่เพียงแค่ชิมและตัดสินใจว่าจะนำสูตรใดไปผลิตเป็นเมนูใหม่ของแฟรนไชส์แบรนด์ต่างๆ ไม่เคยต้องลงมือทำเองเลยสักครั้ง

 

“ไม่ยากหรอกน่า ถ้าฉันทำได้คุณก็ต้องทำได้ไม่ใช่เหรอ?”

 

“แน่นอน! แต่เพื่อความยุติธรรม คุณต้องบอกผมด้วยว่าทำยังไง ผมไม่ได้เกิดมาพร้อมกับตำราอาหารนี่”

 

“ก็ไม่มีใครเกิดมาพร้อมกับตำราอาหารหรอกค่ะ ฉันก็ไม่ได้ทำอาหารเก่งมาตั้งแต่แรกเสียหน่อย” เธอบ่นพึมพำในลำคอ แต่เขาก็ยังได้ยินและยังสวนมาให้เธอเจ็บจี๊ดอีกด้วย

 

“เรื่องนั้นผมรู้ดี ชิมมาตั้งแต่จานแรกที่คุณทำ จำจนตายเลยนะ”เฮย์เดนเพียงแต่พูดออกไปตามความเป็นจริง ไม่ได้คิดที่จะตำหนิหรือประชดประชันภรรยา แต่หญิงสาวกลับเข้าใจว่าเขาไม่ได้มีความทรงจำที่ดีหรือ ความประทับใจใดๆ กับช่วงเวลาเหล่านั้นที่เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาใจเขาเลยสักนิด นวินดาจึงเลิกคิดที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเขา เพราะไม่อยากคิดถึงเรื่องราวที่ทำให้เธอต้องปวดใจอีก

 

“ฉันเตรียมผลไม้เสร็จแล้ว เดี๋ยวคุณช่วยตีแป้งให้ฉันก็แล้วกัน” หญิงสาวสรุปเสียงเรียบ คนที่คิดว่าเธอจะต้องตอบโต้กลับมาอย่างเผ็ดร้อนแน่ๆ จึงนิ่งอึ้งไปอย่างไม่เข้าใจอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของ เธอเลย แต่เฮย์เดนก็เลือกที่จะเงียบไว้ก่อน ประสบการณ์สอนให้เขาเรียนรู้ที่จะระมัดระวังกับอารมณ์ของผู้หญิง เพราะมันคาดเดาไม่ได้เลยจริงๆ “ใส่แป้งสาลีกับแป้งโฮลวีตลงไปก่อน”

 

“อันไหนคือแป้งสาลี อันไหนคือแป้งโฮลวีต?”

 

เธอยังอารมณ์เสียจากคำพูดแทงใจดำของเขาเมื่อสักครู่ แต่เมื่อคิดแล้วว่าการทุ่มเถียงกับเขาไม่ได้มีประโยชน์อะไร นวินดาจึงระบายลมหายใจออกมาเบาๆ แล้วหยิบแป้งสาลีกับแป้งโฮลวีตส่งให้เขา

 

“นี่แป้งสาลี ส่วนนี่แป้งโฮลวีต ใส่ส่วนผสมที่มันแห้งๆ ลงไปก่อน นี่เกลือ นี่น้ำตาลไอซิ่ง แล้วก็นี่ผงฟู” เธอค่อยๆ ส่งวัตถุดิบให้เขาทีละอย่าง ซึ่งเฮย์เดนก็รับมันไปเทลงในโถผสมอาหารอย่างว่าง่าย “เสร็จแล้วก็ใส่นมกับไข่ไก่ลงไป ตามด้วยน้ำมันมะกอก”

 

“แล้วไงต่อ?”

 

“ทีนี้ก็ตีเลย...แบบนี้ไง...เอาโถผสมอาหารไปใส่ไว้ในเครื่องแบบนี้...แล้วก็กดปุ่มนี้ แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวฉันจะเอากระทะมาตั้งไฟก่อน”

 

นวินดาหยิบกระทะมาวางบนเตาก่อนจะพ่นน้ำมันมะกอกชนิด สเปรย์ลงไปเล็กน้อย แล้วจัดการอุ่นกระทะให้ร้อนพอเหมาะ จากนั้นจึงนำมันวางลงบนผ้าที่เตรียมเอาไว้

 

 

“ไหนดูซิ” เธอชะโงกหน้าไปดูแป้งแพนเค้กที่เขาเป็นผู้ลงมือผสมด้วยตนเองแล้วยิ้มออกมาอย่างพอใจโดยไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มหวานล้ำที่เขาไม่ได้เห็นมานานเหลือเกินทำให้หัวใจของเฮย์เดนเต้นแรงขนาดไหน “เพอร์เฟกต์!”

 

“แน่นอนอยู่แล้ว ฝีมือเฮย์เดน แฮมป์ตันจะน้อยกว่าคำว่า เพอร์เฟกต์ได้ยังไง!” เพราะเขินสายตาของภรรยาและเกรงว่าเธอจะมองออกว่าเขาตื่นเต้นแค่ไหนกับรอยยิ้มเมื่อสักครู่ ชายหนุ่มจึงต้องกลบเกลื่อนด้วยการยกยอตนเองอีกครั้ง

 

“เตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อมขนาดนี้ แค่เทลงโถผสมอาหารกับกดสวิตช์เปิดเครื่อง ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วละค่ะ”

 

“แต่นี่มันครั้งแรกของผมเลยนะ คล่องขนาดนี้ก็ถือว่าอัจฉริยะแล้วละที่รัก”

 

พ่อคุณ! ช่างกล้าชมตัวเองได้อย่างไม่อายปากเลยจริงๆ!

 

“เร่งมือเข้าเถอะค่ะ เดี๋ยวลูกก็เข้ามาตามพอดี” ปกตินวินดาต้องพักแป้งที่ผสมไว้แล้วเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงก่อนด้วยซ้ำ แต่วันนี้ต้องยอมลัดขั้นตอน รวมถึงต้องใช้วิปปิงครีมแบบสำเร็จรูปเพื่อร่นระยะเวลาในการทำ เคย์เดนจะได้ไม่ต้องรอนานจนเกินไปนัก “ตักแป้งใส่กระทะเลยค่ะ ทัพพีเดียวก่อนนะคะ” ชายหนุ่มทำตามที่เธอบอก แต่เพราะเขากะจังหวะในการเทแป้งไม่ดี แป้งเลยไม่ได้ออกมากลมสวยเท่าไรนัก

 

“ทำไมมันเป็นแบบนี้ล่ะ?” คิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างหงุดหงิด แต่แทนที่มันจะทำให้เธอรำคาญกับความเอาแต่ใจของเขา นวินดากลับรู้สึกว่ามันน่ารักดีเสียนี่

 

“ก็คุณใจร้อน ค่อยๆ เทสิคะ” เธอเอื้อมมือไปจับมือใหญ่ที่ถือทัพพีอยู่เพื่อช่วยเกลี่ยให้แป้งเป็นรูปสวยขึ้น จะได้ไม่เสียของ

 

 

สัมผัสจากมือน้อยนุ่มนิ่มนั้นถือว่าผิวเผินมากหากเทียบจากความใกล้ชิดที่เขาเคยได้รับจากหญิงอื่น แต่มันกลับมีอานุภาพต่อจิตใจของเขาอย่างยิ่ง โหนกแก้มสีแทนสวยจึงเป็นสีแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด และด้วยความที่เกรงว่าเชฟและผู้ช่วยเชฟซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนักจะสังเกตเห็นความขัดเขินซึ่งแทบไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวิตของเขา เฮย์เดนจึงพยายามจะพลิกแผ่นแป้งแพนเค้กเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกในใจ

 

“อ๊ะ! อย่าเพิ่งกลับสิคะ!”

 

“ไม่กลับแล้วจะรู้ได้ยังไงว่ามันสุกแล้ว?”

 

“รอก่อนสิคะ รอประมาณสามนาที หรือไม่ก็จนกว่าจะมีฟองผุด ขึ้นมา ถึงตอนนั้นค่อยกลับ”

 

“ทำไมมันช้าจัง”

 

“ช้าที่ไหน? นี่เป็นขนมที่ทำง่ายและเร็วที่สุดแล้วนะคะ ขนมไทยทำยากและใช้เวลานานกว่านี้ตั้งเยอะ”

 

“คุณทำขนมไทยได้ด้วยเหรอ?” เท่าที่เขาเคยเห็นหน้าตาของ ขนมไทยชนิดต่างๆ มันไม่น่าจะทำได้ง่ายๆ เลยนะ “ทำไมจู่ๆ คุณถึงทำอาหารเก่งขึ้นขนาดนี้ล่ะ?” คราวนี้เฮย์เดนพยายามระมัดระวังคำพูดมากขึ้นเพราะไม่อยากให้เธอโกรธขึ้นมาอีก

 

“ต้องทำให้ลูกกินน่ะค่ะ พอทำไปนานๆ เข้าก็คล่องไปเอง”

 

“ทำไมไม่ซื้อเอาล่ะ?” เมื่อเทียบกับเขาแล้ว ฐานะของนวินดาอาจจะไม่ได้ถือว่าร่ำรวย แต่ก็ไม่ได้ยากจนข้นแค้น ไม่เห็นจำเป็นต้องทำทุกอย่างด้วยตนเองทั้งหมดเลย

 

“ฉันอยากให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ของซื้อเขาไม่มีทางดีเท่าที่เรา ทำเองได้หรอกค่ะ”

 

“แต่คุณจะเหนื่อยเกินไป...”

 

“สำหรับลูกน่ะไม่มีคำว่าเหนื่อยเกินไปหรอกค่ะ เรามีกันแค่สองคน ไม่ว่าอะไรฉันก็ทำให้แกได้ทั้งนั้น” เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุข ทำให้ชายหนุ่มซึ่งทั้งภาคภูมิใจ ปลาบปลื้ม และชื่นชมในความทุ่มเทของภรรยาอดรู้สึกแปลบปลาบในใจอย่างช่วยไม่ได้ที่เธอไม่เคยรวมเขาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลย

 

“แน่นอนว่าตอนนี้คุณมีผมด้วยอีกคน”

 

 

“กลับได้แล้ว ฟองขึ้นแล้วค่ะ” เฮย์เดนถอนหายใจก่อนจะพลิก แผ่นแป้งขึ้นตามคำสั่งของเธอ “ทีนี้ก็รออีกประมาณสองนาที ก็เอาขึ้นได้แล้วนะคะ”

 

“ต่อไปผมจะช่วยคุณดูแลลูกเอง คุณไม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไปแล้วนะ”

 

“เดี๋ยวเราต้องทำอีกสองชิ้น เสร็จแล้วก็ราดด้วยวิปปิงครีม วางผลไม้ แล้วก็วางอีกแผ่นซ้อนลงไป ทำแบบนี้ทั้งหมดสามชั้น แล้วค่อยราดเมเปิลไซรัปนะคะ” เธอยังคงพูดถึงวิธีการทำแพนเค้กแบบที่บุตรชายชื่นชอบโดยไม่ได้สนใจคำพูดที่หนักแน่นจนคล้ายกับคำสัญญาของเขาแต่อย่างใด

 

“วินดี้...” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเต็มไปด้วยความน้อยใจเมื่อภรรยาไม่ได้มีทีท่าว่าจะตอบรับหรือซาบซึ้งในสิ่งที่เขาอุตส่าห์ยอมละทิฐิเอ่ยออกไปเลยแม้แต่น้อย

 

“ขอบคุณที่ห่วงใยพวกเรานะคะ”

 

“ผมคงไม่ได้รวมอยู่ใน ‘พวกเรา’ ด้วยสินะ?”

 

“นี่เราต้องคุยกันตอนนี้เลยเหรอคะ?” เธอถามเบาๆ พร้อมทั้งบอกใบ้ด้วยสายตาว่าเขาไม่ควรพูดอะไรมากกว่านี้ เนื่องจากยังมีคนอื่นอยู่กับพวกเขาด้วย แต่เฮย์เดนกลับมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธออย่างเว้าวอนเสียจนหัวใจที่คิดว่าตายด้านไปนานแล้วสั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง

 

“ผมอยากให้คุณรวมผมเข้าไปใน ‘พวกเรา’ ด้วย” นัยน์ตาของเขาดูซื่อตรงและจริงใจเสียจนนวินดาอยากจะเชื่อว่านี่คือสิ่งที่เขาพูดออกมาด้วยความรู้สึกจากใจ แต่เมื่อนึกถึงความเจ็บปวดตลอดระยะเวลาหลายปี ที่ผ่านมา เธอก็ต้องรีบโยนความอ่อนไหวทั้งหมดทิ้งไปเสีย

 

“ขอบคุณค่ะ แต่มันคงเร็วเกินไปนะคะ”

 

“นี่คุณยังไม่เห็นความจริงใจของผมอีกเหรอ?” เขาจดทะเบียนสมรสกับเธอนะ! เขาไม่เคยแม้แต่จะมองผู้หญิงคนไหนหรือคิดจะหมั้นกับใครมาก่อนเลยสักครั้ง แต่กับเธอ...เขาแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย ถึงสองครั้ง! ที่สำคัญยังมีอะไรที่เรียกได้ว่าเร็วเกินไปอีก ในเมื่อเขากับเธอ มีลูกชายด้วยกันจนโตถึงขนาดนี้แล้ว!

 

 

“เอาขึ้นได้แล้วค่ะ” เธอยื่นจานสีขาวสะอาดที่เตรียมไว้ให้ เฮย์เดนจึงถอนหายใจ ก่อนจะตักแพนเค้กที่สุกดีเป็นสีเหลืองทองลงบนจานตามที่เธอบอก “ทีนี้ก็เทแป้งลงไปอีกครั้ง ค่อยๆ นะคะ ปล่อยให้เนื้อแป้งมันไหลลงไปช้าๆ จะได้ขึ้นรูปสวย”

 

“เราแต่งงานกันแล้วนะวินดี้”

 

“ฉันรู้ค่ะ เพิ่งส่งชุดแต่งงานไปซักแห้งเมื่อเช้านี้เองนะคะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงขบขัน แต่เขาไม่เห็นว่ามันจะตลกตรงไหน!

 

“คุณต้องเปิดโอกาสให้ผมบ้างสิ ให้ผมพิสูจน์ว่าผมสามารถดูแลคุณกับลูกได้ ผมมั่นใจว่าผมเป็นพ่อและสามีที่ยอดเยี่ยมได้ ขอแค่คุณให้โอกาสผม” เฮย์เดนพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างใจเย็นที่สุด เพราะเห็นแก่ที่เธอคอยดูแลบุตรชายของพวกเขามานานโดยไม่ได้มีคนอื่นนอกจากเขา แม้ชายหนุ่มจะเคยโทษว่าเป็นความผิดของเธอที่ไม่ยอมบอกความจริงกับเขา แต่ลึกๆ แล้วเฮย์เดนก็รู้ว่าเขาเองก็งี่เง่าที่แสร้งทำเป็นเหมือนเธอไม่มีตัวตนมานานหลายปี ถ้าเขาไม่หยิ่งในศักดิ์ศรีบ้าบอนั่นและรอให้เธอเป็นฝ่ายมาง้องอน ขอคืนดี พวกเขาทั้งสองคนก็คงไม่ต้องเสียเวลาไปเปล่าๆ แบบนี้

 

“ก็อย่างที่คุณว่าแหละค่ะ เราแต่งงานกันแล้ว ตอนนี้คุณก็ได้โอกาสที่ว่าแล้วไงคะ” โอกาสนั้นก็คือการเป็น ‘พ่อที่ดีของลูก’ ส่วนเขาจะเป็น ‘สามีที่ยอดเยี่ยม’ ได้หรือไม่ คงไม่ใช่เธอที่จะเป็นผู้ทดสอบหรือประเมินผล

 

“คุณก็รู้ว่าผมหมายถึงอะไร”

 

เฮย์เดนจริงจังเสียจนเธออดไม่ได้ที่จะหวั่นไหว แต่ความเจ็บช้ำในอดีตมันรุนแรงเกินไป เธอยังจำวันที่เขาตกลงหย่าขาดกับเธออย่างไม่ไยดีได้ แม้ว่าเธอจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นเปิดสงครามอารมณ์กับเขาก่อน แต่ก็ไม่เคย คาดคิดเลยว่าเรื่องราวในวันนั้นจะจบลงด้วยการที่เขาไล่เธอออกไปจากชีวิตของเขาราวกับการมีอยู่ของเธอไม่เคยมีความหมายใดๆ กับเขาเลย!

 

“งั้นคุณก็คงเข้าใจว่าที่ฉันบอกว่ามันเร็วเกินไปหมายถึงอะไร พลิกแป้งได้แล้วค่ะ”

 

 

“ถ้าคุณไม่เปิดใจแล้วเราจะเข้าใจกันได้ยังไงล่ะ?” นี่เขาก็ ‘อ่อน’ ให้เธอมากที่สุดแล้วนะ แต่ถ้าเธอยัง ‘แข็ง’ อยู่แบบนี้เขาคงต้องรุกหนักกว่านี้แล้วละ!

 

“คุณจะหวังให้ทุกอย่างมันจบลงอย่างแฮปปีเอนดิงภายในไม่กี่วันไม่ได้หรอกนะคะ นี่มันชีวิตคนไม่ใช่แพนเค้กที่จะสุกได้ภายในเวลาแค่ห้านาที!”

 

“งั้นคุณต้องการเวลานานแค่ไหน? หนึ่งเดือน...สองเดือน...หรือสามเดือน?”

 

“เอาเป็นว่าให้เราคุยกันได้เกินหนึ่งชั่วโมงโดยไม่เถียงหรือฆ่ากันตายไปก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะค่ะ”

 

“นี่เราก็ไม่ได้เถียงกันไม่ใช่เหรอ แล้วผมก็ไม่เคยมีความคิดที่จะฆ่าคุณด้วย หรือว่าคุณคิด?”

 

“มันเป็นคำเปรียบเปรย!”

 

“อย่างน้อยคุณก็ควรบอกผมว่าคุณต้องการเวลานานขนาดไหน?”

 

“ฉันคิดว่าคุณรู้คำตอบอยู่แล้วเสียอีก” เธอสบตาเขาอย่างตรงไปตรงมา เฮย์เดนจึงแน่ใจในขณะนั้นเองว่าเธอหมายถึงเธอจะทำตาม ‘ข้อตกลง’ ที่พวกเขาได้ตกลงกันไว้แล้วเท่านั้น

 

“ผมจะทำให้คุณเปลี่ยนใจ”

 

“ฉันไม่คิดว่าคุณจะทำสำเร็จ” เธอส่งสัญญาณให้เขาตักแพนเค้กขึ้น แล้วเทแป้งลงไปทำชิ้นใหม่

 

“อย่าประมาทผมทีเดียวที่รัก” เขาทำตามคำสั่งเธออย่างว่าง่าย แต่แล้วนวินดาก็ต้องขนลุกซู่ เมื่อจู่ๆ ชายหนุ่มก็โน้มใบหน้าลงมากระซิบชิดใบหูเล็กของเธออีกครั้ง “ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมเป็นสามีที่สุดยอดขนาดไหน รับรองได้เลยว่าคุณจะต้องอยากจะต่อสัญญาของเราไปจนชั่วชีวิต!”

 

“แต่เราตกลงกันแล้ว!”

 

“ก็ตกลงกันแล้วไง ผมจะไม่บังคับจิตใจคุณเด็ดขาด” คราวนี้เขาขยับเข้าไปใกล้อีกนิดก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้เธอถึงกับกรีดร้องในใจ “แต่ถ้าคุณหวั่นไหวเสียเองก็ถือว่าไม่ผิดข้อตกลงนะ”

 

“เฮย์เดน!” นวินดาหน้าแดงก่ำไปทั้งหน้าเมื่อริมฝีปากหยักสวยขบเม้มใบหูบอบบางอย่างจงใจหยอกเย้า

 

“อ๊ะ! สุกแล้ว เรารีบทำแพนเค้กกันดีกว่า เดี๋ยวลูกชายสุดที่รัก ของผมจะต้องรอนาน” ชายหนุ่มเลียนแบบวิธีเฉไฉของเธอหน้าตาเฉย และลงมือตกแต่งแพนเค้กตามที่เธอสอนอย่างคล่องแคล่ว นัยน์ตาคมเข้มลอบมองใบหน้าแดงก่ำของภรรยาอย่างพึงพอใจ เขาไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะใจแข็งและไม่หวั่นไหวกับความสมบูรณ์แบบของเขา!

 

 

คนอย่างเฮย์เดน แฮมป์ตันไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ ไม่ว่าเรื่องอะไรเขาก็ทำสำเร็จมาแล้วทุกอย่าง แค่ทวงหัวใจที่เคยเป็นของเขาคืนมา จะทำไม่ได้ก็ให้มันรู้กันไปสิ!

ความคิดเห็น