facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

22.ฝากตัวเป็นเขย

ชื่อตอน : 22.ฝากตัวเป็นเขย

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 27k

ความคิดเห็น : 144

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ค. 2563 03:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
22.ฝากตัวเป็นเขย
แบบอักษร

22.ฝากตัวเป็นเขย 

  

               แม้จะใจเสียมากแค่ไหนที่คนรักหลงลืมตนจนหมดสิ้นแล้ว แต่ผู้กองพนาก็ต้องทำตีหน้านิ่งฝืนเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ครอบครัวของแก้วเจ้าจอมฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เหมือนอย่างที่เล่าให้รองคีรินทร์ฟังในตอนแรก ตั้งแต่ตอนที่เขาออกลาดตระเวนแล้วมาเจอกับแก๊งค้ามนุษย์ ต่อมาเขาก็เดินป่าสำรวจหาร่องรอยของคนที่เขาคาดว่าน่าจะตกลงมาจากหน้าผาจนได้เจอกับแก้วเจ้าจอมที่บาดเจ็บสาหัส เขาพาเธอหนีพวกคนร้ายที่ย้อนกลับมา ไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านแถวนั้นจนเป็นเหตุทำให้โก้ต้องตายด้วย M79 จากนั้นเขาก็พาเธอไปรักษาตัวต่อที่ฐานและซ่อนเธอเอาไว้เพราะระหว่างนั้นพวกแก๊งค้ามนุษย์ได้ออกตามหาเธอและมาตามหาที่ฐานของเขาก็บ่อยครั้ง ซ้ำพวกมันยังมีเจ้าหน้าที่แฝงตัวอยู่ด้วยเขาจึงไม่ไว้ใจใครง่ายๆ และระแวงไปหมด ไม่ว่าใครจะไปตามหาแก้วเจ้าจอมเขาก็จะซ่อนเธอเอาไว้ตลอด และเขาเคยเกือบพลาด ตอนที่เธอหนีออกจากฐานไปเพื่อไปตามหาครอบครัว เธอได้เจอกับพวกแก๊งค้ามนุษย์ระหว่างทางจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดก่อนที่เขาจะช่วยพาเธอหนีกลับมาที่ฐานอีกครั้งจนกระทั่งฐานของเขาถูกโจมตีและเขาก็ได้ติดต่อกับรองคีรินทร์ด้วย รองคีรินทร์ก็เลยได้มาเจอเธอเข้า 

               ผบ.กรันณ์รับฟังเรื่องราวต่างๆ อย่างพยายามจะเข้าใจ โอเค เรื่องที่ลูกสาวของเขาบาดเจ็บสาหัสจนความจำเสื่อมทำให้กลับบ้านไม่ได้นั้นเขาเข้าใจ เรื่องที่ผู้กองพนาจำเป็นต้องซ่อนแก้วเจ้าจอมเอาไว้เพราะคนร้ายมีพวกเจ้าหน้าที่แฝงตัวอยู่ด้วย พวกมันเคยมาตามหาเธอที่ฐานเรื่องนี้เขาก็เข้าใจ เพราะฟังๆ ดูแล้วเหมือนลูกของเขาจะกลายเป็นเป้าให้พวกมันตามฆ่าปิดปาก ถ้าไม่มีผู้กองพนาช่วยเอาไว้ป่านนี้เขาก็คงจะเสียเธอไปแล้ว พอคิดแบบนี้ ผบ.กรันณ์ก็เดินกลับมาหาแก้วเจ้าจอมแล้วกอดเธอเอาไว้อย่างปลอบขวัญ ตอนนี้เธอได้กลับเข้ามาอยู่ในอ้อมอกของเขาแล้ว จะไม่มีภัยหรืออันตรายใดๆ มาทำอะไรลูกของเขาได้อีก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังมีเรื่องสงสัยอยู่อีกเยอะ 

               “แล้วทำไมถึงเพิ่งติดต่อมา ก็เคยติดต่อรองคีรินทร์ได้แล้วรอบหนึ่งไม่ใช่หรอ สืบหาญาติให้คนแค่นี้มันยากตรงไหน” ผบ.กรันณ์ถามเหมือนกันกับรองคีรินทร์ เพียงแต่ผู้กองพนาคงไม่อาจตอบไปได้ว่าที่เขาไม่ยอมติดต่อหาใครๆ นั้นเป็นเพราะเขาไม่อยากจะคืนแก้วเจ้าจอมให้ครอบครัว เขาไม่อยากจะเสียเธอไป ขืนเขาตอบ ผบ.กรันณ์เหมือนกับที่ตอบรองคีรินทร์ เขาได้ตายคาบาทาพ่อกับพี่ชายฝาแฝดของเธอแน่ๆ และรองคีรินทร์ก็ห้ามเขาพูดเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับแก้วเจ้าจอมให้ใครฟังด้วย 

               “ผมสองจิตสองใจครับ ผมไม่แน่ใจว่ารองคีรินทร์จะเป็นพวกเดียวกับพวกแก๊งค้ามนุษย์รึเปล่า ผมไม่แน่ใจว่าท่านจะใช่ญาติของแก้ว...เออ...ของคุณแก้วเจ้าจอมมั้ย” ผู้กองพนามองมาทางเธอด้วยแววตาเศร้า “ผมเคยเจอกับคุณแก้วเจ้าจอมเมื่อปีก่อน ตอนนั้นเธออยู่กับผู้หมวดรีคอน ผู้หมวดแนะนำว่าคุณแก้วเจ้าจอมเป็นคนรักของเขา ผมก็เลยคิดว่าคุณแก้วเจ้าจอมกับรองคีรินทร์อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันมาก” 

               “รู้จักรีคอนด้วยหรอ” ผู้กองกรินทร์ถาม ยังรู้สึกไม่ถูกชะตากับอีกฝ่ายอยู่  

               “น้องชายของผมเขาเป็นเพื่อนบัดดี้กับผู้หมวดรีคอนตอนเรียนหลักสูตรรีคอนด้วยกัน ผมได้เจอคุณแก้วเจ้าจอมครั้งแรกก็ในงานวันปิดหลักสูตรรีคอนเลยได้รู้ว่าเธอเป็นคนรักของผู้หมวด แล้วในคืนนั้นน้องชายของผมก็ถูกคนร้ายฆ่าตาย ผู้หมวดรีคอนกับคุณแก้วเจ้าจอมก็ได้มาร่วมงานศพอยู่ครับ” 

               “อ๋อ ที่รีคอนมาร้องห่มร้องไห้ที่บ้านเราแล้วบอกว่าเพื่อนตายไงครับ ทีนี้พ่อก็ให้ยัยโหดไปร่วมงานศพแทน” ผู้กองกวินทร์ร้องขึ้นเมื่อจำได้ ไม่คิดว่าโลกมันจะกลมได้มากขนาดนี้ ในขณะที่ ผบ.กรันณ์กับราชาวดีก็หันมามองหน้ากันด้วยรู้สึกว่าโลกมันกลมมากจริงๆ นี่หรอตำรวจพลร่มคนนั้น ผบ.กรันณ์หันมามองทางผู้กองพนาอีกครั้ง เคยได้ยินมาว่าเขาเป็นนักรบที่เก่งมากจนเป็นที่ยอมรับของทางกรมตำรวจ น่าเสียดายที่นามสกุลไม่ดัง ประจบใครไม่เป็น ทำงานด้วยความซื่อๆ ตรงๆ และตรงมากจนมีผู้ใหญ่บางคนรู้สึกหมั่นไส้เลยขัดแข้งขัดขาเขาจนไม่ได้เลื่อนยศเสียทีเพราะคนฝีมือระดับนี้ มีประสบการณ์โชกโชนขนาดนี้แล้วก็อายุขนาดนี้แล้วไม่น่าจะยังมียศแค่ร้อยตำรวจเอก ชีวิตมีกันแค่สองคนพี่น้อง แต่พอน้องตายก็โดดเดี่ยวจนต้องย้ายลงใต้ ผบ.กรันณ์ก็เคยนึกอยากจะเจอตัวจริงของเขาอยู่เหมือนกัน แค่ได้ยินว่าเก่งและเป็นเจ้าหน้าที่ที่ดีเขาก็รู้สึกอยากจะรู้จักแล้ว แต่...จะไม่ชอบใจก็ตรงที่ผู้กองคนนี้มีเรื่องให้ต้องเข้ามาพัวพันกับลูกสาวแสนรักแสนหวงของเขานี่แหละ ถึงเขาจะรู้สึกชื่นชมผู้กองพนาในเรื่องความสามารถ แต่เขาก็ไม่ได้อยากจะได้ผู้กองคนนี้มาเป็นลูกเขย ไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็ตามบนโลกใบนี้ เขาไม่ยกตำแหน่งลูกเขยให้ทั้งนั้นแหละ 

               “อ้อ คนนี้เองน่ะหรอ” ผบ.กรันณ์ว่าอย่างไม่ยินดียินร้ายอะไร สายตาคมดุยังคงจ้องผู้กองหนุ่มอย่างจับผิดอยู่ ผู้กองพนาจึงเล่าถึงเหตุผลที่ไม่ได้ติดต่อหารองคีรินทร์ต่อ 

               “พักหลังๆ มานี้ผมมีภารกิจสำคัญที่อันตรายมากซึ่งภารกิจนี้ผมอาจจะพลาดและตายได้ทุกเมื่อ ผมไม่ได้กลัวตาย แต่ผมกลัวว่าถ้าผมตายไปแล้วใครจะดูแลคุณแก้วเจ้าจอมที่ยังความจำเสื่อมอยู่ต่อ ผมก็เลยลองวัดดวงติดต่อกลับมาหารองคีรินทร์อีกครั้ง โดยตั้งใจว่าจะขอพบท่านเป็นการส่วนตัวก่อนและขอให้ท่านพาผมไปพบกับครอบครัวของคุณแก้วเจ้าจอมเพื่อให้ผมได้มั่นใจว่าผมส่งคุณแก้วเจ้าจอมให้ถึงมือครอบครัวแล้วจริงๆ แต่รองคีรินทร์ก็ตามมาเจอผมกับคุณแก้วเจ้าจอมก่อนเมื่อคืนนี้ ซึ่งพอผมรู้ว่าท่านเป็นคุณพ่อของคุณแก้วเจ้าจอมผมก็โล่งใจมากครับ ผมดีใจที่คุณแก้วเจ้าจอมได้กลับมาอยู่กับครอบครัวแล้ว แล้วก็เป็นครอบครัวที่ปลอดภัยมากๆ ด้วย” รอยยิ้มของผู้กองพนาเจือไปด้วยความเศร้าและขมขื่นขณะมองเธอ แต่ก็ได้แต่ฝืนทำหน้านิ่งเอาไว้และพยายามเก็บอารมณ์ของตนอย่างสุดๆ 

               “งั้น...ที่พ่อภูให้ผมสืบหาสัญญาณโทรศัพท์ให้เมื่อวานนี้ก็เป็นเบอร์ของผู้กองพนาสินะครับ” ผู้กองกวินทร์ถามผู้เป็นพ่อบุญธรรม ผบ.กรันณ์จึงหันมามองพี่เมียตาม มีเรื่องสำคัญแบบนี้แล้วทำไมรองคีรินทร์ถึงไม่บอกเขาซักคำ 

               “ที่ฉันยังไม่ได้บอกใครว่าเจอเบาะแสของไนเปอร์แล้วก็เพราะฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าจะได้เจอลูกจริงๆ รึเปล่า กลัวว่าถ้าบอกพวกแกไปแล้ว แล้วคนที่เจอไม่ใช่ไนเปอร์ ทุกคนจะผิดหวังกันอีก ที่ผ่านมาก็มีคนแจ้งเบาะแสของไนเปอร์มากันเยอะ แต่มันก็ไม่ใช่จนพวกเราหมดกำลังใจไปตามๆ กัน เพราะงั้นฉันก็เลยอยากพิสูจน์ให้แน่ใจก่อนว่าใช่ไนเปอร์แล้วจริงๆ ถึงค่อยบอกนี่ไง” 

               “แล้วตลอดเวลาเกือบสามเดือน ชีวิตความเป็นอยู่ของลูกผมเป็นยังไงบ้าง ที่ฐานมีแต่ผู้ชายใช่มั้ย ลูกผมเป็นผู้หญิง จะรู้ได้ยังไงว่าลูกผมจะปลอดภัย” ผบ.กรันณ์ถามผู้กองพนาอีก ไม่ใช่แค่เป็นผู้หญิงนะ แต่ยังเป็นผู้หญิงที่สวยมากๆ ด้วย 

               “ตลอดเวลาที่อยู่ในฐาน ทุกคนในฐานให้เกียรติคุณแก้วเจ้าจอมเป็นอย่างดีครับผมรับรองได้ เราเป็นตำรวจที่ยึดมั่นในคุณธรรมและศักดิ์ศรีของตำรวจพลร่มแห่งค่ายนเรศวร หน้าที่ของเราคือปกป้องประชาชนและปราปรามเหล่าผู้ร้าย พวกเรามีความเป็นสุภาพบุรุษไม่คิดที่จะข่มเหงรังแกผู้หญิงหรือผู้ที่อ่อนแอกว่าอยู่แล้วขอให้ท่านสบายใจเรื่องนี้ได้ครับ อีกอย่างขณะอยู่ที่ฐานคุณแก้วเจ้าจอมก็พอจะจดจำวิชาความรู้ทางการแพทย์ได้อยู่บ้าง ดังนั้นตลอดเวลาอยู่ที่ฐานคุณแก้วเจ้าจอมเลยเป็นเสมือนแพทย์ประจำฐานที่คอยดูแลพวกเรายามเจ็บไข้ได้ป่วย แล้วคุณแก้วเจ้าจอมก็เคยผ่าตัดช่วยชีวิตผมตอนที่ผมถูกคนร้ายเล่นงานมาด้วย ยิ่งเป็นแบบนี้ทุกคนในฐานก็ยิ่งให้เกียรติ ให้ความเคารพและชื่นชมคุณแก้วเจ้าจอมครับ” 

               “ฉันเคยผ่าตัดให้คุณด้วยหรอ” แก้วเจ้าจอมที่เงียบอยู่นานเอียงศีรษะทำหน้านึกตามที่ผู้กองพนาเล่าก่อนจะมองเขาทำตาปริบๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่าคำถามของเธอมันทำให้ผู้กองพนารู้สึกแย่มากแค่ไหน 

               “ถึงจะบอกแบบนี้ก็เถอะ แต่มันก็เชื่อยาก แก้ม เอาลูกไปตรวจภายในได้มั้ย” ผบ.กรันณ์หันมาถามราชาวดีอย่างไม่วางใจและคิดจะเชื่อในสิ่งที่ผู้กองพนาพูดทั้งหมด ลูกของเขาสวยขนาดนี้ กลิ่นตัวก็หอมฟุ้งมันจะไม่เตะตาเตะใจใครบ้างเลยหรอ จะถามเจ้าตัวก็ไม่ได้เพราะความจำเสื่อมอยู่ 

               “พี่รัน ลูกเป็นสาวเป็นนางนะคะ” ราชาวดียังกอดโอ๋แก้วเจ้าจอมไม่ปล่อย แม้ว่าจะอดสงสัยเหมือนกับสามีไม่ได้ 

               “เพลาๆ ลงบ้างเถอะไอ้เรื่องหวงลูกน่ะ ลูกก็โตเป็นสาวแล้ว จะขึ้นคานอยู่แล้วมึงจะหวงอะไรนักหนา แก่ตัวไปไนเปอร์จะอยู่กับใคร” รองคีรินทร์ว่า นับวันความหวงลูกสาวของน้องเขยก็ยิ่งเกินขั้นจะเยียวยา 

               “ถามมาได้ว่าอยู่กับใคร ก็อยู่กับผม กับแก้มไงพี่” 

               “แล้วมึงจะอยู่ค้ำฟ้า ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตายเลยรึยังไง หรือจะบอกว่าให้อยู่กับเจ้าแฝดนี่ เดี๋ยวอีกหน่อยเจ้าแฝดมีเมียก็ไม่มีเวลามาดูแลน้องแล้ว ดูอย่างกูกับยัยแก้มสิ ได้อยู่ด้วยกันมั้ย” พูดแล้วก็ต้องรีบหุบปากเพราะออกตัวแรงไปหน่อย เกิด ผบ.กรันณ์บ้าดีเดือดจับลูกสาวตรวจภายในจริงๆ ผู้กองพนาได้เหลือแต่ชื่อแน่ๆ 

               “คุณพ่อ พ่อภู อย่าทะเลาะกันเลยนะคะ” แก้วเจ้าจอมว่าขึ้นแล้วละสายตามาจากผู้กองพนา “ไนเปอร์จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไนเปอร์คิดว่ามันคงไม่ได้มีเรื่องอะไรอย่างที่คุณพ่อเข้าใจหรอกนะคะ ไนเปอร์เชื่อใจในความเป็นสุภาพบุรุษของพี่น้อง ตชด. ด้วยกัน คุณพ่ออย่าคิดมากเลยนะคะ ตอนนี้ไนเปอร์ได้กลับบ้านมาหาคุณพ่อกับแม่แก้มแล้ว ไนเปอร์ปลอดภัยแล้ว ไนเปอร์ยังเป็นนางไม้น้อยของคุณพ่ออยู่นะคะ แล้วก็จะเป็นนางไม้น้อยของคุณพ่อกับแม่แก้มตลอดไป ไนเปอร์จะไม่มีใครนอกจากคุณพ่อกับแม่แก้ม” ถึงจะพูดแบบนี้แต่แก้วเจ้าจอมก็รู้สึกใจหายอย่างประหลาด ทำไมเธอถึงได้รู้สึกไม่ดีแบบนี้ทั้งๆ ที่เคยบอกกับพ่ออยู่บ่อยๆ ว่าจะไม่มีใครทั้งนั้น มือบางยกขึ้นมากุมหน้าอกของตัวเองเอาไว้ ยิ่งได้เห็นสีหน้าหงอยๆ ของผู้กองพนาเธอก็ยิ่งรู้สึกใจไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรู้สึกผิดต่อเขาด้วย 

               เช่นเดียวกับรองคีรินทร์ที่ได้แต่แอบสังเกตท่าทีของลูกสาวและ...ลูกเขยที่ได้มาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ตอนนี้สีหน้าของผู้กองพนาดูย่ำแย่มากๆ แม้ว่าเขาจะพยายามข่มใจฝืนแต่ได้ยินเมียพูดแบบนี้ ถูกเมียลืมแบบนี้อย่าว่าแต่ผู้กองพนาเลย หากเป็นเขาเองเขาก็รับไม่ได้เหมือนกัน เมียใครใครก็รัก ผู้กองพนาคงอยากจะตะโกนออกไปใจแทบขาดว่าเขากับแก้วเจ้าจอมเป็นอะไรกัน แต่ถ้าเขาพูดขึ้นมาล่ะก็คงไม่แคล้วได้มีศพเกิดขึ้นในห้องนี้แน่ๆ 

               “ผู้กอง ก่อนหน้านี้หมอบอกให้ผู้กองไปคุยเรื่องอาการบาดเจ็บของลูกน้องไม่ใช่หรอ ผมว่าผู้กองรีบไปก่อนเถอะ ป่านนี้ครอบครัวของลูกน้องผู้กองคงเป็นห่วงสามี เป็นห่วงพ่อเขาแย่แล้ว” ก่อนที่ความจะแตกรองคีรินทร์เลยรีบหาทางไล่ผู้กองพนาออกไปจากห้อง แม้ว่าผู้กองพนาจะหันมามองเขาอย่างงงๆ ก็ตามเพราะไม่ได้มีหมอมาบอกอะไรเขาทั้งนั้น แล้วลูกน้องของเขาก็ไม่มีใครที่มีอาการน่าเป็นห่วงเลยสักราย 

               “เออจริงสิ แล้วก็เรื่องที่ถูกโจมตีเมื่อคืนนี้ผมยังไม่ได้ฟังรายละเอียดเลย ผู้กองไปคุยกับผมเรื่องนี้หน่อยแล้วกันนะ” รองคีรินทร์เข้ามาผลักเขาให้ออกไปจากห้องโดยที่ ผบ.กรันณ์ได้แต่มองตามอย่างไม่ไว้ใจ 

               “จะรีบไปไหน ผมยังคุยกับผู้กองไม่รู้เรื่องเลยนะพี่ภู” 

               “เอาไว้คุยต่อวันหลังแล้วกัน ผู้กองเขายังไม่ตายวันนี้พรุ่งนี้หรอก ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสอบสวนใคร แต่เวลานี้เป็นเวลาที่มึงกับแก้มควรจะโอ๋ลูก รับขวัญลูกเพราะลูกเพิ่งได้กลับมาหา อ้อ! แล้วก็โทรไปบอกคุณพ่อกับคุณแม่ด้วยล่ะว่าเราได้ยัยโหดของพวกท่านคืนแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่จะได้เลิกทุกข์ใจเสียที” เขาหมายถึงท่านนายพลปภพกับคุณหญิงกรกชที่กำลังทุกข์ใจอย่างหนักด้วยความเป็นห่วงหลานสาว เพราะในบรรดาลูกหลาน พวกท่านมีแต่ลูกหลานที่เป็นผู้ชายทั้งนั้นในขณะที่หลานสาวกลับมีแค่แก้วเจ้าจอมและขวัญคณิน ดังนั้นพวกท่านจึงรักและห่วงใยหลานสาวทั้งสองมากเป็นพิเศษ 

  

 

 

               รองคีรินร์ลากตัวผู้กองพนาออกมาจากห้องพักฟื้นของแก้วเจ้าจอมอย่างไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ขัดขืน จนเมื่อออกมาแล้วผู้กองพนาก็ยังคงมองเข้าไปในห้องด้วยยังไม่อยากจะออกมา ถึงอย่างไรเธอก็เป็นเมียของเขา เป็นคนรัก เป็นครอบครัวของเขาที่เหลืออยู่แล้วแบบนี้จะให้เขาตัดใจจากเธอได้อย่างไร 

               “ทำไมท่านถึงไม่ให้ผมบอกกับท่าน ผบ.ไปว่าผมกับแก้วเป็นอะไรกัน นั่นเมียของผมนะ เมียของผมทั้งคนนะครับท่าน!!!” ผู้กองพนาชี้เข้าไปในห้องพักฟื้นอย่างเหลืออดก่อนที่จะถูกรองคีรินทร์ชกเข้าให้อย่างจังจนเหล่าทหารลูกน้องของเขาที่ยืนอารักขาอยู่หน้าห้องต้องหันมามองแล้วรีบเข้ามาหาเพื่อช่วยเหลือผู้เป็นนาย 

               “มึงไปคุยกับกูให้มันรู้เรื่อง” รองคีรินทร์ยกมือห้ามลูกน้องเป็นเชิงบอกว่าท่านจัดการเรื่องนี้เองได้แล้วก็ลากผู้กองพนาออกไปคุยกันที่อีกด้านของตึก กันไม่ให้ใครได้ยินเรื่องนี้ 

               ซึ่งเมื่อมาถึงแล้วผู้กองพนาก็ยังคงมองหน้ารองคีรินทร์อย่างไม่พอใจอยู่ เขาไม่ใช่คนขี้ขลาดขี้กลัวเสียหน่อย เขากล้าที่จะบอกกับ ผบ.กรันณ์ว่าเขาเป็นอะไรกับลูกสาวของท่าน 

               “ทำไมล่ะครับท่าน ทำไมผมถึงแสดงตัวไม่ได้ หรือว่าท่านเห็นว่าผมไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นสามีของแก้วได้...แก้วเป็นเมียของผมแล้วนะ เราแต่งงานกัน เราสัญญารักต่อกัน ชีวิตของผมไม่มีใครอีกแล้ว พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ไหนก็ไม่มี ทั้งชีวิตของผมผมมีเพียงแค่แก้วคนเดียว แก้วเป็นครอบครัวของผม อย่าพรากผมกับเมียจากกันเลยนะครับ” 

               “แล้วเมียที่ผู้กองพูดถึงน่ะ เขาจำผู้กองได้มั้ย ตอนนี้เขารักผู้กองรึเปล่า” 

               “...” 

               “พ่อของไนเปอร์มันเป็นพวกประสาทแดก หวงลูกหวงเมียไม่มีใครเกิน ขนาดลูกน้องกับน้องสาวของมันรักใคร่กันชอบกันขึ้นมาก็ยังต้องดูใจกันนานตั้งเกือบสิบปีกว่ามันจะยอมให้พวกเขาแต่งงานกันได้ ที่ผมไม่ให้ผู้กองพูดอะไรไม่ใช่เพราะจะกีดกัน ใครมันจะไปยอมให้ลูกสาวถูกฟันฟรีๆ แต่ที่ผมทำ ผมกำลังช่วยชีวิตของผู้กองเอาไว้อยู่รู้มั้ย บ้านนี้มันโหดกันทั้งบ้าน ประวัติของพ่อไนเปอร์ผู้กองก็น่าจะเคยได้ยินมาบ้าง ส่วนลูกชายทั้งสองก็ฝีมือไม่ธรรมดา คนหนึ่งเป็นทหารพรานแต่ก็ยังเป็นทหารในหน่วยรบพิเศษด้วย ส่วนอีกคนเป็นทหารเรือ เป็นหัวหน้าทีมของหน่วยซีล ที่ได้ยศร้อยเอก เรือเอกเร็วแบบนี้ไม่ใช่เพราะเส้นสายของทางบ้าน แต่ยศพวกนี้ได้มาเพราะความสามารถล้วนๆ ผมรู้ว่าผู้กองเองก็เก่ง แต่สองเท้าของผู้กองหรอจะไปสู้หกตีนของสามคนพ่อลูกนั่น แล้วลูกสาวหายออกไปจากบ้านนานตั้งสามเดือน พอกลับบ้านมาโดยมีผัวกลับมาด้วย คิดถึงหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่บ้างสิว่าเขาจะรู้สึกยังไง ไนเปอร์เป็นเด็กที่โตมากับครอบครัวทหารตำรวจ รอบๆ ตัวมีแต่ทหารตำรวจที่เป็นคนใหญ่คนโต เป็นหลานสาวของท่านนายพลปภพ อดีต ผบ.ทบ.ที่ใครๆ ต่างก็เคารพนับถือ คิดถึงชื่อเสียงของไนเปอร์กับครอบครัวบ้าง หรืออยากให้ใครๆ หัวเราะเยาะไนเปอร์ว่าหายออกจากบ้านไปสามเดือนก็ได้ผัวกลับมาด้วย มันใช่เรื่องที่ดีหรอ” 

               แม้จะอึดอัดใจแต่สิ่งที่รองคีรินทร์ว่าก็เป็นความจริง เรื่องระหว่างเขากับเธอมันยากที่จะมีใครยอมรับได้ 

               “แล้วผมต้องทำยังไง...นั่นเมียของผมนะ” ผู้กองพนาพูดเสียงเศร้าอย่างคนหมดแรงก่อนที่จะทรุดลงไปนั่งพิงกับผนังปูน “ถ้าท่านจะให้ผมทิ้งแก้วไป ผมทิ้งไม่ได้ ผมรักเมียของผม จะให้ผมแกล้งทำเป็นไม่รู้จักผมก็ทำไม่ได้...ถ้าเป็นท่านล่ะครับ ถ้าเป็นท่าน ท่านจะทอดทิ้งภรรยาของท่านได้รึเปล่า แม้ว่าสามเดือนมานี้มันจะไม่ใช่เวลาที่ยาวนานแต่มันก็มีค่าทุกวินาที ผมกับแก้วเราร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน เป็นผัวเมียร่วมห้องหอ มีหัวใจที่เป็นหนึ่งเดียวกัน...มีเพียงแค่ความตายเท่านั้นที่จะพรากผมไปจากแก้วได้ ถ้าแก้วจำผมไม่ได้ จำเรื่องระหว่างเราไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ผมจะจีบแก้วใหม่ จะทำให้แก้วกลับมารักผมเหมือนเมื่อวานนี้ ต่อให้ท่าน ผบ.จะหวงลูกสาวมากแค่ไหน แต่ผมก็จะต้องเอาเมียผมคืนมาให้ได้” 

               “คิดว่ามันจะง่ายงั้นหรอ นี่น่ะ หลานสาวท่านนายพลปภพเลยนะ แล้วก็เป็นหลานรักด้วย ไม่กลัวท่านรึยังไง” 

               “ผมไม่กลัว” ผู้กองพนาเงยหน้าขึ้นมองรองคีรินทร์อีกครั้ง “ท่านนายพลท่านเป็นผู้ใหญ่ที่ใครๆ ต่างก็ให้ความเคารพนับถือ ท่านเป็นถึงองคมนตรี ผมเชื่อมั่นในคุณงามความดีของท่าน เชื่อมั่นในความยุติธรรมของท่านและผมก็เชื่อว่าท่านจะเข้าใจผม รับฟังเหตุผลของผม ผมพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้แก้วคืน” 

               ไอ้หมอนี่มันใจถึงดีเว้ย! รองคีรินทร์คิด น้ำเสียงและแววตาดูเอาจริงขนาดนี้ถ้าแก้วเจ้าจอมเกิดจำผู้กองพนาได้ขึ้นมาคงไม่แคล้วจะได้มีงานแต่งในเร็วๆ นี้ถ้าผู้กองพนาเอาชนะใจพ่อตาได้ หรือ...อาจจะมีงานศพของนายตำรวจแถวนี้เกิดขึ้นแทนถ้าพ่อตาเกิดไม่ปลื้มลูกเขย พอคิดได้ดังนั้นรองคีรินทร์ก็มองหน้าอีกฝ่ายที่ยังนั่งหงอยอยู่กับพื้นกลับ 

               “ผบ.กรันณ์เป็นพวกหวงลูกสาวกับเมียมาก มันเป็นคนเอาจริงกับทุกเรื่อง ไม่เคยไว้หน้าใคร ใครๆ ต่างก็เกรงกลัวมันกันทั้งนั้น เรื่องต่อสู้หรือเรื่องการรบก็ไม่เป็นรองใครทางที่ดีหลีกเลี่ยงการประลองฝีมือกับมันได้ก็ควรเลี่ยง แต่...บ้านนี้เมียเป็นใหญ่ ผบ.กรันณ์ไม่เคยขัดใจเมีย ไม่ว่าเมียจะว่าอะไรมันจะว่าตามทุกเรื่อง แม่ของไนเปอร์เป็นคนใจอ่อนง่าย รักลูกยิ่งกว่าอะไร ถ้าอยากได้คะแนนเพิ่มก็ทำตัวให้ดี ให้แม่ของไนเปอร์เห็นใจในความรักที่ผู้กองมีต่อลูกสาวของเขา แต่ก็อย่าไปใกล้ชิดกับแม่ของไนเปอร์ให้มากไป ก็อย่างที่บอกว่า ผบ.กรันณ์มันรักแล้วก็หวงเมียมาก นอกจากจะหวงลูกแล้วมันจะหึงเมียของมันด้วย” 

               “ที่ท่านพูดแบบนี้...ท่านจะช่วยผมหรอครับ” 

               “ก็ไม่ได้อยากจะช่วยหรอก ความจริงไนเปอร์เขามีคนที่เหมาะสมกับเขาอยู่แล้ว แล้วทางผู้ใหญ่ก็เห็นดีเห็นงามด้วยถ้าเด็กสองคนนี้จะคบกัน เพราะอีกฝ่ายก็เป็นลูกหลานที่พวกเราเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ในเมื่อเรื่องมันมาแบบนี้แล้ว ถ้าไนเปอร์เขารักผู้กองจริงๆ คนเป็นพ่ออย่างผมก็อยากให้ลูกได้อยู่กับคนที่เขาเลือก อีกอย่างผมก็ยังไม่ได้รู้จักผู้กองดีพอ ผู้กองจะดีพอที่ผมจะฝากลูกสาวให้ดูแลได้รึเปล่าก็ไม่รู้ เพราะงั้นผู้กองก็ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ผมได้เห็นว่าผู้กองรักลูกสาวของผมจริงอย่างที่พูด” 

               “คนที่เหมาะกับแก้วที่ท่านพูดถึงคือใครครับ เจ้าของแหวนวงนี้รึเปล่า” ผู้กองพนายื่นแหวนญาติของทหารเรือให้กับรองคีรินทร์ดู สีหน้าเริ่มไม่พอใจตั้งแต่รู้ว่าญาติผู้ใหญ่ของแก้วเจ้าจอมมีว่าที่ลูกหลานเขยอยู่ในใจกันแล้ว 

               “นี่มันแหวนของเรนเจอร์นี่” รองคีรินทร์รับแหวนญาติของลูกชายมาดู จำได้ว่าตอนที่ผู้กองกวินทร์ได้แหวนญาติมาใหม่ๆ เขาก็รีบเอามาสวมให้น้องสาวในทันทีตามประสาพี่ที่รักแล้วก็หวงน้อง ซึ่งวันนั้นเขาก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แม้แก้วเจ้าจอมจะโวยเรื่องที่พี่ชายบังคับให้ใส่แหวนวงนี้แต่เธอก็ยอมใส่แหวนวงนี้แล้วไม่ถอดออกอีกเลย 

               “แหวนของผู้กองกวินทร์ พี่ชายของไนเปอร์ เจ้าแฝดมันหวงน้องมากน่ะก็เลยบังคับน้องใส่แหวนของตัวเอง” คำเฉลยจากรองคีรินทร์ทำให้ผู้กองพนาถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างสุดๆ เมื่อรู้ว่าเจ้าของแหวนแท้จริงแล้วก็คือพี่ชายแท้ๆ ของเธอ ไม่ใช่คนรักหรือสามีของเธออย่างที่เขาเคยเข้าใจ ไอ้แหวนบ้าเอ้ย! เพราะแหวนวงนี้วงเดียวที่สร้างปัญหาให้เขากับแก้วเจ้าจอมมาโดยตลอด จะรักก็ไม่กล้ารัก ขอเขาไปตบหัวผู้กองกวินทร์แรงๆ ซักทีได้มั้ย ข้อหาที่เจ้าเด็กนี่มันทำให้เขาต้องเครียดและไม่สบายใจเพราะแหวนของมันอยู่ตั้งนาน 

               “แล้วผู้หมวดรีคอนลูกชายท่านล่ะครับ เป็นอะไรกับแก้วกันแน่” แม้จะรู้แล้วว่าทั้งสองคนเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่ก็อยากจะถามเพื่อความมั่นใจ 

               “มีพ่อคนเดียวกัน แล้วจะเป็นอะไรกันได้ล่ะ” ผู้กองพนาเริ่มยิ้มออก ตัดเจ้าของแหวนกับผู้หมวดรีคอนออกไปแล้วเขาก็ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรอีก แต่... 

               “คนที่เป็นคู่แข่งของผู้กองไม่ใช่ลูกชายผมหรอก เพราะไนเปอร์กับรีคอนเขาเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน คนที่ผู้กองต้องห่วงก็คือหมออริน เป็นแพทย์ ตชด. หน่วยเดียวกันกับไนเปอร์ เป็นลูกชายคนโตของผู้กำกับไกรจักรที่ผู้กองเคยเจอนั่นแหละ อรินเป็นลูกหลานที่พวกผมเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วอรินก็เป็นเด็กดี เก่ง รักไนเปอร์มากยิ่งกว่าอะไร ตามติดไนเปอร์ไปทุกๆ ที่ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว อรินเลือกที่จะเรียนหมอตามไนเปอร์ เลือกที่จะมาทำงานที่เดียวกันก็เพราะไนเปอร์ ถึงอรินจะอายุน้อยกว่าไนเปอร์ไปปีหนึ่งแต่เขาก็ดูโตเป็นผู้ใหญ่กว่าไนเปอร์มาก ถ้าจะต้องมีลูกเขยซักคน ระหว่างอรินกับผู้กอง คิดว่าครอบครัวของพวกผมอยากจะได้ใครมาเป็นเขยมากกว่ากัน” 

               อริน...ไอ้เจ้าหนุ่มนั่นงั้นหรอ ไอ้เจ้าหนุ่มที่เขาเคยเจอแค่แว๊บๆ ที่สัตหีบคราวนั้น อ้อ! ถึงว่าสิท่าทางเหมือนกับเป็นเจ้าหน้าที่ ที่แท้ก็เป็นแพทย์ ตชด. นี่เอง 

               “แล้วแก้วชอบเขารึเปล่าครับ” 

               “ไนเปอร์เขารักอรินแบบน้องชาย แต่ในอนาคตก็ไม่รู้ว่าจะยังไงเหมือนกันเพราะอรินเขารักไนเปอร์มาก” 

               “งั้นก็คงเป็นได้แค่น้องชายตลอดไปแหละครับ” ผู้กองพนาว่าก่อนจะลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง นี่มันไม่ใช่เวลามาเศร้า ยิ่งมีคู่แข่งเป็นลูกคนใหญ่คนโตเขาก็ยิ่งห้ามอ่อนแอและยอมแพ้เด็ดขาด “เพราะถ้าจะได้เป็นอย่างอื่นมากกว่าน้องชาย ก็คงได้เป็นนานแล้วล่ะครับ ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ อีกอย่าง...หึ ก็แค่น้องชายนอกสายเลือด จะมาสู้ผัวตัวจริงได้ยังไง” 

               “อย่าปากดีให้มันมาก” รองคีรินทร์ว่าเมื่อเห็นคนที่หงอยอยู่เมื่อกี้นี้ลุกขึ้นมาผยองได้อีกครั้ง ดูพฤติกรรมแล้วช่างเหมือนกับพ่อตาของมันยังไงก็ไม่รู้ หนอย...คิดว่าได้เจาะไข่แดงลูกสาวเขาแล้วตัวเองจะมีอภิสิทธิ์เหนือกว่าคนอื่นงั้นหรอ 

               “อย่าลืมนะว่าตอนนี้ไนเปอร์เขาจำผู้กองไม่ได้ แล้วก็อาจจะจำไม่ได้ไปตลอด ถ้าอยากได้เมียคืนก็ให้ทำตัวให้ดี อย่ากระโตกกระตากให้มันมากแล้วก็เลี่ยงการเผชิญหน้ากับ ผบ.กรันณ์ไปก่อน พ่อแม่ลูกเขาเพิ่งจะได้กลับมาหากัน ให้เวลาครอบครัวเขาหน่อย” 

               “แต่ว่า...” 

               “ยังอยากจะได้เมียคืนอยู่มั้ย ถ้าอยากได้คืนก็ทำตามที่ผมว่า แล้วระหว่างนี้ก็ไม่ต้องมาหาไนเปอร์อีก เอาไว้ถึงเวลาเดี๋ยวผมจะบอกอีกทีว่าให้มาตอนไหน ยังไงเรื่องที่เกิดขึ้นกับไนเปอร์ครอบครัวของไนเปอร์ก็ต้องอยากเจอตัวผู้กองอีกอยู่แล้ว โดยเฉพาะท่านนายพลปภพ ระหว่างนี้ก็ไปเตรียมตัวเอาไว้ก็แล้วกัน เวลาเจอท่านแล้วจะได้ไม่เกร็ง อ้อ! ส่วนแหวนวงนี้ผมขอคืน” รองคีรินทร์หมายถึงแหวนญาติของผู้กองกวินทร์ ก่อนจะหยิบแหวนญาติของตำรวจออกมาอีกวง 

               “ส่วนนี่คงเป็นแหวนของผู้กอง...เก็บเอาไว้ซะ ตอนนี้คนที่อยู่กับพวกผมคือสไนเปอร์ ลูกหลานของพวกผม ไม่ใช่ผู้หญิงที่ชื่อแก้วแล้วก็เป็นเมียของใครทั้งนั้น” แหวนดาววงน้อยถูกยัดใส่มือของผู้กองพนาก่อนที่รองคีรินทร์จะเดินกลับเข้าไปที่ห้องพักฟื้นของแก้วเจ้าจอมอีกครั้ง ทิ้งให้ผู้กองพนาได้แต่ยืนกำแหวนวงน้อยเอาไว้ด้วยความเจ็บปวด เขาเดินกลับมาที่หน้าห้องของเธออีกครั้ง มองผ่านกระจกใสที่ติดอยู่ตรงประตูเข้าไปก็เห็นทุกคนที่อยู่ในห้องกำลังยิ้มแย้มกันอย่างมีความสุข แล้วเขาก็ได้ยินเสียงแก้วเจ้าจอมอ้อนพ่อกับแม่และเถียงกันไม่มากับพี่ชายของเธอ ได้ยินเสียงของเธอแล้วผู้กองพนาที่ยืนอยู่หน้าห้องก็ได้แต่ยิ้มตามอย่างเศร้าๆ แม่นางไม้น้อยของพี่...ยินดีด้วยนะ ในที่สุดแม่นางไม้แสนสวยก็ได้กลับบ้านแล้ว...ถ้าได้กลับบ้านเกิดแล้วก็อย่าลืมบ้านของเรานะ ไม่ว่าจะนานแสนนานแค่ไหนพี่ก็จะยังรอแม่นางไม้ตัวน้อยของพี่กลับมาหา พี่พนารักแก้วนะ... แล้วผู้กองพนาก็เดินก้มหน้าอย่างคนหมดแรงออกไป เพราะที่หน้าห้องพักมีทหารเฝ้าเอาไว้อยู่ เขาทำได้มากสุดก็แค่ยืนอยู่ที่หน้าห้องเท่านั้น แต่ก็เอาเถอะ เธอจากครอบครัวมานาน วันนี้เขาจะปล่อยให้เธอได้อยู่กับครอบครัวไปก่อน แล้วอีกไม่นานเขาจะต้องกลับมาทวงเอาเธอคืนให้ได้ 

  

 

 

               “อะไรนะครับ!!! คุณแก้วเป็นหลานสาวของท่านนายพลปภพ!!!” ผู้หมวดศิวะร้องขึ้นอย่างตกอกตกใจ ในขณะที่ผู้หมวดเผ่าเทพก็เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นเช็คดูประวัติของครอบครัวสุวรรณเวชทันทีเมื่อผู้กองพนากลับมาที่ฐานแล้วบอกเรื่องนี้กับพวกเขา 

               “ร้อยตำรวจโทหญิงแพทย์หญิงแก้วเจ้าจอม...ไม่น่าเชื่อเลยนะครับ” ผู้หมวดเผ่าเทพทวนชื่อของแก้วเจ้าจอมแล้วหันมาทางผู้กองพนาที่ได้แต่นั่งกลุ้มใจอยู่ที่โต๊ะทำงานภายในฐาน 

               “ไม่น่าเชื่อที่ว่าเป็น ตชด. เหมือนกับพวกเราแล้วก็เป็นหมอด้วยน่ะหรอ” 

               “เปล่า” ผู้หมวดเผ่าเทพตอบผู้หมวดศิวะ “ไม่น่าเชื่อว่าผู้กองจะตั้งชื่อให้คุณแก้วได้ตรงกับชื่อจริงเป๊ะขนาดนี้ต่างหากล่ะ ชื่อคนมีตั้งมากมาย แต่กลับมาตั้งได้ตรงกับชื่อจริงซะอย่างนั้น” 

               “เอ้า! ก็เขาเป็นเนื้อคู่กันนี่ จริงมั้ยครับผู้กอง” ผู้หมวดศิวะหันมายิ้มถามผู้เป็นนายหวังจะให้นายยิ้มตอบบ้าง เพราะตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาลผู้กองพนาก็ดูซึมเลย “แต่ผมก็อดกลัวแทนผู้กองไม่ได้นะครับ นี่ถ้าทางบ้านท่านนายพลรู้ว่าผู้กองไปเจาะไข่แดงลูกสาว หลานสาวของท่านมีหวัง...พวกเราได้โดนเก็บทั้งฐานแน่” 

               “เหลวไหล ท่านนายพลปภพท่านไม่ใช่คนที่จะใช้อำนาจในทางมิชอบได้หรอก ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่าท่านนายพลปภพเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่เป็นคนดีและมีความยุติธรรมมากแค่ไหน ไม่อย่างนั้นท่านจะเป็นที่รักของประชาชนและเจ้าหน้าที่ทหารหรอ” ผู้หมวดเผ่าเทพว่า “คนที่เราต้องกลัวจริงๆ ก็คือ ผบ.ทหารพรานสามจังหวัดชายแดนใต้คุณพ่อของคุณแก้วนู่น คนนี้น่ะน่ากลัวยิ่งกว่าอะไรไม่งั้นจะคุมทหารพรานทั้งภาคใต้ได้หรอ สมัยหนุ่มท่านเคยเป็นผู้บังคับกองร้อยทหารพรานอยู่ที่นราธิวาส แต่ก็ถูกย้ายขึ้นเหนือเพราะไปมีเรื่องกับผู้บังคับบัญชา ปราบปรามคนร้ายตัวเป้งๆ มาก็หลายคดีจนนับไม่ถ้วน โดยเฉพาะคดีกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมาในประเทศ จบหลักสูตรหน่วยรบมาแทบจะทุกหลักสูตร แหม...มีพ่อโหดแบบนี้นี่เองคุณแก้วถึงได้เก่งมากขนาดนี้” แววตาของผู้หมวดเผ่าเทพเต็มไปด้วยความชื่นชมในขณะที่ผู้หมวดศิวะกลับทำหน้าหวาดๆ ขึ้นมา 

               “พ่อลูก น่ากลัวพอๆ กัน ภาพของคุณแก้วตอนที่สู้อยู่กับพวกคนร้ายมันเป็นการต่อสู้ขั้นสูงเลยนะ นึกภาพตอนนั้นแล้วก็อดทึ่งไม่ได้เหมือนกัน ใครจะไปรู้ว่าตัวเล็กๆ ขาวๆ สวยๆ ขนาดนั้นแท้จริงแล้วจะเป็นลูกพญาเสือมีเขี้ยวเล็บมากมาย แล้วทีนี้ผู้กองจะเอายังไงต่อล่ะครับ” ความห่วงใยของผู้หมวดศิวะทำให้ผู้กองพนาต้องถอนหายใจออกมา ตอนนี้การจะกลับไปหาแก้วเจ้าจอมก็คงจะเป็นเรื่องยากแล้ว ญาติพี่น้องเป็นคนใหญ่คนโตทั้งนั้น เหมือนเธอเป็นดอกฟ้าแล้วเขาเป็นหมาวัดอย่างไรอย่างนั้นเลย 

               “จะเอายังไงต่อ ผู้กองก็จะไปทวงเอาคุณแก้วกลับคืนน่ะสิวะไอ้ศิ เมียทั้งคนนะเว้ย ถึงจะเป็นลูกคนใหญ่คนโตแต่คุณแก้วเธอก็เป็นเมียของผู้กอง ยังไงผู้กองก็ต้องทวงคืนอยู่แล้ว จริงมั้ยครับ” ผู้หมวดเผ่าเทพหันมาถามผู้กองพนาอีก แม้จะรู้ดีก็ตามว่าการจะเข้าไปหาแก้วเจ้าจอมมันคงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไปแล้ว แต่เขาก็ยังเชื่อมั่นในความรักที่ผู้กองพนามีต่อแก้วเจ้าจอม 

               “วันสองวันนี้ผมคงไม่ไปหาแก้วหรอก เขาเพิ่งได้เจอครอบครัว ปล่อยให้เขาอยู่กับครอบครัวไปก่อน แต่หมวดทั้งสองคนไม่ต้องห่วงหรอกนะ ยังไงผมก็จะไม่ทิ้งแก้วไปแน่ๆ เขาเป็นเมียของผม เขาเคยรักผมมาก ยังไงผมก็เชื่อว่าเขาน่าจะยังมีความผูกพันกับผมหลงเหลืออยู่ในใจบ้างล่ะ เขาเคยสัญญากับผมแล้ว...ไม่ว่าจะยังไงเขาก็จะไม่ลืมผมอย่างแน่นอน” น้ำเสียงของผู้กองพนามีแต่ความขมขื่น แม้จะไม่ต้องพูดอะไรแต่ก็แฝงไปด้วยความทุกข์ใจอย่างเห็นได้ชัด 

               “เรื่องค่ารักษาพยาบาลคนของเราที่บาดเจ็บผมจัดการแล้วนะ ส่วนเรื่องการฟื้นฟูฐานแล้วก็เพิ่มมาตรการการป้องกันฐานก็ทำตามที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้แหละ ชารีฟกับกาเซ็มพวกมันก็บาดเจ็บไปเหมือนกัน คงจะกบดานเงียบต่อไปอีกซักพัก แล้วระหว่างนี้หมวดทั้งสองก็เตรียมตัวเอาไว้นะ ความจำของแก้วกลับมาแล้วแก้วคงจะบอกพวกเราทุกคนได้ว่าใครเป็นคนที่จับเขามาแล้วก็พยายามจะฆ่าปิดปากเขา เรื่องนี้ทางครอบครัวของแก้วคงไม่ยอมปล่อยให้คนร้ายลอยนวลหรอก รองคีรินทร์ท่านอยากให้ผมเข้าร่วมวางแผนจับกุมพวกมันด้วย” 

               “โอ้โห แป๊บเดียวก็ได้ใจพ่อตาอย่างท่านรองแม่ทัพภาคแล้วหรอครับ ถึงจะเป็นพ่อบุญธรรมก็เถอะ แต่เขาว่ากันว่าถึง ผบ.กรันณ์จะโหด ดุและแกร่งแค่ไหน แต่ก็มีแค่รองคีรินทร์เท่านั้นนะครับที่จัดการท่านได้ ผู้กองมีแบ็กดีนะครับรู้มั้ย แล้วถ้ายิ่งได้ใจท่านนายพลปภพด้วย...รับรองครับว่าไม่พลาดได้เป็นเขยของบ้านแน่ๆ” 

               “เดี๋ยวพวกผมจะเป็นกองหนุนเพิ่มให้ด้วยครับ” ผู้หมวดเผ่าเทพกับผู้หมวดศิวะให้กำลังใจภารกิจรักพิชิตดอกฟ้า ได้กำลังดีใจแบบนี้ผู้กองพนาก็เริ่มที่จะมีกำลังใจเพิ่มขึ้นแล้ว ก็อย่างที่ผู้หมวดศิวะว่า ถ้าเขาเอาชนะใจท่านนายพลปภพได้อีกคน อย่างไรเสีย ผบ.กรันณ์ก็ต้องเกรงใจพ่อของตัวเองบ้างแหละ ในเมื่อเขาไม่มีอำนาจเงินทองที่มากมายจะเอาไปสู้ เขาก็จะเอาความดี ความจริงใจนี่แหละเข้าสู้แทน เพื่อเมีย เพื่อแก้วตาดวงใจ เพื่อแม่นางไม้ตัวน้อยของเขา 

  

 

 

               นับตั้งแต่ที่ได้แก้วเจ้าจอมกลับคืนมา ทั้ง ผบ.กรันณ์และราชาวดีต่างก็อยู่เฝ้าลูกสาวไม่ให้คลาดสายตาไปไหนอีก และที่ด้านหน้าห้องพักฟื้นของแก้วเจ้าจอมก็จะมีนายทหารลูกน้องของรองคีรินทร์เฝ้าเอาไว้ตลอดเวลาด้วยเพื่อความปลอดภัยของลูกสาว สองวันมานี้อาการของแก้วเจ้าจอมเริ่มดีขึ้นมากแล้วราชาวดีจึงอยากจะเอาตัวลูกสาวไปรักษาตัวต่อที่กรุงเทพฯ เพราะคุณปู่กับคุณย่าของแก้วเจ้าจอมอยากจะเจอกับหลานสาวเต็มที การที่จะให้ท่านทั้งสองเดินทางลงมาที่ยะลาเพื่อเยี่ยมหลานสาวก็ดูจะเป็นการลำบากเพราะทั้งสองท่านก็อายุมากแล้ว ดังนั้นราชาวดีเลยตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะพาลูกสาวไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯ พาแก้วเจ้าจอมกลับไปหาคุณปู่คุณย่าของเธอพร้อมทั้งจะจัดงานรับขวัญลูกสาวด้วย 

               “พี่รันอยู่เคลียร์งานที่ค่ายก่อนก็ได้นะคะงานจะได้เสร็จไวๆ แล้วพรุ่งนี้จะได้พาลูกกลับบ้านกัน” ราชาวดีพูดโทรศัพท์กับสามีพลางจัดแจงห่มผ้าให้ลูกสาวด้วยเพราะแก้วเจ้าจอมเพิ่งจะหลับไปเมื่อกี้นี้ ด้วยมีแม่เป็นอาจารย์หมอที่เก่งมาก แก้วเจ้าจอมเลยมีคุณหมอส่วนตัวคอยอยู่ดูแล 

               “ตอนนี้ไนเปอร์เพิ่งหลับค่ะ ยานอนหลับน่าจะยังไม่หมดฤทธิ์ พี่รันไม่ต้องห่วงลูกนะคะ แก้มจะดูแลลูกให้ดีที่สุดเลย พี่ภูก็อยู่ เรนเจอร์ก็อยู่ ว่าแต่ทางพี่รันเถอะค่ะ เอาซีลไปช่วยงาน อย่าใช้งานลูกชายของแก้มหนักนักล่ะ” เธอยิ้มให้กับสามี ผู้กองกรินทร์นั้นเป็นลูกติดพ่อ อยู่ทีมพ่อในทุกๆ เรื่องต่างจากผู้กองกวินทร์ที่อยู่ทีมแม่ ชอบแย่งพ่ออ้อนแม่แล้วก็ชอบขัดใจพ่ออยู่บ่อยๆ ติดแม่มากจนยากจะแกะออกได้แล้ว ไม่ว่าแม่แก้มจะอยู่ที่ไหนหรือไปไหนก็มักจะมีผู้กองกวินทร์ตามไปเป็นบอดี้การ์ดด้วยทุกครั้งและมีความหวงแม่อย่างสุดๆ ด้วย 

               “ตอนนี้พี่ภูลงไปรับเอื้อยกับรีคอนที่ด้านล่างค่ะ เดี๋ยวอีกซักพักก็คงมา ส่วนเรนเจอร์...” ราชาวดีเอียงตัวมองออกไปนอกห้อง “เมื่อกี้นี้มีพยาบาลสาวสวยมาวัดไข้ไนเปอร์ค่ะ พอจะกลับออกไปพยาบาลคนสวยก็เลยคว้าเอาหัวใจของลูกชายพี่รันไปด้วย ตอนนี้คงไปเดินต้อยๆๆ ตามจีบพยาบาลอยู่มั้งคะ” 

               (“มันขี้หลีได้ใครกันแก้ม”) 

               “ได้พ่อมั้งคะ” 

               (“แต่ละวันนี่ได้ลูกสะใภ้ไม่ซ้ำหน้าเลย เฮ้อ!”) เสียงคนเป็นพ่อกลุ้มใจ แต่กว่าจะเพิ่งนึกได้ว่าถูกเมียกล่าวหาว่าลูกชายขี้หลีได้พ่อ ราชาวดีก็วางสายไปแล้ว เจ้าแฝดคู่นี้นิสัยต่างกันคนละขั้วจริงๆ คนพี่ออกจะดูเงียบๆ เรื่องจีบสาวก็ไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ แต่คนน้องนี่สิ ควงมาแต่ละทีก็ไม่เคยซ้ำหน้า ไม่รู้ว่าเจ้าชู้ได้ใครทั้งๆ ที่พ่อกับปู่แล้วก็ลุงต่างก็เป็นคนรักเดียวใจเดียว มีเมียแค่คนเดียวเท่านั้น ผ่าเหล่าผ่ากอจริงๆ ผบ.กรันณ์คิดพลางหันมามองทางลูกชายคนโตที่นั่งจัดการเรื่องงานเอกสารช่วยอยู่ข้างๆ ด้วยความเอ็นดู เพราะลูกคนนี้ได้ดั่งใจพ่อที่สุด 

               หลังจากวางสายกับสามีแล้วราชาวดีหยิบหนังสือมาอ่านอยู่ข้างๆ เตียงของลูกสาว อ่านหนังสือไปก็มองลูกไป จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่จะเป็นความจริง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ายัยหนูของแม่จะได้กลับมาหาแม่แล้ว ต่อไปนี้ครอบครัวของเธอก็จะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเสียที ทั้งคุณปู่คุณย่า คุณพ่อคุณแม่ ลุงป้าน้าอาและพี่ๆ น้องๆ ทุกคน ยิ่งนึกถึงครอบครัวที่แสนอบอุ่นราชาวดีก็ยิ่งยิ้มอย่างมีความสุขจนกระทั่งจู่ๆ ประตูห้องพักฟื้นของแก้วเจ้าจอมก็เปิดออก ตอนแรกราชาวดีคิดว่าคงเป็นพ่อลูกชายจอมเจ้าชู้ของตัวเอง แต่เปล่าเลย คนที่เดินเข้ามากลับเป็นชายร่างสูงผิวคล้ำ ใส่เสื้อกาวน์ของหมอและสวมหน้ากากอนามัย นี่เขาเป็นหมออย่างนั้นหรอ 

               “คุณหมอมาดูอาการของลูกฉันหรอคะ” 

               “ครับ ผมต้องให้ยาคนไข้เพิ่ม” ยางั้นหรอ...ราชาวดีคิด จะต้องให้ยาอะไรอีกก็ในเมื่อก่อนหน้านี้พยาบาลเพิ่งเอายามาให้แก้วเจ้าจอมกินเอง เธอเองก็เป็นหมอ เธอรู้ดีว่านอกจากยาที่พยาบาลนำมาให้เมื่อก่อนหน้านี้แก้วเจ้าจอมก็ไม่จำเป็นต้องรับยาอะไรอีก แล้วหมอคนนี้ก็ไม่ใช่หมอเจ้าของไข้ด้วย ไม่เพียงแค่นั้น คนเป็นหมอย่อมดูหมอด้วยกันออก ผู้ชายคนนี้มีท่าทีไม่เหมือนกับหมอเลย หมอที่ไหนจะสวมรองเท้าผ้าใบที่สกปรกเลอะไปด้วยคราบดินโคลนแบบนี้ ทั้งๆ ที่วันนี้อากาศเย็นสบายแต่หมอกลับเหงื่อท่วมหน้า ไหนจะวิธีการจับเข็มฉีดยาด้วยอีก ไม่มีหมอที่ไหนเขาจับเข็มฉีดยาแบบนี้หรอกนะ 

               “เดี๋ยวก่อนค่ะ” ราชาวดีรีบห้ามเมื่อหมอรายนี้จะฉีดยาบางอย่างลงไปที่ถุงน้ำเกลือของแก้วจ้าจอม “ฉันคือแพทย์หญิงราชาวดี สุวรรณเวชค่ะ ขอฉันดูก่อนได้มั้ยคะว่าคุณหมอจะให้ยาอะไรกับลูกสาวของฉัน” ไม่ขอเปล่าแต่ราชาวดียังยื่นมือไปขอดูยาด้วย แต่แทนที่หมอรายนี้จะยอมให้เธอดูยา หมอกลับมองมาทางเธออย่างไม่พอใจแล้วพยายามจะเข้ามาฉีดยาใส่ถุงน้ำเกลือให้ได้ ราชาวดีจึงรีบขวางเอาไว้ 

               “คุณไม่ใช่หมอ คุณเป็นใคร ต้องการอะไร...” แล้วราชาวดีก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นอีกฝ่ายดึงมีดเล่มใหญ่ออกมาจากเสื้อกาวน์ ด้วยความเป็นห่วงลูกทำให้เธอรีบปลดสายน้ำเกลือที่มือของแก้วเจ้าจอมออกแล้วเข้ามายืนขวางเตียงลูกเอาไว้ ที่หน้าห้องพักมีลูกน้องของพี่ชายเธอเฝ้าอยู่ ยังไงซะคนร้ายก็คงหนีไปไม่รอดหรอก 

               “ช่วยด้วย!!! ช่วยด้วยค่ะมีคนร้ายเข้ามาในห้อง!!!” 

               “หุบปากเดี๋ยวนี้นะมึง!!!”  

               ผลัวะ!!! 

               ในจังหวะที่คนร้ายซึ่งปลอมตัวเป็นหมอจะเงื้อฝ่ามือขึ้นตบราชาวดีนั้น แก้วเจ้าจอมก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงร้องของผู้เป็นแม่ ดังนั้นเธอจึงรีบลุกขึ้นนั่งแล้วถีบเข้าไปที่ท้องของคนร้ายสุดแรงเท่าที่จะทำได้ 

               “ไนเปอร์” 

               “แม่แก้มขา” ราชาวดีรีบเข้าไปช่วยประคองลูกลงมาจากเตียงคนไข้เมื่อคนร้ายที่ถูกแก้วเจ้าจอมถีบจนล้มกำลังลุกขึ้นแล้วเดินถือมีดเข้ามาหา แม้ว่าแก้วเจ้าจอมจะมีความรู้เรื่องหมัดมวยแต่ตอนนี้สภาพร่างกายของเธอก็ไม่เอื้ออำนวย แล้วตอนที่เธอถีบคนร้ายเพื่อช่วยแม่ไปเมื่อกี้นี้ก็ทำให้แผลผ่าตัดเกิดฉีกขึ้นมาจนเลือดซึมและแทบจะยืนไม่ไหวจนผู้เป็นแม่ต้องกอดประคองเอาไว้ 

               “อย่านะ อย่าทำอะไรลูกฉัน” ราชาวดีเข้ามายืนบังลูกเอาไว้เมื่อคนร้ายเดินถือมีดเข้ามาหา แก้วเจ้าจอมเองก็ห่วงกลัวว่าแม่จะถูกทำร้ายไปด้วยก็พยายามจะเอาตัวเองมาบังผู้เป็นแม่เอาไว้อีกที แต่เพราะอาการบาดเจ็บทำให้เธอทรงตัวไม่อยู่ทรุดล้มลงไปกับพื้น 

               “ลูกแม่!!!” ราชาวดีรีบกอดประคองลูกเอาไว้อยู่ผนังห้อง ไม่มีหนทางที่จะหนีแล้ว ทำไมทหารที่อยู่ข้างนอกถึงไม่เข้ามาช่วยเธอกับลูกล่ะ ทำไมถึงปล่อยให้คนร้ายเข้ามาในนี้ได้ 

               “อย่าทำอะไรลูกของฉันนะ ช่วยด้วย!!! ใครก็ได้ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะมีคนร้ายเข้ามา” 

               “กูบอกให้หุบปากไง!!!” คนร้ายตวาดขึ้นพร้อมกับเงื้อมีดในมือ จากตอนแรกที่ตั้งใจจะเข้ามาวางยาแก้วเจ้าจอมอย่างเงียบๆ แต่มันก็ไม่รู้ว่าแก้วเจ้าจอมจะมีคนเฝ้าอยู่ อุตส่าห์ใช้แผนล่อทหารที่อยู่หน้าห้องไปที่อื่นแล้ว เห็นทีงานนี้คงต้องปิดปากมันทั้งแม่ทั้งลูกแล้วล่ะ 

               “อย่านะ อย่า...” ราชาวดีกอดลูกเอาไว้แนบอกแล้วเอาตัวมาบังแก้วเจ้าจอมเมื่อคนร้ายที่เงื้อมีดขึ้นเตรียมจะจ้วงแทง เธอเพิ่งได้ลูกคืน เธอจะไม่ยอมให้ใครมาทำอันตรายลูกของเธออีกแล้ว 

               “อย่าทำแม่ฉันนะ!” แก้วเจ้าจอมกรีดเสียงร้องห้าม แต่ในจังหวะที่คนร้ายกำลังจะแทงมีดลงมานั้นประตูห้องพักฟื้นก็เปิดออกก่อนที่ใครคนหนึ่งจะรีบวิ่งเข้ามาหาแล้วถีบคนร้ายเข้าให้อย่างแรง 

               ผลัวะ!!! 

               แรงถีบมหาศาลทำให้คนร้ายกระเด็นไปกระแทกกับผนังห้องด้านหนึ่งอย่างจัง แต่มันยังไม่ทันจะได้ลุกขึ้นผู้กองพนาที่เพิ่งถีบมันเข้าไปก็ตามเข้าไปเล่นงานซ้ำจนน่วมก่อนที่เขาจะรีบใส่กุญแจมือล็อกมันเอาไว้กับเสาระเบียงของห้อง จากนั้นจึงได้รีบเข้ามาหาแก้วเจ้าจอมกับราชาวดี 

               “คุณหมอกับแก้วเป็นอะไรรึเปล่าครับ” เขารีบถามด้วยความเป็นห่วง และยิ่งแสนห่วงเมื่อเห็นแก้วเจ้าจอมมีเลือดซึมออกมาจากแผลผ่าตัดเป็นจำนวนมากและเธอก็หน้าซีดมากๆ ด้วยตอนนี้ ดังนั้นเขาจึงรีบช้อนอุ้มเธอกลับไปที่เตียงคนไข้แล้วกดปุ่มเรียกหมอกับพยาบาล 

               “แก้ว...คนดีของพี่ อดทนเอาไว้นะพี่ตามหมอมาแล้ว อดทนนะที่รักของพี่” ผู้กองพนากอดแก้วเจ้าจอมเอาไว้แนบอกของเขาด้วยความเป็นห่วงเธอ เขาจูบที่ศีรษะของเธอเบาๆ ขณะปลอบขวัญด้วยความลืมตัวว่าราชาวดีก็อยู่ในห้องนี้ด้วย 

               “หมอ!!! รีบๆ มาสิเมียผมจะไม่ไหวแล้วนะ” ผู้กองพนาตะโกนใส่เครื่องเรียกพยาบาลที่หัวเตียงอีกครั้งเมื่อเห็นแก้วเจ้าจอมขดตัวด้วยความเจ็บปวดและหมดแรงจนหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม แม้จะตกใจกับสิ่งที่ผู้กองพนาเผลอหลุดปากออกมาแต่ราชาวดีก็ต้องตั้งสติเอาไว้ก่อนแล้วรีบเข้าไปแย่งเอาตัวลูกสาวมาจากเขา 

               “เดี๋ยวฉันจะดูลูกฉันเองค่ะ” ราชาวดีบอกเขา ถึงแม้ผู้กองพนาจะรู้ดีก็ตามว่าแม่ยายของเขานั้นเป็นหมอที่เก่งมาก แต่เขาก็ยังอดเป็นห่วงแก้วเจ้าจอมไม่ได้อยู่ดี ด้วยเหตุนี้เขาจึงรีบอ้อมมาอีกข้างของเตียงแล้วจับกุมมือของแก้วเจ้าจอมเอาไว้ 

               “แก้วจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ยครับ คุณหมอช่วยเมียของผมด้วยนะ อย่าให้แก้วเป็นอะไรนะครับ” 

               “เมีย...ผู้กองหมายความว่ายังไง” คราวนี้ราชาวดีอดไม่ได้ที่จะหันมาถามเขา ทำไมผู้กองพนาต้องเรียกลูกของเธอว่าเมียด้วย หรือว่ามีเรื่องอะไรอีกที่เขายังไม่ได้เล่าให้เธอฟัง 

               ปัง!!! 

               ประตูห้องพักฟื้นของแก้วเจ้าจอมถูกเปิดออกมาครั้งโดยรองคีรินทร์กับครอบครัว ผู้กองกวินทร์และเจ้าหน้าที่หมอ พยาบาล 

               “นี่มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ” รองคีรินทร์ร้องถามแล้วมองไปทางคนร้ายที่ถูกผู้กองพนาเล่นงานจนสลบเหมือดอยู่ที่ระเบียงห้อง ผู้กองพนาที่ไม่รู้ว่าจะตอบคำถามของราชาวดีอย่างไรดีจึงได้รีบเดินเข้าไปรายงานเรื่องนี้กับเขา 

               “มีคนร้ายเข้ามาทำร้ายคุณหมอกับคุณแก้วเจ้าจอมครับท่าน” 

               “อะไรนะ” รองคีรินทร์รีบเข้าไปกอดน้องสาวเมื่อหมอกับพยาบาลเข้ามาดูอาการของแก้วเจ้าจอมแล้ว 

               “พี่ภู...มีคนพยายามจะฆ่าไนเปอร์ของแก้ม คนร้ายปลอมตัวเป็นหมอจะเข้ามาฉีดยาอะไรก็ไม่รู้ให้ไนเปอร์ พอแก้มขวางเอาไว้มันก็จะฆ่าเราสองคน ดีว่าผู้กองพนาเขาเข้ามาช่วยเอาไว้ก่อนค่ะ” ราชาวดีรีบบอกผู้เป็นพี่ชายด้วยความตกใจกลัว ผู้กองกวินทร์จึงรีบเข้ามากอดปลอบแม่ของตนเอาไว้อีกคนด้วยความรู้สึกผิดที่เผลอปล่อยให้แม่กับน้องอยู่กันตามลำพังจนเกือบจะถูกทำร้าย ในขณะที่ผู้หมวดศิขรินที่เพิ่งเดินทางมาเยี่ยมแก้วเจ้าจอมวันนี้ก็ได้รีบเข้าไปตรวจสอบดูคนร้ายทันที 

               “รีคอน เรียกลูกน้องพ่อมาจัดการที” รองคีรินทร์บอกลูกชาย ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ทหารที่เคยเฝ้าอยู่หน้าห้องได้เดินเข้ามา เพราะก่อนหน้านี้คนร้ายที่ปลอมตัวเป็นหมอได้บอกกับพวกเขาว่ามีคนน่าสงสัยอยู่ที่หน้าลิฟท์พวกเขาก็เลยไปตรวจสอบดู ไม่คิดว่าหมอคนนี้จะเป็นคนร้ายปลอมตัวมาซะเอง 

               “มัวแต่หลีผู้หญิง พ่อบอกแล้วไงว่าให้อยู่เป็นเพื่อนแม่กับน้อง คอยดูเถอะ ถ้าพ่อเรามันรู้เรื่องนี้เข้าพ่อจะไม่ช่วยเลย!” รองคีรินทร์หันมาดุผู้กองกวินทร์หลังจากที่ให้ลูกน้องนำตัวคนร้ายออกไปจัดการแล้วและหมอกับพยาบาลก็กำลังรักษาแก้วเจ้าจอมอยู่ที่หลังม่านในห้องพักฟื้น 

               “แล้วแต่พ่อภูเลยครับ ผมก็ผิดจริงๆ นั่นแหละ ผมขอโทษนะครับแม่แก้ม” ผู้กองกวินทร์ทำหน้าสลดแล้วกอดผู้เป็นแม่ด้วยความรู้สึกผิดจริงๆ แต่ราชาวดีก็ไม่ได้ถือสาอะไรลูก เธอกลับดีใจเสียด้วยซ้ำที่ลูกของเธอกล้ายอมรับผิดและไม่แก้ตัวใดๆ หากสามีของเธอรู้เรื่องเข้าเธอก็คงจะไม่ยอมให้เขาว่าอะไรลูกหรอก 

               “ขอบคุณพี่ด้วยนะครับที่ช่วยแม่กับน้องสาวของผมเอาไว้อีกครั้ง ถ้าพี่ไม่เข้ามาช่วยป่านนี้แม่กับน้องของผมก็คงแย่” ผู้กองกวินทร์หันมาทางผู้กองพนาที่เอาแต่ยืนมองไปยังม่านที่หมอกับพยาบาลกำลังรักษาแก้วเจ้าจอมอยู่ด้วยความเป็นห่วง 

               “นี่หรอคนที่ช่วยชีวิตไนเปอร์เอาไว้” หมอเอื้อยแอบหันมากระซิบถามราชาวดีที่ยืนอยู่ข้างๆ เพราะเรื่องราวทั้งหมดสามีของเธอเล่าให้ฟังตั้งแต่อยู่ที่บ้านแล้ว และเล่าให้ฟังด้วยว่าผู้กองพนาคนนี้คือว่าที่หลานเขยของเธอ ซึ่งหมอเอื้อยรู้สึกไม่ค่อยจะโอเคสักเท่าไหร่ที่จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนอื่นจะมาจีบ มาแย่งเอาหลานสาวสุดที่รักของตนไป ความจริงคนที่หมอเอื้อยอยากได้เป็นหลานเขยก็คืออรินต่างหาก 

               “พี่เขาเป็นพี่ชายของเพื่อนผมครับแม่ เป็นนายตำรวจที่เก่งมากเลยนะ” ผู้หมวดศิขรินบอกแม่ของตนแล้วหันมายิ้มให้ผู้กองหนุ่มอย่างยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งในรอบปีแล้วเขาก็ยังช่วยชีวิตของแก้วเจ้าจอมเอาไว้อีก แต่พอผู้กองพนายกมือขึ้นไหว้หมอเอื้อย หมอเอื้อยก็เพียงแค่รับไหว้ตามมารยาทเพราะไม่ปลื้มกับหลานเขยสักเท่าไหร่ เชียร์อรินมาตั้งนาน สุดท้ายก็มีคนอื่นมาคาบยัยหลานโหดของเธอไปกิน เซ็งจริงๆ เลย 

               “ผู้กองคะ ฉันมีเรื่องอยากจะขอคุยเป็นการส่วนตัวหน่อยค่ะ พี่ภูกับเอื้อยด้วยนะ” ราชาวดีว่าขึ้นเมื่อเธอยังรู้สึกติดใจในคำพูดของผู้กองพนาเมื่อก่อนหน้านี้อยู่ หลังจากที่บอกให้ผู้กองกวินทร์กับผู้หมวดศิขรินคอยอยู่เฝ้าแก้วเจ้าจอมแล้วเธอก็เดินนำทุกคนออกไปพูดคุยกันที่ห้องรับรองใกล้ๆ กันกับห้องพักฟื้นของแก้วเจ้าจอม 

               ผู้กองพนารู้ดีว่าที่ราชาวดีเรียกตนมาคุยด้วยนั้นเป็นเพราะเรื่องอะไร ด้วยความตกใจและห่วงใยแก้วเจ้าจอมมากไปหน่อยเขาจึงเผลอปากเรียกเธอว่าเมียออกไปต่อหน้าต่อตาราชาวดี ทั้งๆ ที่รองคีรินทร์เคยสั่งเขาเอาไว้แล้วก็ตามว่าห้ามพูดเรื่องนี้กับใครแต่เขาก็พลั้งปากไปจนได้ 

               “ผู้กองช่วยบอกฉันอีกครั้งได้มั้ยว่าตลอดสามเดือนที่ลูกสาวของฉันหายตัวไป ผู้กองดูแลลูกสาวของฉันในฐานะของอะไร อยู่ด้วยกันแบบไหน” ราชาวดีถามขึ้นตรงๆ เมื่อทุกคนเข้ามาพร้อมหน้ากันแล้ว รองคีรินทร์กับหมอเอื้อยจึงนั่งลงคนละข้างของเธอ ส่วนผู้กองพนายังคงยืนอยู่ตรงหน้าเธออย่างสงบนิ่ง รองคีรินทร์คิดว่าราชาวดีคงน่าจะรู้ความจริงแล้วก็เลยพยักหน้าบอกให้ผู้กองหนุ่มพูดความจริงออกมาได้ ซึ่งทันทีที่รองคีรินทร์บอกให้เขาพูดความจริง ผู้กองพนาก็ค่อยๆ เข้ามานั่งคุกเข่าลงตรงหน้าราชาวดีพร้อมกับก้มลงมากราบขอโทษเธอ ซึ่งเพียงแค่นี้ราชาวดีก็เข้าใจเรื่องราวแล้วจนน้ำตาค่อยๆ รินไหลออกมาจนหมอเอื้อยต้องกอดเธอเอาไว้ 

               “...คุณแก้วเจ้าจอมเธอเป็นภรรยาของผมครับ เราสองคนรักกัน” 

               “ผู้กองข่มขืนลูกฉันหรอ หรือผู้กองบังคับอะไรไนเปอร์ ผู้กองฉวยโอกาสตอนที่ลูกฉันความจำเสื่อมใช่มั้ย” 

               “เปล่าครับ” ผู้กองพนาเห็นราชาวดีร้องไห้แล้วก็สงสารเธอยิ่งนัก เขาเข้าใจว่าไม่มีพ่อกับแม่คนไหนจะรับกับเรื่องนี้ได้หรอก ถ้าเขามีลูก แล้วลูกของเขาต้องมาเจออะไรแบบนี้เขาเองก็รับไม่ได้เหมือนกัน “ผมทราบครับว่าเรื่องราวระหว่างผมกับแก้วมันไม่ถูกต้อง ผมเองก็พยายามหักห้ามใจที่จะไม่ล่วงเกินแก้วเหมือนกัน แต่เป็นเพราะว่าผมรักแก้วมานานแล้ว รักมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันที่สัตหีบตามที่ผมเคยเล่าให้ครอบครัวของคุณหมอฟัง ไหนจะความใกล้ชิดกันอีกมันก็เลยยิ่งเลยเถิดเข้าไปใหญ่ แต่ผมขอยืนยันกับคุณหมอด้วยความสัตย์จริงนะครับว่าผมไม่ได้บังคบ ข่มขื่น หลอกลวงหรือฉวยโอกาสใดๆ กับแก้วเลย เราสองคนตกลงเป็นสามีภรรยากันด้วยความสมัครใจ มันเกิดขึ้นเพราะความรักของเราสองคนครับแล้วผมก็เคยขอแก้วแต่งงานแล้ว ผมบอกแก้วว่าถ้าผมพาแก้วมาส่งบ้านแล้วผมจะขอแก้วแต่งงาน คุณหมอได้โปรดเห็นใจในความรักของผมกับแก้วด้วยเถอะนะครับ” 

               “แล้วผู้กองไม่เห็นใจหัวอกคนเป็นแม่อย่างฉันบ้างหรอ ไม่มีแม่คนไหนจะรับกับเรื่องพวกนี้ได้หรอกนะ” 

               “แต่ไนเปอร์ก็รักผู้กองเขาจริงๆ นะ” รองคีรินทร์พูดขึ้นเพราะเขาเคยเห็นแก้วเจ้าจอมเพ้อหาผู้กองพนาพร้อมทั้งยังบอกรักเขาอีก “ก่อนหน้านี้พี่ได้เข้าไปเยี่ยมลูกน้องของผู้กองพนาที่รักษาตัวอยู่ที่นี่เหมือนกัน ลูกน้องของผู้กองพนาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไนเปอร์กับผู้กองพนาเขาเป็นผัวเมียที่อยู่ด้วยกันด้วยความรักจริงๆ แล้วตลอดเวลาที่อยู่ที่ฐานผู้กองพนาก็คอยดูแลไนเปอร์เป็นอย่างดี ทั้งรัก ทั้งหวงแล้วก็ห่วงใย ไนเปอร์อยากได้อะไรผู้กองเขาก็เลือกหามาให้ นายดาบที่ชื่อดาบดำรงก็บอกพี่มาเหมือนกันว่าไนเปอร์น่ะรักผู้กองพนามาก ตามติดเขาแจแล้วก็ชอบมาเฝ้า มาแอบมองเวลาที่ผู้กองเขาทำงานอยู่ พี่มั่นใจนะว่าไนเปอร์ไม่ได้ถูกบังคับขืนใจอะไรหรอก แต่ไนเปอร์เขารักผู้กองพนาจริงๆ แล้วเขาก็เป็นคนเลือกผู้กองพนาด้วยตัวของเขาเองด้วย” แม้ว่าตอนที่รองคีรินทร์ไปถามเรื่องนี้กับดาบดำรง แล้วดาบดำรงกับเหล่าลูกน้องจะบอกเขาก็ตามว่าความจริงแล้วผู้กองพนาพยายามจะหักห้ามใจไม่แตะต้องแก้วเจ้าจอมแล้ว แต่เป็นแก้วเจ้าจอมเองต่างหากที่ไปตื้อเขา ไปอ่อยเขาเอง ผู้ชายเขาก็ยิ่งแอบรักตัวเองอยู่ เจอลูกอ้อนลูกอ่อยเข้าไปใครมันจะไปฝืนใจไหว แต่ถ้าขืนเขาบอกน้องสาวไปตามตรงแบบนี้ราชาวดีได้เป็นลมแน่ๆ ก็ลูกสาวของเธอคนนี้เลือดพ่อมันแรง แทนที่จะไปกล่าวหาว่าผู้กองพนาข่มขืนแก้วเจ้าจอม เผลอๆ อาจจะเป็นแก้วเจ้าจอมด้วยซ้ำที่ไปข่มขืนเขาก่อน 

               “แต่ตอนนี้ไนเปอร์เขาจำผู้กองไม่ได้ เขาไม่รู้เลยว่าตลอดสามเดือนที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง แล้วนับตั้งแต่ที่แก้มได้ลูกคืน ไนเปอร์ไม่เคยพูดถึงผู้กองพนาเลย ไนเปอร์ถามถึงแต่คุณปู่คุณย่า ถามถึงพวกเราทุกคนแล้วก็ถามถึงเรื่องงานของเขา เขาไม่เคยพูดถึงผู้กองพนากับตำรวจพลร่มคนไหนเลยแล้วแบบนี้แก้มควรทำยังไง แก้มไม่กล้าบอกพี่รันด้วยซ้ำ พี่ภูก็รู้ว่าพี่รันรักแล้วก็หวงไนเปอร์มาก ไนเปอร์เป็นแก้วตาดวงใจของเขาเลยนะ ถ้าพี่รันรู้พี่รันก็ต้องรับไม่ได้เหมือนกัน เผลอๆ อาจจะฆ่าผู้กองตายด้วย” 

               “นั่นสิ รายนั้นยิ่งหวงลูกสาวเกิดชาวบ้านชาวช่องเขาอยู่ เอาไงดีล่ะพี่ภู” หมอเอื้อยถามสามีบ้างขณะกอดราชาวดีอย่างให้กำลังใจกันและกัน 

               “แล้วเอื้อยคิดว่าพี่ควรทำยังไงล่ะ” 

               “ไม่รู้สิคะ ความจริงแล้วเอื้อยอยากได้อรินเป็นหลานเขยมากกว่า อย่างน้อยก็เห็นก็เลี้ยงมาตั้งแต่เด็กๆ ด้วยกันจนเอื้อยมั่นใจว่าอรินรักไนเปอร์มาก อยู่ๆ จะให้เอื้อยมารับใครก็ไม่รู้มาเป็นหลานเขย มันก็ทำใจยากอยู่เหมือนกันนะคะ” 

               “มันไม่สำคัญหรอกว่ามีใครบ้างที่รักไนเปอร์ มันสำคัญที่ว่าไนเปอร์รักใครมากกว่า ถ้าไนเปอร์รักใคร อยู่กับใครแล้วมีความสุขเราก็ควรจะเคารพการตัดสินใจของเขา ถึงแม้ว่าความเหมาะสมมันจะเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ภายใต้ความเหมาะสมที่พวกเราวาดหวังเอาไว้มันก็ต้องไม่ทำร้ายหัวใจของลูกด้วย” 

               “แล้วแกจะเอายังไงแก้ม” คราวนี้หมอเอื้อยหันมาถามเพื่อน แม้จะหวงหลานสาวมากยังไงแต่เรื่องนี้คนเป็นแม่ก็ควรเป็นฝ่ายตัดสินใจ ไม่ใช่ป้าอย่างเธอ 

               ราชาวดีเช็ดน้ำตาออกแล้วพยายามตั้งสติไตร่ตรองกับปัญหาที่เกิดขึ้น หากแก้วเจ้าจอมรักผู้กองพนาจริงๆ เธอเองก็คงห้ามหัวใจของลูกไม่ได้ เรื่องความรักมันเป็นเรื่องที่บังคับกันไม่ได้จริงๆ 

               “ผู้กองรักไนเปอร์จริงๆ ใช่มั้ยคะ” 

               “ครับ” ผู้กองพนาตอบ “ผมรักแก้วด้วยใจจริง ผมเป็นกำพร้าไม่พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ไหนอีก ผมเป็นคนตัวคนเดียว อาสาลงมาทำงานชายแดนใต้ก็หมายจะทุ่มเทชีวิตให้กับงาน ต่อให้ต้องตายผมก็คงไม่มีใครให้ห่วงหาอีกแล้วจนกระทั่งผมได้เจอแก้ว...แก้วเป็นกำลังใจให้ผมสู้กับงาน สู้กับภารกิจต่างๆ เป็นแรงใจที่ทำให้ผมได้รู้ว่าผมไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวบนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว โลกทั้งใบของผมมีเพียงแค่แก้ว แก้วคือครอบครัวเพียงคนเดียวที่ผมมี คุณหมออย่าได้กีดกันผมกับแก้วเลยนะครับ แค่ลำพังเมียจำผมไม่ได้ผมก็เจ็บปวดมากแล้ว ขอโอกาสให้ผมได้รื้อฟื้นความทรงจำให้กับแก้วด้วยเถอะนะครับ แก้วเคยบอกผมว่าเขาจะไม่มีวันลืมผมเด็ดขาด เขารักผมมาก ผมเชื่อว่าความผูกพันของเราจะยังหลงเหลืออยู่ในใจของแก้วบ้าง ขอให้ผมได้อยู่ดูแลคนรักของผมด้วยเถอะนะครับ หรือหากแก้วจำผมไม่ได้เลยก็ไม่เป็นไร ผมจะจีบแก้วใหม่ ยังไงแก้วก็เป็นเมียของผมแล้ว จะให้ผมทิ้งเมียตัวเองไปผมทำไม่ได้จริงๆ ครับ” 

               “พี่ภู...” ราชาวดีหันมามองหน้าพี่ชายเมื่อไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไรดีกับเรื่องนี้ เธอเองก็มีความรัก หากจะให้เธอตัดใจแล้วทิ้งสามีไปเธอเองก็ทำไม่ได้เหมือนกัน อีกอย่างหากแก้วเจ้าจอมรักผู้กองพนาจริงๆ จะให้เธอทำลายหัวใจดวงน้อยๆ ของลูกเธอก็ทำไม่ลง สำหรับเธอ ขอเพียงแค่ได้เห็นลูกมีความสุขเพียงแค่นี้เธอก็พอใจแล้ว 

               “พี่เชื่อว่าแก้มจะตัดสินใจเรื่องนี้ได้ ตัดสินใจตามที่แก้วเห็นสมควรก็แล้วกัน” รองคีรินทร์โอบไหล่เธออย่างให้กำลังใจ ราชาวดีจึงหันมาตอบผู้กองพนา 

               “ตอนนี้ฉันฟังความแค่ข้างเดียว ฉันคงให้คำตอบผู้กองได้ไม่มากนัก หากผู้กองรักไนเปอร์จริงก็ขอให้ผู้กองพิสูจน์ความรักเฉกเช่นสุภาพบุรุษควรทำและอยู่ภายใต้ความถูกต้อง ตอนนี้ไนเปอร์เขาจำอะไรไม่ได้ฉันก็ไม่รู้จะไปถามอะไรจากลูก แต่ไม่ว่าไนเปอร์จะจำผู้กองได้รึเปล่า หากไนเปอร์เขารักผู้กองจริงๆ ฉันก็คงไปบังคับหรือห้ามอะไรลูกไม่ได้ แต่หากไนเปอร์เขารักใครคนอื่นที่ไม่ใช่ผู้กอง ฉันก็อยากให้ผู้กองยอมรับในการตัดสินใจของเขาค่ะ” 

               “ผมมั่นใจว่าซักวันแก้วจะต้องจำผมได้ครับ ผมรับปากกับคุณหมอครับว่าผมจะพิสูจน์ความรักอย่างถูกต้อง ตรงไปตรงมาและจะให้เกียรติแก้วกับครอบครัวของคุณหมอ ผมจะรักแก้วให้เหมือนกับที่คุณหมอรัก ผมจะดูแลแก้วเป็นอย่างดีนะครับ” 

               “แล้ว...พ่อของไนเปอร์ต้องรู้เรื่องนี้ด้วยมั้ยเนี่ย” หมอเอื้อยถามขึ้นเมื่อเห็นราชาวดีพยักหน้ารับว่าจะให้โอกาสผู้กองพนาได้พิสูจน์ความรัก 

               “อย่าเพิ่งเลย ถ้าไอ้รันรู้เรื่องนี้เข้ามันได้อาละวาดหนักแน่ ไนเปอร์เองก็ยังจำอะไรไม่ได้ ถ้าจู่ๆ ก็มีคนมาบอกว่าเป็นผัวของตัวเองไนเปอร์ได้งงหนักแน่ๆ เผลอๆ อาจจะรับกับเรื่องนี้ไม่ได้ ไหนจะคุณปู่กับคุณย่าของเขาอีก คุณแม่ท่านยิ่งสุขภาพไม่ค่อยดีอยู่ อย่าเพิ่งหาเรื่องหนักๆ มากวนใจพวกท่านเลย อีกอย่าง...ถ้าไนเปอร์หายดีแล้วสิ่งที่พวกเราต้องทำก่อนเป็นอันดับแรกก็คือไปจัดการกับไอ้คนที่มันทำร้ายไนเปอร์ ขนาดมีทหารเฝ้าอยู่ขนาดนี้พวกมันก็ยังไม่เกรงกลัว ยังจะตามมาฆ่าไนเปอร์เพื่อปิดปากอีก ถ้าขืนไม่รีบกำจัดพวกมันล่ะก็ชีวิตของไนเปอร์อาจจะตกอยู่ในอันตรายยิ่งกว่านี้” 

               “ผมจะคอยตามดูแลคุ้มกันภัยให้แก้วเองครับท่าน” ผู้กองพนาเสนอ 

               “ไม่จำเป็นหรอกผู้กอง ไนเปอร์เขามีบอดี้การ์ดเยอะ ถ้าได้เห็นแล้วจะปวดใจ” รองคีรินทร์ว่ายิ้มๆ เมื่อยามนึกถึงบอดี้การ์ดของลูกสาว งานนี้ทำเอาผู้กองถึงกับใจไม่ดีเลยทีเดียว 

  

 

 

               หลังจากที่หมอช่วยรักษาและทำแผลให้กับแก้วเจ้าจอมใหม่แล้วเธอก็อาการดีขึ้นเพียงแต่จะขยับตัวมากไม่ได้ พอเห็นผู้เป็นแม่กลับมาหาเธอก็กอดราชาวดีแน่นด้วยความเป็นห่วงแม่ เพราะแม่พยายามปกป้องเธอจนถึงขั้นยอมเอาตัวเองมาบังมีดให้กับเธอ แม่แก้มรักเธอที่สุดในโลกและเธอเองก็รักแม่แก้มมากที่สุดในโลกเหมือนกัน 

               “แม่แก้มเป็นอะไรมั้ยคะ แม่แก้มเจ็บตรงไหนมั้ย” แก้วเจ้าจอมสำรวจดูรอบตัวแม่ขณะที่นั่งอยู่บนเตียงที่ปรับนั่งแล้ว 

               “แม่ไม่เป็นไร ไนเปอร์ปลอดภัยก็ดีแล้วนะลูก” ราชาวดีจูบรับขวัญลูก ก่อนที่แก้วเจ้าจอมจะหันไปมาทางผู้กองกวินทร์ที่นั่งหัวหดอยู่ที่โซฟาพร้อมกับเอาหมอนอิงมามัดติดตัวเองเอาไว้ เห็นบอกว่าเวลาถูกพ่อกระทืบแล้วม้ามจะได้ไม่แตกเพราะข้อหาที่ปล่อยให้แม่กับน้องตกอยู่ในอันตรายมันร้ายแรงมาก และตอนนี้พ่อของเขาก็กำลังรีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลอยู่ 

               “คนขี้หลี ไว้คุณพ่อมาก่อนเถอะไนเปอร์จะฟ้องคุณพ่อ” 

               “ยกโทษให้พี่เถอะนะเด็กดี” 

               “ไม่ พี่เรนเจอร์ทำให้แม่แก้มตกอยู่ในอันตราย” 

               “แหมพี่ไนเปอร์ หยวนๆ ให้ลูกพี่ผมหน่อยเถอะ อย่าถือสาลูกพี่ผมเลยนะครับ” นคินทร์หรือนาวิก ลูกชายคนเล็กของรองคีรินทร์ว่าขึ้นพลางบีบนวดผู้กองกวินทร์อย่างเอาใจเพราะเขามีผู้กองกวินทร์เป็นไอดอล และผู้กองกวินทร์ก็ทำให้เขาเลือกที่จะเข้าเรียนที่โรงเรียนนายเรือเพื่อเป็นทหารเรือตามรอยผู้เป็นไอดอลด้วย 

               “หุบปาก! แหม ที่เพิ่งตามคนอื่นมาเนี่ยก็เพราะไปหลีพยาบาลที่ประชาสัมพันธ์มาไม่ใช่หรอ เหมือนกันทั้งลูกพี่ลูกน้องเลย ไว้หายดีก่อนเถอะ ฮึ่ม!!!” 

               “ยัยโหด” เสียงนคินทร์แอบบ่นอุบอิบเบาๆ จนผู้กองพนาที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาแอบขำ มิน่าล่ะใครๆ ถึงได้ชอบเรียกเธอว่ายัยโหด เป็นขาใหญ่ประจำแก๊งนี่เอง 

               “เอาน่าใจเย็นๆ อ่ะ จะได้อารมณ์ดี” ผู้หมวดศิขรินส่งดอกกุหลาบสีขาวช่อสวยให้กับแก้วเจ้าจอม “ยินดีต้องรับกลับบ้านนะยัยโหดของพี่ ต่อไปพี่จะไม่ยอมให้ใครมารังแกไนเปอร์อีกแล้วนะ แล้วใครก็ตามที่มันทำร้ายไนเปอร์ พี่จะไปแก้แค้นมันให้...ชอบไม่ใช่หรอ กุหลาบสีขาวน่ะ” ไม่พูดเปล่า แต่ผู้หมวดหนุ่มยังก้มลงมากอดแก้วเจ้าจอมด้วย แก้วเจ้าจอมจึงรีบกอดเขาตอบ เพราะเธอสนิทกับผู้หมวดศิขรินมากแล้วก็ยังต้องร่วมงานกันบ่อยๆ อีก 

               “ไนเปอร์คิดถึงรีคอน...” 

               “พี่ก็คิดถึงไนเปอร์นะ” 

               “บอกกี่ครั้งแล้ว เกิดก่อนแค่สี่เดือนอย่ามาเรียกพี่” 

               “ก็เป็นพี่แบบเกิดก่อนสี่เดือนไง” ผู้หมวดศิขรินว่าขำๆ นคินทร์เห็นพี่ชายตัวเองได้กอดแก้วเจ้าจอมนานๆ ก็เลยกลัวจะน้อยหน้า รีบเดินเข้ามากอดยัยโหดของตัวเองเอาไว้บ้าง เพราะถึงแก้วเจ้าจอมจะเป็นยัยโหดของเขายังไง แต่แก้วเจ้าจอมก็เป็นพี่สาวที่เขารักเสมอ แก้วเจ้าจอมจึงเอื้อมแขนมากอดและยีศีรษะเกรียนๆ ของน้องชายอย่างเอ็นดูบ้าง 

               “พวกเขาเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน” รองครินทร์ว่าขึ้นเมื่อเห็นผู้กองพนาชักสีหน้าไม่พอใจที่สองหนุ่มพี่น้องรุมกันกอดแก้วเจ้าจอมแบบนี้ ทำไมทุกคนได้กอดเธอ แต่เขากลับกอดเธอบ้างไม่ได้ 

               “ต่อไปคุณอาก็ไม่ต้องเศร้าแล้วนะครับ พี่ไนเปอร์กลับมาแล้ว ที่สำคัญ...ความโหดยังคงเส้นคงวาเหมือนเดิมด้วย” 

               “เดี๋ยวเถอะ!” พอแก้วเจ้าจอมหันมาว่า นคินทร์ก็รีบหลบมาอยู่ทางด้านหลังราชาวดีในทันทีแล้วก็กอดคุณอาของตนแน่นอย่างออดอ้อน เมื่อมีคุณอาคนสวยอยู่ด้วยยัยโหดก็ไม่กล้าแผลงฤทธิ์อะไรมากแล้ว แล้วในระหว่างที่แก้วเจ้าจอมกำลังชื่นชมช่อดอกกุหลาบสีขาวอยู่กับผู้หมวดศิขรินอยู่นั้นประตูห้องพักฟื้นของเธอก็เปิดออกอีกครั้งก่อนจะมีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับช่อดอกกุหลาบสีขาวที่ช่อใหญ่กว่าของผู้หมวดศิขริน หนุ่มรูปหล่อหน้าตี๋สไตล์โอปป้าที่ไม่ว่าใครเห็นก็แทบกรี๊ดด้วยคิดว่าเขาอาจเป็นไอดอลคนดังมาจากแดนกิมจิ ร้อยตำรวจตรีนายแพทย์อรินทราชหรือ อริน น้องชายคนสนิทที่เป็นเสมือนเงาตามตัวของแก้วเจ้าจอม หลังจากที่ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทุกคนในห้องแล้วเขาก็หันมาทางแก้วเจ้าจอมในทันที นคินทร์ที่รู้ใจอรินดีก็เลยรีบไปสะกิดพี่ชายตัวเองให้ถอยออกมาห่างๆ 

               “พี่รีคอน ถอยออกมาพี่ ตัวจริงประจำใจของเจ๊โหดเขามาแล้ว ตัวประกอบอย่างพวกเรารีบถอยเถอะ” 

               แก้วเจ้าจอมน้ำตาคลอออกมาทันทีที่เห็นหน้าอริน เพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ เรียนมาด้วยกันแล้วยังมาทำงานด้วยกันอีกทำให้เธอกับอรินสนิทและผูกพันกันมาก ไม่คิดว่าจากกันนานแค่สามเดือนมันจะทำให้เธอคิดถึงเขาได้มากมายขนาดนี้ เช่นเดียวกับอรินที่น้ำตาคลอออกมาก่อนที่เขาจะรีบวิ่งเข้ามากอดแก้วเจ้าจอมเอาไว้แน่นด้วยความห่วงใยและแสนคิดถึง 

               “...พี่ไนเปอร์ครับ” แก้วเจ้าจอมยิ้มออกมาทั้งน้ำตาและกอดอรินแน่นเมื่อได้ยินเขาเรียกเธอ “พี่กลับมาแล้ว พี่กลับมาแล้วจริงๆ รู้มั้ยว่าผมคิดถึงพี่ ผมเป็นห่วงพี่มากแค่ไหน ผมตามหาพี่จนแทบจะพลิกแผ่นดิน ห่วงพี่ใจจะขาดอยู่แล้ว พี่ไนเปอร์อย่าหายไปไหนอีกนะ พี่ไนเปอร์ต้องอยู่กับผมนะ อย่าหนีหายไปไหนอีกผมขอร้อง ผมรักพี่นะ” 

               “พี่ก็รักแล้วก็คิดถึงอรินนะ” แก้วเจ้าจอมยีศีรษะของอรินเหมือนที่ทำกับนคินทร์เมื่อก่อนหน้านี้ก่อนจะค่อยๆ ผละเขาออกแล้วยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้ “ไม่เอา อย่าร้องไห้นะ พี่ไนเปอร์กลับมาแล้ว ต่อไปพี่จะไม่ทิ้งอรินไว้คนเดียวอีกแล้ว เด็กดี” 

               คำว่ารักของอรินและแก้วเจ้าจอมมีความหมายที่ต่างกันจนทุกคนในห้องอดรู้สึกเศร้าใจไม่ได้ รักของอรินคือความรักแบบหนุ่มสาว แต่รักของแก้วเจ้าจอม คือความรักแบบพี่น้อง แม้อรินจะรู้เรื่องนี้มาโดยตลอดแต่เขาก็แกล้งหูหนวกตาบอดเพื่อหวังว่าคำว่ารักของแก้วเจ้าจอมมันจะเปลี่ยนความหมายมาเป็นอะไรที่มากกว่าพี่น้องในสักวัน 

               “พี่ไนเปอร์ดูนี่สิ ผมสั่งดอกกุหลาบสีขาวแบบที่พี่ไนเปอร์ชอบมาให้ด้วยนะ พี่ไนเปอร์ชอบมั้ยครับ นี่เลย ช่อใหญ่ๆ เลย” อรินรีบอวดช่อดอกไม้ เรื่องที่แก้วเจ้าจอมชอบดอกกุหลาบสีขาวมากทุกคนในครอบครัวรู้กันดี ซึ่งเธอก็ชอบมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วจน ผบ.กรันณ์ผู้เป็นพ่อต้องจัดสวนที่บ้านใหม่เพื่อปลูกแต่ดอกกุหลาบสีขาวให้ลูกสาวโดยเฉพาะ 

               “สวยจังเลย ขอบคุณนะอริน” 

               “อ้าว แล้วกุหลาบของพี่ไม่สวยหรอ” ผู้หมวดศิขรินแกล้งว่าอย่างน้อยใจ แก้วเจ้าจอมก็เลยหยิบช่อดอกไม้ของเขามากอดเอาไว้ด้วย 

               “ก็สวย แต่มันแหว่งๆ ยังไงก็ไม่รู้” 

               “ไม่แหว่งได้ไง นาวิกแอบจิ๊กไปจีบพยาบาลตั้งหลายดอก” ผู้หมวดศิขรินหันไปมองน้องชายทำตาดุ คนแอบจิ๊กดอกไม้ไปจีบสาวเลยได้แต่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ 

               “อย่ามองผมแบบนั้นพี่ชาย ผมจิ๊กมาห้าดอกก็จริง แต่ก็ถูกพี่เรนเจอร์จิ๊กต่อไปตั้งสี่ดอก เหลือแค่ดอกเดียวเอง” 

               “ก็พอๆ กันนั่นแหละ” ทุกคนว่าให้สองหนุ่มทหารเรือก่อนจะหัวเราะกันออกมาอย่างมีความสุขยกเว้นผู้กองพนา ผู้หมวดศิขรินกับนคินทร์กอดแก้วเจ้าจอมเขายังพอรับได้เพราะพวกเขาเป็นพี่น้องกันจริงๆ แต่ไอ้ตี๋หน้าโอปป้านี่สิ มันกอดเมียเขายังไม่พอมันยังมาบอกรักเมียเขาต่อหน้าต่อตาเขาอีก นี่หากรองคีรินทร์ไม่แอบดึงเขาเอาไว้ป่านนี้เขาเข้าไปกระทืบมันกับปาดอกไม้ของมันทิ้งแล้ว เมียของเขาก็ช่างกระไร ผัวยืนหัวโด่อยู่นี่แล้วทำเป็นไม่สนใจ นี่เธอจำผัวของตัวเองไม่ได้จริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย จำไม่ได้จริงๆ หรือว่าแกล้งจำไม่ได้กันแน่ 

  

************************************************* 

เอาแล้ววววว คู่แข่งมาแล้วนะจ๊ะพี่พนา น้องอรินคนดีของทุกคนเอง 

********************************* 

ตอนหน้าอิพี่จะแต่งตัวเต็มยศไปบุกบ้านน้องแล้วเด้อ แล้วแฟนของพี่ซีลคือใคร ติดตามต่อในตอนหน้าค่ะ 

ความคิดเห็น